[Fic] 福岡の不眠な人[2yeon][Twice]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,381 Views

  • 216 Comments

  • 386 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    24

    Overall
    9,381

ตอนที่ 8 : จุมพิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

 

“อะไรรร แกจะไปข้างนอกเหรอ”

ซานะที่จู่ๆแวะมาหาแหวเสียงแหลมเล็กของเธอเสียลั่น วันนี้เธอทาปากสีแดงกำมมะหยี่อย่างสาวมั่นที่เปรี้ยวจนเข็ดฟัน ขนาดอิมนายอนที่คิดว่าตัวเองมั่นแล้วยังต้องหลีกทางให้ ยอมแพ้ให้กับความแดงแรงฤทธิ์บนเรียวปาก

“ใช่สิ ก็แกมาไม่บอก”

“อะไรอ่ะ ปกติแกก็ว่างตลอดไม่ใช่เหรอ”

เพื่อนสาวออกแนวจะงอแงทำหน้ากระเง้ากระงอดพุ่งตัวเข้ามากอดเอวทันควัน มินาโตะซากิ ซานะ คนนี้น่ะธรรมดาเสียที่ไหนเล่า เรื่องเลื้อยเป็นงูนี่ไว้ใจหล่อนได้ อิมนายอนพยายามจะแงะแกะมือที่พันเกี่ยวอยู่รอบเอวออกจากตัวแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล

“เมื่อก่อนก็ว่างให้เพื่อนตลอด ทำไมตอนนี้มากี่ทีก็ไม่ว่างอ่ะ”

หล่อนยังบ่นไม่เลิก

“แล้วใครเทเพื่อนไปมีหนุ่มก่อนล่ะ แกอย่ามาพูดเลย”

นายอนเถียงบ้าง ก็ตอนที่มีแฟนน่ะซานะเคยสนใจกันเสียที่ไหนกันเล่า มีทีไรก็หายไปทุกที ทิ้งให้เธอต้องไปช็อปปิ้งแกนๆคนเดียวประจำ คนโสดก็แบบนี้แหละนะ ต้องทำอะไรคนเดียว

ว่าแล้วหล่อนถึงนึกขึ้นได้ว่าที่จริงๆแล้วเธอไม่ใช่คนโสด นายอนกับมาซารุแทบจะไม่เคยมีกิจกรรมอื่นร่วมกันเลยนอกจากเรื่องที่ทำงาน แทบจะไม่เคยพบเจอกันข้างนอก ไปเที่ยวหรือดูหนังกินข้าว อะไรพวกนั้นเลย

“ฉันมีนัดกับนากาโนะซัง”

“เหหห???? จริงเหรอออ”

หล่อนทำเสียงสูง ดวงตากลมเบิกกว้าง อ้าปาก พร้อมเอามือทาบอกประกอบแบบโอเวอร์แอคติ้งสุดๆ แน่ล่ะ เพราะเธอไม่เคยมีนัดเดทจริงๆจังๆกับเขาเลยจริงๆ

“จริงสิ ไม่ได้โกหกนะ!!”

“ไม่อยากจะเชื่อเลย.. แล้วพรุ่งนี้ล่ะๆ วาเลนไทน์เลยนะ”

หล่อนยังเซ้าซี้หาวันว่างจากเพื่อนสนิทให้จนได้ ละมือจากเอวเข้ามาเกาะแขนออเซาะแบบไม่ละความพยายามยอมแพ้ไปง่ายๆหรอก นี่แหละซานะหละ

“ไม่ได้ พรุ่งนี้ก็มีนัด!!”

“อะไรกันเล่าวาเลนไทน์ ไม่มีเวลาให้กันเลย!!”

.

.

อิมนายอนมองกระจกเงาตรงหน้า เธอหมุนตัวอยู่สองสามครั้งเพื่อเช็คความเรียบร้อย เดรสสีขาวยาวถึงข้อเท้าถูกหยิบออกมาใส่ในวันนี้ เธอสวมมันเข้าคู่กับรองเท้าส้นหนาสีน้ำตาล มีสายเป็นหนังสีเดียวกันกับชุดที่สวม มองตัวเองในบานกระจกที่กำลังสะท้อนภาพของหญิงสาวในวัยสะพรั้ง เธอกำลังจะไปเดทกับผู้ชายที่คบหาด้วย และควรจะยิ้มแย้มดีใจมากกว่านี้เสียหน่อย หล่อนฉีกยิ้มอีกครั้งและอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

ยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้นประหม่าอยู่ไม่น้อย เมื่อต้องคิดว่าเขาจะพาไปที่ไหนกันนะ นากาโนะ มาซารุ คนนั้นน่ะ คนที่แสนสุภาพและใจดี

“เราจะไปที่ไหนกันหรือคะ”

นายอนยอมให้เขามารับที่บ้านด้วยรถยนต์ส่วนตัว หลังจากที่ตกลงกันอยู่นานว่าจะขับรถไปเองที่สถานที่นัดหรือให้เขามารับที่บ้าน อันที่จริงเธอไม่ได้อยากรบกวนเขานัก เพียงแค่เป็นความเคยชินที่จะต้องทำอะไรเองเท่านั้น หล่อนคิดถึงรถเต่าสีขาวที่จอดอยู่ในโรงรถที่บ้าน วันนี้เธอไม่ได้ใช้งานมันอย่างที่ควรจะเป็น ทำตัวให้สมกับเป็นผู้หญิง ผู้หญิงที่คนอื่นๆว่า

