หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 96,202 Views

  • 848 Comments

  • 5,835 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,845

    Overall
    96,202

ตอนที่ 21 : ฉากยี่สิบเอ็ด lPran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    5 ต.ค. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากยี่สิบเอ็ด l
Pran l talk




ภัทรเดินออกจากห้องไปแล้ว แต่ใบหน้าและแววตาของมันยังคงติดอยู่ในหัว ผมกำหมัดแน่นรู้สึกอึดอัดจนเก็บเอาไว้ไม่ไหว อยากจะทลายกำแพงบ้าๆ และอคติโง่ๆ ของผู้ใหญ่ที่คอยแต่จะล่ามขาพวกผมไว้แล้ววิ่งไปดึงไอ้คนที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่เมื่อครู่มากอด นี่มันเป็นความผิดของใคร จุดเริ่มต้นของสงครามไม่สิ้นสุดนี่เกิดขึ้นเมื่อไหร่ และต้องรออีกนานแค่ไหนมันถึงจะจบลง

“ทำไมแกไม่บอกฉันว่าอยู่หอเดียวกับมัน” ผมเม้มปากจนรู้สึกเจ็บเมื่อพ่อเอ่ยเสียงแข็งมาจากด้านหลัง พยายามมองบานประตูและนับหนึ่งถึงสิบในใจให้ความร้อนที่กรุ่นอยู่ในอกทุเลาลง “ปราณ! พ่อถาม!”

แต่แล้วความอดกลั้นทั้งผมของผมก็พังลงเมื่อพ่อยังไม่ยอมหยุดตะโกน ทั้งยังคว้าไหล่ผมกระชากให้หันกลับไปเผชิญหน้า ผมเบี่ยงไหล่หลบ แสดงอาการไม่พอใจ ในขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็ดูจะตกใจกับท่าทีที่ผมกระทำ

“ผมไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน”

“แกว่าอะไรนะ” พ่อกัดฟันกระซิบเสียงดุ ได้ยินเสียงแม่เรียกชื่อผมเหมือนต้องการจะปรามให้ใจเย็น แต่ผมไม่เห็นรู้สึกว่าคนที่ควรลดอารมณ์ต้องเป็นผม

“ผมบอกว่า ผมไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน”

“มันจะไม่ผิดได้ยังไง! เพราะแบบนี้ใช่ไหมช่วงนี้แกถึงไม่กลับบ้าน!!”

“มันไม่เกี่ยวเลยสักนิดพ่อ” ระหว่างที่ระดับความโมโหของพ่อกำลังไต่ขึ้นสูง ผมก็สวนกลับไปอย่างไม่ยอมกัน “ผมอยู่หอทำงาน ผมมีภาระต้องจัดการ ไม่ได้เหลวไหลอย่างที่พ่อกับแม่คิดสักนิด ส่วนภัทรมันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด พวกผมจะเป็นคนรู้จักกัน หรือจะเป็นเพื่อนกันแล้วมันผิดตรงไหน!”

“ไอ้ปราณ!”

“ถ้าพ่อกับแม่จะเกลียดพ่อแม่ภัทร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกผม!”

“พ่อแม่มันเป็นยังไง ลูกมันก็เป็นอย่างนั้น!”

“ผมไม่เห็นว่าเขาจะทำอะไรพ่อเลย!”

เราทั้งคู่นิ่วหน้าตัวสั่นด้วยความโมโห ยิ่งพูดยิ่งไม่เข้าใจ ยิ่งเถียงเสียงก็ยิ่งดัง มีแต่จะฟาดฟันกันด้วยวาจา ไม่ว่าเมื่อไหร่เหตุผลก็ใช้ไม่ได้กับเรื่องบาดหมางนี้

“ฉันขอสั่งให้แกเลิกยุ่งกับมัน”

“ผมไม่เลิก”

“ปารกุล!”

