หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 100,634 Views

  • 985 Comments

  • 6,159 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7,277

    Overall
    100,634

ตอนที่ 20 : l ฉากยี่สิบ l Pat l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6654
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    28 ก.ย. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากยี่สิบ l
Pat l talk



เป็นเรื่องยากที่ต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ตัวเองหลังจากเกือบโดนลูกกระสุนของบ้านข้างๆ มาหมาดๆ ผมนั่งในห้องโถงที่ใช้สำหรับนั่งเล่น บนโซฟากว้างโดยที่มีแม่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ที่โซฟาเดี่ยวอีกตัวใกล้กัน พ่อยืนกอดอกสีหน้าเดียวกับคุณลุงเจ้าของปืนประหนึ่งว่าอยากจะฆ่าแกงกันเสียให้ได้


“ฉันถาม ว่าไปรู้จักสนิทสนมกันได้ยังไง”

ผมสบตากับภาที่ยืนกระทืบเท้าเบาๆ อยู่นอกประตู ท่าทางโกรธเหมือนกัน แต่คนละกรณีกับบุพการีทั้งคู่ ดูแล้วน่าจะหงุดหงิดที่ผมเซ่อออกไปคุยกับไอ้ปราณจนที่บ้านจับได้ ทั้งๆ ที่ความจริงมีอีกวิธีที่แนบเนียนกว่า แต่เช่นกัน อันตรายกว่า ปราณไม่ชอบใจนักเวลาผมปีนจากระเบียงห้องไปเหยียบกำแพง แล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคาบ้านมันอีกทีเพื่อเข้าไปถึงห้องนอนเลยเลือกวิธีที่มันสบายใจ และผมสบายตัวมากที่สุด

ก็อีกนั่นแหละ จะมีสักกี่ครั้งเชียวที่ต้องแอบเจอกันลับๆ อย่างนี้ ทั้งหมดเป็นความผิดผมเองที่กังวลเรื่องคู่หมายบ้าบออะไรนั่นจนปารกุลจับได้

เซนส์แรงเป็นบ้า


“จะไม่พูดใช่ไหม ตาภัทร”

“ก็ไม่ได้สนิทกัน”

“อย่าโกหก ณภัทร”

ผมกลอกตาไปมา ดันเป็นประเภทโกหกไม่เก่งเสียด้วย “ผมกับปราณก็อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันมันก็ต้องเจอกันบ้างล่ะน่า”

“เจอกันก็อย่าไปคุยกับมันสิ ไอ้บ้านนั้นมันจองหอง ขี้อิจฉา เห็นบ้านเราทำกิจการดีกว่าแล้วหาวิธีกลั่นแกล้งสารพัด ลูกชายหรือก็ไม่ได้เรื่อง เรานะอย่าไปเอาแบบมันเชียว บ้านทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างดันไปเรียนออกแบบ”

“มันก็สาขาใกล้เคียงกันแหละพ่อ จะสร้างบ้านยังไงถ้าไม่ได้ออกแบบ”

“ยังไม่สำนึกอีกนะ ไอ้เด็กคนนี้! เลิกสุงสิงกับมันไปเลย ไม่เห็นหน้าหรือไง ตาลึกโหล ตัวผอมซีดอย่างกับพวกติดยา นี่นัดซื้อยาบ้ากันหรือเปล่า”

“เลอะเทอะไปใหญ่แล้ว ผมแค่มีเรื่องอยากปรึกษามันเท่านั้นแหละ”

“มีเรื่องอะไรทำไมไม่ถามพ่อแม่ ยังเห็นหัวกันบ้างไหม”

ผมกุมขมับ ขึ้นเสียงแข็งแบบนี้แล้วคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ ผมไม่ใช่เด็กดีเชื่อฟังอะไรผู้ใหญ่นัก แต่ก็ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับคนแก่หัวแข็งเหมือนกัน “โอเคๆ ไม่ไปหาแล้ว จบยัง ง่วงแล้ว ผมอยากนอน”

