หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 99,139 Views

  • 961 Comments

  • 6,065 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5,782

    Overall
    99,139

ตอนที่ 15 : l ฉากสิบห้าl Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    24 ส.ค. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากสิบห้าl
Pran l talk



อาการสะลึมสะลือเหมือนคนใกล้จะหลับของภัทรทำให้ผมรู้สึกกลัวขึ้นทุกขณะ 
อยากจะเหยียบคันเร่งให้มิดเพื่อพาคนข้างๆ ส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่เพราะขามันสั่นจนกลัวว่ารถจะพลิกคว่ำก่อนได้รักษา 
สุดท้ายเลยได้แค่ประคองพวงมาลัยและสติตัวเองไว้ มองตรงไปข้างหน้า ขับรถด้วยความเร็วเท่าที่ทำได้ 
จับประสานมือกับภัทรไว้แน่น บีบกระชับจนรู้สึกได้ถึงชีพจรที่ส่งผ่านจากใต้ผิวหนัง และสัมผัสที่เต้นตุบตรงระหว่างร่องนิ้วมือทำให้ผมใจชื้นขึ้น  

อย่างน้อยมันก็ยังไม่หลับ อย่างน้อยมันก็ยังอยู่กับผม 


มาถึงโรงพยาบาลผมตรงไปจอดหน้าประตูทันทีเปิดประตูพรวดลงรถแล้วช่วยบุรุษพยาบาลที่กรูกันเข้ามาพาภัทรขึ้นเตียง 
ตอนนี้มันตาปิดไปแล้วเกินครึ่ง เลือดซึมเลอะหลังเสื้อเปรอะไปหมด ผมรีบเอารถไปจอดไว้ด้านข้างตามคำบอกของบุรุษพยาบาล
แล้ววิ่งตามมันไปที่ห้องฉุกเฉิน วินาทีที่เห็นประตูปิดลงน้ำตาก็คลอขึ้นมาเต็มเบ้าตา รู้สึกหัวใจโดนบีบแรงๆ จนเจ็บไปทั้งอก 
ขนลุกวาบทั้งตัวราวกับกำลังจะสูญเสีย ผมสะบัดหัวไล่ความคิดโง่ๆ ออกไปแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ 
แบมือทั้งสองข้างออกและจ้องมันอยู่นาน ไออุ่นเมื่อครู่ที่จับไว้แน่นยังคงติดอยู่ไม่จางไป 
ผมประสานทั้งสองมือของตัวเองไว้ เติมเต็มรอยแยกที่ตอนนี้รู้สึกเว้าโหว่กว่าเดิม นับหนึ่งสองสามไล่ไปเรื่อยๆ เพื่อปลอบตัวเองว่าไม่เป็นไร  

เพราะตอนนี้คนอย่างผม...ก็ทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น 

นานกว่าชั่วโมงที่ผมนั่งบีบมือตัวเองจนสั่นอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ก่อนจะลุกพรวดขึ้นเร็วๆ จนแทบเซเมื่อหมอเดินออกจากประตูมา 
ผลคือเย็บไปสิบเข็ม ต้องตรวจCT scan และแอดมิดเพื่อรอดูอาการ ด้วยไม่แน่ใจว่านอกจากบาดแผลภายนอกแล้วจะมีอะไรภายในหรือเปล่า 
ท้ายทอยเป็นจุดที่อันตรายที่สุดจุดหนึ่งในร่างกาย ซึ่งผมเองก็พอจะรู้อยู่แล้ว 

และก็รู้ดีเช่นกันว่าที่มันเป็นแบบนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลย…นอกจากตัวเอง 
 



