หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 98,236 Views

  • 954 Comments

  • 6,005 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4,879

    Overall
    98,236

ตอนที่ 29 : l ฉากยี่สิบเก้าl Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    30 พ.ย. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากยี่สิบเก้าl
Pran l talk



แม้ฝ่ายตรงข้ามตัดสายไปนานแล้ว แต่ผมก็ยังนั่งกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นอย่างไม่คิดจะปล่อย 
ราวกับเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เชื่อมต่อมันกับตัวเองเอาไว้ 
ภาวนาให้ตัวเองใจแข็งพอที่จะไม่เก็บข้าวของและกระโจนออกจากหน้าต่างเพื่อหนีออกจากบ้านตามมันไป 
แต่ไหนแต่ไรภัทรทำอะไรไม่เคยคิดรอบคอบ ใช้อารมณ์ตัดสินทุกอย่างและนำพาการกระทำให้ดำเนินไปก่อนความคิด 
แต่เพราะที่ผ่านมาผมสามารถตามเคลียร์ตามแก้ทุกปัญหาที่มันก่อเอาไว้ได้ทุกครั้ง 
มันเลยไม่เคยเข้าใจถึงผลลัพธ์แย่ๆ ที่ตามมาของสิ่งที่ได้ทำลงไป 

ผมพยายามปกป้องมันแม้จะไม่ได้บอกให้รู้ ยอมเป็นคนใจร้ายที่ทำให้คนที่ตัวเองรักเสียใจ 
ยอมปล่อยมือเดินออกมาและถูกตราหน้าว่าทอดทิ้งความรัก 
ทั้งที่สุดท้ายแล้วตัวผมเองนั้นก็ไม่ได้มีความสุขเลยกับทุกการตัดสินใจของตัวเอง

แต่ทั้งหมดนั้น…ผมทำก็เพื่อมัน


คืนนั้นทั้งคืนผมใช้เวลาไปกับการนั่งกระวนกระวายและคอยลุกไปเปิดผ้าม่านดูบ้านข้างๆ ว่าอีกฝ่ายกลับมาหรือยัง 
เปิดๆ ปิดๆ เดินวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นจนฟ้าเริ่มสว่าง เวลาผ่านไปอย่างยากเย็นจนกระทั่งได้ยินเสียงโวยวายโครมครามมาจากอีกฝั่งรั้ว 
ผมเม้มปากแน่นจนเจ็บเมื่อเดาได้เลยว่าภัทรยังไม่ยอมกลับบ้าน และพ่อกับแม่มันก็เริ่มโวยวายแล้ว 
เสียงดังลั่นไปหมดทำเอารู้สึกเป็นห่วงภาขึ้นมา เพราะรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ไง…

ภัทรมึงรีบกลับมาดูน้องได้แล้ว


ผมน้ำตาคลอเมื่อพบว่าความรักของผมกับมันส่งผลทำลายรอบข้างเป็นวงกว้างได้ขนาดนี้ 
ไม่คิดมาก่อนว่าความสุขของพวกผมจะกลายเป็นความทุกข์ของคนอื่น เสียงกรีดร้องของแม่ภัทรดังมาจนถึงตรงนี้ 
ไม่อยากคิดว่าสภาพบ้านจะเป็นยังไง นานเป็นชั่วโมงกว่าเสียงทุกอย่างจะเงียบลง 
ผมขมวดคิ้วแน่น กำหมัดจนเล็บจิกลงเนื้อเลือดซิบ รู้สึกเกลียดตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง 

ผมยังคงเป็นผู้ชายธรรมดาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย


ในที่สุดภัทรก็กลับมา เดินผ่านประตูบ้านเข้าไปพร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่ เป็นเครื่องยืนยันว่าเรื่องที่มันโทรมาเมื่อคืนนั้นเกิดขึ้นจริง 
ผมปล่อยให้น้ำตาตัวเองไหลอีกครั้งตอนที่ได้เห็นเสี้ยวหน้าของอีกฝ่าย 
ปีศาจร้ายในใจกำลังร้องตะโกนดังๆ และพยายามจะแหกอกหนีออกมา 
อยากโวยวายและพังทุกอย่างให้ทลายลงเพียงเพราะทนไม่ไหวที่ต้องเห็นอีกฝ่ายเป็นอย่างนั้น



