พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 113 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 48 เรือประจัญบาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,754
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 258 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

48

          เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น รันมะพาพรรคพวกทั้งหมดออกเดินทางตั้งแต่เช้า โชคดีที่เปานั้นออนไลน์เข้ามาทันจึงไม่ต้องรอกันให้เสียเวลา ทั้งหมดอาศัยเรือของระบบที่จะออกเดินทางทุกวันเวลาสิบโมงเช้า เรือของระบบนั้นแตกต่างจากเรือทั่วไปอย่างชัดเจน เรือดูลำไม่ใหญ่โตมากก็จริง แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถบรรทุกผู้เล่นนับพันคนได้หมด

            รันมะพบว่าห้องเคบินนั้นมีขนาดกว้างพอ ๆ กับห้องโถงที่ปราสาทพรรคแอควิลาเลยทีเดียว เฟิร์สแอบมากระซิบกับเขาว่า เพราะเป็นเรือของระบบ ต่อให้มีผู้เล่นเป็นหมื่นก็ขึ้นได้หมด โดยภายในเรือจะขยายอัตโนมัติผิดกับรูปทรงภายนอกที่เห็นขนาดลำใหญ่เพียงเท่าเรือข้ามฟาก

            “ปกติคนไม่เยอะขนาดนี้หรอกครับ แต่นี่เป็นช่วงจัดเทศกาลเดือนสิบสองของเกาะอิกกันซาซาร์พอดี”

            ทั้งหมดจองห้องเคบินได้ห้องหนึ่งสำหรับการเดินทาง ระหว่างนั้นเองรันมะก็สอบถามเตชิตเกี่ยวกับรายละเอียดของเทศกาลเดือนสิบสอง

            “ก็ไม่มีอะไรมาก พอไปถึงเราก็ไปสมัครร่วมกิจกรรมที่ตึกบริการผู้เล่น เราจะได้รับแจกสร้อยคอลักษณะคล้ายด็อกแท็ก (dog tag) ไอ้สร้อยนี่แหละ คือตัวบอกแต้มสะสมของเรา ถ้านายตาย สร้อยนี่จะดรอป คนที่ฆ่าได้ก็เก็บรวบรวมไว้ จนครบกำหนด ผู้ที่รวบรวมได้มากที่สุดก็ชนะไป”

            เตชิตอธิบายคร่าว ๆ รันมะฟังแล้วก็เบ้ปาก แย้งไปว่า

            “อ้าว ถ้าอย่างนี้ฉันฮั้วกับนาย ให้นายฆ่าเรื่อย ๆ ซักร้อยพันรอบ จะเรียกว่าโกงป่าว”

            “ไม่ได้หรอก เพราะกฎมีไว้ว่า ผู้เล่นจะดวลกันซ้ำได้เพียงห้าครั้งเท่านั้น หากเกินกว่านั้นถึงตายสร้อยก็จะไม่ดรอป แต่ไม่ต้องกลัวหรอกว่านายจะจำไม่ได้ ว่าเคยฆ่ากันไปแล้ว เพราะที่สร้อยจะมีชื่อของเจ้าของจารึกอยู่ เวลาเรายื่นข้อเสนอท้าดวลมันก็ต้องแจ้งชื่ออยู่แล้ว”

            “แล้วถ้าเกิดฉันมีพรรคพวกสักพันคน แล้วให้คนทั้งพันมาเป็นไก่ให้ฉันฆ่าคนละห้ารอบ ก็ได้ห้าพันแล้วนะ”

            “นั่นก็ไม่ต้องกังวล ต่อให้นายมีเพื่อนสักหมื่นคนแล้วทำอย่างนายว่าจนได้คะแนนสูงสุด แต่วันสิ้นสุดกิจกรรม ทีมงานจะมีการตรวจสอบก่อนทุกครั้ง สำหรับคนที่ได้อันดับหนึ่งถึงสิบ หากพบว่าได้มาเพราะการปั้มไก่ (โกงด้วยการให้คนอื่นมาเป็นดวลด้วยแล้วยืนให้ฆ่าเฉย ๆ) หรือโกงด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งก็จะถูกปรับฟาล์วทันที”

