บุปผาสองภพ

ตอนที่ 22 : บทที่ 20 นิทานปรัมปรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    6 มี.ค. 58









บทที่ 20 นิทานปรัมปรา

 





 

 

“กาลครั้งหนึ่ง...เมื่อนานแสนนานมาแล้ว...”

 






ฉัน ละอองดาวผู้ปราดเปรื่องเก่งกาจเกรียงไกร กระพริบตาปริบๆสองสามทีให้กับขุนนางวัยชราน่าเลื่อมใสท่านหนึ่งที่กำลังกล่าวขานนิทานไร้สาระเรื่องหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับฉันคนนี้สักนิด

ฉันกำลังนั่งอยู่บนตักแกร่งขององค์จักรพรรดิในการเฉลิมฉลองอะไรซักอย่าง ที่มีการแสดงต่างๆนานาและตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นการเล่าตำนานอะไรสักอย่างที่มีการร่ายรำประกอบ ฉันเหลือบตามองสองข้างซ้ายขวาเห็นองค์ชายห้าจงเลี่ยงหลง และองค์ชายเก้าจงเฟยหลง

องค์ชายห้ากำลังนั่งอย่างสงบนิ่ง มองตรงไปที่ชายแก่ตรงหน้าอย่างเดาอารมณ์ไม่ออก ส่วนองค์ชายเก้าเอนหลังพิงพนักด้านหลังเก้าอี้ทองคำที่นั่งอยู่ จัดการเอาหัวตัวเองวางแหมะหลับปุ๋ยซบกับท่อนแกร่งของตัวเองอย่างไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรมหณ์ใดๆทั้งสิ้น

ส่วนองค์จักรพรรดิจงอวิ๋นหลงหน่ะหรอ? ฮึๆ ก็นั่งเอาคางทิ่มหัวฉันอยู่นี่ไง...

ฉันนั่งที่เท้าคางมองชายชราเล่านิทานก่อนนอนสุดคลาสสิคอย่างสะลืมสะลือจะทำอะไรได้เล่า? นอกจากนั่งฟังต่อไป...

 




“นานแสนนานมาแล้ว ที่โลกถูกปกครองโดยเหล่าทวยเทพ...”

 

 

 

 

 

 



นานแสนนานมาแล้ว ในสมัยที่โลกยังถูกปกครองโดยเหล่าทวยเทพ มนุษย์เป็นชาวประชา และเหล่าปีศาจเป็นเพียงข้าทาสบริวาร


และนานแสนนานยิ่งกว่า มีสี่สหายที่มีพลังแห่งมิตรภาพเป็นหนึ่งในปฐพี ประกอบไปด้วยหนึ่งเทพ หนึ่งมนุษย์ หนึ่งปีศาจ และหนึ่งสัตว์เทวะ


เหล่าทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายต่างปกครองโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์พร้อม ทั้งสมบัติ ทั้งพืชพรรณธัญญาหาร และความอุดมสมบูรณ์


หากแต่เป็นเพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ละโมบ อำมหิต และไม่รู้จักคำว่าพอ


สงครามจึงกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปฐพี...

 










สงครามทำลายล้างทุกอย่างให้วอดวายอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย  ชีวิตชาวประชาร่วงหล่นราวกับใบไม้ร่วง


แม้เหล่าเทพยดาทั้งหลายจะช่วยกันห้ามปราม แต่กิเลสของมนุษย์ก็ยังคงไม่มีสำนึกมากเพียงพอที่จะรับฟัง


และเมื่อไม่สามารถห้ามปรามได้...ปราการสุดท้ายที่จะสามารถยื้อความหวังของโลกใบนี้ไว้ ก็คงจะเป็น การทำลาย...

 








ทำลาย  ทำลาย  ทำลายให้สิ้น...

 









เผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกโค่นล่มโดยไม่สนว่าฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก โดยฝีมือเหล่าทวยเทพทั้งหลาย

พลังแห่งการทำลายล้างของมหาเทพ มหาศาลมากเกินกว่าที่พิภพนี้จะสามารถรับไว้ได้...








แล้วโลก...จึงแตก...

 







โลกที่แสนสวยงาม แต่แยกออกเป็นสี่ส่วน...เสมือนความสามัคคีของเผ่าพันธุ์ต่างๆก็ถูกแยกตามไปด้วย


เหล่ามนุษย์ผู้น่าสงสารถูกปล่อยให้เอาตัวรอดในโลกที่ปราศจากความเมตตาจากเหล่าทวยเทพอย่างแร้นแค้นและไร้ความปราณี...


