[Fic] 福岡の不眠な人[2yeon][Twice]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,385 Views

  • 216 Comments

  • 387 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    28

    Overall
    9,385

ตอนที่ 6 : คุณแม่ คุณแม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

“คุณแม่ เอ้ย คุณน้าอิมขา นาโกะนอนไม่หลับ”


เด็กหญิงนาโกะเจ้าปัญหาเอ่ยขึ้น เพราะอยากส่งมาเข้านอนก่อน เพราะเด็กๆไม่ควรจะนอนดึก ทว่าคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนชิดเด็กน้อยผู้แสนกลุ้มใจเสียจนหลับตาลงไม่ได้ นายอนที่กำลังจะเดินออกจากห้องนอนของตนเองเพื่อที่จะไปจัดการทำธุระส่วนตัวต้องหยุดชะงัก

“ว่าไงคะ เป็นอะไรหรือนาโกะ”

หล่อนว่าพลางเดินกลับมาที่เตียง นาโกะนอนบนเตียงของเธอห่มผ้าจนถึงคอแล้วแต่ก็ยังทำตาแป๋วขมวดคิ้วจนผูกกันเป็นโบว์ที่กลางหน้าผาก

“คุณน้าอิมนอนด้วยกันได้มั้ยคะ”

นายอนฉีกยิ้มกว้าง เด็กหนอเด็ก ถึงจะแก่นแก้วกล้าหาญอย่างไรก็เป็นเพียงแค่เด็กสิบขวบตัวเล็กๆ คนถูกขอร้องเอนตัวลงบนที่ว่างข้างๆ ฟูกที่นอนยุบยวบ นาโกะขยับเข้ามาใกล้อย่างกล้าๆกลัวๆ เธอกลัวว่าน้าอิมของเธอจะรำคาญขึ้นมาเสียก่อน แค่บุกทัพตามเขามาอย่างนี้ก็มากเกินไปแล้ว

“หนูขอโทษนะคะ ที่ทำอะไรไม่คิด”

เด็กหญิงกล่าวโทษตัวเองด้วยคำที่เกินกว่าวัยไปมาก ถึงนายอนจะคิดแบบนั้น แต่หล่อนก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เด็กที่น่ารักอย่างนี้ ถ้าหากไม่ได้เจอกันบนเครื่องบิน หรือพัดหลงไปจะเป็นอย่างไร นายอนกลับมองโลกในแง่ที่ดีกว่านั้น ดีแล้วที่ได้เจอกกับนาโกะเข้า

นาโกะขยับตัวเข้ามาใกล้อีกหน่อยแต่ก็ยังห่างกันอยู่ประมาณหนึ่ง นายอนเห็นเด็กหญิงทำท่ายุกๆยิกๆแล้วก็พอจะดูออก เด็กเล็กที่ต้องห่างกับพ่อแม่ย่อมรู้สึกคิดถึงเป็นธรรมดา หญิงสาวยื่นข้างหนึ่งออกออกมาที่ข้างตัว

“ขยับมาอีกสิจ๊ะ”

เจ้าตัวเล็กขยับมาเสียจนชิดกับแขนของเจ้าของบ้าน เธอซบใบหน้าซีกหนึ่งลงบนต้นแขน อิมนายอนยิ้มขำกับท่าทางออกเซาะแบบนั้น นาโกะนี่ไม่ธรรมดาเลย เธอยังจำฤทธิจำเดชของเด็กหญิงได้ดี ทว่ากลับไม่ได้ปล่อยมือ นายอนกุมมือเล็กชื้นเหงื่อนั่นเอาไว้จนกระทั่งเจ้าของของมันผล็อยไป

นายอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยในระกว่างที่รอให้นาโกะหลับสนิท พลางวางมือลงบนศีรษะเล็กๆอย่างนึกเอ็นดู เธอไม่เคยทำอย่างนี้กับใครมาก่อน เป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่หรือน้อย เธอแทบไม่รู้ว่าการมีอีกคนที่ต้องดูแลนั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่งนาโกะได้มาอยู่ที่นี่ หล่อนอยากจะขอบคุณแม่ของเธอจริงๆที่อดทนจนมาถึงตอนนี้


“ไหนบอกว่าพอเด็กนั่นหลับแล้วจะไปดื่มงะะ”

“ก็เขาแปลกที่ นอนไม่หลับ จะให้ทิ้งไว้ก็ไม่ใช่นี่”

