หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 100,605 Views

  • 985 Comments

  • 6,158 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7,248

    Overall
    100,605

ตอนที่ 27 : l ฉากยี่สิบเจ็ด l Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    30 พ.ย. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากยี่สิบเจ็ด l
Pran l talk



เสียงประตูห้องนอนผมปิดลงดังลั่นบ้าน สะเทือนขึ้นไปจนถึงฝ้าเพดานสั่นน่ากลัวอยู่ไม่นานทุกอย่างก็เงียบสนิท
ผมหอบหายใจเพราะความโมโห อัตราการเต้นของหัวใจถี่และรัวเร็วจนเจ็บหน้าอก
คิดไปถึงบทสนทนาที่ไม่เหมือนการพูดคุยกันเมื่อครู่แล้วน้ำตาที่กลั้นมานานก็เริ่มเอ่อ

เพี้ยะ!

ใบหน้าผมหันไปตามแรงตบ เจ้าของฝ่ามือที่เพิ่งทำร้ายแก้มผมเมื่อครู่สั่นไปทั้งร่างด้วยโทสะ
ดวงตาแดงก่ำและคลอไปด้วยน้ำ ความเสียใจที่เจือปนไปด้วยความผิดหวังนั้นทำเอาผมไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปสบตา
รู้ว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่มันไม่น่าอภัยให้แค่ไหน

เข้าใจว่าความรักของผมกับมันไม่ใช่เรื่องที่พ่อกับแม่จะยอมรับได้ ไม่ว่าจะตอนนี้…หรือชาตินี้

“นี่ฉันเลี้ยงแกมาผิดพลาดตรงไหน ถึงได้ทำตัวแบบนี้!”

“...”

“สมองกลับไปแล้วหรือไงถึงได้ไปเกลือกกลั้วอยู่กับไอ้เด็กเปรตพันธุ์นั้น แกคิดอะไรของแกอยู่ไอ้ปราณ!!”

ยิ่งผมเงียบมากแค่ไหน พ่อก็ยิ่งเสียงดังขึ้นมากเท่านั้น ผมหลับตาแน่นเมื่ออารมณ์ของอีกฝ่ายปะทุแรงขึ้นจนตั้งรับไม่ไหว
บรรยากาศในบ้านเดือดระอุอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และในระหว่างที่พ่อตวาดเสียงดัง
แม่ก็นั่งร้องไห้ไม่หยุดอยู่ที่โซฟาด้านข้าง นี่คงเป็นครั้งแรกที่ลูกอย่างผมทำให้แม่ร้องไห้ได้มากขนาดนี้

“ภัทรไม่ใช่คนไม่ดีครับพ่อ”

“นี่แกยังจะกล้ามาพูดแบบนี้ให้พ่อได้ยินอีกหรือไง! แกมัน...”

“คุณคะ!”

แม่ลุกพรวดขึ้นรั้งแขนพ่อไว้ทันทีที่อีกฝ่ายทำท่าจะเข้ามาตบผมอีกรอบ น้ำตาแม่ร่วงลงตามแก้มไม่หยุด
ผมเบนหน้าไปด้านข้างเพราะไม่อาจทนมองได้

“ปราณ…” เสียงสั่นๆ ของแม่ดังขึ้นใกล้ๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่มือผมถูกดึงไปจับ “แม่ขอร้องนะ เลิกยุ่งกับมัน กลับมาเป็นปราณคนเดิม...อึก…กลับมาเป็นเด็กดีของแม่นะ”

“…ปราณก็ยังเป็นปราณแม่ ไม่ว่าปราณจะรักภัทรหรือไม่รัก คนตรงหน้านี้ก็ยังเป็นลูกแม่คนเดิมอยู่ดี”

“นี่ตกลงแกจะไม่ยอมเลิกกับมันใช่ไหม!” เมื่อพ่อตะโกนแทรกขึ้นมา แม่ก็ร้องไห้อีกครั้งจนตัวโยน

“…”

“แกคิดดีแล้วงั้นสิ แกคิดว่าครอบครัวเรากับครอบครัวมันจะดองกันเพราะพวกแกวิปริตแอบคบกันอย่างนั้นเหรอ!”

