พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 114 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 49 ภารกิจเลื่อนระดับ ตอนต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    27 มี.ค. 61

49

          เฉินเฟิงปรากฏตัวตามที่รันมะคาดการณ์ไว้อย่างแม่นยำคือก่อนเวลาเริ่มงานเพียงสิบนาที อดีตหัวหน้าสมาคมนักข่าวเดินผ่าเข้ามากลางฝูงชนอย่างสง่าผ่าเผยท่ามกลางบรรดาลูกน้องรายล้อมหลายสิบคน รันมะกับเตชิตแฝงตัวเข้าไปสังเกตการณ์พบว่าเฉินเฟิงแต่งกายเหมือนเดิม แต่ตราสมาคมที่กลัดติดหน้าอกนั้นเปลี่ยนไปจากรูปนกพิราบคาบสารกลายเป็นรูปหัวกะโหลกสีเงินคาบมีดสั้นสีทอง ดวงตาลึกสองข้างเป็นลูกไฟลุกโชน

            นักมวยหนุ่มดูเหมือนจะลืมตัวจ้องศัตรูคู่อาฆาตเขม่ง รันมะสะกิดไหล่เตชิตให้หลบก่อนที่เฉินเฟิงจะเดินมาถึง เขาสะดุ้งเบา ๆ

            “ไปเถอะ”

            กัปตันนาคาสมุทรกระซิบเบา ๆ แล้วสองหนุ่มก็เดินแหวกฝูงชนที่ยืนมุงอยู่นั้นออกมา เสียงกระซิบกระซาบโดยรอบนั้นพอจับใจความได้ว่า บางคนก็รู้ข่าวแล้วว่าเฉินเฟิงถูกไล่ออกจากสมาคม

            ยังไม่ทันจะมาถึงจุดที่สี่หนุ่มกับมายายืนรออยู่ เสียงประกาศก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ รันมะเหลียวกลับไปมองยังเวทีที่ถูกยกสูงขึ้น พิธีกรชายหญิงซึ่งดูเหมือนจะเป็นจีเอ็มกำลังยืนพูดอยู่

            ……ที่สุด วันแห่งการรอคอยก็มาถึงอีกครั้ง ในปีนี้เราทั้งคู่มีรู้สึกยินดียิ่งที่จะกล่าวว่า ของรางวัลตอบแทนสำหรับผู้ชนะอันดับหนึ่งถึงสิบนั้น เป็นไอเทมที่ดีกว่าทุก ๆ ปี ครั้งนี้ จากสายตาคร่าว ๆ แล้วผมเชื่อว่ามีผู้ประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมกว่าสองหมื่นคน”

          “ค่ะ ก็อย่างที่จีเอ็มเอ็กซ์พูดไปแล้ว ของรางวัลสำหรับปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เนื่องจากกิจกรรมเทศกาลเดือนสิบสองปีนี้ครบปีที่สิบ เพื่อตอบแทนทางผู้เล่นให้ความสนใจในงานเทศกาลนี้อย่างล้นหลาม ผู้จัดจึงได้มีการเพิ่มของรางวัล รายละเอียดของรางวัลทุกท่านสามารถเปิดดูได้ในบอร์ดข้อความของกิจกรรมภายหลังจากที่สมัครเข้าร่วมแล้วนะคะ”

          “ขอบคุณครับ จีเอ็มพี เอาล่ะครับ ผมว่าหลายคนในที่นี้ก็คงรู้สึกรอไม่ไหวแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอเปิดงานเทศกาลเดือนสิบสองประจำเกาะอิกกันซาซาร์ ณ บัดนี้ครับ”

            จีเอ็มเอ็กซ์เอ่ยพลางมือก็ชักดาบเล่มมหึมาที่สะพายอยู่ออกมาควงพลิ้วไปมาก่อนจะตวัดแทงลงบนพื้น เปลวไฟสีทองพุ่งออกจากดาบนั้นเป็นสายยาวขึ้นไปบนท้องฟ้า เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาผู้เล่นนับหมื่นที่อยู่ในบริเวณนั้น

            “มังกร”

            รันมะกระซิบเบา ๆ สายตาจับจ้องเปลวไฟสีทองบนฟ้าสีหมุนขดวนไปมา มองดูคล้ายมังกรจีนตัวยาว จีเอ็มเอ็กซ์หัวเราะกระหึ่ม

