หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 96,313 Views

  • 850 Comments

  • 5,850 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,956

    Overall
    96,313

ตอนที่ 7 : ฉากเจ็ดl Pran l talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    29 มิ.ย. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากเจ็ดl
Pran l talk




ผมนั่งมองอีกฝ่ายหลับตาพริ้มอยู่บนตัก ลมหายใจของภัทรอุ่นและถี่กระชั้น 
คงด้วยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลปริมาณมากยังไม่เจือจางลง ถอนหายใจยามที่ได้ยินเสียงละเมอเรียกชื่อผมพึมพำอยู่ในคอ 
ณภัทรที่ผมรู้จักเป็นคนขี้เล่น กวนประสาท ยิ้มเก่ง และไม่รู้จักเครียด รอบตัวมันเหมือนมีแสงสดใสสาดอยู่ตลอด 
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นบุคคลน่าเป็นห่วง เป็นพวกไม่คิดหน้าคิดหลัง 
ทำอะไรไม่ค่อยพิจารณา ขอแค่สนุกไว้ก่อนเรื่องความปลอดภัยช่างหัวมัน 

เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับมันล้วนมีผลกระทบมาถึงผมเสมอ จะพูดให้เห็นภาพที่สุดก็คงเป็นเรื่องเมื่อกี้ 
จะสักมีกี่คนที่เมาหัวทิ่มจนถูกแท็กซี่ปล้นและเอาไปทิ้งหน้าเซเว่น ทั้งยังนอนแผ่ให้หมาเลียปากอยู่แบบนั้น 
ร้อนให้ผมต้องบึ่งไปหากลางดึกทั้งที่ควรเป็นเวลาได้พักผ่อนหรือตั้งใจทำงาน 

นอกจากจะขยันหาเรื่องให้ปวดหัว ยังมาเป็นง่อยทำตัวเด็กหนักขึ้นเรื่อยๆ  
ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเราเป็นศัตรู เป็นเพื่อน หรือเป็นพ่อลูกกันแน่ ผมด่ามันทุกวัน ด่าเยอะจนครีเอทคำใหม่ๆ มาได้ไม่ทันใช้ 
พอนานวันเข้าก็เริ่มเบื่อจะพูดจะบ่นแต่เรื่องเดิมๆ เพราะเห็นทีอีกฝ่ายคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ซึ่งก็คงเป็นเช่นเดียวกันกับตัวผม 

ที่ถึงแม้จะระอา…แต่ก็ไม่เคยวางเฉยได้สักที 
 


เสียงอาจารย์ปรบมือดังๆ จากหน้าห้องสองสามครั้งกับไฟที่สว่างขึ้นดึงสติพวกผมให้กลับเข้าร่าง
หลังจากนั่งฟังบรรยายเรื่องระบบสุขาภิบาลที่ไม่ได้มาตรฐานมาได้ค่อนชั่วโมง 
ผมแอบขยี้ตาและบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบออกจากร่างกาย 
เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะได้ยินเสียงนกร้องแล้ว ระเห็จตัวเองออกจากหอมาเรียนคลาสเช้าตอนแปดโมง 
ออกช้ากว่าปกติเพราะมัวแต่ค้นซองโจ๊กในตู้กับคั้นน้ำมะนาววางทิ้งไว้ให้ไอ้คนบนโซฟาที่น่าจะตื่นมาแล้วแฮงค์หนัก 
อ่านไม่ผิดหรอกครับว่าผมให้มันนอนที่โซฟา น้ำก็ไม่อาบ ไปคลุกอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ 
คิดว่าเช็ดตัวแล้วจะอนามัยพอที่จะขึ้นเตียงผมได้หรือไง ใจดีแค่ไหนแล้วที่ผมยอมหยิบน้องเน่าอะไรนั่นมาซุกไว้ที่อกมันให้ 

สกปรกที่สุดที่เคยจับมาก็มันนั่นแหละ 


“แดกข้าวก่อนปะปราณ” ภาพความคิดในหัวมลายไปเมื่อเสียงไอ้ไวปลุกผมออกจากภวังค์ หันไปเจอมันกำลังรวบสมุดกับเครื่องเขียนลงเป้ “วันนี้มึงตรวจงานไหม” 