“พ่อ…”

“ก็ลองดูว่าฉันจะเอาแกไม่อยู่ ไอ้ปราณ” พ่อกัดฟันพูด จ้องตาผมเขม็ง ท่าทางที่ไม่ยอมลงให้ทำง่ายๆ เอาไม่กล้าเถียงอะไรต่อ จนกระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยอีกประเด็นขึ้นมา “ตอนนี้แกก็เรียนจบแล้ว เดี๋ยวฉันจะทำเรื่องให้แกไปหาไอ้ป้องที่อังกฤษ”

“พ่อ!”

“ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ไม่ต้องรับมันแล้วปริญญา มาดูกันว่าจะแยกพวกแกไม่ได้”

“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย พ่ออย่าเอามันมาปนกันนะ”

“ฉันไม่สน! เรื่องมันมาขนาดนี้แล้วจะเหลืออะไรให้แยกแยะอีก ต่อให้แกคุกเข่าลงไปตรงนี้ฉันก็จะทำ!”

พ่อตะโกนสุดเสียงอย่างเหลืออด ท่าทางที่เต็มไปความโมโหนั้นผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ยิ่งพูดยิ่งดัง ยิ่งเถียงยิ่งตวาด ราวกับความโกรธนี้ไม่มีที่สุดสิ้น นี่คงเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวในชีวิตของผม

ที่ผู้ให้กำเนิดทั้งสองตรงหน้านั้นไม่มีวันให้อภัย หรือยอมรับได้เลย…



หลังจากนั้นผมก็ขังตัวเองไว้ในห้อง ล็อคกลอนแน่นหนาไม่ตอบรับเสียงเคาะประตูหรือประโยคคำถามของใคร
ทำเพียงนั่งอยู่บนเตียงเหม่อลอยไร้ความคิด หลงเหลือไว้เพียงความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
ใบหน้าของภัทรที่ยิ้มจนเต็มแก้มตอนตื่นนอนยามเช้าปรากฏขึ้นในหัว
ไออุ่นจากมือใหญ่วางลงที่ข้างแก้มลูบไปมาแผ่วเบาผิดกับนิสัยไม่รักษาของ

นานเกินวันที่เราไม่ได้ยินเสียงกัน คงเป็นอีกครั้งกับการถูกจองจำ
ล้มตัวนอนหงายปล่อยให้น้ำที่คั่งค้างอยู่ปริ่มขอบตาไหลซึมลงหมอน
แม้เพียงเล็กน้อยหากแต่รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อย โทรศัพท์มือถือในกางเกงสั่น
ผมลุกพรวดรีบล้วงมันขึ้นมาดู ชื่อภาโชว์หราเต็มหน้าจอ ไม่ต้องคิดอะไรมากก็กดรับ

“ว่าไงภา”

[กูเอง พ่อกูยึดโทรศัพท์ มึงเป็นไงบ้าง]

“แผลเยอะไหม”

[ไม่ ไกลหัวใจเยอะ] แม้ปลายสายจะพยายามตอบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แสร้งทำเป็นพูดเล่นอย่างนิสัย หากแต่เสียงหายใจนั้นผิดแปลกไป จนผมเองกลั้นน้ำตาไม่ไหว ไอ้ที่หยุดไหลไปเมื่อครู่ก็เริ่มคลอเบ้า [ปราณ อย่าร้อง]

“กูไม่ได้ร้อง” อยากยัดผ้าห่มใส่ปากตัวเอง เมื่อเสียงกับคำพูดไม่ได้ไปทางเดียวกัน

[พ่อมึงว่าไงบ้าง]

“ก็เดิมๆ”

[ขอโทษว่ะ]

“เออ มึงสมควรจะขอโทษ”

[ขอโทษจริงๆ]

ผมเงียบ ไม่ได้พูดอะไรอีก ฟังเสียงขอโทษของมันแล้วหลับตาลง ไม่ได้คิดโกรธเคืองหรือติดใจอะไรตั้งแต่แรก
ทั้งหมดทั้งมวลที่มันและผมกระทำล้วนเกิดจากความรักและโหยหากันทั้งสิ้น
ความรู้สึกที่พวกเรามีให้กันนั้นไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไม่เคยคิดเสียดายสิ่งที่เคยให้มัน
จนถึงตอนนี้ผมก็อยากจะทลายกำแพงทุกอย่างที่กั้นระหว่างเราเอาไว้
อยากจะไม่สนความรู้สึกของใครนอกจากคนที่อยู่อีกฝากหนึ่งของบ้านหลังข้างๆ 

