หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 99,753 Views

  • 983 Comments

  • 6,098 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,396

    Overall
    99,753

ตอนที่ 19 : l ฉากสิบเก้า l Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    21 ก.ย. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากสิบเก้า l
Pran l talk




‘แปลก’


คงเป็นคำเดียวที่ผุดขึ้นในความคิดผมตอนที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงของตัวเองหลังจากตื่นขึ้นมาจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
กินข้าวจนเรียบร้อยและกลับมาล้มตัวนอนเล่นสบายใจแบบนี้ ทั้งที่ห้องก็ห้องเดิม 
เตียงก็เตียงเดิม ผ้าห่มก็ผืนเดิม หมอนก็ใบเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมหมด แต่ทำไมใจผมถึงได้รู้สึกต่าง 
รู้สึกแอร์มันหนาวขึ้น ผ้าห่มก็ไม่อุ่นเหมือนเก่า เตียงก็ดูกว้างผิดปกติ หรือแม้แต่ความเงียบที่ไม่คุ้นเคย 
อยู่มาจะสี่ปีแล้วไม่เห็นเคยรู้สึกอย่างนี้ กับอีแค่ภัทรมันกลับบ้านไปก่อนวันเดียวทำไมห้องมันถึงไร้ชีวิตได้ขนาดนี้วะ

นี่ผมคงเคยชินกับการมีอีกคนวนเวียนเกาะแขนเกาะขาอยู่รอบกายไปแล้ว เกินเดือนที่ตัวติดกันยี่สิบสี่ชั่วโมง 
หลับตาไม่เจอลืมตามาก็ต้องเจอ ยิ่งวันวันนึงนอนน้อยแค่ไหนก็ยิ่งเห็นหน้ากันเยอะแค่นั้น

ความเคยชินนี่มันน่ากลัวชะมัด




เดินออกจากห้องนอนมากวาดตามองห้องนั่งเล่นที่สะอาดขึ้นโขจากนรกช่วงปั่นธีสีส เป็นเดือนที่ผมกินนอนหน้าคอม 
จ้องหน้าจอเหมือนซอมบี้ที่ถูกขุดขึ้นจากหลุม ฝืนแหกตาที่ใกล้จะปรือปิดเพื่อทำงานให้เสร็จทันเวลา 
แค่จะอาบน้ำทุกวันยังยากเพราะงั้นเรื่องทำความสะอาดห้องนี่อย่าหวังเลย 
แต่ถึงคนซกมกอย่างณภัทรจะทำตัวดีลุกขึ้นมากวาดบ้านถูบ้านให้ชื่นใจบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังเละเทะอยู่ดี 
ผมรวบถุงดำที่เอามาใส่ซากอารยธรรมที่หลงเหลือจากการทำงานออกไปทิ้งที่ห้องขยะใกล้ลิฟท์ 
เดินกลับเข้าห้องมาล้างมือหยิบเป้ขึ้นสะพายบ่าเตรียมตัวจะกลับบ้าน

แต่ที่จะกลับนี่ก็เพราะไม่ได้นอนบ้านมาเป็นเดือนแล้ว คิดถึงพ่อแม่หรอกนะไม่ใช่เพราะไอ้หมาบ้าที่โดนเรียกให้กลับบ้านไปก่อนนั่นเลย…

ผมลงจากรถแท็กซี่เดินเข้ารั้วบ้านมา หางตาก็เหลือบไปเห็นณภัทรยืนอยู่ตรงระเบียง 
มันเลิกคิ้วขึ้นแล้วทำหน้าเหมือนประหลาดใจ ผมอมยิ้มแต่ไม่ได้โบกมือทักทาย ทำแค่เดินนิ่งๆ เข้าบ้านไปอย่างไม่ให้ผิดสังเกต

“กลับมาแล้วครับ”

พ้นประตูบ้านเข้ามาก็เจอแม่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาใกล้ระเบียง 
แม่ส่งยิ้มหวานมาให้แล้วอ้าแขนออกให้ผมเดินเข้าไปสวมกอดแน่น

“ทำไมโทรมขนาดนี้ลูก ไม่ได้นอนอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” พอกอดกันจนพอใจแล้วแม่ก็ผละตัวออกมองหน้าผม มือขาวลูบเบาๆ ที่ข้างแก้มก่อนจะแตะลงที่ใต้ตา “ดูตาสิคล้ำเชียว”