“น่าจะตรวจ แต่แวะไปเคลียร์โซนที่ห้องสมุดก่อน เมื่อคืนทำไม่เสร็จ” 

“เอองั้นเดี๋ยวกูไปนั่งด้วย แต่วันนี้น่าจะไม่ได้ตรวจว่ะ กูยังไม่ค่อยชัวร์” 

“แล้วพวกไอ้เก้อะ” 

“มันออกไปต่อคิวจันเพ็ญเป็นเพื่อนไอ้กอล์ฟตั้งแต่อาจารย์บอกเลิกคลาสแล้ว” 

“อ้าวเหรอ” 

“มึงเป็นไรปะวะ วันนี้ดูเหม่อๆ  เครียดเรื่องงานเหรอ?” 

“เปล่าหรอก เมื่อคืนกูนอนไม่พอมั้ง เลยง่วงๆ “ 

“กินเสร็จกลับไปนอนที่หอก่อนไหมมึง ไว้ตรวจพรุ่งนี้เย็นก็ได้” 

“ไม่เป็นไรกูไหว” 

“แน่นะ” 

“เออดิ” ผมพยักหน้าย้ำแล้วยิ้มส่งให้มัน  

ไวยกรณ์เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของผม รู้จักกันมาตั้งแต่ช่วงก่อนเข้ามหาลัย 
ติวมาด้วยกันช่วยกันเรียนช่วยกันลุ้น ตอนประกาศผลสอบก็นั่งลุ้นอยู่หน้าคอมกับมันนี่แหละ 
จำได้ว่าตอนนั้นเว็บล่ม แต่มีเพื่อนบางคนไปดูใบรายชื่อผู้สอบเข้าได้ที่ติดประกาศอยู่หน้าคณะกันถึงที่ 
ได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ลุกพรวดพร้อมกันโดยไม่ต้องมองหน้า วิ่งไปเรียกแท็กซี่บึ่งรวดเดียวถึงคณะ 
ก่อนจะกระโดดโวยวายดีใจกันจนลืมอายตอนที่เห็นชื่อนามสกุลของตัวเอง 

สอบเข้ามาด้วยอันดับติดกัน ผมติดที่สี่มันติดที่ห้า เข้ามาเรียนคณะเดียวกัน ห้องเดียวกัน และเป็นเพื่อนสนิทกัน 
เจอหน้ากันแทบจะทุกวัน เรียกได้ว่าผมอยู่ไหนมันก็อยู่นั่น อาจจะเพราะผ่านอะไรด้วยกันมามาก 
เลยทำให้เราเป็นห่วงกันมากกว่าเพื่อนปกติ มันเป็นเพื่อนที่ดี ผมเองก็อยากเป็นเพื่อนที่ดีให้มันเหมือนกัน  

 

“ไม่ได้มากินที่โรงอาหารกลางนานแล้วว่ะ เลือกร้านไม่ถูกเลย” 

ผมหัวเราะเมื่อไวยกรณ์หันซ้ายหันขวามองร้านอาหารที่ตั้งเรียงเป็นแนวยาวสุดตาอย่างร่าเริง 
ปกติเด็กสถาปัตย์อย่างพวกผมถ้าเลิกเรียนไม่รีบกลับบ้านกลับหอไปปั่นงาน ไม่ก็หมกตัวรอตรวจแบบกับอาจารย์อยู่บนตึก 
น้อยครั้งที่จะพาตัวเองมาโรงอาหารกลางแบบนี้ ที่นี่เป็นโรงอาหารใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่สุด 
เป็นที่ๆ เด็กจากทุกคณะจะมานั่งปะปนกัน ไม่เหมือนโรงอาหารคณะที่มองไปมองมาก็มีแต่เพื่อนหน้าเดิมๆ 

ถึงจะมีร้านให้เลือกเยอะ และมีแต่สาวๆ สวยๆ หน้าใหม่ๆ เป็นอาหารตา
แต่พอคนเยอะมากเท่าไหร่ โต๊ะว่างก็หายากมากเท่านั้น ซ้ำบางร้านที่อร่อยมากๆ ก็จะมีคนต่อคิวยาวจนรอไม่ไหวเหมือนกัน 

“มึงไปเดินดูไป เดี๋ยวกูเฝ้าโต๊ะให้ก่อน” 