“ใช่สิ นี่เพื่อนเซ็งอะ เพื่อนเฮิร์ธ เพื่อนอกหัก ไม่คิดจะมาเยียวยาจิตใจกันบ้างเลยเหรอ”

ซานะส่งเสียงแหลมบ่นกระปอดกระแปดมาตามสายหลังจากที่ถูกเทนัดกลางอากาศ ตอนแรกทั้งคู่จะไปสังสรรค์เล็กๆฉลองความโสด(ถูกทิ้ง) ของซานะสักหน่อย แต่พอมีนาโกะมาด้วยก็กลายเป็นว่าจากที่จะนั่งรถออกไปไกลๆก็จะมากินกันเบาๆที่ร้านข้างบ้านแทน

“ยอมย้ายที่ให้ก็แล้ว ยังจะเทเพื่อนแบบนี้...”

“ขอโทษจริงๆนะ อย่าโกรธเลยนะซาจัง คราวหน้าจะเลี้ยงเอง”

นายอนพยายามจะปลอบพร้อมกับเสนอทางออกที่น่าจะดีที่สุดให้ แต่เพื่อนเกลอที่กำลังโศกเพราะถูกทิ้งก็ไม่ยอม โวยวายยกใหญ่จนนายอนเอาโทรศัพท์ออกจากหูแทบไม่ทัน

“ไม่! ไม่!! ม๊ายยยยย!!!”

เสียงกรี๊ดแปดหลอดเพราะหล่อนเอาแต่ตะโกนฟูมฟายว่าถูกทิ้งซ้ำสองดังลอดแข่งกับเสียงเพลงเข้าไปอีก นายอนยกหูโทรศัพท์ให้ห่างจากใบหน้าแล้วนึกขำ


ยัยนี่จัดการยาก ยิ่งกว่านาโกะซะอีกนะ..


แต่ว่าหลังจากนั้น..

กลับกลายเป็นเธอเสียเองที่นอนไม่หลับ คนนอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ? เขาจะเป็นอย่างไรบ้างนะ นายอนคิดย้อนไปถึงเรื่องราวที่ติดอยู่ในใจเธอมาเกือบทั้งอาทิตย์ก่อน น่าแปลกที่พอได้เจอกับยูจองยอนและนาโกะก็เหมือนว่าจะถูกหลงลืมไปเสียสนิท

แต่พอนึกขึ้นได้ ความพะวักพะวงในใจก็บังเกิดขึ้นมา เขาหายไปเลยตั้งแต่ตอนนั้น ไม่มีโทรศัพท์มาทางรายการอีกทั้งที่นายอนเองก็เปิดฟังทุกครั้ง กระแสความนิยมของคนนอนไม่หลับจากฟุกุโอกะนั้นก็ค่อยๆเลือนหายไปอย่างรวดเร็วตามยุคสมัยที่เห่ออะไรกันเป็นพักๆ ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกคนกำลังหันไปเชียร์เรื่องราวของคู่รักอีกคู่หนึ่งซึ่งพบกันที่ร้านสะดวกซื้อไปเสียแล้ว

คนเราจะหลงลืมกันได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ทั้งๆที่เคยติดอยู่ในใจอย่างนั้น แต่กลับไม่ได้มีใครคิดถึงเขาอีกแล้วอย่างนั้นหรือ หญิงสาวคิด น่าแปลกที่ทั้งน้ำเสียงและเรื่องราวของเขายังติดอยู่ในใจของเธอจนถึงตอนนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งคล้ายจะเจ็บปวด กับการที่ไม่ได้พบเจอ ไกลเกินที่จะนึกถึง ความหวังของเธอช่างริบหรี่เหมือนกับไม่ได้มีอยู่ โอกาสที่จะได้พบกับคนคนนั้นน้อยเสียยิ่งกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ หรือสุดท้ายแล้วต้องปล่อยให้เรื่องของเขากลายเป็นแค่ลมบางเบาที่พัดผ่านไป


คนเราจะไปรักคนที่ไม่เคยแม้แต่จะพบหน้ากันได้อย่างไรกันนะ


ทว่าปฏิเสธไม่ได้เลย..

ว่าอิมนายอนไม่สามารถที่จะลืม คนนอนไม่หลับจากฟุกุโอกะ คนนั้นได้

ถึงแม้ว่าบางทีเขาอาจจะพบกับ ความรักครั้งใหม่ ไปแล้วก็ตาม..


