หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 98,391 Views

  • 956 Comments

  • 6,023 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5,034

    Overall
    98,391

ตอนที่ 23 : l ฉากยี่สิบสาม l Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    25 ต.ค. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากยี่สิบสาม l
Pran l talk




‘ว่าที่สะใภ้?’

คำถามที่หลุดออกจากปากตัวเองไปเมื่อครู่นั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว น่าแปลกที่เป็นคนพูดเองแท้ๆ แล้วดันมารู้สึกแย่เองได้ขนาดนี้ 
หลายต่อหลายครั้งที่มานั่งคิดแล้วก็สงสัยขึ้นมาว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมกับมันรู้สึกอะไรที่ไม่ควรต่อกันแบบนี้ 
ความจริงภัทรก็เป็นผู้ชายธรรมดาที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงปกติได้ และนั่นก็ไม่ต่างกันกับตัวผม 
เราพากันมาถึงจุดที่ต่างโหยหาร่างกายของฝ่ายตรงข้ามได้ตั้งแต่ตอนไหน และมันจะสายเกินไปไหมที่จะถอยหลังกลับไปยังตำแหน่งที่ง่ายกว่านี้

ภาพมันเปิดประตูให้ผู้หญิงคนนั้นยังคงติดตา ทั้งรอยยิ้มและท่าทางที่ดูเข้ากันดีอย่างไร้ข้อกังขา 
เป็นอันเข้าใจกันดีกว่าผู้หญิงย่อมต้องคู่กับผู้ชาย เป็นเรื่องปกติธรรมดาแล้วสำหรับโลกใบนี้ 
ไม่ต้องให้ใครมาบอกก็พอรู้ว่าผมกับมันนั้นไม่เหมาะที่จะรักกันเลยสักนิด

คงเป็นโชคดีที่โทรศัพท์มือถือบนเตียงของผมสั่นขึ้นก่อน ความคิดมากมายที่ไหลวนอยู่ในหัวถึงได้สงบลงก่อนที่สติจะได้แตกเข้าสักที


“ว่าไงไอ้ไว” ผมลากปลายนิ้วเพื่อกดรับสาย หลังจากที่เห็นชื่อไวโชว์เต็มหน้าจอ

[ไงครับคุณชาย วันนี้อยู่บ้านหรือเปล่า]

“อยู่สิวะ เพิ่งกลับมาจะให้กูออกไปไหน”

[เออดี คือกูแวะมาทำธุระให้แม่แถวบ้านมึง เลยว่าจะแวะเข้าไป มึงว่างปะ]

“แทบจะไล่ตบยุงแล้ว เข้ามาดิ”

[เออ เดี๋ยวซื้อเคเอฟซีเข้าไป โคตรอยากกิน]

“โอเคๆ ”

[เจอกัน]

พูดจบปุ๊บอีกฝ่ายก็ตัดสายไปทันที ผมหัวเราะเบาๆ กับอาการมาเร็วเคลมเร็วของเพื่อนสนิทตัวเอง 
เวลาแบบนี้ปล่อยวางไปบ้างก็ดี ไอ้นิสัยไม่ดีที่พอมีปัญหาก็พาลแต่จะคิดในแง่ร้ายไปได้ร้อยแปดพันเก้าเรื่องของผมนี่แม่งแก้ไม่เคยได้สักที


ก๊อก ก๊อก

“แม่เข้าไปนะปราณ”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงของแม่ ผมขานรับ อีกฝ่ายเลยเปิดประตูเข้ามา ในมือถือจานผลไม้ที่ปอกเรียบร้อยพอดีคำ

“แม่เห็นปราณขึ้นมานาน เลยเอาผลไม้มาให้ทานข้างบนน่ะ”

ผมเอ่ยขอบคุณ ลุกขึ้นไปรับจานมาถือ ความกระอักกระอ่วนใจยังคงตกค้างอยู่ เราไม่ได้สบตากันและผมก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองแม่

“ปราณ” จนกระทั่งแม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน

“ครับ”

“เรื่องที่เกิดขึ้นอย่าโกรธพ่อเขาเลยนะ เขาแค่อารมณ์ร้อนไปหน่อย ไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาไม่ดีเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แล้วนี่พ่ออยู่ข้างล่างหรือเปล่าครับ” 

“เพิ่งขับรถออกไปเมื่อครู่จ้ะ น่าจะมาช่วงกลับหัวค่ำ” 