            เฟิร์สกับนัทหันมองหน้ากัน เด็กหนุ่มหัวเกรียนเอาศอกกระทุ้งสีข้างเพื่อนเบา ๆ

            “งั้นถ้าพวกเราเจ็ดคน ฆ่ากันเองคนละห้ารอบ ก็ได้สร้อยแล้วสามสิบอัน แล้วพี่เตชิตทราบไหมครับว่า แต่ละปีที่ผ่านมา อันดับหนึ่งถึงสิบน่ะ ได้สร้อยกันคนล่ะกี่เส้น”

            นักมวยหนุ่มใช้นิ้วป้ายจมูกตนเองไปมา

            “พี่ก็ไม่ค่อยจะติดตามข่าวสารในเรื่องนี้มากนักหรอกนะ แต่เท่าที่รู้ ๆ มาอย่างในปีที่พี่เคยลงแข่ง อันดับที่สิบก็อยู่ในราว ๆ หมื่นกว่า ๆ แหละนะ”

            ทั้งหมดยกเว้นคนพูดกับน้องสาวพอได้ฟังก็ตาโต

            “โห ตั้งหมื่น แค่เดือนเดียวนี่มันฆ่าไปถึงหมื่นเลยเหรอครับ ถ้าเฉลี่ยเป็นวันก็ราว ๆ วันละสามร้อยกว่าคนถึงสี่ร้อย”

            “ก็ราว ๆ นั้น ในแต่ละปีจะมีคนลงแข่งขันในราว ๆ หมื่นถึงสองหมื่นคน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกฝีมือในระดับกลางถึงสูง แต่พวกที่ชนะน่ะ ฝีมือคงไม่ต้องพูดถึง อย่างน้อย ๆ ก็ต้องสามารถสู้แบบหนึ่งต่อสิบได้แบบสบาย ๆ เดี๋ยวพอถึงหน้างานพวกนายก็จะรู้เอง เกาะอิกกันซาซาร์ทั้งหมดจะกลายเป็นแดนเถื่อน ยังกะเมืองในยุคคาวบอยเลยหล่ะ”

            เตชิตอธิบายเรื่อย ๆ ซึ่งทั้งหมดก็นั่งนิ่งฟังเพราะเป็นข้อมูลใหม่ ระหว่างนั้นสี่หนุ่มก็คอยซักถามเกี่ยวกับการดวลและเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ ที่จะต้องพบเจอในเทศกาลเดือนเดือดนี้ รันมะปล่อยให้ทั้งหมดนั่งคุยกันไป ส่วนตัวเขาเองออกไปยืนรับลมอยู่นอกระเบียงห้อง โมลิกับอรชุนเดินตามออกมาด้วย

            “เจ้าจะลงแข่งจริง ๆ เหรอ”

            เทพอารักษ์เข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ ผู้เป็นนาย

            “ก็ลงแข่งไปเฉย ๆ ไม่ได้หวังชนะอะไรหรอกครับ ผมไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น อิกกันซาซาร์ช่วงหนึ่งเดือนต่อจากนี้คงจะยุ่งน่าดู ผมจะเร่งทำภารกิจที่คาราคาซังอยู่ให้มันจบ ๆ ไป อีกอย่าง นาคาสมุทรก็ออกเดินทางจากเกาะพยัคฆ์คำรณแล้วเมื่อเช้านี้ ด้วยฝีจักรที่เร็วพอสมควร คาดว่าไม่เกินสี่วันก็น่าจะมาถึง พวกบนเรือก็ยังต้องทำภารกิจเลื่อนระดับกัน ความจริงผมไม่ต้องไปที่อิกกันซาซาร์ก็ได้ แต่เพราะอยากจะรู้ความคืบหน้าของสมาคมนักข่าว ว่ามันจะเอายังไงกับผม แถมงานนี้จะเป็นงานรวมดาวร้าย ๆ ทั้งหมดของแต่ละพรรค เราจะได้ประเมินได้ว่าพรรคไหนเป็นอย่างไร รู้ไว้ไม่เสียหายหลาย”

            “ก็จริงอย่างที่พี่รันว่านะคะ แล้วถ้าเกิดว่าสมาคมนักข่าวมันเกิดเล่นสกปรก มาหาเรื่องเราอีก พี่รันจะรับมือยังไง”

            โมลิถาม ตาจ้องอยู่ที่ชายหนุ่ม

            “จะกลัวอะไร สมาคมนักข่าวนอกจากพวกนักฆ่าพวกนั้นที่พอจะมีฝีมือหน่อยก็คงไม่มีอะไรน่ากลัว อีกอย่าง งานนี้ถ้าพวกมันหวังจะชนะ มันก็ต้องเล็งกำจัดคู่แข่งตัวสำคัญ คงไม่มีเวลามายุ่งกับเรานักหรอก”

