ตอนที่ 11 : ลาก่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    25 ธ.ค. 60

11.ลาก่อน


เป็นเราเองที่สบตากันอย่างนิ่งงัน ทุกอย่างหยุดนิ่งทั้งยูจองยอน มาซารุ และอิมนายอน ช่างเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอะไรอย่างนี้ นาโกะที่วิ่งรี่เข้ามาในตอนแรกทำตาโตเบิ่งค้างไว้อย่างไม่อยากจะเชื่อหูนัก ทว่าเด็กหญิงไม่ได้ทำอะไรไปกว่าการหยุดยืนเช่นกัน ใบหน้ายิ้มแยมในตอนแรกเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

เหมือนกับคนหูหนวก ยูจองยอนได้แต่มองภาพตรงหน้า จนกระทั่งได้ยินมันทั้งหมดขึ้นมาอีก เสียงประกอบจอแจภายในร้านอาหารของผู้คนทำให้เราไม่ได้เงียบเกินไปนัก ทว่าเหมือนกับทุกอย่างในใจกลับว่างเปล่า และไหลไปอย่างเชื่องช้า เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับผู้หญิงที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร

จองยอนคว้าตัวลูกสาว ดึงรั้งร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด คนตัวสูงโค้งศีรษะ นาโกะที่ถูกดึงมาตามแรงของแม่ก็ทำแบบนั้นด้วย

“ขอโทษที่รบกวนนะคะ ขอโทษจริงๆค่ะ”

ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่พอเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็เผลอสบตาหล่อนจนได้ พอได้ยินอย่างนี้กลับพูดอะไรไม่ออก การเผื่อใจว่าเขาอาจจะมีคนที่ชอบอยู่แล้วก็ยังไม่พอ นายอนยังไม่ทันได้พูดอะไรเพราะจองยอนหันหลังเดินออกไปก่อน ร่างสูงก้าวฉับๆออกไปที่ประตูทิ้งไว้แต่ความรู้สึกเจ็บแสนประหลาดใจอก

นายอนจ้องมองผ้าปูสีขาวอย่างกับถูกสาป ทว่ารักนั้นไม่ใช่คำสาปแต่เป็นกับดักที่หล่อนติดกันมันเข้าแล้ว ตอนนี้เองที่ได้รู้ว่าอะไรสำคัญกว่า เธออยากจะทิ้งเขาไว้ตรงนี้และวิ่งตามออกไป ทว่าทุกอย่างไม่ได้ง่ายดายอย่างนั้น หากการเป็นผู้ใหญ่ล้มเลิกอะไรได้ง่ายๆเหมือนเด็กๆก็คงจะดี


สองแม่ลูกไม่มีใครส่งเสียงอะไรออกมาอีกเพราะต่างคนต่างเอาแต่เงียบ ยูจองยอนก้มหน้าก้มตาเดินเพื่อกลับไปที่พัก ส่วนลูกสาวที่จับจูงมือของคนเป็นแม่อยู่ก็รู้ว่าตนไม่ควรจะพูดอะไรออกมาในตอนนี้ ทั้งหมดจึงดำเนินไปในความเงียบอย่างที่เคยเป็นมา

เหมือนจะทุกอย่างจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ

แต่ก็แย่ลงไปอีก

ท้องฟ้าก็มืดมาตั้งนานแล้ว นาโกะก็หลับไปได้พักใหญ่ ทว่าวันนี้ไม่ได้เหมือนกับวันก่อนๆ ทั้งที่ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลยแท้ๆในแง่ของความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เพียงแต่จองยอนได้รู้สึกถึงความรู้สึกในอกนี่อีกครั้ง

เพราะรักมักทำให้เจ็บปวด ทำให้มีพลังและทำให้หมดกำลังลงได้ง่ายๆ พละพลังของมันมหาศาล และยากที่จะควบคุม เธอจะทำอย่างไรได้ในเมื่อใจดวงนี้ไม่สามารถหยุดคิดถึงอิมนายอนได้เลย หล่อนช่างใจร้าย ใจร้ายที่ไม่บอกไม่กล่าว และปล่อยให้คิดว่าความรู้สึกของเราตรงกัน