ทั้งที่ใจเราผูกติดกันไว้ขนาดนี้ แต่ทำไมในชีวิตจริง แม้แต่เจอหน้ายังเป็นความผิด…

[กูรักมึงปราณ]

ประโยคบอกรักดังขึ้นเบาๆ หากแต่ชัดเจน ราวกับเจ้าตัวมากระซิบอยู่ข้างหู ทำเอาผมสามารถยิ้มได้แม้น้ำตาจะอาบแก้ม

“พูดทำไมบ่อยๆ”

[มันล้นมาก ถ้าไม่บอกต้องอกแตกตายแน่ๆ]

ความเถรตรงที่ยังคงเป็นตัวตนของเจ้าของคำพูดนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่ผมก็นึกอิจฉา
หากผมสามารถพูดทุกอย่างได้ดั่งใจคิดสักครึ่งหนึ่งของมัน บางทีอาจจะไม่อึดอัดแบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้นปากเจ้ากรรมก็ยังไม่ยอมเอ่ยสักเรื่องที่ตรงกับใจ

“มึงไม่กลับมานอนห้องเหรอ ไฟมืดตั้งแต่เมื่อคืน”

[โดนจับย้ายห้องแล้ว ห้องนั้นล็อก]

ผมยิ้มกับตัวเอง ทั้งที่รู้แท้ๆ ว่าคำตอบจะออกมาประมานไหน แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้เอ่ยปากถามให้ตอกย้ำตัวเอง
มองผ่านหน้าต่างออกไปเห็นหน้าต่างของห้องอีกฝ่ายปิดม่านทึบไว้จนไม่อาจมองเห็นภายใน
คิดถึงจนหลุดปากบอกไปว่าวันไหนภาเข้ามาให้เปิดม่านไว้

“แต่กูไม่ได้อยู่แล้วนะ”

คำตอบที่ได้รับกลับมาไม่ต่างกับน้ำเย็นๆ สาดหน้า เพื่อบอกให้ตื่นขึ้นจากความฝันโง่ๆ ได้แล้ว
เพราะไม่ว่าจะนั่งมองห้องเปล่าๆ ที่มีภาพเจ้าของห้องฉายซ้อนอยู่อีกนานแค่ไหน สุดท้ายก็คงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นอยู่ดี

หัวข้อต่อมาในการสนทนาคือเรื่องการแต่งงานของแฟนตัวเอง
จากน้ำเสียงของมันทำให้ผมรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายจริงจังและพยายามจะหาทางออกให้มากขนาดไหน
ไม่ว่าจะเป็นคนที่ต้องแต่งหรือคนที่ได้แต่นั่งมองอยู่ห่างๆ ต่างก็ล้วนเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่ากัน

ทั้งที่มันกำลังประคองความรู้สึกของผมอยู่สุดความสามารถ แต่ผมก็ยังไม่สามารถยิ้มออกได้เลยแม้แต่น้อย
เพราะนอกไปจากความมุ่งมั่นของภัทรแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนไม่ต่างกัน นั่นคือความจริงที่รู้อยู่แก่ใจ
ว่าท้ายที่สุดแล้วการดิ้นรนที่เรากำลังพยายามทำอยู่นั้น มันไม่ต่างอะไรกับปลาขาดน้ำที่พยายามกระเสือกกระสนจะหายใจต่อ...

ให้ได้อีกสักวินาทีเดียวก็ยังดี



เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผมขังตัวเองไว้ในห้อง ไม่ยอมออกไปไหนและไม่ยอมให้ใครได้เข้ามา
พอตกเย็นเสียงไขกุญแจก็ดังขึ้นหลังบานประตู ผมขมวดคิ้วเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ไม่นานนักประตูก็เปิดออก เป็นพ่อที่เดินหน้าบึ้งเข้ามา

“จะประท้วงอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ”

พ่อพูดเสียงนิ่ง ไม่มีกระแสความห่วงใย ราวกับออกคำสั่งกับคนในปกครอง
แม่ยกถาดอาหารเข้ามาวางเงียบๆ หันมามองผมด้วยแววตาเจ็บปวดก่อนเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
พ่อยังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน หรี่ตามองผมแล้วดันประตูให้ปิดลง วางซองน้ำตาลที่ถือติดเข้ามาด้วยลงที่โต๊ะแรงๆ

“นี่คือเอกสารของมหาวิทยาลัยที่ฉันจะส่งแกไปเรียน เมื่อวานติดต่อไปหาป้องมันเรียบร้อยแล้ว กำหนดการอีกสองอาทิตย์ เดี๋ยวจะให้คนพาไปทำวีซ่า”

“...”