ผู้หญิงจะต้องเป็นอย่างนั้น ผู้หญิงจะต้องเป็นอย่างนี้

 

“ห้องอาหารของโรงแรมครับ”

เขาพูดมันออกมาตรงๆพร้อมรอยยิ้มสุภาพ ชายหนุ่มไม่ได้หันมามองกันหรอก เพราะเอาแต่มองถนนเบื้องหน้า เหมือนกับเป็นแค่คำถามคำหนึ่งแสนธรรมดา นายอนแอบรู้สึกว่าเหมือนเราจะไปทำงานนอกสถานที่มากกว่าไป ‘เดท’ เสียอีก

เดทกับคนรัก ที่จริงแล้วเป็นแบบไหนกันนะ ที่ผ่านมาเธอไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเดท เพียงแต่ว่าความรู้สึกในระหว่างนั้นแท้จริงแล้วต้องเป็นแบบไหนกัน หล่อนไม่เคยได้รู้สึกถึงมันอย่างจริงจัง ต้องใจกระตุกวูบวาบเขินอายอย่างไหนกันนะ เพียงแต่ทำตามหน้าที่ของผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นเอง

“ค่ะ”

อิมนายอนตอบรับสั้นๆ เราไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกจนกระทั่งมาถึงโรงแรมที่เขาจองเอาไว้ พอเดินเข้ามาที่หน้าห้องอาหารขนาดใหญ่ พนักงานต้อนรับทำหน้าที่เชื้อเชิญเรามาที่โต๊ะอาหารทรงกลมปูทับด้วยผ้าสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดอย่างดี มันตั้งอยู่ริมหน้าต่าง มองเห็นบ้านเมืองเบื้องล่างที่อยู่ไม่ไกลนัก ตึกของที่นี่ไม่ได้สูงมาก และรอบๆมักจะขาวโพลนไปด้วยหิมะเสมอ ความหนาวเย็นอันเป็นเสน่ห์ของที่นี่

ที่กลางห้องอาหารถูกประดับไปด้วยแชนเดอเลียร์อันใหญ่ ห้อยระย้าตกแต่งด้วยคริสตัลที่ถูกเจียระไนสวยงาม พวกมันสะท้อนแสงสีนวลระยับทำให้บรรยากาศภายในห้องอาหารไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป

อิมนายอนมองออกไปที่ด้านนอกกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า มันเหมือนเดิมไม่มีผิด เมืองๆนี้ยังคงเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมา หล่อนเห็นรถยนต์หลายคันที่กลายเป็นจุดสีแดงเล็กๆเคลื่อนที่บนถนนเรียงร้อยเป็นเส้นอยู่เหมือนอย่างเดิม

“อาหารอร่อยมั้ยครับ”

เขาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ มาซารุมองมาที่จานอาหารของเธอแล้วพบว่ามันไม่ค่อยพร่องไปเสียเท่าไหร่นัก เขามองมันสลับกับอิมนายอน

“อร่อยดีค่ะ”

หล่อนตอบพร้อมรอยยิ้มน่ารัก แน่นอนว่าเขาดูพอใจที่เธอตอบอย่างนั้น เขาเชื่ออย่างนั้นจริงๆ นากาโนะ มาซารุ คนนี้น่ะ ชายหนุ่มคนนี้ทำให้หลายครั้งที่หล่อนมักสงสัยว่าคนรักกันนั้นเป็นอย่างไรกันแน่

ทว่ามาซารุเงียบไป เขามีท่าทีอึกอัก ลุกลี้ลุกลนอย่างน่าประหลาด คนสุขุมอย่างเขาไม่เคยมีท่าทางวิตกกังวลอย่างนี้ อิมนายอนเห็นแล้วก็ได้แต่สงสัย หากแต่เธอไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่าการใช้ส้อมจิ้มบรอกโคลีชิ้นหนึ่งเข้าปาก

มือหนาของชายหนุ่มล้วงเข้าไปในเสื้อสูท วันนี้เขาดูหล่อเนี้ยบด้วยสูทสีเทาเข้ม ผมสีดำหนาเรียบเป็นทรงด้วยน้ำมันที่ตกแต่ง จากตรงนี้เธอได้กลิ่นน้ำหอมที่เขามักใช้อยู่เป็นประจำได้ ที่จริงก็ดูเหมือนกับทุกวันที่เราเจอกันที่ที่ทำงาน นากาโนะ มาซารุมักจะแต่งตัวแบบนี้เสมอ

“คุณอิมนายอน.. ผม..”

เขาลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินออ้อมมาคุกเข่าลงตรงหน้า ฉากที่นายอนเองก็คงไม่ต้องเดาว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ แน่นอนว่ามีพนักงานที่เตรียมไว้มาคอยบรรเลงเพลงแสนหวานจากไวโอลินเป็นฉาก ทุกอย่างสวยงาม ราบรื่น และเหมือน การขอแต่งงานในจินตนาการของอิมนายอนที่เคยนึกฝันเอาไว้ไม่ผิดเพี้ยน หากเพียงหัวใจเธอส่งเสียงแผ่วกับความโรแมนติกตรงหน้า

มือหนาของมาซารุกำกล่องกำมะหยี่สีแดงแก่ไว้ในมือ สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความประหม่าหรือวิตกกังวลเหมือนก่อนหน้า ทว่าดูนิ่งราวกับยอมรับในสิ่งที่จะเกิด มาซารุยื่นมามาที่ด้านหน้าแล้วเปิดออก เผยให้เห็นแหวนวงเล็กประดับไปด้วยเพชรเม็ดหนึ่ง ขนาดของมันไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป

นายอนมองมันอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

“แต่งงาน...กับผมนะครับ”

เขาพูดคำนั้นออกมาจนได้ ทว่าเธอไม่ได้ตอบ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างกำลังชั่งใจ เป็นเธอเสียเองที่กระสับกระส่าย เธอไม่รู้ว่าควรจะตัดสินใจอย่างไรดี ถึงได้เอาแต่เงียบไป

“ฉัน…”

พลันเขาขยับร่างขึ้นมา

ใบหน้าคมเข้มที่ยืนเข้ามาใกล้ ไม่ได้ทำให้นายอนรังเกียจหรือหลบเลี่ยง อาจเป็นเพราะบรรยากาศที่สวยงาม หรือเพลงบรรเลงไพเราะกระมัง ความเย็นชืดแตะอยู่ที่ริมฝีปาก อย่างที่ควรจะพึงใจเรียกว่าจูบ เธอจึงจูบกับเขาไปทั้งๆที่ยังไม่ทันได้ให้คำตอบ

.

.

“เราจะกลับกันจริงๆเหรอม้า”

นาโกะทำตากลมถามเสียงหงอย ใบหน้าเล็กดูเศร้าลงไปถนัดตา เจ้าตัวแสบที่ยังมีพลาสเตอร์แปะอยู่บนแขนเพราะการให้น้ำเกลือ กำลังนั่งกอดกระเป๋าของใช้ของตัวเองอยู่ที่โซฟา คนเป็นแม่ที่กำลังตรวจเช็คความเรียบร้อยถึงกับหยุดชะงัก เธอค้างมือค้างเอาไว้ครู่หนึ่งอย่างกำลังครุ่นคิด

น่าแปลกที่เธอก็รู้สึกอย่างนั้น ‘จะต้องกลับแล้ว’ เป็นคำที่ฟังแล้วน่าใจหายเสียเหลือเกิน เมื่อคิดถึงใบหน้าน่ารักของอีกคนเข้า ‘จะต้องกลับแล้ว’ เป็นคำที่ยิ่งหนักหน่วงขึ้นไปอีก

“ใช่สิ ก่อเรื่องไว้เยอะเลยนะเราน่ะ ต้องไปขอโทษคุณทานากะเขาด้วย รู้ตัวมั้ย”

จองยอนกำลังพูดถึงบ้านคุณทานากะที่ลูกสาวไปก่อเรื่องเรื่องซื้อตั๋วเครื่องบินเอาไว้ เพราะว่าบ้านคุณทานากะเป็นร้านนายหน้าขายตั๋วให้สายการบิน เพื่อนของนาโกะถึงได้เชื่อคำขอร้องของเจ้าตัวแสบออกตั๋วเครื่องบินให้จนบินมาถึงฮกไกโดนี่ได้ น่าตีนักเชียว คนเป็นแม่นึกโมโห

แต่ถึงจะตอบไปอย่างนั้น ตัวเธอเองก็รับรู้ได้ดีว่ากำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ ไม่ใช่รักครั้งแรกเสียหน่อย แม้ว่าการตกหลุมรักจะไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่เธอก็ได้รู้สึกถึงมันขึ้นมาบ้างแล้ว

“คืนนี้นาโกะรออยู่ที่บ้านน้าอิมนะ นาโกะรู้สึกเพลียๆ”

เจ้าตัวแสบแกล้งหลับตาทำหน้าเมื่อยอ่อนเพลีย ประกอบกับที่ป่วยอยู่ก่อนหน้าจองยอนถึงได้เชื่อเสียสนิทใจ เห็นว่าไม่ควรจะเอาลูกที่เพิ่งฟื้นไข้ไปด้วย แต่ว่ามันชักจะดูแปลกๆ

“ได้ไง ไปกวนน้าเขาเยอะไปแล้วนะ ป่วยจริงรึเปล่าเนี่ย”

คนเป็นแม่หรี่ตาจ้องจับผิด ยูจองยอนมองเด็กตัวเล็กอย่างไม่ลดละความพยายามจะหาช่องโหว่ของใบหน้าใสซื่อแบบเด็กๆของนาโกะ และทันทีที่ลูกสาวตัวแสบกำลังจะอ้าปากเถียง จองยอนก็สวนกลับไปให้เงียบลงได้ในทันใด

“หยุด! ยังไม่ได้ชำระความเรื่องเก่าๆเลยนะ”

 

วันนี้นาโกะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว และพรุ่งนี้พวกเราก็จะกลับฟุคุโอกะ มันควรจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกถ้าเจ้าตัวเล็กไม่ป่วยขึ้นมาเสียก่อน เธอถือข้าวของทุกอย่างไว้ในมือพร้อมกับเรียกลูกสาวให้เดินมาด้วยกัน ถึงจะดูแข็งแรงขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่นิดหน่อย

