หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 97,929 Views

  • 943 Comments

  • 5,980 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4,572

    Overall
    97,929

ตอนที่ 36 : ฉากพิเศษ l Behide the scenesl Turn up the heat l

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    17 ม.ค. 60



ฉากพิเศษ l Behide the scenes

l Turn up the heat l
Pat l talk






ปราณเป็นพวกดื้อเงียบตั้งแต่ไหนแต่ไร

ผมไม่รู้ว่าตัวเองรู้จักมันดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เดาไว้ไม่ผิดว่าถ้าไม่มีคนอยู่บ้าน พ่อนักเรียนนอกจอมรั้นต้องเอาแต่โหมงานไม่หลับไม่นอนแน่นอน

ความสัมพันธ์ของผมกับครอบครัวปราณดีขึ้นตามลำดับตั้งแต่ก่อนที่ลูกชายคนเดียวของบ้านจะกลับมาไทย แต่กระนั้นผมยังเกรงใจลุงปกรณ์อยู่มาก ครั้นจะทำตัวเสมือนเป็นลูกชายของบ้านนี้อีกคนก็ยังไม่บ้าบิ่นมากพอ นอกจากปราณแล้วก็คงไม่มีใครเดาได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของผมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังเป็นณภัทรคนเดิมที่ปราณจะถอนใจ ทั้งเหนื่อยหน่ายทั้งรักใคร่แยกไม่ออกว่าความรู้สึกไหนมีมากกว่ากัน

ช่วงเวลาที่พ่อแม่มันอยู่บ้าน แม้จะเข้าตามตรอกออกตามประตูแล้ว แต่ผมก็ไม่สามารถมาหาปราณได้บ่อยอย่างที่ใจคิด เว้นเสียแต่ช่วงเวลาที่คนรักต้องอยู่เพียงลำพัง


“ปราณ เช็ดตัวก่อน”

ผมหรี่ไฟในห้องนอนให้เป็นสีส้มอ่อนเมื่อเดินเข้ามาด้านในพร้อมกะละมังน้ำอุ่น รอบนี้ปราณป่วยหนักกว่าทุกที สามวันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น โชคดีตรงที่ไม่หนักไปกว่าเก่า ผมยังอยู่ในชุดทำงาน พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นมาถึงข้อศอก ส่วนกางเกงก็เป็นตัวเดียวกับที่ใส่ออกไปประชุมตั้งแต่เช้าตรู่ ที่ถอดออกเพียงอย่างเดียวเมื่อถึงบ้านมันคือถุงเท้าแล้วจัดแจงหยูกยากับมื้อเย็นให้ปราณก่อนดูแลตัวเอง

คนป่วยปรือตาเปิด พลิกตัวเล็กน้อยแผ่นเจลลดไข้ก็ร่วงลงข้างหมอน


“วันนี้ไข้ลงจากเมื่อวานแล้ว”

ปราณไอโขลกแทนคำตอบ เสียงมันแหบจนแทบจะไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้ หลังจากที่เมื่อวานลากไปหาหมอก็ได้ยาชุดใหม่มากินบรรเทาอาการ

“อยากอาบน้ำ” ปราณบ่นเสียงอู้ในลำคอ ผมละมือจากกะละมังมาหยิบกระดาษชำระใกล้ๆ เพื่อเช็ดจมูกมัน คนป่วยพยายามหันหน้าหนีแต่ถูกบีบจมูกเอาไว้ได้

“สั่งน้ำมูกออกมา”

“ฮื้อ”

“อย่าดื้อน่า” ผมมองดุ ไอ้ปราณก็ยอมทำตามในที่สุด “กินยาลดน้ำมูกไปแล้วเดี๋ยวก็น่าจะดีขึ้น ถอดเสื้อเร็ว เหนียวตัวแย่แล้วมั้ง”

“อยากอาบน้ำ”