            รันมะตอบเรื่อย ๆ มือซ้ายยกขึ้นช่วยปัดปอยผมที่ปลิวปิดหน้าปิดตาของเด็กสาวออกให้อย่างอ่อนโยน อรชุนถอนใจยาว สีหน้าเหมือนมีความวิตกกังวล

            “ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าคาดมันก็ดีน่ะสิ แต่ทำไมข้าไม่คิดอย่างนั้นนะ”

            “ทำไมหรือครับ”

            “ข้าสังหรณ์ใจอย่างไรก็ไม่รู้ แล้วอีกอย่าง เจ้าน่ะเคยอยู่สงบ ๆ แบบคนอื่นเขาที่ไหนล่ะ”

            หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากเรือเข้าเทียบท่าที่เมืองแล้ว รันมะกับพรรคพวกทั้งหมดก็พากันเดินทอดน่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในเมือง แต่จุดประสงค์หลักคือเขาต้องการสำรวจทางหนีทีไล่ทั้งหมดไว้ต่างหาก

            “พี่รัน ผมว่าเราซื้อแผนที่ที่มันบอกลายละเอียดต่าง ๆ ของเมืองมาดูไม่ดีกว่าเหรอครับ ขืนเดินอย่างนี้ทั้งวันก็ดูไม่หมด”

            เปาเสนอความเห็น เพราะตั้งแต่ลงจากเรือ รันมะก็พาทั้งหมดเดินสำรวจซอยต่าง ๆ อย่างละเอียดยิบจนผ่านมาเกือบสามชั่วโมงแล้ว

            “ไม่ได้หรอก ถึงแผนที่จะบอกละเอียดก็จริง แต่มันสู้เห็นด้วยตาไม่ได้ เวลาเราดูสถานที่ต่าง ๆ ก็อย่าสักแต่ดู ลองสมมติสถานการณ์คร่าว ๆ ประกอบด้วยสิ เป็นต้นว่าเกิดเหตุแบบนี้ เราจะทำอย่างไร”

            กัปตันเรือนาคาสมุทรอธิบาย สายตามองไล่กวาดไปตามตึกสูงที่เรียงรายอยู่

            “มันจำเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรือครับ”

            ตี๋ถามบ้าง สีหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อนัก

            “ใช่ จำเป็นมาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะ ถ้าระหว่างที่สู้กัน เป็นเวลาเย็น ซอยแถวนี้ค่อนข้างแคบ ถนนในซอยยาวทอดไปตามทิศตะวันตก แสงแดดจะส่องมาในทิศนี้”

            รันมะชี้นิ้วไปทางปลายซอยด้านหนึ่ง

            “หากเราจะได้เปรียบคู่ต่อสู้เราจะต้องเป็นฝ่ายหันหลังให้แดด แล้วในอีกแง่หนึ่งสำหรับการหลบหนีศัตรู จังหวะที่เราหนีเข้ามา เราอาจจะปาระเบิดควันเพื่ออำพราง คู่ต่อสู้ร้อยทั้งร้อยจะไม่ฝ่าควันเข้ามาแน่เพราะซอยแคบ แต่จะขึ้นไปบนหลังคาโน่นหรือไม่ก็รอจนควันจาง เท่านี้ก็เปิดโอกาสให้เราหนีได้แล้ว”

            รันมะเดินนำทั้งหมดเรื่อยไปตามซอยอย่างไม่รีบร้อนพร้อมกับพูดต่อ

            “ซอยสองซอยข้าง ๆ นี่เป็นซอยตัน แต่ด้านขวานี้เป็นหลังร้านน้ำชา เราวิ่งทะลุไปได้ อีกอย่างที่ควรรู้ไว้ หลังคาไม่ใช่สถานที่ที่ควรวิ่งเล่นเพราะเป็นเป้าสายตาสังเกตง่าย หากต้องการจะหลบหนีหรือสะกดรอยตาม ใช้พื้นที่ตรอกซอกซอยอย่างนี้จะสะดวกกว่า”

