[Fic] 福岡の不眠な人[2yeon][Twice]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,387 Views

  • 216 Comments

  • 388 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30

    Overall
    9,387

ตอนที่ 18 : [SP] แม่ยุ่ง ม๊าไม่ว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 672
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    25 ธ.ค. 60


“โหยม๊าาาาาา ไรอ่ะ ไม่เอาอ่ะ”


นาโกะร้องตะโกนโวยวายจนแทบจะกระโดดเหยงๆอยู่ตรงหน้าคนเป็นแม่ จองยอนยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วส่ายหัวเหนื่อยใจ แน่ล่ะ เธอรู้อยู่แล้วว่านาโกะจะต้องไม่พอใจแล้วก็โวยวายอย่างนี้ แต่ยังไงล่ะ

“อายุสิบแปดแล้วนะนาโกะ ยังจะงอแงอีก”

ยูจองยอนว่าอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ลูกสาวทำหน้างอง้ำ ยู่ปากกับจมูกติดกันจนน่าตลกเหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิด

“โฮ่ย..ม๊าาา ไม่เกี่ยวกับอายุสิ นี่มันคริสต์มาสนะ คริสต์มาสเลยนะ!”

สาธยายเหตุผลด้วยท่าร่างยิ่งใหญ่สมกับเป็นเจ้าตัวแสบ นาโกะที่อายุมากขึ้นกว่าเมื่อปีที่แล้วยังคงตัวเล็กกว่าใครทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาสีควอตซ์ตัวเก่าแรงๆ

“นี่ เบาๆหน่อย มันเก่าแล้วนะ”

โดนคนเป็นแม่เอ็ดเข้าให้อีกเพราะเธอรักโซฟาตัวนี้มาก ร่างสูงนั่งลงข้างๆลูกสาวใบหน้าสวยจัดยังคงงดงามแม้วัยของหล่อนจะมากขึ้นกว่าปีก่อนก็ตาม ทั้งหม่าม๊าและนาโกะยังกอดอกเอนหลังพิงเข้ากับโซฟาตัวเดิมด้วยท่าทางคล้ายกันจนน่าขันให้คนที่แอบมองอยู่เผลอยิ้มออกมาให้กับสองแม่ลูกที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอดไม่ว่าจะกี่ปีก็ตาม

นาโกะถอนหายใจดังพรืดแล้วย่นจมูกอย่างไม่พอใจที่คนเป็นแม่จะมาทิ้งกันไปฉลองสองต่อสองกับคุณแม่ที่สกีรีสอร์ทแบบนั้น

นาโกะไม่ยอมอ่ะ!!


“ทานข้าวได้แล้วจ้า”

เพราะเห็นว่าคงจะเอาแต่เงียบทำสงครามประสาทกันอย่างนั้นนายอนถึงได้เอ่ยทำลายความเงียบ ระฆังดังขึ้นเมื่อถึงมื้อค่ำ นาโกะกรอกตาไปมาบนเก้าอี้ของตนเองระหว่างที่ดูกิริยาเอาใจใส่ที่มักเห็นจนชินตา และยิ่งเพิ่มเติมความหวานเมื่อถึงช่วงหน้าเทศกาลของคุณแม่ทั้งสอง

“เหลือแค่เช็คความเรียบร้อยอีกรอบก็เสร็จแล้วค่ะ”

นายอนพูดขึ้นถึงเรื่องการจัดกระเป๋าสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้ ดวงตาของหล่อนเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุขระยิบระยับ นาโกะรู้สึกแสบตากับความีักอันเจิดจ้าปนเศร้าใจที่ต้องถูกทิ้งติดแหง็กอยู่ที่นี่คนเดียว จองยอนพยักหน้ายิ้มๆ เธอสบตากับคนรักที่มองบุ้ยใบ้ไปทางนาโกะให้เธอวางตะเกียบลง และสนใจลูกสาวขึ้นอีกหน่อย

“นาโกะจัง..”

เป็นอิมนายอนที่พูดขึ้น เธอสังเกตเห็นดวงตาเหงาหงอยอย่างกับลูกแมวของเด็กสาวตัวเล็กมาตั้งแต่วันที่รู้ว่าจะไม่ได้ฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับครอบครัวเหมือนกับทุกปี นาโกะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนเป็นแม่ อิมนายอนนางฟ้าแสนใจดีของเธอ ดวงตากลมโตจ้องมองลูกสาวอย่างนึกเอ็นดู หล่อนยกมือขึ้นจับศีรษะเล็ก กดน้ำหนักลงบนกลุ่มผมนุ่มเหมือนกับที่เคยทำเมื่อตอนที่ยังเด็กกว่านี้

“พวกเราไม่ได้จากกันไปไหนสักหน่อย”

เธอให้เหตุผลซึ่งลูกสาวพยักหน้ายอมรับ แล้วจึงพูดต่อ

“ตอนที่เรากลับมาก็มาฉลองย้อนหลังก็ได้ หรือจะฉลองทุกวันที่นาโกะอยากฉลองก็ได้”

“เพราะทุกวันคือวันพิเศษ และนาโกะ คือ ของขวัญของม๊า”

เป็นจองยอนที่พูดขึ้นมาบ้าง เธอดึงลูกสาวเข้ามากอดด้วยแขนข้างหนึ่งจนลูกสาวตัวเอียงเพราะแรงกอดให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามยิ้มตามไปด้วย แต่ไหนแต่ไรใครจะรู้ใจนาโกะเท่าแม่ของเธอนั้นไม่มีเสียหรอก ถึงจะดื้อไปบ้าง แต่นาโกะก็ยอมจำนน ยอมรับในเหตุผลนั้น เพราะว่าโตแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นนาโกะก็ยังเป็นนาโกะอยู่ดี

“ก็ด่ะ.. ไว้กลับมาจะกินฉลองให้พุงแตกเลย”

คำพูดนั้นทำเอานายอนยิ้มขำให้กับความแสบสันไม่มีวันเปลี่ยนของนาโกะ นาโกะทำหน้ายู่เบ่งพุงป่อยให้คนเป็นแม่ส่ายหัวบอกว่าน่าเกลียดน่ะนาโกะ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเรากลับหัวเราะออกมา


ไม่เปลี่ยนไปเลย ความรู้สึกของพวกเราน่ะ


พอไม่มีเจ้าของเสียงสนั่นบ้านที่คอยโหวกเหวกโวยวายอยู่ตลอดเวลา บรรยากาศก็เงียบไปถนัดใจ แม้ว่าตรงนี้จะเป็นจุดเล่นสกีที่ค่อนข้างพลุกพล่าน แต่เสียงคนมากมายกับเสื้อผ้าหลากสีสันที่ตัดกันไปมาอยู่ตรงกน้าก็ยังเทียบความวุ่นวายกับยัยเด็กป่วนที่ถูกทิ้งไว้ห่างไกลหลายร้อยกิโลเมตร ได้ยินหัวเราะแผ่ว ไม่ทันไรก็คิดถึงขึ้นมาเสียแล้ว


“คิดถึงลูกสาวล่ะสิ”

“คุณเองก็เหมือนกัน”


ยิ้มให้กันแล้วก็ค่อยเดินย่ำหิมะผืนหนาใต้เท้า จองยอนดูเก้ๆกังๆกว่ากับรองเท้าสกีที่เธอเพิ่งเคยได้สวม ถ้าเป็นนาโกะล่ะก็คงวิ่งนำหน้าไปเสียไกลแล้ว อดคิดขึ้นมาไม่ได้ เพราะว่าอยู่ด้วยกันตลอดเวลามาเสียหลายปี

“ระวังค่ะ”

จองยอนเกิดลื่นในตอนที่ก้าวไม่เต็มเท้าจนนายอนต้องรีบช่วยประคอง

“อย่าเหม่อสิคะ จะถึงทางลาดแล้วมันอันตรายนะ”

“สกีเนี่ยคงไม่เหมาะกับคนทางใต้อย่างฉันหรอกค่ะ”

จองยอนหัวเราะแก้เขิน ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยมาทำอะไรแบบนี้นี่แหละ แม้ในตอนที่นาโกะยังเด็กมักจะรบเร้าให้พาอยู่ทุกปี แต่ด้วยหน้าที่การงานรัดตัวทำให้ไม่มีโอกาสเอาเสียเลย

“งั้นไปพักก่อนน่าจะดีเนอะ”






“ปีนี้ชื่นมื่นสนุกสนานสุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ..”