“นิดหน่อยน่ะครับ แต่ตอนนี้สบายตัวแล้ว” ผมยิ้มกว้าง ขยับเข้าไปหอมแก้มแม่หนึ่งครั้ง “พ่อล่ะครับ”

“ออกไปข้างนอก เดี๋ยวอีกสักพักก็น่าจะกลับจ้ะ เราเอาของไปเก็บแล้วลงมากินข้าวเถอะ เดี๋ยวแม่ให้คนยกข้าวเที่ยงมาตั้งโต๊ะให้”

“ครับ”

ผมขานรับผละตัวออกจากแขนแม่ ยิ้มกว้างส่งให้อีกทีแล้วเดินขึ้นบันไดไปที่ห้อง 
เปิดประตูเข้ามายังไม่ทันได้วางกระเป๋า มือถือในกางเกงก็สั่นก่อน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร

“ว่าไง” กรอกเสียงไปตามสายอย่างไม่ใส่ใจ มือก็ขยับวางเป้ลงที่โต๊ะ รื้อของออกมาวาง

[กลับมาไม่เห็นบอก] เสียงณภัทรงอแงมาตามสาย ให้ผมอมยิ้ม

“ก็เห็นเองแล้วนี่ไง”

[มันเหมือนกันที่ไหน]

“โอเค” ผมตอบรับแล้วเว้นช่วงไปนิด ก่อนเอ่ยต่อ “กูกลับบ้านนะภัทรวันนี้ ตอนนี้ถึงบ้านแล้วด้วย โอเคยัง?”

เสียงหัวเราะดังแว่วมา [โอเค] แต่คำตอบรับนั่นทำผมรู้สึกสะกิดใจไม่น้อย ทำไมคราวนี้ดูยอมง่ายวะ

“แล้วนี่กลับบ้านเป็นไงบ้าง”

[ก็เหมือนเดิม]

“แม่ว่าหรือเปล่าที่ไม่กลับบ้าน”

[ไม่ว่า…]

“เป็นไรไป เงียบผิดปกติ”

[กูเงียบ?]

“อืม เป็นอะไรหรือเปล่า”

[คิดถึงมึงมากไปไง ไม่ได้เจอกันเกินวันแล้วนะ ไม่ได้กอดแฟนเหงาจะแย่]

ผมขมวดคิ้ว รู้สึกได้ถึงความผิดปกติทางน้ำเสียงของอีกฝ่าย แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามพูดเล่นเหมือนที่เคยก็ตาม 
แต่อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้แล้วผมจะไม่รู้ได้ยังไง แถมดูท่าจะไม่ยอมพูดง่ายๆ ด้วย คนอย่างณภัทรบทจะดื้อก็ไม่ยอมแพ้เสียด้วย

“กินอะไรหรือยัง” การเปลี่ยนเรื่องไปก่อนคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

[กินแล้ว มึงล่ะ]

นี่ไง…จะไม่ให้ผิดปกติได้ไงวะ ถ้าเป็นปกติคงทำเสียงกระแดะตอบมาแล้วว่า โดนลากกลับบ้านเลยกินไม่ลง 
อยากกินกับแฟน อะไรก็ว่าไป ไม่ใช่ทำเสียงแห้งพูดง่ายๆ ด้วยคำตอบเบสิกไร้สีสันแบบนี้

“เดี๋ยวจะลงไปกินเนี่ย ขึ้นมาเก็บของ”

[งั้นรีบไปกินไป มึงผอมจะแย่แล้ว กินเสร็จแล้วโทรหากูด้วย]

“โอเค งั้นกูวางนะ”

มันครางเสียงรับ ผมเลยวางสาย ยืนมองโทรศัพท์ที่ตอนนี้หน้าจอเปลี่ยนเป็นหน้าไอคอนแล้วอย่างไม่สบายใจ 
นี่มันโดนแม่ว่า หรือภาโดนดุอะไรแทนหรือเปล่าถึงได้หงอยแบบนี้ คนอย่างณภัทรมีไม่กี่เรื่องเท่านั้นแหละที่ทำให้ซึมลงได้

“ลงมาแล้วเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นเคยทักขึ้นเมื่อผมเดินลงจากบันไดมาในชุดอยู่บ้าน