“ในที่สุดลูกบ้านนั้นมันก็ออกลาย มีอย่างที่ไหนนอกคอกจนหนีออกจากบ้าน เลี้ยงมายังไง”

ผมนั่งก้มหน้ากินข้าวท่ามกลางคำพูดด่าว่าให้ร้ายบ้านข้างๆ อย่างที่เคย 
ซ้ำยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อยากตัดโซ่ที่ล่ามขาตัวเองไว้ออกแล้วทุบโต๊ะแรงๆ 
ปัดทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าทิ้งแล้ววิ่งออกไปหาคนในบ้านข้างๆ ที่กำลังทรมาณไม่ต่างกัน 
แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องหูทวนลมทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่ผู้ให้กำเนิดทั้งสองกำลังพูด อดทนเพื่อให้อนาคตมันดีกว่าตอนนี้ 
เพราะถ้าลืมตามองความจริงแล้วก็ต้องยอมรับว่าพวกเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่ต้องการไปเสียหมด

“นั่นสิคะ แล้วนี่โวยวายเป็นบ้าตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ ไม่มีความเกรงใจกันเลย”

“ไม่รู้ติดยาหรือเปล่า หนีออกจากบ้านไปแบบนั้น” ในขณะที่แม่คอยพูดเสริม พ่อก็ยังคงไม่หยุด “สุดท้ายก็ไร้ปัญญา ซมซานกลับมาทั้งที่ยังไม่ถึงวัน”

ผมคิดอยากให้ตัวเองเกิดมาหูหนวกและเป็นใบ้ก็คราวนี้ ในเมื่อแม้จะมีปากมีเสียง แต่ก็ไม่อาจพูดได้อย่างใจคิด

“แกก็ไม่ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวมันอีกนะเจ้าปราณ เรื่องที่ผ่านมาคิดเสียว่าถูกหมากัดเป็นแผล”

ถ้าพ่อจะเปรียบว่าความรักของผมคือการถูกหมากัด ผมก็คงได้แต่บอกว่าแผลนั้นมันคงเหวอะหวะ 
จนทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่เอาไว้กลางอก เจ็บหนักและไม่สามารถลืมได้ลง…

“แล้วนี่ได้ดูข้อมูลที่เรียนหรือยัง”

แม้บทสนทนาจะย้ายประเด็นมาที่ตัวเอง แต่ผมก็ไม่มีกระใจจะตอบนัก “กำลังจะดูครับ”

“เริ่มเลือกได้แล้ว ฉันแพลนไว้ว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้จะให้บินไปก่อนกำหนด คุยกับป้องไว้แล้ว”

“พ่อครับ”

“อะไร”

เสียงเข้มตอบกลับ พร้อมดวงตาที่เบนขึ้นมาสบ หรี่มองราวกับกำลังปรามให้ผมคิดก่อนที่จะพูดในสิ่งที่ไม่ควร

“ถ้าผมเลิกติดต่อกับภัทรมันแน่ๆ แล้ว พ่อไม่ให้ผมไปนอกได้ไหม”

“ทำไม”

“ผมไม่ได้อยากไป ผมอยากอยู่ที่นี่”

พ่อมองหน้าผม เราสบตากัน ใจผมเต้นแรงขึ้น ลุ้นให้คำที่จะหลุดออกจากปากคนตรงหน้านั้นเปลี่ยนแปลง 

“เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก”

“แต่พ่อ…”

แม้จะคาดหวังแค่ไหน แต่สุดท้ายคำภาวนาของผมก็ไม่เคยเป็นความจริง

“ฉันตัดสินใจแล้ว”





“นี่มึงตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”

“เอาจริงกูตัดสินใจอะไรได้ด้วยเหรอ”

ผมตอบคำถามอีกฝ่ายกลับไปอย่างที่คิด เห็นทีเวลานี้คงมีแค่ไวที่ผมสามารถพูดทุกอย่างได้ด้วยความสัตย์จริง

“ปราณ”

“อืม”

“วันก่อนกูกินเหล้ากับพวกวิศวฯ ”

“ไปกินได้ไง” ผมหัวเราะ “เลิกตีกันแล้วเหรอ”

“ก็เพราะพวกมึงสองคนไง”

“...” ผมเงียบเมื่อสบตาเข้ากับอีกฝ่าย รู้สึกได้ถึงนัยยะของคำพูดที่มันต้องการจะสื่อ