“เฮ้ย มึงแหละไปเดินก่อน เดี๋ยวกูเฝ้าให้” มันว่า ขยับตัวนั่งลงข้างๆ ผม 

“ไม่เอาอะ กูร้อน ยังไม่อยากกินข้าว อยากกินไอติมก่อน” 

“มาอีกและ ไอ้นิสัยติดไอติมของมึงเนี่ย ข้าวเข้วไม่แดก แดกเข้าไปไอ้ก้อนน้ำตาลเย็นๆ ” 

“พูดมาก”

“เออ เดี๋ยวกูมา” 

ผมพยักหน้า ปัดมือไล่ๆ มัน ก่อนจะเอียงคอไปมาด้วยความเมื่อยล้า แล้วฟุบหน้าลงกับต้นแขนตัวเอง 
คิดว่านานจนเกือบจะเผลอหลับไปก็ต้องสะดุ้งพรวดเงยหน้าขึ้นก่อนเมื่อสัมผัสเย็นๆ เปียกๆ แตะเข้าที่แก้ม 

"เฮ้ย!" 

พอสายตาปรับโฟกัสได้ก็พบถ้วยไอศกรีมสีขาวปนเขียวอยู่ใกล้ๆ หน้า หันมองไอ้ผู้ร้ายที่ปลุกผมด้วยวิธีเด็กๆ แล้วก็มุ่นคิ้วไม่พอใจ 

"เล่นอะไรของมึง สกปรก" 

"ซื้อมาให้แล้วยังด่ากูอีก ไอศกรีมรสยาสีฟันที่มึงชอบอะ" 

"รสมินต์" ยาสีฟันบ้านป๊ามึงอร่อยขนาดนี้เหรอ "เออ แต๊ง" 

"กินแล้วก็กินข้าวด้วย" 

"ถ้าหิว" 

"แดกบ่อยแบบนี้ ตรวจน้ำตาลมั่งนะ เบาหวานขึ้นตาแล้วมั้งมึงน่ะ" 

ผมเลิกสนใจคำพูดไอ้ไว หันมาแกะฝาถ้วยไอศกรีมรสโปรดตรงหน้าของตัวเองอย่างอารมณ์ดี 
ไอศกรีมเนื้อเนียนสีเขียวมินต์ถูกเผยออกเมื่อดึงฝากระดาษออกไป หยิบช้อนตักใส่ปากคำใหญ่ 
เป็นรสชาติที่เหมาะกับอากาศบ้านเราสุดๆ  ถึงแม้คนรอบข้างส่วนมากจะทำหน้ายี้เวลาเห็นผมกินไอศกรีมหรือนมรสมินต์ 
แม่งชอบเอาไปเทียบกับยาสีฟันกันอยู่เรื่อย  รสหวานเย็นของมันทำให้หัวโล่งและเลิกคิดเรื่องวุ่นวายในหัวไปได้หลายอึดใจ 
เพราะแบบนี้ผมถึงติดไอศกรีมมาก เวลามีเรื่องหงุดหงิดมาแค่ได้กินไอศกรีมสักถ้วยก็จะทำให้ใจเย็นขึ้น 

"อร่อยอะไรขนาดนั้น" 

"กูชอบของกู" 

"เอาอีกถ้วยเลยไหมล่ะ" 

"เดี๋ยวกินหมดถ้าไม่พอ กูก็ไปซื้อเอง" ว่ากลับประโยคประชดของมัน แล้วก็หันไปมองชามก๋วยเตี๋ยว เผลอแป๊บเดียวแดกหมดเกลี้ยงแล้ว "กินหรือยัดวะมึงน่ะ ให้หลอดอาหารได้รับรู้บ้างว่ามีอาหารเข้าไป" 

"กูชอบของกู" 

ผมกลอกตา ตักไอศกรีมเข้าปากอีกคำ จนคนข้างๆ ขยับเข้ามาใกล้  

"แดกคำดิ" 

"อะไรของมึง ไม่ชอบไม่ใช่ไง" 

"เอามาลองอีกที เวลาเห็นมึงกินทีไรแม่งรู้สึกว่าต้องอร่อยเชี่ยๆ ทุกทีเลย" 

"จะลองกี่ทีรสชาติมันก็เหมือนเดิม เดี๋ยวก็ทำหน้าแหยงใส่กูอีก" 

