หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 99,798 Views

  • 983 Comments

  • 6,102 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    6,441

    Overall
    99,798

ตอนที่ 9 : l ฉากเก้า l Pran talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 196 ครั้ง
    18 ก.ค. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากแปด l
Pran l talk




ยอมรับว่าหลายวันที่ผ่านมาผมโกรธมัน โกรธจนไม่อยากมองหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วคือผมหงุดหงิดตัวเอง 
หงุดหงิดที่ควบคุมอารมณ์และคำพูดไม่ได้ แค่อยากจะขอเวลาอยู่กับตัวเองมากกว่านี้สักหน่อย 
อยากจัดการกับความคิดของตัวเองให้ได้ เพราะรู้ตัวดีว่าตอนนี้กำลังไม่มีเหตุผล  

ผมไม่พอใจมัน และกำลังคิดถึงมันในแง่ไม่ดี อย่างน้อยก็ให้ใจเย็นกว่านี้ จะได้ไม่ต้องเอาอารมณ์พุ่งชนกันจนใจแหลกไปข้างเหมือนวันก่อน 

แต่จากการกระทำตอนนี้…เหมือนไอ้หมาบ้านี่จะไม่เข้าใจ 


ผมถูกจับคอล็อคไว้และดึงเข้าหาตัว ริมฝีปากบดลงมารุนแรงจนตาเบิกกว้าง 
รู้สึกถึงฟันคมที่กัดอยู่ตรงริมฝีปากล่าง เจ็บแปลบที่แผลข้างแก้มเพราะแรงทาบทับ 
ผมพยายามยื้อตัวออกแต่ไม่รู้มันเอาแรงมาจากไหนเยอะแยะถึงได้กักการเคลื่อนไหวทั้งหมดของผมไว้ด้วยแขนเพียงสองข้าง 
นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้สู้กับมันจริงจัง แต่ตอนนี้ผมโมโหจนแทบบ้า 

วินาทีที่มันผละตัวออกและเอ่ยคำที่ทำเอาน้ำตาแทบไหลเพราะความโทสะ 


“ถามตัวเองเถอะ ว่าที่มาเสือกเรื่องกูไปเอากับใคร มึงท้วงเพราะภาขอร้อง หรือว่า...มึงหึงของมึงเอง” 

รอยยิ้มที่ยกขึ้นเพียงมุมปากนั้นเป็นเหมือนสัญญาณที่ทำให้สติผมขาดผึง 

ผลั่วะ!! 

วาดหมัดซัดเข้าที่สันกรามของอีกฝ่ายแรงๆ อย่างไม่ออมมือ ก่อนจะถีบอัดที่หน้าท้องตามไปจนมันเซกระเด็นออกนอกเขตประตู 

“มึงไปให้ไกลๆ ตีนกูเลยนะไอ้ภัทร!!” 

ปึง!!! 

ประตูไม้ปิดลงเสียงดังลั่นจนฝ้าเพดานสั่น ขวดในตู้ใกล้ๆ กลิ้งหล่นกระแทกลงพื้น ฝาเปิดออกของด้านในกระจายเกลื่อน 
ดูเละเทะไม่ต่างจากความรู้สึกผม สัมผัสได้ถึงเส้นประสาทที่เต้นตุบบริเวณปากล่าง 
เลียริมฝีปากที่เจ่อบวมจากเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วขมวดคิ้ว  

ตึง! 

“แม่งเอ๊ย!!” 

กระแทกแขนทุบกำแพงใกล้ตัว และสบถดังๆ ด้วยอารมณ์ ผมทรุดตัวลงนั่งที่พื้น 
พิงหลังกับบานประตูแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน รู้สึกร้อนที่นัยน์ตาแต่ไม่ยักมีน้ำไหลออกมา 

ไอ้ภัทรแม่งจูบผม…นี่มันเรื่องเชี่ยอะไรกันวะ 

 



