หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 97,015 Views

  • 869 Comments

  • 5,912 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,658

    Overall
    97,015

ตอนที่ 34 : l ฉากสุดท้าย l Pat l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    10 ม.ค. 60

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากสามสิบสี่ l
Pat l talk





“ผลประกอบการของไตรมาสล่าสุดมีกำไรเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว 3.27 เปอร์เซ็นต์ กำไรแบ่งเป็นมาจากงานสร้างหอศิลป์ที่ภูเก็ต 18 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้งานดำเนินไปแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ เหลือรับมอบงานที่คาดว่าจะส่งมอบงานได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนงานที่ถ่วงที่สุดคืองานสร้างโรงแรมในเชียงดาวที่ติดปัญหาเรื่องการขนส่งเพราะพายุเข้าเมื่อต้นเดือนแล้วถนนขาด” 

ภายในห้องประชุมชั้นบนสุดของพีแอนด์พี คุณมานพสรุปรายละเอียดการดำเนินงานของไตรมาสที่เพิ่งผ่านพ้นลงบนจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ ผมคุ้นเคยกับที่แห่งนี้เป็นอย่างดี ราวปีกว่าแล้วตั้งแต่วันที่ตามพ่อเข้ามานั่งฟังประชุมและกลายเป็นเลขานุการ คอยจดรายละเอียดในที่ประชุมเมื่อครั้งที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ พนักงานชั้นหัวหน้าแผนกแต่ละคน นั่งเรียงกันสองฝั่ง ที่ปรับจากคราวนั้นคือตำแหน่ง MD ที่นั่งหัวโต๊ะ ผมเคาะปากกาหมึกซึม มองตัวเลขที่ชี้วัดความก้าวหน้าของบริษัทตลอดสามเดือนที่ผ่านมาด้วยสายตาพิเคราะห์ 


“โปรเจ็กต์ที่ขอนแก่นติดอะไรครับ ทำไมโปรเกรสแทบไม่เดินเลย” 

“ฝนตกหนักครับ ลงปูนไม่ได้” 

“คุณประทิน ฝนก็ตกมาตั้งแต่บริษัทเรายังไม่ก่อตั้ง เราแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้เชียวเหรอ อย่างนี้ไม่ต้องปิดบริษัทกันทุกหน้าฝนหรือไง” กวาดสายตามองผู้รับผิดชอบก่อนถอนใจ “ลองกลับไปดูเรื่องนี้อีกทีนะครับว่าเพราะฝนตก หรืออินสเปกเตอร์ไม่เข้าตรวจหน้างาน ผมได้รับรายงานจีพีเอสของรถที่ให้นายช่างเอาไปใช้หน้างานมา เวลารถขยับออกจากที่พักบางวันเกือบเที่ยง ช่วยเข้มงวดกับลูกน้องอีกหน่อย เรายังมีโปรเจ็กต์ที่นครราชสีมารอคิวอยู่ เรื่องต่อไปเลยครับ” 

ภาพฉายตรงหน้าขยับเปลี่ยน พ่อยังคงแวะเวียนมาที่บริษัทในวันที่มีประชุมใหญ่ เขาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา แต่ไม่วุ่นวายเรื่องงานมากนัก ความสัมพันธ์ระหว่างเรา นับจากวันที่ทะเลาะกันใหญ่โตก็ดีขึ้นตามลำดับและมันดีขึ้นมากทุกครั้งที่เห็นอันดับบริษัทรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นที่น่าจับตามองมีพีแอนด์พีรวมอยู่ในนั้น 




“คุณภัทรคะ บ่ายโมงมีประชุมกับบริษัทอิตัลคอร์ปเรื่องอาคารของดับเบิ้ลยูห้อง 905 คุณดนุพลให้เลขาฯ โทรมาแจ้งว่าติดธุระด่วน จะส่งตัวแทนเข้าประชุมแทนค่ะ” 

“ครับ” ผมว่าพลางรับแฟ้มเอกสารที่เลขาฯ อายุมากกว่ายื่นให้ กวาดตามองเพื่ออ่านรายละเอียดโดยคร่าวครบแล้วก็ชูขึ้น “เรื่องนี้ขอผมอ่านละเอียดหน่อยนะครับ” 

“ฝ่ายมาร์เก็ตติ้งขอก่อนบ่ายโมงนะคะ” 

“ได้ครับ เดี๋ยวผมรบกวนพี่นิดาบอกลุงชูให้ไปส่งพ่อที่บ้านหน่อยสิ ตอนแรกว่าจะขับรถกลับไปส่งเองเห็นทีจะไม่ได้แล้ว” 

“ค่ะ คุณภัทรจะทานข้าวที่นี่เลยไหมคะ นิดาจะได้สั่งข้าวให้” 

“เป็นอะไรง่ายๆ ก็ได้ครับ” ผมบอกก่อนเดินกลับเข้ามาในห้อง กองเอกสารพะเนินเทินทึกวางระเกะระกะ สาบานว่าแม่บ้านเข้ามาดูแลให้เกือบทุกวัน ถอนหายใจแล้วโกยแฟ้มบางส่วนเข้าด้วยกันเพื่อหาพื้นที่วางแฟ้มเอกสารเล่มใหม่ 

“ไม่กลับไปกินข้าวที่บ้านเหรอ” 

ประตูห้องผู้บริหารเปิดออก ที่ปรึกษาวัยกลางคนของบริษัทยืนกอดอกพิงประตู ผมละสายตาจากงานตรงหน้าครู่หนึ่งก่อนก้มลงใหม่ “งานด่วนเข้ามาครับ” 

