[Fic] 福岡の不眠な人[2yeon][Twice]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,382 Views

  • 216 Comments

  • 387 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    25

    Overall
    9,382

ตอนที่ 1 : สายจากฟุคุโอกะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    25 ธ.ค. 60

“นี่นากาโนะ มาซารุค่ะ”

หญิงสาวในชุดสวยดูสุภาพโค้งตัวเก้าสิบองศาอย่างนอบน้อมกับคุณแม่ของเธอ หล่อนรวบผมครึ่งศรีษะแล้วติดริบบิ้นเล็กๆประดับเม็ดคริสตัลเล็กๆไว้ด้านหลังเสริมให้เส้นผมสีดำขลับดูโดดเด่นดัดกับผิวขาวอย่างสาวแดนเหนือเมืองซัปโปโร

วันนี้เป็นวันคริสต์มาสหล่อนพาเขามาแนะคำกับที่บ้านของตนเอง มาซารุเป็นแฟนหนุ่มที่กำลังคบหาดูใจกันมาได้ซักพัก เขาค่อนข้างเป็นคนเก่ง จริงจังกับการทำงาน และสุภาพกับเธอมาก หน้าตาก็ยังดูดี แม้รูปร่างจะผอมและไม่สูงนัก แต่เธอไม่เคยเจอใครที่ดีแบบนี้มาก่อน

“นากาโนะซัง ยินดีต้อนรับค่ะ”

“ขอรบกวนด้วยนะครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”

ชายหนุ่มตอบอย่างสุภาพ เขามีการศึกษาและมารยาทที่ดีมากทั้งยังใจกว้างอย่างหาได้ยากนัก มือเรียวยาวยื่นของฝากตามธรรมเนียมการเยี่ยมบ้านส่งให้มารดาของนายอน หล่อนยิ้มอย่างใจดีแล้วตอบว่าไม่ต้องมากพิธีรีตองอะไรนักหรอก อยู่พูดคุยกันจนค่ำจึงได้รับประทานอาหารเย็นด้วยกัน

“นากาโนะซังค่อนข้างแพ้อาหารน่ะค่ะ เขากินข้าวขาวไม่ได้ แครอทก็แพ้ค่ะ”

แทนที่มิซาเอะแม่ของนายอนจะโกรธที่อาหารที่ตนทำมาว่าที่ลูกเขยทานไม่ได้ หล่อนกลับขำอย่างอารมณ์ดี พลางหาอะไรในตู้เย็นออกมาเผื่อว่าจะเจออย่างที่เขาพอจะรับไหว เพราะว่านายอนเป็นลูกครึ่งเกาหลี ดีแค่ไหนแล้วที่คุณนากาโนะเขาไม่รังเกียจ เป็นคนดี และให้เกียรติลูกสาวของเธอ

“หัวหอมกับแฮม อ่อแล้วก็ชีส แพ้มั้ยจ๊ะ แม่มีขนมปังโฮลวีท”

“หัวหอมก็ไม่ค่อยจะ..เอ่อ”

ชายหนุ่มตอบอย่างเกรงใจไม่กล้าพูดให้เรื่องกินมันยุ่งยาก เพิ่งมาเป็นแขกครั้งแรกแท้ๆ ไม่ควรจะแสดงความรู้สึกออกไปตามตรง

“นายอนก็ไม่รู้จักบอกแม่ก่อนว่านากาโนะซังแพ้อะไรบ้าง แม่จะได้เตรียมอาหารให้ถูก”

คุณแม่พูดอย่างตำหนิลูกสาวไม่จริงจังนัก มิซาเอะเป็นหญิงวัยกลางคนชาวญี่ปุ่นที่ยิ้มแย้มดูใจดี เธอมีฟันกระต่ายและมีใบหน้ากลมดูอ่อนกว่าวัย รอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งโลกสดใสที่เป็นดั่งต้นแบบของลูกสาว

ระหว่างที่แม่ลูกช่วยกันล้างจานหลังอาหารมื้อค่ำ นายอนคาดไว้อยู่แล้วว่าต้องโดนคำถามแนวนี้แน่ๆ มิซาเอะทำหน้าตากระหายใคร่รู้เสียตั้งแต่ออกมาเปิดประตูต้อนรับเสียขนาดนั้น

“แล้วนี่เจอกันได้ยังไง”

พอได้ฟังคำถาม เป็นอย่างที่คิด นายอนนึกขำในใจขึ้นมาทันที หล่อนยิ้มน้อยๆก่อนตอบ

“ข้าวกล่องอาหารกลางวันของบริษัทน่ะค่ะ เหลือสองกล่องสุดท้ายแล้วหยิบสลับกัน กล่องผักล้วนกับกล่องที่เขาแพ้ล้วนๆ”

“ต๊ายพรหมลิขิตชัดๆ”

มิซาเอะเบิกตาโต ทั้งเอามือทาบอกอย่างไม่อยากจะเชื่อในความบังเอิญนี้

“คะ? แค่บังเอิญมั้งคะแม่”

ลูกสาวย้ำพลางถอนหายใจ แต่ถึงอย่างไรนายอนก็รู้นิสัยของคนเป็นแม่ดี ช่างฝัน และมองโลกในแง่ดีเหลือเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องความรักอย่างกับหลุดออกมาจากการ์ตูนตาหวานสักเรื่อง แน่หละ เพราะหล่อนพบชีวิตรักที่แสนละมุนละไมกับคุณพ่อของเธอแม้จะอยู่กันคนละประเทศ ทั้งหมดจึงเป็นข้อสนับสนุนที่ดีในการเชื่อเรื่องพรหมลิขิต

“ลูกคิดดูสินายอน ข้าวกล่องตั้งมากยังหยิบสลับกันได้”

“หนูไม่เชื่อหรอกค่ะแม่ ก็หนูบอกแล้วว่ามันเหลือสองกล่อง”

“นั่นยิ่งบังเอิญใหญ่ เหลือแค่สองกล่องยังหยิบผิดเลย”

“แล้วแต่แม่เถอะค่ะ”

คนเป็นแม่ยังสำทับไม่เลิก จนคนเป็นลูกอ่อนใจ หล่อได้แต่ถอนหายใจมองมารดาประสานมือเอาไว้ตรงกลางอกแล้วหลับตาทำหน้าหวานชื่นรื่นรมย์อย่างเอือมๆ

“พรหมลิขิต..”