ใช้เวลาไม่นานนักจากการเดินทางด้วยรถประจำทางกลับมาที่โรงแรม เพราะว่าเป็นวันธรรมดาจองยอนจึงไม่อยากรบกวนนายอนให้ต้องมารับมาส่ง แค่เท่านี้ก็เกรงใจหล่อนมากแล้ว รบกวนกันเสียขนาดนั้น ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานแท้ๆ

บนห้องพักที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลเท่าใดนัก ยูจองยอนถึงได้เริ่มจัดการกับนัดขอบคุณของตัวเอง เธอใช้โทรศัพท์ของโรงแรมเพื่อโทรออก ต่อสายไปยังสถานที่ปลายทาง

“นัดตอนหนึ่งทุ่มตรงพอจะมีโต๊ะว่างไหมคะ?”

หล่อนถามเอากับพนักงานปลายสาย ไม่ง่ายเลยที่จะได้โต๊ะในช่วงเวลาค่ำ ในค่ำคืนของวันแห่งความรักแบบนั้น จะว่าบังเอิญหรือก็คงจะใช่ เธอลืมนึกถึงมันไปเสียสนิท

วันแห่งความรักน่ะ สำคัญตรงไหนกันนะ

เพราะโรงแรมที่อยู่เป็นเพียงโรงแรมขนาดเล็กจึงทำให้ไม่มีห้องอาหารหรือบริการใดๆนอกจากห้องพักเพียงอย่างเดียว ด้วยความเร่งรีบและไม่คิดว่าจะต้องอยู่นานขึ้น ยูจองยอนจึงไม่ได้เลือกโรงแรมดีๆเอาไว้ ทุกอย่างดูจะฉุกละหุกบังเอิญไปเสียหมดอย่างที่เธอไม่ได้ตั้งตัว

“ทุ่มตรงเหรอคะ ไม่มีเลยค่ะ”

เธอโทรมาเป็นโรงแรมที่สามแล้ว เพราะว่าไม่ใช่เมืองหลวง โรงแรมขนาดใหญ่ที่มีห้องอาหารจึงไม่ได้หาง่ายนัก หล่อนลอบถอนหายใจเบาๆให้กับความผิดหวังครั้งที่สาม เพราะว่านัดนายอนเอาไว้แล้วถึงได้ไม่อยากจะพลาด

“แต่ถ้าเป็นบริการแบบคู่รัก ทางเรามีโปรโมชั่นเป็นรูมเซอวิสดินเนอร์ให้ค่ะ”

“อ่า..”

หล่อนชักจะอึกอัก มันจะดูเป็นการเลี้ยงขอบคุณที่ดูเป็นการส่วนตัว ’เกินไป’ ไหมหนอ แล้วหล่อนก็ว่ารายละเอียดของอาหารเครื่องดื่มและบริการต่างๆให้อีก เพราะว่าเป็นห้องที่ค่อนข้างอยู่สูงจึงทำให้ราคาค่อนข้างจะสูงกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้ไปเสียหน่อย

“ตอนนี้เหลือห้องอยู่ไม่มากแล้ว ถ้าสนใจทางเรายินดีมอบส่วนลดให้คุณลูกค้าอีกนะคะ..”

เธอตอบไปอย่างไม่ทันตรึกตรองให้ดีหลังจากฟังคำว่า ‘ส่วนลด’ เธออยากจะโทษว่าเป็นเพราะมันต่างหากเล่า!

“ค่ะ!!”

 

ห้านาฬิกา นาฬิกาบอกเวลาอย่างนั้น ยูจองยอนยกหูโทรศัพท์อีกครั้งเพื่อต่อสายไปถึงอิมนายอน หล่อนรอสัญญาณปลายทางดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่อีกฝ่ายจะรับ แต่กรากฏว่าไม่ใช่เสียงของคนที่เธออยากจะพูดคุยด้วย

“ขอสายคุณอิมนายอนค่ะ”

ปลายสายเป็นผู้หญิงเสียงเล็กตอบรับเหมือนเหนื่อยๆเนือยๆให้คนฟังยิ้มขำ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นใครแต่คงจะเป็นคนดูออกง่ายๆเหมือนน้ำเสียง

“ค่า รอซักครู่น้าค้า..”

‘นาจัง’ ยูจองยอนได้ยินเสียงคนนั้นเรียกชื่อที่น่าจะเป็นชื่อเล่นของอิมนายอนแล้วได้แต่แอบยิ้มอยู่อย่างเงียบๆ เธอรออยู่ไม่นานอีกฝ่ายจึงเดินมาถึงโทรศัพท์

“ค่ะ”

“ค่ะ ยูจองยอนนะคะ โทรมาคอนเฟิร์มเวลานัด”

“อ๋อค่ะ อันที่จริงไม่ต้องเลี้ยงขอบคุณก็ได้นะคะ เกรงใจ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ นาโกะไปรบกวนคุณไว้มาก ถ้าทางฉันไม่ทำอะไรเลยคงจะเสียมารยาทน่าดู”

นายอนหัวเราะคิก ใบหน้าของหล่อนดูแช่มชื่นผิดสังเกต ให้ซานะที่เหล่มองอยู่หลังนิตยสารเล่มใหญ่แอบเบ้ปาก ท่าทางแบบนี้เธอเคยเห็นมาแล้วสมัยแม่เพื่อนซี้มีแฟนคนแรก แบบนี้มันชัดเจนว่าปลายสายที่นายอนกำลังคุยด้วยอยู่นั้นย่อมต้องมีสถานะ ‘พิเศษ’

ว่าแล้วก็ ขอขยับเข้าไปใกล้ๆอีกนิดเพื่อแอบฟัง...