หลังจากที่ส่งสตั๊ดดี้โมเดลและหัวข้อธีสีสผ่านจนได้ลายเซ็นที่ปรึกษามาแล้ว ผมก็เริ่มวางแผนทำงานให้ทันส่งพรีเซนท์ครั้งที่สอง 
ยิ่งเวลาผ่านไปเร็วเท่าไหร่ เพื่อนคนที่ยังไม่ผ่านหัวข้อก็ยิ่งวิ่งเต้นเข้าหาอาจารย์กันเท่านั้น ไอ้เก้กับไอ้กอล์ฟหายหัวไปหลายวันแล้ว 
ผมได้เจอมันล่าสุดเมื่อสองวันก่อนเห็นว่าแปลนที่หามาได้ เสนอเท่าไหร่อาจารย์ก็ปัดตก เลยต้องโทรหารุ่นพี่เพื่อขอแปลนใหม่มาทำ 


ช่วงนี้ตารางเรียนพวกผมว่างเสียส่วนใหญ่ เพราะแค่ธีสีสก็สิบหน่วยกิตเข้าไปแล้ว 
เลยใช้เวลากับการทำงานและหาตารางว่างของอาจารย์เพื่อไปตรวจแบบ วันนี้ผมเลยมานั่งสิงอยู่ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยตั้งแต่บ่าย 

“ปราณ! มึงอยู่นี่จริงๆ ด้วย” 

เงยหน้ามองตามเสียงเรียก เจอไวยกรณ์เดินยิ้มเผล่มาแต่ไกล 

“ตรวจหัวข้อเสร็จแล้วเหรอ” 

มันพยักหน้าฉีกยิ้ม “เรียบร้อย” 

“ยิ้มมาขนาดนี้ ข่าวดีล่ะสิ” 

“เออ ผ่านจนได้ กูงี้เข่าแทบอ่อน” พูดพลางเลื่อนเก้าอี้ข้างผมออกและขยับตัวนั่งลง ผมยิ้มๆ ตอบแล้วย้ายสายตามาที่หนังสือเล่มเดิม 

“ปราณ…” 

“อืม” 

“ช่วงนี้งานไม่ได้ดั่งใจเหรอวะ” 

“เปล่านี่” ผมละสายตาจากหนังสือเล่มหนาที่เต็มไปด้วยสัดส่วนมนุษย์เทียบกับสิ่งของ มีภาษาอังกฤษเป็นแพอธิบายอยู่ด้านข้าง หันไปมองคนถาม “ทำไม?” 

ไวยกรณ์ยิ้มแห้งส่งให้ผม ใบหน้ามันมีแผลน้อยลงแล้ว แต่มุมปากยังช้ำม่วงอยู่ แผลสดเริ่มตกสะเก็ด 
ส่วนบริเวณโหนกแก้มเหลือเพียงพลาสเตอร์ยาเล็กๆ แปะไว้แทนผ้าก๊อซขนาดใหญ่อย่างเมื่อหลายวันก่อน 

“เพื่อนๆ แม่งกลัวมึงกันหมดแล้ว เล่นส่งออร่าทำลายล้างตลอดเวลาแบบนี้” 

“…กูไม่เป็นอะไร” 

“แต่นี่มันหลายวันแล้วนะเว้ย มีไรบอกกูได้นะ” 

“ช่างมันเหอะ กูไม่เป็นไรหรอก…แค่เบื่อ” 

“เบื่ออะไรวะ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไรนะ แต่กูไม่รู้ว่ากูคิดเองไหมว่ามึงแปลกๆ ไปตั้งแต่ที่กูเมื่อเรื่องหนักครั้งล่าสุด” 

ผมนิ่งไป คิดถึงภาพที่ณภัทรกำลังต่อยเพื่อนตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ภาพที่ผมพยายามเข้าไปรั้งมันไว้จนโดนซัดเข้าแรงๆ ที่แก้ม 
ภาพที่ผมกับมันทะเลาะกันรุนแรงจนน่าใจหาย ภาพที่เราสบตากันและเดินสวนไปคนละทางโดยไม่ได้ลอบยิ้มหรือมองตาดุใส่กันเหมือนที่เคยทำ  

ทั้งยังเรื่องบ้าๆ เมื่อสามวันก่อนนั่นอีก… 

“กูแค่เบื่อ…เบื่อมีเรื่อง” 

“ปราณ” ไม่รู้ว่าสีหน้าผมแย่มากหรือไง เสียงอีกฝ่ายถึงได้อ่อนลงเมื่อเอ่ยเรียกชื่อผมขนาดนี้ “กูขอโทษ” 