"เออน่า เอามาคำนึง" 

พอจะส่งถ้วยให้ อีกฝ่ายก็อ้าปากรอก่อน ผมถอนหายใจส่ายหัว แต่ก็ตักส่งเข้าปากให้มันเร็วๆ 

"อืม..." มันคราง "เหมือนเดิมสัด" 

"รู้แบบนี้แล้วก็จดใส่สมองไว้ ว่าอย่าขอกูกินอีก" 

"ก็อย่าทำหน้าอร่อยจนน่าแย่งแบบนี้อีกสิวะ มึงแม่งหลอกลวง" 

อ้าวไอ้เชี่ยนี่ กูชอบกูอร่อยกูก็ผิด 

ปึง!! 

แทบหลุดสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ขวดแก้วที่บรรจุน้ำอยู่กว่าครึ่งก็ถูกกระแทกลงแรงๆ ที่โต๊ะ จนน้ำด้านในกระฉอกออกมา 
คนโดยรอบหันมองมาอย่างตกใจไม่ต่างกับผมและไอ้ไว 

ผมเงยหน้ามองไอ้คนไร้มารยาทผู้เป็นเจ้าของการกระทำเมื่อครู่ ก็พบณภัทรยืนค้ำหัวขมวดคิ้วไม่พอใจจ้องมาอยู่ 
นี่มันจะทำอะไรอีกวะ มาหาเรื่องอะไรกันตอนนี้ นี่มันโรงอาหารกลางนะเว้ย คนเต็มไปหมดซ้ำยังมีเป็นสิบคณะ 

"ต้องการอะไร" ผมขมวดคิ้วจ้องตาอีกฝ่ายกลับ พูดเสียงเรียบ ขณะที่กลุ่มคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างเคียงขยับลุกขึ้นเดินหนีไปกันหมดแล้ว 

"เปล๊า" เสียงทุ้มบีบให้สูงฟังดูกวนประสาท หางตาเห็นไอ้ไวกระตุกจะลุกจนต้องขยับจับแขนมันไว้ และนั่นยิ่งทำให้ณภัทรฉุนกึกจนถีบเก้าอี้ 

ปึง! 

"เป็นบ้าอะไรของมึง ไปอาละวาดที่อื่น นี่มันส่วนกลางไม่ใช่ถิ่นใคร อย่ามาหาเรื่อง" ไวสวนกลับยาวด้วยอารมณ์ ยิ่งเหมือนไปเร่งให้บรรยากาศมาคุขึ้น 

"ไวมึงใจเย็นก่อน เราไปกันเหอะ" 

"ก็มึงดูมัน ตอนนี้ที่นั่งแม่งก็เยอะแยะไม่ไปนั่ง เสือกมาหาเรื่อง น้ำกระเด็นโดนเสื้อมึงหมดไม่เห็นเหรอ”

คนข้างตัวพูดด้วยความหงุดงหงิด ปรายตามองคู่กรณีเป็นระยะ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับชายเสื้อผมตอนท้ายประโยค 

พลั่ก! 

"เชี่ยไรมึงวะ!!" 

"ไว!" อยู่ๆ ไอ้หมานิสัยเสียมันก็ตรงเข้ามาผลักอกไวแรงๆ จนคนถูกผลักถึงกับอารมณ์ขึ้นตะโกนลั่นจะถลาเข้าไปสวนหมัดกลับ ผมรีบเรียกชื่อเพื่อนตัวเองและดึงแขนรั้งไว้ "นี่มันโรงอาหารกลางนะ เดี๋ยวอาจารย์เห็น" 

อีกฝ่ายหายใจแรงขึ้นด้วยความไม่พอใจ มันสบถในคอก่อนจะหมุนตัวเดินหนี 
ผมหันมองภัทรด้วยสายตาตำหนิ แล้ววิ่งตามเพื่อนสนิทที่กำลังจะเดินพ้นประตูโรงอาหารไป



“ไอ้ไว!” ผมตะโกนเรียกชื่อคนที่หัวเสียเดินปึงปังนำไปก่อน วิ่งขึ้นไปจนทันกัน “ใจเย็นดิมึง”

“กูเย็นชิบหายละ ไอ้สัดนั่นมากวนตีนเอง แม่งใช่ปะที่ตอนนั้นทำท้องมึงช้ำ”

