หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 100,497 Views

  • 985 Comments

  • 6,147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    7,140

    Overall
    100,497

ตอนที่ 33 : l ฉากสามสิบสามl Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    3 ม.ค. 60



l ฉากสามสิบสามl
Pran l talk




หลังจากคืนนั้นผมก็ไม่ได้โทรไปหาภัทรอีก คงโดนความคิดถึงและความหวังลมๆ แล้งๆ จากการพูดคุยกับพ่อครั้งนั้นเล่นงาน 
ทำให้สติหลุดกดโทรออกเบอร์ที่จำได้แม่นที่สุดไปทั้งที่ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าจะติดต่อกลับไปในฐานะอะไร 
จะชวนคุยถึงเรื่องอะไร พูดทักทายด้วยคำไหน ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างก็ดูจะลงตัวหมดแล้ว 
ภัทรกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งนิสัย รูปลักษณ์ และฐานะ 

เพราะฉะนั้นในเวลาแบบนี้คนที่ควรจะหายไปก็คือผมไม่ใช่หรือไง…


“วันนี้ออกไปไหนหรือเปล่าปราณ”

ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จไม่นานและกำลังจะแต่งตัว จัดแจงสอดมือเข้าแขนเสื้อ สวมคอผ่านศีรษะ ดึงชายให้เรียบร้อยก่อนจะตะโกนตอบพี่ป้องที่เอ่ยถามมาจากห้องนั่งเล่น 

“ไม่ได้ไปไหนครับ พี่ป้องอะ”

“นัดเพื่อนไว้แหละ แต่มันโทรมาเลื่อนเป็นบ่ายแก่ๆ เราจะไปด้วยกันไหม”

โผล่หัวออกจากห้องนอนมาเห็นพี่ป้องในชุดไปเที่ยวกำลังเทนมใส่แก้วอยู่ที่เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร “ไม่ดีกว่าครับ ผมว่าจะนอนดูหนังอยู่ห้อง”

“เหรอ งั้นพี่ดูฆ่าเวลาด้วยดีกว่า”

อีกฝ่ายว่าแบบนั้นและเดินตามเข้ามาในห้อง ขยับนั่งลงที่พื้นข้างๆ เอนหลังพิงเบาะเตียง 
คว้าหมอนใกล้ๆ มาวางที่ตัก ในขณะที่ผมกำลังลากนิ้วเลือกหนังในกล่องพลาสติก

“อยากดูเรื่องอะไรอะพี่”

“เอาเรื่องที่เราอยากดูสิ”

“ผมมีเวลาทั้งวัน ไว้ค่อยดูคนเดียวก็ได้ พี่ป้องมาเลือกไหม”

“พี่ไม่ค่อยรู้เรื่องหนังหรอก เลือกให้พี่สักเรื่องแล้วกัน”

ผมหัวเราะ พยักหน้ารับหลายๆ ครั้ง แล้วไล่หาเรื่องที่คิดว่าอีกคนน่าชอบ


ออด!

เสียงกดกริ่งห้องดังขึ้นระหว่างที่ผมกำลังดูหนังจากโน้ตบุ๊กอยู่กับพี่ป้องในห้องนอนไปได้ไม่ถึงไหน เราทั้งคู่ละสายตาจากจอตรงหน้าอัตโนมัติ

"เดี๋ยวพี่ไปเปิดเอง" เป็นพี่ป้องที่เอ่ยปากก่อน ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเปิดประตูห้องนอนผมเดินออกไป โดยไม่ได้ปิดบานประตูให้สนิท

"พี่ป้องถ้าเป็นริต้าเอาจานคืนด้วยนะ อยู่ห้องเราสองใบแล้ว" ตะโกนบอกไปแบบนั้นทั้งที่ตายังไม่ละจากหนัง

"อ่า...พี่ว่าเดี๋ยวพี่ออกไปข้างนอกเลยดีกว่า วันนี้อาจจะไม่ได้กลับมานอนนี่นะ" อีกฝ่ายครางเสียงในคอ ก่อนจะพูดยาวๆ อย่างเร่งรีบ เรียกความสนใจผมจากจอคอมให้หันไปมอง