“อ๋อครับ” ครางเสียงรับ และไม่ได้ต่อบทสนทนาต่อ ตลอดเวลาที่คุยกันปากผมยิ้มแต่ตาไม่ได้ยิ้มด้วย และคิดว่าแม่คงดูออกถึงได้ไม่พูดอะไรอีก ทำแค่เอื้อมมือมาจับไหล่ผมบีบเบาๆ แล้วเดินถอยออกจากห้องไป


ยังกินผลไม้ไม่ทันพร่องโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นอีกด้วยสายเรียกเข้าจากคนเดียวกับเมื่อครู่ที่แล้ว 
คุยรู้เรื่องว่าเจ้าตัวมารออยู่หน้าบ้านก็กดตัดสาย วางมือถือทิ้งไว้บนเตียง คว้าเอาจานผลไม้มาแล้ววิ่งลงบันไดไปชั้นล่าง 
ไอ้ไวที่ยืนคุยกับแม่ผมอยู่หันมายิ้มร่าในมือถือเคเอฟซีถุงเบ่อเร่อ ยิ้มให้ความตะกละของอีกฝ่าย 
จัดแจงหาจานชามช้อนส้อมมาเทอาหารใส่ให้ ก่อนที่ผู้ชายสองคนจะนั่งลงและตะบี้ตะบันกินทุกอย่างที่วางอยู่ตรงหน้า

หลังจากกินทุกอย่างจนเรียบ พวกผมก็ย้ายมานั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น พ้นห้าโมงมาได้เล็กน้อยพอฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี 
ไอ้ไวก็ชวนผมออกมานั่งที่ม้าหินหลังบ้าน หอบเอาขนมที่ซื้อมาตุนไว้ในตู้แต่ไม่ค่อยได้หยิบมากินออกมาด้วย 
แอบคิดในใจว่าที่กินไปเมื่อครู่ยังไม่พออีกหรือไง แต่พอเปิดถุงผมก็ดันหยิบกินด้วย 
นั่งกินนั่งคุยกันไปเรื่อย ถุงขนมว่างเปล่าก็เริ่มเยอะขึ้นตามลำดับเวลา เสียงหัวเราะค่อยๆ เบาลงหลังจากคุยกันเสียงดังมาร่วมชั่วโมง 
คงเป็นอะไรที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีปัญหาอะไรก็ตามเพื่อนก็ยังคงเป็นที่พึ่งที่ดีได้เสมอ 

“ปราณ” 

"หืม" 

"ยังไม่ดีกับภัทรเหรอวะ" 

คำถามที่ไม่มีที่มาของอีกฝ่ายทำผมชะงัก พอหันไปสบตาแล้วถึงได้รู้ว่ามันคงหาจังหวะในการคุยเรื่องนี้มาสักพักแล้ว "มึงหมายถึงอะไร" 

"อย่าทำเป็นไม่เข้าใจน่า" 

ผมถอนหายใจ รู้สึกเหนื่อยที่จะทำเป็นโอเคแล้วเหมือนกัน "อืม...เรื่องมันหนักว่ะคราวนี้" 

"ในที่สุดก็ยอมอ้าปากเล่านะมึงน่ะ เห็นกูโง่ขนาดแค่ฟังเพื่อนยังทำไม่ได้เลยเหรอวะ" 

"กูยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลย" 

"การกระทำมึงบอก" 

"เออน่า กูแค่ไม่รู้จะเริ่มเล่ายังไง" 

"มึงจะเริ่มตรงไหนก็เริ่มมาเถอะ" 

ผมพรูลมหายใจออกทางจมูกยาวๆ อีกครั้งเอนหลังใช้มือค้ำยันไม่ให้หงายลงพื้น "ก็อย่างที่มึงรู้แหละว่าความจริงบ้านกูกับบ้านมันไม่ถูกกัน" 

"อือฮึ แต่มันก็เป็นมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอวะ ทำไมเพิ่งมาเครียดเอาตอนนี้" 

"ก็ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้วนี่หว่า" 

"อ๋อ จะบอกว่าตอนนั้นแค่เพื่อน แต่ตอนนี้เป็นผัว" 

"ไอ้เชี่ยไว" 