หากแต่ มีเพียงสี่สหายที่ไม่ย่อท้อ...หนึ่งเทพ ไม่สามารถทิ้งหนึ่งมนุษย์ได้ เหมือนกับที่หนึ่งปีศาจและหนึ่งสัตว์เทวะก็ไม่อาจทิ้งสหายของตนได้เช่นกัน


การวอนขอต่อโชคชะตาที่ทารุณโหดร้ายจึงได้บังเกิดขึ้น...  

 









แม้จะต้องละทิ้งศักดิ์ศรี หรือชีวิต สหายเหล่านี้จะไม่ทอดทิ้งกัน...


พวกเค้าได้พิสูจน์ว่า มิตรภาพ ยังคงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ และวอนขอโอกาสอีกเพียงสักครั้ง...สักครั้งที่จะพิสูจน์คำพูดของตนเองให้เหล่าเทวาทั้งหลายได้ประจักษ์

 









สุดท้ายเมื่อห้ามไม่ได้ สี่สหายต่างเผ่าพันธุ์จึงต้องพิสูจน์คำพูดของตนเองอย่างไม่อาจเลี่ยง


“ยอมได้...ยอมได้....หากอยากพิสูจน์นักก็ย่อมได้”


องค์มหาเทพได้กล่าวไว้ในวันตัดสินคำร้องขอที่จาบจ้วงเหล่านี้


“เมื่อโลกถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วน เพราะกิเลสเพียงหนึ่งเผ่าพันธุ์ เราจะให้เจ้าได้พิสูจน์ตามที่ปรารถนา ว่าการที่พวกเจ้ากล้ามาผยองกับเรา มหาเทพ นั้น  เป็นเพราะความกล้าหาญหรือความอวดดีกันแน่...

จงฟังเราให้ดี...

อาณาจักรทางตอนเหนือยกให้เจ้า  หนึ่งเทพ ประทานนาม หยางอี๋

อาณาจักรทางตะวันออกยกให้เจ้า หนึ่งมนุษย์ ประทานนาม มหิทรา

อาณาจักรทางตะวันตกยกให้เจ้า หนึ่งปีศาจ ประทานนาม เซปติมา

และอาณาจักรทางใต้ยกให้เจ้า หนึ่งสัตว์เทวะ ประทานนาม ฮโยรี

ต่อจากนี้ พวกเจ้าสี่สหาย จงปกครองสี่อาณาจักรนี้ให้รุ่งเรื่อง อย่าต้องให้เราหรือเหล่าทวยเทพต้องเสียใจที่มอบความกรุณานี้แก่พวกเจ้า หากทำได้ไม่ดีอย่างปากว่า...ก็จงอย่าหวังว่าชีวิตของทุกเผ่าพันธุ์บนโลกของพวกเจ้าจะสามารถดำรงอยู่ได้”











หลังจากนั้น เหล่าสหายต่างเผ่าพันธุ์เหล่านั้นจึงแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ มีช่วยเหลือ มีจุณเจือ จนอาณาจักรทั้งสี่ต่างก็เจริญรุ่งเรืองไม่ยิ่งหย่อนไปกล่าวกัน

ไม่นานเกินรอ อาณาจักรโลกอันแสนสวยงามและสงบสุขก็กลับมาอีกครั้ง...

 








แต่แล้ววันหนึ่ง...รางวัลจากเหล่าทวยเทพทั้งหลายก็ถูกส่งมา

 
เพราะว่ายอดบุรุษ ควรคู่กับหญิงงาม...และเพราะหญิงที่งามพร้อมที่ว่า ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นเผ่าพันธุ์เทพเท่านั้น


ทั้งสูงค่าทั้งร่างกาย และสติปัญญา...


เหล่าทวยเทพทั้งหลายจึงหวังดี ส่งสี่เทพธิดาผู้งามพร้อมลงมาครองคู่กับสี่ยอดบุรุษทั้งหลาย





ทว่า...





ความรักไม่เกี่ยวข้องกับความสูงส่ง หรือ เพียบพร้อมใดๆ

 

เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้นจนได้...





 

กรรมใดใครก่อ...กรรมนั้นย่อมคืนสนองฉันใด


การต้องฝืนสังขารมานั่งดูการแสดงที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตเรา ย่อมน่าเบื่อน่ารำคาญ ฉันนั้น...

