หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 96,597 Views

  • 856 Comments

  • 5,869 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,240

    Overall
    96,597

ตอนที่ 28 : l ฉากยี่สิบแปด l Pat l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    30 พ.ย. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากยี่สิบแปด l
Pat l talk




หากปราศจากรักแล้ว ผมก็ใคร่ครวญคิดว่าหัวใจมีไว้เพื่อทำอะไรได้อีก 

แสงแดดยามเช้าส่องเข้าตาเมื่อพระอาทิตย์โผล่พ้นตัวตึก ผมมานอนบ้านไอ้กรณ์หลังจากโซซัดโซเซด้วยร่างกายที่หมดเรี่ยวแรง ความหวังที่จะได้เคียงข้าง ต่อสู้อุปสรรคทุกอย่างไปพร้อมคนรักมอดดับลง ที่เจ็บปวดที่สุดคือครั้งนี้สาเหตุไม่ใช่เพราะคนรอบตัว แต่เพราะปราณยืนยันที่จะถอดใจ 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงยื้อสุดกำลัง 

แต่วันนี้รู้สึกอ่อนล้ามากเกินกว่าจะฝ่าฟันทุกอย่างไปเพียงลำพัง 

“นอนบ้างปะวะ” 

เจ้าของบ้านลุกขึ้นจากเตียง ถามเสียงงัวเงีย เบียร์ที่แช่ไว้ในตู้เย็นถูกกวาดมาดื่มจนหมด กรณ์ไม่ถามว่าผมมาจากไหน เป็นอะไรมา หลังจากได้ยินเสียงออดมันก็ลงมารับ แล้วกลับขึ้นมานอนต่อ ให้เวลาผมอยู่กับตัวเองค่อนคืนเพื่อตกตะกอนความคิด แต่ไม่ว่าจะใช้เวลามากแค่ไหน ความกังวลก็ยังเป็นฝุ่นคลุ้งในใจไม่สามารถสงบลงได้สักที  

“เล่าให้กูฟังได้ยัง เป็นห่าไร หนีออกจากบ้านมาเหรอ” 

ผมไม่ตอบ และคิดว่าความเงียบคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ กรณ์ลุกจากเตียงมาเปิดกระเป๋าที่ผมพกมา เมื่อเห็นว่าเป็นเสื้อผ้าก็ถอนหายใจ เดินมานั่งข้างๆ ก่อนผลักหัวผมด้วยแรงเพียงน้อยนิด และพบว่าผมกลับเอนหงายลงราวคนไร้กำลัง  

“อะไรจะขนาดนั้น” 

“ปราณทิ้งกูว่ะ” 

“หืม?” 

“เขา...ไม่มากับกู” 

“ไม่ไปไหน ไอ้เหี้ยภัทร อย่าบอกนะว่าจะพากันหนี มึงจะบ้าเหรอ เดี๋ยวก็วุ่นวายกันใหญ่ ไม่เห็นที่เขาประกาศหากันตามโซเชียลเหรอ มึงคิดว่าจะหนีไปได้ไกลแค่ไหน” 

“จะให้กูทำยังไง กูคิดอะไรไม่ออกแล้ว” 

“ใจเย็นๆ” 

“ปราณทิ้งกู” 

“สมควรโดนทิ้ง คิดอะไรเป็นเด็กๆ แบบนี้จะปกป้องไอ้ปราณได้ไง ปัญญาอ่อน” กรณ์ว่าพลางลุกไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้ผมนอนมองเพดานเพียงลำพัง เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คำตอบจากปราณแค่สั้นๆ วนเวียนซ้ำอยู่ในใจ 

“กูว่านะภัทร” เจ้าของบ้านเดินออกมาทั้งที่แปรงสีฟันคาปาก เสียงอู้อี้ต้องเงี่ยหูฟังจับประโยคมันให้ดี “กูว่ากลับไปแล้วค่อยๆ ใช้ไม้อ่อนกับที่บ้านมึงดีกว่า ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนทรมานลูกตัวเองได้จริงๆ หรอก” 