“พ่อหวัดดีครับ กลับมาแล้วเหรอ”

“ฉันสิต้องถามว่าแกกลับมาแล้วเหรอ ไม่ได้เห็นหน้าเป็นเดือน”

“ทำธีสีสน่ะครับ แทบตายคาคอม” ผมหัวเราะขำ เดินเข้าไปใกล้ “แล้วพ่อกินข้าวหรือยัง”

“ก็รอแกนี่แหละ แม่อยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว” พ่อว่าแบบนั้นแล้วก็ลุกขึ้น เดินเข้ามาโอบไหล่ผมตบเบาๆ “ผอมเป็นไอ้แห้งแล้วลูกคนนี้”

“แค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละพ่อ”

“มาๆ วันนี้กินเยอะๆ อ้อ…มีแขกด้วยนะ”

“แขก? ใครครับ”

“เข้าไปก็เห็นเอง”

เลิกคิ้วมองพ่อที่เดินนำเข้าห้องอาหารไป พ้นกำแพงห้องก็ต้องยิ้มกว้างอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างๆ แม่

“พี่ป้อง!”

“ไม่ได้เห็นหน้านานเลยนะปราณ”

“กลับมาเมื่อไหร่พี่” ไม่ได้เจอกันมาจะสามปีได้แล้วมั้ง ตั้งแต่ผมขึ้นปีหนึ่งพี่แกก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้วไม่ยอมกลับมาเลย “ไม่เห็นบอก”

“จะให้บอกอะไร ช่วงหลังไม่ออนสไกป์เลย”

“ทำงานครับ ดูสภาพผมสิ อีกนิดก็ซอมบี้แล้ว”

“เห็นแล้วล่ะ นี่ผอมลงด้วยหรือเปล่า”

“เวลานอนยังไม่มี จะให้เอาเวลาไหนกินล่ะพี่ แล้วนี่กลับมากี่วัน”

“มะรืนก็กลับแล้ว พอดีเพื่อนสนิทแต่งงานเลยบินมาแสดงความยินดี ตั้งใจแวะเข้ามาไหว้คุณอาไม่นึกว่าจะได้เจอเรานะเนี่ย คิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปหาที่หอ” พี่ป้องพูดยาว ก้มลงไปหยิบถุงด้านข้างส่งให้ “เอ้า ของฝาก”

“หายไปสามปี ของฝากมีถุงเดียว”

“เออน่า แล้วนี่ถ้าเรียนจบจะทำอะไรต่อ”

“ยังไม่รู้เลย อยากพักก่อนอะ” ผมว่า รับจานข้าวจากแม่มาแล้วผงกหัวขอบคุณ

“แต่แม่ก็อยากให้เรียนต่อเหมือนกันนะ ไม่เห็นต้องรีบทำงาน เรียนบริหารแล้วค่อยมารับช่วงต่อจากพ่อเขาก็ได้”

“เรียนไปทำงานไปก็ได้ เข้ามาให้พ่อสอนงานยิ่งเร็วยิ่งดี ไอ้ลูกบ้านนั้นจะได้ตามไม่ทัน เห็นดูท่าทางเหลวไหวไม่น้อย ไม่ได้เรื่อง” พ่อผมว่า ตักข้าวเข้าปาก พูดเรื่องงานหรือธุรกิจที่บ้านทีไรไม่วายต้องมีบ้านข้างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง

ผมขมวดคิ้วฉับ ถึงภัทรมันจะดูเล่นๆ ไม่จริงจัง แต่กับเรื่องเรียนเรื่องงานมันก็ไม่เคยปล่อยให้เสียนะ

“หรืออยากจะต่อด้านออกแบบภายในอีกสักใบ เดี๋ยวพ่อเปิดบริษัทด้านนี้ให้ด้วยเลยเป็นไง กิจการจะได้ขยายกว้างขึ้นด้วย ไอ้บ้านนั้นจะได้ไม่คอยตามมาเลียนแบบอีก”

“เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยพูดดีไหมครับ ปราณท่าทางจะเหนื่อยๆ ให้น้องกินข้าวก่อน”