“คุณจะมารับหรือคะ”

อิมนายอนถามเอากับคนปลายสาย ทว่าอีกฝ่ายตอบอย่างแทบจะไม่ต้องหยุดคิด

“คุณอยากจะขับรถไปหรือเปล่าคะ?”

หล่อนถามความเห็นอย่างที่นายอนรู้สึกประหลาด เธอเคยได้ยินว่ายูจองยอนทำงานที่เมืองนอกมาก่อน หล่อนก็คงจะมีความคิดและวัฒนธรรมบางอย่างที่ต่างจากคนอื่นกระมัง

“ค่ะ ฉันจะขับรถไป แล้วคุณล่ะคะ”

เพราะไม่ใช่โรงแรมที่พักอยู่ จองยอนจำต้องใช้รถโดยสารในการเดินทางไปยังจุดหมายที่นัด เธอบอกกับอีกคนไปตามตรง

“รถไฟค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณมาหาฉันแล้วไปพร้อมกันดีกว่า”

เธอพูดไปยิ้มไปอย่างที่เพื่อนยังเบ้ปากใส่หูผึ่งกระดิกริกๆอยากรู้เสียไม่มี ว่าหนุ่มที่ไหนกันหนอที่ทำให้เพื่อนเธอออกอาการ ‘กิ๊กกั๊ก’ อย่างที่ไม่มีกับว่าที่คู่หมั้นอย่างมาซารุที่แสนจืดชืด

“แล้วนาโกะล่ะคะ”

อิมนายอนเป็นห่วงถึงได้ถามถึงนาโกะขึ้นมา

“คงทิ้งเอาไว้ที่นี่แหละค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

“จะดีหรือคะ ฉันว่าเอาแกมาฝากไว้ที่บ้านฉันดีกว่า มีซานะอยู่ด้วยไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ตอนนาโกะมาอยู่ที่นี่ซานะก็ช่วยดูอยู่บ่อยๆ”

เหอออ.. ครั้งเดียวย่ะ

แต่จะว่าไป…

เสียงที่เธอได้ยินเมื่อกี๊ตอนรับโทรศํพท์มันเสียงผู้หญิงนี่นา…แล้วนั่นนาโกะ ยัยเด็กแสบเด็กหลงคนนั้น ซานะร้อง โหว ในใจเบาๆ ก่อนจะค่อยๆขยับเข้าไปใกล้อีกสเต็ปด้วยความอยากรู้

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ..”

ก่อนจะเกรงใจอะไร เกรงใจเพื่อนที่นั่งหัวโด่อยู่นี่ก่อนมั้ยคะ ซานะโวยวาย แต่ออกเสียงไปให้รู้ไม่ได้ ก็นายอนอุตส่าห์ขอร้อง แลกกับจะแนะนำหนุ่มหล่อที่ออฟฟิศให้รู้จัก ตอนแรกก็แค่ให้มาอยู่เป็นเพื่อนนาโกะหล่อนเองก็ดันนึกไปว่านายอนจะอยู่ด้วยแท้ๆ

ไม่ถงไม่ถามสุขภาพกันซักคำ ฮือออ...

หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยอิมนายอนก็เริ่มเตรียมตัวเพื่อไปทานมื้อค่ำกับเพื่อนใหม่ที่ซานะไม่เคยเห็นหน้า อยากจะรู้เสียจริงจริ๊งว่าหล่อนเป็นใครกันแน่

เธอหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาลองอยู่หลายชุดทว่ากลับเลือกชุดกระโปรงสีอ่อนสบายๆ ไม่ใช่ชุดเดรสสีขาวทั้งตัวเหมือนกับเมื่อวานนี้ เธอมองตัวเองในกระจกก็ค่อยรู้สึกว่าเป็นอิมนายอนขึ้นมาหน่อย แต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอางค์เพียงเล็กน้อย และหมุนดูตัวเองอีกหลายครั้ง ทั้งที่ประหม่า แต่กลับไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลเหมือนเดทเมื่อคืนเลยสักนิด ออกจะเป็นความรู้สึกตื่นเต้นเสียมากกว่า

หล่อนลืมคำขอของมาซารุไปเสียสนิท

ตอนที่ยูจองยอนมาถึง เธอสวมกางเกงและเสื้อคอเต่าสีดำทับด้วยโค้ทสีเบจสีเดียวกับสีผมของหล่อน แม้จะดูเรียบง่ายแต่นายอนก็คิดว่ามันดูดีมากทีเดียว

“รบกวนด้วยนะคะ”

จองยอนพูดพร้อมหลีกทางให้เจ้าตัวเล็กโผล่มาจากด้านหลัง ซานะที่ยื่นหน้าออกมาจนได้เห็นถึงกับต้องร้องว้าวยาวๆในใจ

“อย่างนี้นี่เอง!!”