“อาบไม่ได้” ผมว่าพลางจับชายเสื้อของปราณให้ยกขึ้น แม้จะโยเยในทีแรกเมื่อผมสั่งซ้ำๆ ปราณก็เลิกดื้อ ช่วงวันที่สองหลังจากนอนซมพิษไข้ทุกอย่างก็ง่ายดายเหมือนไม่ใช่ปารกุลคนเดิม 

“มึงกินข้าวหรือยัง”

“ยัง ไว้ส่งมึงเข้านอนก่อน”

“กูนอนมาทั้งวันแล้ว” เจ้าของบ้านบ่นพลางยื่นแขนให้ผมใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นทำความสะอาด “ไม่อยากนอนอุดอู้แล้ว”

“ข้างนอกอากาศเย็น น้ำค้างลงด้วย ไม่ต้องออกไปหรอก เอาไว้อาการดีกว่านี้ก่อน”

“แต่กูเบื่อ”

“เบื่อก็รีบๆ หาย” ผมว่า ก่อนปีนไปนั่งบนเตียง เช็ดแผ่นหลังกว้างด้วยผ้าผืนเดิมด้วยความทะนุถนอม ผิวของปราณเป็นสีเข้มกว่าปกติ แต่ไม่แดงเท่าวันแรกที่ไข้ขึ้นสูง“ตอนที่เตือนว่าให้พักผ่อนเคยฟังกันที่ไหน พอโหมงานหนักแล้วร่างกายเป็นแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้”

“เลิกบ่นสักทีเหอะ”

“จะเลิกบ่นต่อเมื่อมึงดูแลตัวเองมากกว่านี้”

ผมคิดว่าเรียนจบแล้ว ปราณจะเลิกทำงานหนัก มีเวลาเที่ยวเล่น สนใจตัวเอง แต่ที่ไหนได้ กลับมาไม่เท่าไหร่ก็ไปรับงานฟรีแลนซ์จากเพื่อนมาทำจนไม่หลับไม่นอน ปกติแล้วผมนอนที่บ้านตัวเอง หลังจากปราณย้ายออกไปคราวนั้นก็กลับมานอนที่ห้องเดิม เห็นไฟเปิดสว่างโร่ กว่าจะดับก็เกือบสว่าง

“กูรู้ว่ามึงไฟแรงนะปราณ แต่เก็บกำลังไว้บ้างก็ดี ไม่อยากให้ตายไว”

สิ่งที่เตือนออกไปเจือไปด้วยความเป็นห่วงที่อธิบายมาเป็นคำพูดไม่ได้ เห็นปราณไม่สบายแบบนี้แล้วใจคอไม่ดี ลุงปกรณ์ก็เคยเปรยให้ผมฟังว่าปราณรับงานจากเพื่อนมาเป็นบ้าเป็นหลัง เข้าใจว่าอยากใช้ความรู้แต่มันก็เล่นทำงานเสียจนคนรอบข้างเป็นห่วง ผมเตือนมันครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายก็ได้แต่หลอกล่อให้มันพักผ่อนด้วยวิธีต่างๆ นานา จากที่ภาเคยแซวว่าปราณกลับมาแล้วผมจะมีเวลาให้มันหรือเปล่า เห็นทีจะตาลปัตร

โชคดีที่ปราณยังตามใจผมอยู่บ้าง ถึงแม้จะบ่นทุกครั้งที่ถูกเอาแต่ใจก็ตาม

“ถอดกางเกง เดี๋ยวเช็ดขาให้”

“เช็ดเอง”

“อย่าเกเรซี่” ผมว่าพลางดึงขอบยางยืดออกจากสะโพก “เห็นกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วยังจะเขินอีกหรือไง”

คนถูกแซวยกขาขึ้นเตะเอวผมเบาๆ เชิงหยอกล้อ ก่อนสะดุ้งตัวนิดๆ เมื่อผ้าชื้นลงบนผิว ผมบรรจงทำความสะอาดละเมียดละไม ขณะที่ปราณทอดสายตามองทุกการกระทำ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาก็เห็นแววตาคู่นั้นสะท้อนคำว่าขอบคุณออกมาโดยปราศจากคำพูด

“เหนื่อยไหมภัทร”

“หืม?”