“อือ…” 
ผมสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะรีบพุ่งเข้าไปหา ณภัทรปรือตาขึ้นมองผม 
ให้ต้องยิ้มดีใจแล้วเอื้อมมือไปกดออดเรียกพยาบาล ไม่นานนักทีมแพทย์กะดึกก็เข้ามา 
ตรวจและพูดคุยกับคนเจ็บอยู่พักนึงก็สรุปสั้นๆ ให้ผมฟังรวมถึงทวนเรื่องการตรวจอื่นๆ ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้อีกครั้งก่อนจะกลับกันออกไป 

ผมส่งทีมแพทย์ทั้งหมดออกจากห้องแล้วเดินกลับมายืนที่ข้างเตียง 

“ภัทร” 

“ปราณ…” 

พรูลมออกปากอย่างโล่งใจเมื่อภัทรเอ่ยเรียกชื่อผม ยิ้มแล้วเอื้อมมือไปจับมือมันไว้ “มึงเป็นไงบ้าง” 

“ตึงๆ หัวว่ะ ปวด” 

“เย็บไปตั้งหลายเข็ม ไม่ปวดก็แย่แล้ว” 

“รู้สึกชาไปหมดเลย” 

“เอ้า กินน้ำก่อน” ผมว่า ปรับเบาะให้ตั้งขึ้นเล็กน้อย หยิบแก้วข้างเตียงมาถือจ่อใกล้คาง ส่งหลอดให้อีกฝ่ายดูด 

“นี่กี่โมงแล้ว…” 

“จะตีห้าแล้ว มึงหลับไปหลายชั่วโมงเหมือนกัน” 

“แล้วทำไมมึงไม่นอน” 

“มึงยังไม่ลืมตา จะให้กูหลับลงได้ยังไง” 

ฟังผมจบ รอยยิ้มประจำตัวก็ผุดขึ้นที่มุมปาก แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้ออกปากว่ามันอีกแล้ว กลับยิ้มรับยินดีที่ได้เห็นณภัทรยังคงนอนส่งยิ้มให้อยู่แบบนี้ 

“นี่กูเกือบจะลองพูดดูแล้วนะว่า ‘คุณเป็นใคร’ ตอนลืมตามา” ผมหรี่ตามองมันอย่างระอา นี่รู้บ้างหรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไงตลอดหลายชั่วโมง “แต่กลัวมึงไม่รับมุกแล้วทิ้งกูขึ้นมา” 

“ถึงมึงไม่พูดกูก็เริ่มอยากจะทิ้งแล้ว” 

“ใจร้าย” 

“ใจร้ายกับคนบ้าอย่างมึงน่ะไม่นับ” 

ณภัทรหัวเราะอารมณ์ดี ขยับตัวเล็กน้อยแล้วนิ่วหน้าเหมือนปวดหัว 

“แล้วมึงได้บอกภาหรือเปล่า” คำถามนั้นหลุดออกด้วยน้ำเสียงที่น่าขำ คิดว่าคนพูดคงจินตนาการภาพน้องสาวตัวเองกอดอกตีหน้ายักษ์อยู่ในหัว 

“ยังไม่ได้บอกหรอก เดี๋ยวน้องมึงเป็นห่วง” 

“ดีแล้ว ไม่ต้องบอกหรอก แค่หัวแตกแค่นี้เอง กูหนังหนา มึงก็เคยบอกนี่ ใช่ปะ” 

ผมถอนหายใจส่ายหัว ไม่เห็นด้วยกับคำล้อเล่นของอีกฝ่าย 

“กูไม่ตลกนะภัทร คิดบ้างไหมถ้ามันแย่กว่านี้จะทำไง นี่หมอก็บอกเสียเลือดไปเยอะพอสมควร ถ้ามาโรงพยาบาลช้ากว่านี้จะเป็นไงกูยังไม่อยากคิดเลย” 

“ปราณ”  

“กูไม่ชอบที่มึงเห็นเป็นเรื่องขำตลอด ไอ้นิสัยทำก่อนแล้วค่อยคิดนี่เลิกได้ไหม” 

“ปราณ...” 