“พักนี้ทำงานหนักไปหรือเปล่า ภัทร” 

“ไม่หรอกพ่อ” ผมปฏิเสธ คิดว่ากำลังดีด้วยซ้ำไป “ไตรมาสสุดท้ายของปีก็แบบนี้แหละครับ” 

“ก็ตามใจแล้วกัน แม่เขาเป็นห่วง” 

ผมพยักหน้ารับรู้ เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง สายตาที่ทอดมองมามีความรู้สึกบางอย่างซ่อนเร้น พ่อไม่เคยพูดทั้งเรื่องที่ภูมิใจในตัวผม ทั้งเรื่องที่เป็นห่วงที่โหมงานหนักแต่มันสะท้อนออกมาจากแววตาคู่นั้นเสมอ 

“ผมให้ลุงชูไปส่งที่บ้านนะ ไว้เย็นนี้จะรีบกลับ” 

“ภัทร” 

“ครับ” 

“ได้ยินมาว่าลูกบ้านนั้นเรียนจบแล้ว”  

ผมครางรับในลำคอ พ่อเลี่ยงที่จะพูดถึงความสัมพันธ์ของผมกับปราณเสมอ หากแต่เขาก็รับรู้มาโดยตลอดนับตั้งแต่วันที่ผมบอกแม่ว่าจะบินไปหาคนรักเมื่อปีที่แล้ว ระหว่างนี้ผมกับมันก็ติดต่อกันมาเรื่อยๆ ผ่านทางโทรศัพท์บ้าง อินเตอร์เน็ตบ้าง นานๆ ครั้งถึงมีโอกาสไปเยี่ยมมันสักที กระนั้นทั้งพ่อและแม่ก็ไม่ได้มีทีท่ากีดกันเหมือนเมื่อก่อน 

“เจ้านั่นจะมาทำงานแทนพ่อมันหรือเปล่า” 

“ยังไม่ทราบเลยครับ อีกอย่างคงยังไม่ได้กลับมาเร็วๆ นี้ น่าจะอยู่เที่ยวต่ออีกสักพัก” 

“อย่าพากันเหลวไหลแล้วกัน” 

“พ่อ” ผมวางมือจากเอกสารเพื่อลุกขึ้นยืน ชายวัยกลางคนที่ทำทีจะหมุนตัวกลับชะงักขา เมื่อผมยกมือขึ้นไหว้ เขาก็ยังคงสงวนท่าทีสงบนิ่งไว้เหมือนเคย “ขอบคุณนะครับ” 

“ฉันไม่ได้ชอบใจนักหรอกนะ” เสียงทุ้มพูดอย่างไว้เชิง ท่าทางเขาเหนื่อยหน่ายเต็มทน ขณะเดียวกันก็เป็นอากัปกิริยาของคนทิฐิสูงที่ยอมพ่ายแพ้ต่อความดื้อรั้นและจริงจังของลูกชายคนเดียว “แต่แกก็ทำให้เห็นแล้วว่าโตมากพอ อย่าให้ฉันรู้สึกว่าวางใจผิดคน บริษัทนี้ไม่ใช่แค่แก แต่หมายถึงอีกร้อยชีวิต หมายถึงครอบครัวของแก ถ้ากลับมาแล้วจะคบหากันเปิดเผยฉันก็ไม่ว่า แต่อย่าละเลยงานที่ทำอยู่ แกไม่ใช่เด็กๆ แล้ว แกมีหน้าที่เต็มบ่า จะเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้” 

“ผมทราบ” เว้นจังหวะครู่หนึ่งเพื่อพูดสิ่งที่อยู่ในใจ “ขอบคุณที่ไว้ใจผมครับพ่อ” 

ประตูห้องผู้บริหารปิดลง ผมยกมุมปากยิ้มให้กับตัวเองเพียงลำพัง 




 
ความสัมพันธ์ของผมกับปราณดำเนินไปอย่างเรียบง่ายที่สุด มีเวลาก็ติดต่อกัน ช่วงไหนอีกฝ่ายงานยุ่งก็ไม่รบกวน เป็นความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้นกว่าสมัยเรียนไปอีกขั้น บางครั้งโทรไปหาอาจจะไม่รับสาย หรือส่งข้อความไปหาแต่อีกฝ่ายไม่ตอบก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร 

สิ่งกวนใจเล็กๆ น้อยๆ ของผมคือลูกพี่ลูกน้องของปราณ จะเรียกว่าหึงหวงก็ไม่เชิง แต่ระหว่างที่ผมกับปราณห่างกันคนรักก็มีใครคนนั้นเคียงข้างตลอด นับเป็นความอิจฉาเล็กๆ ในวันที่ผมไม่อาจเห็นหน้ามัน ใครบางคนกลับทำหน้าที่เช็ดน้ำตาให้ปราณได้อย่างเต็มที่ 