            ชายหนุ่มหยุดเดิน ชี้มือไปบริเวณด้านหน้า

            “พื้นข้างหน้าปกคลุมไปด้วยใบไม้แห้ง หากเป็นพวกวิชาตัวเบาไม่ถึงขั้นเดินเหินบนอากาศได้ ยังไงก็ต้องมีเสียงเวลาเหยียบใบไม้ ถ้าประสาทหูดี ๆ เราจะได้ยิน นี่ก็สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ เช่นในกรณีหลบนี้แล้วเรามาซ่อนตัวแถว ๆ นี้ เราจะได้ยินเสียงฝีเท้าของศัตรูก่อน อ้อใช่ กลิ่นก็เช่นกัน ในซอยแคบ ๆ ยาว ๆ แบบนี้ ลมมันจะพัดลอดไปมาระหว่างช่องทางนี้แหละ ใครจมูกดีก็ลองดมเอาแล้วกัน”

            สี่หนุ่ม เตชิตและมายาต่างหันมามองรันมะอย่างทึ่ง ๆ

            “พี่รัน ถามจริง ๆ นะครับ ชีวิตจริงพี่เป็นตำรวจหรือเปล่า”

            เฟิร์สถามเบา ๆ เพราะถึงแม้ว่าในกลุ่มนี้เขาดูจะเป็นคนที่รู้จักและสนิทกับรันมะที่สุดในฐานะที่เคยอยู่บ้านเดียวกันในชั่วระยะที่ชายหนุ่มมาพักรักษาตัว แต่ประวัติเป็นมาของรันมะนั้นเขาเองก็ไม่ได้รู้มากไปกว่ารันมะนั้นชื่ออรัณย์และเป็นคนรู้จักกับพ่อของเขา จะทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหนนั้นเขาก็ไม่รู้เลย

            “หลักสูตรทางการทหารน่ะ แค่ทหารเกณฑ์สองปีเขาก็สอนเหมือนกัน”

            “พี่เป็นทหารเหรอครับ”

            “เคยเป็น ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”

            คำตอบห้วน ๆ กับสีหน้าเรียบเฉยจนเฟิร์สไม่กล้าถามต่อ อีกทั้งรันมะไม่ก็อยู่ให้ซักถามต่อเพราะออกเดินนำลิ่วไปแล้ว

            ทั้งหมดเดินเที่ยวกันจนค่ำ เตชิตที่คุ้นเคยสถานที่กว่าใครก็นำมายังโรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่อยู่นอกเขตเมืองออกมา ลักษณะเป็นโรงแรมที่บริหารจัดการโดยผู้เล่นเอง

            “ของผู้เล่นอิสระกลุ่มหนึ่ง รวมทุนกันสร้างโรงแรม แต่ตัวเจ้าของไม่ค่อยอยู่หรอก จ้างเอไอดำเนินกิจการทุกอย่าง เป็นโรงแรมหนึ่งในไม่กี่แห่งในอิกกันซาซาร์ที่ไม่สังกัดฝ่ายใด”

            เตชิตขยายความให้ฟังระหว่างนั่งรออาหารค่ำ ผู้เล่นที่มาพักนั้นเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลทำให้ดูหนาตาพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับแน่นแบบโรงแรมในเมือง

            “พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า ที่ลานกว้างหน้าเมือง จะมีจีเอ็มมีประกาศเปิดงาน วิธีสมัครเข้าแข่งขันก็ง่าย ๆ แค่ใครก็ตามที่ไปร่วมตัวกันในเขตลานกว้างนั้นจะได้รับข้อความเชิญร่วมงานทุกคน เราก็กดตกลงไป เท่านั้นเอง”

            “งั้นพอประกาศเปิดงานเสร็จก็คงฆ่ากันแหลกเลยสินะ”

            รันมะถามพลางยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ

            “ใช่ ลานกว้างหน้าเมืองจะกลายเป็นแดนมิคสัญญี ผู้คนจะเริ่มดวลกันในแบบหมู่ก่อนทันที สิบต่อสิบ ร้อยต่อร้อยก็ว่ากันไป ไว้พรุ่งนี้พวกนายก็จะเห็นเอง ว่ามันจะยุ่งชุลมุนขนาดไหน”