“เมื่อไหร่พ่อจะเลิกอคติเสียที พ่อลองเปิดใจดูสักครั้งจะได้รู้ว่าภัทรมันไม่ได้เลวร้าย”

“แค่นี้ก็รู้แล้ว เมื่อก่อนแกไม่เคยเถียงพ่อฉอดๆ แบบนี้เลยสักครั้ง ถ้าไม่ได้ติดนิสัยมาจากไอ้เด็กเหลือขออย่างมันแล้วจะติดมาจากใคร”

“ผมแค่ทนความไร้เหตุผลไม่ไหวแล้ว”

“เห็นทีคงต้องคิดเรื่องเรียนต่อจริงๆ จังๆแล้วล่ะมั้ง” น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นเย็นเยียบจนผมหน้าตึง เรื่องที่พ่อเคยพูดไว้เมื่อก่อนตอนที่พี่ป้องบินไปเรียนช่วงปีแรกว่าจะให้ผมไปอยู่ด้วยนั้นดังย้อนขึ้นมาในหัว ตอนนั้นไม่เคย

คิดว่าเป็นเรื่องจริงจัง เพราะตั้งแต่โตมาที่บ้านก็ให้สิทธิ์การตัดสินใจด้านการเรียนกับผมมาตลอด และผมไม่เคยอยากไปอยู่ไกลบ้าน ยิ่งกับตอนนี้ที่มีภัทรด้วยแล้ว

ซึ่งผมรู้ดีว่าพ่อกำลังขู่…

“พ่อหมายความว่าไง” แม้จะรู้ความหมายดี แต่สุดท้ายผมก็ทำได้แค่ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“อย่าให้พ่อต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ” พ่อจ้องเข้ามาในดวงตาผมนิ่ง รอจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่ได้ยินคำเถียงอีก ก็หันไปบอกแม่ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกายว่ากลับ ก่อนจะเดินออกห้องไปโดยไม่ได้พูดคำลา

เสียงประตูปิดลงดังลั่น แต่ผมไม่ได้ขยับเขยื้อน ยังคงมองตรงไปข้างหน้าที่ตอนนี้ไม่มีพ่อยืนอยู่แล้ว สัมผัสอุ่นๆ วางลงที่หัวไหล่ ผมเงยหน้าขึ้นก็พบแม่กำลังมองมาอยู่

“ปราณเข้าใจพ่อเขาใช่ไหม ที่พ่อเขาทำก้เพื่อตัวปราณทั้งนั้นนะ คนบ้านนั้นไม่ใช่คนน่าคบหรอก แม่ไม่อยากให้เราไปยุ่งกับเด็กนั่น”

“…” พูดอะไรไปก็เสียเปล่า

“แม่กลับก่อนนะ อย่าลืมที่พ่อเขาบอกนะปราณ”

ผมไม่ได้ตอบรับหรือพยักหน้าอะไร ทำเพียงยืนนิ่งรอจนทั้งห้องเหลือแค่ตัวเองก็ถอนหายใจออกมายาวๆ อย่างเหนื่อยล้า เดินไปทิ้งตัวลงที่โซฟาเอนหลังพิงพนักปล่อยน้ำหนักตัวทั้งหมดลงที่เบาะ รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลเลยว่ะ…

[กูขอโทษนะ]

คำขอโทษที่เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ไม่เหลือคราบความกวนประสาทของณภัทรคนเดิมยิ่งทำให้ผมรู้สึกปวดที่กลางอก

“มึงจะขอโทษกูทำไม คนผิดมันคือกูตั้งแต่แรกแล้ว”

[มึงไม่ผิดเลยปราณ]

“ก็ถ้ากูไม่ดื้อจะเรียกมึงออกมาตั้งแต่แรก พ่อก็คงไม่จับได้ เรื่องคงไม่ใหญ่ขนาดนี้”

[นั่นก็เพราะมึงห่วงกูมากไง มันจะเรียกเป็นความผิดได้ไงล่ะ]

“...แล้วพ่อแม่มึงว่าไงบ้าง”

[ก็โวยวายตามประสา ไม่มีอะไรหรอก]

“อืม...”

