แนวทางการทำคลอดลูกสุนัขเบื้องต้น เมื่อใกล้ถึงเวลาคลอด แม่สุนัขจะแสดงท่าทีออกมา เช่น มีอาการกะวนกะวาย คุยเขี่ยพื้น วนไปวนมา สร้างรัง นั้นแสดงว่าใกล้ถึงเวลาลูกสุนัขออกมาดูโลกแล้ว เมื่อถึงเวลาคลอด ตื่นเต้นจัง ถุงน้ำคล้ำจะแตก และน้ำคล้ำจะไหลออกมาก่อน จากนั้นแม่สุนัขจะเบ่งลูกตัวแรกออกมา โดยลูกสุนัขอาจเอาหัว หรือหาง ออกมาก่อนก็ได้ แต่โดยปกติแล้ว ควรจะเป็นหัว และช่วงนี้หาก แม่สุนัขเบ่งอยู่นานจนหมดแรง แล้วยังเบ่งลูกสุนัขไม่ออก ผู้เลี้ยงควรรีบนำส่งแพทย์ทันที ระยะห่างในการเบ่งลูกออกมาแต่ละตัว จะไม่เท่ากัน ในบางครั้งอาจใช้เวลาประมาณ 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แล้วแต่กรณีไป
ดังนั้น หากเรารู้ว่ามีลูกกี่ตัวจากการเอ็กซ์เรย์ก็จะเป็นการง่ายขึ้น เมื่อใกล้กำหนดคลอดควรเตรียมเครื่องมือให้พร้อม เพื่อที่จะสามารถช่วยสุนัขทำคลอดได้ในกรณีฉุกเฉิน
สิ่งที่ควรมีในทำคลอดลูกสุนัขสิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้
- 1. เชือกเส้นเล็กๆ หรือด้ายเหนียวๆ
- 2. กรรไกร ที่สะอาด
- 3. แอลกอฮอล
- 4. ทิงเจอร์
- 5. ผ้าสะอาด
- 6. ที่ดูดน้ำมูกสำหรับเด็กอ่อน
- ฯลฯ ที่คิดได้ว่าอาจจะจำเป็น
ขณะแม่สุนัขกำลังเบ่งลูกออกมานั้นหาก แม่สุนัขหยุดกลางคันขณะที่ลูกสุนัขคาอยู่ที่ปากช่องคลอด เราควรรีบใช่มือค่อยๆประคอง ดึงลูกสุนัขออกมาเบาๆ จนออกมาหมดทั้งตัว แล้วรีบฉีกเยื้อบางๆที่หุ้มตัวลูกสุนัขออก และช่วยการหายใจทันทีโดยการห้อยหัวสุนัขลง แล้วใช้ที่ดูดน้ำมูกดูดในช่องปาก จมูก ของลูกสุนัขเพื่อขจัดเมือกต่างๆที่ขัดขวางการหายใจของเค้า แล้วนำด้ายมาผูกสายสะดือให้ห่างออกมาประมาณ 1 ซม. จากนั้นก็ใช้กรรไกรตัด แล้วทาทิงเจอร์ที่ปลายตัด จากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดตัวเค้าให้สะอาดและส่งคืนให้แม่สุนัขเลีย และดูแลต่อไป
ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่กล่าวมา อาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ หากแม่สุนัขออกลูกเองโดยธรรมชาติได้ และดำเนินการไปด้วยตัวเค้าเองจนตลอดลอดฝั่ง นั้นเป็นการดีและแสดงว่าแม่สุนัขนั้นเก่ง โดยมากแล้วแม่สุนัขจะกินรก หลังจากกัดสายสะดือจนขาดและจะคอยเลียลูกของเค้าเองโดยธรรมชาติ ให้เค้ากินเค้าไปเถอะครับ รกนั้น นัยว่ามีแร่ธาตุอันจำเป็นสำหรับแม่สุนัข แต่เมื่อกินแล้วเค้าจะถ่ายออกมาเป็นน้ำสีดำๆคาวๆ 2-3 ครั้ง ก็เป็นเรื่องธรรมดา
วิธีการการดูแลลูกสุนัขหลังคลอดเบื้องต้น
หลังจากลูกสุนัขคลอดออกมาแล้ว โดยปกติแม่สุนัขจะค่อยดูแลอย่างใกล้ชิด แต่หากว่าแม่สุนัขเกิดไม่สนใจขึ้นมา (ซึ่งเป็นไปได้น้อยราย) เราต้องช่วยเค้าด้วย หากอากาศเย็นในช่วงแรกควรมีการกกไฟ โดยใช้ไปหลอดใส้ประมาณ 60 Watt ส่องไปที่บริเวณคอกสุนัขเพื่อให้ความอบอุ่น และควรคอยจับลูกสุนัขกินนม เพราะแต่ละเต้า จะมีน้ำนมไม่เท่ากัน และบางเต้าอาจมีน้ำนมเป็นพิษด้วย โดยจะเป็นน้ำใสๆ ต้องพยายามอย่าให้ลูกสุนัขกินเข้าไป
และหากแม่สุนัขมีน้ำนมไม่พอเราต้องป้อนนมเสริมด้วย โดยใช้ขวดนมสำหรับลูกสุนัข นมที่ใช้นั้นถ้าหานมแพะได้จะเป็นการดี เพราะคุณภาพและอนุภาคของนมนั้นใกล้เคียงนมของสุนัข หากเราให้ทานนมวัวจะทำให้ลูกสุนัขท้องเสียได้ โดยปกติแล้วตามสัญชาตญาณแม่สุนัขจะคอยเลียทำความสะอาดลูก และเลียอึของลูกๆให้สะอาดอยู่เสมอ
นี้คือสัญชาตญาณในการระวังภัยที่ติดตัวมากับสุนัขนับตั้งแต่โบราณ และแม่สุนัขจะคอยเลียที่ท้อง หน้า ก้นฯลฯ เพื่อให้ลูกสุนัขตื่นตัวอยู่เสมอ และให้ความอบอุ่นแก่ลูกสุนัขด้วย การเลียที่ท้องจะช่วยระบบขับถ่ายของลูกสุนัขอีกด้วย
จากนั้น ประมาณ 10-13 วันลูกสุนัขจะลืมตาดูโลกโดยแต่ละตัวจะใช้เวลาไม่เท่ากัน และลูกสุนัขจะค่อยๆหัดเดิน และมักจะเดินได้ในช่วง 20 -25 วัน ในช่วงอายุ 30 วัน ผู้เลี้ยงสามารถให้อาหารเสริมแก่ลูกสุนัขได้แล้ว โดยใช้อาหารลูกสุนัขแช่ในน้ำอุ่น ทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาทีเพื่อให้อาหารดูดน้ำเข้าไปจนพองจะช่วยให้ลูกสุนัขทานได้ง่าย แล้วควรผสมนมเข้าไปด้วยเพื่อเพิมความสนใจและความน่าทานให้กับสุนัข จากนั้นเมื่อฟันลูกสุนัขเริ่มขึ้นก็สามารถให้อาหหารโดยไม่ต้องแช่ได้
เป็นยังไงบ้าง สำหรับวิธีการทำคลอดลูกสุนัขและการดูแลสุนัขหลังคลอด เมื่อใกล้ถึงเวลาคลอด ผู้เลี้ยงควรเตรียมอุปกรณ์ไว้ล่วงหน้า รวมถึงเฝ้าสังเกตุอาการแบบใกล้ชิด
ที่มา http://petsocietythailand.com/?p=2218
ความคิดเห็น