เขาสวยอย่างนี้นี่เอง!!

ยัยอิมนายอนถึงได้ทำหน้าเยิ้มเสียงหวานอย่างนั้น ต่างกับลูกสาวที่ซนเป็นลิงเสียจริงจริ๊ง ถ้าอย่างนี้เธอคงต้องกลับไปคิดดูใหม่เสียแล้ว ว่านาโกะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน

“นี่ซานะค่ะ”

นายอนผายมือต้อนรับอีกคนให้เข้ามาในบ้านพร้อมกับแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนสนิทของเธอ ซานะโค้งรับพร้อมด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม

“ยินดีทีไ่ด้รู้จักค่ะคุณยู มินาโตะซากิ ซานะค่ะ เรียกซานะเฉยๆก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก”

ว่าแล้วก็เข้าไปจับไม้จับมือทักทายตามธรรเนียมและมารยาทที่ดี(?) ให้นายอนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เมื่อกี๊ยังบ่นอุบอิบ ว่าทิ้งเพื่อนไปมีความสุขคนเดียวอยู่เลย

เราพูดคุยฝากฝังกันอีกสักพักก่อนที่จะขอตัวเพื่อไปเลี้ยงดินเนอร์ที่เพื่อนตัวดีล้อเอาไว้ว่าเป็น

“จะไป เดท กันเหรอคะ”

นาโกะจังก็ยิ้มชอบใจไปด้วย ตอนนี้ยัยสองตัวแสบนั่นดูจะเข้ากันได้ขึ้นมาทีเดียวหละ!!

 

นายอนเป็นสารถีในวันนี้ เธอได้ใช้งานรถเต่าสีขาวคันเก่งอย่างที่ตั้งใจ บนท้องถนนเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยนไปจากมเื่อวันก่อนๆ แต่น่าแปลกที่บนสนทนาพูดคุยเรื่องชีิวตประจำวันแสนเรียบง่ายพวกนั้นทำให้รู้สึกดีเกินกว่าที่ควรจะเป็นในวันธรรมดาๆวันนี้

“ขอโทษด้วยนะคะที่จองห้องอาหารไม่ได้”

ยูจองยอนกล่าวขอโทษอีกฝ่าย ทั้งที่เธอเป็นคนนัดไว้แล้วแท้ๆ ทว่าอีกคนส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร จนกระทั่งเราเดินเข้ามาที่ด้านในของโรงแรม พนักงานมอบกุญแจให้ก่อนที่จะพาเราเดินนำไปที่ลิฟท์

ที่ด้านในห้องถูกจัดแต่งเป็นที่สำหรับคู่รักช่างแสนโรแมนติกเสียเหลือเกิน ออกจะโรแมนติกเกินไปด้วยซ้ำสำหรับเพื่อนใหม่ ถึงได้มีแต่ความเก้อเขินอย่างบอกไม่ถูกอย่างนี้

ยูจองยอนดึงเก้าอี้และเชื้อเชิญให้อีกคนหนึ่งนั่ง ซึ่งนายอนก็ทำแบบนั้นเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน คนทั้งคู่ต่างหัวเราะออกมาที่ทำให้มันเกิดขึ้นในเวลาพร้อมกันได้อย่างบังเอิญ

“อ่า เชิญค่ะ”

กลายเป็นว่าต้องต่างคนต่างนั่งเพราะความรู้สึกประหม่าทว่ากลับผ่อนคลายขึ้นด้วยหัวข้อสนุกที่เรายกนำมาพูดคุยกันได้อย่างไม่รู้จักเบื่อ เหมือนกับในทุกค่ำคืนที่ปลายสายต่อตรงไปที่ฟุกุโอกะ แม้คนปลายสายที่เลิกงานค่อนข้างช้ามักจะพยายามทำเสียงให้สดใสอยู่เสมอ แม้จะหวนคิดถึงตอนนั้น แต่ตอนนี้นายอนได้เห็นแล้วว่าเวลาที่หล่อนพูด มีสีหน้าท่าทางเป็นอย่างไร

เพราะว่าต้องขับรถเราจึงทำเพียงแค่จิบไวน์กันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นตอนที่ยืนชมวิวทิวทัศน์อยู่ที่ข้างบานหน้าต่างบานใหญ่ เธอเห็นเมืองอยู่ที่เบื้องล่าง ขาวโพลนไปด้วยหิมะและความหนาวเย็น

หล่อนเหลือบมองยูจองยอนที่ใส่แต่เพียงเสื้อคอเต่าและกางเกงขายาวสีดำ เพราะเธอพาดโค้ทสีเบจเอาไว้ที่ที่แขวนตรงประตู เสี้ยวใบหน้าสวยพินมองไปยังเบื้องล่าง นครทางเหนือสีขาวที่ปกคลุม ประดับประดาไปด้วยไฟเพราะอยู่ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก เธอลอบมองหล่อนอยู่นานจนกระทั่งอีกคนรู้ตัว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเราถึงได้มองและส่งยิ้มให้กันอยู่อย่างเงียบๆ