“ไม่ต้องมาเฉไฉเลยนะ ณภัทร ภา เข้ามานี่”

“ขา พ่อ”

เด็กสาวผู้เป็นความหวังหนึ่งเดียวเดินเข้ามาทันทีที่ถูกเรียก นปภาหลิ่วตาให้ผม สบตาอย่างรู้กัน

“ต่อไปนี้สอดส่องพี่ชายเราด้วยนะ อย่าไปไปสุงสิงกับไอ้ขี้ยาบ้านนั้นเด็ดขาด”

“ปราณมันไม่ได้ขี้ยาสักหน่อย มันแค่นอนดึกเพราะทำงานเลยโทรม”

“ไม่เคยเห็นพวกคนงาน หรือขับสิบล้อไหม พวกนี้อยู่ได้ด้วยยาเสพติดทั้งนั้นแหละ เราน่ะยังเด็ก ยังอ่อนต่อโลก ตาภัทร”
นปภาเบะปากใส่หลังแม่พูดจบ ผมถอนหายใจ ไม่ว่าเมื่อไหร่ทั้งพ่อและแม่ก็มองว่าผมเด็กอยู่ดี “ต่อไปนี้ดูแลพี่ชายเราดีๆ นะภา”

“ไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ”

“แล้วเราก็อย่าดื้อนะภัทร”

ผมรับเสียงยานคาง ลอบถอนหายใจ เอาเป็นว่ารอดพ้นวันนี้ไปได้อีกวันแล้วกัน





“พี่ภัทรก็ไม่น่าลงไปแบบนั้น” นปภาบ่นเสียงขรมหลังจากพากันกลับขึ้นมาในห้องนอน ผมถอนหายใจ มองผ่านหน้าต่าง ไฟห้องไอ้ปราณยังปิดสนิท ไม่รู้ว่าป่านนี้จะถูกซักฟอกกันไปถึงไหน ทิ้งตัวลงบนเตียง ห้องนอนน้องสาวอยู่ข้างๆ กัน ถัดออกไปทางซ้าย แต่ถ้าไม่ติดคุยโทรศัพท์กับแฟนก็มักจะมานั่งเล่นเกมที่ห้องผมบ่อยๆ เรามีกันสองพี่น้องที่ดูจะเข้าใจกันมากกว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก อาจเป็นเพราะวัยที่ใกล้เคียงกันจนสามารถเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังได้และเข้าใจอีกฝ่ายดี


“ร้อยวันพันปีไม่เคยโดนจับได้นี่”

“คิดอะไรตื้นๆ เกือบโดนยิงตายแล้วไหมล่ะ”

“คร้าบๆ ก็รอดมาได้แล้วนี่ไง”

“จะรอดไปได้อีกเท่าไหร่” 

“ยากจังวะ”

“ก็ช่างหาแฟนเนอะ”

ผมถอนหายใจ ไฟห้องปารกุลเปิดแล้ว ลากเก้าอี้มานั่งข้างหน้าต่าง กดโทรหาไอ้ปราณ ฝ่ายนั้นรับสายเนือยๆ มันเปิดผ้าม่านแต่ไม่ได้จ้องกลับมาเหมือนที่ผมทำ หยิบโน่นจับนี่ไปตามเรื่องตามราว


“เป็นไงบ้างมึง”

[ไม่เป็นไง ก็โดนด่า ตามระเบียบ มึงอะ]

“อือ ก็เดาได้นี่ มึงโอเคนะ"

[อืม]

ปารกุลตอบเสียงเรียบๆ ถอนหายใจมาตามสาย ผมรู้ เราต่างลำบากใจ ลำบากใจกับเรื่องที่ไม่มีใครก่อ 


“กูขอโทษว่ะ”

[เรื่อง?]