นาโกะกดเปลี่ยนช่องทีวีทั้งที่ยังไม่ได้ฟังต่อ เด็กสาววัยรุ่นถอดทอนใจรู้สึกเหม็นเบื่อความสุขในเมื่อเธอต้องนั่นแกร่วอยู่ที่บ้านคนเดียวแบบนี้


โธ่เอ้ยยย ม๊านะม๊าพาคุณแม่หนีเที่ยวซะได้ จำไว้เลย!


รายการโทรทัศน์ช่องแล้วช่องเล่าที่คนตัวเล็กกดเปลี่ยนไปเรื่อยๆต่างก็เต็มไปด้วยสีสันบรรยากาศของวันคริสต์มาส แน่หละ วันนี้คือวันที่ 24 แล้วนี่นา อีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะถึงวันคริสมาสต์ขึ้นมาจริงๆ  ของขวัญก็เตรียมไว้แล้ว มันถูกวางไว้เหนือเตาผิง นาโกะที่กำลังเฝ้ารอเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังแบบดิจิทัล เลขวินาทีเล็กเปลี่ยนไปทีละตัวเลขอย่างสม่ำเสมอ อีกไม่นานเท่านั้น อาจจะแค่หนึ่งชั่วโมง แต่เด็กสาวรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย นาโกะยีหัวของตัวเองจนผมยาวสีดำขลับที่เป็นลอนน้อยๆยุ่งเหยิงขึ้นกว่าเดิม

เธอสวมเสื้อไหมพรมสีแดงตัวหลวมลายกวางเรนเดียร์ตัวเล็กๆสีขาวที่ซานะซื้อให้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสเมื่อปีก่อน คนตัวเล็กนั่งไม่ติดอยู่บนโซฟาคล้ายกังวลใจอย่างไรชอบกล

โอ้ยยยยย ห้าทุ่มแล้วให้ตายเถอะะะ

นาโกะวัยสิบแปดปีควานหามือถือของตนที่โยนไว้ที่ไหนสักที่บนโซฟา เมื่อกดดูก็พบข้อความส่วนมากเป็นของหม่าม๊าที่ส่งรูปมาอวดที่พักกับรูปของคุณแม่กับแก้วไวน์ แก้มอิ่มของหล่อนเปลี่ยนเป็นสีปรั่งจากมัน เธอเห็นกล่องของขวัญเล็กๆบนโต๊ะนั่นด้วย คงจะวางแผนเอาไว้อย่างดีเลยสินะ

ชื่นมื่นเหลือเกิ้นนนนนนน

นาโกะย่นจมูกทำหน้าเหม็นความรักสุดๆใส่โทรศัพท์ แม้ไม่มีใครเห็นแต่เด็กแสบก็ยังทำมันอยู่ดี ในขณะที่กำลังกวาดตามอง ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นมาทันที มันค้างอยู่บนหน้าจอแจ้งเตือนเมื่อนาทีก่อน

‘ซานะ : เปิดประตูหน่อย’


คนตัวเล็กเบิกตากว้างเธอถลันพรวดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วมองไปที่ประตูบ้าน อยู่ๆก็รู้สึกประหม่า ทั้งที่ทุกปีซานะก็จะมาฉลองคริสต์มาสด้วยแท้ๆ แต่ทำไมตื่นเต้นแบบนี้นะ นาโกะยืนละล้าละลังอยู่ที่หลังบานประตู เท้่าเล็กอยู่ไม่สุขอย่างกับยืนอยู่บนถ่านร้อนๆ

ก็แค่เปิดประตูเอง!

ด้วยอากาศที่หนาวเย็นขึ้นเมื่อเวลาสิ้นสุดวันคริสต์มาสอีฟใกล้เข้ามา หล่อนยืนรอได้ไม่นาน ซานะที่อยู่ด้านนอกชักจะสั่นขึ้นจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลง เธอกดกริ่งหน้าบ้านซ้ำเป็นครั้งที่สองแล้วตามมาด้วยเสียงทุบปึงปังหลังบานไม้แข็งจนร่างเล็กที่มัวแต่ชั่งใจสะดุ้งโหยงลนลานรีบเปิดประตูให้หล่อนที่ยืนรอ

“ช้าเป็นบ้า หนาวนะรู้มั้ย!!”

มินาโตะซากิวัยสามสิบแปดปียังสวยสะพรั่งบ่นกระปอดประแปด ขาเพรียวก้าวเข้ามาในบ้านของเพื่อนสนิทโดยที่ไม่ต้องขออนุญาต เพราะว่าปีนี้ไม่มีการฉลองคริสต์มาสและร่วมทานอาหารมื้อใหญ่เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมาที่เธอมักจะมาเป็นแขกพิเศษอยู่เสมอจึงทำให้บ้านหลังนี้เงียบเหงาลงไปถนัดตา แม้จถูกตกแต่งด้วยต้นสนและหลอดไฟทำให้บรรยากาศเข้ากับเทศกาล แต่กลับมีคนเพียงแค่สองคนยืนอยู่ที่นั่น


นาโกะกับซานะ


“นั่งก่อนสิคะ จะหาอะไรมาให้ดื่ม”

นาโกะพูดตะกุกตะกักประหลาด ทำตาเลิกลั่กเมื่อทั่งคู่อยู่ที่โต๊ะเล็กหน้าเตาผิง เธอประหม่าเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรดี เอาเข้าจริงแล้วนาโกะก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าในปีนี้เธอโตขึ้นอีกหน่อย เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังตัวเล็กกว่าใคร ซานะมองแผ่นหลังบางที่แสนคุ้นเคยผลุบหายเข้าไปในครัวจนลับสายตา

ร่างเล็กกลับมาพร้อมกับโกโก้ร้อนสองแก้วในมือ เธอนั่งนิ่งๆมองเปลวไฟจำลองที่ทำขึ้นจากเครื่องทำความร้อน พวกมันไหวพริ้วด้วยแรงลมเพราะทำจากกระดาษตกแต่ง

ที่หน้าเตาผิงพวกเราต่างก็เงียบไปทั้งคู่ทั้งที่อยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกันแท้ๆ โซฟาสีควอตซ์ตัวเก่าที่ถูกลากมาไว้ตรงนี้เพื่อเตรียมรับแขกเมื่อชั่วโมงก่อน ซานะไม่ชอบความเงียบนี่เลย เพราะเธอกำลังรู้สึกว่านาโกะไม่ใช่นาโกะอย่างที่เคย เด็กหญิงกุมมือของตัวเองที่ชื้นขึ้นจากเหงื่ออย่างไม่รู้ว่าจะวางมันไว้ตรงไหน น่าแปลกที่แม้จะเป็นบรรยากาศน่าอึดอัดใจ แต่กลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

“เธอมีอะไรกินบ้าง”

คนโตกว่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เธอจ้องมองใบหน้าของคนที่ไม่ยอมหันมองกันตรงๆเลยตั้งแต่ที่มาถึงที่นี่

“ไก่ทอดกับเค้กขอนไม้”

นาโกะบอกพร้อมกับยกถังไก่ที่ถือติดมือมาด้วยชูให้น้าสาวดูแว๊บหนึ่ง เธอก่อนจะถามบ้าง

“แล้วเธอล่ะ?”