“มึงก็อย่าไปเต้นตามมันมาก พวกมันก็แบบนี้แหละ”

“กูเกลียดขี้หน้าแม่ง”

ผมเลียริมฝีปากตัวเองเมื่อรู้สึกว่ามันแห้งจนเริ่มเจ็บ อีกฝ่ายยังคงฟึดฟัดไม่พอใจ 
เลยเบนความสนใจด้วยการดึงมันไปห้องสมุดมหาวิทยาลัยแทน พอเข้ามาในห้องเงียบๆ แอร์เย็นๆ และเริ่มนั่งลงจดจ่อกับงาน 
ไวก็มีอาการสงบลงแม้ว่าหน้าจะยังบึ้งตึงอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าให้งุ่นง่านเหมือนโดนเล่นของแบบเมื่อครู่

เราสองคนใช้เวลาเกือบสี่ชั่วโมงในการก้มหน้าจ้องอยู่กับกระดาษแบบขนาดใหญ่ของตัวเอง 
นั่งขีดๆ เขียนๆ อยู่พักนึงก็ต้องลุกไปไล่สายตาหาหนังสือตามชั้น กลับมานั่งที่พร้อมหนังสือเล่มหนาตั้งใหญ่ 
เปิดๆ ดูแล้วจับดินสอสเก็ตใส่กระดาษ พอไอเดียมาก็เริ่มทำงานต่อ ทำไปสักพักเริ่มตันก็วนกลับไปที่ชั้นหนังสือใหม่อีกครั้ง 
ทำอยู่แบบนี้จนสมองเริ่มรับไม่ไหว นั่งพิงพนักเก้าอี้มองเหม่อกันทั้งคู่

“เชี่ยปวดหัวแล้วว่ะ”

คนข้างๆ เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน ผมหันไปเจอมันกำลังทึ้งหัวตัวเองพอดี

“ปวดเหมือนกัน แปลนแม่งไม่ลงสักที”

“อย่าว่าแต่แปลนเลย กูยังวงเป็นโซนอยู่เลยเนี่ย”

“แต่เห็นไอ้กอล์ฟบอกว่านี้จันเพ็ญนัดตรวจโซนทั้งกลุ่มไม่ใช่เหรอวะ” แล้วทำไมมึงถึงได้มานั่งแก้อยู่ตรงนี้

“เออดิ แต่ทำไงได้ กูยังไม่เสร็จ” มันว่า ถอนหายใจแรง แล้วไถลนอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะ “ช่างแม่ง จันเพ็ญตรวจงานช้าจะตาย เผลอๆ วันนี้คนที่รอตรวจอยู่ก็ไม่ได้ตรวจ”

“งั้นกลับปะ กูก็คงไม่ขึ้นไปแล้วว่ะ สี่โมงกว่าแล้ว”

“อืม กลับก็ได้”

เราเก็บของในกระเป๋า ม้วนกระดาษหนีบไว้ที่แขนแล้วเดินออกจากห้องสมุดมหาวิทยาลัย 
ตั้งใจจะกลับหอเลย แต่พอเดินเลาะไปทางสวนด้านหลังได้พักใหญ่ก็ต้องขมวดคิ้วฉับ
เมื่อได้ยินเสียงคนโหวกเหวกกันอยู่หลังอาคารเรียนของคณะวิศวะ 
ไม่ทันได้ตัดสินใจเดินเข้าไปดูก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรุ่นน้องของตัวเองวิ่งออกมาในสภาพสะบักสะบอม

“เฮ้ย! มีไรวะ” ไวรีบถามขึ้นหลังจากเด็กที่ว่าก้าวเท้ามาใกล้ตัว

“พี่ไว พี่ปราณ พวกเพื่อนผมมันโดนรุมอยู่ข้างใน กำลังจะไปตามคนมาช่วยพอดี พี่ช่วยพวกมันด้วยนะ”

ผมพ่นลมหายใจออกอย่างหงุดหงิด ทำไมพวกมึงถึงได้ขยันมีเรื่องกันจังวะ 

“เออเดี๋ยวเข้าไป” โยนกระเป๋ากับม้วนงานวางไว้ที่โต๊ะไม้ใกล้ๆ พลางเอ่ยปากถามไปด้วย “คราวนี้มันเรื่องเหี้ยอะไรอีก”