“ออกไปทำงานตั้งแต่ก่อนไก่โห่ กลับมาแทนที่จะได้พักก็ต้องมาดูแลกูอีก”

ผมไล่เช็ดจากหัวเข่าลงมา กระทั่งถึงปลายเท้าก็ทำความสะอาดอยู่เนิ่นนาน นวดผ่อนคลายอีกฝ่ายด้วยปลายนิ้ว ก่อนก้มลงจรดริมฝีปากบนตาตุ่มเหนือข้อเท้าข้างซ้ายของคนป่วย

“เหนื่อย เพราะงั้นต้องรีบหายป่วย เข้าใจหรือเปล่า”

คู่สนทนาเม้มริมฝีปากเข้าหากัน มันขมวดคิ้วแน่นเมื่อหลบสายตาผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อจัดการดูแลคนป่วยเสร็จเรียบร้อยก็วางเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ ยังไม่ทันจะแกะรังดุม ปราณก็ยื้อเสื้อนอนไปสวมเองเสียก่อน

“พอแล้ว จะดูแลอะไรนักหนา คิดว่ากูอยู่อนุบาลหรือไง” 

“โอเค งั้นแต่งตัวเสร็จแล้วก็กินยาก่อนนอนเข้านอนเลยแล้วกัน”

“กูเพิ่งบอกมึงว่านอนมาทั้งวันแล้ว”

“เด็กอนุบาลน่ะดื้อเวลาที่จะต้องเข้านอนตลอดเลยนะเว้ยปราณ”

“มึงนี่!”

ผมยิ้ม แกล้งแซวมันไปอย่างนั้น ลุกไปหยิบยาในซองที่ต้องกินก่อนนอนให้มันพร้อมน้ำอุ่นปราณก็รับไปอย่างไม่เต็มใจนัก

“พักผ่อนเยอะๆ จะได้หายไวๆ”

เมื่อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ปราณก็ไม่ดื้อดึงอีกต่อไป





ตัวผมเอง ตั้งแต่ขึ้นมารับตำแหน่งจากพ่อเต็มตัวความรับผิดชอบก็หนักตามตัว...

หลังจากกล่อมปราณจนหลับในช่วงหัวค่ำแล้วก็เปิดโคมไฟที่โต๊ะทำงานของคนป่วยเพื่อเคลียร์งานที่หอบมาทำด้วย เริ่มแรกชื่อพีแอนด์พีอาจหมายถึงตัวอักษรขึ้นต้นจากชื่อจริงของพ่อ แต่ปัจจุบันผมรู้ว่ามันหมายถึงผมที่รับช่วงต่อเต็มไม้เต็มมือและต้องสานต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับภานั้นคงไม่ได้กลับมาทำงานที่บ้าน ได้วิ่งตามความฝันของตัวเองเหมือนใครบางคนที่หลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยฤทธิ์ยา 

ผมเคยคุยกับปราณเรื่องอนาคต ทั้งบริษัทของพ่อมันที่เจ้าตัวโยเยไม่ยอมมารับช่วงศึกษางานต่อเสียที น่าแปลกที่เรื่องนี้ปราณจะเอาแต่ใจมากกว่าผมหลายเท่าตัว

แน่ล่ะ คนบ้าพลังอย่างมันถ้าจะให้มานั่งอ่านเอกสาร วิเคราะห์การลงทุนทั้งที่ตัวเองลงทุนไปเรียนต่อเฉพาะทางในวิชาชีพที่ชอบถึงต่างประเทศแล้วคงน่าเบื่อ สู้เอาความรู้ที่ได้มาไปสานต่อในลักษณะงานที่ชอบคงดีกว่าเป็นไหน ลุงปกรณ์บ่นบ้างว่าลูกชายไม่ได้ดั่งใจ แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาจเพราะปราณเป็นลูกคนเดียวของบ้าน พ่อแม่ถึงได้ตามใจมากเป็นพิเศษ ไม่บังคับขืนใจให้ปราณรับช่วงต่องาน หรือแม้กระทั่งคาดหวังว่าบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งจะต้องมีคนสานต่อแต่อย่างใด