“มึงเห็นไหมว่ามันก็มีอะไรเปลี่ยนแปลง มันเกิดขึ้นจริง เรื่องของมึงกับมันไม่ได้ทำให้อะไรแย่ไปซะทั้งหมดหรอกนะเว้ย”

“แล้วยังไงวะ มันมีประโยชน์อะไร มันช่วยอะไรพวกกูได้ไหม” ผมว่า เสียงดังขึ้นเล็กน้อยเพราะอัดอั้น เวลานี้ห้องของไวมีเพียงผมกับเจ้าของห้อง ไม่ต้องเกรงใจหรือระแวงว่าใครจะได้ยินทั้งนั้น “ต่อให้กูจะเป็นจะตายแค่ไหน แล้วมีใครเห็นใจบ้าง มีใครช่วยอะไรได้บ้าง มึงคิดว่ากูกับมันไม่ได้รบกับพ่อแม่เลยหรือไง บ้านจะแตกกันทั้งคู่อยู่แล้ว”

“ปราณ…”

“ลำพังกูไม่เป็นไรหรอก แต่บ้านมันน่ะสิ...กูสงสารภา” ผมสงบลงเมื่อเอ่ยชื่อน้องสาวคนเดียวของภัทร ถอนหายใจและมองออกไปนอกหน้าต่าง “ความจริงการหนีตามกันไปมันง่าย และไม่ใช่ว่ากูไม่อยากทำ แต่ที่ไม่ทำเพราะกูรู้มากกว่า ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่มีใครมีความสุขได้จริงอย่างที่หวัง”

ใบหน้าภัทรปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ผมจ้องมองจนมันเลือนหายไป

“ภัทรไม่มีทางเลิกคิดห่วงน้องมันได้ เหมือนที่กูไม่สามารถลืมครอบครัวตัวเอง” เพราะรู้จักมันดีพอ ถึงได้รู้ว่าแม้จะหนีกันไปสุดขอบโลกก็ไม่อาจมีความสุขได้อย่างที่คาดหวังไว้

“...”

จบคำผมทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ นานเป็นสิบนาทีที่เราปล่อยให้ความคิดในหัวได้ทำงาน

“…กูเห็นใจพวกมึงนะ” ไวมันว่า พร้อมสัมผัสหนักแน่นที่วางลงตรงบ่า ผมหันกลับไปสบตา สีหน้าจริงจังดูเคร่งเครียดทำให้ได้แต่ยิ้มรับ “ขนาดตัวกูเองยังไม่รู้เลย ว่าถ้าต้องเจอเรื่องหนักหนาขนาดนี้จะตัดสินใจยังไง จะสามารถทำได้เหมือนที่มึงทำตอนนี้หรือเปล่า”

“...กูไม่เป็นไร”

“มึงเป็น”

“อืม โทษที” ผมหัวเราะ “สงสัยโกหกตัวเองจนชิน”

“ไอ้ปราณ ยังมีหน้ามาล้อเล่นอีก”

“ล้อเล่นที่ไหน” เรื่องจริงทั้งนั้น

“มึงนี่นะ”

“เออน่า นี่กูอุตส่าห์ขอแม่ออกมาหามึงได้ ช่วงนี้โดนกักบริเวณจนจะอ้วกอยู่แล้ว”

“หนักจริงนั่นแหละ ขนาดขับมาส่ง”

“เดี๋ยวก็มารับ”

“ฉิบหาย...เป็นมึงนี่มันยากจังวะ”

“ยากกว่ากูก็มีนะ” 

มันหัวเราะ ไม่ต้องถามก็รู้กันว่าหมายถึงใคร
ก็จะเป็นใครไปได้ นอกเสียจากคนที่ผมกำลังคิดถึงอยู่เต็มหัวใจ…





“เริ่มเก็บของแล้วหรือยัง”

ระหว่างกลับบ้าน แม่ก็เอ่ยปากถามขึ้นมา เราไม่ได้มองหน้ากัน แม่คอตั้งตรงจ้องไปที่ถนนด้านหน้า ต่างกับตัวผมที่วางหัวพิงกระจกทอดสายตาไปริมทาง

“ยังครับ”

“กระเป๋าเดินทางแม่เตรียมไว้ให้แล้ว ลองดูแล้วกันนะว่าจะใช้ใบไหน เอาใบใหญ่ไปเลยก็ดีจะได้เอาของไปได้เยอะหน่อย”