ผมอึกอัก ไม่รู้ว่าจะตอบมันไปว่าเรื่องอะไร เรื่องที่กระโดดไปหามันไม่ดูตาม้าตาเรือ เรื่องที่เครียดจนทำตัวไม่ปกตห้มันจับได้ เรื่องที่พ่อแม่ผมกับพ่อแม่มันเกลียดกัน หรือเรื่องที่ไปรักมันเข้าให้

แต่ไม่ว่าอะไร ผมไม่ชอบสีหน้าไม่สู้ดีของปราณที่อยู่ในบ้านอีกหลังตอนนี้เลย


“ปราณ มะรืนนี้กลับห้องเรากันนะ”

มันละสายตาจากหนังสือที่อ่านออกมานอกหน้าต่าง เราสบตากัน ไม่มีคำพูดที่ลึกซึ้งกว่านั้น แต่พอนึกถึงห้องของเรา สถานที่ที่เราจะได้ทำทุกอย่างตามใจตัวเองมันก็อุ่นวาบขึ้นมาในใจ





ผมตกลงกับปราณว่าจะแยกกันกลับคนละเวลา พ่อแม่ผมจะขับรถไปส่งที่หอในช่วงเช้า ส่วนปราณจะเข้าไปในตอนบ่าย ผมโดนบ่นตั้งแต่เช้าจนถึงที่หมาย ถึงจะรับปากให้ทั้งคู่สบายใจแล้วแต่ก็ไม่จบเรื่องง่ายๆ เหมือนอย่างเคย ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม เรื่องของบ้านไอ้ปราณก็ยืดยาวเสมอ

“พ่อส่งผมแค่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวขึ้นไปเอง”

“ภัทร อย่าดื้อให้มันมากนะ”

“คร้าบ” ผมรับปากอีกครั้ง แบกกระเป๋าคนละใบกับภาลงมาจากรถสองคนพี่น้อง ถอนหายใจยาวหนึ่งครั้งก่อนไหว้ลา ภาถูกกำชับเรื่องผมเป็นพิเศษอีกครั้งก่อนเราจะมองรถคันเดิมหายลับไปสุดสายตา

“ยังไม่อยากเรียนจบเลยว่ะ”

เอ่ยขึ้นลอยๆ ผมไม่อยากนึกถึงอนาคต ไม่อยากคิดถึงว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีหอนี้แล้วผมกับปราณจะเป็นยังไง นปภาจับข้อศอก เวลานี้ก็คงมีแค่น้องสาวเท่านั้นที่เข้าใจ ผมกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบน เอาของเก็บที่ห้อง รอเวลา ระหว่างเราจะทำอะไรได้มากกว่านี้ แค่คิดว่าจะคบกับผู้ชายว่ายากแล้ว ยังเป็นผู้ชายที่เป็นลูกชายของครอบครัวที่ที่บ้านเกลียดยิ่งยากเข้าไปอีก

“ค่อยๆ คิดน่าพี่ภัทร ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขไปก่อนดีกว่า”

ผมพยักหน้า ไม่นานนักไอ้ปราณก็ไลน์มาบอกว่ากำลังออกจากบ้าน ผมตอบมันกลับไปว่าเคลียร์ทางเรียบร้อย สำหรับผมกับภาการที่บุพการีจะมาส่งถึงที่เป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับปราณถือเป็นเรื่องผิดปกติ สาเหตุก็เพราะมีเรื่องกันเมื่อคืนก่อนเลยถูกคุมตัวหนักเป็นพิเศษ 

“แล้วจะบอกพี่ปราณเรื่องพี่พันช์หรือเปล่า”

เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มขณะใช้ความคิด เปิดโทรทัศน์แต่สายตาเหม่อลอย “กำลังคิดอยู่ว่าจะปิดได้นานแค่ไหนมากกว่า”

“พูดตรงๆ เลยไม่ดีกว่าเหรอ จะได้หาทางแก้ด้วยกัน”

“หรือไม่ก็จบกันไวขึ้น”

ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองขี้ขลาด
กระทั่งเรื่องนั้นเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเรา




โทรศัพท์กรีดร้องดังลั่นในช่วงบ่ายแก่ ผมดูโทรทัศน์จนหลับคาเตียงไป ส่วนนปภานั่งเล่นเน็ตอยู่ในห้องตัวเอง ไอ้ปราณเป็นคนโทรมา กดรับด้วยน้ำเสียงงัวเงียปลายสายกลับดังสนั่นจนจับใจความไม่ได้ แว่วว่าเป็นเสียงทะเลาะกัน ด่าทอไม่น่าฟัง ไอ้ปราณตะโกนผ่านสัญญาณ คล้ายๆ ว่าให้ลงไปข้างล่างด่วน


“ภา”

ผมตะโกนเรียกน้องสาว นปภาเงยหน้าขึ้นมอง ถอดหูฟังที่สวมไว้ข้างเดียวออก “ไปไหนอะ”

“ปราณโทรเรียกลงไปข้างล่าง”

“อ้าว แม่พี่ปราณมาส่งไม่ใช่เหรอ ลงไปเดี๋ยวก็มีเรื่องกันหรอก”

“ไม่รู้ว่ะ จะเอาอะไรไหม เดี๋ยวซื้อขึ้นมาให้”

“เออ ผ้าอนามัยหมด เดี๋ยวภาลงไปดูเอง เอ๊ะ กระเป๋าสตางค์อยู่ไหน”

“เอาที่พี่ก่อนก็ได้”

เด็กสาวยิ้มร่า เกาะแขนผมเหมือนเป็นเงินหลักร้อยหลักพัน ภาล็อกห้องเสร็จสรรพ ขณะที่ผมเดินไปกดลิฟต์รอ ครู่เดียวก็วิ่งตามมาทันก่อนลิฟต์ตัวเดียวของหอพักจะเดินทางมาถึง

“พี่ปราณว่าไงอะ”

“เสียงดังมาก ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง คงให้ช่วยขนของมั้ง แต่ปกติก็ไม่เคยขอให้ช่วยอะไรนอกจากล้างจานนี่หว่า”

“โหยย ต้องจับเรื่องพี่พันช์ได้แน่เลยพี่ภัทร”

“เดี๋ยวดีดปากเจ่อ”

นปภาแลบลิ้นแผล่ ทีเล่นทีจริง กระทั่งลิฟต์เดินทางมาถึงชั้นล่างสุด ประตูเหล็กเปิดออกทั้งสองฝั่ง ภาพที่เห็นไม่มีแม้แต่เวลาให้ผมกับน้องสาวเตรียมใจ ชายวัยกลางคนสองคนเตรียมพุ่งเข้าหากัน ฝั่งหนึ่งมีไอ้ปราณห้ามพ่อมันไว้ ส่วนอีกฝั่งเป็นยามที่หอคอยล็อกแขนพ่อของผมอยู่ โชคดีที่แม่ๆ ยืนด่ากันด้านหลัง ไม่มีทีท่าว่าจะใช้กำลังเหมือนพวกผู้ชายแต่อย่างใด


“มาแล้วเหรอไอ้ตัวดี นี่มันอะไรกัน ทำไมไม่บอกพ่อกับแม่ว่าอยู่หอเดียวกับไอ้เด็กขี้ยาแบบนี้”

“ใครเด็กขี้ยา พูดให้มันดีๆ นะ ฉันจะแจ้งความเธอข้อหาหมิ่นประมาท”

“แล้วที่คุณนายบอกว่าลูกฉันเป็นเด็กเหลือขอล่ะคะ ฟ้องกลับได้หรือเปล่า”

“พอกันเลย แม่ พ่อด้วย จะทะเลาะอะไรนักหนา แค่อยู่หอเดียวกันไม่เห็นเป็นไรเลย ทีหมู่บ้านเดียวกันยังอยู่มาได้ตั้งเป็นสิบๆ ปี”

