โรคเรบีส์ (Rabies) หรือ "โรคพิษสุนัขบ้า" ไม่ได้เกิดขึ้นในหน้าร้อนเท่านั้น เป้นความเชื่อผิดๆ โรคพิษสุนัขบ้าสามารถเกิดได้ทุกฤดูกาล หากได้รับเชื้อแล้วไม่ได้รักษาจนกระทั่งแสดงอาการออกมา ผู้ป่วยมักเสียชีวิตทุกราย ในบางครั้งการแสดงออกของโรคอาจจะใช้เวลาที่ไม่แน่นอน หากถูกสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอาการจะดีที่สุด วันนี้เราจะพาไปพบกับคำถามยอดฮิต โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากอะไร เราจะมีแนวทางการป้องกันอย่างไรบ้าง
13 คำถามที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
1. โรคเรบีส์คืออะไร
โรคเรบีส์ (Rabies) หรือที่เราเรียกกันว่า “โรคพิษสุนัขบ้า” เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัส ก่อนให้เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาทส่วนกลาง สามารถติดเชื้อได้จากการโดนสัตว์ที่ติดเชื้อ กัดหรือ ข่วน โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่เกิดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเช่น คน สุนัข แมว ชะนี วัว ลิง ค้างคาว ม้า เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สุนัข รองลงมาคือ แมว เป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อในคน
2. โรคเรบิส์หรือโรคพิษสุนัขบ้ารุนแรงแค่ไหน
เมื่อผู้ป่วยแสดงอาการของโรคพิษสุนัขบ้า มักเสียชีวิตทุกราย แต่หากได้รับเชื้อแล้วได้รับการรักษาทันที จะสามารถทำให้หายขาดได้ รวมถึงมีวัคซีนป้องกันสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อด้วย ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคเรบิส์หรือโรคพิษสุนัขบ้าหลายหมื่นรายต่อปี โดยเฉพาะในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปแอฟริกา
3. คนติดโรคพิษสุนัขบ้าทางใด
โรคพิษสุนัขบ้าสามารถติดต่อทางน้ำลาย หรือถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด เชื้อจะเข้าสู่บาดแผลที่ถูกกัด และในกรณีที่ถูกสัตว์ที่เป็นโรคเลีย เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายคนผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือรอยขีดข่วน หรือผ่านทางเยื่อเมือกต่างๆ เช่น ริมฝีปากหรือนัยน์ตา หากสัตว์ที่เป็นโรคเลียผิวหนังปกติจะไม่ติดโรค
4. คนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ามีอาการอย่างไร
หากไม่ได้รับการรักษาอาการมักปรากฏภายใน 3-12 สัปดาห์ แต่ก็อาจจะแสดงอาการช้าหรือเร็วกว่านั้น ภายใน 5วัน – 2 ปี อาการเริ่มแรกคล้ายกับการเป็นหวัด ได้แก่ มีไข้ประมาณ 38 องศ้เซลเซียส หรือสูงกว่านั้น ปวดศรีษะ กระสับกระส่ายไม่สบายตัว เจ็บคอและไอ คลื่นไส้ อาเจียน อาจคันหรือปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณแผลที่ถูกกัด อาการดังกล่าวจะเป็นอยู่ประมาณ 2- 10 วัน และจะแย่ลงเรื่อยๆ
อาการอื่นๆ ในช่วงต่อมา ได้แก่ สับสนหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว ได้ยินเสียงหรือเห็นภาพหลอน ฝันร้าย นอนไม่หลับ ไม่ชอบแสงสว่าง ไม่ชอบลม หายใจถี่เร็ว หายใจลำบาก มีน้ำลายมาก หรือน้ำลายฟูมปาก กล้ามเนื้อหดเกร็ง กลัวน้ำ เนื่องจากกลืนน้ำลำบาก ชัก เป็นอัมพาต หมดสติ เมื่อถึงขั้นหมดสติแล้ว ผู้ป่วยมักจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
5. ทำไมโรคพิษสุนัขบ้าถึงทำให้เกิดอาการกลัวน้ำ
โรคเรบีส์หรือโรคพิษสุนัขบ้า เคยรู้จักกันในชื่อของ “โรคกลัวน้ำ” (hydrophobia) เพราะอาการหนึ่งที่ปรากฏคือ กล้ามเนื้อในคอของผู้ป่วยจะหดเกร็งอย่างรุนแรง เวลากลืนอาหารหรือน้ำ จะทำให้เจ็บคอมาก หรือแม้แต่จะคิดว่าจะกลืนน้ำก็ส่งผลให้กล้ามเนื้อหกเกร็งได้เช่นกัน จึงเกิดความกลัวตามมา
6. ทำอย่างไรเมื่อถูกสุนัขกัด
- ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที ฟอกสบู่หรือสารซักฟอกนานๆหลายนาที หลังจากนั้นทาแผลด้วยโพวิดีน (เบตาดีน) หรือทิงเจอร์ไอโอดีน หรือแอลกอฮอล์ แล้วรีบไปปรีกษาแพทย์ทันที
- ถ้าสุนัขตายให้นำซากมาตรวจ ถ้าสุนัขไม่ตายให้ขังดูอาการ 10 วัน หรือนำไปให้สัตวแพทย์ดูอาการ ขณะเดียวกันให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมทันที ไม่ควรรอดูอาการสุนัข เพราะอาจทำให้ได้รับการรักษาล่าช้าเกิดไป
- ในกรณีที่ติดตามสัตว์ที่กัดไม่ได้ เช่นเป็นสัตว์ป่า สัตว์จรจัด สัตว์ที่กัดแล้ววิ่งหนีไป หรือจำสัตว์ที่กัดไม่ได้ ให้รีบพบแพทย์ทำการรักษาทันที
7. โรคพิษสุนัขบ้า รักษาอย่างไร
ผู้ที่ต้องมารับการรักษาเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า คือมีบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นรอยช้ำเขียว หรือมีเลือดไหล แผลถลอกหรือแผลลึก รวมถึงผู้ที่ถูกสุนัขเลียที่ นัยน์ตา ริมฝีปาก และผิวหนังที่มีแผลถลอก
ขั้นตอนการรักษาโรคพิษสุนัขบ้ามีอะไรบ้าง?