“ครับ”

“ไปอยู่ที่นั่นเดี๋ยวพี่ป้องก็คอยช่วย เราเองก็ทำอาหารเป็นอยู่แล้ว เรื่องอาหารการกินคงไม่มีอะไรต้องห่วง”

“ครับ”

“แต่เห็นว่าตอนนี้อากาศหนาว ยังไงเดี๋ยวมะรืนแม่จะพาไปหาซื้อเสื้อกันหนาวแล้วกันนะ”

“ครับ”

เอ่ยปากรับคำในทุกเรื่อง ไม่ต่างกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมาให้ทำทุกอย่างตามคำสั่ง 
มีสิทธิ์ฟังแต่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ มีสิทธิ์คิดแต่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ทุกอย่างล้วนเป็นไปอย่างที่ผมไม่ได้ต้องการ

ผมลงจากรถเมื่อถึงบ้าน เป็นจังหวะพอดีกับที่โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่น แอบหยิบขึ้นมาดูไม่ให้แม่เห็น 
ชื่อภาโชว์ที่หน้าจอผมใจเต้นแรงรีบกดให้มันหยุดสั่นก่อนที่คนข้างๆ จะรู้สึก 
ใส่มือถือกลับเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วทำทีเป็นไม่มีอะไร รีบเดินขึ้นห้องไปอย่างไม่ให้ผิดสังเกต

ทันทีที่ประตูปิดลงผมก็รีบกดรับโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าเป็นครั้งที่สอง

“ฮัลโหล”

[พี่ปราณ]

“ว่าไงภา”

[พี่ปราณเป็นยังไงบ้างคะ]

“พี่เหรอ…ไม่เป็นอะไรนี่” ภัทรล่ะเป็นอะไรหรือเปล่า ที่โทรมานี่ไม่ใช่เรื่องมันเหรอ

ผมกระวนกระวายอยู่ในใจ แต่กลับไม่มีคำถามสักประโยคหลุดออกจากปาก

[ภาได้ข่าวว่าพี่ปราณจะไปเรียนต่อ]

“อ๋อ อืมใช่ กำหนดวันแล้วบินสิบสามเดือนนี้”

[สิบสาม?!]

ผมเลิกคิ้วขึ้นเมื่อภาทวนคำตอบผมด้วยน้ำเสียงกึ่งจะตกใจไม่น้อย “อืมสิบสาม มีอะไรหรือเปล่า”

“ปะ...เปล่าค่ะ” เสียงที่เอ่ยตอบนั้นฟังดูกระตุกเล็กน้อย หากแต่ผมไม่ได้ย้ำถาม [ทำไมเร็วนักล่ะคะ อีกไม่กี่วันเอง]

“พ่อพี่เขาอยากให้ไปเร็วๆ น่ะ” ผมหัวเราะ ฝืนเต็มทนที่จะเปล่งเสียงให้ฟังดูไม่เป็นไร “คุยกันมาเกือบเดือนแล้ว พอจัดการเรื่องเสร็จก็ให้ไปเลย”

[เหรอคะ…]

ปลายสายครางเสียงอ่อน รู้สึกได้ว่าน้องมีอะไรอยากจะพูดอยากจะถามแต่ไม่กล้า 
และผมเองก็ไม่คิดจะเริ่มเอ่ยปากก่อนด้วย ให้มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครพูดถึงต่อไปก็ดีแล้ว

“ภาสบายดีใช่ไหม ไม่ได้เจอกันเลย”

[สบายดีค่ะ ว่าแต่พี่ปราณจะไปแล้ว อย่างนี้ก็ไม่ได้รับปริญญาสิคะ]

“คงงั้นแหละ พ่อแม่พี่เขาไม่ซีเรียสเรื่องนี้เท่าให้พี่ไปนอกหรอก” กะอีแค่กระดาษใบเดียว เขาจะสนอะไรถ้าใด้แลกกับการได้กันผมกับภัทรให้ห่างกันเป็นทวีป

[เหรอคะ…]