“นี่ เรียกให้มันดีๆหน่อยสิ ฉันเป็นเพื่อนแม่ของเธอนะ”

“โอเคๆ น้าซานะ มีอะไรกินบ้างคะ?”

“นักเก็ต”

“สิ้นคิด”

“นี่!!”

เธอเองก็ชักจะตื่นเต้นเมื่อนาโกะมาทำตัวประหม่าๆใส่ แต่หลังจากนั้นก็ได้แต่หัวเราะ บรรยากาศบางอย่างอุ่นขึ้นเมื่อมีเสียงของการหาเรื่องกัดกันเล็กๆจากนาโกะ

“นั่งบนพื้นกันมั้ย?”

ซานะเป็นคนพูดขึ้นให้คนตัวเล็กพยักหน้าเร็วๆเป็นการตอบรับ ร่างเล็กกว่าไถลตัวลงไปที่พื้นที่ถูกปูด้วยพรมหนา เจ้าของบ้านเอนหลังพิงกับโซฟาสีควอตซ์ตัวเก่า และซานะก็ทำตามในแบบนั้น เพราะว่ารู้สึกเกร็งขึ้นมา นาโกะหยิบลำโพงที่วางเตรียมเอาไว้เพื่อเชื่อมต่อด้วยสายกับโทรศัพท์มือถือ เธอเปิดเพลงสร้างบรรยากาศไปกับมารายแครี่ย์และเพลงอมตะนิรันดร์กาลของเธอ เราต่างรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอีกเล็กน้อยเมื่อมีทั้งเสียงเพลงและอาหารเป็นจุดสนใจที่มากกว่า

“ต้องใส่จานมั้ย?”

นาโกะถามขึ้นบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ล้วงมือลงไปในถัง พร้อมหยิบชิ้นแรกเข้าปากไปแล้ว นาโกะนี่แหละนะ

“ตะกละ นี่โตเป็นสาวแล้วนะ”

ซานะตีมือเล็กดัง เพี้ยะ! ถึงหลักฐานคาปากแบบนั้นเด็กสาวได้แต่ยักไหล่ไม่ยี่หระในคำว่ากล่าวของคนโตกว่า ซานะไม่ได้จริงจังกับมันเท่าไหร่หรอก อาจจะเพราะชินเสียแล้ว เห็นแบบนี้มาตั้งหลายปีนี่นา

“เอ็บนะ อัยอ้า” (เจ็บนะ ยัยป้า)

“ฉันไม่ใช่ป้า!”

นาโกะเบะจนปากคว่ำมองหน้าง้ำงอของคนแก่กว่าแล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ซานะไม่รู้จะใช้คำไหนได้เหมาะเท่าคำนี้อีกแล้ว ใบหน้าเล็กยื่นเข้ามาหมายจะกุมชัยชนะในสงครามน้ำลายครั้งนี้

“แล้วงะ ไม่ให้เรียก ‘ป้า’ จะให้เรียก ’ที่รัก’ รึไง?”

ซานะยิ้มเยาะ เธอจะไม่ยอมง่ายๆเสียหรอก ปล่ยให้เด็กได้ใจแบบนี้จะเลี้ยงกันต่อไปได้ยังไง เหลิงพอดี

“งั้นก็เรียกที่รักเถอะค่ะ”

หล่อนไม่พูดเปล่า มือนิ่มยื่นหยิบยกเอาปลายคางมนน้อยของนาโกะขึ้นมาอย่างถือวิสาสะถึงเนื้อถึงตัวอย่างคนอยากแกล้ง แต่ไหนแต่ไรซานะไม่เคยทำกริยาแบบนี้เสียหน่อย เสียงอ่อนเสียงหวานแบบนั้นทำเอานาโกะนั่งตัวแข็งเป็นหิน สงบปากสงบคำเหมือนกลืนลิ้นลงท้องไปแล้ว

“บ้า เอามือออกไปเลยนะยัยป้า”

นาโกะที่พอได้สติรีบปัดมือออกเป็นพัลวันจะยอมเสียฟอร์มได้ยังไงล่ะจริงมั้ย เจ้าตัวเล็กแกล้งทำหน้ายู่ตอนที่ซานะกระเถิบเข้ามาจนต้นแขนชิดกัน ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกอุ่นขึ้นมาจากตรงนั้น

สัมผัสนุ่มนิ่มอุ่นจัด ซ่านไปทั่วทั้งกายและใจดวงน้อยที่เต้นถี่ขึ้นมา แม้เป็นเพียงแค่การแตะกันเบาๆของต้นแขนและหัวไหล่ใต้เสื้อกันหนาวเนื้อหนา


ก็เพราะว่าเรารู้สึกอย่างนั้น..

เราถึงได้รู้สึกอย่างนั้นต่อกัน


ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าที่อาหารและของหวานจะถูกจัดการ ทั้งซานะและนาโกะแย่งกันกินจนอิ่มจัด และแน่นอนว่านักเก็ตส์ชิ้นสุดท้าย..

“นี่ของฉัน!”

“นี่ของนาโกะ”

ถึงจะตัวเล็กแต่ก็ไวกว่าซานะที่อุ้ยอ้าย มินาโตะซากิซานะวัยสามสิบปลายๆไม่คล่องแคล่วเหมือนเคย อย่างที่เคยเป็นมานาโกะแย่งมันไปได้เสมอ มือเล็กรีบส่งนักเก็ตส์ชิ้สุดท้ายไปงับอวดไว้อย่างผู้ชนะ

“หยุดเลยนะยัยเด็กขี้ขโมย”

ยอมเสียที่ไหน ยอมไม่ได้มินาโตะซากิ ซานะ ไม่มีอะไรจะเสีย เธอพุ่งเจ้าไปหาคนข้างๆที่ตกใจลืมถอย ร่างเล็กทำได้เพียงแค่เอนไปอีกด้าน แต่เอนจนสุดตัวแล้วซานะก็ยังตามมาทันอยู่ดี

มือนุ่มใช้ยันตัวไว้กับพื้นที่ถูกปูด้วยพรม ในขณะที่นาโกะนอนจนเกือบราบลงบนพื้นตรงพื้นที่หน้าโซฟาสีควอตซ์ตัวเก่า ใบหน้าสวยหวานจู่โจมลงมาฉกเหยื่ออย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เด็กสาวจะทันได้ตั้งตัว

ในวินาทีนั้นหล่อนกระซิบ

“ไหนๆก็อายุสิบแปดแล้วนี่เนอะ เสียสละมันให้ฉันเถอะที่รัก”

ริมฝีปากนุ่มนิ่มเหมือนเจลลี่ที่เคยชิมเมื่อปีก่อนยังนุ่มเหมือนเก่า ลมหายใจของหล่อนอุ่นชื้น ดวงตาคู่สวยงดงามวิบวับอย่างละสายตาไม่ได้ เมื่อหล่อนใกล้เข้ามาเธอแทบจะไม่รู้สึกถึงร่างกาย ทว่าหัวใจรัวเร็วเหมือนกลอง ยิ่งตอนที่หล่อนงับเอาชิ้นไก่ที่ยื่นออกมาจากริมฝีปากคู่เล็กเพียงน้อยนิดอย่างอ้อยอิ่งจงใจ ปลายจมูกที่สัมผัสโดนกับเพียงเล็กน้อยทำเอานาโกะต้องหลับตาปี๋

เพราะซานะไม่เคยเป็นคนเริ่มก่อนนาโกะถึงได้เหมือนถูกถอดเอาถ่านออก อ่อนปวกเปียกอยู่บนพื้นและถูกชิงนักเก็ตส์อีกครึ่งชิ้นที่ยื่นออกมาอย่างง่ายดาย

แพ้แล้ว

ทันทีที่ซานะถอยทับกลับไปนั่งข้างๆบนที่ทางของหล่อน ร่างเล็กลุกกระเด้งขึ้นมานั่งพร้อมทั้งกอบกุมหัวใจที่กระเด้งกระดอนไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้ โธ่เอ้ย

“กาก”

ถึงจะโดนซานะพูดอย่างนั้นด้วยสีหน้าเยาะเย้ยยิ้มแย้มแต่นาโกะกลับนึกอะไรไม่ออกนอกจากปล่อยให้หล่อนล้อเล่นไปอย่างนั้น ก้มหน้างุดบ่นกระปอดกระแปดไปตามประสา ซานะคงจะเห็นว่ามันน่ารักดีถึงได้เอามือมาหยิบแก้มซ้าย อก้มขวา แกล้งไม่หยุด

“โอ้ยยย หยุดเลยนะ น่ารำคาญ”

เบื่อเสียงหัวเราะใสๆของหล่อนเสียจริ๊ง มีความสุขบนความสุข(แบบหัวใจจะวาย)ของคนอื่นได้ยังไงกัน!