ผมวางสายโทรศัพท์หลังจากพี่นิดาโทรมาแจ้งว่าคุณปกรณ์ ขอเลื่อนนัดจากพรุ่งนี้เป็นวันนี้ หนึ่งทุ่มตรงที่ร้านอาหารในย่านชานเมืองซึ่งห่างจากบริษัทของเราทั้งสองฝ่ายไปพอสมควร รถยุโรปที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านต้องตบไฟเลี้ยวกะทันหัน หลังจากที่ผมใช้ความกล้าทั้งหมดเข้าไปเจรจากับเจ้าของบริษัทโดยตรงเมื่อครั้งนั้น การร่วมงานของทั้งพีแอนด์พี และเอสอาร์คอร์ปก็เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ ไม่ถึงขั้นที่ว่าถ้ามีงานที่กำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีบริษัทร่วมลงทุนแล้วจะนึกถึงเอสอาร์คอร์ปทีแรก กระนั้นก็ยอมรับว่าเราต่างเป็นหนึ่งในตัวเลือกของกันและกันในการพยุงตัวเองขึ้นไปในฐานะบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายย่อยเพื่อขยายตัว 


“ฮัลโหล ภาเหรอ บอกแม่ให้หน่อยว่าวันนี้กลับไปกินข้าวที่บ้านไม่ได้แล้ว” 

[อ้าว เหรอ มีอะไรหรือเปล่าพี่ภัทร ตอนแรกเที่ยงก็ว่าจะมากินข้าวด้วยกันนี่] 

“งานด่วน ไม่มีอะไรหรอก ไว้ซื้อขนมไปฝาก” 

[โหมงานแบบนี้ถ้าพี่ปราณกลับมาจะมีเวลาให้เขาเร้อ] 

ผมหัวเราะเมื่อได้ยินเสียงกระเซ้าของน้องสาว ช่วงนี้ปิดเทอม เจ้าตัวดีก็มีโอกาสอยู่บ้านมากขึ้น หลังจากเริ่มทำงานผมก็ไม่ว่างดูภาบ่อยนัก พ่ออนุญาตให้ภาซื้อรถส่วนตัวขับซึ่งเจ้าตัวเลือกอีโค่คาร์คันจ้อย จากนั้นก็อยู่ไม่ติดบ้านพักใหญ่ แต่ถึงผมจะเป็นกังวล แต่ก็หักห้ามด้วยการบอกตัวเองว่าน้องโตแล้วซ้ำๆ วันละหลายๆ รอบ 


“ก็ต้องมีอยู่แล้วดิ พี่ขับรถต่อแล้ว ไว้เสร็จธุระจะรีบกลับ” 

[โอเค อย่าลืมขนมภานะ] 

ผมรับปากก่อนตัดสาย มองสภาพการจราจรในเมืองใหญ่แล้วถอนหายใจหนึ่งที  
พระอาทิตย์ดวงกลมโตเริ่มลาลับขอบฟ้าไปแล้ว 
ไม่รู้ว่าปราณจะนั่งคิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงมันอยู่หรือเปล่า 
 




ไม่บ่อยนักที่ผมกับลุงปกรณ์จะนัดคุยกันนอกสถานที่ มีตามร้านอาหารบ้างในช่วงเที่ยงวันที่งานรัดตัว หรือหากการประชุมลากยาวจนเย็นย่ำก็จะออกมาทานข้าวด้วยกันพร้อมกับพนักงานคนอื่นๆ น้อยเต็มทีที่จะนัดเจอกันเพื่อผูกสัมพันธ์ หรือหารือกันอย่างลับๆ เกี่ยวกับงานที่สืบหาได้อย่างไม่เป็นทางการ 

ร้านอาหารที่ลุงปกรณ์เลือกวันนี้เป็นร้านอาหารไทยที่ตบแต่งอย่างเรียบหรู ลูกค้าส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ หรือคุ้นหน้าคุ้นตากันในวงการธุรกิจ เมื่อบอกชื่อที่จองไว้กับบริกรแล้ว พนักงานในชุดหูกระต่ายก็พาผมมายังอีกฝั่งของร้านที่เป็นเอาท์ดอร์ ตบแต่งด้วยสวนและน้ำพุร่มรื่น เสียงเพลงบรรเลงคลอสลับกับช้อนกระทบจาน พี่นิดาสั่งอาหารไว้ให้เรียบร้อยแล้ว โดยปกติแล้วเมนูที่เตรียมก็ล้วนแต่เป็นเมนูประจำของเจ้าของบริษัทเอสอาร์คอร์ป ส่วนผมจะทานแค่พอเป็นพิธี ถ้าไม่ถูกปากค่อยออกไปหาอะไรอย่างอื่นทานหลังจากเจรจาเสร็จมากกว่า 

“เสิร์ฟอาหารเลยไหมครับ” 

ผมยกมือขึ้นดูนาฬิกา พบว่าถึงเวลานัดพอดี “เสิร์ฟเลยก็ได้ครับ แขกผมมาจะได้พร้อมทาน” 

พนักงานคนเดินหายกลับไป ส่วนผมนั่งเช็กอีเมลที่พี่นิดาส่งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่จะตกลงร่วมประมูลกันกับเอสอาร์คอร์ปในสิ้นเดือนหน้า ระหว่างนั้น กลิ่นหอมของอาหารลอยเตะจมูก เมื่อกับข้าวมื้อเย็นวางลงผมก็เหลือบตาขึ้นมองและพบว่าเป็นเมนูโปรดของตัวเองไม่ใช่ตามใจลุงปกรณ์เหมือนเคย 


“อันนี้เลขาฯ ผมโทรสั่งใช่ไหมครับ” 

“ครับ” บริกรคนดังกล่าวตอบพลางทยอยจัดวางเมนูอื่นๆ ที่ถือมาบนถาดเรียงลงบนโต๊ะกระจก ผมกดหาเบอร์พี่นิดาทันที หากทว่าเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามขยับเลื่อนก่อน เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่ากลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่ขอเลื่อนนัดหมายกะทันหัน 

“ปราณ?” 