ความรู้สึกอุ่นวาบอยู่ในอก ไม่ใช่กระตุกถี่ เต้นระรัว หรือประหม่าจนอึดอัด หากแต่เป็นความรู้สึกอบอุ่นเล็กๆที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ตอนไหนเสียก็ไม่มีใครรู้

พอถึงตอนนี้อิมนายอนก็ดันไปนึกถึงคำว่า ’เดท’ ของซานะขึ้นมาจนได้

แม้ว่าจะไม่ได้ขับรถแต่ยูจองยอนทำเพียงแค่จิบไวน์กันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นตอนที่ยืนชมวิวทิวทัศน์อยู่ที่ข้างบานหน้าต่างบานใหญ่ ที่นี่ดูแปลกตาจากที่ที่เธอมาเสียเหลือเกิน แต่กระนั้นมันก็ยังสวยงามและดูน่าสนใจเหมือนกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆไม่มีผิด

หล่อนเหลือบมองอิมนายอนในชุดคล้ายกับวันก่อนทว่าดูสวยน่ารักกว่าทุกครั้ง ที่นี่คือบ้านของเธอ แม้จะทำให้เดือดร้อนไปบ้างแต่ยูจองยอนนึกขอบใจที่นาโกะมาอยู่ที่นี่เสียก็ตอนนี้  นานเกินไปหรือเปล่านะที่ไม่ได้รู้สึกอย่างนี้ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยิ้มให้กับตัวเอง ความรู้สึกที่เธอรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในหัวใจดวงนี้

หลังจากมื้อค่ำพวกเราต่างก็เงียบลงเพราะเอาแต่ซึมซับบรรยากาศในวินาทีสุดท้ายที่จะต้องจาก นายอนเสนอว่าจะขับพาชมเมืองตอนกลางคืนซึ่งยูจองยอนไม่ได้ปฏิเสธ เธอกลับจะเห็นดีด้วยซ้ำที่เราจะยืดเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันอีกนิด แม้จะไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าคำว่า ตกลงค่ะ ก็ตามที

 

วันแห่งความรักน่ะ สำคัญตรงไหนกันหนอ

 

ในตอนที่ผ่านไปบนถนนเส้นหนึ่งระหว่างที่กำลังกลับบ้าน ร้านค้ามากมายกำลังเสนอขายช็อคโกแลตสำหรับคู่รัก พวกเราได้แต่มองด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างช้าๆ แม้จะไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีกเพราะเอาแต่ซึมซับบรรยากาศพวกนั้น แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด

วนซ้าย วนขวาอย่างพยายามที่จะรั้งให้เวลายืดยาวไปอีกสักหน่อย แม้จะล่วงเลยกว่าที่ควรจะเป็นมามากแล้ว แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องวนรถกลับมาที่บ้านเพื่อที่จะรับนาโกะ

เด็กหญิงนอนหลับไปเสียแล้วตอนที่เรามาถึง จองยอนรับนาโกะมาไว้ในอ้อมกอดและวางเธอลงที่เบาะหลัง ใบหน้าเล็กหลับตาพริ้มอย่างหมดฤทธิ์ความแสบ

ใช้เลาประมาณนี่สิบนาทีเราก็มาถึงโรงแรมอันเป็นที่พักของทั้งคู่ เวลาใกล้จะหมดเสียแล้วสินะ คนน่ารักรู้สึกใจหายอย่างไรเสียก็บอกไม่ถูก หากแต่เธอคงจะพูดอะไรไม่ได้

“วันนี้ขอบคุณมากนะคะ”

นายอนพูดออกไปอย่างนั้น ดวงตากลมหวานจ้องมองอีกคนที่หันมามองกันอย่างนี้ เธอไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร รู้สึกอย่างเดียวกันหรือไม่จนกระทั่งใบหน้าสวยจัดนั้นเคลื่อนใกล้เข้ามา

แม้รถจะจอดนิ่งอยู่ ภายในรถเต่าสีขาวคันนี้เงียบสนิท  แม้อากาศจะเย็นขึ้นอีกแต่เราต่างไม่ขยับไปไหน คำขอบคุณที่ถูกกลืนหายด้วยจุมพิตเบาบางแนบสนิทบนริมฝีปาก ยูจองยอนแตะมันอย่างเบาบาง ความนุ่มนวลที่ลดระยะห่างเพียงแค่หนึ่งฟุตให้แคบลงอีก กระทั่งความอุ่นถอยออกไปอย่างเชื่องช้า หล่อนถึงได้ลืมตาขึ้น

 

รักน่ะ เป็นอย่างไรหนอ

 

เธอไม่เคยได้หาคำตอบจนกระทั่งวันนี้ ที่รถสีขาวของเธออยู่บนถนนกับใครคนหนึ่งที่สำคัญเท่านั้นเอง







     #คนนอนไม่หลับจากฟุคุโอกะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #216 mxxt_xz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 14:22

    งื้อออ น่าร้ากกกก

    #216
    0
  2. #167 TRIPLE O (@OLESUNGSONE21) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 21:22
    ฮื่ออ น่ารักกกกก รักนษดกะมากๆ เลยย แล้วนากาโกะยังไงคะ ขอความชัดเจน
    #167
    0
  3. #87 InuSmall (@nishishi48) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 00:38
    กลัวดราม่ามากเลยเหมือนเรื่องมันจะดีแล้วแท้ๆ ความสัมพันธ์ของนายอนกับจองยอนเริ่มไปในทิศทางที่น่าจะดีขึ้น