ถ้อยคำยาวเหยียดนั้นไม่ใช่ประโยคคำถาม ไม่ใช่แม้แต่ประโยคบอกเล่า หากแต่เป็นคำสั่งที่กล่าวให้ปฏิบัติตาม
ลูกอย่างผมทำได้เพียงก้มหน้ารับฟัง ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยแย้ง ในห้องเงียบสนิทไม่มีใครพูดอะไรต่อ
ไม่เกินอึดใจพ่อก็เปิดประตูเดินออกจากห้องไปเอง ผมปรายตามองซองเอกสารที่ว่านั่น รู้สึกมีก้อนขมๆ จุกอยู่ที่ลำคอ

เป็นอีกครั้งที่ผมล้มตัวนอนลงบนเตียง เงยหน้ามองฝ้าเพดานสีขาว
ไม่คิดจะลุกไปกินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะแม้จะหิวเต็มทน ถึงใจจะไม่อยากกินแค่ไหน สุดท้ายร่างกายก็ยังคงต้องการ

ผมเม้มปากแน่น เมื่อเผลอหวนนึกถึงความทรงจำตอนที่ยังอยู่ด้วยกันที่ห้อง ภาพภัทรเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
ถลาเข้ามานอนหนุนตักอ้อนให้ทำนั่นทำนี่ให้ ความรู้สึกตอนได้นอนกอดและหลับไปด้วยกันบนเตียง
เป็นความธรรมดาที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ทำให้ยิ้มได้  คิดแล้วก็ได้แต่เอ่ยถามตัวเองซ้ำๆ

นี่เรามาไกลถึงตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

อยากกลับไปตอนนั้นเหลือเกิน...




โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขยับสั่นแรงๆ อีกครั้งกลางดึก ผมนิ่วหน้าเพราะถูกปลุก
ขยี้ตาไปมาแล้วยันตัวลุกขึ้นเอื้อมหยิบมาดู ขมวดคิ้วเมื่อพบว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่ได้เม็ม

ลังเลอยู่จนสายใกล้จะตัดถึงได้ตัดสินใจรับ

“ฮัลโหล…”

[ปราณ]

ยิ่งได้ยินเสียงคุ้นหูที่ไม่ต้องถามว่าใครก็จำได้ ซ้ำยังได้ยินเสียงรถวิ่งดังอยู่ไม่ไกล ผมก็ลุกพรวดขึ้นนั่งหลังตรง ขยับเปิดไฟหัวเตียง “ภัทร? นี่โทรมาจากที่ไหนเนี่ย”

[กูอยู่แถวหน้าปากซอย]

“ไปทำอะไรตรงนั้น” ถามเสียงจริงจังพลางเหลือบตามองนาฬิกา “นี่มันจะตีสามแล้วนะเว้ย มึงอยากถูกตีหัวหรือไง!”

[กูทนไม่ไหวแล้ว] เสียงนั้นฟังจริงจังไม่ต่างกัน จนผมชะงัก [เรื่องแต่งงานแม่กูไม่ยอมถอยเลย คราวนี้แม่จริงจังมาก กูก็ไม่อยากยอมแล้วเหมือนกัน]

“ภัทร…”

[มึงเก็บของเท่าที่จำเป็นแล้วออกมาเลย]

“เดี๋ยวภัทร…”

[หนีไปกับกูนะปราณ ไปอยู่ด้วยกันนะ ไปเริ่มใหม่กันสองคน ไปที่ไหนก็ได้ที่มึงกับกูจะสามารถอยู่ด้วยกันได้]

“ภัทรมึงฟังก่อน”

[ไปเช่าบ้านสักหลังไกลๆ กูกับมึงช่วยกันทำงานต้องอยู่ได้แน่]

“ภัทรมึงฟังก่อน!”