            “สำหรับผู้ชนะอันดับหนึ่ง นี่คือของรางวัลครับ อาวุธในตำนาน มังกรทองผงาดฟ้า เอาล่ะครับ เริ่มได้เลย”

            จีเอ็มเอ็กซ์ถอนดาบออกจากพื้น เปลวไฟสีทองรูปมังกรก็หายวับ ทันใดนั้นเอง เสียงดังจากนาฬิกาของผู้เล่นทุกคนก็ดังขึ้นประสานกัน รันมะเลิกปลอกแขนขึ้นดู จอภาพก็ฉายภาพโฮโลแกรมขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม เทศกาลเดือนสิบสอง

 

ตกลง                          ยกเลิก

 

            ชายหนุ่มหันไปทางเตชิตที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นายนั่นก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาเช่นเดียวกัน

            “เอาแน่นะ”

            รันมะถามเบา ๆ

            “แล้วจะรออะไรเล่า”

            นักมวยหนุ่มกดเลือกตกลงโดยไม่ลังเลใจ จอภาพโฮโลแกรมก็หายวับไป รันมะถอนใจแล้วจึงกดตาม

            “ผู้เล่นรันมะ ตอบรับการเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลเดือนสิบสอง ได้รับ สร้อยคอประจำตัว”

            และแล้วสถานการณ์โดยรอบก็เปลี่ยนไปทันที อย่างที่เตชิตเคยพูดไว้ ลานกว้างหน้าเมืองกลายเป็นแดนมิคสัญญีแทบจะในทันที ผู้เล่นที่กดยืนยันแล้วต่างพากันส่งสารท้าดวลทันที การต่อสู้ปะทุดุเดือดขึ้นราวกับเกิดสงครามกลางเมือง

            “ไปเถอะ”

            รันมะกระตุกแขนเตชิตเมื่อเห็นกลุ่มผู้เล่นประมาณสี่ห้าคนกำลังมองมาในลักษณะท้าทาย สองหนุ่มทะยานข้ามศีรษะผู้เล่นที่จับกลุ่มดวลกันเป็นหมู่ ๆ ไปยังจุดที่พรรคพวกที่เหลือยืนรออยู่

            โขดหินริมลานกว้าง เฟิร์ส นัท ตี๋ และเปากำลังยืนจ้องหน้าอยู่กับผู้เล่นอีกกลุ่มหนึ่งราวห้าหกคน ส่วนอรชุน จูเลีย กับโมลินั้นยืนแยกออกมาต่างหาก

            “เกิดอะไรขึ้น”

            เตชิตร่อนลงข้าง ๆ หนึ่ง เด็กหนุ่มพยักพเยิดหน้าไปทางผู้เล่นกลุ่มนั้น

            “ดวลหมู่เหรอ”

            นักมวยหนุ่มถามเบา ๆ

            “คงงั้นมั้งพี่ ก็เล่นมายืนจ้องกันแบบนี้”

            พอได้ยินดังนั้น เตชิตก็จัดการเชิญพรรคพวกเข้าร่วมกลุ่มแบบปาร์ตี้ทันที เพื่อเตรียมสำหรับการดวลกลุ่ม

            “พวกเรามีเจ็ดคน พวกนายมีกี่คน”

            เตชิตถามอีกฝ่าย

            “สิบสอง”

            คำตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ นั้นเหมือนจะกดดันข่มขู่ แต่เตชิตกลับหันมาทางรันมะที่ยืนหน้าตายอยู่ด้านหลัง

            “สิบสองเองว่ะ หารเจ็ดไม่ลงตัว”

            คำพูดของเตชิตเหมือนกับโยนระเบิดลงกลางวง กลุ่มผู้เล่นที่ยืนรออยู่นั้นพากันชักอาวุธ บ้างก็ปล่อยจิตสังหารออกมาวุ่นวายไปหมด สีหน้าแต่ละคนบอกบุญไม่รับ

            “เดี๋ยวก็ได้รู้กัน รีบ ๆ รับซะ”

            คนหนึ่งดูท่าจะเป็นหัวหน้าทีมกัดฟันกรอด ๆ นักมวยหนุ่มยักไหล่ กดตอบรับการดวลพร้อมกับเอ่ยเรื่อย ๆ