“เย่ปป ในที่สุดดด”

หัวหน้ายามาดะกดเสียงตะโกนต่ำๆของตนไว้ในลำคอ ชูมือชูไม้บนอากาศอย่างกับทีมโปรดได้โฮมรัน แน่หละกว่าที่ทุกอย่างจะเรียบร้อยเข้าจริงๆก็ต้องทำล่วงเวลาอดหลับอดนอนจนร่างกายส่งหมายฟ้องมาเป็นเนื้อผิวใต้ตาสีดำปี๋ จองยอนซบใบหน้าลงบนฝ่ามือของเธอแล้วถอนหายใจพรืดอย่างเหนื่อยล้า

“เราทำได้..”

หญิงสาวพูดเสียงอ่อนเมื่อนึกถึงหน้าที่ต่อจากนี้ เธอต้องไปรับนาโกะ อย่างแรกที่คิดเอาไว้ แต่ถึงจะเหนื่อยมากขนาดที่สามารถหลับในระหว่างที่เดินอยู่ได้อย่างนี้ ก็จะต้องไปรับเจ้าลูกตัวแสบให้ได้ ฝากคนที่เพิ่งรู้จักที่อยู่ไกลคนละฝากขนาดนั้น ทั้งเกรงใจทั้งรู้สึกผิด จองยอนถอนหายใจออกมาอีกรอบ ก่อนอื่นต้องขอกาแฟอีกสักถ้วย อย่างน้อยก็คงจะช่วยให้สดชื่นขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย

“นี่ค่ะ”

ยังไม่ทันจะเดินไปถึง กาแฟดำร้อนๆก็ถูกยื่นส่งมาให้เสียก่อน ฮารุนะนั่นเอง หล่อนยืนยิ้มหวาน ส่งถ้วยกาแฟของจองยอนให้อย่างรู้ใจ เพราะคนละแผนกเธอจึงไม่สามารถเข้ามาช่วยได้ แต่ถึงอย่างนั้นจองยอนก็มักจะได้เจอหล่อนมายืนให้กำลังบ้าง เอาหารหรือยกเครื่องดื่มมาให้บ้าง

ช่างใจดีเสียจริงๆ เมื่อจองยอนนึกไปถึงเวลาที่ต้องอธิบายเรื่องนายอนกับนาโกะในร้านกาแฟวันนั้นกับเธอ กว่าที่จะเข้าใจตรงกันได้ก็เล่นเอาเหงื่อตก

“เหนื่อยหน่อยนะคะ เห็นทำงานไม่ได้หยุดเลยมาตั้งแต่เมื่อเช้าวาน”

เธอพูด ใบหน้าสะสวยแสดงความเห็นใจจนคิ้วตก หล่อนคิดอย่างนั้นจริงๆเพราะแอบดูอยู่ห่างๆมาตลอดหลายวันมานี้

“ขอบคุณค่ะ.. ที่จริงเมื่อวานก็มีกลับไปพักที่บ้านมา”

ยูจองยอนตอบอย่างสุภาพ เธอค้อมศีรษะลงเป็นเชิงขอบคุณสำหรับกาแฟ ก่อนที่จะรับมันมาจิบสักเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ

“ค่ะ เห็นแล้วล่ะ” ฮารุนะเสริมเสียงนุ่ม

“ว่าแต่ฮารุนะซังยังไม่กลับหรือคะ”

พอได้ยินจองยอนถามอย่างนั้น เธอก็ยิ้มกว้างอย่างที่เก็บความดีใจเอาไว้ไม่มิด ที่จริงหล่อนเป็นคนที่ทั้งสวยทั้งอัธยาศัยดีมากคนหนึ่ง จองยอนนึกขอบคุณที่มีเพื่อนร่วมงานดีๆอย่างนี้

“ก็จะมารอยูซังนี่ล่ะค่ะ อยากจะขอโทษเรื่องเมื่อวันก่อน..”