คำตอบรับแบบเดิมถูกหยิบมาใช้อีกครั้ง และเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากในสิ่งที่อยากพูดสุดท้ายก็ทำได้แค่บอกลาและวางสายไป 
ผมหันไปลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่วางอยู่ใกล้ประตูมาวางนอนลงกลางห้องและเปิดอ้าออก 
สูดลมหายใจเข้ายาวก่อนจะเริ่มเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อมองหาตัวที่จะเอาไปด้วย ความจริงผมไม่ได้อยากขนไปเยอะเท่าไหร่ 
ไปซื้อที่นู่นคงจะง่ายกว่า แต่เพราะไม่อยากตอบคำถามพ่อกับแม่ เลยเลือกที่จะทำตามในสิ่งที่เขาอยากให้ทำไป

หยิบเสื้อผ้าออกมาพับลวกๆ ข้าวของเครื่องใช้ที่แม่หามาวางไว้รอบนโต๊ะถูกลำเลียงลงกระเป๋าไปทีละอย่าง 
ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เสร็จ ผมไม่รู้จะเอาอะไรไปเยอะแยะ เหลือก็แต่ให้แม่พาไปซื้อเสื้อกันหนาวอย่างที่แม่อยากให้ทำ 
ถอนหายใจและทรุดตัวลงนั่งที่เตียง หางตาเหลือบไปเห็นตุ๊กตากระต่ายที่ดำขึ้นกว่าครั้งที่ผมหยิบไปซักเล็กน้อย แต่ก็ยังดูดีกว่าก่อนหน้านั้นมากโข

เจ้าของลืมไว้ตั้งแต่วันที่แม่ผมกรี๊ดลั่นบ้านคราวนั้น ไม่รู้จะนอนหลับหรือเปล่าไม่มีไอ้เน่านี่ให้กอด แต่จะให้เอาไปคืนตอนนี้ก็คงยาก 
ผมถือมันไว้ในมือ จับลูบหูเบาๆ แล้วอมยิ้ม คิดไปถึงตอนที่เด็กโข่งบ้านโน้นเอาจมูกมาซุกอยุ่ทุกวี่วันแล้วขำ 

ตอนนั้นมีความสุขกว่าตอนนี้เยอะมากเลยเนอะภัทร

ผมถอนหายใจ ปล่อยให้ความทรงจำช่วงที่ผ่านมาลบรอยยิ้มบนหน้าให้หายไป กอดตุ๊กตาที่ตัวเองด่าว่าสกปรกไว้แนบอก 
หลับตาลงเพื่อไม่ให้น้ำตาขึ้นมาคลอปริ่มขอบจนพาลจะไหลลงมาอีก 
ผมหายใจเข้าลึกจนสุดปอดก่อนจะเอ่ยคำแผ่วเบาที่ไม่มีใครนอกจากน้องหอมของมันจะได้ยิน

“ไปเป็นเพื่อนหน่อยแล้วกันนะ…”





สามวันก่อนบิน บ้านข้างๆ วุ่นวายอยู่กับการเตรียมงานหมั้น มีคนวิ่งเข้าวิ่งออกเกือบทุกวัน 
สวนถูกจัดและตกแต่งอย่างดีเพื่อเตรียมไว้สำหรับวันสำคัญ เพิ่งรู้ว่างานจัดขึ้นวันเดียวกับที่ผมไป
ก็ตอนที่เตรียมตัวออกจากบ้านแล้วเห็นภัทรเดินออกมาหน้าบ้านในชุดสูทสีสว่าง 
เป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่เราได้เห็นหน้ากัน อีกฝ่ายตัดผมสั้นดูแปลกตา 
รู้สึกเจ็บขึ้นมาเหมือนกันที่เมื่อก่อนผมขอร้องแทบตายมันก็ไม่ตัด 
แต่พอต้องทำเพื่อผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นคนสำคัญกลับยอมตัดได้อย่างง่ายดาย

ถึงกระนั้นความโหยหาบางอย่างก็พุ่งตรงเข้ามาที่กลางใจ อีกคนทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมา 
เรายืนห่างกันแค่ระยะสวนจนถึงรั้วบ้านแต่กลับดูห่างไกลราวกับไม่มีวันเอื้อมถึง

กระทั่งถึงตอนที่แม่เดินออกมาเรียกให้ขึ้นรถ ผมกับมันก็ไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ 
ไม่ได้แม้แต่จะเอ่ยคำลาในตอนที่ผมต้องขึ้นรถและเคลื่อนตัวออกมา ผมกำมือตัวเองและประสานทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน 
บีบแน่นจนเริ่มสั่น กลัวว่าความอดทนจะสิ้นสุดลงในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ผมหลับตาและไม่ได้หันกลับไปมองเบื้องหลัง 
คิดท่องอยู่ในใจให้ความเจ็บปวดนี้มลายหายไปสักที