ผมตะโกนออกไปเสียงดัง รู้สึกร้อนผ่าวและเจ็บแปลบไปทั้งอก ทุกอย่างที่มันพูดมาทำให้ผมสั่นไปหมด
มีทั้งความกลัวและยินดีปะปนกัน ไม่เถียงว่าสิ่งที่ได้ฟังนั้นทำให้หัวใจพองโตแค่ไหน
รู้ดีว่าตัวเองต้องการมันมากไม่ได้ต่างไปจากอีกคน หากแต่ความจริงก็ยังคงเป็นความจริง

บนโลกแห่งความจริงสิ่งที่มันกำลังจะทำไม่ใช่เรื่องง่าย ภัทรยังคงเป็นคนเดิมที่ทำอะไรไม่เคยไตร่ตรอง
ลุยๆ ไปก่อนแล้วค่อยมานึกถึงผลที่จะตามมาทีหลัง ภาพไอ้ขี้เมาที่นอนให้หมาเลียปากอยู่หน้าเซเว่นผุดขึ้นมาในหัว
ผมยิ้มมุมปากส่ายหัวไปมาด้วยนึกเอ็นดู

ความเป็นภัทรยังคงทำให้ผมยิ้มได้เสมอ และผมไม่อยากทำลายสิ่งเหล่านั้นไปด้วยมือของตัวเอง

“ภัทร…”

[ปราณ] เสียงที่เรียกชื่อผมกลับมานั้นสื่อความหมายชัดเจนว่ามันเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังคิด เรารู้จักกันดี และดีเกินไป

“ที่มึงพูดมาทั้งหมด กูแม่งอยากตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ”

[งั้นมึงก็ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว]

“แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นเลยภัทร”

[มึงจะสนใจความจริงอะไร กูรักมึง กูอยากอยู่กับมึง]

“แค่รักกันอยากอยู่ด้วยกันมันไม่พอ มึงไม่เข้าใจหรือไง มึงคิดว่ามันง่ายเหรอที่เราจะทิ้งทุกอย่างไว้แล้วหนีไปอยู่ด้วยกัน มึงคิดว่าการที่กูกับมึงจะไปหาบ้านสักหลังอยู่ หางานทำ แล้วใช้ชีวิตไปวันๆ นอนกอดกันอยู่ในห้องแบบนั้นมันดีใช่ไหม”

[มันก็ดีกว่าถูกขังอยู่แบบนี้แล้วต้องทนแต่งงานกับใครที่ไม่ใช่มึงแล้วกัน!]

“ภัทรมึงไม่เข้าใจ แค่นี้กูก็กลายเป็นลูกที่แย่มากพอแล้ว หลายวันมานี้แม่กูนั่งร้องไห้ตลอด ทุกอย่างมันกำลังแย่ลงไปหมดมึงไม่เห็นเหรอ”

[กูไม่สนใครทั้งนั้นแหละ กูอยากอยู่กับมึง มึงไม่เข้าใจเหรอ!]

“ภัทร!”

[กูไม่อยากทนแล้วมึงเข้าใจไหม กูไม่อยากทน!]

“ภัทรมึงใจเย็นๆ ก่อน มึงฟังกู ฟังกูนะ”

ในที่สุดน้ำตาผมก็ไหล เราสองคนต่างฝ่ายก็ต่างทรมาน ความอดทนใกล้ถึงขีดจำกัด
จะบ้าคลั่งขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ อาการคล้ายคนอยากยาที่กำลังจะลงแดง

“มึงต้องตั้งสติ มึงก็รู้ว่าเราหนีไปอยู่กันแค่สองคนไม่ได้ มึงจะไม่แคร์คนที่บ้านเลยได้จริงๆ หรือไง”

[มึงแคร์พ่อ แคร์แม่ แคร์ทุกคนได้ แต่มึงไม่เคยสนใจกูเลยสินะ]

“ภัทรมึงอย่ารวน”

[มึงไม่สนใจเลยใช่ไหมถ้าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถ้าเราต้องเลิกกัน ถ้ากูต้องไปอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใข่มึง]

ผมสะอึก โดนคำพูดของอีกฝ่ายแทงเข้ามากลางใจจังๆ ไม่เคยบอกว่าตัวเองทนได้ ไม่เคยบอกว่ายอมเลิกกับมันได้
ไม่เคยปฏิเสธว่าไม่รักมัน แค่เห็นมันอยู่กับผู้หญิง แค่รับรู้ว่างานแต่งงานกำลังจะถูกจัดขึ้นใจก็พาลจะร้องว่าไม่ไหวแล้วอยู่ตลอด

อยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไปกับมันได้อย่างที่มันคิด

อยากทำตัวเป็นคนโง่ที่ไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร

อยากไม่สนใจใครและเห็นแก่ตัวสักครั้ง

เพราะผมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าชีวิตต่อจากนี้ไปผมอยากใช้กับมัน


เพียงแต่...