บอกตรงๆ ถ้าปราณไปเปิดบริษัทของตัวเองกับเพื่อนแล้วปล่อยธุรกิจบ้านล้มผมก็ไม่แปลกใจ เวลานั้นลุงปกรณ์อาจขายหุ้นให้ญาติที่เข้ามาช่วยดูแลงานก็ไม่แปลกใจเช่นกัน

นี่กระมัง คงเป็นความแตกต่างของพ่อผมกับพ่อปราณที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ผมหลับตาหลงหลังจากนั่งทำงานที่เอากลับมาทำที่บ้านจนปวดตา ยืดแขนให้กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนเหยียดตึงออกจากกัน เสียงไอโขลกลอยมาตามลม อาจเป็นเพราะดึกลง อากาศข้างนอกเย็นจัด อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้ยิ่งเย็นยะเยือกมากกว่าเก่า 

ปราณไออยู่นาน กระทั่งผมตัดสินใจรื้อผ้าพันคอในตู้เสื้อผ้ามันมาใส่ให้ 

คนหลับครางอือไม่ชอบใจ พยายามดึงออกด้วยความรำคาญก่อนปรือตาเปิด เห็นทีผมคงเผลอปลุกมันเข้าให้แล้ว


“ไม่เอา ไม่ใส่ อึดอัด”

“มึงไอหนักมากเลยปราณ”

“ไม่ใส่” มันยืนยันเหมือนเดิม ก่อนหันไปไออีกด้านโดยใช้ผ้าพันคอปิดปาก “ยังไม่กลับห้องไปอีกหรือไง”

“เอางานมาทำนี่แล้ว”

“กี่โมงแล้ว”

“ตีสอง”

“กลับไปนอนบ้านได้แล้วภัทร” เจ้าของห้องดุ พลิกตัวหนี “มึงอยู่แล้วกูนอนหลับไม่สนิท”

ผมผุดรอยยิ้มพราย ไม่ใช่หลับไม่สนิทหรอก กลัวผมจะติดไข้มากกว่า ก่อนหน้านี้ออกปากไล่หลายรอบไม่ได้ผล สุดท้ายก็แสร้งทำวิธีแบบปราณๆ พูดจาทำร้ายจิตใจกันเพราะห่วงผมมากกว่าใคร

“งั้นกูปิดโคมไฟแล้วมานอนกอดมึงดีไหม”

“ไม่ต้อง”

“ง่วงแล้ว เดินกลับบ้านไม่ไหวหรอก” พูดจบก็จัดการตามที่บอกทุกอย่าง ผมปิดทั้งโคมไฟและผ้าม่าน อาศัยความเคยชินกลับมาซุกตัวลงใต้ผ้าห่มบนเตียงหนา ปราณดึงผ้าพันคอออก เป็นเหตุให้ผมได้โอกาสใช้แขนตัวเองสอดไปใต้ช่องระหว่างคอกับหมอนให้มันหนุน

“อย่ามานอนใกล้ๆ”

“ไม่กอดมึงแล้วนอนไม่หลับ”

“มึงกอดกูแล้วกูนอนไม่หลับ อึดอัด”

“ก็มึงไม่ยอมพันผ้าพันคอ ขืนให้ขอเย็นอีกก็ไอไม่เลิก เสียงจะไม่มีอยู่แล้วยังดื้อ”

“ใส่ก็ได้”

“ไม่เชื่อ เด็กเลี้ยงแกะ”

“ไอ้ภัทร!”