“ปราณจะไปเมืองนอกแล้ว” 

“ก็ไม่ได้ไปตายปะวะ” 

“กูกำลังจะต้องแต่งงาน” 

“สู้แบบนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา” เสียงทุ้มกล่าว มันหายไปบ้วนปากในห้องน้ำ แล้วกลับมาพร้อมโยนผ้าเช็ดตัวให้ผม “อาบน้ำล้างหน้าเรียกสติมาก่อน เดี๋ยวกูไปส่งที่บ้าน” 

“กูไม่อยากกลับ” 

“ภัทร” มือหยาบของคนพูดวางบนบ่าผม มันมองตาเพื่อสื่อความรู้สึกทุกอย่างแบบที่เพื่อนคนหนึ่งจะมอบให้กันได้ “ปราณมันทิ้งมึง แต่พ่อกับแม่ไม่เคยคิดจะทิ้งมึงไปไหนนะเว้ย กลับบ้านเถอะ เชื่อกู” 

ผมเงียบไปชั่วอึดใจ 

ก่อนพยักหน้าลง 
 


เสียงข้าวของแตกกระจายระคนกับร้องไห้ดังลอดออกมา เมื่อกลับเข้าบ้านโดยมีไอ้กรณ์ขนาบข้างคราวนี้ผมรู้สึกหวาดหวั่นข้างในใจมากกว่าครั้งไหน เสื้อผ้าของผม แผ่นเกมที่หวงแหน แม้กระทั่งโมเดลรถที่สะสมไว้กองระเนระนาดอยู่บนพื้นหินอ่อน ไล่สายตาไปเรื่อยๆ ชายวัยกลางคนยืนเกรี้ยวกราด หอบเอาอากาศเข้าหายใจจนบ่ายกกระเพื่อมขึ้นลง 

“ไปแล้วโผล่หน้ากลับมาให้เห็นอีกทำไม ไอ้ลูกเนรคุณ!” 

ผมยืนเงียบ เหลือบสายตาไปด้านหลัง แม่ทรุดตัวนั่งร้องไห้ไม่มีสติ ขณะที่ภากอดเอาไว้ทั้งตัว มือข้างหนึ่งถือยาดมอังจมูกมารดาไว้ไม่ให้ร่วงหล่น 

ไม่รู้ว่าที่บ้านรู้เรื่องผมหนีออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ 

แต่ที่แน่ๆ คือเวลานี้ทุกอย่างพังพินาศ ไม่เหลือชิ้นดี 

“ฉันสอนแกมายังไง ไอ้ภัทร ถึงได้หน้ามืดตามัว ทิ้งพ่อแม่ ทิ้งน้อง พาผู้ชายหนีตามกันไปแบบนี้” 

“ผมไม่ได้หนีไปกับปราณ” 

“ก็เพราะเรื่องไอ้เด็กเวรนั่นไม่ใช่หรือไงแกถึงเกกมะเหรกเกเรจนแม่เป็นลมล้มพับตั้งแต่เช้า” บุคคลที่สามพยายามลุกขึ้นมาหาแต่ด้วยสภาพจิตใจที่อ่อนแอ ร่างกายก็อ่อนแรงตามกันไป ภาประคองแม่ไว้ บังคับกึ่งจูงให้ไปนั่งบนโซฟากำมะหยี่กลางบ้านในที่สุด 

“เพราะพ่อกับแม่เอาแต่บังคับผมต่างหาก” 

“ยังไม่สำนึกผิดอีกเหรอ! คนอื่นวุ่นวายขนาดไหน เมื่อไหร่จะคิดได้! ไม่รักแม่แกบ้างหรือไง!” 