“ไอ้ภัทร! หัดต่อปากต่อคำหรือไง”

“พ่อใจเย็นก่อนค่ะ”

“อยู่ที่นี่พากันใช้เป็นแหล่งมั่วสุมล่ะสิ ฉันให้แกอยู่หอดูแลน้อง ไม่ใช่มาพี้ยากับไอ้เด็กบ้านนี้”

“พี้ยาบ้าบออะไร ลูกแกน่ะสิมากวนตาปราณจนต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทำตัวเกเรคนเดียวไม่พอ ยังจะพาคนอื่นเสียผู้เสียคน”

“พ่อ ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละผมว่าพ่อกับแม่กลับไปก่อนดีกว่า”

“จะกลับได้ยังไง ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

ขิงก็รา ข่าก็แรง ผมคิดว่าใช้สำนวนถูกที่สุดในเวลานี้ ในฐานะที่มีจำนวนคนมากกว่าผมกับภาเลยลากพ่อออกมานอกตึกสำเร็จ สบตากับปราณว่าต่างฝ่ายจะเคลียร์กับครอบครัวตัวเองให้ลงตัว เสียงล้งเล้งเมื่อครู่ก็คงหนีไม่พ้นที่พ่อๆ ด่ากันจนถึงขั้นเกือบลงไม้ลงมือ

เด็กต่อยกันก็ว่าเด็ก นี่แก่จนฟันแท้เหลือไม่กี่ซี่แล้วยังไม่รู้จักถนอมอีก ผมล่ะเชื่อเขาเลย


“พ่อกลับมาทำไม กลับบ้านไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ถ้าภาไม่ลืมกระเป๋าสตางค์ๆว้บนรถฉันคงไม่มีวันรู้ว่าแกอยู่หอเดียวกับไอ้เด็กบ้านนั้นใช่ไหม"

“ก็แค่หอเดียวกัน” ผมพูดไม่หมด อันที่จริงอยากบอกว่าต่อให้เตียงเดียวกันก็ไม่มีปัญหา คนมีปัญหาน่ะก็ลุงๆ ทั้งนั้น “พ่อจะอะไรนักหนา ผมก็เรียนจะจบแล้ว ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางอะไรสักหน่อย”

“เราก็ช่วยพี่ปิดนะภา” แม่หันไปเอ็ดน้องสาว หลังจากเห็นว่าพ่อดุผมแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมา “แม่ว่าแล้วเชียว แค่เดินผ่านไปผ่านมาในมหาวิทยาลัยจะไปเป็นเพื่อนกันได้ยังไง ที่เกรดไม่ดีเพราะมัวแต่เถลไถลใช่ไหม ตาลูกคนนี้”

“เกรดไม่ดีเพราะผมไม่ตั้งใจเรียนเอง แม่อย่าไปโทษมั่วได้ไหม”

“ยังจะปกป้องมันอีก สนิทกันนักหรือไง”

“บอกว่าสนิทก็โดนด่า บอกว่าไม่สนิทก็หาว่าโกหก พ่ออยากให้ผมตอบแบบไหนล่ะ”

เสยผมไปด้านหลัง ไม่สบอารมณ์เข้าจริงจัง แม้แต่เสียงนกร้อง หรือสายลมโชยก็ไม่อาจบรรเทาความอึดอัดนี้ไปได้ ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปาก นปภารู้ตัวคนแรกว่าผมเริ่มเหมือนเครื่องยนต์ที่ทำงานหนักเกินตัว

“พ่อ พอก่อน”

น้องสาวปรามไว้ แต่ดูคล้ายชายวัยกลางคนจะไม่เย็นลงด้วย ถ้าบอกว่าพ่อเป็นคนดื้อดึง มุทะลุ ผมก็คงได้นิสัยแบบนี้มาจากเขาเต็มๆ เราไม่สนิทกันเพราะความจริงแล้วจะเป็นแม่ที่ใจเย็นเช่นเดียวกับภามากกว่าที่เข้ามาไกล่เกลี่ยเรื่องราวเวลามีปัญหา
ผมไม่เคยเชื่อฟังพ่อแม่