"อะๆ กูล้อเล่น" มันรีบพลิกลิ้นทันทีที่ผมเรียกชื่อมันเสียงดุ ทั้งยังเหล่มองด้วยหางตาอย่างไม่สบอารมณ์ “แล้วตกลงมันยังไง”

“ก็ไม่มีอะไร พ่อแม่พวกูดันจับได้ว่าอยู่หอเดียวกัน วันนั้นนี่อาละวาดจนหอแทบแตก แล้วก็พาตัวไอ้ภัทรกลับบ้าน”

“ไอ้เชี่ยยย ยิ่งกว่าละครหลังข่าว นี่มึงเป็นโรมิโอจูเลียตเหรอวะ เอ๊ย! ไม่ใช่สิ ต้องโรมิโอโรมิโอสินะ” มันลากเสียงยาว ก่อนโดนผมตีเข้ากลางหลัง

“เบาๆ สิวะ อยากให้แม่กูรู้รึไง!”

ไวก้มหัวขอโทษปลกๆ แล้วหรี่เสียงให้เบาลง “เออ โทษทีๆ แล้วไงต่อ”

“ก็ไม่แล้วไง กูทะเลาะกับพ่อแม่กู มันก็ทะเลาะกับพ่อแม่มัน เรื่องคาราคาซังแก้ไม่หาย”

“แต่มันก็นมนานแล้วปะวะ จะมาแก้อะไรตอนนี้ได้ที่ไหน”

“เออ รู้” ผมถอนหายใจสั้นๆ เบนสายตาไปด้านข้างอย่างเซ็งๆ “ประเด็นคือตอนนี้ฝั่งพ่อแม่มันดันจับคู่ผู้หญิงให้”

พูดจบอีกฝ่ายก็ตบเข่าดังฉาดจนผมหลุดสะดุ้ง “ซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้มั่งวะ”

“อะไรของมึง กูตกใจหมด”

“แล้วสวยปะวะ มึงเคยเห็นปะ กูรู้จักไหม”

“สวย วันนี้เห็นแวบๆ มึงไม่น่ารู้จักหรอก”

“แล้วไง ยอมแพ้?”

ผมเงียบ ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป ไม่ใช่ว่าคำถามมันยาก หากแต่ยังไม่เข้าใจความคิดของตัวเองเลยเสียมากกว่า 
ซับซ้อนเกินกว่าจะหาคำมาอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ได้

“มึงกังวลเรื่องพ่อแม่มึงกับพ่อแม่มัน หรือกังวลเพราะตัวมันกันแน่”

“หมายความว่าไง”

“มึงคิดว่ามันจะกลับไปเอาผู้หญิงถูกไหม”

“...” แม่ง...

“ถ้าให้กูทาย พอมึงเห็นมันอยู่กับผู้หญิง ก็คิดว่าเป็นแบบนั้นมันเหมาะสมกว่าใช่ปะ” ไอ้หมอเดาทายใจแม่งก็ยังคงพูดไปเรื่อยด้วยอาการถือไพ่เหนือกว่า มือเอื้อมไปหยิบแผ่นมันฝรั่งทอดเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ แต่ไอ้คำพูดน่าหมั่นไส้นั่นมันก็แทงใจเข้าจังๆ จนไม่กล้าด่ากลับ

ก็ในเมื่อเสี้ยวหนึ่งในสมอง ผมก็คิดอย่างนั้นจริงๆ




หัวโจกวิดวะ 2m
Missed Call (11)

ผมเหลือบตามองโทรศัพท์ที่เพิ่งหยุดสั่นไปได้ไม่นานอีกครั้ง หลังจากที่มีสายเรียกเข้ามาหลายครั้งแล้ว 
อันที่จริงตอนมันดังผมก็นั่งอยู่ใกล้ๆ ไม่ใช่เพราะรับไม่ทันหรือไม่ได้ยินแต่อย่างใด แต่แค่ยังไม่อยากจะคุยต่อ 
เวลาอารมณ์ไม่ดีหรือมีอะไรให้คิดผมก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก กลัวว่าจะเอาแต่ใช้อารมณ์จนต้องมาปะทะกัน