ผมแทบจะยกมือไหว้พี่ป้อง ตอนที่พี่แกช่วยเอ่ยปากให้ เพราะยิ่งนานไปผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทนฟังคำพูดให้ร้ายกันแบบนี้ไม่ได้แล้ว 
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนผมก็ไม่อาจทำความเข้าใจได้สักทีว่าเพราะอะไรพวกเราถึงต้องเกลียดกันขนาดนั้น ทั้งที่รั้วบ้านก็ติดกันอยู่แบบนี้แท้ๆ

เหลือบตามองพ่อกับแม่ที่กินข้าวอย่างสบายใจแล้วก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา 
พวกท่านจะว่ายังไงถ้ารู้ว่าไอ้ลูกบ้านข้างๆ ที่พ่อเกลียดนักเกลียดหนา มันคอยดูแลอยู่เป็นเพื่อนผมยี่สิบสี่ชั่วโมงตลอดช่วงทำธีสีสที่ผ่านมา 
และพ่อจะเกลียดผมไปด้วยไหมถ้าได้รู้ว่าอ้อมกอดที่คอยให้ความอบอุ่นผมอยู่ทุกคืน เป็นของคนที่พ่อเอาแต่ด่าว่าไม่ได้เรื่องอยู่ทุกวัน

“เป็นอะไรไป ทำคิ้วขมวดเชียว” ผมเงยหน้าขึ้นเมื่อพี่ป้องเดินเข้ามานั่งข้างๆ ที่โซฟา วางไอศกรีมถ้วยใหญ่ไว้ตรงหน้า “ชอบไม่ใช่เหรอ”

“ชอบครับ” ผมยิ้มกว้าง เอื้อมมือไปหยิบถ้วยมาถือ ไอศกรีมลูกสีเขียวฟ้ารสมินต์แบบที่ผมติดใจนักหนา เวลาอยู่บ้านมักจะซื้อมาแช่ทิ้งไว้สองสามกล่องใหญ่เลยทีเดียว “พี่ป้องไม่กินเหรอ”

“แค่กาแฟก็พอ” พี่แกว่า ยกถ้วยกาแฟร้อนให้ผมดู “ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรหรอกพี่”

“ปากแข็งอีกแล้ว ไม่ได้เจอกันสามปียังเหมือนเดิมเลยนะ”

ผมยิ้ม ตักไอศกรีมเข้าปากคำใหญ่ แล้วหันไปสบตาอีกฝ่าย พี่ป้องเป็นลูกชายของพี่ชายแม่ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผม ห่างกันห้าปี 
ช่วงยังเด็กเราเจอกันบ่อยพี่เขาสอนอะไรให้หลายอย่าง เป็นที่ปรึกษาที่ดี ใจเย็น มองอะไรขาด แถมยังฉลาดเป็นกรด
ปิดอะไรพี่แกไม่ค่อยอยู่เสียที เราสนิทกันมากในระดับนึง จนกระทั่งพี่ป้องไปเรียนต่อโทที่อังกฤษตั้งแต่สามปีก่อนแล้วไม่ยอมกลับไทยเนี่ยแหละ

“อยู่ที่โน่นสนุกไหมพี่”

“สนุกนะ ได้เที่ยวได้เจออะไรใหม่ๆ ได้รู้จักเพื่อนหลายชาติ ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้ มีอะไรรอให้ไปเจออีกเยอะจนไม่อยากกลับนี่ไง”

“แล้วนี่ป้าไม่ว่าเหรอ ไปนานขนาดนี้”

“ก็บ่นเรื่อยๆ แหละ แต่ทำไงได้ พี่ไม่ยอมกลับซะอย่าง”

“ดีชะมัด”

“หืมม” พี่ป้องลากเสียง หันมาเลิกคิ้วเหมือนจะแซว “ทำไม เห็นหน้าบึ้งตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้ว เรียนจบมีอะไรที่อยากทำแต่ทำไม่ได้หรือไง”

“คงงั้น”

“อะไรล่ะ”

ผมเม้มปาก หันมองพ่อกับแม่ให้แน่ใจว่าไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากคนด้านข้าง ขำอะไรนักหนา ใครจะใช้ชีวิตตามใจได้อย่างพี่ล่ะ “เรียนจบแล้วก็อยากเที่ยวก่อนสักสองสามเดือน…แล้วก็อยากหางานทำด้วยตัวเอง ผมยังไม่อยากรับกิจการต่อจากพ่อ”