 

 

 

 


ฉันเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ขี้เบื่อนิดหน่อย ที่ถูกบังคับให้มานั่งชมการแสดงบ้าบออะไรก็ไม่รู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตในวังหลวงที่แสนโหดร้ายนี้เลยสักนิด

 

 



เท่านั้นยังไม่พอ...นี่ฉันยังต้องมาทำหน้าที่เป็นที่วางคางขององค์จักรพรรดิอีกหรือ?


การกระทำที่แสนโหดร้ายและทำร้ายจิตใจมากมายขนาดนี้...ฉันคนนี้จะรับไหวได้อย่างไร?


 






อย่างนี้ต้องเอาคืน...

 

 

ฉันแสยะยิ้มร้ายอย่างที่ปกติไม่ได้ทำบ่อยนัก แต่ช่วงนี้เริ่มทำบ่อยเป็นพิเศษ


สองตากวาดมองรอบข้างที่ผู้คนมัวแต่ประเคนความสนใจ ไปที่การแสดงสุดอลังการด้านหน้า


เกร็งแก้มก้น และส่ายตูดดุ๊กดิ๊กรัวเป็นจังหวะสามช่า






 


จักรพรรดิ์อวิ๋นหลงขมวดคิ้วหนัก พร้อมกับกระชับอ้อมแขนที่คล้องอยู่ที่เอวฉันมากขึ้น...


แต่เพราะฉันคนนี้ คือละอองดาวผู้ยิ่งใหญ่ งดงาม และปราศจากความกลัวตาย

 

ฉันจึงยังคงดำเนินการแผนป่วนประสาทต่อไป...

 


“อะไรเล่า?”

 

 

 


เสียงนุ่มทุ่มเอ่ยถามขึ้นข้างๆหู ฉันเบือนหน้าหลบพร้อมกับดิ้นขลุกขลักพยายามพาตัวเองออกไปจากสถานที่น่าปวดหัวนี้

 

 

“เบื่อแล้วเพคะ อยากนอนแล้ว”


“ออกไปเช่นนี้ไม่ได้...รออีกหน่อยเถิด”

องค์จักรพรรดิรูปงามกล่าวตอบ ฉันจึงเหลือบตาไปมองการแสดงตรงหน้าที่เนื่อเรื่องดำเนินมาไกลมากแล้ว



“เฟยหลง หลับไปนานแล้วเพคะ จะมิเป็นไรหรือ?”

ฉันเอ่ยถามออกไป นึกเป็นห่วงเพื่อนเพียงคนเดียวของตนเองเล็กน้อยที่ทำตัวไม่ค่อยสมเป็นคนใหญ่คนโตเท่าไหร่



“เฟยหลง?”

องค์จักรพรรดิศีรษะทองคำเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย



“เดี๋ยวนี้เจ้าเรียกนามของน้องเก้าตรงๆหรือ? สมบัติของข้า...ใจกล้าเพียงนี้เชียว?”

ฉันขมวดคิ้วหันกลับไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนบัลลังค์เดียวกันอย่างฉงน



“เรียกไม่ได้หรอกหรือเพคะ?”



“แล้วน้องเก้าอนุญาตหรือไม่เล่า?”

องค์จักรพรรดิถามหน้าตาย ฉันสังเกตเห็นความขุ่นมัวที่แสดงออกมาผ่านทางแววตาสีทองสวยน่าหลงใหลคู่นั้นอย่างชัดเจน

จริงอยู่ที่ผู้ชายที่นี่อารมณ์แปรปรวนเสียยิ่งกว่าสตรีที่มีรอบเดือน แต่นี่มันจะไม่น่างงเกินไปหน่อยหรือ?



“เรียกไปแล้ว ไม่เห็นว่าองค์ชายเก้าจะเอ่ยว่าอะไร?”



“มิว่าหรือ?”



“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่เพคะ...”

ฉันขมวดคิ้วงงหนัก สองตาเหลือบซ้ายแลขวามเห็นการแสดงตรงหน้าใกล้จบเต็มที เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ในท้องพระโรงทยอยปรบมือด้วยความชื่นชม









องค์จักรพรรดิ์อวิ๋นหลงขมวดคิ้วหนักขึ้น ก่อนจะถอนสายตาไปมององค์ชายเก้าผู้เป็นตัวการ เมื่อฉันหันไปมองตามจึงเห็นว่าองค์ชายเก้าจงเฟยหลงลืมตาตื่นเต็มที่ แล้วยังจะมองมาทางนี้อยู่ก่อนแล้วเช่นกัน


ขนแขนทั้งสองข้างของฉันลุกชัน เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่ไม่เคยคุ้น...


และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ฉันคนเดียวที่รู้สึกได้ เพราะเมื่อเหลือบตามองไปอีกฝั่ง องค์ชายห้าผู้ดูเหมือนจะเป็นคนที่ไม่เคยสนใจอะไรบนโลกใบนี้ก็กำลังมองมาทางนี้อยู่เช่นกัน










นี่มันอะไรกันนะ?

 



พลันเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้น สะท้อนดังค่อยในท้องพระโรงราวระลอกคลื่น

 

เมื่อหันกลับมาดู ฉันจึงพบว่าการแสดงที่แสนน่ารำคาญนี้สิ้นสุดลงซักที...

 

 

 

หัวหน้าคณะแสดงออกมากล่าวคำขอบคุณและรับคำชื่นชมจากองค์จักรพรรดิตามพิธีการ

 

องค์จักรพรรดิจอมเสแสร้งจึงเลิกใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง มาสวมหน้ากากรอยยิ้มจอมปลอมเอ่ยชมเชยคณะละครชื่อดังแทนตามบทบาท

 

 

“ดี!!! มู่กงกง ให้รางวัล...”

เสียงทุ่มนุ่มทรงอำนาจกล่าวชื่มชมคณะละครตรงหน้าเพียงสั้นๆ กลับเรียกใบหน้ายิ้มแย้มและปลื้มปิติจากผู้คนมากมายทั่วท้องพระโรง



“จักรพรรดิทรงพระเมตตา ความเมตตานี้กระหม่อมจะไม่ลืมเลือน!!!

เสียงหัวหน้าคณะละครกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงตื้นตัน







ฉัน...ผู้ซึ้งเป็นสมบัติตัวน้อยๆที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดองค์จักรพรรดิจอมเสแสร้งนี้ จึงได้แต่แอบส่ายหัวอย่างระอา


แท้จริงแล้วจักรพรรดิผู้นี้เป็นคนดีจริงแต่โรคจิตเฉพาะเวลาอยู่กับฉัน หรือ เป็นตัวเองเวลาอยู่กับฉัน แต่เสแสร้งจอมปลอมเวลาอยู่กับคนรอบข้างกันแน่นะ?


ช่างน่าฉงนเสียจริง...

 



หัวหน้าคณะละคร กล่าวขอบคุณจนเสร็จสิ้น จึงเดินขึ้นมารับรางวัลอย่างนอบน้อมต่อหน้าพระพักตร์ด้วยความนอบน้อม

 

ฉันที่เป็นเพียงสมบัติ เดิมคิดจะหลบหลีกไปอีกทางตามมารยาทแต่กลับไม่สามารถทำได้ เนื่องด้วยวงแขนแกร่งที่รัดเอวของฉันเอาไว้อย่างแน่นหนา

 

 


ละอองดาวผู้น่าสงสาร ยังไงก็ยังคงน่าสงสารต่อไป...

 

ฉันกรอกตาอย่างอิดหนาระอาใจ

 

 

 



พลัน...

 

 


สองตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นวัตถุโลหะเป็นประกายยามต้องแสงที่ซ่อนอยู่ภายใจแขนเสื้อของคุณหัวหน้าคณะละครเข้าพอดี





นั่นอะไรน่ะ?







ปลัดขิกสะท้อนแสงหรือ?







เฮ้ย!!! ไม่ใช่...  นั่นมัน...







พลั๊ก!!!







ในชั่วเสี้ยววินาทีที่คิดได้ ร่างกายของฉันก็ถูกเจ้านายของตนเองผลักจนลอยละลิ่วกระเด็นตกจากบังลังค์อย่างไร้ความปราณี


แต่เดี๋ยว...เมื่อกี้นี้มัน...


ฉันรีบหันกลับไปทันทีที่คิดได้  ภาพองค์จักรพรรดิหัวสีทองที่ยังคงนั่งหน้านิ่งไม่แยแสโลก ดูเย็นชาจนหน้ากลัวกว่าทุกวันที่ฉันเคยได้สัมผัส


แต่ที่หน้ากลัวยิ่งกว่าคือ กริซสีเงินคมกริบในมือคุณหัวหน้าคณะละครที่กำลังพุ่งเข้าหาชายหนุมเรือนผมสีทองของฉันต่างหาก






“อวิ๋นหลง!!!