[มึงทำอะไรอยู่]

“จะนอนแล้ว” ผมตอบตามจริง ดึงผ้าห่มที่กองอยู่ตรงเอวมาคลุมถึงอก รู้สึกห้องหนาวๆ ผิดปกติ “มึงล่ะ”

[กูก็อยู่บนเตียง ทั้งที่เตียงแม่งก็แคบนะแต่ไม่รู้ทำไมกูรู้สึกเคว้งๆ ]

“เหมือนกัน ปกติเตียงแม่งก็กว้างอยู่แล้วนะ ตอนนี้แม่งยิ่งกว้างหนักเลย”

เสียงหัวเราะเบาๆ ที่ไม่ได้มีความสุขเป็นส่วนประกอบดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ความเงียบจะเข้ามาครอบคลุม เราต่างนิ่งฟังเสียงลมหายใจของกันอยู่อึดใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นคนเอ่ยคำ

[กูคิดถึงมึงนะปราณ]

“…อืม” ผมครางเสียงรับ กำผ้าห่มแน่น

[อยากกอดมึงฉิบหาย]

“กูก็...”

[…ตาภัทร!]

ผมชะงักคำเมื่อได้ยินเสียงตะโกนดังๆ แว่วมาจากอีกฟากของโทรศัพท์

[แค่นี้ก่อนนะปราณ เดี๋ยวกูโทรกลับไปหาใหม่ แม่มาเคาะประตูว่ะ …ทำอะไรทำไมไม่เปิด ตาภัทร! รู้แล้วแม่แป๊บนึง! ...เดี๋ยวกูโทรหานะ]

เสียงอธิบายอย่างรีบร้อนของภัทรดังคลอมากับเสียงโวยวายของคุณป้า ก่อนที่สายจะตัดไป ผมหยิบมือถือออกจากข้างหูโดยไม่ได้พูดอะไรต่อสักคำ นอนมองเพดานอยู่แบบนั้นเพื่อให้โทรศัพท์ในมือสั่นอีกครั้ง สุดท้ายผมก็เผลอหลับไปเพื่อที่จะลืมตามาในตอนเช้าและพบว่าไม่มีสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับเลยสักครั้ง







"เป็นอะไรของมึงวะปราณ"

ผมเงยหน้าจากโต๊ะขึ้นมองไอ้ไวเมื่อได้ยินคำทักที่มาพร้อมแรงกระแทกที่เข่า "เปล่า..."

"เปล่าห่าอะไร ซึมมาเป็นอาทิตย์แล้ว ทะเลาะกับไอ้ภัทร?"

ส่ายหัวแทนคำตอบ ถ้าทะเลาะกับภัทรเรื่องคงง่ายกว่านี้สิบเท่า

“หรือไอ้ภัทรมันหนีไปหาสาวโนตมแล้ว”

“โนตมอะไรของมึง เดี๋ยวกูได้ยันมึงตกเก้าอี้”

“นั่นๆ คิดมากล่ะสิ” มึงช่วยเช็คหน้ากูด้วยว่าเล่นกับมึงไหม ไอ้สัดไว

“หุบปากไปเลย””

มันหัวเราะร่วน ท่าทางมีความสุขเหลือเกินที่แหย่ผมสำเร็จ "แล้วมีอะไร พูดมา"

"แค่เหนื่อยๆ "

“เหนื่อยอะไรนักหนา ช่วงนี้ก็ไม่ได้อดหลับอดนอนแล้วนี่หว่า”

“เออ ไม่มีอะไรหรอกน่า”

ผมพูดปด ซบหน้าลงที่โต๊ะอีกครั้ง ได้ยินเสียงพ่นลมหายใจจากคนข้างๆ แต่ก็ไม่คิดจะกลับไปสนทนาต่อ ทำเพียงหลับตาลงและอยู่เงียบๆ คนเดียว ตั้งแต่วันนั้นผมก็แทบจะไม่ได้เจอไม่ได้คุยกับภัทรเลย ติดต่อก็ไม่ได้ อีกทั้งช่วงนี้เวลาเรียนไม่ตรงกันการจะเดินสวนกันที่มหาลัยก็เป็นเรื่องยาก

“ปราณ!”