“อย่างน้อยก็หัดกลัวซะบ้าง” 

“กลัวสิ” 

“...” 

“กลัวจะเสียมึงไปแทนไง” 

ผมเม้มปาก ขมวดคิ้วสบสายตาจริงจังของมัน รู้สึกน้ำตาจะไหล “แล้วกูไม่กลัวหรือไงวะ” 

“อย่าทำหน้าแบบนี้สิ” มันเอื้อมมือมาจับมือผมไว้ ไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไง แต่แค่เห็นสีหน้ากังวลของคนที่เล่นไม่รู้จักเวลาแล้วก็พอนึกออก “กูขอโทษที่ทำให้มึงกลัว” 

“มันเป็นความผิดของกูเอง” 

“อย่าพูดแบบนี้” อีกฝ่ายดึงผมให้เข้าใกล้ แต่แรงยังน้อยเลยไม่สามารถทำให้ร่างกายผมเขยื้อนได้ เลยได้แต่ผ่อนแรงโน้มตัวเข้าหาเอง “อยากกลับห้องแล้ว ออกจากโรงพยาบาลเลยได้ไหม” 

ผมส่ายหน้าดิก “ไม่ได้ ดูอาการต่ออีกสักวัน เดี๋ยวหมอจะให้มึงทำ CT Scan ด้วย” 

“สแกนอะไร ไม่ทำ” เสียงนั้นดูตระหนกขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อประหลาด 

“ต้องทำ เผื่อมันกระทบไปถึงข้างใน เลือดออกในสมองขึ้นมาทำไง” 

“เฮ้ย ไม่เอา ไม่อยากทำ กูไม่เป็นไรสักหน่อยปราณ” 

“ทำให้กูสบายใจไม่ได้หรือไง” 

“...” 

“ช่วยทำให้กูไม่ต้องเป็นห่วง ต้องกังวลไปตลอดได้ไหม” 

“...” 

“ภัทร” 

"...มึงพูดแบบนี้กูจะว่าอะไรได้อีก" 

ผมยิ้มมุมปาก มองอีกฝ่ายที่หลุบตามองต่ำแล้วทำหน้าบึ้งเหมือนเด็กไม่ได้ดั่งใจ 

"หิวหรือเปล่า" 

"หิว" 

"งั้นเดี๋ยวกูลงไปซื้อ..." 

"หิวมึงอะ มานี่ดิ๊" 

"ยังมีอารมณ์มาเล่น คนอย่างมึงนี่ต่อให้จะตายก็คงปากดีไม่เลิก" 

"กูไม่ตายง่ายๆ หรอก อย่างน้อยก็จนกว่ามึงจะตายนั่นแหละ" 

ผมเม้มปาก อยากยิ้ม แต่กลัวอีกคนได้ใจ 

"นอนพักไปเลย" ผมว่า ขยับเก้าอี้ไปใกล้ๆ เตียง ถูกอีกฝ่ายดึงมือไปจับ "กูอยู่นี่แหละ" 

"ต่อให้อยากไปก็ไม่ให้ไปหรอก" 

ผมหัวเราะ นั่งอยู่ตรงนั้น คอยพยักหน้าเรื่อยๆ เมื่อภัทรมองมาด้วยดวงตาที่ปรือจนใกล้ปิด 
กระชับมือที่เกาะกุมกันอยู่ให้แน่นขึ้น สลับกับใช้นิ้วโป้งลูบเบาๆ ที่หลังมือ 
 