“เรื่องมันยาวอะพี่…”

เห็นน้องมันพูดเสียงเบาลงตอนตอบคำถามแล้วก็นึกปวดหัว มีหวังคราวนี้ฝ่ายกูเป็นคนผิดแหง ไม่ได้พูดพร่ำอะไรต่อผมกับไวก็วิ่งเข้าไปด้านใน 

เราสองคนชะงักตอนที่เห็นไอ้หมาบ้าที่โรงอาหารกลางเมื่อตอนเที่ยงกำลังยืนคร่อมรุ่นน้องในคณะตัวเองคว้าคอเสื้อไว้และกำลังง้างหมัดจะซ้ำ เพราะจากรอยแผลบนใบหน้าของเด็กมันแล้วไม่ต้องเดาก็ดูออกว่าคงกินไปหลายหมัดเลยทีเดียว

จากที่หงุดหงิดมาตอนอยู่โรงอาหาร พอมีจังหวะแบบนี้ไอ้ไวมันก็ได้ทีพุ่งเข้าหาภัทรอย่างรวดเร็ว 
กำลังจะเข้าไปห้ามแต่ก็ถูกจู่โจมจากทางขวา เลยต้องละความสนใจจากสองคนตรงนั้นมาจัดการกับคู่กรณีของตัวเองก่อน 
ผมหอบฮักเพราะความเหนื่อย ด้วยที่หมดแรงไปมากโขจากการฟัดอยู่กับไอ้คนที่นอนฟุบอยู่ที่พื้นตอนนี้ 

หันกลับไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นภัทรกำลังรัวกำปั้นใส่ไวที่นอนหงายอยู่ที่พื้น 
ดึงสติตัวเองกลับมาแล้ววิ่งเข้าไปดึงไหล่ภัทรแรงๆ แต่มันคงไม่รู้ว่าเป็นผมหรือไม่เลือดก็กำลังขึ้นหน้า 
ถึงได้ซัดเข้าที่ข้างแก้มอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ได้ตั้งตัว รสเฝื่อนของเลือดคลุ้งอยู่ในปาก 
ถ่มน้ำลายลงพื้น ก่อนหยัดตัวลุกเองโดยไม่สนมือที่พยายามจะเข้ามาพยุง

พอเงยหน้าก็สบตาเข้ากับณภัทรที่เหมือนสติจะกลับเข้าร่างแล้ว สีหน้าอีกฝ่ายฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด 
แต่ผมไม่ใส่ใจ ทำเพียงกัดฟันกรอดเมื่อเห็นสภาพของไวยกรณ์ ผลักอกมันแรงๆ แล้วรีบเข้าไปพยุงไอ้ไวที่ตอนนี้แทบไม่มีสติแล้วขึ้นมา

ปกติพวกผมต่อยกันบ่อยก็จริง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เห็นภัทรมันจริงจังเท่านี้ ไอ้ไวแม่งจะน็อคแล้วด้วยซ้ำ

“ปราณ…”

เสียงเรียกชื่อตัวเองดังมาจากปากอีกฝ่ายแผ่วเบา 
ผมทำเป็นไม่ได้ยินแล้วดึงเพื่อนซี้ของตัวเองขึ้นมาเพื่อจะออกจากตรงนั้น โดยมีรุ่นน้องอีกคนวิ่งเข้ามาช่วย



ผมพาไวกลับหอ ช่วยมันเช็ดหน้าทำแผล พอให้มันกินข้าวกินยาและดูอาการจนแน่ใจแล้ว
ว่าไม่มีอะไรนอกจากปากแตกและรอยช้ำตามแก้มถึงได้กลับห้องตัวเอง 
จนถึงตอนนี้ผมก็ยังหงุดหงิดไม่หาย ไม่รู้ที่หงุดหงิดนี่เกิดจากอะไร 

แต่ที่แน่ๆ คือวันนี้ผมตกใจกับอาการสติหลุดของภัทรมาก 
ตอนที่หมัดหนักๆ ของอีกฝ่ายซัดเข้ามาที่แก้มทำเอารู้สึกใจหายไปเหมือนกัน 
คงเพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยต่อยกันจริงจังขนาดอยากให้อีกฝ่ายเป็นอะไรเลยสักครั้ง 
แม้จะได้แผลฟกช้ำมาไม่น้อย แต่ก็ไม่เคยรุนแรงถึงขนาดวันนี้…