“อะ.. อ๋อ เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ได้คิดอะไรแล้ว”

“ได้ยินอย่างนั้นก็สบายใจ งั้นขอตัวก่อนนะคะ”

คิดแบบนั้นจริงๆน่ะหรือ จองยอนมองตามหลังฮารุนะที่เดินจากไปแล้วเกิดสงสัย กระนั้นก็ไม่ได้เก็บมันเอาไว้นานนัก จนกระทั่งยามาดะที่นั่งเงียบมองซ้ายทีขวาทีอยู่นานพูดขึ้นมาบ้าง

“กาแฟของผมล่ะครับ”

“คงต้องชงเอาเองแล้วล่ะค่ะหัวหน้า”

พูดจบพลางหัวเราะขำกับใบหน้าเหรอหราตบมุกอย่างคนอารมณ์ดีของหัวหน้า ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าฮารุนะคิดอย่างไรในเมื่อเป็นคนแนะนำหล่อนมาให้เอง

จองยอนรีบเก็บข้าวของบนโต๊ะ พร้อมบึ่งตรงกลับบ้านเพื่อไปเอากระเป๋าเดินทาง และตั๋วเครื่องบินที่เตรียมเอาไว้ก่อนหน้า เธอเป็นคนละเอียด มักเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้น จะยกเว้นก็แค่เรื่องเดียวที่ไม่ว่าจะเตรียมการเอาไว้อย่างไรก็มักจะผิดคาดไปเสียทุกทีนั่นคือนาโกะ

อาจจะได้งีบบนเครื่องบ้างล่ะนะ คิดแล้วยกข้อมือเพื่อดูนาฬิกา เธอมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งเพื่อไปให้ทันเที่ยวบินที่จองไว้ แต่ตอนนี้หล่อนคงต้องก้าวเร็วขึ้นอีกหน่อยแล้ว


“สวัสดีค่ะ นี่ยูจองยอนนะคะ กำลังจะขึ้นเครื่องบินแล้วค่ะ”

จองยอนกรอกเสียงของตัวเองผ่านปลายสาย เธอพลิกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นดูพร้อมกับเสียงประกาศว่าให้เข้าไปด้านในได้แล้ว

“ราวๆสองชั่วโมงกว่าก็น่าจะถึงสินะคะ”

คนที่ฮกไกโดตอบกลับมา แม้แค่เพียงได้ยินเสียง เธอก็นึกจินตนาการถึงใบหน้าของหล่อนได้ ริมฝีปากน่ารักที่ดูเหมือนยกยิ้มอยู่เสมอของอิมนายอน

“ค่ะ พรุ่งนี้ แล้วพบกันนะคะ”

ราวกับคำว่า ’แล้วพบกันนะคะ’ มีความหมายขึ้นมามากกว่านั้น การเฝ้ารอที่จะพบเจอ ไม่ใช่คำพูดที่พูดเป็นมารยาทอย่างนั้น ไม่ใช่คำที่พูดเพียงเพื่อบอกลา

จองยอนวางหูโทรศัพท์ หลังจากที่ถามถึงนาโกะแต่เจ้าตัวดีหลับไปเสียแล้ว แน่นอนว่าตัวเธอเองก็ไม่ต่างกัน พอขึ้นเครื่องก็ผล็อยหลับไปทันทีก่อนที่เครื่องจะเทคออฟด้วยความเหนื่อยอ่อน


“ก็หม่าม้าจับมือนาโกะข้างนึง อีกข้างนึงแม่ก็จับไว้สิคะ”


พอมองต่ำลงไปก็เห็นนาโกะยื่นมือมาให้จับไว้ ส่วนอีกฟากหนึ่งที่เชื่อมไปถึงนั้นเป็นหญิงสาวอีกคนที่ไม่เห็นหน้าอย่างคล้ายกับมีหมอกบางๆมาคอยบดบังเอาไว้ ทว่าจองยอนมีความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ในใจคิดและสัมผัสได้ว่าเป็นแม่ของนาโกะที่เสียไปแล้ว ช่วงเวลาตรงนั้นคือช่วงเวลาที่เธอ.. ไม่สิ ทั้งเธอและนาโกะมีความสุขมากที่สุด ครอบครัวเล็กๆที่สร้างขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ในตัวของมัน กับสถานที่ที่ไม่มีใครมายุ่งเกี่ยว ห่างไกลออกไปในอีกซีกโลกหนึ่ง ช่างเป็นเวลาที่ลืมไม่ลง

“ม้า นาโกะอยากกินไอติมอีก”

“ไม่ได้นะ เพิ่งกินไปอันนึงนี่ เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก”

จองยอนดุเจ้าตัวเล็กเข้าให้ ตอนนั้นนาโกะยังตัวเล็กกว่านี้ สูงน้อยกว่านี้ ทว่าดวงตาสีเข้มกลมดิ๊กกับผมหน้าม้าชื้นเหงื่อบอกได้ถึงความแก่นแก้วของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี แก้มแดงๆที่ยิ้มจนเต่งหันไปหาอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกันนั่น เด็กหญิงกระตุกมือเบาๆเรียกร้องความสนใจ