“มึงไม่แคร์พ่อกับแม่มึง แล้วมึงไม่แคร์น้องเหรอภัทร”

[...]

พอผมเล่นไม้นี้ ปลายสายก็เงียบไปทันที แต่ไหนแต่ไรมาภัทรเป็นผู้ชายคนนึงที่รักน้องมากเท่าชีวิต
ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรย่อมยกให้น้องเป็นที่หนึ่ง ตั้งแต่จำความได้จุดอ่อนเพียงหนึ่งของมันก็คือภา

[มึงพูดแบบนี้คืออะไร…] เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากหัวใจออกจากอก เมื่อได้ยินเสียงที่สั่นพร่าของอีกฝ่าย ไม่ต้องเห็นก็รู้ว่ามันกำลังร้องไห้ [ยังไงมึงก็จะไม่ยอมไปกับกูใช่ไหม]

ผมไม่เคยอยากเห็นมันร้องไห้ ไม่เคยอยากให้มันเสียใจ ความรักของเราครั้งนี้นั้นเหมือนการจับมีดที่ไม่มีด้ามด้วยมือเปล่า
เพราะรักเลยไม่อยากถอดใจ ได้แต่กัดฟันและจับไว้แน่น ยอมให้คมมีดบาดลึกเข้าผิวเนื้อโดยไม่ยอมปล่อย
นานเข้าก็ยิ่งสร้างแผลลึกเกินเยียวยา ทางออกมีเพียงทางเดียวคือมีสักคนยอมปล่อยมือ

“ภัทร…” ผมครางเรียกชื่อมัน ร้องบอกรักอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันครั้ง หากแต่ต้องอดทนกลืนลงคอไป “กูจะไปนอก”

[อะไรนะ]

“พ่อให้กูไปเรียนต่อกับพี่ป้อง”

[กูไม่ให้ไป]

“มึงก็รู้ว่ากูขัดพ่อไม่ได้”

[กูถึงได้บอกว่าให้มึงหนีออกมานี่ไง กูไม่ให้มึงไป!]

“มึงจะทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ตลอดไปไม่ได้นะภัทร!”

[ถ้ากูเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องเสียมึงไป กูไม่เป็นก็ได้ มึงได้ยินไหมกูไม่เป็นก็ได้!]

เราสองคนต่างหอบหายใจเพราะตะโกนใส่กัน ทั้งที่รักกันมากแต่กลับเข้าข้างกันไม่ได้

“กูเถียงกับมึงจนเช้าไม่ได้นะภัทร ดึกป่านนี้แล้วมันอันตราย มึงกลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้”

[กูไม่กลับ]

“ภัทรมึงอย่าเด็กได้ไหม”

[มึงจะเลิกกับกูใช่ไหม]

ทั้งที่รู้ว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น แต่พอพูดออกมาตรงๆ แล้วก็อดเจ็บจนน้ำตาไหลไม่ได้

[มึงรู้ใช่ไหมว่ากูต้องแต่งงาน]

“...”

[มึงยอมได้เหรอ]

“…”

[มึงทนเห็นกูอยู่กับคนอื่นได้เหรอ]

ผมปิดปากเงียบ พูดอะไรไม่ออกราวกับมีก้อนอะไรจุกอยู่ในลำคอ ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้สักคำ

[กูจะถามมึงอีกครั้งนะปราณ…] ภัทรเอ่ยเสียงสั่น กัดฟันคล้ายคนอดกลั้น [มึงจะไปใช่ไหม จะไม่ออกมาหากูใช่ไหม]

ผมสูดลมเข้าเต็มปอดแล้วกลั้นหายใจ พยายามไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา ไม่อยากอ่อนแอให้เห็นในเวลาที่จะต้องจากกัน

“อืม…”