ป้าบ!

“เชี่ยเจ็บ!” ผมเด้งตัวขึ้นทันทีที่เสียงตะโกนของไอ้ไวดังขึ้นข้างหูพร้อมแรงมือฟาดลงมากลางหลัง

“เรียกมึงหลายรอบแล้วไม่ยอมลุก”

“อะไรของมึงเล่า” ผมทำนิ่วหน้ายืดแขนไปจับหลังตัวเอง “มือหรือตีนวะ”

“ไอ้ภัทรมา”

“ฮะ?”

มันหรี่ตามองผมแล้วบุ้ยปากไปทางประตู มองตามไปก็เจอคนที่ว่ายืนหลบอยู่หลังประตู โผล่หน้ามาทางช่องแสงแล้วยิ้มส่งให้อยู่ ผมขยับตัวนั่งตรงเม้มปากเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่ารอยยิ้มตรงหน้านั้นไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด เจ็บแปลบขึ้นมาที่หน้าอก อึดอัดเกินกว่าจะหลอกตัวเอง ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ แล้วหันไปกระซิบบอกเพื่อน

“เดี๋ยวกูมานะ…”

ทำเป็นเดินออกไปห้องน้ำแล้วเปิดประตูดึงแขนคนต่างคณะมาหลบยืนอยู่ข้างบันได

“มาทำอะไรตรงนี้ นี่มันเวลาเรียน เดี๋ยวมีคนมาเจอก็มีปัญหาอีกหรอก”

“เดี๋ยวนี้คนเขาก็รู้หมดแล้วว่ากูกับมึงเลิกตีกันแล้ว”

“มันก็ไม่ใช่ทุกคน แล้วนี่ใส่ช็อปมาด้วย อาจารย์คณะกูเห็นได้เข้ามาถาม”

“ก็อยากเจอมึง”

สีหน้าของอีกฝ่ายตอนตอบคำถามอย่างจำนนนั้นทำผมชะงักคำบ่นว่าไว้ แล้วยิ้มบางอย่างยอมแพ้ “มึงนี่นะ”

“เห็นมึงยิ้มแบบนี้แล้วถึงโดนด่าสักสามวันกูก็โอเค”

“พูดเกินไป”

“ปราณ...”

“หืม”

“ขอโทษนะที่ไม่ได้โทรหาเลย แม่จับตามองกูตลอด แถมช่วงนี้เหมือนจะแอบฟังด้วยว่าคุยกับใคร บางวันก็เอามือถือกูไป”

“ไม่เป็นไร ภาไลน์มาบอกกูแล้ว อีกอย่างกูไม่ได้โกรธมึงสักหน่อย”

“แต่กูโกรธ”

“โกรธอะไรของมึง”

“โกรธทุกอย่างที่ทำให้ไม่ได้ยินเสียงมึง ไม่ได้อยู่กับมึง ไม่ได้นอนกอดมึง”

“…”

“ไม่ได้เห็นมึงเขินกูแล้วขมวดคิ้วแบบนี้”

“กินยาลืมเขย่าขวดหรือไง” ผมปัดมือมันที่เอื้อมมาแตะแก้มผมออก “ทำตัวแปลกๆ ” รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาทันทีที่ปลายนิ้วอีกฝ่ายสัมผัสผิวตัวเอง

“ไม่ได้กินยาต่างหาก แห้งเหี่ยวหมดแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้กิน”