ภาพที่เห็นบีบความรู้สึกข้างในจนเจ็บร้าว ผมคงไม่โกรธพ่อเลย หากเขาจะชกผมสักทีให้หายโมโห เพราะภาพที่แม่ร้องไห้ปิ่มขาดใจนั่นเป็นสิ่งที่สมควรแล้วที่ลูกชายคนหนึ่งต้องถูกลงโทษสถานหนักที่สุด 

ผมเดินผ่านหน้าบิดา เข้าไปหาแม่ด้วยเข่าทั้งสองข้าง สิ่งเดียวที่ทำให้ได้ตอนนี้คือก้มลงกราบแทบเท้า ผมไม่นึกเลยว่าการหายไปของตัวเองเพียงข้ามคืนจะทำให้ใครอีกคนเจ็บปวดทรมานใจมากแค่ไหน 

มืออุ่นวางบนศีรษะ ลูบไปมาด้วยความรักใคร่ เอ็นดู 

ไม่ว่าทำผิดร้ายแรงอย่างไร แม่ก็ยินดีให้อภัยเสมอ 

“ภัทรขอโทษ แม่...ภัทรขอโทษ” 

และเป็นเพียงคนเดียว 

“ภัทรยอมแล้ว” 

ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ 

“ภัทรยอมแม่ทุกอย่างแล้ว” 

ก็ยังรักและหวงแหนผม 

ไม่คิดปล่อยมือไป 

 


ช่วงชีวิตหนึ่งของคนเราต่างเคยเหลวแหลก ทำตัวให้คนอื่นลำบาก แต่ละคนใช้เวลาตรึกตรองต่างกันไป ผมทำทุกอย่างตามใจตัวเองตั้งแต่เล็ก นิสัยมุทะลุ ไม่คิดหน้าคิดหลัง เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง 

เพิ่งมาประจักษ์รู้ได้ เมื่อต้องอยู่ในระเบียบและกฎที่เคร่งครัดราวกับได้เปลี่ยนเป็นคนละคน 

งานแต่งงานระหว่างสมาขิกสองครอบครัวถูกกำหนดขึ้นวันในเดือนแรกของต้นปี ฤดูหนาวปีนี้คงเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวผมได้สมาชิกเพิ่มอีกคน และไม่นานจากนั้น ก็อาจจะมีอีกคนตามธรรมชาติ 

ความรู้สึกทั้งหมดมอดดับ ตายด้าน ในเมื่อไม่มีความสุขของตัวเองไปแล้ว ก็ปรารถนาจะดื้อรั้นทำลายคนอื่นต่อไป ลมหายใจของผม เป็นคล้ายเพียงกลไกของการใช้ชีวิตไปวันๆ เท่านั้น 

“พรุ่งนี้อย่าลืมไปรับชุดนะคะพี่ภัทร” 

เสียงใบมีดกระทบจานกระเบื้องดังเบาๆ ในร้านอาหารหรูของห้างสรรพสินค้า ว่าที่คู่หมั้นเฉือนสเต๊กเป็นชิ้นพอดีคำ ตัดเข้าปากแต่ละคำอย่างละมุนละม่อม ผมพยักหน้า ยกน้ำขึ้นจิบแทนคำตอบ “เมื่อเช้าเพื่อนพันช์ส่งแบบทำผมมาให้เพิ่ม พันช์เลือกไม่ถูกเลยค่ะ” 

“แบบที่เลือกไว้ก็ดูดีแล้วนี่” 

“ก็ดีค่ะ แต่อย่างอื่นก็น่ารัก ถักเป็นเปียข้างๆ พอรวมกับชุดไทยแล้วจะได้ไม่แก่” 

“เรื่องแบบนี้พันช์ปรึกษาเพื่อนดีกว่า” ผมกระอักกระอ่วนเมื่อต้องเสนอความเห็นเกี่ยวกับงานหมั้นของตัวเองในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ถึงแม้ถอดคราบภัทรคนไม่เอาไหนทิ้งไป แต่ลึกๆ ในใจก็ยังเป็นคนๆ เดิมที่รู้สึกว่าเรื่องพรรค์นี้จุกจิกน่ารำคาญ 

“พี่ภัทรไม่ค่อยใส่ใจเลย” 

“พี่เป็นคนแบบนี้” 