            นักมวยหนุ่มตอบพอดีกับที่บ๋อยเอไอยกอาหารมาเสิร์ฟด้วยทักษะอันน่าทึ่ง จานอาหารแปดอย่างสามารถยกมาในคราวเดียวได้อย่างไม่น่าเชื่อ สี่หนุ่มมองถาดอาหารแล้วกลืนน้ำลายเอื้อก ในบรรดาของที่สั่งมาแปดประเภทนั้น มีอาหารจำพวกเปิบพิสดารซึ่งโมลิเป็นคนสั่งมาเสียสี่จาน ที่เห็น ๆ ก็มีตุ๊กแกยักษ์ทอดกรอบราดน้ำปรุงสามรส ผัดเผ็ดงูจงอางหางกระดิ่งทอง

            “ทานให้อร่อยนะครับ”

            บ๋อยเอไอวางหม้อดินขนาดใหญ่ที่บรรจุข้าวสวยอยู่แน่นหม้อพร้อมกับก้มศีรษะให้

          เช้าของวันรุ่งขึ้น ทั้งหมดพากันตื่นนอนตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดี รันมะกับกับเตชิตซ้อมมวยกันอยู่บริเวณลานด้านนอกโรงแรมแห่งนั้น สี่หนุ่มลงมาสมทบก็นั่งดูอย่างตั้งใจ จนกระทั่งแปดโมงมายาถึงบอกให้พี่ชายไปเตรียมตัว

            “ที่ฉันสอนให้นาย มันไม่แค่วิชามวยอย่างเดียว เป็นวิชาสายต่อสู้ต่าง ๆ ที่ฉันเรียนรู้แล้วนำมาประยุกต์รวม ๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ให้เลือกใช้”

            รันมะทิ้งท้ายไว้ก่อนจะแยกไปนั่งพักเหนื่อย จูเลียยกถาดอาหารมาวางไว้ข้าง ๆ เจ้านาย ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณเบา ๆ แล้วจัดการกับอาหารมื้อเช้าเงียบ ๆ

            แปดโมงครึ่ง เตชิตก็พาทุกคนเดินย้อนกลับเข้าไปในเมือง ผู้เล่นจำนวนมากเดินสวนกันไปมาจนตาลาย ร้านรวงต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านขายเครื่องอาวุธและยาเพิ่มประสิทธิภาพต่าง ๆ ตะโกนโฆษณากันจนเสียงดังเสียยิ่งกว่าตลาดสด

            ลานกว้างหน้าเมือง มีเวทียกสูงตั้งอยู่หน้าสุด ผู้เล่นนับหมื่นยืนเบียดเสียดกันอยู่เนืองแน่น รันมะกับพรรคพวกยืนออกันอยู่ริมสุด บนเวทีที่เห็นอยู่ลิบ ๆ นั้นเวลานี้มีการแสดงสดของนักร้องหนุ่มชื่อดังคนหนึ่งอยู่ เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาผู้เล่นทั้งสาวแท้สาวเทียมจนรันมะรู้สึกแสบแก้วหู เฟิร์สเปิดบอร์ดข่าวของพรรคอ่านฆ่าเวลาระหว่างรอ ทันใดนั้นเอง เด็กหนุ่มก็ถลันพรวดลุกขึ้นยืน ปราดเข้ามาใกล้รันมะที่ยืนตาปรือเพราะง่วงนอนอยู่

            “พี่รันครับ”

            เด็กหนุ่มหันหน้าต่างบอร์ดสื่อสารมาให้ดู

            “ข่าวจากสายของเราที่มิดแลนด์ มาเมื่อคืนแต่ผมไม่ได้อ่าน”

            รันมะหรี่ตามองดูข้อความที่ติดกันยาวเป็นพรืดนั่นอย่างสนใจ คิ้วค่อย ๆขมวดมุ่น เตชิตกับมายาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ชะโงกหน้าเข้ามาร่วมอ่านด้วย พออ่านจบทั้งสี่คนก็ได้แต่มองหน้ากัน

            “นี่มันอะไร สมาคมนักข่าวลงมติปลดเฉินเฟิงออกจากการเป็นหัวหน้าสมาคมเนื่องจากพบว่ามีการกระทำอันเป็นกบฏต่อสมาคม ข่าวนี้เชื่อถือได้แค่ไหนเนี่ย”

            เตชิตเอ่ยเบา ๆ จนแทบไม่ได้ยินเนื่องจากเสียงอื้ออึงโดยรอบ

            “ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ข่าวนี้ส่งมาจากสายข่าวของเราที่ทำงานอยู่มิดแลนด์ แต่ผมว่าข่าวนี้คงไม่เกินเลยไปนักหรอก เดี๋ยวผมลองเดินย้อนเข้าไปในเมือง หาหนังสือพิมพ์ปกเช้าสักฉบับ อ่านจะมีข่าวอะไรบ้างก็ได้”