ทั้งสามพูดคุยกันอย่างถูกคอแม้มาซารุจะทานแค่แซนวิสกับชาโฮจิฉะร้อนไปสองถ้วยก็ตามที  ก่อนที่ทั้งคู่จะขอตัวกลับ

“ขอโทษที่มารบกวนนะคะ กลับก่อนนะคะแม่”

เพราะหลังจากที่จบมัธยมปลายก็ออกมาอาศัยเองคนเดียว นายอนโค้งที่หน้าประตูอีกครั้งพร้อมบอกขอโทษที่มารบกวน

“โธ่ลูกบอกอย่างกับว่าเป็นคนอื่น”

ขากลับนี้ต่างคนต่างขับรถกลับ นายอนอยู่ในรถโฟล์กเต่าสีครีม สมัยนี้เป็นเรื่องแปลกและหายากที่ผู้หญิงเช่นเธอจะขับรถไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง ‘นั่นล่ะ คนหัวสมัยใหม่ ทำตัวก๋ากั่นเกินไประวังจะหาแฟนไม่ได้’ แม่เธอชอบพูดคำนี้บ่อยๆ ‘อย่าอุตริขับไปทำงานก็แล้วกัน เดี๋ยวจะโดนเพ่งเล็งเอา’ พร้อมสำทับเรื่องมารยาทกับเธอให้อีกหนึ่งชุดใหญ่

นายอนชอบฟังวิทยุบนรถอยู่เสมอๆ หล่อนมักจะกดข้ามช่องรายการภูมิภาคไปอย่างไม่สนใจนัก แล้วเลือกที่จะฟังคลื่นที่ออกอากาศทั่วประเทศเสียมากกว่า อย่างน้อยๆก็ได้รู้ความเป็นไปของที่อื่นๆบ้าง

หิมะขาวโพลนสูงหนาเป็นเมตรประกอบกับเสียงเพลงทำนองที่ถูกผสมไปด้วยเปียโน ระฆังราว มาริมบ้า หรือไวปราโฟน ทำให้คริสต์มาสเป็นคริสต์มาสอย่างที่ควรจะเป็น ข้างทางถูกตบแต่งประดับประดาไปด้วยไฟหลากสี ที่หน้าบ้านเกือบทุกหลังมีสโนวแมนตัวอ้วนยืนอยู่ แม้บางหลังจะเป็นตัวการ์ตูนหุ่นอภินิหาริย์ยอดฮิตสวมถังสีแดงบนหัวก็ตามที

เสียงตัดเข้ารายการประจำวันดังขึ้น นายอนคิดจะเปลี่ยนช่อง เธออยากจะฟังเพลงมากกว่า

“ดีเจยูยูปุริน กับรายการคลื่นคนเหงานอนไม่หลับประจำคืนคริสต์มาส 1996 ค่า คืนคริสต์มานี้สสุดสัปดาห์ที่ทุกคนหยุดพักกันแบบนี้ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ใครเหงาใจ นอนไม่หลับทำอะไรกันบ้างโทรมาเล่าให้กันฟังได้ค่า”

เสียงผู้จัดรายการเอ่ยชัดถ้อยชัดคำเสียงเธอฟังนุ่มหูดีนัก จนนายอนที่ตัดสินใจจะกดเปลี่ยนช่องต้องเปลี่ยนความคิด ฟังต่ออีกซักหน่อยดีกว่า

“หลังจากโฆษณาเรามารับสายจากทางบ้านกันนะคะ”

เสียงรายการตัดเข้าโฆษณาเพียงไม่นานก็กลับมาช่วงที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่ นายอนขับรถมาถึงสี่แยกกลางเมืองในช่วงหัวค่ำ ถ้าเป็นเวลาปกติ ซัปโปโรคงเงียบเชียบไปพร้อมกับความหนาวเย็นตลอดทั้งปีแล้ว แต่เป็นเพราะว่าวันนี้เป็นวันเทศกาล ทั้งผู้คนในท้องถิ่นทั้งนักท่องเที่ยวมากมายทำให้เมืองคึกคักนัก

“สวัสดีค่ะ หนูโทรมาจากฟุคุโอกะ”

นาโกะกรอกเสียงลงไปที่ปลายสายรายการวิทยุของคนนอนไม่ลงยามค่ำคืน

“สวัสดีค่ะคนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะ หนูจะโทรมาขอพรอะไรในวันคริสต์มาสจ๊ะ”

ดีเจยูยูปุรินศิราณีประจำรายการตอบเด็กน้อยกลับไป นาโกะยิ้มกว้างที่สายของเธอได้รับการตอบรับ เธอฟังรายการนี้มาตั้งแต่เล็กๆคุณแม่ชอบเปิดให้ฟังเสมอๆก่อนจะเข้านอน รายการยามดึกที่คนนอนไม่หลับจะมาบอกเล่าเรื่องรางต่างๆที่ต้องการคำปรึกษา