“ไอ้ภัทร”

“กูจะเฉาตายแล้วนะ”

“ยังะมีอารมณ์เล่นอีก” ผมหลุดยิ้ม รู้สึกดีขึ้นหน่อยที่เห็นมันยังล้อเล่นเหมือนเดิมได้ หลายวันมานี้ที่เป็นห่วงอยู่ตลอดก็เพราะอีกฝ่ายมันซึมเนี่ยแหละ แล้วนี่มาทำสายตาแบบนี้ใส่ทำไม “มองอะไร”

“มองแฟนตัวเองไง ไม่ได้มองมาหลายวัน ขอจ้องหน่อยสิ ไม่ซีดหรอกน่า”

“กวนตีน”

“เอ้า ปากหวานก็ว่า พูดแหย่ก็ด่า เอาใจยากจริง”

“กลับไปเรียนได้แล้วไป”

“ไม่เรียนแล้ว จะอยู่กับมึง”

“อย่าบ้าน่าภัทร”

“เดี๋ยวเลิกเรียนกูก็ต้องกลับบ้านเลย ไม่ได้เจอมึงแล้วนะ”

“ภัทร นี่มันที่มหาลัย”

“ขอแค่จูบเดียวเอง”

ไอ้หมาบ้าอาการเบื่อยาขยับเข้ามาใกล้ ทำยู่ปากอ้อนไม่เข้ากับหน้า ผมเม้มปากไว้ไม่ให้อีกฝ่ายสัมผัสได้ตามอำเภอใจ แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าก็ยังไม่ยอมล้มเลิกความพยายาม เบียดตัวเข้ามาใกล้แล้วสบตาทำเสียงอ้อน ผมขมวดคิ้วฉับ เบนสายตาหนีพยายามไม่ฟังเสียงแง้วๆ ที่ข้างหู แต่สุดท้ายก็ทนใจแข็งไม่ไหว ได้แต่หันกลับไปกดริมฝีปากลงที่ปากอีกคนแน่นแล้วผละออกเร็วๆ

“เอ้า พอใจหรือยัง”

ภัทรเลิกคิ้วสูง ทำยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่เก็บอาการ ทำเอาเริ่มเขินไปด้วย “ไม่พอ แต่ไว้ก่อนก็ได้” น้ำเสียงกระเซ้านั้นดังขึ้นเบาๆ แล้วถอยตัวออก ผมรีบผละตัวหนีมองซ้ายขวากังวลว่าจะมีใครเห็น

“งั้นกูไปก่อนนะ”

“ไปเถอะ แล้วไว้คุยกัน”

มันพยักหน้าทำเป็นส่งจูบให้ ก่อนจะเดินอ้อยอิ่งลงบันได ผมมองตามมันโบกมือตอบรอจนอีกฝ่ายลับสายตาถึงได้เดินกลับเข้าห้องเรียน ทำเป็นไม่สนใจสายตาพวกเพื่อนตัวแสบที่เอาแต่ล้อว่าถ่ายหนักมาหรือไงอยู่นั่น







หลังจากเจอกันไอ้ภัทรก็ไลน์มาหาผมนานๆ ครั้ง เนื้อหาก็จะมีแค่สั้นๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ สลับกับภาที่ส่งข้อความมาแทนช่วงที่อยู่ๆ ก็เงียบหายไป ดูอาการแล้วคิดว่าคงโดนคุมความประพฤติไม่น้อย คิดแบบนี้แล้วก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา คนรักอิสระอย่างมันมาโดนกักบริเวณแบบนี้คงอึดอัดจนอกจะแตกตายแล้วแน่ อีกอย่าง…ที่ภัทรยอมกลับไปอยู่บ้านส่วนหนึ่งผมรู้ดีว่าเป็นเพราะห่วงเรื่องทำงานและการเดินทางของผม เพราะสุดท้ายแล้วถ้ามันไม่ยอมกลับคนที่กลับก็ต้องเป็นผมอยู่ดี ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกโกรธตัวเองหนักกว่าเดิม ที่ช่วยอะไรมันไม่ได้เลย