“แต่ที่พันช์เห็นพี่อยู่กับภาไม่ใช่นี่คะ” ผมมีปากเสียงกับหญิงสาวบ่อยขึ้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะนิสัยไม่ใส่ใจคนอื่นของตัวเอง 

“ทำไมกับน้องสาวพี่ภัทรดูแลแทบทุกอย่าง แต่พอเป็นเรื่องของเราพี่ภัทรกลับไม่สนใจเลย“ 

“พี่ไม่อยากทะเลาะ” 

“พี่ภัทรก็แคร์พันช์มากกว่านี้อีกหน่อย คนเป็นแฟนกันเขาปล่อยปละกันได้ขนาดนี้เลยเหรอคะ ถามจริงๆ นะ รักพันช์บ้างไหม” 

ผมเงียบเสียง เรื่องรักใคร่นั้นไม่เคยพูดถึงเลยสักครั้ง หากค้นดูหัวใจตัวเองตอนนี้ก็ไม่ต่างจากหัวใจสัตว์ที่ตาย รอวันแล่เนื้อชั่งกิโลชายกระมัง 

“อย่าเงียบใส่พันช์นะคะ” 

“โอเค แค่เลือกทรงผมใช่ไหม” 

“อย่าทำอะไรแบบขอไปทีอย่างนี้ พันช์ไม่ชอบ” 

“อย่าเอาแต่ใจนักพันช์” ผมคำรามรอดไรฟัน ต้องอาศัยความอดทนมากเท่าไหร่กับการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นที่แนวคิดหันเหไปคนละทาง “เราก็รู้ว่าไม่ได้เริ่มต้นกันดีนัก ทุกอย่างมันเร็วเกินไป” 

“พี่ภัทรไม่เปิดใจให้พันช์เลยต่างหาก” 

“พี่พยายามอยู่” ผมเอื้อมมือไปจับฝ่ามือนุ่มเอาไว้ หากมันทำให้อีกฝ่ายหยุดตัดพ้อเสียทีก็ต้องทำ “พันช์ ชีวิตคู่ไม่ง่ายนะพันช์ พี่คบผู้หญิงครั้งล่าสุดก็ตั้งแต่มัธยม ให้เวลาพี่หน่อย” 

นับว่าเป็นโชคดี ที่หญิงสาวตรงหน้ายังใช้ความอดทนกับผมเหมือนกัน 

“แล้ว...พี่ภัทรจะทำยังไงกับทรงผมคะ คิดหรือยัง รวบไว้พันช์ว่าก็ดูดีนะ” 

“ไม่ล่ะ” นึกย้อนไปถึงใครบางคนที่เคยคะยั้นคะยออยากให้ตัดผมตั้งแต่สมัยเรียนก็รู้สึกคล้ายหัวใจถูกสูบเลือดไปจนหมด แรกเริ่มผมไว้ผมยาวเพราะชอบมาดเซอร์ๆ ของตัวเอง ผมหยักศก ปล่อยรุงรัง แต่พบว่าชอบความรุงรังของผมตัวเองยิ่งไปกว่านั้นก็เมื่อไอ้ปราณทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ตอนที่เอาถูกผมไถหัวกระเซอะกระเซิงไปบนไหล่ของมัน เหมือนคนโรคจิต แต่ชอบฟังเสียงที่ปราณบ่น คิดเอาไว้ว่าก่อนทำงานจะตัดให้เรียบร้อยโดยต้องเป็นไอ้ปราณขอร้องให้ตัดด้วยท่าทางน่าเอ็นดูในแบบของมันเท่านั้น 

“เดี๋ยวพี่ตัดผมสั้นเลยดีกว่า” 

ก็ในเมื่อความตั้งใจที่ว่า...มันไม่มีทางเป็นจริง 

 

ผมใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายไปกับการเปลี่ยนทรงผม และโกนหนวดเคราจากใบหน้าให้สะอาดหมดจด ไม่ค่อยคุ้นตัวเองบนกระจก แต่จากสายตาของช่างตัดผมและว่าที่คู่หมั้นแล้วก็รับรู้ได้ว่าดีกว่าทรงเดิม กระทั่งพ่อแม่ หรือภา ต่างพากันแปลกใจเมื่อเห็นลูกชายคนโตเดินกลับเข้าบ้านด้วยภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับดิน 