“โถ่ นาโกะจังของน้า~”

สายตาของหล่อนวิบวับต่างจากวันก่อนๆ

“เงียบไปเลยนะ!”


จนกระทั่งงานเลี้ยงถึงเวลาต้องเลิกลา ทว่าเรากลับทำตัวเหมือนปกติ ซานะเก็บข้าวของของเธอใส่กระเป๋าถือที่ใช้ประจำ นาโกะก็ด้วย จัดการล้างเก็บทุกอย่างจนเสร็จ แม้จะยากลำบากและช้าลงจากการถูกซานะล้อเลียนและแกล้งกันไปมา ทว่ากลับรู้สึกพอใจที่ทั้งหมดเกิดขึ้นและเป็นอย่างนั้น

หญิงสาวหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูไม้หน้าบ้านมันถูกประดับตกแต่งไปด้วยช่อมิสเซิลโทขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก แม้เธอจะเป็นคนเปิดบานประตูนั้นเอง ทว่าในใจกลับร่ำร้อง ไม่อยากให้หล่อนไปเลย ไม่เลยสักวินาที

ในตอนที่ใบหน้าสวยหวานก้มมองกันอย่างนั้น เธอไม่เคยรู้สึกอยากกอดหล่อนเท่านั้นมาก่อน นาโกะที่อยู่ฝั่งหนึ่ง ในขณะที่ซานะที่สวมโค้ทเรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กส่งกระเป๋าถือของหล่อนให้

โค้ทสีชมพูดห่อหุ่มร่างแสนบอบบางอยู่ใต้นั้น ครั้นเมื่อบานประตูเปิดออกหิมะที่ตกอยู่ด้านนอกปรากฏอยู่บนสายตา สายลมเย็นปะทะน่างกายจนรู้สึกหนาวสั่นไม่ต่างกัน เราต่างจ้องกันอยู่ในความเงียบที่สว่างไสวไปด้วยแสงสีนวลจากหลอดไฟประดับ

ที่ใต้ช่อมิสเซิลโทนั้นมีเพียงแค่เราสองกล่าวอำลาและอวยพร


“เมอรี่ซ์คริสต์มาส”

“เมอรี่ซ์คริสต์มาสค่ะ”


นาโกะก้าวเข้าไปหาหล่อน ซานะก็ทำอย่างนั้น เมื่อได้สบตาหากเป็นเมื่อก่อน นาโกะก็คงจะเป็นคนเริ่มเหมือนเมื่อก่อน ทว่าครั้งนี้ซานะกลับทำให้มันเกินขึ้นมาบ้าง เธอแตะปลายนิ้วเย็บเฉียบลงบนแก้มเล็กสีชมพูปลั่งของคนเด็กกว่า เธอโน้มตัวลงไปหาอย่างไม่มีท่าทีลังเลที่จะมอบของขวัญชิ้นสุดท้ายในวันนี้

เมื่อริมฝีปากแตะต้องกันเพียงบางเบา นาโกะที่นิ่งไปเหมือนเมื่อชั่วโมงก่อนคว้าเธอเข้ามาก่อน วงแขนเล็กกว่าโอบล้อมรอบร่างกายเย็นเยียบให้อุ่นขึ้นจากทั้งริมฝีปากที่ตอบรับและอ้อมกอดที่เฝ้ารอ

ดวงตาคู่สวยวิบวับคล้ายผืนน้ำไหวระยิบเมื่อต้องแสงจันทร์ หล่อนงดงามเสมอมาไม่ว่าเมื่อไหร่ นาโกะที่ไม่อาจรู้ถึงจุดเริ่มต้นทว่ารักเหลือเกิน


ซานะของเธอ


“ถ้าหากคุณหนาวก็อย่าไปเลยนะคะ”


เสียงนั้นเอ่ยแผ่วเบาทว่าแน่ใจหนักแน่น นาโกะพูดออกไปด้วยความรู้สึกอย่างนั้น

เราที่ใต้ช่อมิสเซิลโทได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ยอมรับกันอย่างเงียบๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บเย็นยะเยือกนี้อุ่นขึ้นมาอีกหน่อยเมื่อสองมือเกาะกุมกันไว้ด้วยหัวใจที่รู้สึกถึงกัน

“ถ้าข้างนอกมันหนาวฉันก็จะอยู่กับเธอ”

หล่อนยิ้มขำกับท่าทางดีใจเหมือนเด็กๆของนาโกะ ทันที่ซานะก้าวกลับเข้ามาในบ้านนาโกะรีบเตรียมโซฟาสำหรับนั่งคุยกันเหมือนทุกที ถึงแม้อันที่จริงอาจจะเป็นการต่อล้อต่อเถียงกันเสียมากกว่าก็ตาม

ซานะทำได้เพียงหัวเราะน้อยๆ นาโกะมักจะทำให้เธอยิ้มได้เสมอ ถึงจะน่าปวดหัวไปบ้างก็เถอะ แต่นาโกะก็คือนาโกะ เด็กผู้หญิงที่ทำให้ใครต่อใครมีความสุขไม่รู้จักเบื่อ


ที่ยอมอยู่ด้วยวันนี้ก็เพราะข้างนอกมันหนาวหรอกนะ

ยัยเด็กบ้า



พอได้มองเธอแล้ว

พอได้มองเธอแล้วก็รู้สึกไม่ต่างไปจากเมื่อก่อนหน้านี้เลย อิมนายอนน่ะ ยังคงน่ารักและงดงามในแบบของเธอ ดวงตากลมโตจ้องมองอยู่ที่อีกฟากของเก้าอี้บุนวมตัวหนา ในมือหล่อนถือแก้วโกโก้ร้อนเอาไว้เพราะพวกเราตัดสินใจเข้ามาพักกันในห้องก่อน ทว่าพักได้ไม่นานนักฟ้าก็มือเสียแล้ว เพราะมืดแล้วเราถึงไม่ได้ออกไปที่ลานสกีนั่นอีก อุณหภูมิที่ลดลงต่ำจนติดลบหลายองศาทำให้ไม่อยากย่างกรายออกจากตัวอาคารเลยด้วยซ้ำ

ร่างสูงพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่ที่ข้างบานหน้าต่าง เมื่อมองจากด้านบนนี้ก็จะเห็นเนินลาดสีขาวโพลนกว้างสุดลูกหูลูกตา จองยอนถึงจะอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วก็ยังไม่ชินเสียทีกับอาหาศหนาวเย็นจับขั้วหัวใจอย่างนี้

ฮัดชิ้ว

หล่อนจามขึ้นมาทำลายบรรยากาศเย็นขรึม จากตรงนี้เธอยังได้เสียงอิมนายอนหัวเราะคิกๆให้อุ่นขึ้นมาทีละน้อย


“โธ่คุณ”