“ขอบคุณนะครับ” ผมพูดแล้วยื่นเงินให้คนขับรถเมื่อแท็กซี่สีเหลืองเขียวมาจอดอยู่หน้าบ้านเรียบร้อย เปิดประตูลงไปยืน เหลือบตามองบ้านข้างๆ ระหว่างกำลังสืบเท้าเข้าบ้าน ยังไม่ได้บอกภัทรว่าวันนี้จะกลับ เพราะไลน์ที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืนอีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบ

“กลับมาแล้วครับ”

ยกมือไหว้พ่อที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโซฟา พ่อหันมามองเล็กน้อยแล้วหันกลับไป ตั้งแต่วันนั้นก็ยังไม่ได้คุยกันจริงจัง บรรยากาศระหว่างผมกับพ่อไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าครั้งล่าสุดที่ทะเลาะกัน

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอปราณ” เสียงแม่ดังนำมาจากทางครัว ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกมา “กินอะไรมาหรือยังลูก”

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“เอาของขึ้นไปเก็บก่อนสิ เดี๋ยวลงมากินผลไม้”

“ครับ…”

ขานรับไปง่ายๆ ทั้งพ่อและแม่ไม่ได้หันมามองหน้าหรือคุยอะไรกับผมอีก รู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่จะยืนอยู่ตรงนี้ จะพูดจะชวนคุยอะไรก็ลำบากใจไปหมด ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ถ้าคิดอีกทีตั้งแต่เด็กมาผมก็ไม่เคยทะเลาะกับพ่อแม่เรื่องที่ไปเข้าข้างบ้านนั้นเลยสักครั้ง เห็นทีครั้งนี้คงยาก

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้งตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ปลายทางยังไม่ตอบกลับมา ยังไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน สงสัยว่าอาจจะโดนแม่ยึดไปอีกแล้ว มองลอดผ้าม่านไปที่บ้านข้างๆ แล้วไม่เห็นมีคน เดินออกไปยืนที่ระเบียงมองรั้วบ้านที่กั้นอาณาเขตระหว่างบ้านผมและบ้านภัทรไว้ก่อนจะเริ่มจมกับความคิดตัวเอง มันก็น่าแปลกนะที่ใช้รั้วเดียวกันแท้ๆ ทำไมถึงเกลียดกันได้มากขนาดนี้ แต่ไอ้ที่แปลกกว่านั้น ทำไมผมกับภัทรถึงต้องมารู้สึกอะไรแบบนี้ต่อกันด้วย ทำไมต้องเอาตัวเอาใจมาผูกติดกันอยู่แบบนี้ สู้เกลียดกันโกรธกันตามพ่อแม่ตัวเองไปให้จบๆ คงง่ายกว่า

ยืนรับลมอ่อนๆ ตอนเย็น มองนกมองฟ้าไปเรื่อยๆ แบบนั้นจนกระทั่งรถออดี้สีขาวป้ายแดงไม่คุ้นตาขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านข้างๆ มองตามอย่างสนใจกระทั่งประตูฝั่งคนขับเปิดออกและภัทรก้าวลงจากรถมา แอบคิดในใจว่านี่พ่อมันทุ่มขนาดซื้อออดี้มาล่อเพื่อแลกเปลี่ยนกับการกลับมาอยู่บ้านและเลิกคบค้ากับผมเลยเหรอวะ

หัวคิ้วกระตุกเข้าหากันเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนกำลังนั่งอยู่ในรถเคียงข้างคนรักของตัวเอง ยิ่งตอนที่เห็นว่าเป็นผู้หญิงหัวใจก็บีบรัดแรง ผมมั่นใจว่าไม่รู้จักเธอ ภัทรไม่เคยมีเพื่อนผู้หญิงลักษณะนี้ และไม่เคยพาใครเข้าบ้านอย่างนี้มาก่อน