ดวงตาเรียวจ้องมองเพดานที่กลายเป็นสีเทาเพราะความมืดเข้าคลุมครอบ เธอจ้องมองไปเบื้องหน้าทว่าเห็นทุกอย่างอยู่ในความคิด ทั้งเสียงและเหตุการณ์ต่างๆพวกนั้น ตอนที่ได้ยินว่า อิมนายอนกำลังจะแต่งงาน นั่นน่ะ เหมือนเทปเล่นวนซ้ำมาตั้งแต่สองชั่วโมงก่อน หล่อนหลับตาลงอย่างอยากจะหยุดความคิด แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลย

เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เพิ่งจัรู้สึกหิวก็ตอนนี้เอง จองยอนลืมไปเสียสนิทเพราะใจเอาแต่คิดถึงอิมนายอน คนที่อยากเจอมาตลอดหลายวัน สามเดือนที่ผ่านมานี้เราพูดคุยกันแทบทุกวันผ่านโทรศัพท์ที่หน้าทีวีบนโซฟาสีควอตซ์ตัวนั้น หล่อนไม่เคยบอก ไม่เคยแม้แต่จะพูดถึงมาซารุ

พอคิดอย่างนี้ก็ได้แต่รู้สึกเจ็บว่าที่ผ่านมาทั้งหมด ช่างสวยงามและเรียบง่ายราวกับความฝัน มีด้วยหรือที่เรื่องราวความรักจะแสนง่ายดายอย่างนั้น ไม่มีอะไรหยุดความคิดของเธอได้เลยนอกจากประโยคสั้นๆในหัวนี่

หล่อนกำลังจะแต่งงาน

หล่อนกำลังจะ แต่งงาน


เช้านี้เธอเก็บสัมภาระของตนอย่างเงียบเชียบ นาโกะเองก็ทำอย่างนั้น แม้จะซุกซนไปตามประสาแต่นาโกะเองก็คงจะช็อคอยู่เหมือนกันถึงได้เอาแต่เงียบ

สองแม่ลูกไม่ได้พูดอะไรกันตลอดเช้า ตั้งแต่ที่พักจนถึงสนามบิน พอมาถึงตรงนี้เป็นเธออีกที่คิดถึงคำสัญญาของหล่อนขึ้นมา ที่บอกว่าจะมาส่งน่ะ คงไม่ได้สำคัญอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะถึงจะเป็นอย่างนั้น เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรกับหล่อนดี อย่างไรเสียก็ต้องกลับไปเป็นคนไกลๆอย่างเก่าอยู่ดี

จะให้แสดงความยินดี ใจก็เจ็บปวดเกินกว่าจะพูดออกไปได้

หากเราเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆอย่างนาโกะก็คงจะดี ถ้าแค่หลับไปแล้วก็จะหลงลืมความรู้สึกพวกนั้นไปได้

แต่ถึงอย่างนั้นที่ยูจองยอนทำคือนั่งรอเผื่อว่าหล่อนจะมาจริงๆ แต่จนแล้วจนรอด เหลืออีกไม่กี่นาทีจะหมดเวลาเช็คอิน เธอจำต้องตัดใจเดินเข้าไป

หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว เธอทำมันอย่างเชื่องช้าเหมือนประวิงเวลาเพื่อรอปาฏิหาริย์ แต่ละก้าวช่างยากเย็น ยากที่จะเดินออกไปจากความรู้สึกเหล่านั้น ฮกไกโดเป็นสถานที่ที่สวยงาม อากาศหนาวทำให้คนรู้สึกเหงาขึ้นหรือเปล่านะ หรือทำให้เราเศร้าใจนานขึ้นหรือเปล่า

พอคิดอย่างนั้นสายตาเรียวกวาดมองรอบๆอีกครั้ง ที่ประตูนั่นไม่มีใครสักคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาว่าจะเป็นอิมนายอน ไม่มีใครเลยที่เหมือนหล่อน ไม่มีเลยสักคน..