“หนูขอคุณแม่คนใหม่ค่ะ”

เด็กหญิงวัยสิบปีกรอกเสียงจริงจังไปตามสาย เธอย่อตัวหลบที่หลังโซฟากำมะหยี่สีควอตซ์ตัวเขื่อง ทั้งยืดคอคอยชะเง้อว่าแม่จะกลับเข้ามาจากโรงรถเมื่อไหร่ สายโทรศัพท์ที่ยืดยาวทำท่าจะดึงเรื่องโทรศัพท์บนโต๊ะให้ร่วงลงมาอยู่รอมร่อ

“แล้วแม่หนูไปไหนเสียล่ะจ้ะ”

ดีเจสาวเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ฟังคำถามหนักอกของเด็กหญิง เสียงดนตรีทำนองคริสต์มาสคลอจางๆในระหว่างที่นาโกะเงียบไป

“เธอจากเราไปแล้วค่ะ หนูเศร้า แต่ม๊าเศร้ามากกว่าหนูซะอีก หนูคิดว่าแม่หนูต้องการเมียใหม่ค่ะ”

มีความเงียบเกิดขึ้นชั่วอึดใจหลังจากนั้น

“หมายถึง แม่.. เหรอจ๊ะ?”

“ใช่ค่ะ แม่ใหม่ ให้ม๊าหนูค่ะ!!”

ตายจริง ดีเจสาวอุทานเสียงเบา ในห้องส่งตอนนี้เธอหันรีหันขวาง มองทีมงานแต่ละคนที่ทำหน้าประหลาดปุเลี่ยน เลิกลั่กอย่างไรบอกไม่ถูก เธอโบกมือโบกไม้ให้ไดเรคเตอร์ว่าควรจะทำอย่างไรดี ตัดเข้าโฆษณาไปเลยดีไหม

“ทำต่อไป” ไดเรคเตอร์วัยสี่สิบโบกมือเป็นเชิง เขาคงเห็นว่ามันประหลาดดีกระมัง

“เอ่อะ เอ่อ... แล้วยังไงต่อคะ ตอนนี้คุณแม่หนูเขาเศร้ายังไงบ้าง”

“ม๊าชอบนั่งเหม่อมองเก้าอี้ด้านตรงข้ามของโซฟาเหมือนตอนแม่ยังอยู่ บางทีก็ถอนหายใจเฮือกๆ นั่งมองรูปเก่า ฟังเพลงเศร้าทำหน้าซึม อ่อ แล้วก็นอนไม่หลับด้วยค่ะ”

“ไหนใครว่าม๊านอนไม่หลับ! ไม่จริง”

เสียงคนที่ถูกพูกถึงรีบแทรก เธอโผล่หน้าเข้ามาจากโรงรถ ถอดรองเท้าที่หน้าประตูแบบลวกๆไม่สมกับเป็นกุลสตรีญี่ปุ่นเท่าไหร่แล้วตะโกนบอกลูกสาวที่มุดหัวเข้าไปหลบหลังโซฟา

“จริง!! ม๊านอนไม่หลับ!”

“รู้ได้ยังไง นาโกะ!”

หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตลายตารางเส้นสีดำสลับแดงเลือดหมูเดินดุ่มๆเข้ามาหลังโซฟา เด็กหญิงมุดตัวหลบไปอีกด้าน มือเล็กก็คว้าโทรศัพท์บ้านเอาไว้แน่นจนสายขดเป็นวงยืดยาวเหมือนเส้นหลอดโปเต้ในซอสครีมเห็ด ส่วนตัวเครื่องร่วงลงบนพื้นดังโครม

“มีคนโทรมาหาม๊าค่ะ”

นาโกะยื่นหัวออกมาตะโกนจากฝั่งตรงข้าม ทิ้งให้อีกคนทำหน้างง

“ดีเจยูยูปุรินคะ ม๊าเป็นคนเกาหลีชื่อ ยูจองยอน นะคะ”

จองยอนคนที่ว่ารับสายที่ถูกยัดใส่มือมาแบบไม่เข้าใจนักว่าลูกสาวของตนคุยกับใคร และเกี่ยวอะไรกับตัวเองที่เพิ่งเช็ดรถที่เปียกฝนในวันคริสต์มาสหลังจากที่ออกไปซื้อไก่ทอดผู้พันเจ้าดังมาเป็นเมนูฉลองยอดนิยม

“สวัสดีค่ะ คุณจองยอน”

ดีเจยูยูปุรินส่งเสียงกลับมา เธอไม่รอให้คนที่เพิ่งถูกสวัสดีตอนค่ำไปมีสติตั้งตัวมากนักก็เริ่มยิงคำถาม

“ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคือใครคะ?”

“ดิฉันดีเจยูยูปุรินแห่งรายการคลื่นคนเหงานอนไม่หลับ”

“คะ?” จองยอนร้องเสียงสูงใส่โทรศัพท์ที่อยู่ในมือ “นี่ลูกโทรไปรายการวิทยุเหรอ? นาโกะะะะ”

หล่อนแผดเสียงอย่างคิดว่าควรจะต้องกำราบความแสบของเจ้าตัวเล็กบ้างแล้ว ยิ่งไปโรงเรียนยิ่งรู้มากแสบสันเสียเหลือเกิน นาโกะพอได้ยินแม่ตวาดก็รีบหรุบตัวเข้าไปซ่อนหลังบานประตูของห้องครัว โผล่ออกมาแค่ตากับจมูกมนน้อยๆเพื่อแอบดูความเคลื่อนไหวในที่กำบัง

“ขอเสียมารยาทนะคะ ภรรยาของคุณเสียไปนานเท่าไหร่แล้ว”

ดีเจสาวถามด้วยน้ำเสียงสวยงามไม่ใส่อารมณ์ความรู้สึก คำถามช่างถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกลงในใจที่แผลยังไม่แห้งดีดวงนี้เสียเหลือเกิน จองยอนนิ่งเงียบ เกิดความวิตกในใจด้วยว่ากำลังถูกพูดถึงเรื่องของตัวเองออกอากาศ เธอลังเลนิดหนึ่งก่อนที่จะกลืนน้ำลายลงคอและตอบออกไปอย่างไม่มั่นใจนักว่าเสียงของตนฟังดูปกติแค่ไหน

แต่ไม่รู้เพราะอะไร เธอถึงได้ตอบออกไปแบบนั้นเสียได้..