ผมคงจะไม่รู้สึกอะไรมากขนาดนี้เลยถ้ามันไม่เดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่งแล้วรอให้หญิงสาวในชุดเดรสสีหวานลงมายืนข้างๆ รู้สึกขาตัวเองหนักขึ้นตอนที่เห็นสองคนตรงนั้นคุยและยิ้มให้กัน อาจจะเพราะมันไกลเกินกว่าที่จะรู้ว่ารอยยิ้มและแววตาของคนที่ได้ชื่อว่าแฟนตัวเองนั้นตีความหมายออกมาได้ว่าอะไร

แต่เหนือสิ่งอื่นใดความชัดเจนที่ว่ามันพาผู้หญิงเข้าบ้านนั้นก็เป็นของจริง

สะดุ้งเฮือกเมื่อคนตรงนั้นหันมาเห็นผมเข้าพอดี เราสบตากัน มองไม่ชัดแต่คิดว่าอีกฝ่ายมีอาการตกใจ มันทำท่าเลิ่กลั่กเหมือนต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง แต่คนข้างๆ ก็สะกิดที่บ่าเหมือนเรียกให้เข้าไปในบ้าน ไวกว่าความคิดผมหันหลังกลับเข้าห้อง ปิดประตูระเบียงลงเสียงดังอย่างพลั้งมือ

สิ้นเสียงกระแทกของบานเลื่อนทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ผมยืนพิงกำแพงข้างๆ อย่างสับสน ทบทวนและประมวลภาพที่เห็นเมื่อครู่ไม่ออก นี่มันเรื่องอะไรวะ ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องอะไรสักอย่าง นี่คือเหตุผลหรือเปล่าที่ทำให้ช่วงนี้ภัทรมันดูมีเรื่องให้คิดตลอด ในหัวมีแต่เรื่องร้ายๆ จนพาลคิดไปแล้วว่าที่มันเงียบหายไปหลายวันเป็นเพราะเรื่องผู้หญิง

ตอนนี้ผมควรรู้สึกยังไง ควรจะเชื่ออะไรกันแน่






---------------------------------
TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #737 DekD.com (@maleeACC) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 10:17

    โอ้ย. เจ็บอะ สงสารทั้งคู่ TT. ...