ผมไม่พูด เลี่ยงที่จะตอบคำถาม หลังจากส่งพันช์ที่บ้านเจ้าตัว ทานมื้อเย็นด้วยกันกับป้าดวงแล้วก็ปลีกตัวกลับเข้าบ้านหลังพระอาทิตย์ตกดิน ช่วงไม่กี่วันมานี้วงจรชีวิตผมไม่ต่างกันนัก เวลาเกือบทั้งหมดใช้ร่วมกับพันช์เพื่อศึกษาวิธีการรับมือและอดทนกับคนอื่นที่จะร่วมหอลงโลงกันในเร็ววัน 

ผมถอนหายใจ ปลดกระดุมเสื้อตัวเองแล้วโยนมันลงตะกร้า มุมหนึ่งของห้องนอนที่ไม่ใช่ห้องนอนเดิมซึ่งมองลอดหน้าต่างไปแล้วเห็นห้องของใครอีกคนต่อไป 

มันควรจะเป็นแบบนี้...แบบที่พ่อกับแม่สบายใจ และปราณก็มีอนาคตที่สดใสอยู่เบื้องหน้า 


“พี่ภัทร ภาเข้าไปนะ” เสียงของน้องสาวดังขึ้นแผ่วเบาแต่ได้ยินชัดแจ้งเมื่อตกอยู่ในภวังค์เงียบสงัด ผมอนุญาตโดยการส่งเสียง ส่วนร่างกายตัวเองยังนอนมองเพดานอยู่เหมือนเดิม 

สะกดกลั้นความขมขื่นในลำคอ กลืนลงไปพร้อมน้ำตาหยดสุดท้ายเมื่อหลายวันก่อน 
หากแต่ในหัวใจยังคงร่ำร้องเหมือนเด็กโดนลงโทษด้วยการอดนมก็ไม่ปาน 

“โอเคหรือเปล่า” 

ภาทรุดตัวลงนั่ง เบาะเตียงยุบลงเล็กน้อยตามน้ำหนักตัว “ภาเห็นพี่เป็นแบบนี้แล้วไม่สบายใจเลย” 

“ไม่เป็นไร” 

“พี่ปราณบินวันที่ 13 นี้นะ” 

ผมเงียบไปชั่วอึดใจ คำบอกกล่าวของภาทำให้ผมเข้าใจได้ว่าปราณยังติดต่อกับน้องสาวผมอยู่ 

หากแต่ระหว่างเรา สิ้นสุดกันลงแค่คืนนั้น 

คืนที่มันปรารถนาจะปล่อยมือผมแล้วเดินไปในเส้นทางของตัวเอง 

“วันเดียวกับงานหมั้น” 

“พี่ภัทรจะทำยังไงต่อ หมั้นไปก่อนแล้วค่อยหาเรื่องเลิกกับพี่พันช์เหรอ คุยกับพี่ปราณหรือยัง” 

“ไม่ได้คุย คงไม่คุยแล้ว ก็ทำทุกอย่างตามใจแม่นั่นแหละ” 

“แต่พี่ดูไม่มีความสุขเลย” เสียงเล็กสั่นคล้ายจะร้องไห้ ผมละสายตาจากเพดานมองแผ่นหลังของน้องสาว ยกมือลูบมันเป็นการปลอบโยน “ภาไม่ชอบให้เป็นแบบนี้เลย” 

“โตแล้ว ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปตลอดหรอกภา” 

“พี่ภัทรจะยอมง่ายๆ เหรอ ไม่เหมือนพี่ชายคนเดิมของภาเลย” 

“พี่ทำอะไรได้” วางมือลงอย่างอ่อนแรง ปิดเปลือกตาด้วยความเจ็บปวด “ในเมื่อคนที่พี่อยากสู้เพื่อเขาไม่ได้ต้องการ” 