จ้องหน้าจอที่ยังปรากฏสายไม่ได้รับอยู่และคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไอ้ชื่อประหลาดที่เม็มไว้แทนตัวมันนี่นึกถึงทีไรก็ขำ 
ตอนแรกผมเม็มเบอร์มันเป็นตัวพีง่ายๆ กันเวลาเพื่อนหรือพ่อแม่เห็นจะได้ไม่มีปัญหา 
แต่หลังจากขยับสถานะขึ้นมา และหน้าด้านเปิดตัวกับเพื่อนผมไปทั่วแล้ว ก็ลามมาเปลี่ยนชื่อตัวเองในเครื่องผมเฉย 
ทั้งไอ้ชื่อ ‘พี่ภัทรสุดหล่อพ่อน้องหอมแฟนน้องปราณ’ ที่นอกจากแม่งจะยาวแล้วยังไร้สาระจนทนไม่ได้ 
สุดท้ายหมั่นไส้มากๆ เลยเปลี่ยนเป็นอย่างที่เห็น

นี่ขนาดเรื่องแม่งน่าขำขนาดนั้น ตอนนี้ผมยังยิ้มไม่ออกเลยสักแอะ


ก๊อก...

ผมชะงัก ขมวดคิ้วฉับเมื่อได้ยินเสียงคุ้นๆ นี่หูแว่วหรือเปล่า

ก๊อก…..

คิดสงสัยยังไม่ทันเสร็จก็ต้องยกมือกุมขมับ อย่าบอกนะว่า...

ครืด!

ผมลุกพรวดไปดึงผ้าม่านเปิดออก อยากด่าตัวเองที่หูดีและลางสังหรณ์แม่นได้ขนาดนี้ 
ไอ้หมาบ้านี่แม่งปีนระเบียงมาที่ห้องผมอีกแล้ว ผมนิ่วหน้าเตรียมจะด่าแต่อีกฝ่ายก็ยกนิ้วจรดริมฝีปากสงสัญญาณให้หยุดพูดแล้วปลดล็อคเปิดประตูก่อน พ่นหายใจอย่างหงุดหงิดแล้วเปิดประตูบานเลื่อนให้เงียบที่สุด อีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามาในห้องเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมปิดประตูและเลื่อนม่านให้มิดชิดตามเดิม

“นี่มึงคิดอะไร…!”

ด่ายังไม่ครบประโยค ไอ้ตัวเจ้าปัญหาก็รวบร่างผมเข้าไปกอด

“อย่าโกรธสิ”

“จะไม่ให้โกรธได้ไง ทำไรไม่คิดวะ!”

“แล้วจะให้กูคิดอะไรได้ วันนี้ไอ้ไวก็มาขลุกอยู่กับมึงทั้งวัน จนมึงไม่ยอมสนใจกู แค่เห็นมึงหัวเราะอยู่กับคนอื่นกูก็แทบทนไม่ได้แล้ว” มันเอ่ยปากเสียงอ้อน จูบย้ำลงมาที่ขมับ แต่ผมเอนตัวหนี “แล้วมึงยังไม่รับโทรศัพท์ ไลน์ก็ไม่อ่าน”

“อดทนอะไรไม่ได้เลยหรือไง ไวมันแค่เพื่อนกูมึงก็ทนไม่ได้ ทีคู่หมั้นมึงกูยังไม่เห็นว่าอะไร” 

“อย่ามาเรียกว่าคู่หมั้น กูไม่ยอมรับ”

“ปากบอกไม่ยอม แต่การกระทำนี่ยิ่งกว่าเต็มใจ”

“มึงอย่าพูดแบบนั้นสิ ก็รู้นี่ว่ากูรักมึงแค่ไหน จะเอาตรงไหนไปแบ่งให้คนอื่นอีกล่ะ”

“เอาแต่ใจตัวเองฉิบหายเลยมึงน่ะ”

“แค่กับเรื่องมึงเท่านั้นแหละ อย่าดิ้นสิ คิดถึงนะปราณ”

“ไม่ต้องมากอด ปล่อยกู”

“อย่าทุบกูสิ เจ็บ”

“เจ็บก็ปล่อยสิวะ”

“โดนมึงโกรธแล้วยังไม่ได้กอดเจ็บกว่า”

แม่ง น้ำเน่า… “จะอ้วก”

“อะไร กอดแค่นี้ท้องเลยเหรอ”

“ไอ้ภัทร”

“อย่าเพิ่งโกรธสิ” มันรีบคลายอ้อมกอด ขยับออกมามองหน้าอ้อน ดึงมือผมให้เดินไปนั่งลงที่เตียงข้างๆ กัน “หายโกรธกูเถอะนะ”

“กูไม่ได้โกรธมึงแล้ว” ผมว่า ไม่สบตา “แค่ยังไม่อยากคุย”

“ปราณ...”