“มึงขอโทษกูเรื่อง?” หันไปมองหน้าสำนึกผิดของอีกฝ่ายแล้วก็หัวเราะ “มึงจะทำหน้าสำนึกผิดใส่กูทำไม” 

ขนาดคนที่ควรขอโทษ…แม่งยังไม่ยอมสำนึกเลย 

“กูใจร้อน” 

“กูไม่ได้โกรธมึง ไม่ใช่ความผิดใครหรอก” ผมโคลงหัว ปิดหน้าหนังสือลง “แต่กูแค่เบื่อมีเรื่องแล้วจริงๆ”  

“รู้แล้ว”  

ผมพยักหน้าเป็นการบอกให้รู้ว่าจะไม่พูดอะไรต่อ ก้มหน้าอ่านหนังสืออีกครั้ง 

“เย็นนี้ไปกินเหล้ากันปะ” 

นี่มึงไม่ได้ฟังที่กูพูดเมื่อกี้เหรอ “แดกเหล้าทีไรมีเรื่องตลอด” 

“ไปเหอะ ผ่อนคลาย ไหนๆ หัวข้อก็ผ่านแล้ว เดี๋ยวก็ต้องเร่งทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ ไปปล่อยผีทิ้งท้ายกันเหอะ” มันยิ้ม “สัญญาว่าครั้งนี้กูจะไม่มีเรื่องอีก” 

“ห้ามได้ที่ไหน มึงก็รู้” 

“กูจะพิสูจน์ให้ดูไงว่ากูจะไม่ใจร้อนแล้ว” 

“…แล้วแต่มึงละกัน” 

 


ผมแยกกับไอ้ไวที่หน้าหอ ตกลงกันว่าจะลงมาเจอกันหน้าหอตัวเองตอนทุ่มครึ่ง 
แบกม้วนงานกับหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุดขึ้นลิฟท์ พอเดินมาถึงห้องก็เจอนปภาเปิดประตูออกมาพอดี 

“อ้าวพี่ปราณ” 

เสียงหวานเอ่ยคำทักทายแล้วยิ้มกว้างส่งให้ เป็นรอยยิ้มน่ารักที่มองยังไงก็ไม่เหมือนการยักยิ้มกวนประสาทของคนเป็นพี่ 

ผมส่งยิ้มกลับไปอย่างเอ็นดู “โดดเรียนเหรอเรา” 

“วันนี้ไม่มีเรียนบ่ายค่ะ ภากลับมาเอาของที่ห้อง เดี๋ยวจะออกไปดูหนังรอบเย็นกับเพื่อน” 

“แล้วออกไปยังไง” 

“แท็กซี่” น้องตอบกลับ มือก็ไขกุญแจล็อคห้อง “นัดเพื่อนไว้ใต้หอค่ะ” 

“ต้องให้พี่ไปส่งหรือเปล่า” 

“ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้องๆ” ปฏิเสธแล้วโบกมือไปมาพัลวัน กับผมแล้วนปภาน่ารักเสมอ นึกภาพเธอยืนกอดอกวีนภัทรเหมือนแม่เสือไม่ออกเลย ตั้งแต่จำความได้เธอก็อ่อนโยนและสุภาพกับผมมาตลอด คงเพราะเหตุการณ์จมน้ำในวัยเด็กครั้งนั้น เลยทำให้
ผมคิดกับเธอเหมือนเป็นน้องสาวจริงๆ คงเป็นความรู้สึกแบบเดียวกันกับที่อีกฝ่ายเองก็ยกให้ผมเป็นพี่ชาย  

“งั้นก็เดินทางดีๆ ล่ะ” 

“พี่ปราณ” 

“หืม” ผมเลิกคิ้วขึ้น รู้สึกได้ว่ายิ้มหวานเลือนหายไปจากมุมปาก มีความกังวลใจปรากฏขึ้นแทน “มีอะไรหรือเปล่า” 

“พี่ปราณยังไม่คืนดีกับพี่ภัทรเหรอ…” 

“…” 

“โกรธพี่ภัทรมากเลยเหรอคะ” 