"พี่ป้อง..." ผมชะงักเมื่อหันมาแล้วพบว่าคนที่เดินเข้ามานั้นไม่ใช่พี่ชายร่วมห้อง แต่เป็นคนที่ไม่ได้เจอกันมาร่วมหลายเดือน

"ดูเหมือนว่ามึงจะสบายดีนะ" 

"มึงมาได้ไง" ผมขมวดคิ้วขยับตัวลุกยืนทันที หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าจะกระดอนหลุดออกจากอก ผมกำมือแน่นและนั่นทำให้สัมผัสได้ว่าตอนนี้เหงื่อออกตามร่องนิ้วจนชุ่มแค่ไหน

"เมียหายไปหลายเดือนแล้ว กูก็มาตามสิ"

"ภัทร..."

"ยังมัวยืนอึ้งอีก ไม่คิดถึงกูหรือไง"

"กู..."

"กูคิดถึงมึงจะแย่แล้วปราณ"

ผมเม้มปาก รู้สึกร้อนกระบอกตา ไม่คิดจะอดทนอะไรอีกต่อไป รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังจะเบะปากเหมือนเด็ก 
และทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือรีบซ่อนใบหน้าของตัวเองไว้ให้พ้นสายตามัน...

โดยการพุ่งเข้าไปกอดอีกคนแล้วซุกหน้าซ่อนลงที่บ่า


ภัทรโอบร่างกายผมไว้ เรากอดกันแน่น กดตัวเองเข้าหากันจนไร้ช่องว่าง ความโหยหาส่งผ่านถึงกันจนน้ำตาซึม 

ผมคิดถึงอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่าย

คิดถึงกลิ่นน้ำหอมติดกายเป็นเอกลักษณ์

คิดถึงน้ำเสียงยียวน

คิดถึงสายตากวนประสาท

คิดถึงบรรยากาศเวลาเราอยู่ด้วยกัน

ผมคิดถึงมันเหลือเกิน...

"ปราณ"

"อืม" ผมครางเสียงในคอ เปลือกตายังคงปิดสนิท เรากอดกันแน่นจนไร้ช่องว่าง

"ริต้าเป็นใคร"

"ฮะ?" ลืมตาทันทีที่ได้ยินคำถาม นี่อารมณ์ไหนเนี่ย

"กูถามว่าริต้าเป็นใคร"

"เชี่ยภัทร" ผมสะดุ้งเมื่อมันล้วงมือเข้ามาในเสื้อ ลูบหลังผมไปมา "อย่าเพิ่ง"

"ถามก็ตอบสิ"

"ใจเย็นก่อนดิวะ เอามือมึงออกไป" ผมรีบผละตัวออกจากอ้อมกอด มืออีกฝ่ายเลยเลื่อนหลุดออกจากใต้ร่มผ้าอัตโนมัติ แต่มือผมยังเกาะกุมอยู่ที่ท่อนแขนฝ่ายตรงข้าม เรามองตากัน และนั่นทำให้ผมเงียบคำ

"มานี่มึงมีใครหรือเปล่า" เสียงนั้นเอ่ยขึ้นจริงจัง ไม่มีกระแสล้อเล่นในแววตา

"กูจะมีใครได้วะ" ผมเม้มปากไปนิดก่อนจะคลายออก หลุบตาลงต่ำอย่างขัดเขิน "คิดถึงแต่มึง"

ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ผมเกือบจะเงยหน้าขึ้นด่า แต่ไม่ทันได้ทำก็ชะงักเสียก่อนเมื่ออีกคนเอ่ยปากต่อ 

"ไม่เจอกันหลายเดือนปากอ่อนลงนะ"

"พูดมาก"

"ไหนมาดูดิ๊ อ่อนลงจริงหรือเปล่า"

“อะไรของมึง…ไม่คิดจะบอกหน่อยหรือไงว่ามาที่นี่ได้ไง”

“ไว้บอกหลังจากที่กูจูบมึงไม่ได้หรือไง”

“…ไม่ได้” 

ตอบไปเสียงผะแผ่ว ไร้ซึ่งความเด็ดขาด บางทีทั้งใจทั้งตัวผมคงอ่อนยวบไปตั้งแต่ตอนได้สบตากับมันเมื่อครู่แล้ว 
ผมถูกดึงมือเข้าไปหา สัมผัสอุ่นจากผิวกายทำให้หน้าผมเห่อร้อน เม้มปากซ่อนความรู้สึกไว้ภายใน 
มีเพียงหยาดน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นปริ่มขอบบ่งบอกให้รู้ว่าในใจอึดอัดมานานเพียงใด

“ไม่ร้อง”

“กูไม่ได้ร้อง”

“เพราะมันจะทำให้กูอยากร้องตาม”

“...”