ภัทรครางเสียงประท้วงออดอ้อน จับมือผมลูบเบาๆ แล้วยกขึ้นจรดริมฝีปากจูบลงมาที่หลังมือ ผมไม่ดึงออกแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีใส่ใจ

“กูขอโทษที่ปิดบัง อย่าเมินกูแบบนี้สิ”

“ก็บอกไม่ได้โกรธ แต่จะให้กูทำใจยังไง”

“จะแก้ไขให้ จะไม่ยอมให้มึงต้องอดทนฝ่ายเดียวเลย สัญญา”

“อย่าสัญญาในสิ่งที่มึงก็ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่าภัทร”

“กูจะพยายาม จะทำให้ได้ เชื่อกูนะ”

“...”

“เชื่อกูนะปราณ”

“…จะมีสักครั้งไหมที่กูจะไม่ใจอ่อนกับมึง”

ฟังจบประโยคจนจับใจความได้แล้วอีกฝ่ายก็ยิ้มกว้างขยับเข้ามาดึงตัวผมไปกอดแน่น 
ให้ตายสิ ที่มันเหลิงแบบนี้ก็คงไม่พ้นต้องโทษตัวเองที่เอาแต่ตามใจอยู่เรื่อย

“ต่อไปถ้ามีอะไรก็พูดกับกู กูไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ต้องรอให้มึงมาปกป้องแล้วแขวนกูไว้บนหิ้ง มีอะไรก็ต้องช่วยกันคิด ไม่งั้นจะมีกูไว้ทำไม”

“เข้าใจแล้วครับ แต่อย่าพูดแบบนี้อีกได้ไหม กูไม่มีมึงไม่ได้หรอก”

“…ถ้ามีครั้งหน้าอีก กูจะไม่สนมึงแล้วนะ”

“สัญญาเลย”

ผมนั่งนิ่งให้อีกฝ่ายกอด ไม่ได้ขืนตัวออก กลับทิ้งน้ำหนักตัวเองเข้าหาเสียด้วยซ้ำ วางมือลงที่หลังมันกอดกลับไปหลวมๆ 
เราไม่ได้พูดอะไรกัน เอาแต่ทิ้งตัวเองให้จมอยู่ในวงแขนของฝ่ายตรงข้าม สูดลมหายใจเอากลิ่นกายอีกคนเข้าปอด 
ซึมซับบรรยากาศและความรู้สึกเดิมๆ เหมือนตอนที่ยังได้นอนได้อยู่ด้วยกัน

“กอดพอหรือยัง กลับห้องไปได้แล้ว”

“ไม่เอา” มันครางเสียง กอดผมแน่นขึ้น “จะนอนนี่”

“ไอ้ภัทร อย่าเลอะเทอะ”

“กูจะนอนกับมึง เดี๋ยวตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีห้า รีบปีนกลับไป”

“จะทำแบบนั้นเพื่อ กลับห้องไปเลย”

“ก็กูอยากนอนกอดมึง เราไม่ได้นอนกอดกันนานแล้วนะ มึงไม่คิดถึงกูเหรอ”

“แต่มันใช่เรื่องที่จะมาเสี่ยงทำอะไรบ้าๆ แบบนี้ไหมล่ะ นี่มันบ้านกูนะ พ่อแม่ก็อยู่ห้องข้างๆ เนี่ย มึงอยากโดนพ่อเอาปืนไล่ยิงหรือไง”

“คิดจะรักลูกเขาก็ต้องเสี่ยงสิวะ”

“ไอ้ภัทร” ผมกดเสียงต่ำ พยายามดันตัวเองออกจากวงแขนเมื่ออีกฝ่ายแม่งเล่นไม่ยอมเลิก พูดอะไรไม่เคยจริงจังสักที

“เถอะนะ คิดถึงมึงนี่”

“ไม่ได้”

“นะปราณ”

“กูบอกว่าไม่ได้ไง”

พอเห็นผมยืนยันคำเดิมไม่เลิก มันก็ผละตัวออกมามองหน้า ช้อนตาออดอ้อนอย่างน่าหมั่นไส้ 
ท่าทางที่มึงทำอยู่ไม่ได้น่ารักเลยสักนิด เมื่อไหร่ไอ้ความเข้าใจผิดๆ จะหายไปเสียที จะพูดจะบอกก็กลัวทำให้เสียความมั่นใจเปล่าๆ 