“ประมาณปีกว่าค่ะ”

“คุณรู้สึกอย่างไรตอนที่เจอกันครั้งแรกคะ”

“นี่คุณคะ นี่มันเรื่องส่วนตัวของครอบครัวฉันนะคะ”

พอโดนขุดคุ้ย จองยอนก็เริ่มโมโห หล่อนไม่อยากตอบ ถึงแม้ว่าเธอและคนรักจะสร้างครอบครัวกันที่ต่างประเทศ แต่ที่นี่คือญี่ปุ่น สังคมไม่อาจยอมรับพวกเธออย่างเปิดเผยโจ่งแจ้ง ใจจริงอยากจะวางสาย ทว่าความอึดอัดภายในใจแสนเศร้าที่ทุกครั้งเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าไม่มีคนเคียงข้างอีกต่อไปแล้ว ครอบครัวที่เคยมีสาม กลับเหลือแค่สอง แค่เธอกับนาโกะ

“คุณรู้ได้ยังไงคะว่าเธอใช่คนที่คุณตามหา..”

จองยอนถอนหายใจราวกับคำถามนั้นไปสะกิดบาดแผลให้เปิดออก ความรู้สึกมากมายที่เธอพยายามจะเข้าอกเข้าใจและใช้ชีวิตไปกับมันกลับถูกคนคละให้ตะกอนที่เหมือนจะตกสะเก็ดไปแล้วกลับมาฟุ้งอีก

“ฉันเจอเธอที่อเมริกา ที่ร้านขายแผ่นเพลงมือสอง แล้วเราก็เลือกที่จะฟังเพลงตัวอย่างเพลงเดียวกันก็เท่านั้นแหละค่ะ”

“เอ๋ อเมริกา แบบในดราม่าซีรี่ส์เลยสินะคะ บังเอิญพบกันที่ต่างประเทศแบบนั้น เธอเป็นคนญี่ปุ่นหรือคะ”

ดีเจสาวเริ่มสร้างบรรยากาศในการพูดคุย แต่ในใจกระวนกระวายไม่น้อยว่าจะถูกโทรศัพท์ต่อว่าจากทางบ้านเมื่อไหร่ แต่กระนั้นปลายสายกระตอบคำถาม แม้จะขัดเขินตะกุกตะกักไปบ้างแต่ยูจองยอนก็ยอมพูดมันออกมา ความในใจที่ไม่ได้พูดกับใครซักคนมานานแล้ว

“ก็.. ก็ไม่ถึงขนาดนั้น.. แต่.. ค่ะ เธอเป็นคนญี่ปุ่น ตอนนั้นฉันทำงาน ส่วนเธอไปเที่ยวที่นั่นพอดี ฉันชวนเธอคุยเรื่องเพลง ดนตรี นักร้องศิลปินบ้าง เพราะฉันอยากจะรู้จักเธอ เธอ.. เธอไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนกับผู้ชาย… หรือผู้หญิงคนอื่นที่ฉันเคยเจอมา”

“จากนั้นก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้นหรือคะ”
“หลังจากนั้นเราก็ไปดินเนอร์ แล้วเจอกันอีกสองสามครั้ง ก่อนที่เราจะเอ่อ.. คบกัน”

“แล้วคุณรู้ได้ยังไงคะ ว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ใช่”

เพราะคำถามนั้นทำให้จองยอนยิ้มออกมาน้อยๆเมื่อได้กลับไปนึกถึงหญิงสาวผู้เป็นที่รัก นั่นอาจจะเป็นยิ้มแรกในรอบปีเลยก็ได้ รอยยิ้มที่เธอรู้สึกถึง ‘ความสุข’ จริงๆ หล่อนเงียบไปครู่นึงก่อนที่จะบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกมาให้กับคนแปลกหน้าได้ฟัง

“ไม่รู้หรอกค่ะ.. แค่รู้สึกว่าใช่.. แค่รู้สึกแบบนั้นก็พอ ฉันรู้ว่าเธอใช่..พรหมลิขิตของฉัน”


ขอแค่เป็นคนที่รู้สึกแบบนั้น

แค่รู้สึกแบบนั้นก็พอ..


น้ำเสียงของจองยอนทั้งเบาหวิวและสั่นเทา แม้จะไม่เห็นภาพ แต่ผู้ฟังยังรู้สึกได้ หลังจากนั้นเธอไม่ได้เล่าเรื่องราวอะไรของตัวเองต่ออีก การสนทนาจบลงด้วยการอวยพรให้ครอบครัวของจองยอน และนาโกะมีความสุขโดยดีเจสาวเสียงนุ่มคนนั้น ก่อนที่จะตัดเข้าโฆษณา


สัญญาณไฟจาจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่นายอนยังไม่ได้ออกรถ เธอนั่งนิ่ง มือกุมพวงมาลัย ให้เสียงบีบแตรด้วยความโมโหโทโสของรถหลายคันข้างหลังดังก้องจนพวกเขาแซงผ่านเธอไป เพราะตอนนั้นนายอนไม่อาจจะเข้าเกียร์ออกรถไปได้ เธอมองไม่เห็น เพราะดวงตาที่พร่าเลือน

หล่อนร้องไห้..