ก๊อก ก๊อก

ผมหันไปมองที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงเคาะเบาๆ สองครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงที่มาจากลิ้นเดาะกับเพดานปาก 
แต่เป็นเสียงมือที่เคาะลงกับประตูจริงๆ สูดลมหายใจเข้าลึกพยายามปรับอารมณ์ตัวเองให้นิ่งลงหน่อยก่อนจะลุกเดินไปเปิด

เป็นอย่างที่คิดเมื่อพอบานประตูเปิดออกก็เจอณภัทรยืนหน้านิ่งอยู่ข้างนอก ผมมองตามันกลับไปและเอ่ยคำถามเสียงเรียบ

“จะเอาอะไร”

“ปราณ…” อีกฝ่ายครางเสียงเรียกชื่อผม มือขยับมาจะจับแผลบวมช้ำที่ข้างแก้ม แต่ผมขยับหนี “กูขอโทษ”

“มึงจะมาเอาตุ๊กตามึงใช่ไหม”

“กูขอเข้าไปได้ไหม”

“ถ้าถามกู ก็ไม่ได้”

“ปราณ”

“รอนี่แหละ เดี๋ยวไปเอามาให้” 

ผมว่าจบก็ถอยหลังจะเดินไปหยิบตุ๊กตาที่วางอยู่ตรงโซฟาคืนให้เจ้าของ 
แต่ไม่ทันได้ก้าวไปไหนไกล ประตูก็ปิดลงพร้อมอีกคนที่เข้ามาดึงแขนผมไว้ 
และเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมชักแขนตัวเองออกจากสัมผัสของมันแรงๆหันกลับไปสบตา 
อีกฝ่ายขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างไม่พอใจกับท่าทางผม

“ทำไมต้องโกรธกูขนาดนี้ ที่ไม่พอใจแบบนี้เพราะกูไปต่อยไอ้หน้าจืดนั่นหรือไง!”

“มึงอย่ามาทำเป็นไม่รู้ความผิดตัวเองนะภัทร!”

“กูทำเหี้ยอะไรผิด! รุ่นน้องมึงมันเหี้ยเองนะคราวนี้ มันมามอมเหล้า หลอกฟันแฟนรุ่นน้องกูก่อน!”

“แล้วยังไงวะ! ไอ้ไวมันผิดเหี้ยอะไรถึงต้องไปต่อยมันขนาดนั้น!!”

“ก็มันมาช่วยเหี้ยนั่นต่อยพวกกู กูก็แค่ต่อยกลับ แล้วกูผิดตรงไหน!”

“…แล้วทำไมมึงไม่ต่อยกูแบบนั้นด้วยเลยล่ะ”

“…”

“ไม่ต่อยกูจนกว่ากูจะสลบไปเลยล่ะ”

“ปราณ…”

“มึงไปเอาของๆ มึง และออกไปได้แล้ว”

“มึงไล่กูเหรอ”

“เออกูไล่ ในเมื่อมึงกับกูเป็นศัตรูกัน แล้วมึงจะมาอยู่ห้องศัตรูอย่างกูทำไม”

“ปราณ”

“กูบอกให้มึงไปเอาของแล้วออกไปไง”

“…”

ผมยืนนิ่งเบนสายตาหนีไปทางอื่น แม้ว่าตรงที่สายตาลากไปหยุดลงจะไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ 
แต่ผมก็ฝืนตัวเองไม่ให้หันไปมองมัน ห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกอะไรกับแววตาของอีกคนที่มองมาอย่างตัดพ้อ 
และพยายามทำเป็นไม่สนใจแม้กระทั่งตอนที่ประตูเปิดออก…และปิดลงเงียบๆ








Tbc...