ฉันตะโกนออกไปด้วยความตกใจ เพียงเสี้ยววินาทีที่คิดว่าอีตาโรคจิตจะต้องดับอนาถคาบังลังค์แน่ๆ คนที่หายหัวไปนานแสนนานกลับปรากฏตัวขึ้น...


ผมสีเงินยวงขององค์รักษ์หน้าหล่อที่หายหน้าหายตามานานพลิ้วไหวตามลมอ่อนๆที่พัดลอดเข้ามาในท้องพระโรงทองคำแห่งนี้ สองมือถือดาบอันใหญ่ที่อีกครึ่งหนึ่งของปลายดาบจมหายเข้าไปในร่างกายของผู้ที่คิดจะลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิ์เรียบร้อยแล้ว








ฉันทำได้เพียงนั่งตะลึงลานอยู่กับที่...








จ้าวซิ่นหนิงหลง องค์รักษ์ของฉันคนนี้...เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?











 

 

 

 

 





สวัสดีๆๆๆ รีดเดอร์ที่น่ารักทั้งหลาย....
คิดถึงไรต์กันหมายยยยยยยยยยยย?

ขอโทษที่หายหัวไปสักพัก555 ความจริงคือช่วงนี้ยุ่งๆ แล้วเดี๋ยวก็ใกล้จะสอบแล้ว
ไรต์อาจจะมาลงได้บ้างไม่ได้บ้าง เหตุเพราะสมองเดินบ้างไม่เดินบ้าง555
แต่ไม่ต้องห่วงๆ เรื่องนี้ลงจนจบแน่นอน...

สำหรับตอนนี้ เป็นเรื่องราวของแม่หญิงละอองดาวผู้ไม่เคยกลัวอะไรเหมือนใครเค้าเท่าไหร่
และก็เป็นเหมือนจุดกำเนิดเรื่องราวหลายๆอย่างที่จะดำเนินไปในตอนต่อๆไปๆนะคะ

ยังไงก็ฝากติดตามด้วย  อ่อ...แล้วก็อย่าลืมเมนต์กันเยอะๆเด้อ...
ไรต์หายหัวไปนาน ไม่ได้อ่านคอมเมนต์ของรีดเดอร์ คิดถึงมากๆเลย555






 

 

 

 





 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

1,216 ความคิดเห็น

  1. #575 kantshi (@kantshi) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 23:53
    คุณองค์รักษ์ หนุ่มในฮาเร็ม(?)กลับมาสู่อ้อมอกของละอองดาวแล้วววววว
    #575
    0
  2. #516 เมมฟิส (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 18:31
    เย้ ในที่สุดไรท์ก็กลับมา อย่าทิ้งกันไปอีกน่ะ นิทานที่เล่าเป็นเรื่องของดาวและบรรดาหนุ่มๆทั้งหลายใช่ไม๊ค่ะ เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด ดูแล้วจุดเริ่มต้นของเรื่องจะดราม่าสุดๆ พวกเทพธิดาน่าจะเป็นคนไม่ดี เป็นตัวอิจฉา รวมทั้งเหล่าเทพด้วย ที่ดูแล้วใช้ความคิดของตนเป็นใหญ่ เริ่มเป็นห่วงยัยดาว ต่อไปไม่เอาดราม่าน่ะค่ะไรท์คนดี รีดเดอร์ไม่ชอบดราม่า
    #516
    0
  3. #512 kaeng_fang (@kaeng) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 10:22
    เย้ ไรท์กลับมาแล้ว คิดถึงมากมายยยยย. 
    #512
    0
  4. วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 20:29
    สนุกมากเลย~~
    #500
    0
  5. #493 Pingcasso (@bbek) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 18:48
    งอนมากปูเสื่อรอทุกวันเลยเจ้าค่ะ อ่านจนลืมแล้วว่าอ่านถึงส่วนไหน-0- ขอย้อนแพรพ555
    #493
    0
  6. #479 FairyTail Hunter (@fairytail55) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 12:07
    นางจะน่ารักมากไปแล้ว...เพื่อมาทางนี้สักคนได้รึไม่ละอองดาว555
    #479
    0
  7. #478 jue (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 10:31
    มาเยอะๆหน่อยจิ หายไปนานมากกกกก คิดถึงหนุ่มๆอ่ะ มีแต่คนหล่อๆ หุๆๆๆ
    #478
    0
  8. #477 หลิง หลิง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 09:53
    อัพแล้ว หายไปนานมาก แทบลืมไปเลย อย่าหายไปอีกนะจ้ะ
    #477
    0
  9. #476 มายด์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 07:48
    ไรท์หายไปนานมาก นึกว่าเลิกเขียนซะแล้ววว เมื่อเช้าเปิดเช็คดู เห้ย!!! อัพแล้ว!!! ผมนี่ตกใจเลยครัชชชช !!!!
    #476
    0
  10. #475 Patsiri McNab (@jumpsuit_bb) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 04:29
    คิดถึงมากกกก คิดถึงบรรดาหนุ่มๆ อิอิ มาต่อไวไวนะคะ สอบให้ได้เกรดเอเอ นะ
    #475
    0
  11. #474 Tweetie (@ponponlll) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 00:32
    มาอ่านแบบรวดเดียว ฮาแม่นางละอองดาวมากค่ะ  ชอบความรั่วของนาง  จักพรรดิกับองค์ชายเก้านี่ท่าจะมีความรู้สึกอะไรกับละอองดาวซะแล้ว  เหลือองค์ชายห้าที่ยังไม่ค่อยยอมรับ #เฮียเค้าหยิ่งนะเนี่ย   