ผมพลิกตัวคนพูดให้หันหน้ากลับมาซุกลงบนอก ลมหายใจร้อนๆ ของปราณกระทบผิว เสียงที่แสร้งดุขรมแหบพร่า เซ็กซี่ไปอีกแบบ

“นอนได้แล้ว ดึกแล้ว พรุ่งนี้กูต้องออกไปประชุมแต่เช้า”

“แล้วไม่รู้จักรีบๆ นอน”

“ติดงาน” ผมตอบ มีเวลาอีกสามชั่วโมงสำหรับพักผ่อนคืนนี้ “อีกอย่าง รอมึงเรียกมานอนด้วยกัน”

ผมพยายามจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากอุ่น แต่ปราณก็หลบโดยการซุกมันลงบนอกผม ถูไถไปมาไม่วายทุบหลังผมดังอึก 

“บอกว่าอย่ามาใกล้มาก”

“ใกล้กว่านี้ยังได้เลย”

“ภัทร กูอาการดีกว่าวันก่อนตั้งเยอะแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้วนะ”

“ม่ายอาว” ผมลากเสียงยาว เอาคางถูกับศีรษะมันเล่น “ตั้งแต่ป่วยไล่กูทุกวันเลยนะ ไม่รักกันแล้วเหรอ”

“เออ ไม่รัก เกลียด ไปให้พ้นๆ เลย”

เพราะแบบนี้ไงผมถึงเรียกว่าเด็กเลี้ยงแกะ เสียงแหบต่ำสบถถ้อยคำยืดยาวแต่มือกลับกำเสื้อผมไว้แน่น ผมตัดสินใจในตอนนั้น ด้วยการช้อนคางรีให้เงยเชิด จรดริมฝีปากตัวเองลงบนกลีบปากที่ที่ทั้งแดงและร้อนกว่าอุณหภูมิทั่วไป ไล่ล่าปลายลิ้นอ่อนนุ่มด้วยเรียวลิ้นตัวเอง ปราณยังไม่ทันตั้งรับก็ถูกจู่โจมจนพลิกตัวหงายลงบนเตียง 
ผมจูบมัน จูบซ้ำๆ เหมือนเด็กน้อยที่โปรดปรานในรสหวานของอมยิ้ม 

กว่าจะผละถอยก็เมื่อสาแก่ใจ ริมฝีปากมันวาว ฉ่ำน้ำ เปียกลงมาถึงปลายคางด้วยจุมพิตที่ดูดดื่ม

“กูบอกว่าเดี๋ยวก็ไม่สบายไง!”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า คนบ้าไม่ป่วยง่ายๆ เสียหน่อย”

ผมหัวเราะ ใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามกรอบหน้าขาวไปด้วย ความรู้สึกของผมปะทุขึ้น แรงปรารถนาสูบฉีดทั่วร่างโดยเฉพาะในที่ต่ำ ปราณเองก็รู้สึก มันแสร้งหลบตาเมื่อผมนวดปลายนิ้วลงบนผิวบางช้าๆ


“ไม่ตอบด้วย งอนเหรอ ถ้าป่วยกูยอมเป็นเมียมึงเลย เอ้า”

“ใครอยากได้มึงเป็นเมีย ไอ้ห่าภัทร”

ผมหัวเราะลงคอ จากที่นอนคร่อมปราณอยู่ก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ เจ้าของห้องพลิกตัวหันหลัง ไม่ยอมเผชิญหน้ากับผมอีก

“นอนได้แล้ว” มันว่า และเลิกไล่ผมกลับห้องในที่สุด

เสียงเข็มนาฬิกาดังเป็นจังหวะทุกๆ วินาที เท่ากัน สม่ำเสมอ ผมขยับตัวเข้าไปกอดปราณจากด้านหลัง บังคับให้มันหนุนแขนข้างหนึ่งของตัวเอง ส่วนแขนอีกข้างก็โอบกระชับรอบเอวให้แนบชิดกันไว้

ลมหายใจผ่อนเข้าออก

ก่อนความเงียบในราตรีกาลจะพาเราหลับใหลไปพร้อมกัน




แสงอาทิตย์ยามสายสาดเข้าจากม่านที่ถูกรูดเปิดจนชิดฟากหนึ่งของราว ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อคว้าเอาคนข้างกายมากอดกลับพบเพียงความว่างเปล่า กลิ่นของข้าวต้มลอยฉุยในอากาศ บางทีแล้วพ่อแม่ปราณอาจจะกลับมาก่อนกำหนดจริงคือวันมะรืนก็เป็นได้