            “ไอ้คนนี้ฉันขอนะ

            ทันทีที่เตชิตกดตอบรับ แสงสีแดงก็เปล่งออกมาจากตัวของทุกคนเป็นสัญญาณพร้อมรบ รันมะจู่ ๆ ก็หายตัวไปปรากฏอยู่ด้านหลังของเจ้าคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มฝั่งตรงข้าม มือซ้ายประทับอยู่ที่ต้นคอด้านหลัง ปลายแหลมของ Hidden Blade แทงผ่านจุดที่ปราศจากเกราะป้องกันนั้นทะลุออกปาก

            “แกช้าไปว่ะเพื่อน”

            รันมะพูดเบา ๆ การกระทำของรันมะนั้นเรียกความตื่นตะลึงให้กับหลาย ๆ คนที่ยืนอยู่ เมื่อครู่นี้เตชิตยังพูดไม่ทันจบเลยด้วยซ้ำ รันมะก็จัดการปลิดชีพของหัวหน้ากลุ่มอีกฝ่ายลงได้แล้วอย่างง่ายดายด้วยทักษะก้าวพริบตา

            กัปตันเรือนาคาสมุทรยักคิ้วให้กับเตชิตที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ มือขวากระชากคอเสื้อของผู้เล่นเคราะห์ร้ายที่ตายแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวกระชากเหวี่ยงไปด้านหลัง นั่นเองเท่ากับเป็นสัญญาณให้สองกลุ่มเข้าตะลุมบอนกัน ผู้เล่นชายสองคนเหวี่ยงอาวุธในมือเข้าใส่รันมะที่ยืนหันหลังเป็นเป้าให้ แต่ก็พบว่าอาวุธที่ควรจะฟาดฟันถูกรันมะนั้นกลับเหวี่ยงผ่านอากาศธาตุ ลำคอของทั้งสองรู้สึกเย็นวาบโดยไม่มีสาเหตุ ลมหายใจติดขัดขาดห้วงในชั่วเสี้ยววินาที รันมะก็กลับไปปรากฏตัวอยู่ด้านบนก้อนหินใหญ่ที่มายานั่งอยู่

            “ไม่ลงไปเล่นกับพวกนั้นหน่อยหรือ”

            ชายหนุ่มถาม มือซ้ายขยับเบา ๆ Hidden Blade ก็ผลุบหายกลับเข้าไปในปลอกแขน    

            “ไม่จำเป็นนี่ เฉพาะคุณก็จัดการไปแล้วสาม พี่เต้กับสี่คนนั่นก็พอแล้ว”

            มายาตอบอย่างไม่ใส่ใจ เจ้างูจงอางสามหัวของเตชิตบัดนี้เลื้อยพันอยู่รอบ ๆ คอของเธอ มันเอาคางถูกับไหล่ของหญิงสาวเล่น

            รันมะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะ พยักหน้าเรียกอสูรและคู่หูของตนให้ขึ้นมาด้านบน ด้านล่างนั้นการต่อสู้กำลังจะจบลงแล้ว เตชิตจับผู้เล่นคนหนึ่งยกขึ้นกระแทกลงกับเข่าของตนเต็มแรงจนได้ยินเสียงกระดูกสันหลังหักลั่นกร๊อบ

            ผู้เล่นกลุ่มแรกนั้นไม่ใช่คู่มือของพวกเขาจริง ๆ ไม่ถึงนาทีทั้งหมดก็ลงไปนอนกลิ้งอยู่บนพื้น เสียงระบบประกาศดังขึ้นในหัวว่าทีมของพวกเขาเป็นฝ่ายชนะ รันมะได้รับสร้อยสามเส้นโดยอัตโนมัติ ครู่ต่อมา ร่างทั้งสิบสองที่นอนอยู่ก็กลายเป็นแสงสีเหลืองจางหายไป ผู้เล่นอีกกลุ่มหนึ่งที่ยืนดูอยู่ทีแรกนั้นทำท่าเหมือนจะเข้ามาขอท้าดวลด้วยแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเดินยิ้มเลี่ยน ๆ ออกไป คนหนึ่งหันไปบ่นกับเพื่อนเบา ๆ

            “ไอ้พวกนี้แข็งเกินไปว่ะ ขืนสู้ด้วยก็เท่ากับแจกสร้อยให้พวกมันเล่น ๆ สู้กันยังไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำมั้ง”