    #474
    0
  12. #473 47658 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 00:26
    จะรอนะค่ะ รีบมาต่อไวๆ เราเชียร์จักรพรรดิ แต่เป็นฮาเร็มก็ดีนะ
    #473
    0
  13. #471 สู้ๆไรท์เตอร์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 22:39
    นึกว่าหายหัว (ศีรษะ) ไปไหน 5555 รอความสนุกต่อไปค่ะ
    #471
    0
  14. วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 22:05
    ในที่สุดก็อัพ!!!T^T สนุกเหมือนเคยค่ะ มาต่อตอนใหม่ไวๆนะคะ ปล.เรายังรอเธอเสมอ อยากอ่านต่อมากกก!!!
    #470
    0
  15. #468 Sirilak Kerdprompan (@white_magic) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 21:40
    ไรท์หายเฮดไปนานมากค่ะ...คนเค้ารออ่านกันเยอะแยะอ่ะไรท์..เชอะๆ เซง >^<
    #468
    1
    • #468-1 สีสวย (@0809363627) (จากตอนที่ 22)
      5 มีนาคม 2558 / 22:00
      เค้าขอโต้ดดดดดดดดT^T
      #468-1
  16. #467 Nunal (@nunal) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 21:33
    รอมานานนนนนนนนนนนนน คิดถึงงงงงงงงง มาต่อไวๆนะ
    #467
    0
  17. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:24
    เมื่อไหร่จะมาต่อคะ รออ่านๆๆ ชอบนิยายแนวนี้มากเลยคะ หายากไม่เหมือนใครดี แต่งให้จบนะคะ หายไปนาน
    #461
    0
  18. #460 ลียูซอง (@bbek) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:42
    มาปูเสื่อรอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะคะ
    #460
    0
  19. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:42
    เมื่อไหร่จะมาต่อคะ อยากอ่านต่อใจจะขาดแว้ว
    #458
    0
  20. #453 สู้ๆไรท์เตอร์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 23:43
    รออยู่เมื่อไรจะมาค่ะ
    #453
    0
  21. #452 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 09:13
    รอการอัพอยู่นะคะ
    #452
    0
  22. #451 crimbo (@crimbo-prae) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 04:30
    เรื่องนี้สนุกมากเลย ชอบนางเอก นางสุดยอดมาก 555
    เชียร์จักรพรรดิ หล่อลืมโลก >< ฟินค่ะ
    #451
    0
  23. #450 เมมฟิส (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มกราคม 2558 / 16:43
    ค้างมากมาย รีบอัพด่วนค่ะ อย่าบอกน่ะว่าสี่บุรุษมีหญิงที่รักอยู่แล้ว ก็เลยเกิดเรื่อง ถ้าเป็นแบบนั้นรีดเดอร์ก็คงเกลียดเหล่าเทพที่ยุ่งเรื่องคนอื่น อยากรู้จังว่าทำไมยัยดาวถึงมาผุดที่หยางอี๋
    #450
    0
  24. #446 คนคนเดิม (@pinyapatnarak) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 21:23
    สนุกมากเลยค่ะ อ่านรวดเดียวเลยขอให้สุขภาพเเข็งเเรงวันปีใหม่ด้วยนะค่ะ
    #446
    0
  25. วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 14:26
    อืมๆ
    #444
    0