ยูจองยอนเช็ดจมูกตัวเองเพราะรู้สึกเสียฟอร์มที่ดันทำอะไรตลกออกมา จนกระทั่งนายอนเดินมาถึงตัวพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าของเธอพร้อมกับซับลงบนจมูกแผ่วเบา ใบหน้าน่ารักมีแววล้อเลียนอยู่ไม่ขาดจนจองยอนส่งสายตาดุห้ามปรามขึ้นมาบ้าง

“ทำเป็นนาโกะไปได้”

นายอนบ่นให้จองยอนถลึงตาใส่ ไอ้ท่าเก๊กๆกลัวเสียมาดแบบนี้ลูกสาวก็คงได้ไปจากเธอหน่อยๆแน่นอน แต่ใครจะไปยอมรับกันง่ายๆล่ะ

“คุณนั่นแหละติดเชื้อล้อเลียนจากนาโกะแล้ว”

ถึงจะกล่าวหากันอย่างนั้นทว่ากลับหัวเราะออกมา นี่ถ้าเจ้าตัวอยู่คงได้วุ่นวายกว่านี้แน่ๆ แต่ก็เพราะไม่มีถึงได้มีแต่เสียงหัวเราะคิกๆของคนสองคน

“จะพักต่อ หรืออาบน้ำคะ”

รีสอร์ทนี้มีบ่อออนเซนกลางแจ้งด้วยนะ ชมวิวไปแช่น้ำร้อนไปก็น่าจะดี คนหนึ่งว่าอย่างนั้น แต่จองยอนสั่นหัวดิกรีบบอกปัดรัวเร็ว

“แก้ผ้าอาบน้ำกลางแจ้ง ไม่ไหวมังคะ ภูเขาหิมะแบบนี้มันมีลิงด้วยไม่ใช่เหรอ”

แค่ตัวเดียวที่บ้านก็มากพอแล้ว พูดแล้วก็แอบพึมพำอยู่คนเดียวจนนายอนแอบอมยิ้มออกมาอีก เหมือนกันจริงจริ๊งสองแม่ลูก ถึงจะไม่เคยยอมรับเลยก็เถอะ

“นาโกะน่ะโตแล้วค่ะ ไม่ขนาดนั้นหรอก อย่าเอาเรื่องสมัยเด็กๆมานินทาแกสิ”

“...แล้วนั่นคุณจะไปไหนคะ”

จองยอนเอ่ยถามเมื่อเห็นคนรักลุกขึ้นยืนในทันทีที่จบประโยค

“หือ? ก็เตรียมตัวไปแช่น้ำสิคะ อยากไปดูลิงน่ะ”

ไม่รู้ว่าอิมนายอนพูดจริงหรือไม่ แต่คนฟังกระเด้งตัวผลุงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วรีบเดินเร็วไปดักหน้านายอนที่เดินไปจัดแจงเตรียมของในตู้เพื่อจะไปแช่น้ำ

“เดี๋ยวสิคะ อากาศมันหนาวมากเลยนะ”

อิมนายอนเดินอ้อมร่างสูงกว่าไปจนถึงตู้เสื้อผ้าจนได้ หล่อนหยิบของออกมาสองสามชิ้น อันที่จริงแทบจะไม่ต้องใช้อะไรนอกจากผ้าเช็ดตัวกับยูกาตะที่ทางรีสอร์ทตระเตรียมไว้ให้ตามขนาดส่วนสูงของผู้เข้าพัก ห้องพักที่นี่เป็นแบบญี่ปุ่น พื้นปูด้วยเสื้อ มีที่นอนทำจากฟูกวางอยู่ตรงกลางห้องสองที่ติดกัน ที่ตรงกลางเพดานเตี้ยๆประดับด้วยโคมไฟที่กรอบไม้ทำจากกระดาษ

ถึงหล่อนจะไม่ได้พูดเน้นอะไรเป็นพิเศษ แต่ประโยคสั้นๆนั้นก็ทำเอาจองยอนหยิบของใช้ตามออกไปแทบไม่ทัน คนกลัวลิงก็เหมือนจะกลัวอิมนายอนเสียมากกว่า ไม่สิ เขาต้องเรียกกว่าเกรงใจ


“ถ้าคุณไม่ไป ฉันไปหาเพื่อนเอาแถวนั้นก็ได้นะ..”


บ่อออนเซนกลางแจ้งของทางรีสอร์ทอยู่ถัดจากส่วนพักอาศัยออกไปไม่ไกลนัก ที่นั่นเป็นอาคารไม้ขนาดไม่ใหญ่นัก ประกอบด้วยล็อบบี้ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและทางเดินออกสู่ตัวบ่อรายล้อมด้วยร่องเขาและต้นไม้ที่ตอนนี้แห้งเตียนจากการผลัดใบ บรรยากาศไม่เลวนัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่บ่อรวมชายหญิงอย่างที่จองยอนวิตก หล่อนเดินตามนายอนที่ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ถึงจะเป็นการแช่น้ำกลางแจ้งธรรมดาๆ แต่คนอย่างจองยอนไม่ค่อยชอบกิจกรรมแบบนี้สักเท่าไหร่

อันที่จริงมีบ่อแบบในร่มด้วย แต่สาวเจ้าบอกว่าเดี๋ยวจะไม่ได้บรรยากาศ ร่างเล็กกว่าเดินนำเธอไปยังล็อกเกอร์ สองมือจับรวบเอาชายเสื้อแล้วถอดออกอย่างเคยชิน จองยอนก็ทำตามอย่างนั้น ถึงเธอจะเคยมาออนเซนมาก่อน และถึงเธอจะเป็นภรรยา แต่ปกติก็ไม่ค่อยได้อาบน้ำด้วยกันนี่นา..

“เร็วๆสิคะ”

คนน่ารักเอ่ยเร่งคนตัวสูงกว่าที่ยืนเก้ๆกังๆอย่างกับจะแกล้งกันอย่างนั้น จองยอนได้แต่บ่นในใจ เมื่อทำความสะอาดร่างกายตรงโซนอาบน้ำแล้วจึงเดินผ่านบ่อในร่มมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กกระจ้อยร่อยติดตัวเพียงหนึ่งผืนด้วยกันทั้งคู่ อิมนายอนคว้าประตูก่อนที่จะเปิดออกทันทีที่จองยอนเดินตามมาถึง

ลมหนาวพัดวูบเข้ามาจนหน้าชาแทบไร้ความรู้สึก ร่างกายสั่นสะท้านพากันเดินฝ่าลมหนาวมาถึงบ่อกลางแจ้ง มันถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาและเนินหิมะขาวโพลน ที่ขอบของบ่อน้ำร้อนถูกกั้นเขตด้วยหินรูปร่างเกลี้ยงมนอุ่นจากไอร้อนของน้ำแร่ จองยอนหย่อยเท้าลงไปในนั้น ไออุ่นร้อนของมันทำให้รู้สึกวูบไปทั้งกาย เพียงสักครู่ทั้งสองก็พาตนเองลงมาในบ่อได้สำเร็จ

ความร้อนอุ่นซ่านพัดมาจนถึงใบหน้า เพียงสองร่างที่นั่งอยู่ติดกันในบ่อน้ำร้อนอย่างผ่อนคลาย ไม่มีใครที่นี่ ไม่มีลิงอย่างที่นายอนแกล้งขู่เอาไว้ด้วย

“ไม่เห็นจะมีลิงเลย”

จองยอนที่โดนล้อขึ้นมาทำน่ายู่ อย่างกับภาพซ้อนของเธอคือนาโกะแน่ะ น้อยคนนักที่จะได้เห็นคุณแม่ในมุมแสนซนน่าหยิกแบบนี้ อิมนายอนหัวเราะคิก นึกสนุกที่ได้แกล้ง อันที่จริงพวกเธอไม่ค่อยได้ใช้เวลากันสองคนเท่าใดนัก นานๆทีได้อยู่กัยแค่สองคนอย่างนี้ ถึงจะเหงาแต่ก็ดีอยู่เหมือนกัน