ลาก่อน ฮกไกโด

เธอจะคิดถึงกันหรือเปล่า..


หล่อนวิ่งหอบหายใจเข้ามาใส่โถงรองรับผู้โดยสารของสนามบินอย่างเร่งรีบ วิ่งไปทางโน้นทางนี้ตลอดโถงกว้างขวางนี้ เมื่อกวาดตาดูที่เก้าอี้ไหนๆก็ไม่ได้มียูจองยอนคนที่อยากพบเลยสักที่ หล่อนกายใจเข้าออกอย่างยากเย็น เพราะความรีบร้อนทำให้ไม่ได้หยุดพัก

ทั้งที่สัญญาไว้แล้วแท้ๆ แต่กลับพลาดเสียได้

เพราะรถเต่าเจ้ากรรมดันมาตายกลางทางแท้ๆถึงได้มาช้าแบบนี้ คนน่ารักผมเผ้ายุ่งเหยิง เธอยกนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กที่พาดอยู่บนข้อมือขึ้นดูก็พบว่าคงไม่ทันแล้วจริงๆ แต่กระนั้นหล่อนก็ยังวิ่งไปที่ผนังกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า แสงแดดอุ่นของช่วงสายสาดเข้ามาให้ร่างกายอุ่นขึ้นมาอีกหน่อย

เธอสูดหายใจเข้าออกอย่างพยายามควบคุมให้ช้าลง เพราะเธอเอาแต่ไม่รู้สึกถึงใจตนเองทุกอย่างถึงได้เป็นอย่างนี้ เรื่องแสนง่ายก็กลับกลายเป็นเรื่องยากไปเสียได้

ที่ตรงนั้นเห็นสนามบินได้อย่างชัดเจน เครื่องบินลำแล้วลำเล่าขึ้นและลงมากมายในแต่ละวัน ยูจองยอนคงจะอยู่บนนั้นตรงที่ไหนสักที่บนฟ้านั่น

คนเหนื่อยหอบทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้รับรองผู้โดยสารขาออกอย่างเหนื่อล้า เธอไม่ได้แม้แต่จะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเลยสักนิด เรื่องของมาซารุชัดเจนขึ้นมาในใจว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอถวิลหา ทว่าจะทำอย่างไรได้นอกจากรอ รอให้หล่อนไปถึงฟุคุโอกะเพื่อที่จะได้ยินเสียงหล่อนอีกเพียงสักนิด

อิมนายอนในเสื้อสเวตเตอร์สีเขียวแก่ยกมือขึ้นกอดอกอย่างครุ่นคิดด้วยจิตใจกระวนกระวาย เมื่อนึกถึงสายตาของเขาอย่างนั้นที่ร้านอาหารแต่กลับคิดอะไรไม่ออก เธอควรจะรั้งหล่อนไว้ ไม่ใช่ปล่อยกันไปอย่างนี้ ทว่าทุกอย่างคงจะสายไปเสียแล้ว กว่าที่จะได้รู้สึกถึงใจดวงนี้

ช้าเกินไป..เธอมาไม่ทัน

ดวงใจที่จากไปแล้ว


“เรื่องคราวก่อนขอโทษด้วยค่ะ”

ยูจองยอนกรอกเสียงผ่านปลายสาย เพราะทันทีที่มาถึงยังไม่ทันจะได้จัดการสิ่งของต่างๆให้เรียบร้อยก็มีสายเข้ามาเสียก่อน เป็นคนที่เธออยากเจอมาตลอดหลายวันที่ฮกไกโด ทว่าความรู้สึกและบรรยากาศช่างแตกต่างออกไปจากเมื่อคราวก่อนที่เราได้พูดคุย

“ต้องขอโทษด้วยเหมือนกันค่ะ”

น่าแปลกที่ทั้งหมดกลายเป็นความอึดอัด ทั้งถ้อยคำแสนสุภาพ และคำขอโทษพวกนั้นน่ะ ไม่ชอบเลย

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ระวังเอง..”