นายอนควบคุมความรู้สึกอะไรเอาไว้ไม่ได้หลังจากที่ฟังเรื่องราวเหล่านั้นจบ เธอตั้งใจฟังมันมาตลอดทางจนกระทั่งตอนที่เธอถึงที่แมนชั่นแล้ว เสียงของยูจองยอนเมื่อชั่วโมงที่ก่อนก็ยังสะท้อนไปมาอยู่ในหัว

เธอไม่เข้าใจตัวเองเอาเสียเลย อยู่ๆหล่อนก็แค่รู้สึก ราวกับว่าคำว่าพรหมลิขิตนั้นมีอยู่จริงขึ้นมาเสียอย่างนั้น  เธอนึกถึงเรื่องที่แม่ชอบเล่าตอนที่ได้เจอกับพ่อในงานสังสรรค์เลี้ยงรุ่นของโรงเรียนสมัยประถม ว่าแค่เป็นพ่ออยู่ในชุดสูทลายทางขาวดำตัวใหญ่ กับกางเกงสีเลม่อนแม่ก็รู้เลยว่าเขาใช่พรหมลิขิตของเธอ คงจะดูเท่แฟชั่นนิสต้าตัวจี๊ดจนโดนใจบอกไม่ถูกเชียวหละ แต่เธอไม่เคยรู้สึกแบบนั้นกับใครก็ตาม แม้แต่มาซารุ ไม่เคยเกิดขึ้นเลยจนกระทั่งเมื่อชั่วโมงที่แล้ว


เสียงของคนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะ..


เธอวางมันลงจากความคิดไม่ได้ แอบนึกเสียดายที่ไม่ได้อัดเทปรายการเอาไว้ จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าเธอจะหยุดร้องไห้และอยากรู้จักคนแปลกหน้าคนนั้นได้ยังไง หล่อนรู้แต่เพียงว่าความรู้สึกที่เขาส่งผ่านทางน้ำเสียงนั้นตกกระทบมาถึงใจเธอ อย่างกับถูกอะไรซักอย่างกระแทกเข้าให้เสียเต็มเปา และนั่นทำให้ดวงใจและความเชื่อมั่นว่าไม่มีรักที่เกิดจากพรหมลิตนั้นถูกสั่นคลอน


“เธอบ้าไปแล้วนายอน”

ซานะพูด ใช่น่ะสิ ขนาดตัวเธอเองยังคิดว่าบ้าไปแล้วแน่ๆเลย

“ฉันรู้ว่ามันฟังดูบ้า แต่ฉันอยากเจอเขา คนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะ”

“ฉันรู้ ฉันก็ฟังคลื่นนั้นพอดี และมันก็ซาบซึ้งกินใจมาก ยิ่งกว่ารักของทาคุยะคุงในซีรี่ย์ภาคค่ำซะอีก ...ไม่ใช่สิ เธอจะอยากเจอเขาไปทำไมกัน ไม่รู้สึกแปลกบ้างหรือไง เขาไม่ใช่.. แบบพวกเรานะ”

“แต่เขาน่าสงสารไม่ใช่เหรอ แฟนตาย ต้องอยู่กับลูกแค่สองคน”

“โอ๊ย ไม่ใช่ละ เขาเป็นผู้หญิงนะ เลสเบี้ยนชัดๆเลย แล้วมาซารุของเธอล่ะ จะแต่งงานกันอยู่แล้ว”

เพราะนายอนรู้ว่าซานะหวังดี แต่เป็นคนโผงผางพูดจาตรงไปตรงมาเสมอ แต่นั่นก็เป็นซานะ ผู้ที่เชื่อว่าผู้ชายที่มีหน้าที่การงานมั่นคง และมีเงินเดือนสูงๆเป็นพรหมลิขิตของเธอ

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน่า! ฉันก็แค่สงสาร อยากจะคุยด้วย อยากจะปลอบใจ”

พอฟังแล้วหล่อนถอนใจแบบปลงๆให้เพื่อนสาว เพราะคำว่าสงสารตรงท้ายประโยคเบาลงนิดหน่อยคล้ายแผ่วลงอย่างไม่แน่ใจ มันประหลาดเกินไปจริงๆที่อยู่ๆนายอนก็เกิดหวั่นไหว ซานะนึกคำอื่นไม่ออกนอกจากคำนี้ ประวัติก็ไม่ใช่สาวใจง่าย ไม่เคยมีมาก่อนสักหน่อย

“หรือว่าจริงๆแล้วเธออาจจะแค่ ‘อิน’ กับคำว่าพรหมลิขิตที่แม่หม้ายคนนั้นพูดก็เป็นได้ล่ะมั้ง ก็เลยรู้สึกว่าเหมือนเป็นคนหัวอกเดียวกัน”

“เออๆ นั่นแหละ คงเป็นอย่างนั้นแหละ”

นายอนพยักหน้าเออออตามคำตัดสินของเพื่อนสาวนั่น บางทีอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ เพราะที่จริงมันก็เป็นคำตอบเดียวที่มีเหตุผลมารองรับมากที่สุดในเวลานี้แล้ว


พรหมลิขิตที่เธอไม่เคยเชื่อมาก่อนเลย..


“สวัสดีค่ะ เราทีมงานจากรายการเสียงคนเหงานอนไม่หลับ นั่นคุณนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะใช่มั้ยคะ?”