    #737
    0
  2. #722 Nebbianuvolaa (@Nebbianuvolaa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 14:13
    สงสารทั้งสองคนเลยTT
    #722
    0
  3. #706 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 22:56
    โอ่ยยยย ไปกันใหญ่ละ ฮือ
    #706
    0
  4. #682 mkatui (@maylovexis) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:59
    มาม่าสุดๆ หลายปมเหลือเกิน
    #682
    0
  5. #622 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:14
    ฮือออออ ไปกันใหญ่แล้ววว
    #622
    0
  6. #585 cadUTa (@caduta) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 09:08
    โอยยยยย มาม่ามาเต็ม อิ่มเลยยน สงสาร
    #585
    0
  7. #576 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 15:21
    ความพ่อแม่ยังไม่จบ มีความผู้หญิงเข้ามาแล้ว ... ให้ตายเถอะ อึดอัดมากเว่อร์เน้อ โทรศัพท์ก็ถูกยึดคืออะไร คุมประพฤติแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว นี่ลูกหรือนักโทษ โตๆ กันแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็กแล้วนะ พ่อแม่นี่ทำไม่ถูกเลยอ่ะ สงสารปราณมากอีก บังเอิญเกิน โป๊ะเลยทีนี้ ภัทรน่าจะบอกไป แต่ก็อย่างว่า ถ้าบอกแล้วเลิกก็ไม่คุ้มเลย
    #576
    0
  8. #501 knarins (@ninglky) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 13:48
    มาม่า......
    #501
    0
  9. #239 Army1994 (@Army1994) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 18:12
    ผู้ใหญ่ทำงี้ก็ไม่ถูกอ่ะ งื้ออ ฉันส่งสารปรานนนTT
    #239
    0
  10. #238 ส้ม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 21:22
    โอ้ย เศร้าๆๆ
    #238
    0
  11. #237 ส้ม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 21:21
    โอ้ย เศร้าๆๆ
    #237
    0
  12. #236 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 04:27
    ควรเชื่อใจภัทรค่ะ TT ฮือออออ สงสารปราณ ไม่รู้อะไรสักอย่าง แถมยังพูดอะไรไม่ได้ด้วย พ่อกับแม่นี่อคติบังตาจริงๆ อย่างว่า คนเราถ้าเกลียดกัน มันจะเลิกเกลียดได้ง่ายๆได้ไง แต่อย่างน้อยควรจะรับฟังลูกบ้างรึป่าว โอ้ย ตาภัทรนะตาภัทร ทำไมไม่บอกไปตั้งแต่เกี่ยวยัยชะนีนั่นเล่าฮะ โอ้ยจะบ้า ปราณต้องเชื่อใจภัทรนะเว้ย ฮือออ
    #236
    0
  13. #235 Scootte Spn (@piiimmii) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 12:46
    ?________?
    #235
    0
  14. #234 bh___ (@bh___) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 11:32
    พ่อแม่นี่ก็น้าาาาา
    #234
    0
  15. #233 48120 (@48120) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 11:13
    ทำไมปัญหามันเยอะจัง
    #233
    0
  16. #232 tuckkiijung (@tuckkii1996) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 11:12
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด หงุดหงิด หงุดหงิด หงุดหงิดดดดดดด ทำไมเรื่องมันวุ่นวายแบบนี้ ภัทรกับปราณไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมต้องมาโดนอะไรแบบนี้ ความสัมพันธ์ของภัทรปราณตอนนี้เปราะบางมากอะ แล้วยังมามีเรื่องเข้าใจผิดอีก โอ้ย อึดอัดแทนทั้งคู่
    #232
    0
  17. #231 bastin (@passawee-17) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 08:05
    กรี๊ดดดดด โอ้ยยยย มันไม่ควรเลยที่ผู้ใหญ่จะเอาเรื่องแบบนี้มาลงกับลูกอ่ะ หงุดหงิดๆๆๆ
    #231
    0
  18. #230 BREAKDOWN (@breakdown) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 07:08
    สองครอบครัวนี่เกลียดอะไรกันนะกหนาเนี่ยยยย โห่~~~ เกินป๊ายยย
    #230
    0
  19. #229 idocheeze (@cheezedrink) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 04:24
    ฉิ......แล้วเฮียภัทร
    #229
    0
  20. #228 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 04:08
    goshhh what's going on? Hey come on Pran don't be serious there's nothing /ถ้านี่อยู่ในเหตุการณ์คงพุ่งไปต่อยทุกคนแล้วอะ ทำไมแม่งวุ่นวายงี้วะ หงิดแทนอะ แล้วนี่ยังมาเจอเรื่องที่ตาภัทรยังไม่มีโอกาสได้พูดอีก ว้อทดา.. /กอดปราณภัทรแน่น
    #228
    0
  21. #227 fairynorth (@fairynorth) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 02:01
    โอ้ยยยยย อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปนะ ฮืออออ
    อะไรๆก็เปราะบางไปหมด ฮือออออ
    #227
    0
  22. #226 Surawatari Komiko (@26pl42oy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 01:42
    ห่างกัน แล้วยังมีเรื่องให้เข้าใจผิดอีกเหรอเนี่ยยย อย่าพึ่งใจร้อนนะปราณ ฟังภัทรก่อนน้าา
    #226
    0
  23. #225 gracieji (@graciejirada) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 00:11
    งานเข้าแล้วภัทร
    #225
    0