สิ้นเสียงครางตอบรับ อีกฝากของโทรศัพท์ก็เงียบไปหลายอึดใจ
ได้ยินเสียงสะอื้นดังเข้าหูจนเริ่มกลั้นน้ำตาไม่ไหว เจ็บปวดไปทั้งหัวใจ เหมือนทุกอย่างกำลังแตกสลาย
หากแต่ไม่มีแรงพอจะหอบเศษซากของความรักที่แหลกละเอียดอยู่บนพื้นมาประคองไว้ในอ้อมแขน

[ถ้ามึงตัดสินใจอย่างนั้น กูก็คงต้องกลับไปแต่งงานให้พ่อแม่กูเหมือนกัน]

เสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจ การวางสายครั้งนี้ห้วนสั้น ไม่มีการเอ่ยคำหวานหรือถ้อยสัญญา
ได้ยินเพียงสัญญาณที่ขาดหาย ฟังมันอยู่แบบนั้นจนดับไปเอง

ผมทรุดเข่าลงที่พื้น คาดหวังเพียงแต่อยากให้ต่อจากนี้มันมีความสุข สามารถกลับไปเป็นภัทรคนเดิมถึงจะไม่มีผม
กำโทรศัพท์ไว้แน่นด้วยสองมือ ซบหน้าลงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสายโดยไม่กลั้นอีกต่อไป
กระซิบถ้อยคำรักที่ไม่ว่าจะเสียงดังเท่าไหร่ก็ไม่อาจส่งไปถึงอีกคน

“กูรักมึง…”


แม้ไม่อาจทำทุกอย่างได้ดั่งใจ หากแต่อย่างน้อยขอเพียงให้เจ้าของหัวใจนั้นสบายดี








Tbc...



บางเวลาที่จับมือกันไว้แน่นขณะที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปในทิศตรงกันข้าม ทางออกที่ดีที่สุดอาจจะต้องมีสักคนยอมปล่อยมือ...


วันนี้มาช้ามากเลย พอดีเพิ่งถึงบ้าน (แงงง) แต่ก็รีบพุ่งมาลงให้เลยค่ะ หอบแฮ่กก
ตอนต่อไปส่งต่อให้พี่เวสต์ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #985 First'lucifer Kkaebsong (@first_lucifer) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 16:20

    ฮื่ออออ T_T พูดไม่ออกเลย
    #985
    0
  2. #973 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 22:10
    เหนื่อยอะ ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแลเวได้มั้ย ตอนนี้แบบ ไม่มีใครผิด ทั้งภัทรทั้งปราณ ภัทรไม่ทน แต่ปราณทน แต่แอบเสียใจอยู่หน่อย ๆ ที่ปราณไม่เลือกภัทร
    #973
    0
  3. #933 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:24
    ฮื่อออ ไม่เอาแบบนี้ดิวะ สงสารทั้งสองคนเลยอ่ะ ที่พ่อแม่ขัดขวางแบบนี้ จะล้องงง
    #933
    0
  4. #920 AiJaewa (@AiJaewa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 02:08
    ทำได้แค่นี้เองหรอ ขัดไม่ได้นู้นนี่ หรือไปนอกมีวุฒเพิ่มพ่อแม่จะยอมรับงี้หรอ ไม่รู้ดิแต่แอบผิดหวังในตัวปรานมาก มากจริงๆ
    #920
    0
  5. #903 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:33
    ไม่โอเคเลย แต่คิดแล้วว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นจริงๆ
    #903
    0
  6. #846 Cha' nok (@baimon200706) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:36
    เป็นการบรรยายที่ดีมาก อารมณ์ที่สื่อออกมามันชัดมาก ใช้ภาษาเข้าใจง่ายแต่ครบ คือมันดีจริงๆ เอาจริงเราก็รู้แหล่ะว่าพ่อแม่ไม่ชอบกันมาตั้งนานจะให้เลิกเกลียดกันก้ยาก แต่ก็เห้อมมมม หน่วงเนอะ หน่วงมากเลยอ่ะ โอ้ย จะร้อง ช่วยด้วย
    #846
    0
  7. #833 mamamykimtae (@mamamykimtae) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 12:15
    เค น้ามตาไหลพรากกกก ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #833
    0
  8. #826 blastocyst (@blastocyst) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 20:21
    ปรานอ่ะ ทำไมอ่อนแอแบบนี้ ถึงจะไม่หนีตามกันไปแต่ใช้คำพูดอื่นก็ได้นี่นา โกรธแล้ว อุตส่าห์อยู่ทีมปรานมาตลอด //อิน
    #826
    0
  9. #823 no-run (@PiPiyanan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 18:11
    ไม่โอเคเลยยยยยยย
    #823
    0
  10. #787 ฺBlackMask. (@POLLY_little) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:49
    ถ้าไม่ตัดจบก่อน น้ำตาไหลจริงๆแน่
    #787
    0
  11. #782 pukiest (@pukiest) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 21:42
    ชอบความใจแข็งของปราณจัง
    #782
    0
  12. #740 DekD.com (@maleeACC) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 22:23