ผมเผลอหลับไปด้วยหลังจากคนเจ็บเข้าสู่นิทราได้ไม่นาน สะดุ้งตื่นมาตอนที่หมอและพยาบาลเดินเข้ามาในห้อง 
ปลุกณภัทรที่งัวเงียหงุดหงิดให้ตื่น เพื่อเตรียมตัวไปทำ CT Scan ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนโดยมีผมคอยดูอยู่ไม่ห่างตามคำสั่งของณภัทร 
ใครจะรู้ว่าคนอย่างมันก็กลัวเข็มเป็น พอหมอจะเจาะที่แขนเพื่อรอฉีดสารเร่งสีก็ทำหน้าเครียดเหมือนโลกจะแตก 
ใช้เวลาแค่สามสิบนาทีในการสแกน แต่จากหน้าคนเจ็บนั้นคงเหมือนนานเป็นวัน 

สแกนเสร็จภัทรก็หมดสภาพ เดินแทบไม่ไหวจนต้องเอารถเข็นมาให้นั่งกลับห้อง 
เปิดประตูเข้ามาบ่นว่าร้อนๆ หนาวๆ ได้สองสามคำก็ตรงเข้าห้องน้ำอาเจียนไม่หยุด 
ท่าทางทรมานจนผมเป็นห่วงไปด้วย พยาบาลบอกเป็นเรื่องปกติของอาการหลังฉีดสี ไม่เกินชั่วโมงก็น่าจะดีขึ้น 
ซึ่งกว่าผลตรวจจะมาคนที่อ้วกจนหมดไส้หมดพุงก็หลับสนิท 

ผลการตรวจออกมาเป็นที่น่าพอใจ ผมถอนหายใจยาวหลังจากฟังหมอบอกว่าไม่พบอะไรผิดปกติจากฟิล์มเอ็กซเรย์ 
นอนพักอีกหน่อย ให้ตื่นมาแล้วมีแรงก็กลับบ้านได้ แต่ดูจากอาการอ่อนแรงของคนบนเตียงแล้วคงได้กลับหอช่วงเย็นแน่นอน 


ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นติดกันสี่ครั้ง โคตรผิดวิสัยคนปกติ จะเคาะอะไรเยอะแยะ 
ประตูเปิดออกพร้อมปรากฏร่างคนที่โทรเข้าเบอร์ผมเมื่อเกือบชั่วโมงที่ผ่านมา 

"ไม่ตายสินะ" 

ผมยิ้มมุมปากให้กับคำทักที่ฟังไม่เสนาะหูของเพื่อนสนิทตัวเอง เหลือบตามองถุงข้าวในมืออีกฝ่ายแล้วยิ่งกลั้นยิ้มไม่อยู่ 

"คิดยังไงมาเยี่ยม" 

"ใครบอกมาเยี่ยม มาเอารถคืนต่างหาก" ไวยกรณ์พูดเร็ว ยัดถุงในมือใส่มือผม “แล้วพอดีซื้อข้าวกลับบ้าน ดันซื้อเยอะเลยเอามาฝากมึง” 

"อ้อ เอามาฝากกู" ผมลากเสียง เปิดถุงดู “แถมยังเกินมาตั้งสองกล่อง” 

"อย่ามาทำหน้าแบบนั้นใส่กูนะปราณ กูยังไม่หายโกรธมึงที่ปิดบังกู" 

"แต่หน้ามึงไม่เหมือนคนโมโหเลยนะ" 

"ใครว่า หงุดหงิดฉิบหายเลย พวกวิดวะแม่งแดกเหล้าเก่งยังกะซดน้ำเปล่า" 

"จะบอกว่าแพ้" 

"ก็แค่นิดหน่อยล่ะวะ ไว้ครั้งหน้าเถอะ" 

ผมลอบยิ้ม สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง "อะไร นี่ถึงขั้นนัดกินเหล้าด้วยกันแล้วเหรอวะ" 

ไวยักไหล่ ลอยหน้าลอยตาไม่ตอบ นอกจากจะขี้งอนแล้วยังฟอร์มจัดด้วยนะมึง 

“แล้วนี่มันเป็นไงมั่ง” 

“ก็โอเคแหละ เพิ่งสแกนเช็คร่างกายไป ผลออกมาก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” 

“เหรอ แล้วนี่หลับ?” 