“กับข้าวไม่ถูกใจเหรอ” 

คนมาใหม่ถามนิ่งๆ แต่ผมเห็นแววตาขบขันของมันที่เป็นประกายวาววับ มุมปากยกขึ้นนิดๆ ก่อนจิบน้ำดื่มเย็นแก้กระหาย  


“อากาศร้อนชะมัด” 

“เนียนเลยนะมึง มายังไง กลับมาเมื่อไหร่ทำไมไม่บอกจะได้ไปรับที่สนามบิน” 

“บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ” 

ผมเกร็งกล้ามเนื้อทุกมัดบนหน้าเพื่อไม่ให้หลุดยิ้มกว้างออกมาเกินพอดี แสร้งหยิบน้ำขึ้นดื่มบ้างแล้วเมินหน้าหนี  


“เด็กเลี้ยงแกะ...ไหนว่าจะกลับสิ้นเดือน” 

“ไม่ต้องมาทำเสียงเข้มแกล้งโกรธกันเลย” มันใช้ปลายเท้าเตะขาผมใต้โต๊ะ แค่นั้นหน้ากากที่แสร้งทำเป็นนิ่งเฉยก็หลุดร่วง บ้าชะมัด ทั้งๆ ที่มันหลอกให้ผมรู้สึกแบบนั้นที แบบนี้ที แต่ตัวเองกลับถูกอีกฝ่ายมองได้ทะลุปรุโปร่ง “ดีใจก็บอกว่าดีใจสิ เมื่อก่อนไม่เห็นจะมีฟอร์ม หรือขึ้นเป็นMD แล้ว ต้องไว้มาด” 

“โธ่ ปราณ” ผมลากเสียงออดอ้อนมันเหมือนเคย หลุดหัวเราะและฉีกยิ้มกว้างที่สุดในรอบปีให้อีกฝ่ายเห็น เจ้าของชื่อเพียงอมยิ้มแต่กลับส่งความรู้สึกคิดถึงกันออกมาอย่างไม่ซ่อนเร้นทางแววตา “ดีใจว่ะ แต่ก็น่าจะบอกกันบ้างเหอะ เซอร์ไพรส์อะไรของมึง กูหัวใจวายไปทำไง” 

“เดี๋ยวปั๊มหัวใจให้” 

มันยักคิ้วนิดๆ ด้วยท่าทีล้อเลียน ผมก้มหน้าลงหัวเราะ ก่อนเงยขึ้นมาเพื่อกวาดสายตาทั่วใบหน้ามันให้เต็มสองตา  

“ลุกมานี่” 

“ไม่” 

“ปราณ อย่าดื้อกับกู มึงเกเรมากไปแล้ว” 

“แล้วไง เบื่อแล้วเหรอ” 

“จะเบื่อได้ไง” กลายเป็นผมที่ลุกขึ้นไปหามันจนได้ เพียงใกล้พอที่จะคว้ามากอด ผมก็กอดมันไว้ทั้งสองแขนของตัวเอง “คิดถึงออกจะขนาดนี้ ไหน ไม่มีประโยคเพราะๆ ฟังแล้วลื่นหูเหรอ” 

“มึงโคตรเก่งที่ทำให้พ่อกูยอมร่วมธุรกิจด้วยได้” 

“เคยเล่าให้ฟังแล้วไง” 

“ก็ไม่คิดว่าจะร่วมงานกันหลายโครงการขนาดนี้”  

ปราณยกมือขึ้นกอดผมทั้งๆ ที่ตัวเองยังนั่งอยู่ ผมโน้มตัวลง จรดจมูกไปที่เส้นผมของมัน กลิ่นของปราณยังชัดเจนเหมือนเดิม ไม่ว่าจะกี่ปีต่อกี่ปีก็เป็นกลิ่นที่ทำให้ผมรู้สึกสบายใจและกลับไปเป็นภัทรที่ไม่มีอะไรอยู่บนบ่า 


“มีเรื่องจะปรึกษาว่ะ” 

“ว่าไง” 

“เรื่องบริษัท...“ มันยังไม่ทันได้พูดจบ ผมก็ออกแรงรัดชายหนุ่มให้เข้าสู่อ้อมแขนแนบแน่นกว่าเดิม 

“ไม่คุยเรื่องงานก่อนได้ไหมวะ ไม่ได้เจอกันเกือบปีแล้วนะเว้ย” 

เสียงหัวเราะดังทุ้มในลำคอ มันเงียบไปแค่ครู่เดียวแล้วก็ดึงดันพูดต่อจากประโยคเดิม “ภัทร จากที่ไม่ถูกกันก็เป็นหุ้นส่วนเรื่องงานไปแล้ว มึงยังอยากเป็นหุ้นส่วนเรื่องอื่นอีกไหมวะ” 

ผมคลายอ้อมแขนออกโดยอัตโนมัติเพื่อจ้องตาคนพูด ปราณอมยิ้ม แต่กลับไม่มีท่าทีว่าที่พูดเมื่อครู่เป็นการล้อเล่นแต่อย่างใด 

“โทษที ทิ้งมึงไปเสียนาน กลับมาเจออีกทีก็พูดเรื่องที่คนอื่นฝากมา” 

“หืม?” 