“คุณแม่ขา.. คุณแม่ขา”

เสียงเล็กออดอ้อน เจ้าตัวแสบเอาใบหน้าถูกกับแขนของคนที่ยืนอยู่ข้างกัน หล่อนคลี่ยิ้มที่แสนงดงามที่ไม่อาจลืมได้ ช่างเป็นรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

“ไม่ๆ อย่าเชียวนะ..คุณ”

ไม่ใช่ใครอื่น จองยอนนั่นแหละที่พูดอย่างนั้น มาถึงขนาดนี้เธอก็รู้แล้วว่าจะต้องหนีไม่พ้นการตามใจเจ้าตัวแสบนี่แน่ๆ ดูสินั่น หันมายักคิ้วหลิ่วตาทำทะเล้น

“ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวแม่ซื้อให้”

“ไชโย! คุณแม่นายอนใจดีที่สุด!!”


นายอน?


รอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบสดใส เธอมีฟันกระต่าย และดวงตากลมสีเปลือกไม้ เจ้าของใบหน้าหวานน่ารักนั่นเธอจำได้ดี หล่อนคือหญิงสาวผู้ที่กำลังจูงมืออีกข้างของนาโกะอยู่ แก้มกลมๆพองขึ้นอย่างน่ารัก ยูจองยอนเห็นสีชมพูฝาดระเรื่อได้ชัดเจน

“คุณอิม?”

“หือ? ทำไมเรียกกันห่างเหินอย่างนั้นล่ะ ยูจัง”

“ไม่.. ไม่ใช่ค่ะ.. คือว่า...”

“แปลกคนจริงเชียว”

“นั่นสิคะ ม้าเป็นอะไร อยู่ๆก็ทำท่าทางแปลกๆ อยากกินไอติมเหมือนนาโกะเหรอ”

นาโกะไม่พูดเปล่า มือเล็กยื่นไอศครีมโคนสูงสามลูกเรียกต่อกันที่ไม่รู้ผุดขึ้นมาจากไหนส่งมาให้ ยังไม่ได้ไปซื้อเลยนี่นา ยูจองยอนขมวดคิ้วแน่นทว่าในใจกับอยากจะตบปากตัวเองที่พูดออกไปอย่างนั้น

“นี่นาโกะ ทำไมเราถึงได้เรียกคุณอิมว่าแม่ได้ล่ะ”

“ก็คุณแม่เป็นแม่ของนาโกะนี่คะ”

จองยอนสับสนมากเสียจนต้องหยิกเนื้อตัวเอง เจ็บ ทำไมในฝันมันถึงเจ็บได้ล่ะ ร่างสูงไม่เข้าใจ หรือว่านี่จะเป็นความจริงเสียแล้ว ลองหยิกอีกที คราวนี้เจ็บกว่าเดิมเสียอีก เธอมองหน้านายอนอีกครั้ง ใบหน้าเดิมนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ยังคงเป็นอิมนายอน ที่เธอเริ่มจะยอมรับแล้วว่าแอบคิดถึงเขาอยู่ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้

ความรู้สึกที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครมานานแล้ว จองยอนไม่ใช่คนที่จะไม่รู้ตัว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่แน่ใจไปเสียทีเดียว ในขณะที่ครุ่นคิดพอมองไปที่นาโกะอีกที เจ้าเด็กตัวเล็กหน้าตาทะเล้น ก็กลับกลายเป็นอีกคนไปได้

“กาแฟค่ะคุณยู”


ฮารุนะ..


โอ้ยยยยยยย จะบ้า

พลันยูจองยอนสะดุ้งตื่น ในส่วนของที่นั่งผู้โดยสารเงียบสนิท และไฟที่มืดหรี่ลงทำให้ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ขนาดยักษ์ทำงานได้ดีขึ้น เธอปาดเหงื่อที่ผุดระอยู่บนหน้าผาก ลองหยิกตัวเองอีกที หนนี้ให้ความรู้สึกเจ็บที่แตกต่างไปจากเมื่อครู่ คงตื่นแน่ๆแล้วคราวนี้ คิดแล้วก็ค่อยเอนหลังลงได้อย่างสบายใจ