ผมเม้มปากเป็นเส้นตรง หลุบตาลงเล็กน้อย 

“หลายวันมานี้พี่ภัทรกลับมานอนห้อง แต่ก็กลับดึก ดื่มเหล้าหนักมาแทบทุกวัน ภาบ่นอะไรก็เอาแต่เงียบ…ไม่เหมือนพี่ภัทรคนเดิมเลย” นปภาพูดยาว น้ำเสียงฟังดูเครียดไม่น้อย นี่ภัทรมันจะรู้หรือเปล่าว่าน้องสาวที่รักตัวเองมากขนาดนี้กำลังไม่สบายใจเพราะมีเรื่องของมันเป็นต้นเหตุ “ภาเป็นห่วงพี่ภัทร” 

ผมยังคงเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไร และคิดคำที่จะปลอบให้น้องรู้สึกดีขึ้นไม่ออก 
เพราะคราวนี้มันไม่ใช่เรื่องของใครที่ไหน หากแต่เป็นเรื่องที่ผมเองมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่กว่าครึ่ง 

“ภารู้ว่าพี่ภัทรเป็นคนไม่เอาไหน ห่วยแตก เอาแต่ใจ หลงตัวเอง ดีแต่หาเรื่องให้พี่ปราณ” 

อือหือ…ด่าหนักกว่าผมก็น้องสาวมันนี่แหละ 

“แต่สำหรับพี่ภัทรแล้ว…พี่ปราณสำคัญมากนะ” 

ถึงตรงนี้แล้วใจผมกระตุก รู้สึกประหลาดแต่อธิบายไม่ได้ ใจเต้นแรงขึ้นจนน่ารำคาญ 
ครั้งล่าสุดที่ผมสบตากับณภัทรคือเมื่อไหร่ก็นึกไม่ออกแล้ว เพราะสามสี่วันมานี้บังเอิญเจอกันทีไรผมก็มักจะรีบเดินหนี 
ไม่ก็เปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็วตอนที่เจอกันหน้าห้อง ไม่ทันให้ได้เฉียดเข้าใกล้ 
จะเรียกว่าหลบหน้าก็ไม่เถียง เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่พร้อมจะคุย 

“พี่รู้แล้ว ภาไปดูหนังให้สนุกเถอะนะ ดูแลตัวเองด้วย อย่ากลับดึกล่ะ” 

“ก็เพราะพี่ปราณน่ารักแบบเนี้ย” เสียงนั้นฟังดูคลายกังวลไปเล็กน้อย รอยยิ้มกลับมาแต้มที่มุมปาก “ภาถึงโมโหพี่ชายตัวเองทุกทีที่ทำพี่ปราณอารมณ์เสีย” 

“ชมพี่ไปก็ไม่มีขนมให้หรอกนะ” 

“ภาไม่อยากได้ขนมหรอก เดี๋ยวอ้วน” เหลือบตามองเอวอีกฝ่าย เล็กจนแทบจะเกี่ยวด้วยปลายนิ้วได้อยู่แล้ว “ภาขอแค่พี่ปราณยกโทษให้พี่ภัทรก็พอ” 

เอื้อมมือไปขยี้ผมของน้องเบาๆ ยิ้มส่งให้อย่างอยากให้สบายใจ “ไปดูหนังได้แล้ว เดี๋ยวเพื่อนรอ” 

“งั้นไว้เจอกันนะคะพี่ปราณ” 

ผมพยักหน้า มองดูจนนปภาเดินหายไปทางโถงลิฟท์ ถึงได้เปิดประตูเข้าห้องตัวเองบ้าง 
เข้าห้องมาก็แกะกระดุมเสื้อนักศึกษาถอดออกจากตัวเดินไปโยนลงตะกร้าผ้าที่ใช้แล้ว 
ปลดหัวเข็มขัดลวกๆ และทิ้งตัวลงนอนยาวบนโซฟายกแขนสองข้างขึ้นใช้รองหัวไว้  