“ปราณ…”  มันเรียกชื่อผม และนั่นทำให้ผมหลับตาลง 

ตั้งแต่บินข้ามประเทศมาที่นี่ผมแทบนับไม่ไหวว่ากี่คืนที่ต้องเข้าสู่นิทราและได้ยินเสียงมันเรียกชื่อตัวเองหลายๆ ครั้งอยู่ข้างหู 
ต้องทรมานกับการตื่นขึ้นมาตอนเช้าและพบว่าเป็นแค่เสียงเรียกในจินตนาการของตัวเอง
เพียงแค่อยากยืนยันว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพในความคิดที่ผมสร้างขึ้นในหัวซ้ำๆ จนมันซ้อนทับกับความจริง

“ปราณ”

ผมลืมตาขึ้นเมื่อเสียงทุ้มเรียกชื่อผมซ้ำสอง ก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม
เมื่อหลังเปลือกตานั้นยังคงปรากฏภาพเป็นใบหน้าของภัทร มันอยู่ตรงนี้ กำลังจับมือผม กอดผม เรียกชื่อผม 

“…ฮึก”

“เฮ้ย”

“ฮือ…อึก”

“ปราณ ไม่ร้อง”

มืออุ่นๆ ที่ยกขึ้นปาดน้ำตาให้ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง 

มันเกิดขึ้นจริง

“ปราณ” 

มันเรียกชื่อผมเสียงดัง เมื่อผมเริ่มปล่อยโฮหนักขึ้น โผเข้าไปกอดหลังมันไว้แน่นซุกใบหน้าลงที่บ่า 
ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมผ่านเนื้อผ้า ไม่คิดว่าจะได้กอดมันแบบนี้อีก ไม่คิดว่าจะได้เห็นหน้ากันอีกแล้วด้วยซ้ำ

“ปราณ...”

“ขอโทษ”

“...”

“กู ฮึก…กูขอโทษ” ขอโทษที่ทำอะไรเพื่อมึงไม่ได้เลย ขอโทษที่อ่อนแอจนทำให้มึงต้องทรมานอยู่อย่างนั้น ขอโทษ… “ขอโทษ กูขอโทษ”

ได้ยินเสียงพ่นลมหายใจออกเบาๆ คล้ายเสียงหัวเราะ มันกอดผมกลับด้วยแขนข้างซ้าย ส่วนมืออีกข้างประคองศีรษะผมไว้และขยี้ไปมา 

“ขอโทษกูทำไม”

ผมส่ายหน้า พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ในคอ

“มึงไม่ผิดสักหน่อย”

มันพูดเสียงเบาที่ข้างหู โอบหลังผมไว้โดยไม่พูดอะไร เรากอดกันและปล่อยให้เวลาผ่านไป นานจนเริ่มหยุดร้องไห้ 
ผมก็ยังไม่ยอมเงยหน้าจากบ่าอีกฝ่าย ไม่ใช่เพราะคิดถึงจนผละตัวออกห่างไม่ได้ 
แต่เพราะสติก็เริ่มกลับมาจนความเขินอายเข้าแทนที่ ไอ้ที่ร้องไห้โฮโผเข้ากอดมันเมื่อครู่นี่อะไรวะ ฮึ้ย!