            เฟิร์สบอกแต่เตชิตโบกมือไว้

            “ไม่มีหรอก เมื่อเช้านี้พี่นั่งอ่านอยู่ที่โรงแรม ทุกฉบับเลย แล้วมีข้อความเพิ่มเติมอะไรอีกหรือเปล่า”

            เด็กหนุ่มไล่สายตาพลางใช้นิ้วจิ้มเลื่อนข้อความในบอร์ดอ่านต่อไป

            “มีแหง ๆ ข่าวใหญ่แบบนี้ นี่เพิ่งส่งมาเมื่อเช้าเอง ผมจะอ่านให้ฟัง คณะผู้ก่อตั้งสมาคมนักข่าวสืบพบว่า เฉินเฟิงแอบซ่องสุมกำลังพลนอกสังกัด แถมยังมีหลักฐานว่าทำการยักยอกเงินของสมาคมเข้ากระเป๋าตัวเอง เมื่อช่วงเย็นวานนี้คณะผู้ก่อตั้งได้เรียกเฉินเฟิงเข้ามาสอบถามข้อเท็จจริง แต่พบว่าเฉินเฟิงกับพวกสมรู้ร่วมคิดในสมาคมนั้นออกเดินทางจากมิดแลนด์มายังอิกกันซาซาร์ตั้งแต่เมื่อเช้าวาน เฉินเฟิงได้ยกกองเรือของสมาคมทุกลำจากมิดแลนด์ทำให้ทางสมาคมไม่สามารถควบคุมได้อีก ตอนนี้มีข่าวจากสมาคมนักข่าวถึงทุกสมาคมทุกพรรค ว่าการกระทำใด ๆ ของเฉินเฟิงต่อจากนี้ไปไม่อยู่ในความรับผิดชอบของสมาคมนักข่าวอีกแล้ว”

            เฟิร์สอ่านจบ เปา นัท และตี๋ก็เข้ามาสมทบ พอเห็นสีหน้าขอบงทั้งสี่คนดูไม่สบายใจก็ทำท่าจะถาม แต่เฟิร์สเคาะที่นาฬิกาเป็นทำนองว่าให้อ่านข่าวกันเอง

            “ข่าวบอกว่า เฉินเฟิงจะเดินทางมาร่วมลงแข่งที่นี่ แต่ตอนนี้สมาคมนักข่าวก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะจัดการอะไรกับมัน เพียงแต่ออกมาประกาศไม่รับผิดชอบการกระทำแค่นั้น”

            เตชิตเปรยออกมา

            “งั้นเดี๋ยวเราก็คงจะได้รู้กัน เฉินเฟิงจะต้องปรากฏตัวในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี้แหละ”

            รันมะกล่าว สายตามองกวาดไปรอบ ๆ ช้า ๆ

            “นายว่ามันจะมาทางไหน”

            นักมวยหนุ่มถาม ซึ่งรันมะก็ตอบให้โดยไม่ต้องคิดนาน

            “เรือแน่นอน การที่มันเอาเรือของสมาคมทุกลำออกมาก่อนที่จะถูกจับได้นั่นก็เพื่อตัดกำลังพรรคพวกเดิมของมัน แถมยกมาเป็นกองเรือแสดงว่าพวกของมันต้องมีเยอะพอสมควร ดีไม่ดีตั้งพรรคใหม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

                       

            รันมะหลังจากรู้ข่าวเกี่ยวกับเฉินเฟิงแล้วก็แยกตัวออกมาเพื่อติดต่อกับลูกน้องบนเรือนาคาสมุทร เนื่องจากรู้ถึงที่มาที่ไปของสมาคมนักข่าว เขาจึงสามารถสรุปได้ทันทีว่านี่เป็นเพียงแผนของสมาคมนักข่าวเท่านั้น ในการที่ให้เฉินเฟิงแยกตัวออกมาเพื่อจะปฏิบัติงานอะไรสักอย่าง ภูอินท์ดูตกใจไม่น้อย เมื่อลูกพี่บอกว่าเฉินเฟิงถูกไล่ออกจากสมาคมแล้ว ทั้งสองหารือกันเกือบสิบนาทีก่อนจะตัดการติดต่อไป โดยภูอินท์รับปากว่าจะรีบเดินทางไปถึงให้เร็วที่สุด