“อืม คงเพลีย” 

"แล้ว...ออกจากโรงพยาบาลกี่โมง" 

"คงเย็นๆ รอให้ตื่นก่อน" 

"อือฮึ งั้นกูกลับก่อนดีกว่า แค่แวะมาดูมึงเฉยๆ " 

"ขอบใจมากนะ" 

"กูช่วยมึง ไม่ได้ช่วยมันหรอกนะ" 

"นั่นแหละที่ขอบคุณ" 

"อืม ไปละ" 

"เฮ้ย แล้วไม่เอากุญแจรถเหรอ" ผมร้องเรียก เดินไปจะหยิบกุญแจที่วางบนโต๊ะให้เจ้าของ แต่เสียงจุ๊ปากก็ดังขึ้นก่อน 

"ขับพาไอ้เดี้ยงนั่นกลับหอเถอะ เดี๋ยวกูค่อยไปเอาที่หอมึง" 

"แล้วไหนบอกแวะมาเอารถ" 

"กูไปละ รีบกลับบ้าน" 

ผมยิ้มกว้างเมื่อมันเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง ทำได้ไม่เนียนเอาเสียเลย พยักหน้ารับ และมองส่งอีกฝ่ายไปจนถึงประตู 
ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายก่อนประตูจะปิดลง 

"อ้อ...แล้วเรื่องเพื่อนไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีใครโกรธมึงลงหรอกนะปราณ" 

 




"ปราณณณ" 

"ว่าไง" 

"กูปวดหัว" 

"ปวดได้ไง ยาก็กินแล้ว" ผมละสายตาจากงานตัวเองเงยหน้ามองคนที่นอนพักอยู่บนโซฟาและเอาแต่ร้องเรียกชื่อผมไม่หยุดตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว 

"ก็ปวดอะ สงสัยระบม นวดหัวให้หน่อย" 

"กูนวดให้มึงมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะเมื่อกี้ ขอทำงานก่อน" 

"งั้นให้กูไปนอนตักมึงที่พื้นก็ได้" 

"จะลงมานอนทำไมให้ลำบาก นอนตรงนั้นไปแหละ แล้วก็นอนดีๆ อย่าขยับหัวเยอะเดี๋ยวแผลปริ" 

"ปราณณณ" 

"อะไรอีก" 

"หิวน้ำ" 

"ก็ขวดที่วางอยู่ตรงนั้นไง" 

"หยิบไม่ถึง" 

"ตกลงมึงเป็นง่อยใช่ไหม" 

"กูเจ็บอยู่นะ..." 

ผมพ่นลมออกจมูกสั้นๆ วางดินสอลงอย่างจำยอม หันหน้าไปมองไอ้คนที่งอแงไม่เลิกเต็มตา 
สายตาอ้อนที่แสร้งทำอย่างเห็นได้ชัดนั้นไม่ได้ดูน่าสงสารเลยสักนิด แต่สุดท้ายก็ต้องยอมลุกขึ้นไปนั่งขอบโซฟาตัวเดียวกัน 
หยิบขวดน้ำมาเปิดแล้วส่งให้ แต่ไอ้เด็กปัญญาอ่อนนี่ก็ส่ายหน้าไม่ยอมรับ 
อ้าปากรอให้ผมเปิดฝาขวดแล้วส่งหลอดให้ดูดเหมือนตอนอยู่บนเตียงคนไข้ที่โรงพยาบาล 
อยากจะด่าให้หายโง่ แต่ก็เห็นแก่ที่ยอมทำ CT Scan โดยไม่งี่เง่า 

"ตักกูมันนุ่มกว่าหมอนตรงไหน" 

"นอนสบายกว่าเยอะ" 