    เศร้าอ่ะ

    น้ำตาแตกเลย

    #740
    0
  13. #727 Bell_Kwan (@Bell_Kwan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 16:54
    ร้องไห้หนักมากกกกก ฮือออออออ
    #727
    0
  14. #709 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 00:02
    อึดอัดแทน อ่านไปน้ำตาไหลพรากเลย ฮือ
    #709
    0
  15. #666 BLACK-M (@DarkMiin) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 03:02
    ไม่ว่าจะกลับมาอ่านกี่ครั้งๆ ก็ยังคงน้ำไหลพราก ฮือออ เผอิญอ่านแล้วฟังเพลง รักไม่ได้ไม่ใช่ไม่รัก-Zeal โอ้โห บ่อน้ำตาแตกเลยทีนี้
     
    #666
    0
  16. #664 ปังปัง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 09:06
    ฮืออออ สงสาร ตอนเเรกเราว่าจะอ่านเรื่องนี้เล่นๆ ที่ไหนได้จริงจังจนน้ำตาไหลจริงๆเเล้ว โอ้ยยยย
    #664
    0
  17. #659 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 05:39
    ย้อนกลับมาอ่านอีกรอบนึงค่ะ อ่านแล้วน้ำตาไหลไม่หยุดเหมือนรอบแรก 555 เข้าใจทั้งคู่อะ ถ้าไม่ไปด้วยกันตอนนี้ก็ต้องแยก แต่ถ้าไปด้วยกันก็ต้องทิ้งทุกอย่างไป สุดท้ายเมื่อไปด้วยกันไม่ได้ก็ต้องมีสักคนที่ยอมปล่อยมือ คนที่ปล่อยมือเองก็เจ็บพอๆกับคนที่ไม่ยอมปล่อย ไม่ใช่ว่าไม่เจ็บสักหน่อยเนอะ เป็นดราม่าที่มืดแปดด้านมาก ชื่นชมทั้งคุยเดย์และคุณเวสต์เลย ถ่ายทอดความรู้สึกตัวละครออกมาได้ดีมากๆ
    #659
    0
  18. #643 yayee25 (@yayee25) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 21:38
    Dramaaaaaaa!!!!????
    #643
    0
  19. วันที่ 4 กันยายน 2560 / 23:12
    ตอนปราณพูด กูรัก- เนี่ย สะอื้นเลยค่ะ ไอ่ที่ปริ่มๆซึมๆนะ สะอื้นออกมาหมดเลย ฮือออออออ
    #638
    0
  20. #628 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 13:34
    หน่วงไปอี๊กกกก ฮืออออ
    #628
    0
  21. #600 MByymm (@MByim) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 21:11
    พี่เดย์น้ำตาเราที่เสียไปเอาคืนมา
    #600
    0
  22. #588 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 14:34
    ปราณยังคงเป็นปราณ สติดีมาก หน่วงจนไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกนี้ยังไงเลย มีแต่คำว่าสงสารเต็มไปหมด
    #588
    0
  23. #543 paprawarin03 (@paprawarin03) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 08:14
    คืออินจนร้องไห้แบบไม่ได้อินนิยายเรื่องไหนแล้วร้องมานานแล้วแต่เรื่องนี้ทำร้องอ่ะ หน่วงมาก จุกสุดฮือออ
    #543
    0
  24. #430 ไซเรน (@sohon) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 14:10
    ฮือออออ สงสารปราณ ทำไมภัทรทำแบบนี้ ปราณทำเพื่อภัทรนะ
    #430
    0
  25. #402 bo1360 (@bo1360) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 15:13
    ฮือออออออออ ทำไมเป็นงี้ น้าตาไหล
    #402
    0