            กว่ารันมะกับพวกจะออกมาจากเขตลานกว้างได้ พวกเขาก็ต้องสู้กับกลุ่มผู้เล่นอีกนับสิบกลุ่ม เตชิตนั้นดูเหมือนจะเก็บกดมานาน จำนวนผู้เล่นที่เขาสังหารไปนั้นนับได้เกือบหกสิบคน รองลงมาก็คือรันมะจัดการไปสามสิบสาม

            เจ็ดผู้เล่นกับอีกสามเทพอสูรและอีกหนึ่งภูติกึ่งวิญญาณพากันมานั่งพักเหนื่อยอยู่นอกเมืองซึ่งเป็นทุ่งโล่ง มีสัตว์อสูรจำพวกเก้ง หมูป่าดับสี่สิบเดินเที่ยวหากินอยู่เป็นกลุ่ม ๆ รันมะปลดผนึกแอ็คซ์ออกจากแหวนหลังจากเห็นว่าออกมาไกลพอสมควรแล้ว เจ้าลูกม้านิลมังกร พอได้ออกมาก็แสดงกริยาคึกคักเที่ยววิ่งไล่อสูรหมูป่าเล่น พักเดียวก็ลากหมูป่าตัวเขื่องมาด้วยตัวหนึ่ง

            “นี่มันจะสู้กันทั้งวันเลยใช่ไหมเนี่ย”

            นัทเอ่ยขึ้นขณะใช้กล้องส่องทางไกลสำรวจลานหน้าเมืองที่ผู้เล่นนับหมื่นยังคงจับกลุ่มตะลุมบอนกันอยู่

            “ใช่ ยกเว้นเมืองชั้นในที่เป็นเขตต้องห้ามแล้วมันก็สู้กันทุกที่แหละ”

            เตชิตตอบเรื่อย ๆ พลางเลื่อนจอภาพจากนาฬิกาที่แสดงตารางสำหรับบอกคะแนน

            “เฉินเฟิงมาเป็นที่หนึ่งเลยวะ สงสัยมันจะเล่นมุกเดิม”

            “มุกเดิมอะไรครับ”

            เปาหันมาถามอย่างสนใจ มายาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พี่ชายของตนตอบแทนไปว่า

            “ก็ดวลกลุ่มไง แต่มันจะห้ามลูกน้องมันฆ่า ให้จัดการได้แค่ปางตาย แล้วให้เฉินเฟิงมันไล่เก็บคนเดียว พวกนี้ไม่ได้ดวลแบบสิบต่อสิบหรอกนะ มันเล่นดวลกันแบบร้อยต่อร้อย”

            “แล้วอย่างนี้เวลาจีเอ็มตรวจสอบไม่ถือว่าเป็นการโกงเหรอครับ”

            “ไม่หรอก มันไม่ได้แสดงว่าจงใจฆ่า เฉินเฟิงมันมีทักษะพิเศษที่แสดงผลแบบกลุ่มอยู่ มันโจมตีครั้งเดียวเพื่อลาสท์ช็อตทั้งกลุ่มก็วินแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการโกง”

            เตชิตกดปิดนาฬิกา หันมาทางรันมะที่กำลังผ่าท้องหมูป่าที่เจ้าแอ็คซ์ล่ามาได้ ล้วงเอาเครื่องในออกมากองไว้ทางหนึ่ง แล้วจัดการยัดหมูทั้งตัวลงในถังเก็บวัตถุดิบ

            “ว่าไง สนใจจะไปบู๊ด้วยกันไหม”

            “ไม่เอาว่ะ นี่กำลังหาข้อมูลของสัตว์อสูรที่จะไปล่าอยู่ อยากเลื่อนระดับให้ได้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”

รันมะหมายถึงโดยที่ต้องไปล่าคือ อสูรมหิงสาคลั่งระดับหัวหน้า อสูรลิงแคระหน้าขาวระดับหัวหน้า อสูรนกอินทรีเผือกระดับหัวหน้า อสูรจระเข้พิษระดับหัวหน้า และสุดท้ายคืออสูรงูจงอางเพชฌฆาตระดับหัวหน้า นับว่าเป็นโชคดีของเขาที่สัตว์อสูรทั้งห้าซึ่งจัดเป็นสัตว์อสูรระดับบิ๊กไฟว์ของฮาร์มาร์ดบังเอิญมีถิ่นอาศัยอยู่ในอิกกันซาซาร์ทั้งหมด โดยเฉพาะอสูรนกอินทรีเผือกนั้นจะอาศัยอยู่ทางหน้าผาชายทะเลฝั่งตะวันออกของอิกกันซาซาร์เท่านั้น