            เกือบเก้าโมงแล้ว สี่หนุ่มกับเตชิตและมายาก็เดินออกมาหารันมะกับเหล่าอสูรติดตามที่นั่งอยู่บนก้อนหินนอกลานกว้าง หันหน้าไปทางท่าเรือที่เห็นอยู่ลิบ ๆ

            “อะไรเหรอครับ พี่รัน”

            เปาถามเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา อรชุนตอบแทนด้วยการชี้นิ้วไปที่ท่าเรือ ทั้งหมดหันไปเพ่งมอง

            เรือเดินสมุทรลำหนึ่งกำลังจอดทอดสมออยู่ที่นอกฝั่งไกลออกไป ขนาดของมันใหญ่โตจนเรือต่าง ๆ ที่จอดรายล้อมในลักษณะเรือบริวารนั้นดูเล็กไปถนัดตา

            “มันมาแล้ว”

            เตชิตคำรามลอดไรฟัน มือกำแน่น

            “ใช่ มาเป็นกองทัพ ฉันทายไว้ไม่ผิดเลย ให้ตายเถอะทำไม่ซื้อหวยไม่ถูกมั่งวะ”

            รันมะลูบฝ่ามือถูกันเบา ๆ ก่อนจะล้วงกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องแนบดวง เรือเดินสมุทรลำยักษ์นั้นดูเหมือนจะเป็นเรือขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในเกม กะขนาดคร่าว ๆ จากหัวเรือถึงท้ายเรือได้ราว ๆ สองร้อยเมตร ทั้งลำเรือประกอบจากไม้ผสมเหล็กโดยสังเกตได้จากรอยต่อส่วนต่าง ๆ  ปล่องควันสองปล่องขนาดใหญ่ยังส่งควันกรุ่น ๆ เรือทั้งลำนั้นไม่มีเสากระโดงสำหรับขึงใบเรือซึ่งแสดงว่าเรือยักษ์ลำนั้นใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรกลไอน้ำล้วน แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าป้อมปืนใหญ่ขนาดมหึมาสามกระบอกที่ตั้งอยู่หัวเรือ ลักษณะของปืนนั้นดูคล้ายปืนใหญ่สมัยโบราณก็จริง แต่ลำกล้องเพรียวและยาวกว่า และดูเหมือนจะหมุนได้ถึงสามร้อยหกสิบองศา เพราะขณะที่จอดอยู่นั้น ปืนทั้งสามกระบอกหันไปกระบอกละทาง

            “นั่นมันเรืออะไรวะ ลำใหญ่ชิบ”

            นัทที่ใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูเช่นกันหันมาถามหนุ่มแว่นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เปาส่ายหน้างง ๆ แล้วรับกล้องจากรันมะที่ยื่นส่งไปให้ อดีตนายทหารรบพิเศษใช้นิ้วคีบจมูกหลับตาก่อนจะตอบขรึม ๆ ว่า

            “แบทเทิลชิป หรือเรือประจัญบานยังไงล่ะ ขนาดทั้งลำกะคร่าว ๆ สองร้อยเมตร ระวางขับน้ำคงไม่ต่ำกว่าสามหมื่นตัน เฉินเฟิงมาคราวนี้ยิ่งใหญ่จริง ๆ”