“พอดีพ่อให้มาเจรจาแทน” 

ผมไม่ตอบมันแต่กลับโน้มตัวลงไปปิดปากแดงๆ ที่เอาแต่พูดให้ใจผมสั่นไหวด้วยริมฝีปากตัวเอง รสจูบที่ร้างรามาแสนนาน สัมผัสที่ต่างโหยหาซึ่งกันและกัน โชคดีที่โต๊ะที่ได้ค่อนข้างเป็นเอกเทศ ดังนั้นการที่แสดงความรู้สึกเบื้องลึกออกมาอย่างเปิดเผยจึงไม่ชวนให้อีกฝ่ายอึดอัดมากนัก สังเกตได้จากริมฝีปากของมัน ที่ขยับเคลื่อนรับจูบจากผมด้วยความยินยอมพร้อมใจแต่โดยดี 


“ไหนพูดชัดๆ ซิว่าพ่อฝากมาเจรจาเรื่องอะไร” 

คู่สนทนายักยิ้ม โคลงหัวไปมาเบาๆ “พ่อถามว่านอกจากเรื่องงานแล้วยังอยากร่วมหุ้นเรื่องอื่นอีกไหม” 

“เรื่องอะไรล่ะครับคุณปารกุล” 

“หุ้นส่วนชีวิตของลูกชายของพ่อกู” 

เราสบตากัน คำพูดร้อยพันถ้อยคำปริ่มอยู่ในนั้น ดวงตาผมวาววับสะท้อนล้อแสงไฟ อดกลั้นอย่างที่สุดที่จะไม่กระโดดโลดเต้นไปเหมือนหัวใจที่ไม่สำรวมในตอนนี้  

“ถ้าสนใจพ่อมึงมีเงื่อนไขอะไรบ้าง” 

“ก็เป็นเด็กดีหน่อย อย่าเกเรให้มาก ไม่มีอะไรจำกัดนักหรอก กูว่ามึงรู้ว่าเงื่อนไขที่ว่าต้องทำยังไง” 

“ต้องเซ็นต์สัญญาหรือเปล่า” 

“โทษทีว่ะ ที่ไทยยังไม่มีจดทะเบียนสมรสของเพศเดียวกัน คงได้เป็นแค่สัญญาใจ” ปราณพูดไปแก้มแดงไป เสียงเพลงบรรเลงเอื่อยตามสายลม เพราะเป็นส่วนที่โล่งแจ้งของร้านอาหาร เหนือขึ้นไประหว่างเราคือดวงดาวร้อยพันพราวระยับ ผมอดใจไม่ได้ สอดมือประคองใต้ท้ายทอยอีกฝ่ายไม่ให้ขยับหนี จากจุมพิตหยอกล้อเมื่อครู่ครั้งนี้เปลี่ยนไป ผมเห็นหน้ามันในระยะประชิดอีกครั้ง หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ ปลายนิ้วหัวแม่มือกลึงข้างแก้ม เอียงศีรษะหลบสันจมูกให้สัมผัสของริมฝีปากต่อริมฝีปากแนบสนิทและล้ำลึก  

“ไม่มีลายเซ็น ไม่มีลายนิ้วมือ ประทับด้วยจูบแทนคำสัญญาแล้วกัน” 

ผมกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนขบที่กลีบปากบนและล่าง ดูดดึงตามใจปรารถนา แต่แม้ว่าจะอยากรุนแรงมากแค่ไหนสิ่งที่แสดงออกไปกลับนุ่มนวลและอ่อนโยนอย่างที่สุด ปราณก็ไม่ต่างกัน มันยิ้มทั้งๆ ที่ปากเรายังคลอเคลียไม่ห่าง  

หากเรื่องราวที่ผ่านมาเป็นฝันร้าย เราต่างก็หลุดพ้นออกมาจากโลกแห่งความฝัน หากเป็นเพียงบททดสอบจากสวรรค์ ผมก็รู้ว่ามันสร้างมาเพื่อให้รู้รสว่าหลังจากขมขื่นกับความเจ็บปวดทรมานแล้ว ความรักมันหอมหวานสักเพียงใด 

“ไม่ไปไหนแล้วนะปราณ” เมื่อจูบจนสาแก่ใจผมก็ผละถอยออกมาเพียงนิด ใช้หน้าผากชนแนบชิดไม่ยอมห่าง “เซ็นสัญญาด้วยจูบไปแล้วนะ” 

“อืม ถ้าไปจะให้ตามไปด้วยกัน” มันยิ้มหยีจนตาปิด เนิ่นนานเหลือเกินที่ไม่เห็นภาพแบบนี้และผมรู้สึกว่าปราณแม่งน่ารักชะมัดยาก “ภัทร” 

มันเรียก พลางเลื่อนใบหน้าที่ใกล้ชิดมาเอนซบบนบ่า ผมยังคงโค้งตัวและประคองมันไว้ เมื่ออีกฝ่ายเอาศีรษะถูไถก็อดไม่ได้ที่จะจรดปลายจมูกลงบนเรือนผมอีกที 

“คืนนี้ไปนอนที่บ้านกูนะ” ผมหัวเราะ ก่อนจะโดนฟาดหนักๆ บนอก “กูหมายถึงมีเรื่องอยากคุยกับมึงอีกเยอะเลย” 

“โห กูตีความเป็นอย่างอื่นไปแล้ว” 

“ทะลึ่ง” 

“รู้อีกว่าตีความว่าอะไร” 

มันยังซ่อนใบหน้าที่ร้อนฉ่าไว้บนบ่าผม คร้านที่จะซักไซ้ ไม่ว่ายังไงคืนนี้ผมก็คงเห็นปราณขวยเขินเต็มตาไปค่อนคืน 

“คนอย่างมึง อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่” 