“ทำไมล่ะ ถ้าปราณไม่รับแล้วใครจะรับ พ่อแม่ก็มีแค่ปราณคนเดียวนะ”

“ไม่อยากคอยเกลียดกับใคร รู้สึกไม่สบายใจ”

“เราก็ไม่เห็นต้องเกลียดใครตามพ่อแม่เลย เปลี่ยนท่านไม่ได้ แต่เปลี่ยนตัวเองได้ไม่ใช่เหรอ”

“…ยาก”

“แค่นี้ก็บอกยากแล้ว ไม่ใจเลยว่ะ”

“เออ ขี้เกียจจะใจ” พูดแล้วก็หงายหน้าพิงหัวกับสันพนักโซฟา ใบหน้าของลูกบ้านข้างๆ แวบขึ้นมาในความคิด รู้สึกต้องการหนีความจริงขึ้นมาตงิดๆ

เริ่มอยากกลับหอแล้ว…



พอส่งพี่ป้องกลับบ้านไปผมก็ขึ้นห้องมากดโทรศัพท์หาคนที่น่าจะฮัดชิ้วเป็นพันๆ รอบเพราะโดนพ่อแม่ผมด่าซะเสีย 
คิดว่าจะทำให้อาการวิตกจากการคุยกับพ่อแม่หายไปได้เพราะความไม่คิดอะไรเลยของมันอย่างที่เคย 
แต่ก็คิดผิด เพราะไอ้หมาไบโพลาร์นี่มันก็ยังซึมเศร้าไม่เลิก

“ตกลงมึงเป็นอะไรภัทร”

[ไม่ได้เป็นอะไรนี่]

“ซึมขนาดนี้บอกไม่เป็นอะไร”

[ซึมที่ไหน เมื่อกี้กูยังเล่าเรื่องตลกให้มึงฟังอยู่เลย ไม่ขำเหรอวะ]

“มึงคิดว่ากูฟังไม่ออกเหรอ”

[เปล่านะ มึงจะฟังไม่ออกได้ไง กูเล่าภาษาไทย]

“…” กูเกลียดมุกเบี่ยงความสนใจของมึงมากเลยไอ้ภัทร “มึงดูถูกกูอยู่เหรอ”

[กู…]

“ถ้ามึงเป็นอะไรแล้วกูไม่รู้สึกเลย ก็อย่าเรียกกูว่าแฟนอีกเลยว่ะ”

[ปราณ...]

“ตกลงมีอะไร”

[ไม่มีอะไรสักหน่อย แค่คิดถึงปราณ นอนไม่หลับเลย]

ผมถอนหายใจยาว ทำไมดื้อด้านได้ขนาดนี้ มันน่าจับมาต่อยหน้าให้เข็ด “ภัทร”

[ครับผม]

“เดี๋ยวหลังห้าทุ่มมึงออกมาเจอกูหลังบ้าน ตรงม้านั่งหินอ่อน” ถ้าไม่ยอมพูดก็ต้องมาเจอหน้าแบบนี้แหละ คนอย่างภัทรต่อให้โกหกได้มากแค่ไหน แต่พอมานั่งมองตากันแล้วสุดท้ายความจริงก็หลุดออกมาอยู่ดี

[เฮ้ย]

“ออกมาคุยกับกู”

[มึงไม่กลัวพ่อแม่เห็นเหรอ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อย...]

“จะให้กูปล่อยมึงแบบนี้เหรอ”

[แต่…]

“ไม่งั้นก็พูดออกมาว่าเป็นอะไร”

[…ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย]

“โอเค มึงจะมาหรือไม่มาภัทร”

[รู้แล้ว หลังสี่ทุ่มเดี๋ยวกูออกไป อย่าทำเสียงแบบนี้สิปราณ]

“อืม แล้วนี่ทำอะไรอยู่”

[นั่งคุยอยู่กับแฟนเนี่ย]

“ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนี้ใส่กูเลย”

[อยากกลับห้องแล้ว]

“ห้องใคร”

[ห้องเรา]

“ห้องกูต่างหาก อย่ามาขี้ตู่”

[ห้องเมียก็เหมือนห้องผัว ขี้ตู่อะไร]

“เริ่มเยอะและๆ ใครเมียใครผัว”