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ”

ยูจองยอนพูดขึ้นมาบ้างหลังจากที่ปล่อยให้นายอนล้อตนจนพอใจแล้ว เพราะคำที่อยู่ๆก็พูดขึ้นมาช่างตรงกับที่นายอนคิดหล่อนถึงได้พยักหน้าตอบรับ

ดวงตากลมหวานจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคนที่กำลังซึมซับบรรยากาศสวยงามรอบกาย แม้จะขาวโพลนเย็นยะเยือกจนไหล่ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาหนาวสะท้าน แต่เราก็อุ่นขึ้นด้วยมือข้างหนึ่งที่เลื่อนไปเกาะกุมกันไว้ จองยอนเอาผ้าขนหนูวางไว้บนศีรษะ หล่อนยังคงเป็นผู้หญิงสวยจัดและแข็งขัน น่านับถือเสมอในสายตาของอิมนายอน และในตอนที่ใบหน้าของเราเคลื่อนเข้าหากันเธอก็ยิ่งได้รู้ว่าคนรักของเธอช่างงดงามและอบอุ่นถึงเพียงใด

ปลายจมูก และหัวไหล่ที่เย็นกว่าแตะกันแผ่วเบา เธอเอียงหลบให้ใบหน้าของเราได้แนบชิดกันมาขึ้น ลมหายใจอุ่นปะทะลงบนผิวก่อนที่ริมฝีปากจะทาบประทับ จุมพิตแสนหวานไม่รู้เบื่อ และถึงอากาศจะหนาวเย็นอย่างทุกปีจูบของเราก็อุ่นเสมอ กลีบปากแตะสัมผัสความนุ่มหยุ่น ละเลียดชิมทีละน้อยอย่างที่ใจต้องการ จุมพิตแล้วจุมพิตเล่าทำให้สายลมเย็นอันตรธานหายไปเสียตั้งแต่ตอนไหน ร่างกายอุ่นร้อนจนถึงใบหน้า ในขณะที่อบอวลไปด้วยไอจากผิวน้ำ ราวกับม่านหมอกบดบังสายตาและโอบล้อมเราไว้ด้วยความรู้สึก


“ถ้าหากฉันจูบคุณนานกว่านี้..เราก็คง...”


จองยอนสบสายตากับหล่อนตรงๆเมื่อเอื้อนเอ่ยความในใจ ดวงตาเฉี่ยวคมของคนสวยจัดที่นายอนว่ามันร้ายนักหนากับใจของเธอ หล่อนหลุบตาลงแล้วก็ต้องเสมองไปทางอื่นเสียดีกว่าเห็นร่างกายนั้น อิมนายอนที่กล้าแก้งเขามาตั้งแต่ต้นหายตัวไปอย่างลึกลับเสียแล้ว

“เราควรจะขึ้นจากน้ำก่อนที่จะเป็นลมนะคะ”

เป็นหล่อนเองที่ต้องลุกหนี ได้อย่างไรกันล่ะ รู้สึกเหมือนกับตอนคบกันใหม่ๆที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนั้นขึ้นมาจริงๆด้วย


กว่าจะรู้ตัวเธอก็ห่อหุ้มตัวเองด้วยชุดยูกาตะที่ตระเตรียมมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็รีบเสียจนยังเป่าผมไม่แห้งดีก็รีบขึ้นมาเสียก่อน จองยอนที่เดินตามมาถึงห้องพักทีหลังเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เสียจนน่าหมันไส้ บางทีเธอก็เห็นได้เลยว่าหากนาโกะโตขึ้นจะเป็นคนอย่างไรกันแน่

ยูจองยอนจัดการธุระของตนเองพร้อมกับที่เดินไปเปิดวิทยุตรงหัวเตียง มันถูกฝังเอาไว้บนนั้น คราวนี้หล่อนไม่ได้เปิดช่องทั่วๆไปเหมือนกับเวลาที่ฉลองกันที่บ้านแต่เป็นช่องสถานีของทางโรงแรม บรรยากาศในห้องสีสลัวจึงอบอวลไปด้วยแจ๊สในฤดูหนาวแสนหวาน อิมนายอนที่ไม่รู้จะทำจะตัวตัวอย่างไรแกล้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คเมล์ แต่ก็พบว่ามีเมล์จริงๆเสียด้วย จากซานะเพื่อนรัก เพื่อนผู้หวังดี นายอนเปิดอ่าน เธอพอจะเดาได้ว่าข้อความคงจะไม่พ้นแนวๆล้อเลียนอะไรเทือกนั้นแน่นอน


’ดีๆนะแก ฮันนีมูนๆ เผด็จศึกๆ งาบเลยนายอน พยายามเข้านะ!!’


“พยายามงาบบ้าอะไรล่ะ!”


หล่อนพูดใส่เอากับหน้าจอมือถือ มันน่านักเชียวยัยเพื่อนคนนี้ ไม่เคยพ้นเลย!

เธอพูดแล้ววางมือถือลงกับหัวเตียง คนที่ชะโงกหน้าดูอยู่นานถึงกับยิ้มขำให้กับท่าทางของหล่อน


“ปล่อยผมชื้นแบบนั้นเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ”

อิมนายอนที่นั่งอยู่บนฟูกนอนสะดุ้งเฮือกเหมือนเด็กทำความผิด ทั้งๆที่เธอก็ยังไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ยูจองยอนส่งไวน์ในแก้วทรงสูงที่ถือติดมือมาด้วยให้เธอแล้วนั่งลงข้างๆ นายอนรับมันมาไว้ในมือแล้วเริ่มจิบ หล่อนถือผ้าขนหนูผืนเล็กติดมือมาด้วย คนตัวสูงกว่าจับคนรักให้หันหน้าเข้ามาหากัน แม้ในตอนแรกหล่อนจะฝืนตัวไปเสียหน่อย แต่ก็ยอมทำตามแรงของอีกคนอยู่ดี

“ฉันเช็ดให้นะคะ”

ทั้งดวงตาและท่าทางการใส่ใจของหล่อนทำให้ปฏิเสธไม่ได้ นายอนยอมให้หล่อนทำตามใจ วางผ้าขนหนูไว้บนศีรษะ กดคลึงคล้ายกับการนวดลงบนนั้น ปลายนิ้ว และฝ่ามือที่กดย้ำอย่างช้าๆช่างอ่อนโยนเสียจนรู้สึกสั่นไหว ดวงตาคมฉายแววหวานที่จ้องมาอย่างไม่ปิดบังยังคงทำให้ดวงใจอุ่นขึ้นเสมอมา บรรยากาศของเราค่อยๆผ่อนคลายลงทีละน้อยๆอย่างที่เคยเป็นมา

อิมนายอนรู้สึกราวกับหล่อนเด็กขึ้นอีกเป็นสิบปียามเมื่อได้รับความรักจากคนที่รัก หากแต่รักของเราไม่มีอายุ ไม่ว่าอย่างไรเราก็ยังคงเป็นเราเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ความรักหล่อหลอมโอบกอดกาลเวลาเอาไว้ ยามเมื่อได้จ้องมองดวงตาคู่นั้นเราได้หลงลืมไปเสียทุกสิ่ง บรรยากาศรอบกายช่างไร้ความหมาย  เสียงเพลงแจ๊ส อากาศที่อบอวนไปด้วยกลิ่นของช็อกโกแลต และการเฉลิมฉลอง


เหลือเพียงแค่ยูจองยอน

คนรักของเธอ


“แห้งแล้วค่ะ”

จองยอนพูดขึ้น เธอที่หลงลืมเวลาไปชั่วขณะพร้อมกับไวน์แก้วแรกที่หมดลงพยักหน้ารับ พวงแก้มใสเห่อร้อนขึ้นจากฤทธิ์ของแอลกอลฮอล์ หรือว่าเพราะหล่อนก็ไม่อาจะสรุปได้โดยง่าย จองยอนรับเอาแก้วของอิมนายอนมาเติมอีก จองยอนหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาก่อนเอ่ยขออนุญาตอีกคน

“ส่งรูปไปให้นาโกะดูกันมั้ย?”