“ถึงแบบนั้นก็รักกูไปแล้วใช่ไหมล่ะ” มือขาวคล้องประสานกันหลังต้นคอผม ปราณเอียงหน้าเพียงนิดเพื่อจุมพิตแผ่วเบาบนแก้มสากและมันเล่นเอาผมแทบเข่าทรุดเสียตรงนั้น 

“เซ็นสัญญาเป็นหุ้นส่วนชีวิตไปแล้วด้วยเมื่อกี้” 

“ปากดี” 

“ไม่ได้ดีแต่ปาก มึงก็รู้ กินข้าวเถอะ จะได้รีบกลับบ้าน” 

“หึ” 

“มึงต้องจ่ายค่าปรับให้กูอีกเยอะนะ ปารกุล” 

ผมชี้หน้าเจ้าของชื่ออย่างคาดโทษแต่อีกฝ่ายกลับไหวไหล่ไม่ยี่หระ เมื่อขยับมานั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อมองหน้าคนรักเต็มตาแล้วก็พบว่าอาหารมื้อนี้ช่างหวานซึ้งกินในเสียนี่กระไร 

“คิดถึงฉิบหายเลยว่ะ” 

ผมพูดพลางตักเมนูโปรดของตัวเองใส่จานมัน คู่สนทนาขมวดคิ้วแต่มุมปากกลับยกยิ้ม  
ไม่ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ปราณก็ยังเป็นคนที่เขินอายแล้วซ่อนมันจากผมไม่มิดอยู่ดี 


“จะไม่พูดอะไรอีกหน่อยเหรอ” 

“มีอะไรที่คิดว่ายังไม่รู้อีกหรือไง” 

“ไม่มีแล้ว แต่อยากจะฟังบางคำให้ชื่นใจ” 

ปราณตักกับข้าวของโปรดใส่จานผมกลับคืน มันยิ้มยวน กวนประสาทอย่างมีนัยยะ 

ในราตรีที่ลมหนาวโชยพัด เสียงดนตรีขับกล่อมเป็นพยานรัก มีดวงดาวแตกดับสว่างโรจน์ในจักรวาลเป็นร้อยเป็นพัน ภาพตรงหน้าผมคือดาวที่สกาวที่สุดในหัวใจ ส่องสว่าง โดดเด่นและสวยงามจนยากที่จะซ่อนเร้นเหมือนเมื่อครั้งยังเด็ก 


“คืนนี้จะกระซิบบอกให้ชุ่มปอดเลย พอใจหรือยัง” 

ความรักของเราผลิบานเต็มขั้น พิสูจน์ให้เห็นเนื้อแท้ว่าไม่ใช่เรื่องผิดบาป ต่อไปนี้ไม่ว่าต่อหน้าหรือหลังม่านของฉากก็สามารถแสดงไปในทิศทางเดียวกัน เลือดผมสูบฉีดแล่นริ้วขึ้นใบหน้า เราจมจ่อมสู่ความเงียบเพียงเพราะเขินอายเกินจะสบตาหลังจากประโยคนั้นจบลง เสียงรอบข้างดังอื้ออึง แต่ผมกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นดังจนน่าหนวกหู 
และมั่นใจเหลือเกินว่าเวลานี้เป็นจังหวะเดียวกับปราณ 
เพราะเมื่อช้อนตาขึ้นมองกัน เราก็ต่างหัวเราะออกมาแผ่วเบา
.
.
.
.

- E N D -




จบแล้วค่ะ /กัดผ้าเช็ดหน้าาาาาาาาาาาาาาาาาา 
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาถึงตอนนี้ ผ่านดราม่า ผ่านเสียงเฮฮา มาด้วยกัน ตอนนี้ภัทรโตขึ้น นิสัยดีขึ้นจากตอนแรกๆ ที่เขียนเยอะเลย ไม่เป็นเด็กไม่เอาไหน เอาแต่ใจ ดีแต่เล่นไปวันๆ แล้วนะ เพราะปราณแท้ๆ ต้องขอบคุณน้องเดย์ด้วยที่สร้างตัวละครนี้ขึ้นมาคู่กัน ช่วยเติมเต็มให้ภัทรเป็นพระเอกที่น่าสงสารอีกคนนึงของเรา ฮ่าๆๆๆ
เรื่องนี้เล่นกับดราม่าครอบครัวครั้งแรกเลย เชื่อว่าในความดราม่าของพ่อแม่มีความรักซ่อนอยู่ แฮร่ เรื่องนี้ภัทรและปราณพิสูจน์ตัวเองให้เห็นค่ะว่าไม่ว่าจะทำตามคำสั่งของพ่อแม่เท่าไหร่ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถบังคับได้เลยก็คือหัวใจ และหัวใจดวงนั้นจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเองว่าความรักมีพลังอานุภาพขนาดไหน
ขอบคุณทุกคน ทุกคำติชมที่มีให้กับเรื่องนี้ ทุกคนที่เข้ามาอ่าน แวะเวียนมาคุยเล่น ดูแลทั้งเราและน้องเดย์ ตัวละครทุกๆตัวอย่างดีตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ถ้ามีโอกาสเดี๋ยวจะชวนน้องเดย์เขียนนิยายอีกนะคะ เดี๋ยวได้เจอกันอีกในตอนพิเศษโนะ

สุดท้ายนี้ สวัสดีปีใหม่นะคะทุกคน ขอให้เป็นอีกปีที่ดี ฝากเนื้อฝากตัวฝากหัวใจและผลงานให้ดูแลด้วย ปีที่แล้วทำอะไรผิดต่อใครไปก็ขอโทษทุกคนมา ณ ที่นี้เลยเนอะ