หล่อนไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น แล้วเราก็เงียบลงไปอีก เงียบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีเสียงโครมครามในอกอย่างนั้น มันคงจะช้ำเกินกว่าจะโลดเต้นได้เหมือนเดิม

“ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี”

หล่อนตอบด้วยคำสุภาพ ยูจองยอนคิดว่าเราต่างต้องการเวลา และช่องว่างบางอย่าง เพื่อเว้นระยะให้ได้ครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์กันสักหน่อย

“ฉันขอเวลาได้มั้ยคะ”

“ฉันขอเวลาได้มั้ยคะ”

เพื่อที่จะจัดการทุกอย่าง

เราพูดออกมาเกือบจะพร้อมกัน คำพูดที่ตรงใจของเราเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ยิ้มกว้างอย่างที่เคยเป็น หากแต่ความรู้สึกอุ่นส่งประกายออกมาเพียงเล็กๆ บางอย่างที่เข้ากันได้ เพียงแต่ไม่มีอะไรเลยที่ชัดเจน

“พวกเราคงต้องการ..เวลา”

เสียงของหล่อนเหนื่อยอ่อนจากทั้งกายและใจให้คนฟังได้ยินแล้วใจอ่อนยวบลงไปอีก ยูจองยอนพูดแล้วทิ้งตัวลงนั่งลงบนโซฟาของเธอ เอนหลังและทิ้งบางอย่างที่หนักอึ้งลงบนนั้น โทรศัพท์เครื่องหนาวางอยู่ข้างกาย หล่อนหลับตา พลางยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมานวดคลึงที่ดวงตาหลังสนิท หลายอย่างผ่านมา รวดเร็วเสียจนตั้งตัวแทบไม่ทัน

ทั้งที่รู้สึกอย่างนั้น แต่กลับทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้อีกแล้ว เธอกรอกเสียงผ่านปลายสายเพื่อจบสิ้นบทสนทนา ไม่ใช่ถ้อยคำหวานหูให้นอนหลับผันดีเหมือนกับเมื่อวันก่อนๆ


“ถ้าหากไม่มีอะไรแล้ว..ฉันขอตัวพักผ่อนก่อนนะคะ..”


ถ้าหากหล่อนรั้งไว้สักนิด บางอย่างที่เคยเป็นอย่างที่เราเป็น


“ค่ะ”


ก็คงจะดีกว่านี้


เวลา..เท่านั้น


เกือบสองเดือนที่เราไม่ได้พูดคุยกันอีก จากฤดูใบไม้ผลิจนกระทั้งฤดูร้อนเริ่มต้น ก็ไม่มีการติดต่อจากฟุคุโอกะ ไม่มีสายเรียกหรือข้อความใดๆจากเขา นายอนเองก็ไม่ได้ทำแบบนั้น เราต่างถอยออกมาอย่างเงียบๆ แม้จะอยากอธิบายแต่กลับไม่มีความกล้ามากพอ อันที่จริงเธอยกหูขึ้นมาเรียกความกล้าตั้งหลายครั้งแต่กลับไม่กล้าพูด เพราะกับมาซารุเองเธอก็ยังปล่อยให้คาราคาซังไม่กล้าปฏิเสธ และเอาแต่บ่ายเบี่ยง

“อะไรนะ!! ทำไมแกไม่เล่าให้ฉันฟังล่ะ”

ซานะหวัดเสียงสูง เธอถลึงตามองนายอนอย่างเหลืออด  ว่าแล้วก็ทิ้งตัวนั่งกระแทกลงบนโซฟาข้างๆกัน หล่อนดูโมโหมากที่นายอนไม่ได้เล่าเรื่องที่ได้เจอกับจองยอนในร้านอาหารตอนที่มาซารุขอแต่งงานอีกครั้ง

“บ้าไปแล้ว แกทำอย่างนี้มันมีแต่จะแย่นะ”

“อือ”

ที่หล่อนพูดมันก็ถูก

“ถ้าไม่ใช่ทำไมแกไม่อธิบายกับคุณยูเขาไปเล่า ปล่อยให้คาราคาซังมาสองเดือนแบบนี้นี่นะ จะบ้า!”