“ภัทร”

เสียงของปราณแหบต่ำ ผมหลับตาลงด้วยอาการมึนหัว เมื่อกลืนน้ำลายก็เจ็บคอไปหมด ขยับตัวพลิกหนีแสง อาการปวดเมื่อยที่ร่างกายก็เล่นเอาต้องเหยียดกายจนได้ยินเสียงเส้นเอ็นคลายออกจากกัน

“ภัทร แปดโมงแล้ว”

ปราณปลุกอีกครั้งให้ผมสะดุ้งผุดลุกขึ้นนั่ง วันนี้มีประชุมที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เช้า ต้องตื่นตีห้า หันไปคว้านาฬิกาปลุกแต่ไม่ทัน คนที่เรียกทรุดตัวลงนั่งข้างๆ พร้อมยื้อเครื่องมือสื่อสารพ่วงนาฬิกาปลุกไปปิดต่อหน้า วางคู่กับถ้วยข้าวต้มร้อนๆ ที่โต๊ะข้างเตียงแล้วยัดปรอทใส่ปากผม

“ตอนตีห้านาฬิกาปลุกมึงไม่ตื่น แต่พลิกตัวเพ้อๆ กูเลยปิดเสียงให้”

ปราณยักยิ้ม เมื่อผมวางมือบนหน้าผากมันก็พบว่าอุณหภูมิกลับมาเป็นปกติแล้ว

“ยังจะห่วงกูอีก” มันหัวเราะ เมื่อได้เวลาก็ดึงปรอทออกจากปากผมแล้วชี้ให้ดูบนตัวเลขดิจิตอลที่ปรากฏบนตัวเครื่อง “ของมึงสามสิบแปดองศา แดกข้าวแดกยาเลย วันนี้โทรไปลางานให้แล้ว”

“แล้วมึง”

“กูกินยาแล้ว อาการดีขึ้นแล้ว ก็บอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่เชื่อ”

ถึงแบบนั้นก็ยังเสียงแหบแห้งอยู่ดี ปราณหันไปไอทางอื่น ก่อนยื่นยาพร้อมขวดน้ำอุ่นให้ “ยาก่อนอาหาร”

ผมพยายามเปล่งเสียง แต่เจ็บคอเกินกว่าจะพูดได้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของปราณผุดขึ้นมุมปากอย่างไม่น่าไว้ใจ พร้อมกับยักคิ้วยวนขณะหันไปคนข้าวต้มร้อนๆ ในถ้วยไปมา

“บอกว่าอย่าใกล้ก็ไม่เชื่อ ยังจะจูบอยู่ได้”

“ปกติกูป่วยยากจะตายชักนี่หว่า”

“หึ แต่ยังไงก็ป่วยแล้ว” ปราณว่า ยังคงหรุบสายตากับถ้วยกระเบื้องที่หอมฉุยด้วยกลิ่นน้ำซุปและพริกไทย “จำได้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนพูดว่าไง”

ช้อนเซรามิคสีขาวยื่นมาตรงหน้าหลังจากคนป้อนเป่าให้จนอุ่นมากพอจะทานได้ ผมอ้าปากงับแต่กลับสำลักเมื่อปราณพูดประโยคถัดมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ

“รีบๆ หายนะภัทร จะได้มาเป็นเมียกูสักที”
.
.
.
.
พรูด!! 