เสียงผู้หญิงจากปลายสายทำเอาจองยอนตื่นเต็มตา หลังจากที่งัวเงียลงมาเตรียมอาหารเช้าสำหรับไปโรงเรียนให้กับนาโกะ จองยอนเบาไฟบนเตาไฟฟ้าไม่ให้ซุปมิโซขุ่นจนไม่น่ารัปประทาน

“คุณมีเบอร์โทรศัพท์บ้านฉันได้ยังไง?”

“หนูให้เขาเองแหละ ไม่งั้นเขาจะไม่ยอมให้พูดออกกาศนี่นา”

“นาโกะ……….”

ยูจองยอนพูดลอดไรฟัน เธอกลัดกรามแน่นพลางส่งสายตาคาดโทษลูกสาว เธอเดินอุ้มโทรศัพท์บ้านเครื่องใหญ่เอาไว้ในมือข้างหนึ่ง ใช้หูหนีบโทรศัพท์เอาไว้แนบหน้า แล้วใช้มือข้างที่ว่างอยู่หยิกหูลูกสาวเพราะมันเขี้ยวไปซักที เด็กอะไรยิ่งโตยิ่งแสบเหมือนแม่เขาแน่ๆ

“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือคะ”

จองยอนกรอกเสียง เธอปล่อยนาโกะแล้วเจ้าตัวเล็กรีบวิ่งไปซ่อนหลังประตูห้องครัวโผล่มาแค่ครึ่งหน้าอีกตามเคย เจ้าเด็กแสบเอ้ย

“มีผู้หญิงหลายร้อยคนโทรมาขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อคุณน่ะค่ะ เลยจะมาขออนุญาต..”

“ไม่ได้ค่ะ ดิฉันไม่ให้เบอร์ติดต่อใครทั้งนั้น ขออภัยค่ะ”

จองยอนรีบกดวางสาย เพราะเธอเห็นว่ามันไร้สาระ ไม่ว่าเธอจะพูดเรื่องนั้นออกไปเพราะอะไรก็ตามแต่ แต่นั่นไม่ใช่การร้องขอความรักง่ายๆจากใครก็ได้แบบนั้น ว่าแล้วก็หันไปหาเป้าหมายหมายจะเขกกะโหลกเจ้าตัวดีก็ดันวิ่งหายไปซะแล้ว

มันน่านักเชียว!

เช้านี้จองยอนเลยมาทำงานวันสุดท้ายด้วยอาการตะหงิดๆยังไงชอบกล ถึงจะรู้ว่าไม่มีใครรู้ว่าเธอคือเสียงคนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะแต่ก็ได้ยินผู้หญิงเกือบทุกแผนกพูดถึงเมื่อเธอเดินผ่าน ลูกสาวที่ชื่อนาโกะ มีแฟนเป็นผู้หญิงหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่มีใครทราบประวัติส่วนตัวเรื่องการแต่งงานหรือภรรยาของจองยอนมาก่อน แถมยังอาศัยอยู่ฟุคุโอกะเสียอีก ช่วยไม่ได้ที่ประเด็นนี้จะกลายเป็นที่ซุบซิบกันในบริษัทไปทั่ว


‘แค่คนชื่อเหมือนน่ะค่ะ’ เธอตอบเป็นรอบที่ร้อย


“ว่าไงคนนอนไม่หลับ”

หัวหน้างาน ยามาดะซังเป็นผู้ชายสำอางรูปร่างเล็กอายุราวๆสี่สิบปีเห็นจะได้ เขาค่อนข้างทำตัวสบายๆแม้จะใส่สูทผูกไทด์เรียบร้อย และมีกริยาจีบปากจีบคออย่างเป็นกันเอง(?)

“โธ่เอ้ย อย่าเสียงดังสิคะเดี๋ยวคนอื่นเขาก็รู้หมด”

“ไม่น่าจะทันแล้วครับยูคุง”

ยูคุง ชื่อของเธอ หัวหน้ามักจะเรียกเธอด้วยนามสกุลอย่างไว้ระยะห่างแต่ก็มักจะเติมคุงเพื่อความสนิทสนมที่ดูย้อนแย้งอย่างไรก็บอกไม่ถูก

“ไม่น่าย้ายสาขาเลยนะครับ ผมเลยต้องย้ายตามไปด้วยเลย”

ชายหนุ่มร่างอ้อนแอ้นกล่าว เขามักไม่ค่อยเก็บอาการเวลาอยู่กับเธอนักคงเพราะไว้ใจว่าเป็นพวกเดียวกันต่างคนต่างก็ดูออกและรู้ความลับของอีกคน หัวหน้ายามาดะต่างจากเวลาปกติอยู่มาก เรื่องแบบนี้กระโตกกระตากไม่ได้ ทั้งคู่ต่างรู้ดี

“ไม่ใช่แล้วค่ะ เพราะหัวหน้าย้ายไปต่างหาก ฉันเลยต้องย้ายตามไปด้วย ออกไปเสียชานเมืองเชียว”

“ก็ตรงนั้นเพิ่งตั้งใหม่นี่ครับ เขาก็ต้องการคนที่ไว้ใจได้ไปช่วยจัดการ ซึ่งก็มีคุณกับผม”

เขาว่าแล้วหัวเราะเสียงดังพร้อมกับหันหลังแล้วหันกลับมาขยิบตาให้ เขาช่างเป็นคนเปิดเผยและขี้เล่นอย่างที่จองยอนไม่ค่อยเจอในญี่ปุ่นนัก อย่างน้อยๆเขาก็ทำให้ความกังวลหลายอย่างในใจเธอตอนที่กลับมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆคลายลงไปบ้าง เมื่อมันไม่น่าหวาดกลัวอย่างที่คิด