“กับนากาโนะซังก็ยัง”

นายอนก้มหน้าก้มตาตอบเรื่องปัญหาคาราคาซังของเธอ เพราะไม่กล้าอะไรเลยสักอย่าง เธอยอมรับว่ามันยากเกินไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไรในตอนนี้

ผู้ชายที่แสนดีเพียบพร้อม กับผู้หญิงที่เธอมีความรู้สึกด้วย

หากยูจองยอนเป็นผู้ชายอะไรๆก็คงจะง่ายกว่านี้ หากแต่หล่อนก็รู้ใจตนเองอย่างแน่ชัดแล้วว่ากำลังรู้สึกอย่างไรกับหล่อน หล่อนไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือนกับหล่อน ยูจองยอนจากฟุกุโอกะคนนั้นน่ะ

“ฉันรู้นะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับว่าตัวเองชอบผู้หญิงน่ะ แต่มันก็ไม่ยุติธรรมกับใครเลย ทั้งคุณยู ทั้งคุณนากาโนะ”

“ฉันรู้..”

“รู้ก็ทำอะไรซักอย่างสิยะ!”


สิ้นสุดเสียงเพลงแสนหวานในค่ำคืนดึกดื่น อิมนายอนกำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น มือนุ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอกำลังใช้ความกล้าทำอะไรบางอย่าง

“ดีเจยูยูปุริน กับรายการคลื่นคนเหงานอนไม่หลับประจำคืนวันศุกร์เหงาๆ 1996 ค่า สุดสัปดาห์ที่ทุกคนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ ใครเหงาใจ นอนไม่หลับทำอะไรกันบ้างโทรมาเล่าให้กันฟังได้ค่า”

เสียงผู้จัดรายการเอ่ยชัดถ้อยชัดคำเสียงเธอฟังนุ่มหูดีนัก จนยูจองที่ตัดสินใจจะกดเปลี่ยนช่องต้องเปลี่ยนความคิด เธอเปลี่ยนจากจ้องจอโทรทัศน์แสนเงียบมาเป็นวิทยุแทน เพราะไม่อยากจะคิดถึงช่วงเวลาสั้นๆกับอิมนายอนเท่าใดนัก แม้จะได้รู้ข่าวคราวผ่านซานะซังมาบ้าง หล่อนมักจะส่งข้อความทางเพจมาบอกความเคลื่อนไหว ทว่ายูจองยอนไม่ได้ตอบอะไรมากกว่าคำขอบคุณ

หล่อนยังไม่ได้แต่งงาน แต่ก็ยังไม่ได้ตอบปฏิเสธ

หล่อนอาจจะต้องการเวลา ยูจองยอนคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง ทว่าเธอไม่ได้เร่งเร้า เพียงแต่ปล่อยให้หล่อนครุ่นคิดอย่างอดทน

“หลังจากโฆษณาเรามารับสายจากทางบ้านกันนะคะ”

เสียงรายการตัดเข้าโฆษณาเพียงไม่นานก็กลับมาช่วงที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่ ยูจองยอนฟังมันอย่างไม่ได้ตั้งใจนัก ความรู้สึกไร้ชีวิตค่อยๆคลืนคลานเข้ามาอย่างช้าๆ เพราะทุกอย่างรวดเร็วเกินไป


เวลาที่พวกเราต้องการ จะนำพาความรู้สึกแบบไหนมาให้กันนะ

หรือจะพัดพาให้ความรู้สึกนั้นจากหายไปอย่างช้าๆ


ยูจองยอนลุกจากโซฟาตัวเดิม ลูกสาวที่เข้าห้องนอนไปตั้งแต่ค่ำคงจะหลับไปแล้ว เธอหยุดยืนอยู่ที่หน้าต่าง เพราะเป็นต่างจังหวัดและบ้านหลังนี้ก็อยู่เสียชานเมือง ตอนกลางคืนถึงได้มืดจนเกือบสนิทอย่างนี้ เงียบสงบ ที่บนท้องฟ้านั่นเธอพยายามมองหาดาวสักดวง