“ปราณ...” ภัทรเรียกชื่อผม กดริมฝีปากลงมาที่ขมับแช่ค้างไว้ แล้วเปลี่ยนมาใช้คางเกยหัว “ขอกูมองหน้ามึงหน่อยสิ”

ผมยังคงนิ่งเงียบ จะให้มันเห็นตาที่ทั้งบวมทั้งแดงของผมตอนนี้เนี่ยนะ 

“ปราณ”

“…”

“หลับเหรอ”

หลับบ้านมึงสิ… “หึ”

“หึก็ปล่อยกูสิ ใจคอจะหลับหูหลับตากอดไม่มองหน้ากันเลยเหรอ” มันว่า และพอเห็นผมยังเงียบก็พูดต่อ “กูคิดถึงมึงจะแย่แล้ว”

สุดท้ายผมก็ยอมคลายแขน ผละออกมาช้าๆ ดวงตาหลุบต่ำมองพื้นไม่ยอมเงยหน้า สะดุ้งเฮือกเมื่อภัทรลูบใต้ตาผมเบาๆ 

“บวมหมดแล้ว”

“...” ผมเม้มปาก ค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมอง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบร่องรอยแดงช้ำที่นัยน์ตาของอีกฝ่าย แม้จะไม่มีคราบน้ำตาหลงเหลือที่พวงแก้ม หากแต่ความชื้นที่ปลายขนตาก็เป็นหลักฐานชั้นดี 

เราสบตากัน ต่างหยุดดื้อรั้นและส่งผ่านความรู้สึกของตัวเองออกไปอย่างไม่คิดปิดบัง 
เคลื่อนใบหน้าเข้าหากันช้าๆ บรรจงแนบสัมผัสลงที่ริมฝีปากของฝ่ายตรงข้าม ประกบนิ่งอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะค่อยๆ ขยับบดคลึงไปมา 
สัมผัสกันเชื่องช้า ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เร่งเร้าหรือรีบร้อนที่จะแทรกลิ้นเข้าไปไล่ต้อน 
งับปากกันเบาๆ ต่างอ้อยอิ่งและซึมซับความรู้สึกยามที่ผิวเนื้อแตะกัน กดจูบและผละออก ก่อนจะกดแนบลงไปใหม่ ทำแบบนั้นซ้ำๆ 

จนกระทั่งรู้สึกว่าไม่พอคนตรงหน้าถึงได้แตะลิ้นลงมาที่รอยแยกของริมฝีปาก เป็นเหมือนการขอทางที่ผมเองก็อนุญาตแต่โดยดี 
อ้าปากรับความหยุ่นชื้นเข้ามาภายใน กวาดลากลิ้นไปทั่วโพรงปาก ราวกับจะตักตวงรสชาติที่ห่างหายไปแสนนาน 
ดูดกลืนตัวตนทั้งหมดของผมให้หลุดติดไปได้อย่างง่ายดาย 

ไม่ว่าเมื่อไหร่คนอย่างผมก็ไม่เคยต้านทานมันได้เลยสักที



“ตกลงบอกได้หรือยังว่ามาได้ยังไง”

“นั่งเครื่องบินมา”

“ภัทร…” ถึงตอนนี้แล้วยังเล่นลิ้นอยู่อีก

เมื่อผมเรียกชื่อเสียงนิ่ง คนเล่นไม่รู้เวลาก็รีบขยับเข้ามาใกล้ “กูแหย่เล่นน่า ไม่อยากให้มึงทำหน้าเครียด”

“…”

“เป็นอะไร”

“กูแค่คิดว่า…ที่มึงไม่รับโทรศัพท์เพราะไม่อยากคุยกับกูแล้ว”

“จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง กูไม่รู้สักหน่อยว่าเป็นมึงโทรมา”

“…มึงไม่โกรธกูเหรอ”

“โกรธสิ”

“...” ผมเม้มปากแน่นตอนได้ยินคำตอบของอีกคน ก็แน่อยู่แล้ว ใครบ้างล่ะจะไม่โกรธ

“แต่รักมากกว่า”

ได้ยินแบบนั้นผมก็เงยหน้าขึ้น พอสบตาถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาด้วยแววตาแบบไหน 
รู้สึกร้อนวูบที่แก้ม นานแค่ไหนแล้วที่ใจไม่ได้เต้นในจังหวะแบบนี้

“ขอโทษนะ”

“กูเข้าใจ” มันยิ้ม เอื้อมมือมาลูบแก้มผม “ขอโทษเหมือนกันที่เป็นเด็กไม่รู้จักโต ทำอะไรให้มึงลำบากใจอยู่ตลอด”

“ไม่เลย…” ผมพึมพำ ยกมือจับนิ้วมันที่เกลี่ยแก้มผมเล่นไว้ “แล้วมาที่นี่ไม่เป็นไรเหรอ…เรื่องพันซ์”