วันนี้มาดึกเลยยย เพิ่งกลับบ้านค่ะ แฮร่
ตอนนี้เริ่มชัดหรือยังว่าใครคิดอะไร หึหึ (ยิ้มร้าย) ตอนนี้ปาระเบิดทิ้งไว้ เดี๋ยวรอพี่เวสต์มาเคลียร์ที่ฉากต่อไปค่าา

กอดร้อยที //หมับบบบ


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #849 brooook (@brooook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:36
    ไวเธอไม่นะ...
    #849
    0
  2. #816 no-run (@PiPiyanan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 15:56
    ทำไมเหมือนรักสามเส้า เเงงงงง
    #816
    0
  3. #808 blastocyst (@blastocyst) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 17:32
    ภัทรหึงแรงเว่อร์ นี่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ
    #808
    0
  4. #784 sammiesam (@sammiesam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:52
    ไว คิดอะไรกับปราณหรือเปล่า?
    #784
    0
  5. #777 pukiest (@pukiest) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 12:30
    หึงเค้าหนักมากภัทรเอ้ยยย
    #777
    0
  6. #755 reallyeun (@thebestkub) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 03:42
    มาม่าเด้อออออ
    #755
    0
  7. #732 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 19:48
    ไล่ภัทรทำไมมม ฮืออออ
    #732
    0
  8. #703 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 14:09
    ใจร่มๆหนาาาาาา อย่าทะเลาะกัน ;-;
    #703
    0
  9. #674 mkatui (@maylovexis) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:16
    ฮือออรูกทะเลาะกันนนนน;-;
    #674
    0
  10. #650 Noey_CHP (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 07:26
    ภัทรหึงปราณแน่อะถึงสติหลุดขนาดนั้น ฮืออ แต่มีอะไรก็พูดกันดีๆนะ ;-;
    #650
    0
  11. #608 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 19:49
    ชอบตอนนี้อ่ะ ฮืออออออออ ภัทรหึงแรงมากกก
    #608
    0
  12. #533 LittleSwallow (@littleswallow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 15:25
    ภัทรหึงปราณกับไวแน่ๆอ่ะ ปราณจะรู้ตัวไหมหนอออ
    #533
    0
  13. #493 knarins (@ninglky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 17:31
    มาม่าแล้ววววววุ้ยยยยยยยยย??
    #493
    0
  14. #189 justattempt (@thisisallfull) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 11:50
    หึงแร๊งงงง เจ็บกว่าแผลต่อยกันก็หัวใจนี่ล่ะค่ะ T^T
    #189
    0
  15. #109 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 20:36
    โอ้ยภัทรหึงโหดมากกก ฮือ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำร้ายปราณที่แสนดีของนายเลยนะ เชาเพื่อนกันเฉยๆอ่ะแก อะไร โกรธจนเลือดขึ้นหน้า โกรธจนน่ากลัวเลยฮือ
    #109
    0
  16. #68 ไฉไลใสๆค่ะ (@saisignsine) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 02:00
    เมื่อไหร่จะเลิกตีกันสักทีอะ TT
    #68
    0
  17. #45 roqthd (@20130903) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 07:21
    ภัทรโหดมาก แงง้ กลัวแล้วแต่ก็ยังชอบบ กลับมาน่ารักได้แล้วว
    #45
    0
  18. #40 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 01:31
    เปลี่ยนทีมเลยทีเดียวค่ะ ทีมน้องปราณเลย พี่ภัทรจะโมโหอะไรเบอร์นั้น ก็เขาเพื่อนกันอะ
    #40
    0
  19. #27 []เดอะ.สอง? (@zongmamon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 17:27
    อ่านตอนนี้แล้วปวดใจชะมัด
    #27
    0
  20. #26 Rujie Taew (@rujietaew) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 11:03
    ทีมภัทรนะ แต่ภัทรก็เกินไปไง หน่องปราณน่าจะชอบคนพูดดีๆนะจ๊ะภัทร มีเหตุผลหน่อย หึงไม่ว่า แต่อย่ามาประชดแบบนี้สิ
    #26
    0
  21. #25 whverbena (@pearllady) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 07:57
    ย้ายข้างไปทีมภัทรได้ไหม? โถ่ปราณเอ๋ย รีบกลับไปคืนดีกันซะนะ
    #25
    0
  22. #24 ♡bbh♡ (@xoxo_b) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 23:31
    ภัทรหึงแน่ๆเลย แต่ภัทรจ๋าาา ใจเย็นนะ ทำแบบนี้ปราณไม่เข้าใจไปกับภัทรด้วยน้า
    #24
    0
  23. #23 กะปิ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 22:38
    อย่างอนกันซี่.....งื้อๆๆๆๆ เค้าปวดใจนะ T^T
    #23
    0