ณภัทรเป็นคนที่เติบโตมาด้วยกัน ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามาก ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะบอกแต่สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่รู้เรื่องของอีกฝ่ายดียิ่งกว่าใคร 
มันรู้เป็นคนแรกว่าผมอยากเรียนอะไร ไม่ต่างกับที่ผมก็รู้ว่ามหาวิทยาลัยที่มันเล็งไว้คือที่ไหน หลายต่อหลายครั้งที่เราตัดสินใจตรงกัน 
และก็ไม่น้อยที่เอาแต่ถกว่าใครเลียนแบบใคร รู้ใจขนาดที่มองหน้ากันก็พอจะเข้าใจว่าคิดอะไรอยู่
สบสายตากันแล้วสามารถอธิบายความรู้สึกของอีกคนได้โดยไม่ต้องแปลความ เกลียดกันตีกันด่ากัน 
แต่ก็กลายเป็นที่พึ่งสุดท้ายของกันไปแล้ว  หลายครั้งที่ผมลอบมองหน้ามันเวลาทำแผลให้แล้วถามกับตัวเองว่ามันเป็นอะไรสำหรับผมกันแน่ 

เราสองคนไม่ใช่เพื่อนแบบที่คนธรรมดาเขาเป็นกัน 

ไม่ใช่เพื่อนสนิทที่ไปไหนไปกัน พากันกินพากันเที่ยว หรือจะสามารถออกไปเฮฮาด้วยกันที่ไหนก็ได้อย่างอิสระ 
ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เป็นแม้แต่ศัตรูกันจริงๆ  เท่าที่จำได้ผมเคยกินข้าวนอกบ้านกับมันแค่ครั้งเดียว 
ซึ่งครั้งนั้นก็เป็นกลางดึกและไกลพอที่จะแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครที่รู้จักผ่านมาเห็น 
มันเป็นความสัมพันธ์ประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้ จนเวลาล่วงเลยไป ความคลุมเครือนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเคยชิน…

เคยชินที่จะมีอีกฝ่ายวนเวียนอยู่รอบกาย คอยถกเถียงด่าทอไปมาอยู่อย่างนั้นโดยไม่สามารถเก็บมาเอาความหรือโกรธกันได้ลง 


ผมเงยหน้ามองเลยออกไปนอกหน้าต่าง ดูก้อนเมฆสีขาวลอยเคว้งอยู่บนฟ้ากว้าง ปล่อยความคิดปลิวตามออกไป 
 




“คนเยอะเลยว่ะ” ผมเอ่ยปากหลังจากกวาดตามองในร้านแล้วยังไม่เจอโต๊ะว่าง 

“ก็มึงนั่นแหละ กว่าจะลงมาเลทไปเกือบครึ่งชั่วโมง” 

“เผลอหลับว่ะ โทษที” 

“อ๊ะ…นั่นไงโต๊ะว่าง”  

ไวยกรณ์ชี้เข้าไปที่มุมนึงของร้าน มีโต๊ะเล็กๆ ที่นั่งได้ไม่เกินสี่คนว่างอยู่ มันจับแขนลากผมเดินเข้าไป 
เราทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ ยกมือเรียกเด็กเสิร์ฟมาสั่งรายการอาหารที่กินประจำ 
ไม่นานของที่ต้องการก็ถูกยกมาวางตรงหน้า ผมกับมันหยิบแก้วเติมน้ำแข็งผสมเหล้าให้ตัวเองแล้วยกชนกันพอเป็นพิธี 

ปกติแล้วพวกผมจะมาร้านเหล้ากันหลายคน มาเฮฮาหัวเราะ สนุกกันตามประสากลุ่มเพื่อนผู้ชาย 
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มากันสองคนโดยไม่ได้เรียกใครเพิ่ม ความหมายคือต้องการปลดระวางความคิดอะไรบางอย่างที่วุ่นวายอยู่ในหัว 

ไวยกรณ์ชวนผมคุยเป็นระยะ แต่ไม่ได้ตลอดเวลา มันเว้นช่วงให้ผมได้นั่งเงียบอยู่กับตัวเอง 
ยกแก้วมาชนด้วยเป็นครั้งคราว เหมือนจะบอกว่ามันนั่งอยู่ด้วยไม่ได้ไปไหน 
เวลามาร้านเหล้านอกจากที่ต้องดื่มเหล้าแล้ว ผู้หญิงสวยๆ ก็คงเป็นสิ่งคู่กันที่ขาดไม่ได้ แต่ผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้ 
อาจจะเพราะเป็นคนเรื่องมาก เลยไม่รู้สึกอยากสานสัมพันธ์กับใครสักที  