แต่มาคิดอีกทีไอ้ความมั่นใจเกินร้อยนี่ลดลงบ้างก็คงดี

“ปราณ…” แล้วยังไอ้เสียงอ้อน(อวัยวะเบื้องล่าง)นี่อีก

“อย่ามาอ้อนให้เสียเวลา บอกว่าไม่ก็ไม่”

“มึงไม่คิดถึงกูเลยเหรอ ใจร้ายเกินไปแล้ว”

“คิด…” ผมพึมพำในคอ ภัทรหูตั้งหางกระดิกขยับเอียงหูเข้ามาใกล้ “คิดว่าถ้าพ่อแม่รู้เข้าจะเป็นยังไง แค่นี้ก็หนักมากพอแล้ว กลับไปเลย”

“โธ่ ปราณ”

“กูหวังดีกับเราทั้งนั้น”

“…ก็ได้ แต่ขยับมานั่งตรงนี้หน่อย” มันตบลงตรงที่ว่างกลางหว่างขาตัวเอง “มาทำให้หายคิดถึงก่อน”

ผมหรี่ตามอง ลังเลที่จะทำตามไม่รู้ว่ามันจะมาไม้ไหน นิสัยอย่างภัทรไม่เคยยอมความง่ายๆ เอาแต่ใจล่ะที่หนึ่ง 
แต่พอคิดถึงภาพที่อีกฝ่ายแอบปีนมาที่ระเบียงห้องผมอย่างลำบากแล้วก็ใจอ่อน ยอมไปทิ้งตัวลงตามที่ถูกร้องขอ

นั่งยังไม่ถึงเสี้ยววินาที ก็ถูกรั้งเข้าไปกอดจนหลังแนบอก ริมฝีปากอุ่นๆ ประทับลงมาที่ใบหูไล่มาจนถึงลำคอให้ต้องหดคอหนี มือปลาหมึกสอดเข้ามาลูบอยู่บริเวณหน้าท้อง

“ปราณ”

“อืม...”

“กูคิดถึงมึงนะ”

“รู้แล้ว ฮื่ออย่าดูดคอ เดี๋ยวเป็นรอย”

“คิดถึงมึง คิดถึงกลิ่นมึงฉิบหาย”

“ก็ไปดมน้องเน่าของมึงสิ”

“น้องหอมก็แทนมึงไม่ได้หรอก”

ยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อคำ อีกฝ่ายก็เอื้อมมือมาแตะข้างแก้มผมออกแรงดันให้หันไปประจันหน้า 
เราสบตากันและรู้สึกได้ถึงความนัยที่แฝงอยู่ ภัทรใช้นิ้วโป้งไล้เบาๆ ที่ริมฝีปากผม แทรกเข้ามาตามรอยแยกให้เปิดปากออก 
แบบที่ผมก็ยอมผ่อนตามแต่โดยดี ราวกับมีแรงดึงดูดระหว่างกัน ใบหน้าเคลื่อนเข้าหาจนประกบแนบชิดที่ริมฝีปาก 
สัมผัสนุ่มหยุ่นแตะลงที่ริมฝีปากล่างเลาะเข้ามาด้านใน ลากไปมาที่ไรฟัน จนขยับมาเกี่ยวพันกับลิ้นตัวเอง

จูบครั้งนี้ค่อยเป็นค่อยไปกว่าทุกครั้ง ไม่ได้เผยอารมณ์หรือความต้องการใดๆ ออกมา 
เหมือนเรากำลังสื่อสารว่าคิดถึงกันมากแค่ไหนผ่านปลายลิ้น ผมค่อยๆ เคลื่อนลิ้นตามอีกฝ่ายกอดรัดกันผ่านจูบไม่ต่างกับอ้อมกอด 
ลมหายใจประสานกลายเป็นจังหวะเดียว และมันเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ในตอนที่คนตรงหน้าพยายามยื้อเสื้อผมถอดออก

“ภัทร…พอก่อน”