- E N D -




*ตอนพิเศษนี้ต่อเนื่องมาจากตอนที่แล้วนะคะ*
บอกตรงๆ งานนี้ภัทรต้องร้องขอชีวิตอะ ปากดีไปทั่วแบบนี้ดีนะที่ปราณคนดีจะไม่รังแกภัทรผ้ไร้เดียงสา ฮ่าๆๆ 
ปิดฉากแล้วโนะ ขอบคุณมากที่ติดตาม ขอบคุณมากๆ สำหรับทุกคนที่ชอบ แล้วก็ถ้ามีเรื่องไหนยังไม่ดี หรือขัดใจกันบ้างขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ 
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหวี่ยงมาก เปิดอย่าง กลางเรื่องอย่าง ท้ายเรื่องอย่าง ขอบคุณที่ยังจับมือกันแน่นหนา ส่วนใครยังคิดถึงอีกรอตอนรวมเล่มน้า มีตอนพิเศษเพิ่มอีก 4 ตอน 
โอ๊ย เหงาแล้วอะ เขียนกับน้องเดย์สนุกมากเลย สนุกกับทุกๆคนด้วย เอาไว้เจอกันใหม่เรื่องหน้าเนอะ ตอนนี้ของน้องเดย์มีเรื่องแสงในเงา กับของเราเพิ่งเปิดเรื่องกลพยัคฆ์ ไป ใครคิดถึงแวะไปติดตามผลงานได้ จะคุยในเพจหรือในทวิตก็ได้ รออยู่นะะ 

เจอกันค่า
 :กอด1:
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #918 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 00:12
    แงงงงงง เอ็นดู ชั้นว่าแร้ว ว่าแกต้องป่วย 5555555555555555
    #918
    0
  2. #857 Aileen23 (@peemai0102) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 07:02
    สนุก​มากกกกกกกกกก
    #857
    0
  3. #842 jentookjai (@jentookjai) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 18:19
    ชอบบบบดีๆมากกกกกงื้อออติดตามๆ
    #842
    0
  4. #835 babuboop (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 02:39

    ตามมาจากเรื่องโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ชอบของภาษาของไรท์ทั้งคู่มากๆเลยค่ะ อ่านเรื่องนี้จบก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ สนุกมากกกก มีแอบน้ำตาไหลด้วย55555 จะรอติดตามผลงานใหม่ๆนะคะ

    #835
    0
  5. #746 jeek9397 (@jeek9397) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 19:57
    แงงงเราซื้อเล่มแล้วนะคะ อ่านวนเกือบ10รอบได้มาอ่านให้dek-dอีก เนื้อเรื่องดีมากๆเลยค่ะ สู้ๆน้าาาา
    #746
    0
  6. #743 DekD.com (@maleeACC) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 10:32

    เนื้อเรื่องดีมาก. ชวนตืดตาม สนุกมาก ขอบคุณนะ

    #743
    0
  7. #700 Aommy Feel Annoyed (@aommy5415) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 13:29
    แอบคิดว่าถ้ามีตอนต่อไปเรื่อยๆ ทั้งสองบริษัทอาจจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันก็ได้นะ เพราะปราณก็ไม่คิดจะสานต่ออยู่แล้ว ก็อาจจะให้ลูกเขยทำแทน5555555 ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ ประทับใจมาก เห็นหนังสือในร้านด้วย คิดว่าจะซื้อเก็บไว้เลยนะเนี่ย❤️
    #700
    0
  8. #696 alf_yakusa (@alf_yakusa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:47
    งืออออออ อ่านรวดเดียวจบเลย น่ารักมากๆค่ะ รักต้องมีสติจริงๆสิน้าาาาา นี่คิดถึงเพื่อนๆของแต่ละฝ่ายเลย ไวจะได้กับภูมิหรือเปล่า เราแอบจิ้นเงียบๆนะ (ถ้าแต่งคู่อื่นต่อก็จะไปตามอ่านจ้า รอเราก่อน~)

    ตอนดราม่านั้มตาไหลจนปวดตาเลย เราก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเจอแบบนี้ต้องทำยังไง ทิฎฐินี่มันทำร้ายทุกคนเลย