จะเรียกว่าหาคนถูกใจพอให้หลงใหลไม่ได้ก็ได้  

หลายครั้งที่สาวๆ แวะเวียนเข้ามาหมายจะทำความรู้จักกับผม 
แต่พอสัมผัสได้ว่าไม่เล่นด้วย ก็เบนความสนใจไปที่เพื่อนคนอื่นในกลุ่มแทน 
แต่กับไอ้ภัทรมันเป็นพวกอัธยาศัยดี ไม่ได้ดูเจ้าชู้ แต่ก็เข้าถึงไม่ยาก  

ถ้าจะพูดง่ายๆ ให้เห็นภาพ ณภัทรเป็นคนแบบไหน…ผมตรงข้ามกับมันทั้งหมด 


ผมชะงักมือที่กำลังจะยกแก้วขึ้นกระดกเมื่อสบตาเขากับคนที่เผลอคิดถึงไปเมื่อครู่ 
ณภัทรนั่งขมวดคิ้วมองมาจากตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัว  

นี่ไง…ถึงไม่อยากจะเห็นหน้าแค่ไหน ไอ้โลกพิลึกใบนี้แม่งก็เหวี่ยงผมกับมันมาเจอกันได้ตลอด 

ข้างกายมันมีสาวสวยกอดแขนนั่งกระแซะอยู่ไม่ห่าง ถ้าผมจำไม่ผิดคือคนเดียวกับที่นปภาวิ่งมาฟ้องเมื่อวันก่อน 
แน็ต หลีดคณะวิทยาศาสตร์ หลายคนรอบตัวเคยบอกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา ถ้าคิดจะจับใครทีกัดไม่เคยปล่อย 

ส่ายหัวระอาให้คนเดียวกับไอ้โง่ที่เคยถูกผู้หญิงหลอกไปเป็นแสน ไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็ไม่เคยฉลาดพอจะดูแลตัวเองได้เลย 
แววตาดุจ้องตรงมาที่ผม แต่มือหนาลูบไล้ไปมาตรงเอวบาง ขยับก้มลงจนจมูกชิดศีรษะคนข้างตัว 
แน็ตหัวเราะคิกคักเบียดตัวเข้าหาจนจะนั่งเกยตัก มือขาวคลอเคลียอยู่ที่หน้าอกและลำคอของณภัทร 
ผมย้ายสายตากลับมาที่ไวยกรณ์ตอนสองคนตรงนั้นแทบจะถอดเสื้อฝ่ายตรงข้ามและรวมร่างกันเป็นคนเดียว 

“เป็นไรปะมึง” อีกฝ่ายเอ่ยถามแล้วขยับก้มลงนิดเพื่อมองตาผม 

“ไม่ได้เป็นไร” 

“สีหน้ามึงไม่ค่อยดีเลยว่ะ แดกเยอะไปแล้วมั้ง” พูดแล้วก็เอื้อมมือมาถึงแก้วจากมือผม ไม่รู้ตัวเลยว่ากระดกไปเยอะขนาดนี้  

“อืม” ครางรับแล้วยกมือนวดขมับ “กูเหนื่อยๆ” 

“มึงโอเคปะเนี่ย กลับไหม” 

“มึงจะนั่งกินต่ออีกหน่อยก็ได้นะ” 

“ได้ไงล่ะไอ้นี่ ส่องกระจกหน่อยไหม หน้ามึงแดงเป็นกุ้งต้ม” 

ผมแค่นยิ้มส่งให้อีกฝ่าย รู้สึกหนักๆ ที่หัวเหมือนจะไม่สบาย อาการอึดอัดที่หน้าอกทวีเพิ่มขึ้นเหมือนคนแพ้แอลกอฮอล 

“งั้นกลับเหอะ กูไปส่งหอ” 

ผมพยักหน้า ไวยกรณ์ยกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงิน เราสองคนเดินออกจากร้าน และผมไม่ได้หันกลับไปมองคนตรงนั้นอีก 








Tbc...