ผมส่ายหัวเมื่อณภัทรยิ้มตาปิดเมื่อครอบครองหน้าขาผมได้ เอื้อมมือมากอดหลังผมไว้แน่น 
ไม่ยอมปล่อยให้ได้ไปทำงานทำการ ลูบข้างหัวมันไปมาสลับกับนวดเบาๆ ที่ขมับ 
มองผมยาวๆ ที่ถูกโกนตรงท้ายทอยออกไปเล็กน้อยแล้วก็เอ่ยปาก 

“ตัดผมดีไหมภัทร” 

“ตัดทำไม ไม่ตัด” 

“ไม่รำคาญหรือไง กูไม่ชอบ รำคาญตานานแล้ว” 

“กูชอบไว้ผมยาว เท่ดี” 

“สกปรกสิไม่ว่า สระก็ไม่ค่อยสระ” 

“ปกติก็รวบ ติสท์จะตาย” 

“มึงเข้าใจคำว่าติสท์ผิดหรือเปล่า มันไม่ได้แปลว่าซกมกนะ” 

“กูเข้าใจว่าคือเท่” 

“แต่กูอยากให้มึงตัด” 

“ไม่กลัวกูตัดแล้วหล่อจนสาวติดตรึมเหรอ มึงต้องคอยหึงจนเหนื่อยแน่” 

“นอกจากโง่แล้วยังหลงตัวเองด้วยเหรอ” 

“หล่อแล้วยังเสน่ห์แรงต่างหาก” 

ผมกรอกตา หยุดมือที่ไล้เป็นวงกลมตรงหัวคิ้วอีกฝ่าย “มึงเข้าไปนอนได้แล้ว มันดึกแล้ว ยังไม่หายดีต้องพักผ่อน” 

“นอนด้วยกันสิ” 

“กูต้องทำงาน” 

“ไม่มีมึงอยู่ข้างๆ กูนอนไม่หลับ” 

“เดี๋ยวกูเอาน้องเน่ามึงไปให้” 

“ต่อให้เป็นน้องหอมก็แทนมึงไม่ได้” 

ผมถอนหายใจ “มึงโดนตีหัวมาทีนึงสมองนิ่มเลยเหรอ” 

“กูป่วยอยู่นะปราณ…” 

“เป็นบ้าเหรอ” 

“ร่างกายไม่แข็งแรงก็อยากให้มึงอยู่ใกล้ๆ นี่” 

ฟังเสียงที่บีบให้ดูเล็กและเบาของมันแล้วก็อยากเบะปาก มีคนบอกหรือไงว่าทำแล้วดี เอาความเชื่อผิดๆ แบบนี้มาจากไหนวะ 

“อย่าโง่ ลุกขึ้นไปนอน กูต้องทำงานแล้ว เดี๋ยวไม่จบทำไง” 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้กูช่วย คืนนี้นอนกับกูก่อนไม่ได้เหรอ กูอุตส่าห์ยอมทำไอ้สแกนนรกนั่นนะ มึงไม่รู้เหรอว่ามันพีคแค่ไหน กูไม่เคยรู้สึกเหมือนจะตายเท่านั้นมาก่อน แม่งเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง” 

“ก็เพื่อตัวมึงเองทั้งนั้น” 

“ไม่รู้แหละ กูถือว่าทั้งหมดที่กูทำคือเพื่อมึง” 

“มึงเอาแต่ใจขึ้นนะ” 

“ก็อยากให้มึงเอาใจนั่นแหละ” 

ผมจ้องตากับคนที่นอนหนุนตักเงยหน้าส่งสายตาบังคับมาอยู่นิ่งไป รู้ดีว่ามันกำลังงี่เง่า 
และยิ่งกว่ารู้ที่ตอนนี้งานผมเร่งอย่างกับอะไร ไม่ใช่เวลามานอนกลิ้งไปกลิ้งมาสบายใจเฉิบ 
อดหลับอดนอนติดกันหลายวันทั้งที่มีซ้อมกีฬาดึกดื่นก็เพราะกำหนดส่งมันใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว 
แต่ดันมีคนโง่ที่ขี้เอาแต่ใจแบบนี้ร่วมห้องอยู่ด้วย จะให้ยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามากองไว้ตรงหน้าก็คงโดนปัดทิ้งอยู่ดี 

ไว้รอมันหลับแล้วค่อยออกมาทำต่อก็ได้ 

คิดได้แบบนั้นแล้วก็พยักหน้ารับ ส่งยิ้มบางให้อย่างยอมแพ้ 

“จะนอนก็ลุกสิ” 

“ถามจริง?” 