มาถึงสนามบินผมก็เดินตามพ่อกับแม่ไปเงียบๆ ปล่อยให้ทั้งคู่จัดการทุกอย่างโดยไม่ได้เอ่ยแย้งอะไร 
ขนาดตอนที่จะเข้าเกจผมก็ไม่ได้พูดอย่างอื่นนอกจากยกมือไหว้และบอกลา เราไม่ได้กอดกัน ไม่ได้แสดงความรัก 
หรือมีถ้อยคำที่ทำให้น้ำตาซึม ผมหันหลังเดินเข้าเกจทำตามขั้นตอนทุกอย่างจนเรียบร้อย  ตรงไปยังจุดที่จะขึ้นเครื่อง 
หาที่นั่งรอเวลา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแก้เบื่อทั้งทีในใจยังวนเวียนคิดถึงแค่เรื่องเดียว 
ลากนิ้วเลื่อนหน้าจอในแอพเฟซบุ๊กไปเรื่อย เหลือบมองเวลาพบว่าได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว 
แต่ในจังหวะที่กำลังจะกดปิดนิ้วกลับเลื่อนต่อไปจนเห็นรูปๆ นึง 

รูปคู่รักชายหญิงที่โอบกอดกันในชุดบ่าวสาวด้วยท่าทางมีความสุข 


มันคงจะไม่สะดุดตาเลยถ้าหากคนในชุดเจ้าบ่าวนั้นไม่ใช่ภัทร…


ผมนั่งจ้องมันอยู่อย่างนั้นสักพักจนรู้สึกตัวว่าควรรีบขึ้นเครื่องได้แล้ว ยกมือลูบใบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ 
ก่อนจะทำเพียงลากนิ้วไปแตะลงที่ปุ่มไลค์เบาๆ กดล็อคโทรศัพท์ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้

เดินทางไปยังอีกประเทศที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับ ‘เรา’ 


ไม่มีแม้กระทั่งมัน…







Tbc...



มาแล้วค่ะ วันนี้มาช้าเพราะแวะไปนั่งเม้ากับพี่เวสต์และkarnsaiiมา #อิ
บรรยากาศในเรื่องอึดอัดมาก ไม่อยากให้เครียดนะคะ ฮรือออออ อดทนอีกนิดนะ ;w;;;

เจอกันตอนหน้ากะปี้เวสต์~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #946 minidays (@katakjaa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:35
    ภัทรโดนบรบทุกทางให้แต่งงาน ให้อยุ่กับคนอื่น ปราณคือแค่ไปเรียน โดนต่างกันมากปราณยังไม่เห็นใจภัทรเลย บอกให้ทนทำตามไป เหอะๆ สงสารภัทรอะ อึดอัดแทน
    #946
    0
  2. #935 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 17:53
    สงสารจนไม่รู้จะร้องไห้ไงแล้ว หน่วงมาก ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลยว่ะ อินเกิน
    #935
    0
  3. #906 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 22:45
    แย่มากเลยอะ ก็คือร้องไห้ 5555555555555555555 แย่มาก ทั้งๆที่ก็ทำเพื่อกันทำโดยคิดถึงอีกฝ่าย แต่อีกคนก็ไม่รู้เลย
    #906
    0
  4. #828 blastocyst (@blastocyst) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:36
    สงสารปรานนะ แต่ก็โกรธอ่ะ โกรธ ปรานใช้คำพูดตัดรอนภัทร ไหนบอกจะสู้ด้วยกันไง ก็เห็นอยู่ว่าภัทรถูกบีบแค่ไหน สถานการณ์ของภัทรแย่กว่าอีก แล้วมาทีนี้มาน้อยใจได้ไง //อินมากกก
    #828
    0
  5. #802 ภรมน (@mmmiuic) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 00:51
    สงสารร
    #802
    0
  6. #793 Jaebumiin (@DarkMiin) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 04:16
    อ่านกี่ครั้งๆ ก็ร้องไห้จนเกร็งเครียดเหมือนสมองจะระเบิด ปวดตาาาา
    #793
    0
  7. #742 DekD.com (@maleeACC) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 23:00