“วันจันทร์เจอกันนะจ๊ะ”


“นากาโนะซังไม่มีชื่อเล่นหรือคะ”

นายอนถามหลังจากที่ทั้งคู่ลงมาทานอาหารกลางวันที่คาเฟ่ไม่ไกลจากบริษัทนัก ร้าคาเฟ่เล็กๆมีบริการทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่ม บรรยากาศค่อนข้างดี มาซารุจึงชวนเธอลงมาเปลี่ยนบรรยากาศ เคาเตอร์ร้านทำจากไม้สนส่งกลิ่นผ่อนคลาย เบาะทำจากผ้ากำมะหยี่สีครีมนุ่มสบาย เขาสั่งสลัดผักไม่เอาแครอทกับหัวหอม ส่วนเธอทานแฮมเบิร์กราดซอสแกงกะหรี่

“ไม่มีครับ”

“ตอนเด็กๆก็ไม่มีหรือคะ”

“ เพื่อนๆก็เรียกแค่นากาโนะคุง หรือมาซารุคุง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

เห… แปลกจังนะ ดูเป็นคนป๊อบปูล่าร์แท้ๆ นายอนคิดในใจพลางยิ้มรับอย่างไม่รู้จะเซ้าซี่อย่างไรต่อ

“งั้นฉันตั้งชื่อเล่นให้เอาไหมคะ?”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่จริงเราหมั้นกันแล้ว เรียกชื่อผมเฉยๆก็ได้นะ”

นายอนพยักหน้า แต่ก็ยังเรียกเขาว่านากาโนะซังอยู่ดี แปลกจังนะ เธอคิด พลางเริ่มรู้สึกว่ามันขาดอะไรไปบางอย่างขึ้นมาเสียเฉยๆ ก่อนหน้านี้ก็แค่คิดว่าเขาเป็นคนเรียบร้อย และแสนเรียบง่าย เงียบๆ ก็ดูสุขุมเข้าท่าดี นั่นเป็นจุดที่เธอชอบมากในตัวของนากาโนะ

คนรักกันนั้นเป็นอย่างไรกันนะ คนรักกันน่ะเขาเป็นอย่างนี้น่ะหรือ นายอนไม่ค่อยเข้าใจนัก ที่ว่ารักแล้วก็ยังไม่มีใครทำให้รู้สึกอยากเจอได้มากขนาดนั้น คนนอนไม่กลับจากฟุคุโอกะคนนั้นน่ะ ใจหนึ่งก็เตือนตัวเองว่าคิดมากไปแล้ว แต่อีกใจหนึ่งหล่อนก็เริ่มไม่มั่นใจขึ้นมา ว่าเขาคือคนที่ใช่จริงๆแล้วหรือเปล่า

เย็นนี้พอกลับมาถึงแมนชั่นนายอนก็เปิดรายการคลื่นคนเหงานอนไม่หลับ โดยหวังว่าจะมีคนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะโทรมาอีก เสียงของเขาทอดทั้งความเศร้าและความสุขผสมกันทุกคำที่เอื้อนเอ่ย

ราวกับได้คว้าใจทั้งดวงของหล่อนไปแล้ว แม้จะเป็นเศษเสี้ยวความรักครั้งเก่าของเขาและอาจจะยังรักเธอคนนั้นอยู่ก็ตามที เธอเพียงแต่ต้องการความแน่ใจ แน่ใจกับอะไรๆให้มากกว่านี้


รายการโทรทัศน์ย้อนภาพควันหลงวันคริสต์มาสจบลงไปแล้ว นาโกะขดตตัวอยู่ที่โซฟา แสงไฟจากโทรทัศน์สาดลงบนในหน้าเล็กๆที่หลับตาพริ้ม ลูกสาวของเธอโตขึ้นมาไม่น้อยนับจากปีก่อน ปีที่แล้วยังตัวเล็กกว่านี้ สูงน้อยกว่านี้ ตัวเบากว่านี้ แม้จะดูแก่นแก้วแก่แดดไปบ้าง แต่นาโกะก็เป็นแก้วตาดวงใจของเธอ เป็นดั่งของที่ระลึกเพียงชิ้นเดียวที่คนรักของเธอฝากไว้ให้ เพียงชิ้นเดียวที่เป็นพยานแห่งรักแท้

จองยอนทิ้งตัวเอนหลังลงบนโซฟาหนังสีควอตซ์พลางจ้องมองใบหน้าเล็กๆนั่น เธอเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าของลูกสาวออกอย่างเบามือ ราวกับเรื่องในวันเก่าๆย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงใครคนนั้น เมื่อหนึ่งปีหรือสองปีก่อนเธอคงจะอยู่ที่นี่ด้วยกัน

ห้องที่ปิดไฟมืดกระพริบสั่นไหวไปตามภาพบนจอโทรทัศน์ ข้าวของถูกแพ็คลงกล่องไปหมดแล้ว มีบางส่วนที่ถูกคลุมด้วยผ้าเอาไว้ พรุ่งนี้เธอต้องจากบ้านหลังนี้ไปเสียที จองยอนถอนหายใจให้กับตัวเองเมื่อพบว่าตนจะต้องเดินออกจากอดีตที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก ทั้งๆที่รู้อย่างนี้ แต่ทำไมช่างทำได้ยากเย็นนัก เธอก้มหน้าและประสานมือยันร่างทั้งร่างไว้กับหัวเข่าทั้งสองข้าง อดีตไม่มีวันย้อนกลับคืนมา

จองยอนสอดแขนอุ้มนาโกะมาพาดไว้แนบอก เธอเดินไปยังห้องเล็กของลูกสาวก่อนที่จะวางร่างนั้นลงอย่างเบามือ ดึงผ้าห่มลายคิมบ้า ขึ้นมาคลุมถึงอกแล้วจูบหน้าผากบอกลาด้วยน้ำตาเหมือนทุกค่ำคืน


ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน..