นายอนพยักหน้าให้จองยอนกดชัตเตอร์ รอจนกดส่งเสร็จแล้วเธอถึงได้พูดต่อ มือเรียวแตะลงบนหลังมือของอีกฝ่ายแผ่วเบา ทว่าอุ่นร้อนขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด

“คุณก็มาถ่ายด้วยกันสิคะ”

ยูจองยอนทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เราขยับกายเข้าใกล้กัน และใกล้กันขึ้นอีกหลังจากที่กดชัตเตอร์แล้ว ผิวกายใต้ชุดยูกาตะแนบชิดจนสามารถรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิของกันและกัน ใบหน้าที่ใกล้กันอยู่แล้วค่อยๆเลื่อนเข้าหากันอย่างไม่อาจจะห้ามใจได้ อิมนายอนไม่ถอยหนีหรือขัดขืนอะไรอีกแล้ว เธอหมดซึ่งความประหม่าเหมือนอย่างที่เป็นตอนก่อนหน้า

ไม่รู้ว่าจุมพิตนั้นนานเท่าไหร่ อาจจะเพียงชั่วอึดใจ หรือนานหลายนาที ตอนที่เราอิงแอบกันอยู่บนเตียงหลังนั้น เราพูดคุยกันด้วยประโยคแสนแผ่วเหมือนกับเมื่อก่อนหน้านี้ เป็นเพียงบทสนทนาแสนเรียบง่าย และเรื่องราวที่ได้พบเจอ โต้ตอบกันอย่างเชื่องช้าในอ้อมกอดอบอุ่นมีชีวิต จองยอนใช้ตนเองเป็นเหมือนหมอนรองให้กับคุณอิมของเธอ อิมนายอนคนนี้ยังคงเหมือนกับตอนก่อนหน้า หล่อนแทบไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ดวงตากลมโต และรอยยิ้มแสนหวาน ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็ไม่รู้เบื่อ

“ขอบคุณนะคะ”

นายอนบอก น้ำเสียงของหล่อนเบาหวิว ทว่าเป็นใจของเธอเองที่สั่นไหว

“เรื่องอะไรคะ”

ใบหน้าสวยจัดแนบชิดอยู่บนแก้มของอิมนายอนจากด้านหลังยูจองยอนกลั้นใจพูดขึ้นมาบ้าง เธอจ้องมองมือที่สอดประสานกันของเราที่วางไว้อยู่บนหน้าตักอย่างไม่วางตา

“เรื่องวันนี้ ที่มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน”

แม้ไม่ได้มองอยู่แต่อิมนายอนก็รู้ว่าหล่อนกำลังยิ้ม ยูจองยอนของเธอ

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ.. พรหมลิขิตของฉัน”

อิมนายอนหันกลับมามองคนที่เป็นดั่งเก้าอี้มีชีวิตของเธอ ฟูกที่นอนสองอันช่างกว้างขวางเกินไปเมื่อได้อยู่กับคนที่เรา บนฟูกหนึ่งบนพื้นเสื่อนั่น อิมนายอนขยับกายหันเข้าหา เธอประคองใบหน้าของคนรักไว้ด้วยสองมือของเธอ ยามเมื่อสบตานั้นสายตาเราต่างไม่ปิดบัง ความรู้สึกบางอย่างแผ่ซ่านยามเมื่อปลายนิ้วสัมผัสกัน จองยอนแตะทับลงบนมือของหล่อนที่แตะอยู่ข้างแก้ม

ดวงตาของเราต่างสะท้อนภาพร่างของกันและกัน ในดวงตาของคนรักนั่น ต่างมีเราอยู่


“คุณคือพรหมลิขิตของฉัน”


อิมนายอนเป็นคนพูด และอีกครั้งที่เราจุมพิต ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งอ้อมกอดกระชับแน่นขึ้น ผิวร้อนจัดจากแอลกอลฮอล์และอ้อมกอดอุ่นร้อนขึ้นอีก ไม่มีใครพูดอะไรอีกหลังจากนั้น

ทว่าเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดบทสนทนาแสนหวานจนได้ จองยอนเหลือบมองนาฬิกาพบว่ามันเลยเวลาเที่ยงคืนมาแล้ว ใครกันนะที่โทรมาในเวลานี้ มันน่านักเชียวววว

หล่อนกดปุ่มรับสายอย่างรู้สึกหงุดหงิดที่เป็น..


“นาโกะะะ!!! ม๊ายุ่งอยู่นะ”

“คือนาโกะจะบอกว่าคืนนี้น้าซานจะนอ..”

“ได้ เอาสิยังไงก็นอนคนเดียวอยู่แล้วนี่ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แค่นี้นะ”

ยูจองยอนพูดรัวเร็วใส่โทรศัพท์ให้คนที่อยู่บนตักยิ้มขำกับท่าทางร้อนรนจนน่าตลก ไม่เห็นจะเหมือนคุณยูแสนอบอุ่นคนนั้นเลย น่าหยิกจริงๆ


“ฮั่นแน่..”

จองยอนขมวดคิ้วแน่น ได้ยินแค่เสียงก็รู้เลยว่าลูกสาวต้องทำหน้าตาทะเล้นทะลึ่งแค่ไหนกัน ผิดกับอีกคนที่หัวเราะคิกล้มตัวลงนอนแถมยังดึงผ้าห่มหนาห่มถึงคอหลับตาพริ้มอยู่บนฟูกของตัวเองแล้วยังทำท่าเหมือนว่าจะหลับจริงๆเสียด้วย

“ทำไมยุ่งอ่ะม๊า แล้วคุณแม่ล่ะค่ะ? กิ้วๆๆ”


และก่อนที่เธอจะหลับขึ้นมาจริงๆ


“คุณแม่ไม่ว่าง!! หยุดเลยนะนาโกะ

          แค่นี้นะ!!”




นาโกะ!! กลับไปจะตีให้ก้นลายเลยคอยดู!!










********************************************************************************************************


เมรี่ซ์คริสต์มาสค่ะ♥


จบจริงๆแล้วนะคะ รู้สึกเหงาจัง

ขอให้ทุกคนมีความสุขและได้พบกับรักที่อบอุ่นหัวใจได้อย่างนี้



ด้วยรัก

M.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #211 kwaRI-n (@new-lovekz1101) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 21:32