ก๊อก ก๊อก

“ปราณ ทำอะไรอยู่คะลูก”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงหวานๆ ของแม่ ทำให้ผมละความสนใจจากปลายสายไปตะโกนตอบรับคนหลังประตูก่อน “เพิ่งอาบน้ำเสร็จครับ แม่รอเดี๋ยวนะ” แล้วก้มกระซิบคุยโทรศัพท์ “ภัทรไว้หลังห้าทุ่มเจอกันนะ แม่กูเรียกละ”

คงเพราะผมไม่ได้กลับบ้านนานเกินไปหน่อย ทำให้พ่อแม่มีเรื่องคุยเยอะแยะไปหมด 
กว่าจะได้ฤกษ์เข้านอนก็ปาไปเกือบห้าทุ่มครึ่ง ภัทรไลน์มาหาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วแต่ยังไม่มีเวลากดตอบ 
พ้นประตูห้องนอนตัวเองมาได้ก็รีบกดโทรศัพท์หา รอจนคิดว่าไฟปิดทั่วบ้านแล้วผมก็ค่อยๆ ย่องลงบันไดมาที่สวนหลังบ้าน 
นั่งรอลูกชายข้างบ้านอยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นไม้มืดๆ โดยไม่เปิดไฟ 
พอกลางคืนยุงก็เริ่มเยอะ ดีที่ใส่กางเกงนอนขายาว แต่ไอ้ที่มากัดตามแขนตามไหล่ที่สิ โคตรคัน

รออยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงกุกกักที่รั้ว แสงไฟจากโทรศัพท์ส่องนำมาก่อนที่จะเห็นภัทรโผล่ขึ้นมาพ้นกำแพงกั้นเขตบ้าน 
อีกฝ่ายยิ้มร่าโบกมือให้ ผมพยักหน้าเรียกอีกฝ่ายดุๆ ยังจะมาชักช้าล้อเล่นอีก รีบกระโดดลงมาได้แล้ว

ภัทรปีนขึ้นมานั่งอยู่บนกำแพงกำลังจะยกขาข้ามมาฝั่งบ้านผม ไฟในห้องกินข้าวก็สว่างขึ้นพาเอาใจกระตุกวาบ 
ผมตัวแข็งมือเย็นเฉียบเมื่อได้ยินเสียงตะโกนดังลั่น

“ใครน่ะ!!”

ครืด!

พ่อผมเปิดประตูระเบียงแรงๆ โผล่ออกมา จ้องไปที่ภัทรด้วยท่าทางโมโห ไม่ทันได้สังเกตเห็นผม 
แต่สิ่งที่ทำให้ผมเบิกตากว้างขึ้นคือกระบอกสีดำในมือนั่น

“พ่อ!” ผมรีบเรียกเสียงดัง กระโดดเข้าไปขวางภัทรที่ยังไม่ทันได้ลงมายืนที่พื้นดีๆ ไว้

“ปราณ? นี่แกมาทำอะไรตรงนี้ ไปเอาโทรศัพท์มา พ่อจะเรียกตำรวจมาจับมัน!”

“พ่อใจเย็นๆ ก่อนนะ ทำไมต้องหยิบปืนมาด้วย”

“ก็ไอ้ลูกบ้านนั้นมันริเป็นโจรมาปีนรั้วนี่ไง!”

“เดี๋ยวพ่อครับ!” ผมดึงแขนพ่อไว้ เมื่อพ่อทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องภัทร ความตกใจและเป็นห่วงผลักให้ผมรีบเอ่ยคำออกไปโดยไม่ทันได้ไตร่ตรอง “ผมเป็นคนเรียกภัทรมาเอง!”

จบคำไปพ่อก็ชะงักนิ่ง หันมามองผมด้วยสายตาที่ผมแทบไม่กล้าจะสบกลับไป







Tbc...