ดวงดาว ฝืนฟ้า หรือความมืด ที่หล่อนอาจจะมองเห็นมันจากที่อีกฟากของเกาะญี่ปุ่นนี่ ทั้งที่เจ็บปวดอย่างนั้น แต่ก็กลับคิดถึงหล่อนขึ้นมาอีก ยิ่งในตอนที่วิทยุเปิดเพลงรักของบอยแบนด์ชื่อดังออกมา นึกถึงเสียงที่หล่อนร้องคลอไปตอนที่เราคุยกัน ช่วงเวลานั้นน่ะยูจองยอนลืมมันไม่ลง


“สวัสดีค่ะ”


หากแต่น้ำเสียงหนึ่งที่ทำให้เราหยุดนิ่งเมื่อนึกถึงดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงที่ข้างหน้าตายืนนิ่งไม่ไหวติง และครุ่นคิดว่าไม่ผิดแน่ เสียงนั่นน่ะ


“ฉัน.. คนนอนไม่หลับจากฮกไกโด ค่ะ”








#คนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #170 TRIPLE O (@OLESUNGSONE21) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 21:51
    นายอนทำไมไม่รีบๆ บอก มาซารุอะไรนี่ก็ดีนะ แต่แบบบ้างานมากจริงๆ รีบๆ แก้ไขเลย หงิดตามม
    #170
    0
  2. #127 หมาป่ารอวันหอน (@ufilliz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 20:14
    โอ้ยยย อิมนาย๊อนน ขอฝากซานะตีเธอซักป้าบได้มั้ย เราเข้าใจนะว่าการตัดสินใจในเรื่องอะไรแบบนี้มันไม่ได้ทำกันง่ายๆ ด้วยสังคมและความเป็นอิมนายอนด้วยแล้ว แต่เฮลโหลวว หล่อนปล่อยทิ้งเวลาไปตั้งนานโดยไม่อธิบายอะไรเลยเนี่ยนะ เค้าขอเวลา หล่อนก็ให้เค้าไปง่ายๆโดยที่ยังเข้าใจกันผิดๆงี้เหรอ โอยย แม่คนตามใจผัววว //อิน
    คุณยูกลายเป็นคนอกหักจากฟุคุโอกะไปแล้ว ตอนนี้ขอฝากกำลังใจจากทางบ้านให้คุณดีเจยูยูปุรินนะคะ ช่วยให้เค้าเจอกันมาทีนึงแล้ว คราวนี้ก็ช่วยให้เค้าเข้าใจกันซะทีเถอะค่ะ จะได้เลิกนอนไม่หลับแล้วไปหลับนอนกันซักที //ผิดดด 55555555555555555555555
    #127
    0
  3. #126 InuSmall (@nishishi48) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:03
    ประโยคที่บอกว่า ฉันขอเวลาได้ไหมคะ เรารู้สึกหน่วงมากอาจจะเป็นประโยคที่คิดว่าหน่วงที่สุดในเรื่องเลยยิ่งกว่าประโยคขอแต่งงานซะอีก เหมือนที่เคยบอกไปนายอนเป็นผู้หญิงทั่วไปมีกรอบล้อมรอบอยู่ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานพอสมควรกว่าจะกล้าพอที่จะทำอะไรขึ้นมา จะรอดูนะคะว่านายอนจะตัดสินใจทำอะไร
    #126
    0
  4. #125 MolerisE (@ammy1740) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 03:20
    นายอนก็ทำตัวไม่ถูกจะให้ตัดใจเลือกก็ยากเลยปล่อนค้างมาสองเดือนอีกสงสารทั้งคู่แล้วก็สงสารนาโกะจังแต่เพราะยังเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจอะไรมาก เพราะงั้นคนนอนไม่หลับทั้งคู่คะรีบๆคุยกันค่ะเพราะคนอ่านก็จะนอนไม่หลับเหมือนกันนะคะ ขอบคุณค่ะ
    #125
    0
  5. #124 Yoo_JY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 02:06
    อ่านไปก็หน่วงไป
    #124