ให้ตายเถอะ ฝันบ้าบออะไรกันนะ.. ฉันคงจะเหนื่อยเกินไปจนเพี้ยน ยูจองยอนยกมือขึ้นลูบอกลูบตัว เธอสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วผ่อนออกอย่างช้าๆให้ใจรู้สึกสงบขึ้น เธอควรจะนอนเอาแรงอีกหน่อยก่อนจะถึงที่หมาย ทว่าจะข่มตานอนอย่างไรก็ไม่ได้หลับเอาง่ายๆเหมือนกันตอนที่ขึ้นเครื่องมา จะปิดตาลงกี่ทีก็เห็นแต่ใบหน้าคลี่ยิ้มเขินอายของคนที่ฮกไกโดไปเสียได้


เธอบ้าไปแล้วยูจองยอน


“เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณผู้โดยสาร”

แอร์โฮสเตสสาวสวยเห็นท่าทางแปลกๆของจองยอนเข้าจึงเดินมาถามด้วยความเป็นห่วง

“รับกาแฟสักหน่อยไหมคะ?”

“เอ่อ.. ไม่ล่ะค่ะ ขอบคุณ”

ไม่นานนัก ไฟทั้งตัวเครื่องที่เคยหรี่จนเกือบมืดสนิทก็ถูกเปิดขึ้นอย่างช้าๆ เป็นสัญญาณว่าเครื่องใกล้จะลงจอดแล้ว

“ถ้าไม่เป็นไรอย่างนั้นก็ดีแล้วค่ะ”

หล่อนพูดจบก็ส่งยิ้มให้อีกทีก่อนที่จะเดินไป ไฟเปิดสว่างจนสุด ผู้คนต่างก็ปรับท่าทางรัดเข็มขัดให้เข้าที่ ยูจองยอนซบใบหน้าลงบนฝ่ามือเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็เบื่อจะนับ ในระหว่างที่ก้มหน้าก็ได้ยินเสียงกัปตันบอกเวลาที่จะแลนดิ้งเป็นที่เรียบร้อย ยูจองยอนอยากจะหยิกแขนตัวเองอีกสักสองสามรอบ เพราะความฝันบ้าๆนั่นแท้ๆที่ทำให้ใจของเธอไม่สงบเอาเสียเลย จะนอนต่อก็นอนไม่ลง

“โธ่เอ้ยๆ..”

ในที่สุดจองยอนก็มาถึงห้องพักแบบงงๆ อย่างที่ตัวเองก็จำไม่ได้แล้วว่ามาถึงได้อย่างไร คงเพราะมีเรื่องต่างๆเกิดขึ้นมามากเสียจนสมองไม่อาจจะเมโมรี่เอาไว้ได้หมด ตอนนี้ตีสองกว่าเข้าไปแล้ว เธอคิดว่าควรจะติดต่อนายอนในวันพรุ่งนี้เช้าจะดีกว่า

หวังว่าคงจะไม่ฝันอะไรแปลกๆแล้วนะ

พอคิดได้แค่นี้ ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหลายก็กดเปลือกตาของเธอให้หลับลงไปอย่างง่ายดาย


ยามเช้าในสถานที่ที่แปลกออกไปทำให้ยูจองยอนตื่นขึ้นมาเร็วกว่าปกติ หัวหนักเพราะพักผ่อนน้อยทำให้่รู้สึกไม่สดชื่นเอาเสียเลย เธอบิดขี้เกียจตอบรับแสงอาทิตย์สีอ่อนที่ทำให้ท้องฟ้าดูหม่นหมองไปหน่อย ทั้งวันนี้ก็มีเมฆมาก ไม่แปลกเพราะที่นี่คือฮกไกโด เมืองที่เธอไม่คุ้นเคย ที่นี่มีอากาศหนาวเย็นอยู่เกือบทั้งปีต่างจากฟุกุโอกะ

พอเปิดม่านออกก็มองเห็นถนนสองเลนที่ตัดผ่านหน้าโรงแรมขาวโพลน ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านอาหารและร้านขายของท้องถิ่น สองข้างทางมีต้นไม้ที่ผลัดใบแล้วยืนเรียงราย พยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้จะมีหิมะ แม้จะใส่เสื้อผ้าหนาขึ้นแล้วแต่ความหนาวที่มากกว่าแถบทางใต้หลายเท่าเป็นเหตุให้จองยอนรู้สึกไม่สบายตัว