ขอกอดหนึ่งที

 :กอด1:

รัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #852 Nita (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 22:54

    สร้างสรรค์เรื่องนี้ออกมาได้ดีจริงๆค่ะ

    #852
    0
  2. #848 eyeyes123 (@lueyelu2017) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 16:27
    รักกกกกก
    #848
    0
  3. #840 jentookjai (@jentookjai) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 18:08
    โอ้ยยยยดีอะอ่านยาวเลยทั้งวันมีทั้งยิ้มหัวเราะร้องไห้ประทับใจจังเเต่งดีมากเลยค่ะไรท์ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆน้าาาาโซกู๊ดมากๆชอบบบบ
    #840
    0
  4. #839 ราตรีที่ไม่มีดาว (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 17:25

    ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆให้อ่านครับ เสียน้ำตาไปเยอะเหมือนกัน ไรต์เขียนดีมากๆเลย ชอบสำนวนการเปรียบเปรยหลายๆอย่างในเรื่องมากๆ

    #839
    0
  5. #824 no-run (@PiPiyanan) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 19:51
    ในที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกันสักที เราประทับใจในการบรรทยายคู่ไรท์มาก เพราะปกติเราชอบตัวเองเข้าไปตัวนายเอก แต่นี่ไรท์สอนให้เราเป็นกลางมากๆเลย บางครั้งเราก็ไม่ชอบนิสัยภัทร แต่ได้รู้เหตุผล กลายเป็นเกลียดไม่ลง ส่วนปราณเราไบแอสเขาตั้งแต่ต้น แม้จะไม่ชอบอาการปากหนักเขาเท่าไหร่ แต่ก็ไบแอสค่ะ ไม่มีเหตุผล 555 ใจเย็นแบบน่ารัก นี่ยังคิดเลย ภัทรพระเอกจีงหรอออ 555555 เหมือนนางจ้างความเป็นพระเอก แต่ก็ยอมใจความรักสุดโต่งของภัทร 🌝😄
    #824
    0
  6. #807 ภรมน (@mmmiuic) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 02:08
    ตามมาจากเรื่องเข็มทิศเบ๊บ ไม่ผิดหวังเลยที่เข้ามาอ่าน ประทับใจในงานเขียน จะติดตามเรื่องอื่นๆต่อไปค่ะ
    #807
    0
  7. #795 prinntt (@prinntt) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 20:16
    แงงงงงงงงงงง เราอ่านรวดเดียวเลยไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ขอบคุณไรต์เตอร์ที่เขียนนยายดีๆมาให้เราอ่าน ช่วงดราม่านี้ โอ้โห้ เหมือนตายเลยค่ะ ยังเจ็บตาอยู่เลย ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆอีกครั้งนะคะ😊
    #795
    0
  8. #794 6743 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 21:16

    เป็นนิยายที่ดีและซึ้งมากกกกกเลยค่ะ ร้องไห้ตามไปหลายตอนเลย ลุ้นจนใจจะขาด พอหวานกันก็โอ๊ย เขินๆ ชอบความคิดของตัวละครแต่ละตัวค่ะ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ขอบคุณมากนะคะสำหรับนิยายดีๆแบบนี้

    #794
    0
  9. #791 PaPiz (@PrimXoL) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 15:56
    แงงงงงดีมากกกกว่าจะจบทำเอาเสียน้ำตาไปเป็นโหล
    #791
    0
  10. #785 13252321 (@13252321) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:21
    สนุกมากเลยคะ
    #785
    0
  11. #783 pheungff (@pheungff) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:46

    ขอบคุณนะ สนุกมากเลย (^_^)