- ทำความสะอาดบาดแผล
- ฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า (ฉีด 4-5 ครั้งตามที่แพทย์กำหนด ผู้ป่วยต้องมาฉีดตามนัดทุกครั้ง)
- กรณีผู้ป่วยมีความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อสูง (เช่น มีเลือดออก ถูกเลียที่ริมฝีปาก หรือน้ำลายกระเด็นเข้าตา) จำเป็นต้องฉีดเซรุ่มรอบแผลทุกแผลด้วย
8. ฉีดวัคฉีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไว้ก่อนได้หรือไม่
วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สามารถฉีดเพื่อป้องกันโรคล่วงหน้าได้ โดยฉีด 3 เข็ม ภายในระยะเวลา 1เดือน
9. ฉีดวัคฉีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าล่วงหน้ามีประโยชน์อย่างไร
คนที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคล่วงหน้าแล้ว เมื่อถูกสัตว์กัด จะได้รับวัคซีนกระตุ้นเพียง 1-2 ครั้ง เท่านั้น จึงไม่เสี่ยงต่อการแพ้เซรุ่มหรือเจ็บปวด จากการฉีดเซรุ่มรอบๆ แผล
10. เด็กและหญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้หรือไม่
คำตอบคือ สามารถฉีดได้ ไม่มีผลต่อทารกหรือเด็กเล็ก
11. วัคซีนมีผลข้างเคียงหรือไม่
หลังจากฉีดวัคฉีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า บางรายอาจมีอาการ ไข้ต่ำๆ ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามตัว มีอาการคันๆบริเวณที่ฉีดประมาณ 1-2 วัน แต่พบได้น้อยมาก
12. สัตว์ที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า มีอาการอย่างไร พบได้ 2 แบบคือ
- แบบดุร้าย สัตว์จะมีอาการหงุดหงิด ตื่นเต้น วิ่งพล่าน ไล่กัดคนและสัตว์อื่นๆ อย่างดุร้าย ถ้าเป็นสุนัข จะแสดงอาการดุร้ายประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นจะอ่อนเพลีย ขาหลังไม่มีแรงเดินโซเซ และตายลงในที่สุด
- แบบเซื่องซึม สัตว์จะมีอาการลิ้นห้อย ปากอ้า หุบไม่ได้ ลิ้นมีสีแดงคล้ำ มีอาการคล้ายกระดูกติดคอ ตัวแข็ง เป็นอัมพาต ลางตัวอาจมีอาการชักและตายในที่สุด อาการนี้สังเกตได้ยากเพราะสัตว์จะแสดงอาการเหมือนโรคที่เกิดจากสัตว์อื่นๆ เช่นไข้หวัด หรือหัดในระยะต่างๆ ในกรณีที่ไม่แน่ใจให้นำสัตว์เลี้ยงของคุณไปให้สัตวแพทย์ดูอาการ ถึงแม้ว่าสัตว์ไม่มีอาการข้างต้น ก็อย่าพึ่งวางใจว่าปลอดภัย เพราะอาจจะยังไม่แสดงอาการของโรค แต่สามารถแพร่เชื้อไวรัสได้
ดังนั้นหากถูกสัตว์กัดหรือเลีย จะต้องจับสัตว์ตัวนั้นขังไว้ประมาณ 10 วัน เพื่อสังเกตอาการ และผู้ถูกสัตว์กัดต้องไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด หากสัตว์มีอาการผิดปกติหรือตายไม่ทรายสาเหตุ ควรส่งซากไปตรวจพิสูจน์
13. สัตว์เลี้ยงควรฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าด้วยหรือไม่
ควรฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับ 13คำถาม ที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า หลายๆคนเมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วคงจะเข้าใจมากขึ้น และหาวิธีป้องกันลดความเสี่ยงในการติดดรคพิษสุนัขบ้า หากในบ้านมีเด็กๆ ควรดูแลเป็นพิเศษ พวกเขาอาจจะหยิบจับอะไรแล้วเอามือมาขยี้ตาหรือเอามือมาอม ควรดูแลและสังเกตุอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น