“กูถอนหมั้นแล้ว”

“ทำไม” ผมสะดุ้ง “นี่มึงหนีมาเหรอภัทร!” ในหัวคิดอะไรไม่ดีไปไกล เผลอนึกเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไปแล้วอย่างห้ามไม่ได้ แต่ความคิดยังไม่ทันเตลิด อีกฝ่ายก็ดึงกลับมาเสียก่อน

“เปล่าสักหน่อย พอดีความแตกเข้าว่ากูเป็นเกย์”

ผมเบิกตากว้าง “แล้วยังไง…”

“ก็ถอนหมั้นสิ แหงล่ะ ใครจะแต่งงานกับผู้ชายที่รักผู้ชายอีกคนอยู่เต็มหัวใจ”

“พ่อแม่มึงไม่โวยวายแย่เหรอ”

“ตอนแรกพ่อก็โมโหล่ะนะ แต่แม่ช่วยไว้”

“…”

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ ไม่มีอะไรสักหน่อย พ่อแม่กูไม่ได้ว่าอะไร ขนาดพ่อมึงยังไฟเขียวเลย นี่เขาก็รู้ว่ากูบินมาหามึง ทุกอย่างโอเคแล้ว”

“…แล้วมึงล่ะ”

“หืม”

“โอเคไหม”

“ตอนแรกก็ไม่ แต่ตอนนี้โอเคแล้ว” มันยิ้ม เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ผมคุ้นเคยดี

“ยังเล่นอยู่อีก”

“กูไม่ได้เล่น” อีกฝ่ายสวนกลับมาแทบจะทันที น้ำเสียงนั้นดูจริงจังกว่าเดิม “มึงไม่รู้หรอกว่ากูทรมานแค่ไหนตอนมึงไม่อยู่ ถึงกูกับมึงจะทำตามที่พ่อแม่บอก ถึงเราจะยอมเสียสละไม่มีความสุข แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลยสักนิด”

ผมเม้มปาก ไม่คิดโต้แย้งถ้อยคำของอีกฝ่าย เพราะทั้งหมดนั้นล้วนเป็นความจริงที่ผมไม่อาจเถียงได้ทั้งสิ้น 
ผมไม่สามารถโกหกว่าที่ผ่านมาผมไม่เป็นไร ไม่สามารถพูดปดในเวลาที่กำลังมองตากันอย่างนี้

“ภัทร”

“หืม”

“กูรักมึง”

กึก

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายชะงัก มันหันมามองหน้าผมอย่างไม่เชื่อหู “ว่าไงนะ”

“…”

“มึงว่าไงนะปราณ”

“เปล่า”

“เปล่าอะไร กูได้ยินชัดๆ ว่ามึงพูด”

“งั้นจะถามอีกทำไม”

“อยากได้ยินใหม่ พูดใหม่หน่อย” เด็กโข่งเริ่มงอแง ขยับเข้ามาจับแขนผมเขย่า “นะปราณ”

“พูดไปแล้ว ไม่ได้ยินก็ไม่ต้องฟัง” ผมว่า ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกเขินจนทำหน้าไม่ถูก 

“กูอุตส่าห์อดทนไม่ทำลายงานหมั้นแล้ววิ่งตามมึงขึ้นเครื่องนะ จะไม่สงสารกูหน่อยเหรอ”

“...”

“กูตัดผมให้มึงด้วยเห็นไหม”

“...”

“ตั้งใจทำงานด้วยนะ ทำสำเร็จไปตั้งหลายงานที่กูเล่าให้ฟัง”

ผมกลั้นยิ้มเมื่ออีกฝ่ายเริ่มสาธยายความดีไม่จบไม่สิ้นของตัวเอง 
เหลือบตามองผมที่ยาวขึ้นกว่าครั้งล่าสุดที่เห็นด้วยตาของตัวเองโดยไม่ผ่านหน้าจอคอม 
เอื้อมมือไปจับหลังศีรษะ แทรกนิ้วไปตามเส้นผมสีดำสนิทของมัน ลูบไล้ไปมาอย่างรักใคร่ ขยับเข้าไปใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจ

“รัก” ผมพูดเสียงเบา ช้อนตาขึ้นมอง “กูรักมึง”

“…”