“จะนอนไม่นอน ถ้าไม่นอนจะทำงานต่อละนะ” 

“นอนสินอน โอ๊ย” 

“ภัทร!” ผมเรียกชื่อมันเสียงดัง เมื่อไอ้โง่นี่มันลุกพรวดขึ้นเร็วๆ โดยไม่สนใจสภาพแผลและสังขารของตัวเอง “บ้ารึไงถึงลุกเร็วแบบนี้” 

“โอ๊ย เจ็บเลยอะปราณ” 

“โง่!” ผมว่าเสียงดังขมวดคิ้วแน่นแล้วขยับเข้าไปใกล้ “ไหนดู แผลเปิดหรือเปล่า” 

จับไหล่อีกคนให้หันหลัง พอเห็นไม่มีเลือดซึมออกมาจากผ้าก๊อซก็โล่งอก ตบหลังมันให้หันกลับมา พอเห็นทำยิ้มๆ แล้วก็ตีหน้าดุ 

“ยิ้มอะไรของมึง” 

“แฟนเป็นห่วง ไม่ให้ยิ้มได้ไง” 

“ยังเล่นไม่เลิกอีกใช่ไหม เดี๋ยวกูก็ตีซ้ำที่แผลเดิมให้แม่งเหวอะเลย” 

“ปราณไม่ทำภัทรหรอก” 

“ลองไหมล่ะ” 

“ปราณรักภัทรจะตาย” 

“...”  

“เขินล่ะสิ เขินใช่ม้า” 

“หุบปากไปเลย” 

“มึงเขินทีไรขมวดคิ้วทุกที อย่าคิดว่ากูจับไม่ได้นะ เมื่อก่อนที่ตีหน้าดุก็เพราะเขินกูใช่ไหม” 

“พูดมากนักก็ไปนอนคนเดียวเลย กูจะทำงานแล้ว!” 

“เฮ้ยๆ ๆ ล้อเล่นนน” รีบพูดเสียงอ่อน คว้ามือผมไว้ “ไปนอนกันนะ ง่วงแล้ว” 

หรี่ตามองไอ้คนกวนประสาท มันทำหน้าสำนึกผิดแล้วพยักหน้าย้ำๆ ชวนผมให้เข้าไปนอนด้วยกัน 
พรูลมหายใจออกยาวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วไม่รู้ เดินไปเก็บของลวกๆ พอให้ไม่เลอะเทอะ
แล้วปิดไฟพาไอ้คนที่เจ็บทีอายุเหลือแค่สามขวบเข้าห้องไปนอน ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าพอมันหลับก็จะแอบย่องมานั่งทำงาน 
แต่เอาเข้าจริงแอร์เย็นๆ กอดอุ่นๆ ผ้าห่มหนานุ่มก็ทำให้ตาผมปรือลงเรื่อยๆ ยิ่งนั่งเฝ้ามันทั้งวันทั้งคืนไม่ได้นอน 
ใจหายใจคว่ำตลอดเวลาจนเพลียไปหมดแบบนี้ด้วย การขยับตัวออกจากวงแขนของอีกคนก็ดูจะเป็นไปไม่ได้ไปเสียแล้ว 








Tbc...