    แต่ก่อนหน้าดันมีฉากขอแต่งงานขึ้นมาทำให้ดีใจก็ดีใจไม่สุด คิดว่าเป็นดราม่าสำคัญของเรื่องตอนนี้เลยไม่รู้ว่าผ่านไปยังไง
    #87
    0
  4. #86 Double_Dubu (@Double_Dubu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 13:15
    เค้าจุ๊บกันแล๊ววววไวไมหาามกสกสดมดสกก แต่ๆๆๆ อิพี่ก็โดนขอแต่งงาน ฮื่ออออ ยังไงละทีนี้

    สู้ๆนะคะไรท์ รอตอนต่อไปค่า
    #86
    0
  5. #85 Yoo_JY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 01:41
    ดูแชงใส่หูกระต่ายแสดงความรู้สึกแล้วคิดถึงนาโกะ(เกี่ยวมั๊ย?!) แล้วนาโกะก็มาจริงๆ มาพร้อมกับจูบของคุณยูด้วย ตายแล้วว เขิลลลลล



    ไรเตอร์บรรยายความต่างของเดทคุณอิมได้ดีมากจริงๆค่ะ ส่วนความรู้สึกของคุณยู บทจะชัดก็ชัดเจนมากเลย 5555555 ขอบคุณไรเตอร์นะคะ
    #85
    0
  6. #84 comexx (@ssnsd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 02:26
    ขำซานะกับนาโกะมาก555555 การจูบกับมาซารุกับคุณยูความรู้สึกมันต่างกันสินะ
    โอ้ยรู้สึกอบอุ่นมากเลยค่ะ ยิ่งกับบรรยากาศเย็นๆมีหิมะตก อ่านแล้วรู้สึกละมุนโรแมนติกมากๆ
    #84
    0
  7. #82 Puypepsin (@Puypepsin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 08:24
    เค้าจูบกันแล้วค่ะ ถถถถถถ ตอนนี้นายอน ทั้งเดท + จูบ x2 เลยนะคะ แต่มันก็เห็นถึงความแตกต่างกันอยู่นะ แอบกังวลนิดหน่อยว่านางตอบรับหรือปฏิเสธคำขอของมาซารุ ขอให้เป็นไปตามที่คิดล่ะกัน อ้อ ซานะ มีความน่าหมั่นไส้มากค่ะ แล้วดูจะเข้ากันได้ดีกับนาโกะนะ 55
    #82
    0
  8. #81 srch_cy (@srch_cy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 01:48
    กรี๊ดดดดดดดดดดดจุ๊บกันแล้ว เขินนนนนนนนนนนโอ๊ยยยยนตัยๆๆๆๆๆทำไมเขินงี้อ่า ฮือออออออละมุนมากกกกกก
    #81
    0
  9. #80 [Kakuranger] (@-sasuke-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 00:58
    นาโกะกลับมาแล้วววว มาทีละมุนนีมากๆๆๆๆๆ
    #80
    0
  10. #79 MolerisE (@ammy1740) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 00:37
    ละมุนนนนนน น่ารักมากค่ะหวานกันเรื่อยๆเลยอ่านแล้วตัวบิดชอบที่ช่วยกันยื้อเวลาแบบเนียนๆ 55555555 แล้วซานะกับนาโกะเรื่องแซวนี่เข้าพวกกันดีเชียวนะ
    #79
    0
  11. #78 #171717 (@rensone_ty) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 00:27
    คุณยูนี่จริงๆเลย แค่ได้ยินคำว่าส่วนลดก็ตอบแบบไม่คิดเลย55555 กี่ตอนๆก็ยังให้ความรู้สึกละมุนละไม อบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่อ่านพาร์ททูยอน มันไม่ได้หวือหวาแต่ทำให้เรารู้สึกว่า อ่า ดีจัง ชอบจัง น่ารักT_T อะไรแบบนี้
    คุณมาซารุก็ยังดีเสมอต้นเสมอปลาย แต่ก็ทื่อๆยังไงไม่รู้ อิมนายอนก็ยังไม่ชัดเจนเสียที ถ้าสังเกตตัวเองก็คงรับรู้ไปแล้วแท้ๆ ทั้งความรู้สึก ตัวตน แล้วก็การกระทำ จริงๆเล้ย
    #78
    0
  12. #77 ALRISAPOPKA (@ALRISAPOPKA) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 22:03
    ละมุนกลมกล่อมแต่เกือบลืมเนื้อเรื่องเลยอ่านวนอีกรอบ555
    คุณนายอนจะทำไงดีคะถูกต้องหรือถูกใจดีคะ555
    ส่วนคุณยูก็อบอุ่นเหลือเกิน55
    ต้องขอบคุณความดื้อของนาโกะนะ555
    รอตอนต่อไปค่าาาา
    #77
    0
  13. #76 Mroiiz (@cocoban2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 22:00
    โอ้ยยยย เขิน ละมุนละไมมากค่ะ ชอบภาษาเขียน การบรรยายที่เห็นภาพ ชอบไปหมดเลยย
    #76
    0