    ตาบวมหมดแล้ว. จะบ้าตายเกิดไรขึ้นเนี๊ยะ

    #742
    0
  8. #725 Nebbianuvolaa (@Nebbianuvolaa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 16:51
    เป็นพ่อแม่ที่แบบจะร้องไห้TT
    #725
    0
  9. #710 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 00:21
    อยากรู้ว่าทำไมสองบ้านนี้ต้องเกลียดกันขนาดนี้
    #710
    0
  10. #671 xxnhhzt68 (@xxnhhztt) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 20:17
    ทำไมเป็นแบบนี้น้อ หม่ไหวแล้ว
    #671
    0
  11. #630 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 13:56
    ฮืออออออ จะสมหวังมั้ย ฮือออ
    #630
    0
  12. #590 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 14:54
    บงการชีวิตลูกเกินไปแล้วแบบนี้ แต่เข้าใจว่าพ่อแม่รักลูก แต่ไม่ควรทำอะไรขนาดนี้เลย ภัทรไม่แต่งงานเหรอ ละนั่นใครล่ะ ฮือออ
    #590
    0
  13. #445 ไซเรน (@sohon) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 16:21
    ฮือออ ภัทรทนมองเห็นปราณจากไปได้เหรอ จะไม่ได้เจอกันอีกนานเลยนะ
    #445
    0
  14. #335 NNYuki (@nooniiz501) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 20:51
    รออยุ่นะคะ ตอนนี้ไม่โอเคเลย ภัทรหมั้นไปแล้วจริงๆหรอ ฮือ ทำไมไม่หนีตามปราณไปเลยยย เสียใจจจ
    #335
    0
  15. #334 Praw boylove (@0865057589) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:46
    เพิ่งเจอเรื่องนี้เข้ามาอ่าน จนถึงตอนล่าสุด รอนะะะไรต์
    #334
    0
  16. #333 0624749478 (@0624749478) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 12:04
    รอๆๆๆๆๆนะกำลังซึ่งเลย
    #333
    0
  17. #332 PiPi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 11:21
    งื้ออออออ น้ำตาไหลอ่ะ

    ภัทรจะได้แต่งจริงๆเหรอ พันซ์นี่ไม่รู้รึยังไงว่า เค้าไม่รัก ยังดันทุรังอยู่นั่น

    ปราณจะเดียวดายแค่ไหน ยิ่งไปอยู่ต่างเมือง แต่ก็ยังดีที่มีน้องหอมไปเป็นกำลังใจด้วย





    ได้แต่หวังว่า ในอนาคต แม่ทั้งสองฝ่ายจะรักลูกมากกว่า ความต้องการของตัวเอง



    ภัทรคงจะไม่มีลูก เมียทิ้ง จนปราณกลับมาช่วยเลี้ยงนะ



    งื่อออออ
    #332
    0
  18. #331 luhanbaekhyunkai (@luhanbaekhyunkai) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 08:40
    การจากลา
    #331
    0
  19. #329 tuckkiijung (@tuckkii1996) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 22:51
    ใจสลาย ฮือออออออออออออออ
    #329
    0
  20. #328 itchaayaa (@itchaayaa) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 21:22
    แล้วดราม่าจะผ่านไปป ฮือออ
    #328
    0
  21. #326 สีน้ำ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 15:22
    อ่านจบแล้วเศร้าจังความรักของทั้งสองคนไม่มีใครยินดีด้วยเลย ที่จริงสมัยนี้ครอบครัวน่าจะเข้าใจได้แล้วนะ ทำไมยังมีความคิดโบราณอีก เฮ้อ สู้ต่อไปนะ ภัทร ปราณ
    #326
    0
  22. #325 gracieji (@graciejirada) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 15:13
    ต่างคนต่างมีเหตุผลและวิธีการแก้ปัญหาของตัวเอง

    เอาใจช่วยให้ผ่านไปด้วยดี
    #325
    0
  23. #324 Surawatari Komiko (@26pl42oy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 12:44
    ใจไม่ดีเลย ฮืออออออ
    #324
    0
  24. #323 ThanaponTigy (@ThanaponTigy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 12:32
    มาต่อด่วนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #323
    0
  25. #322 1141320 (@1141320) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 12:10
    ปล่อยให้น้ำตาย้ำทุกความทรงจำ~~
    มาเป็นเพลง ฮือออ น้ำตาไหลเลยอะ
    #322
    0