    0
  6. #123 comexx (@ssnsd) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 00:46
    นายอนคะคุณต้องทำอะไรซักอย่างนะคะ ปล่อยให้คาราคาซังได้ยังไงสองเดือนคะ!!
    คุณต้องการเวลาไปถึงเมื่อไหร่! คนที่คุณรู้สึกดีด้วยคือยูจองยอนนี่คะ! /meเกรี้ยวกราด
    อยากรู้ว่าคนนอนไม่หลับจากฮอกไกโดคนนั้นจะโทรมาเล่าอะไร
    #123
    0
  7. #122 ALRISAPOPKA (@ALRISAPOPKA) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 00:33
    ได้กลิ่นอายของยุค90เลย
    ยุคที่การติดต่อกันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
    ถ้ารอเวลาให้ผ่านไปบางสิ่งก็จะเลือนหายไปเลย เพราะฉะนั้นคนนอนไม่หลับจากฮอกไกโดคะ รีบเลยค่ะรีบไปบอกเลยรอช้าเดี๋ยวไม่ได้นะค่ะ นกนะค่ะ555 รอตอนต่อไปค่าาาา
    #122
    0
  8. #121 2yeon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 00:20
    ก็ขอให้คนนอนไม่หลับจากฮกไกโดกับฟุคุโอกะลงเอยกันด้วยดีนะคะ
    #121
    0
  9. #120 geegano1 (@geegano1) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 23:18
    อิมนายอนชักช้าเดี๋ยวคุณยูมีสาวมาเกาะแกะนะ !!! 
    #120
    0
  10. #119 srch_cy (@srch_cy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 22:27
    ฝากซานะจัดการคุณเพื่อนด้วยนะคะ
    #119
    0
  11. #118 Puypepsin (@Puypepsin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 22:24
    ตัดจบได้แบบ ฮือ!!!! เธออย่าค้างคาไว้แบบนี้สิ
    นายอนควรจะทำอะไรให้ชัดเจนได้แล้ว ถ้าเรื่องมันมาขนาดนี้น่ะ
    ซานะนี่ก็ทำหน้าที่ได้ดีค่ะ หวีดกระชากสติเพื่อน 555 
    ก็อยากให้เข้าใจกันเร็วๆนะ ฟิคจะได้กลับมาออร์แกนิคเหมือนเดิม
    #118
    0
  12. #117 Ace-K (@paeicelatte) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 22:21
    รำนายอนแล้วนะคะ ทำไมหล่อนเป็นคนแบบเนร้!!! อยากไปช่วยซานะด่ามาก จะต้องการเวลาไปถึงเมื่อไหร่อะ นี่ยังไม่ชัดเจนพอแรกเหรอ แล้วนอนไม่หลับกันไปมาอยู่นั่นแหละค่ะ แล้วเมื่อไหร่จะได้หลับนอนกันคะ?!!! (เดี๋ยวๆ) เกรี้ยวกราดไปนิดค่ะซอรี่ 555555555
    #117
    0
  13. #116 #171717 (@rensone_ty) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 21:34
    มันก็จะหน่วงหัวใจหน่อยๆ นากาโนะซังไม่ผิดที่จะขอนายอนแต่งงาน แต่ก็นั่นแหละ นายอนเลือกคุณยูนี่นา ต่อจากนี้จะทำยังไงล่ะ
    พูดถึงรายการคลื่นวิทยุ นายอนจำเสียงจองยอนไม่ได้แต่จองยอนกลับจำได้แม่น ฮ่าาาา
    #116
    0
  14. #115 viewss_taeyeonss (@viewss_taeyeonss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 21:22
    อย่าปล่อยให้มันคารังคาซังอย่างนี้สิ้~
    #115
    0