    #783
    0
  12. #769 vanish_ (@_natomm) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 20:59
    ประทับใจมากค่ะ น่าเสียดายจบซะแล้ว เจ้าภัทรนี่น่ารักไม่แพ้ปราณเลยยย
    #769
    0
  13. #750 aoommie (@ak_galaxy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 14:54
    ประทับใจมากๆเลย
    #750
    0
  14. #712 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 01:24
    แงงงงง จบแล้ว ประทับใจมาก ในที่สุดก็ได้รักกัน ;//; ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆแบบนี้นะคะ ~
    #712
    0
  15. #690 mkatui (@maylovexis) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:47
    แง้งงงงง รักไรท์์์์ รักรูกปราน รักภัทรรร แงงงง รู้กๆมีความสุขเราก็ดีใจมากๆเลยยย ดราม่าอินมาก ฮืออออออ รักนะคะะ
    #690
    0
  16. #667 BLACK-M (@DarkMiin) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 04:56
    กระดาษทิชชูหมดไปกล่องหนึ่งกับเรื่องนี้(สำหรับรอบหนึ่ง ซึ่งจริงๆอ่านมาหลายรอบมาก) อินหนักจริงๆกับนภัทรปราณกุล ขอบคุณ(อีกครั้ง)กับนิยายดีๆ แล้วเราจะกลับมาอีก(หลายๆ)ครั้ง
    #667
    0
  17. วันที่ 21 กันยายน 2560 / 18:05
    น่ารักมากเลยย ชอบบ
    #641
    0
  18. วันที่ 5 กันยายน 2560 / 01:34
    ยืนขึ้นปรบมือให้ - - - มันดีจริงๆ ดีมากจริงๆค่ะ
    #639
    0
  19. #635 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 16:42
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ อ่านติดต่อกันเลย ให้ฟีลชีวิตจริงออกมาเยอะมาก ความรักระหว่างเพศเดียวกันต้องเจอปัญหาแบบนี้ แต่ที่ดีมากๆคือทั้งคู่ร่วมผ่านปัญหาไปด้วยกัน ในจะเรื่องวิศวะกับถาปัตย์ที่มาปรองดองกันอีก น่ารักมากๆ ความสัมพันธ์แบบเพื่อนของทั้งสองคณะน่ารักมากๆเลย มาถึงเรื่องครอบครัว ตอนแนกก็โกรธพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมากๆแต่พอพวกท่านยอมรับแล้วก็ยอม แม้จะมีปากแข็งหรือซึนไปบ้างแต่ก็น่ารัก ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #635
    0
  20. #595 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 20:00
    พ่อปราณนี่ช่างวางแผนเสียจริง เป็นปราณที่มาแทน ว่าแล้ววว พ่อภัทรก็ดีขึ้นจากเดิมเยอะเลย ให้คบกันได้อย่างจริงจัง น่ารักมาก หวานมาก มดขึ้นเต็มร้านไปหมดแล้วชัวร์ๆ ที่สำคัญเหมือนปราณจะมาขอแต่งงานเอง5555555 โคตรน่ารักบ้านนี้ พ่อก็คงถูกใจภัทรไม่ใช่น้อย คงไม่คิดว่าโตมาแล้วจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจากแต่ก่อน สบประมาทไว้เยอะ แฮปปี้เอนดิ้งสุดๆ ไปเลยค่ะ ชอบเรื่องนี้มาก เป็นอีกเรื่องในดวงใจเลย ดำเนินเรื่องไม่หวือหวามาก แต่ไม่ยืดจนเกินไป บรรยายให้ทั้ง 2 ตัวละคร เราเป็นคนชอบนิยายแนวดราม่าอยู่แล้ว พอมาเจอแบบนี้คือรัก ทำให้หน่วงและร้องไห้ได้ ฮือ เราคงได้กลับมาอ่านอีกรอบแน่ๆ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆ แบบนี้ให้อ่านกันนะคะ
    #595
    0
  21. #556 gift_tyrDek59 (@gift_tyrDek59) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 09:17
    เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากจริงๆ เนื้อเรื่องดีด้วย ฮือออ รักภัทรปราณ
    #556
    0
  22. #554 HagenDaz (@luciun) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 01:14
    เหมือนโดนบทต้นๆหลอกให้อ่านเรื่องนี้ถถถถถถ ยิ่งอ่านยิ่งดิ่งจนต้องไปอ่านเม้นว่าจบยังไงถถถถ จริงๆเราแทบไม่แตะพวกดราม่าหนักๆเลย อ่านไปก็ร้องไปฮือออออ ยิ่งช่วงหลังๆเกือบตรงกับชีวิต lol แต่แม่เราไม่หนักขนาดนั้น ใครๆก็รู้ว่าพ่อแม่อยากให้เรามีชีวิตที่ดี เพียงแต่ดีของเค้ากับของเรามันไม่เหมือนกันแค่นั้นเอง เป็นเรื่องแรกที่ยอมอ่านจนจบเพราะอยากรู้ว่าจะลงกันยังไง ถึงจะมีดราม่าบ้างแต่จบได้feel good มากๆค่ะ! ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆค่ะ
    #554
    0
  23. #553 semeee (@Aimeaop) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 17:50
    อ่านรวดเดียวจบ ตื้นตันจริงๆค่ะ ในที่สุดก็ได้รักกันแบบถูกต้องเปิดเผยเสียที ฮือ รู้สึกเติบโตไปคู่กับทั้งสองคนเลย เรื่องความรักจะเอาอารมณ์มาตัดสินอย่างเดียวไม่ได้จริงๆ โตขึ้นก็ต้องมีอะไรให้รับผิดชอบมากขึ้น ดีมากเลย อินไปกับทุกบททุกตอน ทั้งสองคนเก่งมากๆ ไรท์ก็แต่งดีมากๆ ชื่นชมมากๆค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆ เป็นfavอีกเรื่องในใจเลย ขอบคุณที่สร้างนิยายดีๆแบบนี้ขึ้นมานะคะ ช๊อบชอบบบบบบบบ
    #553
    0
  24. #520 Overwhelm (@supichaya-nut) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 19:03
    แต่งเก่งมากอ่ะ นี่ไม่ได้อวยเว่อ แต่ไรท์แต่งดีมากจริงๆ อ่านแล้วอินมาก ชอบมาก ดราม่าก็ทำเอาเราเสียน้ำตาไปเยอะเลย555 จนตอบจบก็ยังน้ำตาซึม มันทั้งซึ้งแล้วก็มีความสุขมากๆ ชอบมากค่ะ ชอบมากจริงๆ ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้มาให้อ่าน รักนิยายเรื่องนี้ รักไรท์??
    #520
    0
  25. #517 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 20:36
    ฮือออ่านเรื่องนี้มาตั้งแต่ตน ตอนแรกน่ารัก ซนๆตีกัน มีมุ้งมิ้ง มีเจ็บช้ำนิดหน่อย พอมาๆดราม่า หน่วงขั้นหนัก จนร้องไห้ถึงจุดพีคก็มี เจ็บ แล้วก็รอยยิ้มในตอนจบ เป็นเรื่องที่ดีจริงๆค่ะ น่ารักมาก ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆแบบนี้นะคะ มีความสุขมากกกกกกกกก
    #517
    0