อย่างมากที่สุดคือฟัง แต่ไม่เชื่อ


“เก็บของ ย้ายกลับบ้านเลยไอ้ภัทร”

“ผมไม่กลับ”

“จะไม่กลับได้ยังไง แกคิดว่าจะใช้ชีวิตเหลวไหลที่นี่ไปอีกนานแค่ไหน จะช้าจะเร็วแกก็ต้องกลับ แกมีบ้าน แกมีบริษัทต้องดูแล จะใช้ชีวิตเป็นผีพเนจรแบบนี้ต่อไปไม่ได้ สอบเสร็จไปหลายตัวแล้วไม่ใช่หรือไง”

“ก็ยังเสร็จไม่หมดไหม ก็แค่เก็บคะแนน ผมจะกลับได้ยังไง ไหนยังมีงานต้องส่ง พ่ออย่ามาไร้สาระเอาอคติมาบังตาหน่อยเลย”

“แกนั่นแหละเลิกหลงมัวเมาเสียที ฉันให้อิสระแกมากเกินไปใช่ไหมณภัทร ไม่ได้รู้เลยใช่ไหมว่าที่พ่อมันสอนมันสั่งทุกอย่างเพราะหวังดีกับแก”

“พ่อก็แค่อยากให้ผมโกรธปราณเหมือนที่พ่อโกรธลุงเขาเท่านั้นแหละ”

“จะเพราะอะไรก็ช่างมัน แต่แกต้องกลับ” เสียงนั้นนิ่งเรียบ เราจ้องตากันโดยไม่มีใครยอมใคร “ฉันจะถอยรถให้แกหนึ่งคัน เลือกได้เลยว่าอยากได้รุ่นไหน ยี่ห้ออะไร แต่แกต้องกลับบ้าน”

“พ่อไม่ต้องเอาของมาล่อผมหรอก  ผมบอกว่าไม่กลับ”

“ภา ขึ้นไปเก็บของ”

“พูดไม่รู้เรื่องหรือไงเล่า!”

ผมผลักอกพ่อจนแม่กรีดร้องลั่น นปภาวิ่งมากอดผมไว้ ให้ใจเย็นลง นี่มันบ้าบอชัดๆ  ผมหนีมาจากที่บ้านเพื่อใช้เวลาอยู่กับปราณแต่ยังต้องมาเจอฝันร้ายพวกนี้อีกไม่จบไม่สิ้น


“ยังไงภาก็ต้องกลับ ฉันไม่ให้ลูกสาวฉันอยู่ใกล้อสรพิษอย่างไอ้คนบ้านนั้นหรอก”

“เชิญเลย ตามสบาย”

“แกจะทนเห็นน้องขึ้นรถเมล์ ตกระกำลำบากแค่เพราะอยากอยู่กับเพื่อนเลวๆ แบบนั้นเหรอณภัทร”

พ่อรู้เสมอว่าสำหรับผมแล้วอะไรคือสิ่งสำคัญ สิ่งที่ผูกมัดผมไว้กับที่บ้าน ภากอดผมแน่นขึ้นราวกับรู้ว่าโทสะวิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย 


“พ่อจะเอาภามาเป็นตัวประกันแบบนี้ไม่ได้”

“ได้ไม่ได้เดี๋ยวก็รู้”

ผมข่มตาหลับ เม้มริมฝีปากแน่น สะบัดแขนจนหลุดจากภา กระโดดถีบโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ใต้ร่มไม้จนแผ่นหินร่วงลงพื้น 

“ขึ้นไปเก็บของ”