“รักแค่มึงคนเดียว...อื้อ”

ยังไม่ทันได้พูดจนจบดี ภัทรก็ประกบปากเข้าหาอย่างรวดเร็ว มันหลับตา ขมวดคิ้ว ครางเสียงข่มอารมณ์ในคอ 
มือก็เอื้อมมากอดผมไว้ ลูบไล้ไปตามหลังและแขน บีบเค้นจนผมหายใจลำบาก ช่วงชิงอากาศไปทำเอาหัวใจเต้นผิดปกติ

“ฮื่อ ภัทร…เดี๋ยว”

“กูทำนะ” มันผละใบหน้าออกนิด กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก

“เฮ้ย...เดี๋ยวสิ ใจคอมึงไม่คิดจะเล่ารายละเอียดให้กูฟังเลยหรือไง กูอยากรู้ว่าพ่อกูพูดว่าไงบ้าง”

“ไว้ค่อยเล่าน่า กูอยากกอดมึง” มันทำเสียงอ้อน ใช้จมูกไล้ไปตามแก้ม “คิดถึงมึงจะตายแล้วปราณ”

“แต่…”

“อกกูจะแตกตายแล้ว”

“ภัทร...” เฮือก!

ผมสะดุ้งเมื่อถูกจับเข้าที่สะโพกบีบนวดไปมา แรงจนคิดว่าผิวน่าจะขึ้นสีแดงแล้ว 

“อย่า”

“ปราณ…”

“…ไปล็อคประตูก่อน”

มันเงยหน้าขึ้นจากต้นคอผม มองมาด้วยแววตาดีใจจนปิดไม่มิด มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง 
ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำอีกฝ่ายก็กระโดดออกจากตัวผมก้าวพรวดเดียวออกจากห้องนอน ได้ยินเสียงลงกลอนประตูห้อง 
ไม่นานก็กลับเข้ามากดล็อคประตูห้องนอนผมอีกชั้น ก่อนจะกลับมาดันกายผมให้ล้มลงนอนหงายไปกับเตียงและตามมาคร่อมไว้

หรี่ตามองมันแล้วถอนหายใจ...ทีอย่างนี้ล่ะเร็วเชียว



ความร้อนในกายถูกระบายออกไปบ้างแล้ว แต่ลมหายใจยังไม่กลับมาเป็นปกติ 
หน้าอกยังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ร่างกายเปลือยเปล่ากอดก่ายกันแน่น คลอเคลียไม่ยอมห่าง 
เราเหมือนคนป่วยที่ขาดยาและเพิ่งได้รับการรักษา เหมือนปลาขาดน้ำที่เพิ่งถูกปล่อยลงทะเล 

มือหนาประคองใบหน้าผมไว้ ลูบแก้มไปมาด้วยนิ้วโป้งลากมาจบลงที่ริมฝีปาก สัมผัสบางเบาชวนจั๊กจี้ 
เรามองตาและยิ้มให้กัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะเขยิบเข้ามาใกล้วางหน้าผากลงมาที่หน้าผากผม

“ปราณ”

“หืม”

“อย่าทิ้งกูไปอีกนะ”

“...”

“อย่าหนีหายไปอีก”

“ภัทร…”

“สัญญานะ”

“…สัญญา” ผมเอ่ยเสียงเบา หากแต่หนักแน่นในความรู้สึก เอื้อมมือไปแตะข้างแก้มมันกลับ “จะไม่ไปไหนแล้ว”


คืนนั้นเราใช้เวลาทั้งหมดไปกับการกอดกันบนเตียง คุยถึงเรื่องราวตลอดหลายเดือนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 
หัวเราะไปกับเรื่องเล่าของอีกฝ่าย ฟังมันบ่นเรื่องที่ผมมาอยู่กับพี่ป้องสองคน อมยิ้มเมื่อรู้ว่าอีกคนยังขี้หวงไม่เปลี่ยน 
หลายครั้งที่พอผมหันไปมองภัทรแล้วเห็นว่ามันกำลังมองมาอยู่ก่อนแล้ว แววตาสื่อความหมายที่สบเข้าทีไรก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก 
เราจับมือกันหลวมๆ นอนหมอนใบเดียวกัน ห่มผ้าผืนเดียวกัน และเข้านอนไปพร้อมๆ กัน

ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสามวันเต็มๆ ถึงจะมีความสุขสักแค่ไหนสุดท้ายก็ถึงวันที่ภัทรต้องกลับไทย 
ผมมาส่งมันที่สนามบินพร้อมพี่ป้อง ความจริงก็รู้สึกเกรงใจพี่ป้องมากแล้ว
เพราะตลอดช่วงที่ภัทรอยู่ พี่ป้องไปค้างบ้านเพื่อนปล่อยให้ผมได้ใช้เวลาอยู่กับภัทรอย่างเต็มที่ 
ถึงจะบอกว่าไม่ต้องทำแบบนั้นแต่สุดท้ายพี่ป้องก็ยืนกรานว่าจะไม่กลับมานอนห้องอยู่ดี

“งั้นพี่ไปรอที่ทางออกนะปราณ” พี่ป้องเอ่ยปากขึ้น หลังจากที่ภัทรเช็คอินแล้วเรียบร้อยและเตรียมจะเดินเข้าไปด้านใน “โชคดีนะภัทร”

“ครับ” มันตอบรับ ท่าทางนิ่งผิดปกติ นี่ยังไม่เลิกระแวงผมกับพี่ป้องอีกหรือไง “ฝากดูแลปราณด้วย”

พี่ป้องยิ้ม พยักหน้ารับ วางมือลงที่บ่าผมตบเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปอีกทาง

“รีบเรียนให้จบแล้วกลับไทยไปหากูได้แล้ว” 

ผมละสายตาจากพี่ป้องหันกลับมามองมันเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น “จะรีบยังไง”

“ไม่รู้แหละ ตั้งใจเรียน จบไวๆ ”

ยิ้มกว้าง พยักหน้ารับคำสั่งเอาแต่ใจหากแต่น่าทำตามของอีกคน “รู้แล้ว”

“กูรอมึงอยู่ที่ไทยนะ”

“อืม เป็นเด็กดีล่ะ”

“มึงก็เหมือนกัน ห้ามให้ใครมายุ่ง”

“รู้แล้ว”

“ไอ้พี่ป้องก็ห้ามยุ่ง”

“เรียกพี่เขาดีๆ เห็นไหมว่าพี่เขาลำบากไปนอนบ้านเพื่อนเพราะมึงตั้งหลายวัน”

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้”

“มึงนี่นะ เข้าไปได้แล้ว ใกล้เวลาแล้ว”

“…ดูแลตัวเองนะปราณ”

“มึงด้วย” ผมยิ้ม ตบแก้มมันเบาๆ ถึงจะรู้สึกเศร้าแต่ก็ไม่มากเท่าเดิม “ถึงแล้วค่อยโทรหากูนะ” เพราะต่อจากนี้เราจะสามารถติดต่อกันได้ทุกเมื่อที่คิดถึงแล้วไม่ใช่หรือไง

ฟอด!

ภัทรยิ้มรับ ฉวยโอกาสหอมแก้มผมเร็วๆ  ให้ต้องสะดุ้งโหยง หันมองซ้ายขวาอย่างตกใจ

“ภัทร! ทำอะไรของมึงเนี่ย!” ผมดุ ตีแขนมันเสียงดัง “อยู่ข้างนอกนะ”

ยังทำยิ้มไม่รู้เรื่องอีก “รักมึงนะปราณ”

“รู้แล้ว” ผมพึมพำ “เหมือนกันนั่นแหละ…ไปได้แล้ว!” 

ตอบกลับไป แล้วรีบพูดเสียงดังกลบเกลื่อน รุนหลังมันให้ออกเดิน อีกฝ่ายหัวเราะและยอมขึ้นบันไดเลื่อนไป 
มันหันกลับมาโบกมือให้ผมจนสุดทาง ยืนมองจนกระทั่งภัทรลับหายไปจากสายตา

แม้จะเป็นอีกครั้งที่ต้องเอ่ยคำลา...หากแต่ในใจไม่ได้เจ็บปวดเหมือนครั้งที่ผ่านมา







Tbc...