ผมหอบหายใจ ขยับใบหน้าออกห่างและดึงริมฝีปากตัวเองให้เป็นอิสระ ในขณะที่อีกคนไม่ยอมให้ความร่วมมือ 
เอาแต่จะงับริมฝีปากผมดูดไว้ แต่เมื่อเห็นว่าผมกำลังกอบโกยอากาศเข้าปอดไม่ทัน 
มันก็ยอมหยุดพักวางหน้าผากตัวเองลงมาที่หน้าผากผม หลับตาลงและฟังเสียงลมหายใจของอีกคน 

หัวใจยังไม่ทันกลับมาเต้นในจังหวะเดิมภัทรก็กระซิบถ้อยประโยคที่ทำเอาเบิกตาโพลง

“ปราณ…กูอยากว่ะ” มันพูดข้างหู จูบเบาๆ ตรงต้นคอ “เอากันเถอะ”

ผมดีดตัวออกห่าง ตีเข้าที่แขนมันเสียงดัง 


ไอ้หมาบ้านี่มันไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย!







Tbc...



มาแล้วค่ะ หายหน้าไปนาน เพราะตั้งแต่ต้นเดือนก็เจอเรื่องหนักๆ มาหลายเรื่อง
ยิ่งช่วงอาทิตย์นี้ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ทั้งสำหรับเดย์เอง และคนไทยทุกคน
ช่วงนี้ก็ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง มีสติ และจับมือผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันนะคะ 
ผ่อนคลายสมอง ปล่อยวางจิตใจและหันหน้าเข้าหาสิ่งดีๆ บ้าง อย่าจมอยู่กับความทุกข์มากเกินไปจะแย่เอาน้า

ด้วยรักและเป็นห่วง <3


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #929 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 14:09
    อ่านไปก็ลุ้น กลัวแม่เปิดประตูเข้ามาเจอ แจ็กพอตแตกเด้อ
    #929
    0
  2. #899 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:03
    โถ้ะ พ่อแม่อยุห้องข้างๆนิ 555555
    #899
    0
  3. #739 DekD.com (@maleeACC) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 11:05

    พูดตรงๆนะ เด็กวิดวะ เด็ดจริงๆ

    #739
    0
  4. #683 mkatui (@maylovexis) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:16
    แงงงงง มาถึงก็หื่นเลยย
    #683
    0
  5. #624 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:46
    จะเขินก็เขินไม่สุดเนี่ยยยยยยยย
    #624
    0
  6. #578 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 18:41
    ปีนมาบ้านเขาไม่พอ ยังจะมาหื่นใส่อีก 555555 นี่พระเอกจอมหื่นเลยนะพรูดเลย ช่วยกันแก้ไข้ปัญหาเนอะ แล้วปัญหาของภัทรนี่ก็ควรทำตัวชัดเจนกับพันซ์ไปเลยนะว่าอยู่ในสถานะไหน ให้ได้แค่ไหน ไม่ใช่ทำตัวอยู่ในโอวาทแม่ทุกอย่าง อย่างนี้ก็เหมือนไปตั้งความหวังเขาแหละว่าตัวเองก็สนใจเขา สู้ๆ นะ เขินมากเน้อตอนภัทรกอดจูบลูบคลำปราณอ่ะ ให้ตาย ให้ตายยยยยยย
    #578
    0
  7. #550 Trongkamol (@wannigz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 23:03
    คนอ่านก็นั่งเก็งว่าพ่อแม่จะเข้ามาเห็น /จะ"อยาก"ก็เกรงใจเราด้วยเราเก็งจะแย่แล้วเนี่ย!!! 55555+
    #550
    0
  8. #480 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:56
    โอ้ยย อินังภัทรร คนบร้าา จะขอก็ขอตรงๆแบบนี้เลยหรอออ 5555555555555555555
    นี่อ่านแล้วกลัวว่าพ่อแม่ปราณจะเข้ามาเห็นมากก ฮื่ออ
    #480
    0
  9. #263 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 17:27
    โอ้โหเห้ย ภัทรคะ เดี๋ยวนะ555555555555555555555555 อ่านตอนปราณนี่ดาวน์มาทั้งเรื่อง ถอนหายใจแทนมาทั้งตอน มาเจอภัทรประโยคสุดท้ายทีเดียว อยากจะ swear ให้รู้แล้วรู้รอด5555555555555
    #263
    0
  10. #254 luhanbaekhyunkai (@luhanbaekhyunkai) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 22:16
    เอ่อออ ขอเอาแบบนี่ก็ได้หรอ55555555
    #254
    0