มาแล้วค่าาา ทันเที่ยงคืนไหมน้า ฮรือออออ
เพิ่งถึงบ้านค่ะ วันนี้แอบลงที่ทำงานไม่ได้ เลยต้องรอให้ถึงบ้านก่อน นี่ก็รีบสุดชีวิตแล้ว ;w;;;

อีกอย่างพอมาลงก็ทิ้งระเบิดไว้ด้วย อย่าปาอะไรมานะคะ (ปาดน้ำตา)
ขอยกหน้าที่ต่อให้พี่เวสต์ค่ะ /แปะมือออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #962 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 18:12
    โอโห จบแล้ว
    #962
    0
  2. #940 minidays (@katakjaa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 20:05
    แงงงง หนักแน่ๆ
    #940
    0
  3. #925 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 12:29
    ตายแล้วววว
    #925
    0
  4. #894 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:37
    อะไรมันขนาดนั้นอะ เกลียดอะไรกันเบอร์นั้น
    #894
    0
  5. #721 Nebbianuvolaa (@Nebbianuvolaa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 18:26
    คุณพ่อน่ากลัวแท้TT
    #721
    0
  6. #620 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 22:45
    เคลียร์กันเลย
    #620
    0
  7. #574 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 14:57
    กังวลเรื่องแค่จะจับคลุมถุงชนใช่ไหมภัทร ทำเอาปราณเป็นห่วงไปด้วย เง้อ ละทีนี้ทำไงงงง พ่อมาพร้อมอาวุธ น่ากลัวมากเว่อร์ เห็นได้ไงเนี่ยพ่อ
    #574
    0
  8. #542 paprawarin03 (@paprawarin03) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 22:09
    คุณคะ แค่ภัทรเข้าบ้านบ้านพ่อยังหยิบกระบอกปืน ไม่อยากจะคิดสภาพตอนบอกว่าเป็นแฟนกันแล้วเลยค่ะ55555
    #542
    0
  9. #221 Surawatari Komiko (@26pl42oy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 19:26
    โถ่วว คุณพ่อคะ
    #221
    0
  10. #214 ็HHMBYY (@yayeefriendly) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 19:06
    ทีมพี่ภัทร
    #214
    0
  11. #213 เรนด้า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 10:33
    เห็นด้วยกะ ภา นี่ เราดูหนังเรื่อง โรมิโอ จูเลียต ฉบับ วายไทย แน่ๆ แต่ไม่เอา ตายตอนจบนะ

    อิ อิ อ่ะ ล้อเล่น



    เอาใจช่วยปราณกะภัทร ผ่านด่าน พ่อแม่ให้ได้นะ
    #213
    0
  12. #212 whverbena (@pearllady) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 19:41
    ด่านคุณพ่อคุณแม่นี่น่าจะยาก
    #212
    0
  13. #211 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 04:02
    ดราม่ามาแล้ว โอ้ยยยยยยย ตายแล้สๆๆๆๆๆ ทำไงเนี่ย ขอให้ไม่ดราม่าหนักมากด้วยเถิด ฮือ ชอบพี่ป้องอ่ะ สัมผัสได้ว่านางต้องหล่อแน่ๆ
    #211
    0
  14. #208 tuckkiijung (@tuckkii1996) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 13:14
    ดราม่าาาาาาาา อึดอัดแทนภัทรและปราณ ฮืออออออออออออ
    #208
    0
  15. #207 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 12:51
    ระเบิดนี้นี่ไม่ฝช่ระเบิดธรรมดานะคะ นี่มันระเบิดนิวเคลียร์ที่มีผลข้างเคียงทำให้แพร่กระจายไวรัสได้ชัดๆค่ะ พฮือ หนูไม่ไหวแล้ว หลังม่านก็ม่า สู่กลางใจก็ม่า ทำม้ายยยยย
    #207
    0
  16. #206 justattempt (@thisisallfull) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 11:49
    ระเบิดลูกใหญ่มากค่าาาาา หัวใจจะวาย
    ไม่คิดว่าจะโป๊ะไวขนาดนี้เลยค่ะ สู้ๆ นะปราณณณณ
    #206
    0
  17. #205 roqthd (@20130903) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 04:31
    งานนี้สองบ้านจะตีกันไหมนะ555555 ฮืออ ปล่อยให้เด็กๆรักกันเถอะคุณพ่อขาา อย่าใจร้ายเลยนะ สงสารภัทร เอ๊ะ หรือใจร้ายดีชอบภ้ทรตอนงอแงกับปราณที่สุด
    #205
    0
  18. #204 idocheeze (@cheezedrink) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 03:31
    พี่ภัทรหงายหลังตกรั้วไปยัง 5555 อย่าม่าเลยน้า สงสารทั้งปราณทั้งภัทรเลย
    #204
    0
  19. #203 deepss_ (@neallie) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 00:51
    ความจะแตกมั้ย
    #203
    0