“ไม่รู้นาโกะจะเอาเสื้อหนาวมาด้วยหรือเปล่า”

เธอพึมพำกับตัวเอง ตอนนี้เป็นเวลาจัดของหลังจากที่เมื่อคืนมาถึงก็หลับไปทันที จองยอนจัดการทุกอย่างรวมถึงเสื้อกันหนาวของนาโกะที่หยิบมาเผื่อด้วยความรวดเร็ว คนเป็นแม่เตรียมทุกอย่างได้พร้อมด้วยการใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ห้องพักขนาด 30 ตารางเมตรก็เข้าที่เข้าทาง

‘ฮายยยย กินปูดูหมี สบายเลยสิ’

เพจเจอร์มีข้อความค้างของเมื่อกลางดึก เป็นยามาดะซัง หัวหน้าขี้แซวที่ส่งมาทักทายเล็กๆน้อยๆ จองยอนบ่นเบาๆว่า ‘สบายจริงก็คงดี’ ก่อนจะมองดูนาฬิกาอีกครั้งว่าเหมาะสมแล้วหรือยังที่จะติดต่อกับนายอน

เธอยกหูโทรศัพท์ของโรงแรมขึ้นมา แล้วกดโทรลงไปที่ฟร้อนท์เพื่อบอกเบอร์โทรของนายอนให้ทางโรงแรมช่วยจัดการ ค่าโทรศัพท์ของทางโรงแรมแพงเอาเรื่อง จองยอนต้องเรียบเรียงคำพูดเอาไว้ล่วงหน้า

ทว่าปลายสายที่โทรหา กลับมีน้ำเสียงของความตื่นตระหนกแฝงอยู่

“คุณยูคะ! ดีจังที่คุณติดต่อมาแต่เช้า”

เสียงของอิมนายอนฟังดูเร็วและไม่เป็นจังหวะ จองยอนแอบคิดเข้าข้างตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ไปนิดหน่อย

“ค่ะ วันนี้จะให้ดิฉันจะไปรับนาโกะที่ไหนดีคะ”

“คุณมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ นาโกะจังตัวร้อนจี๋เลย”

“หา?”

“เดี๋ยวฉันจะบอกที่อยู่ให้นะคะ”

จองยอนรีบจดชื่อโรงพยาบาลและที่อยู่เบอร์โทรลงในสมุดพกเล่มเล็กของตัวเอง อยากจะกรีดร้องที่สองสามวันมานี้ชีวิตของเธอมีแต่เรื่องไม่ดีถาโถมเข้ามายิ่งกว่าคลื่นสึนามิ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าพอรับนาโกะไปแล้วก็จะใช้วันพักร้อนเที่ยวฮกไกโดให้สบายใจสักหน่อย ก็อยากจะกินปูดูหมีอย่างที่ยามาดะซังว่านั่นแหละ


ดูปูกินหมี..กินหมีดูปู กินปูดูหมี

มีที่ไหนกันเล่า!?







     #คนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #165 TRIPLE O (@OLESUNGSONE21) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 20:55
    อ่าว แย่แล้วตัวแสบไม่สบายซะแล้ว รีบไปเร็วว วว ฝันดีจังเลยนะคะ 555
    #165
    0
  2. #71 ufilliz (@ufilliz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 05:11
    แล่วๆๆ เอาไปฝันแล่วว จองยอนนี่เป็นเอามากแล้ววว เค้าว่ากันว่าสิ่งอยู่ในความฝันมันคือความต้องการที่แท้จริงของคนเรานะคะ สรุปตอนนี้ไม่ใช่แค่นาโกะแล้วล่ะที่อยากได้นายอนมาเป็นแม่ใหม่ คุณม๊าแกก็อยากได้นายอนมาเป็นเมียใหม่เหมือนกันใช่มั้ยคะ กรั่กๆๆๆ ได้กันๆๆๆๆๆ 555555555555555555555555555555555
    #71
    0
  3. #54 Yoo_JY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 23:55
    555555 หมีกินปู ปูกินหมี สนุกสนานเลยนะยูจัง 5555
    #54
    0
  4. #53 geegano1 (@geegano1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 12:45
    ม๊าหนูหสั่นไหวใหญ่เลยนาโกะ 😆😆😆 เมื่อไหร่นายอนจะรู้ซักทีหนออ 
    #53
    0
  5. #52 malien (@maliean) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:35
    อะไรกันหมีๆปูๆ 5555 
    #52
    0