“พี่ปราณเป็นคนปากหนัก เรื่องนี้พี่ก็รู้นี่คะ” 

“แต่เรื่องนี้ก็จริงอย่างที่มันว่าแหละภา...เราไม่ได้มีกันแค่สองคน” 

ผมคงต้องลากมันมาทุกข์ทรมานด้วย หากดึงดันเอาแต่ใจตัวเองต่อไป 

“มานั่งคิดดู ให้เวลามัน ให้โอกาสตัวเองก็น่าจะดีเหมือนกัน” 

“โอกาสอะไร” ภายกเข่าขึ้นมากอดด้วยสองแขน “โอกาสที่ภาจะเสียพี่ชายจอมทะเล้นคนเดิมไปอย่างนั้นน่ะเหรอ” 

“ไม่ใช่คนอื่นไม่รู้สึก พี่ภัทรเป็นคนที่ปิดบังอะไรๆ ได้แย่ที่สุดเลยรู้หรือเปล่า ทั้งภา ทั้งแม่ ทั้งพ่อ ทุกคนรู้ทั้งนั้นว่าพี่ภัทรไม่โอเค” 

ถึงกระนั้น เราต่างยังหวังว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้โดยที่ไม่มีใครลงมือทำอะไรเลย 

“พี่ภัทรจะยอมให้เรื่องเป็นไปแบบนี้จริงๆ เหรอ” 

ผมพยักหน้า เฝ้านึกถึงชายหนุ่มอันเป็นที่รัก 

“พี่จะลองทำตามที่มันบอกดู” 

ดวงตาวาววับ ก่อนเสียงทุ้มต่ำจะคำรามรอดลำคอ 

“ถ้าท้ายที่สุดแล้วไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกดีขึ้นมาเลย พี่ก็จะไม่ปล่อยมันไปแล้วเหมือนกัน” 








Tbc...



มาแทนพี่เวสต์ค่าา เจ้าตัวหนีไปญี่ปุ่นตั้งแต่ศุกร์ที่ผ่านมา  
ลงช้าไปวันนึงเพราะเพิ่งกลับมาจากทำงานที่ขอนแก่นเหมือนกัน แหะ

ตอนนี้บรรยากาศเรื่องอึมครึมมาก สู้นะคะทุกคน ฮึบไว้! //กอดรวบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #847 Cha' nok (@baimon200706) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:41
    สู้เขา ซักวันนึงจะเป็นของเรา ภัทรสู้ๆนะ //หน่วงมากแม่จะร้อง
    #847
    0
  2. #827 blastocyst (@blastocyst) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 21:47
    โอยย สงสารจัง ไม่รักปรานแล้ว ไม่อยู่ทีมปรานแล้ว โกรธ //อิน
    #827
    0
  3. #772 Pantawan Khaokaew (@pantawan-8900) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 04:57
    สู้ๆนะภัทร
    #772
    0
  4. #766 vanish_ (@_natomm) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 07:27
    โตแล้วนะภัทร แต่อ่านแล้วเศร้าจัง ;-;
    #766
    0
  5. #741 DekD.com (@maleeACC) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 22:36

    ต่อมน้ำตาแตก หน่วงใจมากๆๆๆๆ

    #741
    0
  6. #714 mind_ktd (@mind_ktd) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 02:23
    หยุดร้องไห้ไม่ได้เลย
    #714
    0
  7. #629 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 13:48
    มันแย่เกินไปอ่ะ พ่อแม่แบบนี้คือแบบ... โอ๊ยยย อยากด่าก็ด่าไม่ได้ ฮึ่ย
    #629
    0
  8. #589 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 14:45
    ให้ตายเถาะ นั่งกลั้นน้ำตาในรถ พันซ์ไม่ใช่น้องภานิ ถึงจะได้ดูแลใส่ใจอะไรขนาดนั้น เพิ่งเยอ เพิ่งคุยกันไม่เท่าไหร่ ได้เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
    #589
    0
  9. #482 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:46
    คุณพ่อคุณแม่จะใจอ่อนแล้วใช่ไหม ;-;
    #482
    0