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 258 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5132 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 10:19
    พี่ไม่ได้มาเล่นๆ นะแจ้ะ
    #5132
    0
  2. #4829 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 09:55
    ขอบคุณครับ
    #4829
    0
  3. #4824 AJUN_pumnranin (@AJUN_pumnranin) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:50
    นาคาสมุทรออกเครื่องใหม่หมดเจอกันละจะหนาว เปิดตัวยิ่งใหญ่เลยควาวนี้รันมะ เชือดสมาคมนักข่าวให้คนดู เอาล่ะไม่ตายก็คางเหลืองแน่ๆ
    #4824
    0
  4. #4822 PanatdaJ (@PanatdaJ) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:00
    สมาคมนักข่าวนี่คือกะรุมยำรันมะโดยไม่เสียชื่อเสียงสินะ พระเอกเราเตรียมรับมือยังงัยน้ออออ รอค่าาาา
    #4822
    0
  5. #4821 sing223 (@naj223) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 11:22
    ขอบคุณครับ
    #4821
    0
  6. #4820 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 11:12
    ขอบคุณครับ
    #4820
    0
  7. #4136 แฟนพันธ์อ่าน (@henrietta5) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 23:04
    โลกออนไลน์ ทำให้เรากล้าเปนอีกคนนึง ที่เราไม่แสดงในโลกจริง มันก้จริงอยู่ครับแบบนี้ แต่ ไรเตอร์หรือไปหรือป่าวว่าไอเกมนี้ คนมันจะกล้าแสดง นิสัยของเราจริงๆได้หรอ แค่เจอหน้าก้รู้แล้วว่าตัวจริงกับตัวในเกมคนเดียวกันๆ
    #4136
    1
    • #4136-1 เกรียน (จากตอนที่ 113)
      19 มิถุนายน 2558 / 22:15
      ผมเห็นด้วยนะ อนาคตจะเกิดเกมนี้นี้ คงมีคนตายเพราะเกมเยอะแน่ๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ บอสของนักข่าวที่ยังไม่แสดงตัวอะ ถ้ามาร้ายโมลิถึงชีวิต พระเอกเราคงสืบหาตัวให้ถึงตัวจริงได้ไม่ยาก ถึงในเกมจะไม่รู้เป็นใคร
      #4136-1
  8. #3758 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 16:10
    ขอบคุณมาก
    #3758
    1
    • #3758-1 Droptears (@geartht) (จากตอนที่ 113)
      25 มีนาคม 2561 / 10:52
      เยี่ยมๆๆๆ
      #3758-1
  9. #3363 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 17:36
    อะไรๆ!
    #3363
    0
  10. #3354 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 06:54
    พวกไหนอีกว่ะ -*-'
    #3354
    0
  11. #3090 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 21:53
    ก็ดีนะ ได้ปลดปล่อย ไม่เครียดมาก .. ไหนๆ ก็เป็นเกมส์ ใช้ให้มันสนุกเน๊อะ
    #3090
    0
  12. #2602 BlackHawkZ (@badmanz) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 07:20
    สรุปยศเก่าพระเอกนี่ร้อยโทรึร้อยเอกกันแน่อะครับเด่วก็ร้อยโทเด่วก็ร้อยเอก งงอะ-*-
    #2602
    0
  13. #2454 Lily (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 21:08
    ตามมาถึงที่นี่เลยแฮะพวกนี้
    #2454
    0
  14. #2365 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 23:37
    พระเอกเรานี่โดนหมายหัวอีกเเล้วเเฮะ
    #2365
    0
  15. #2098 TheBest (@yuna2524) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 01:18
    ขอบคุณครับ
    #2098
    0
  16. #2087 >>fantasy<< (@namobzaka) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 15:51
    ค้างงงง =[]= มาต่อไว ๆ เน้อ 
    #2087
    0
  17. #2086 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 19:08
    ดูครับว่าจะโดนฆ่าตายหรือฆ่าคนอื่นตาย หุหุ
    #2086
    0
  18. วันที่ 26 เมษายน 2556 / 11:05
    รอตอนต่อไปอิอิ
    #2082
    0
  19. #2080 YasiaNaria (@kitti741) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 21:12
    งืมๆ จะมาให้พวกรันม่าฆ่าหรือจะมาฆ่ารันม่ากันนะ
    #2080
    0
  20. #2079 Lekky_Dragon (@kuromi-love) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 16:32
    ฮ่าๆๆๆๆ ตลกอะ ><
    #2079
    0
  21. #2078 สุ๑ใจสายลม` (@osmoxiz77) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 13:37
    เขียนบอกอารมณ์ได้ดีเลยอ่า ^ ^
    #2078
    0
  22. #2077 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 00:14
    น่าร๊ากกกกกก ทุกคนเลย อ่านแล้วยิ้มเลยค่ะ
    #2077
    0
  23. #2073 PraePloy (@plonjjlk) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 22:06
    สนุกมากๆคะ อ่านไปยิ้มไปเหมือนกัน
    #2073
    0
  24. #2072 ซาลาสซา (@sasalassa) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 19:40
    ปรางอะ...หนูน่ะเถื่อนสุดละ
    #2072
    0
  25. #2070 Rinray (@rinray0) (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 19:29
    เป้นนักอ่านเงาต่อไป - -
    #2070
    0