มาแล้วค่า หนีไปทีมภัทรกันหมดแล้วสินะ!
กลับมาหาปารกุลคนคูลเดี๋ยวนี้นะะะะ (หัวเราะ)

เจอกันฉากหน้ากับปี้เวสต์ก่ะ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #957 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:11
    น่าร้ากก แต่ตั้งแต่ภัทรมานี่คืองานแทบไม่ได้ทำเลย 555555555
    #957
    0
  2. #888 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:12
    แง นะร้าก
    #888
    0
  3. #616 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:51
    น่ารักกกกกกกก
    #616
    0
  4. #570 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 11:30
    โดนด่าเลยว่าเป็นง่อย555555 จะอ้อนเก่งไรเบอร์นั้นอ่ะ อ้อนจนปราณอ่อน นี่พระเอกหรือลูกของปราณกันแน่คะ แต่สงสารปราณนี่แหละ ... งานก็ยังไม่เสร็จ เอาแต่ใจให้น้อยลงหน่อยนะพ่อเอ้ย เดี๋ยวถ้างานปราณไม่เสร็จละจะยุ่ง
    #570
    0
  5. #499 knarins (@ninglky) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 12:20
    ภัทรนี่อ้อนตลอดดดดดดดด ให้ปราณพักบ้างเน้อออออออ
    #499
    0
  6. #452 ซีเรียลกับนม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 08:52
    กลัวปราณล้มไปสักวัน งานก็หนัก เร่ง จะจบแล้ว ต้องมาคอยดูแลภัทรที่ก็วอแวแบบไม่สนใจอะไรเลยอีก เท่าที่ดูๆ มาปราณอดนอนมากี่วันแล้ว? ถ้าเป็นแบบนี้ สุขภาพปราณน่าเป็นห่วงนะ....อยากให้ภัทรคิดเป็นห่วงปราณมากกว่านี้หน่อย เห้อออ
    #452
    0
  7. #149 Rujie Taew (@rujietaew) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 15:55
    นังภัทรมีความอ้อนเมีย สกิลแกนี่เริ่มสูงขึ้นเเล้วสินะ ตัลล้าคคคคค
    #149
    0
  8. #148 Thedrm. (@dreamdarknight) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 20:33
    โอยยย ถึงตอนล่าสุดแล้ว อยากอ่านต่ออออ
    #148
    0
  9. #140 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 10:44
    ภัทรตลกกกก5555555555 ป่วยละอายุหดเหลือสามขวบ โคตรงอแงอ้ะ5555555555 ปราณก็น่ารักกกกเขินละขมวดคิ้ว วิถีคนซึนค่ะ ฮิ้ววว ไวยกรณ์ก็มาแบบซึนๆเช่นกัน เห้ยสรุปมันซึนทั้งกลุ่มใช่ไหม55555
    #140
    0
  10. #139 deepss_ (@neallie) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 01:14
    เป็นง่อยใช่มั้ยภัทร 5555555555
    #139
    0
  11. #138 coldplay1 (@baby-hottest) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 00:34
    เลือกทีมไม่ถูกแล้ววววววว งั้นทีมไหนน่ารักก็ทีมนั้นละกันนะ 555
    #138
    0
  12. #137 MEEKWAM01 (@PITEPATE_17) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 23:28
    เขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนมาก ภัทรโครตน่ารัก นี่คิดวาภัทรอาจจะโดนกดก็เป็นได้ 
    #137
    0
  13. #136 Surawatari Komiko (@26pl42oy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 20:37
    งานอ้อนก็มา โอ๊ยย เขินแทนปราณ ><
    #136
    0
  14. #135 .MHUAY. (@velazza) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 14:30
    เขินอ่ะ อิอิ
    อ่านแล้วนั่งยิ้มตัวบิดเยยยย ฮุๆ
    #135
    0
  15. #134 whverbena (@pearllady) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 14:27
    ปราณคนซึน เขินอ่ะ ภัทรนี่มันปากหวานจริงๆ
    #134
    0