ผมจ้องหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย เดินปึงปังกลับมาที่หอพัก ไอ้ปราณไม่อยู่ที่เดิมแล้ว คงลากพ่อแม่มันเข้าห้องไป ผมกลับขึ้นมาบนหอเพียงลำพัง ให้ภาดูแลพ่อแม่ และเพื่อให้อารมณ์ของผมสงบลงหลังจากต่อล้อต่อเถียงกับบุพการีมาพักใหญ่


“ภัทร”

ประตูห้องข้างๆ เปิดออกพ่อแม่ไอ้ปราณยืนอยู่ด้านหลัง ผมยกมือไหว้ แต่ดูคล้ายจะไม่ลดความฉุนเฉียวของผู้ใหญ่ฝั่งนั้นลงได้แม้แต่น้อย

“มึงอยู่ไปเหอะ งานมึงต้องแก้เยอะ เดินทางไปกลับบ้าน มหาลัยจะลำบาก” 

ผมเม้มริมฝีปาก ถอนหายใจ ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งกลับไปอยู่บ้านเพื่อแยกไม่ให้เราสนิทสนมกันมากเกินไปกว่านี้อยู่แล้ว 


“มึง...”

“พ่อให้ย้ายของกลับบ้าน วันนี้คงเอาเท่าที่จำเป็นไปก่อน โทษทีว่ะ กูไม่รู้จริงๆ ว่าเขาวนกลับมา”

“ไม่เป็นไร” เรามองตากันเหมือนมีเรื่องราวมากมายอยากพูดมากกว่านี้ แต่เสียงกระแอมไอเบื้องหลังก็ทำให้ต่างหลบสายตาซึ่งกันและกันอย่างกระอักกระอ่วนใจ “เดินทางดีๆ”

“ขอโทษนะครับคุณลุง คุณป้า ผมไม่ได้อยากให้เรื่องมันวุ่นวายขนาดนี้ แล้วก็ไม่ต้องให้ไอ้ปราณมันย้ายกลับด้วยหรอกครับ มันจำเป็นที่ต้องอยู่ที่นี่มากกว่าผม”

พูดจบก็หลบเข้ามาในห้องตัวเองก่อนโดนด่าซ้ำ นี่มันแค่เริ่มต้นเองว่ะภัทร ต่อไปนี้จะเดินเกมยังไงต่อให้ได้อยู่กับปราณจริงๆ
เอนหัวพิงประตู หลับตาลงพร้อมเรื่องหนักอึ้งที่ยังวนเวียนอยู่ในใจ









Tbc...


ภัทรผู้อ่อนต่อโลก พ่อแม่เขาก็หวงก็ห่วงธรรมดาาาาาาาาาาาา
จริงๆเป็นเรื่องของอคติค่ะ คนบางคนแค่ได้ยินชื่อก็ไม่ชอบแล้ว พ่อภัทรกล่าว 
ตอนหน้าส่งให้ปราณ จุ๊บๆ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #963 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 18:21
    รำคาญอะ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แยกแยะกันหน่อยเถอะ ไม่ชอบเลยที่มาว่าปราณว่าติดยาอะ
    #963
    0
  2. #941 minidays (@katakjaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 20:12
    พ่อแม่เปนไรมากไหม หือออ
    #941
    0
  3. #926 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 12:47
    พ่อแม่นี่ก็เกินไปนะบางที อารมณ์เสียๆ
    #926
    0
  4. #895 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 21:43
    หงุดหงิดอะ อ่านแล้วแบบ อะไรวะ
    #895
    0
  5. #681 mkatui (@maylovexis) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:33
    ฮือออออ เคลียปัญหาพ่อแม่เร็วๆนเเ
    #681
    0
  6. #655 6OGM387 (@snbtrr) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 20:31
    ปลูกฝังมาผิดๆมากๆอะ ดีนะทั้งสองคนไม่ทำตามที่พ่อสอน อคตินี่ฆ่าคนจริงๆนะ แก่ๆกันแล้วเนอะ ลดลงมาบ้างก็ดีนพ
    #655
    0
  7. #621 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 22:54
    โอ๊ยยยยยยยยยย ลำไยพ่อแม่ได้ปะคะ
    #621
    0
  8. #575 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 15:09
    ทะเลาะกันแบบนี้ ไม่อายชาวบ้านชาวช่องเขาเลยนะ หน้าที่การงาน ตำแหน่งก็ออกจะใหญ่โตแล้ว มีบริษัท มีลูกน้อง แต่ไม่เข้าใจอะไรเลย สงสารลูกๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันเลยเนี่ยยยย เง้อ โตๆ กันแล้ว น่าจะคิดอะไรเป็นกันบ้าง
    #575
    0
  9. #508 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 07:54
    พ่อแม่ปัญญาอ่อนมากค่ะ แต่ก็นั่นล่ะ พ่อแม่ก็แค่คน ก็ปัญญาอ่อนได้เหมือนคนปกติทั่วไป

    แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นานจริงๆ
    #508
    0
  10. #401 bo1360 (@bo1360) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 14:11
    โฮฮฮ ทำมายยยยยย
    #401
    0
  11. #224 angel188 (@angel188) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 23:18
    เป็นเรานี่เราไม่ยอมนะคะ บอกเลยว่ามีตายกันไปข้างนึงอะ ทำไมอะ ชีวิตก็ชีวิตเรา รู้ว่าห่วง แต่ลูกก็โตแล้วปะ ถ้าไม่เชื่อใจลูกตัวเองก็เลิกเรียกตัวเองว่าพ่อแม่เหอะ แบบ นอยแดกหนักมาก
    #224
    0
  12. #223 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 05:42
    โอ้ยเดือด เดือดมากค่ะ แถมยังอึดอัดตามภัทรด้วย เหมือนมันมีอะไรแต่มันพูดไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าจะเกลียดกันไปทำไม ทำไมต้องมาบังคัลให้คิดเหมือนๆกับที่ตัวเองคิด ประมาณนี้ ตอนนี้ต้องแยกกันอีกแล้ว งือ ; - ; รอตอนต่อไปฮะ
    #223
    0
  13. #222 ❥เอ๊ะฮุน (@Oh_sehun94) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 22:52
    โอ้ยยย รอตอนต่อใจจะขาด ลุ้นเหลือเกิน
    #222
    0
  14. #220 เรนด้า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 14:37
    โอ๊ยๆๆๆๆ โรมิโอ จูเรียต ภาควาย ชัดๆ มันถูกใจอ่า

    ยิ่งอ่านยิ่งลุ้นอ่ะ



    รออ่านตอนต่อไป ใจจะขาดละจ้า
    #220
    0
  15. #218 a_little_elf (@a-little-elf) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 07:52
    โรมิโอกับจูเลียตแท้ๆเลย
    #218
    0
  16. #217 Paaapunggg (@Paaapunggg) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 18:35
    ขอให้ภัทรแวะมาหาปราณทุกวันก็พอ
    #217
    0
  17. #216 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 11:31
    อึดอัด ทำไมต้องบังคับกันขนาดนี้
    #216
    0
  18. #215 saccharine. (@miniwhite) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 10:19
    อยากรู้ประเด็นระหว่างพ่อแม่
    เราว่าเรื่องนี้แหวกแนวก็ตรงนี้
    ส่วนมากจะเป็นลูกไม่ถูกกัน พ่อแม่คุยกันได้
    หรือเป็นมาเฟีย ขัดแย้งเป็นตระกูลๆ ไปเลย
    แต่นี่กลับกันเฉย (หัวเราะ)

    อ่านแล้วอึดอัดแทน
    เป็นเราคงโวยวายอยู่ตรงนั้น
    เคลียร์ให้มันจบๆ ไป
    เกลียดกันได้ แต่อย่าพาลใส่คนอื่นก็พอ
    มันไม่น่าดูจริงๆ
    #215
    0