    ตั้งแต่ที่อ่านมา โกรธนาโกะสุดก็ตอนนี้แหละค่ะ

    อย่าไปกวนม๊ากับแม่เค้าสิลูก!! /ตีก้น

    ไอเราก็หวังฉากเรียกเลือด แต่ก็นะ นี่ฟิคละมุนนี่นา 5555555

    ไม่ผิดหวังกับฟิคคูมหมีเลยค่ะ


    รอเรื่องใหม่อยู่นะคะ ><

    #211
    0
  2. #208 าดวดยเ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 17:12
    เราอ่านช่วงสงกรานต์ค่ะ5555 แต่ความรู้สึกเหมือนอยู่ในช่วงคริสมาสเลยบ ขอบคุณนะค้าา แต่งดีมากก >< แต่งอีกหลายๆเรื่องเลยน้าา
    #208
    1
    • #208-1 BLACKcoffee77 (@043annamado) (จากตอนที่ 18)
      12 เมษายน 2561 / 17:03
      ขอบคุณมากค่า ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
      #208-1
  3. #207 malien (@maliean) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:39
    เขินน ไรท์แต่งได้น่ารักมากเลย 
    #207
    0
  4. #206 InuSmall (@nishishi48) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 23:37
    คนอื่นเขาอาจจะอ่านตอนวันคริสมาสแต่เราอ่านตอนวันสิ้นปี จบจริงๆแล้วนะคะ เป็นเรื่องที่อ่านกี่ครั้งก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นมากเลยค่ะ ฝันดีแน่ๆคืนนี้ คู่คุณแม่ยังคงอบอุ่นอยู่เหมือนเดิม มันหอมหวานเหมือนตอนที่เราเคยอ่านมาตลอด และแน่นอนว่านาโกะก็ยังคงมาเติมสีสันนอกจากสีชมพูให้คู่นี้เหมือนเดิม เรื่องนี้จะขาดตัวละครไหนไปก็คงไม่มีสีสันขนาดนี้ มันทำให้ตอนพิเศษยิ่งพิเศษเพราะตัวครหลักสี่คนนี้ คาแรกเตอร์ของตัวละครเป็นอะไรที่ลงตัวมากเลยค่ะ มันดีต่อใจจริงๆ เราคิดว่าคู่สองคู่นี้เสน่ห์มันต่างกัน แต่ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกตอนอ่านแปลกไป อ่านแล้วรู้สึกว่ามันมีความหวานในแบบแต่ละคู่ นาโกะกับน้าซานะสุดท้ายก็คู่กันหลังจากแอบเชียร์มานาน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #206
    0
  5. #204 คริคริคริ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 08:20
    เรื้องนี้อบอุ่นหัวใจมากๆ เราชอบวันคริสต์มาสมาก พอมาอ่านเรื่องนี้ยิ่งทำให้เราชอบวันคริสต์มาสมากขึ้นอีก ฮืออออ เรื่องนี้ดีมากค่ะ ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ
    #204
    0
  6. #203 ทาสรักเมียวอิ (@240756) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:40
    ฮืออออแ อุ่นจัยยยยย <3
    #203
    0
  7. #201 FirstAMz (@amzanf1312) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 16:35
    อบอุ่นมากจริงๆค่ะ อ่านแล้วหัวใจพองโต &#12636;&#12641;&#12636;
    #201
    0
  8. #200 omdahyun (@omdahyun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 15:51
    พวี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกก มากกกกกกกกกกกกกกก มากกกกกกกกกกกกกกก
    เล่นเอาเริ่มไม่ถูกเลยค่ะ ว่าจะเอ่ยถึงคู่ไหนก่อนดี โง้ยยยยยยยยยยย ><
    พอมาถึงตอนจบถึงได้รู้นะคะ ว่าทำไมชื่อตอนถึงเป็น ม๊ายุ่งแม่ไม่ว่าง 55555555555555555555555555+

    เอาคู่นาโกะกับน้าซานะก่อนละกัน
    ถึงจะพอเดาได้ว่าอ่านไปต้องเจอกับโมเม้นต์แบบไหน
    แต่ไม่รู้สิ ทำไมยิ่งอ่านยิ่งเขินก็ไม่รู้ นึกภาพตามแล้วแบบ โอย
    ชมคนแต่งนี่แหละ บรรยากาศอบอวลด้วยความสุขเหลือเกิน
    ยิ่งนาโกะคนเก่ง กลายเป็นคนกากเวลาอยู่กับซานะนี่มันดีต่อใจจริงๆค่ะ

    ส่วนคู่ทูยอนเนี่ย คงรอเวลาไปฮันนีมูนกันมานานแล้วเหมือนกันสินะ
    อยู่บ้านเดียวกันก็จริง แต่มีลูกสาวอยู่ด้วยมาตลอดเวลาส่วนตัวก็คงน้อยมาก
    นี่ลูกสาวโตเป็นสาวแล้วจริงๆแถมชอบล้อด้วย ถ้าสวีตอยู่บ้านก็โดนแซ็วอีกหม่าม๊าน่าจะไม่ค่อยชอบ
    ประเด็นคือมันจะคีพลุคไม่อยู่ คิดถึงหน้าพิจองแล้วตลกดีค่ะ 5555555555555555+
    ยิ่งตอนที่นาโกะโทร.มาขัดจังหวะนี่ยิ่งตลกใหญ่ อะไรจะพิรุจขนาดนั้นนนนนนนนนน
    นายอนยังคงคอนเซปท์นางเอ๊กนางเอกคนดีมาได้จนถึงตอนสุดท้ายจริงๆ

    ขอบคุณสำหรับฟิคฟีลกู้ดเรื่องนี้ค่ะ ถ้าแต่งแนวๆนี้อีกไปเรียกมาอ่านด้วยนะคะ
    ชอบมากจริงๆ แล้วจะตามมาเรียงความให้อีกเช่นเคยแน่นอน
    รักคนแต่งนะคะ อิอิ^^
    #200
    0
  9. #199 MolerisE (@ammy1740) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 15:42
    อ๋ออออ นี่คือที่มาของชื่อตอนสินะคะ 5555555555555 ม๊ายุ่งแม่ไม่ว่าง เข้าใจมั้ยนาโกะ !!!!!!! เป็นฟิคที่อ่านตอนไหนก็รู้สึกเย็นแต่อบอุ่นตลอดเลย ชอบฟีลบรรยากาศในเรื่องไม่ว่าจะตอนไหนเลยค่ะ ชอบความละมุนน่ารักของคู่คุณม๊ากับคุณแม่มากกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก็เขาเป็นพรหมลิขิตกันนี่เนอะะ หุหุ แต่คู่ที่มาแรงแซงทางโค้งเลยคือน้าซานะกับนาโกะมันจั๊กจี้หัวใจจริงๆค่ะ แหมม๊ อ่านแล้วหุบยิ้มยากจริงๆกัดกันแล้วก็รักกันขึ้นมาจริงๆ แล้วไอตอนที่คิสกันใต้ต้นมิสเซิลโทนี่แบบเอ้อออ เมอรี่คริสมาสต์มากๆ 5555555555 นอนด้วยกันอีกเนอะคืนนี้ ค่อยๆตามคู่ม๊าไปนะลูก /กระซิบนาโกะ
    #199
    0
  10. #195 (@BLANCandECLARE) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 23:42
    น้าซานะคะ ท่องไว้ค่ะ ด้านได้อายอด คิดจะกินเด็กต้องรุกนะคะ เพราะเด็กมันฟอร์จัด 555+ ส่วนนาโกะนี่ก็น่าตีจริงๆ แม่ๆเขาจะสวีทกันทำไมหนูต้องโทรมาขัดจังหวะด้วยล่ะลูก
    #195
    0
  11. #194 Ace-K (@paeicelatte) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 22:26
    ที่มาของชื่อตอนนี่แบบ....5555555555 หน้ายังไม่ทันหายร้อนแต่มาสั่นแทน ขำจนหน้าสั่น 555555555 ทำเป็นแซวม๊า ที่ตัวเองโดนน้าซานรุกเข้าหน่อยก็อ่อนปวกเปียกแล้ว อิอิ นายอนก็ยังหลงคุณยูหนักมากเหมือนเดิมเลยนะคะ เวลาอยู่กันสองคนมันก็จะหวานๆหน่อย ฮิ้ววว~ นาโกะกับคุณน้าก็คงอยู่กันไปเรื่อยๆแบบนี้อะ สามวันดี สี่วันตีกันไรงี้ เหนื่อยแทน 5555555 ขอบคุณสำหรับฟืคน่ารักอบอุ่นหัวใจแบบนี้นะคะ เป็นแนวที่ชอบมาก ได้พักใจพักเหนื่อยไปกับมัน ถ้ามีแนวนี้อีกคงดีไม่น้อยเลย จะติดตามผลงานเรื่องต่อๆไปนะคะ
    #194
    0