**********************************************************************************************************************************************************
สวัสดีค่า
เรื่องนี้เปลี่ยนแนวนะคะไม่ต้องใช้แต้มบาปแล้วค่ะ ใสๆนะคะ ทำบุญทำทานสั่งสมบุนกันไป ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ใสๆบ้างเถอะ ไม่รู้ว่าจะเป็นแนวที่ทุกคนอยากอ่านกันรึเปล่า ซอฟๆค่ะ ฟีลกู๊ดของจริงละ ไม่ใช่ฟีลกู๊ดแบบ401นะ คนละฟีลคนละกู๊ดสองกู๊ด ถถถถถ หวังว่าทุกคนจะชอบเรื่องนี้ค่ะ หวังว่าทุกคนจะเอ็นดูนาโกะกับหมะม้ายูจองยอน ฮ่าๆๆๆๆ หวังว่านะคะ

ปล. #คนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #160 TRIPLE O (@OLESUNGSONE21) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 19:55
    ชอบง่ะ 5555555 จะแวะมาให้กำลังใจบ่อยๆ นะ แต่แอบเห็นว่ามีหลายตอนแล้ว ทั้งๆ ที่พน มีงานสำคัญ แต่ติดกับดักเรื่องนี้เข้าแล้วหล่ะ ตายๆ 555
    #160
    0
  2. #83 error598081 (@Reawhen) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 21:08
    แรงบันดาลใจจาก sleepless in Seattle แน่เลย ฮือออออชอบหนังเรื่องนั้นมากก
    #83
    1
  3. #20 Yoo_JY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:46
    "ยูคุง" 555555555555555



    เริ่ทต้นเรื่องก็น่าสนใจเลย ประทับใจในความแสบของนาโกะจังมาก (ไม่รู้ทำไมต้องนึกถึงน้องแชงตอนอ่านถึงนาโกะทุกที)



    ขอบคุณไรเตอร์นะคะ
    #20
    0
  4. #19 mellowmelon (@kimflpdc) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:18
    ก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมถึงได้พูดออกมาจนได้ ฮืออออออ ออกจากวังวงของอดีตกันนะคะพิจองของน้องงง
    #19
    0
  5. #12 Salmonz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:55
    นาโกะน่ารักกกก

    อยากให้นายอนจองยอนเจอกันไวๆจุง

    รอติดตามอยู่นะะะ
    #12
    0
  6. #9 mino00 (@mino00) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:53

    Do you believe in destiny?
    I do.
    Because if it's not because of destiny we'll never be met.
    #9
    0
  7. #8 ufilliz (@ufilliz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:44
    พรหมลิขิต ต้องเป็นพรหมลิขิตของนายอนแน่ๆ (เสียงคุณแม่นายอน) หุย มันโรแมนติกมากเลยนะคะ คนที่ได้ยินแค่เสียงแต่อิมแพคอีกคนได้มากมายขนาดนี้เนี่ย
    นาโกะน่ารักน่าหยิกมากๆเลยค่ะ ช่วยดันนายอนให้เป็นเมียใหม่ของม๊าหนูด้วยนะคะ ยูจองยอนจะย้ายแผนกแล้ว หวังว่าพรหมลิขิตจะทำงานอีกรอบนะคะ กรี๊ดๆๆ
    ฮืออ เราชอบพล็อตมากเลย จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #8
    0
  8. #7 InuSmall (@nishishi48) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:47
    รู้สึกถึงความน่ารักมุ้งมิ้งของเรื่องนี้ ชอบความแสบของนาโกะทำให้เรื่องดูมีความละมุนแน่ๆเพราะมีความแม่และเด็ก 5555555

    แต่พิจองมีความป็อปและฮอตสาวๆติดต่อมามากมาย การย้ายสาขาครั้งนี้ก็ขอให้เจอกันนะ

    แต่พอสถานที่เป็นญี่ปุ่นไม่รู้จะฟีลกู๊ดจริงๆหรือป่าว กลัวดราม่าจากคนรอบข้างโดยเฉพาะแม่ของนายอน 

    แต่บอกว่าฟีลกู๊ดขอให้ฟีลกู๊ดจนจบนะคะกลัว 5555555555
    #7
    0
  9. #5 #171717 (@rensone_ty) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:56
    มาแค่เสียงยังฮอตขนาดมีสาวมาขอเบอร์เป็นร้อย ถ้ามีหน้าให้เห็นด้วย สาวๆจะไม่โทรมาขอเบอร์กับรายการจนสายไหม้เลยเหรอคะ555555

    นากาโนะซังดูเป็นผู้ชายที่ดีนะคะ สุภาพ เรียบร้อย เจนเทิล ดูรวมๆแล้วก็ดี แต่ก็จืดชืดน่าเบื่อ /อ้าว
    #5
    0
  10. #4 viewss_taeyeonss (@viewss_taeyeonss) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:25
    คนรักเก่าของพิจองคือครายยยย
    #4
    0
  11. #3 ปักมุดฟิค (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:14
    คู่แข่งเป็นแม่ของนาโกะเยอะจังเลยค่า -///////////-

    นายอนถึงขั้นลืมคู่หมั้นไปเลย555

    รอเชียร์ค่าา เจอกันเร็วๆนะ 5555
    #3
    0