มาแล้วค่ะะ แอบลงที่ทำงาน มาไวไปไว 
#ทีมปราณ จับมือกันไว้ห้ามปล่อยค่ะ 

ฉากต่อไปโยนให้พี่เวสตตต์ จุ๊บบบ <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 196 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #886 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:57
    หน่วง ๆ ไปหมด ปราณอย่าไปคุยกับภัทรนะ ถ้ายังทำตัวแบบนี้ก็ไม่ต้องมายุ่งกันเลย ไม่ชอบ
    #886
    0
  2. #877 D-Sooo (@D-Sooo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 19:45
    กลิ่นดราม่าพุ่งแรงมากแม่ ไม่ชอบภัทรที่อยู่กับแน็ตเลย เฮ้อ
    #877
    0
  3. #871 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 18:28
    ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแค่ว่าปราณอาจจะกินเยอะไป จนเจอเม้นล่าง แง ไม่หรอกมั้ง ส่วนภัทรอะ เอาจริงนัวเนียเพราะเห็นว่าปราณมองอะ เห้อ เหนื่อยใจ
    #871
    0
  4. #861 AiJaewa (@AiJaewa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:24
    ปรานโดนมอมรึเปล่า??
    #861
    0
  5. #850 bbentennyson (@bbentennyson) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 20:25
    คีพลุคไว้ปราน!!!
    #850
    0
  6. #810 blastocyst (@blastocyst) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 18:16
    ปรานสู้ๆ
    #810
    0
  7. #779 pukiest (@pukiest) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 12:59
    มันแบบโอย จะยังไงต่อ ภัทรหึงหน้ามืดอีกแน่ๆ
    #779
    0
  8. #734 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 20:09
    โอ้โห ถ้าภัทรมีผลต่ออารมณ์ของปราณขนาดนี้ก็ไม่ต้องคิดแล้วค่ะ ชอบแบบไม่รู้ตัวชัวร์
    #734
    0
  9. #652 Noey_CHP (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 20:08
    คลุมเครือมาก แงงงง
    #652
    0
  10. #610 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 20:06
    ความสัมพันธ์ครุมเครืือจริงๆ
    #610
    0
  11. #564 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 19:22
    ปราณก็คิดแบบเดียวกันเหรอ เป็นเพื่อนที่ไม่ใช่เพื่อนธรรมดา มันเหมือนพรหมลิขิตไว้เลยให้ 2 คนมาเจอกัน
    #564
    0
  12. #536 Pipie'z (@touchmylove) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 07:51
    โอ้ย เลือกทีมไม่ได้ ชั้นรักเขาทั้งสองคน ฮือ5555
    #536
    0
  13. #495 knarins (@ninglky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 18:10
    พี่ปราณจะใจแข็งไปไหนนนนนนนน
    #495
    0
  14. #471 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:31
    #ทีมปราณค่ะ เลืกประชดแล้วกลับมาง้อปราณเดี๋ยวนี้นะภัทรร ถถถถถ
    #471
    0
  15. #192 justattempt (@thisisallfull) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 12:46
    รู้สึกถึงการประชดประชันกันอยู่ในที ทำอะไรก๊านนนนนน คุยกันเซ่!!!
    #192
    0
  16. #142 Thedrm. (@dreamdarknight) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2559 / 17:45
    อ๊ากกกก 55555 โอย เมื่อไหร่จะคืนดีกันนน
    #142
    0
  17. #111 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 21:05
    ทำไมอินังภัทรถึงได้โง่บรมแบบนี้คะ /กุมขมับ จะบ้า นี่จะให้เขาหายโกรธไหม ประชดอยู่ได้ ไปง้อได้แล้วค่ะ ปล่อยชะนีแล้วไปง้อเลยนะ ไม่งั้นย้ายฝั่งไปอยู่ทีมปราณจริงๆด้วย เมินมันไปเลยค่ะอย่างอินังภัทรเนี่ย!
    #111
    0
  18. #59 Rujie Taew (@rujietaew) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 12:03
    อิภัทร ไม่มีหัวคิดเนอะ แทนที่จะแก้ปัญหา ดันเลือกจะประชด ปราณคงจะหายโกรธหรอก #ทีมปราณ
    #59
    0
  19. #51 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:33
    ทีมพี่ปราณคนดีศรีใจหนู ฮื่อ นังพี่ภัทคนโง่!
    #51
    0