เอาความสุขมาส่งค่าาา Merry Christmas ย้อนหลังนะคะทุกคน^^
พอดีพรุ่งนี้เดย์เดินทางไปเขาใหญ่แต่เช้า แล้วก็ไม่ได้พกคอมไปด้วย วันนี้เลยมาตั้งแต่เที่ยงคืนเลย~

ตอนนี้เป็นฉากสุดท้ายของเนื้อเรื่องหลักในส่วนของเดย์แล้ว เผลอแป๊บเดียวก็เดินทางเข้าสู่บทส่งท้ายของเรื่องจนได้ ;w;;
สำหรับเรื่องนี้ตอนที่คุยกับพี่เวสต์ เรามีความเห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องที่ดราม่าที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาค่ะ 
ทั้งหนักหน่วงและกินระยะเวลานานพอสมควร (ฮา) 
แต่อย่างไรก็ตาม 'หลังม่าน' ก็เป็นนิยายเรื่องนึงที่ทำให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ มาเยอะเลย
ซึ่งเดย์เองทุ่มเทและตั้งใจมากๆ หวังว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังที่เลือกกดเข้ามาอ่านนะคะ

ตอนหน้าจบแล้ว ขอแปะมือส่งต่อให้พี่เวสต์ และฝากนักอ่านทุกคนส่งลูกชายทั้งสองของเราไปถึงฝั่งฝันด้วยน้าาา~

แล้วเจอกันใหม่ในตอนพิเศษนะคะ กอดดด <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #979 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:24
    ดีใจมาก ๆๆๆๆ มีความสุขสักที ฮืออออออ บอกรักกันได้ชื่นมื่น
    #979
    0
  2. #951 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:50
    โอ้ย มีความสุข สุดท้ายก็ปลดล็อกสักที ฮื่อออ
    #951
    0
  3. #949 minidays (@katakjaa) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:40
    ดีใจแทนภัทรรรรรรร
    #949
    0
  4. #915 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:41
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงง ดีมากๆๆๆๆๆๆ
    #915
    0
  5. #832 blastocyst (@blastocyst) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 03:13
    โอเค ปรานทำดี เราหายโกรธแล้วก็ได้
    #832
    0
  6. #768 vanish_ (@_natomm) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 17:47
    ปลื้มปริ่ม มีความสุขกันสักทีนะคะทั้งคู่
    #768
    0
  7. #711 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 01:15
    มันดีมาก ;-;
    #711
    0
  8. #689 mkatui (@maylovexis) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:34
    ฮือออ ฟ้าหลังฝนสุเๆ
    #689
    0
  9. #634 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 15:52
    คือมันดีมากๆเลย ฮือออออ
    #634
    0
  10. #594 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 16:05
    จะบ้าตาย มันปริ่มในใจจน ;3; ได้ภัทรคนเดิม คนขี้หวง คนขี้เล่นกลับมาแล้ว แล้วก็ได้คำว่ารักของปราณกลับไทยด้วยนะ โง้ย ไม่ไหวแล้วเน้ออออ น่ารักมาก แต่ภัทรก็หื่นมา 5555 คืออะไรไวขนาดนั้น
    #594
    0
  11. #484 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:01
    ตอนนี้ดีกับใจมากกก เค้ากลับมานอนด้วยกันแล้วว
    ปราณปากอ่อนลงจริงๆนะ 5555555 เขินตัวจะแตกแล้วค่ะ แทบจะกรีดร้องด้วยความดีใจจ TwT
    #484
    0
  12. #441 สีน้ำ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 16:09
    ตอนนี้เราเข้าไปอ่านที่ thaiboylove คอมเม้นไปแล้วด้วยน้าาาไรท์ไม่มีอะไรแค่บอกเฉยๆเมื่ออังคารที่แล้วเข้ามาที่เด็กดีแล้วไม่มีก็เลยไปที่นู้น จะเป็นเล่มเมื่อไหร่หล่ะรออยู่นะ
    #441
    0
  13. #436 PiPi (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 19:40
    อ๊ากกกกกก มาทีเดียวสองตอนเลย ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่เนอะ เข้ามาเช็คทุกวันวันละ หลายๆ รอบว่าอัพยัง 555



    ละมุนมากกกก ภัทรปราณ น่ารักกกกก
    #436
    0
  14. #428 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 13:31
    เรื่องนี้ต้องยอมรับจริงๆว่าดีจริง ไรจริง
    #428
    0