    ชอบน้องภาาาาา น้องภาน่ารัก เป็นพี่น้องที่น่ารักมากๆ อิจเลยอะ

    ขอบคุณไรต์ทุกคนที่เขียนเรื่องนี้ให้อ่านนะคะ อิ่มเอมมากเลย

    ขอบคุณค่า
    #696
    0
  9. #693 chal9666 (@chal9666) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:10
    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวสนุกๆค่ะ
    #693
    0
  10. #691 mkatui (@maylovexis) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:29
    โอ้ยขำ ปากดีนะภัทร
    #691
    0
  11. #668 PloyNatibandid (@PloyNatibandid) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 12:46
    เป็นนิยายเรื่องแรก ที่ทำให้เสียน้ำตาได้มากมายขนาดนี่ อ่านม้วนเดียวจบ ตาบวมไปเลยจ้าาา
    #668
    0
  12. #663 Naraprinnnt (@Naraprinnnt) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 20:52
    ดีอะ
    ดรากดอ่านที่เดียวมาราธอนมาก
    น้ำตาไหลเป็นสาย อินมากก
    รักก ขอบคุณที่แต่งนิยายดีดี สนุกๆให้อ่านนะคะ
    #663
    0
  13. #660 Faytory (@tnw-3113) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 17:04
    น้ำตาไหลเป็นสายเลย เราอินมากๆ หยอดกระปุกรอเล่มนะคะ~
    #660
    0
  14. #658 in_in (@ininjung) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 21:33
    เป็นนิยายที่ใช้สำนวนดีมาก น่าติดตามโคตร เนื้อเรื่องก็แซ่บ มันดูเหมือนจริงสุดๆ
    #658
    0
  15. #640 May Jiza (@tomay47) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 06:37
    เขียนนิยายดีมากๆเลยสื่อความรู้สึกของตัวละครได้โดนใจมากอ่านไปร้องไห้ไปเสียน้ำตาเยอะมากแต่ความฟินก็เยอะเหมือนกันขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆให้อ่านนะคะ
    #640
    0
  16. #637 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 16:58
    ตอนสุดท้ายแล้วจริงๆหรอเนี่ยยยย ฮืออออ ภัทรปราณน่ารักมากๆเลย ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #637
    0
  17. #598 piggy.b (@faiyanisa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 18:38
    ชอบมากเลยยยยย เป็นฟิคที่ดีมากกกก ตอนม่าเราอ่านแล้วอินมาก อึดอัดมาก น้ำตาจะไหล ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ
    #598
    0
  18. #597 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 20:20
    ภัทรนี่ดื้อ แต่ดื้อเพราะรักปราณ เน้อออ เอาซะติดจนได้ ประชงประชุมก็ไม่ต้องไป 555555 ไหนเมื่อคืนปราณบอกว่าไม่อยากได้ภัทรเป็นเมีย ไหงมาตอนเช้าบอกให้ภัทีรีบๆ หาย แล้วมาเป็นเมีย เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวโดนเขาจัด รู้เลยใครเมีย5555555555 น่ารักก
    #597
    0
  19. #555 BANGMINOK (@qeeyclef) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 22:35
    ขอบคุณที่เขียนนิยายดีดีมาให้อ่าน
    อินมากเลยค่ะ ร้องไห้ตาบวมแล้ววววว
    โอ้ยชเบมากเขียนดี จะติดตามต่อไปนะค่ะ
    #555
    0
  20. #548 lifeless (@meannaruk) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 10:56
    สนุกมาก อินมากเลยค่ะ เขียนเก่งมากๆเลย
    #548
    0
  21. #546 Natl1965 (@Natl1965) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 23:12
    สนุกมากค่ะชอบมากๆ
    #546
    0
  22. #545 bboonnisa (@bboonnisa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 18:23
    สนุกค่ะ..ช่วงดราม่าน้ำตาก็ร่วงตามความหน่วง...พอถึงตอนจบร้องเย้...ขำภัทร...ไม่สบายจนได้...
    #545
    0
  23. #537 Hnok_dum (@tanzaa) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 08:48
    นั่งอ่านแล้วร้องไห้ตาม อ่านตีสามยันเก้าโมง
    #537
    0
  24. #525 Bff pli (@happytodaylylaln) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 08:14
    รอซื้อเล่ม
    #525
    0
  25. #524 Bff pli (@happytodaylylaln) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 08:14
    55555555555
    #524
    0