b_bigbike
ดู Blog ทั้งหมด

โรคติดต่อในสุนัข ที่มักพบได้บ่อย ๆ

เขียนโดย b_bigbike

วันนี้เราจะให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อในสุนัข ที่พบบ่อยอีก 1 โรค คือ โรคหวัดและหลอดลมอักเสบ ติดต่อ โดยเฉพาะในสุนัขพันธุ์ หน้าสั้น เช่น ชิสุ ปักกิ่ง ปั๊ก และถ้าเป็นสุนัข ที่มาจากฟาร์ม หรือแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ จะมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษอีกด้วย

โรคหวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ (Canine infectious tracheobronchitis หรือ Cennel cough) โรคหวัดและหลอดลมอักเสบเป็นโรคทางเดินหายใจของสุนัขที่พบได้ทั่วโลก ซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายกลุ่มสุนัขที่ไวต่อการเป็นโรค ได้แก่ ลูกสุนัข สุนัขที่แพ้อากาศง่าย สุนัขที่เลี้ยงขังรวมกันหนาแน่น สุนัขแก่ เป็นต้น โดยสุนัขพันธ์หน้าสั้น ไวมากเป็นพิเศษ แต่สามารถเป็นได้ทุกพันธุ์ พบว่าสุนัขพันธุ์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ อัลเซเชี่ยน ค๊อกเกอร์ หรือ ลาบราดอร์ ก็เป็นบ่อย ช่วงฤดูหนาว และช่วงรอยต่อฤดูกาล สัตว์จะเป็นโรคนี้ได้ง่าย

สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่

เชื้อไวรัส

  1. parainfluenza virus-2 (ตัวเลขข้างหลังบอกสายพันธุ์)
  2. adenovirus -2
  3. canine distemper virus (เชื้อที่ทำให้เกิด ไข้หัดสุนัข)

เชื้อแบคทีเรีย

  1. borditella bronchoseptica
  2. mycoplasma spp
  3. เชื้อแบคทีเรียอื่นๆ เช่น E.coli , staphyllococus, streptococcus, krebsiella, pseudomonas

จะเห็นว่ามีเชื้อสาเหตุหลายชนิด ที่เป็นสาเหตุ ที่สำคัญจริงๆที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อ parainfluenza virus และ/หรือ adenovirus – 2 ซึ่งทำให้เกิด “โรคหวัด “ และถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ที่สำคัญคือ Borditella bronchiseptica จะทำให้เกิดโรค “หวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ” (สัตว์ที่เป็นไข้หัดสุนัขจะมีอาการเหมือนหวัดด้วย)

การติดต่อ ติดต่อจากทางเดินหายใจ การอยู่ร่วมกันสัมผัสกัน ระยะใกล้ๆติดได้ง่าย

อาการ อาการหวัดจะมีน้ำมูกใส อึดอัดหายใจลำบาก ตัวร้อน ไอ จาม ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน พบอาการไอรุนแรงขึ้น เป็นไอเรื้อรัง น้ำมูกข้นขึ้น มีสีขาวขุ่น สีเหลือง หรือสีเขียว อ้าปากหายใจ มีการติดเชื้อที่หลอดลมและปอด ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบและปอดอักเสบ โดยเฉพาะถ้าเกิดปอดอักเสบ บางตัวอาจมีอาการชักเกิดขึ้น หรือเสียชีวิตเฉียบพลัน (พบบ่อยในพันธุ์ปอมเมอเรเนียนและพันธุ์หน้าสั้น)

การป้องกันและควบคุม

1. ซื้อสุนัขจากแหล่งที่เชื่อถือได้

2. ทำวัคซีนป้องกันโรคหวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ ทำได้เร็วที่สุด ที่ อายุ 1 เดือน แต่โดยทั่วไปทางคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์ จะวางโปรแกรมไว้ให้

3. ให้สุนัขนอนในห้องที่ไม่มีลมโกรก ไม่ควรให้สุนัขนอนตากพัดลม หรือตากแอร์ นานๆ ยกเว้นตัวที่เคยชินแล้ว

4. เมื่อสงสัยว่าสุนัขจะเป็นโรค หวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ ควรปรึกษาสัตวแพทย์

5. กรณี ที่ต้องนำสุนัขเดินทางไกล ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ ก่อนอย่างน้อย 10 วัน จะลดความเสี่ยง ของโรคลงได้มาก

การรักษา ควรรีบนำสัตว์เลี้ยงมาพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็ว

ที่มา วารสารโรงพยาบาลสัตว์สุราษฎร์ธานี

ที่มา http://petsocietythailand.com/?p=1400

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น