“ถ้างั้นก็ตามใจแล้วกันนะ เจอกันเย็นนี้ที่โรงแรมเดิม”

เตชิตบอกลา รันมะพยักหน้ารับ เฟิร์ส นัท ตี๋และเปานั้นต้องการเรียนวิธีต่อสู้จริง ๆ จึงขอตามเตชิตไปด้วย

“มีอะไรฉุกเฉินก็เรียกไปแล้วกัน”

รันมะตะโกนตามหลังไป พอทั้งคณะเดินหายลับไปแล้วก็หยิบเอาแผนที่ออกมากางเพื่อมาร์คตำแหน่งของสัตว์อสูรทั้งห้าตัวก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกอรชุนกับจูเลียเข้ามาเพื่ออธิบายแผนการคร่าว ๆ ให้ฟัง คนแคระสาวเพ่งไล่สายตามองดูแผนที่กับรอยดินสอกากบาทของรันมะแล้วก็ย่นคิ้วเล็กน้อย

“วันนี้จะล่ามันได้หมดทุกตัวเหรอคะ อยู่คนละฟากเกาะกันเลย”

รันมะกัดริมฝีปากเล่นก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“หมดสิ ถึงแม้พวกมันจะเป็นระดับหัวหน้าทั้งหมด แต่ฉันมีทั้งเธอทั้งอรชุนก็เหลือจะพอ”

อรชุนที่นิ่งฟังมาตลอดยักไหล่เล็กน้อย

“ระวังพวกลูกน้องมันหน่อยก็ดีนะ ลิงแคระกับจระเข้น่ะที่ข้ากังวล พวกลิงนิสัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ไอ้ลิงพวกนี้น่าจะไม่ต่ำกว่าพันตัว มันรุมกันเข้ามา ขืนไปฆ่ามันมั่ว เทพอสูรโผล่อีกขี้คร้านจะจะออกแรง แล้วก็พวกจระเข้ก็เหมือนกัน จระเข้พิษตัวเล็กก็จริง แต่หนังมันหนามาก แถมทั้งลมหายใจก็เป็นพิษ ล่ายากที่สุด”

“เอาน่า ผมมีแผน”

รันมะเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มพับแผนที่ยัดใส่กระเป๋าเสื้อไว้ เป้าหมายแรกของเขาก็คือมหิงสาคลั่งซึ่งอาศัยอยู่ในทุ่งราบเลยเมืองอิกกันซาซาร์เล็กน้อย มหิงสาคลั่งนั้นหาไม่ยากเลย พวกมันจับฝูงลงและเล็มหญ้าอยู่ในทุ่ง

“ไอ้พวกนี้นักเลงโตจริง ๆ”

อรชุนหรี่ตามองควายป่าหรือมหิงสาคลั่งฝูงใหญ่เกือบร้อยตัวที่ยืนเรียงก้มหน้าก้มตากินอาหารโปรดอยู่ พอมีสัตว์อสูรตัวอื่นเฉียดกรายเข้าไปใกล้ฝูงก็ถูกพวกมันวิ่งไล่ขับเอาเสียดื้อ ๆ แม้แต่เสือโคร่งลายรุ้งรุ่นหนุ่มสี่ห้าตัวที่กำลังล้อมวงจับอสูรกวางอยู่ยังต้องถอย

“แหงล่ะ มันพวกมากนี่ ขนาดอยู่ตัวเดียวก็ว่าโหดแล้ว นี่มีเกือบร้อย”

ว่าแล้วรันมะก็เริ่มวางแผนทันที ในฐานะที่อรชุนนั้นเลือดเยอะที่สุด จึงให้อยู่คอยจัดการกับจ่าฝูงมหิงสาคลั่งร่วมกับเขา ส่วนจูเลียกับเจ้าแอ็คซ์นั้นวิ่งเร็วกว่าก็ให้คอยวิ่งล่อควายตัวอื่นไม่ให้มารบกวนเขากับอรชุน ส่วนโมลินั้นหลังจากชายหนุ่มให้เธอนั่งรออยู่บนยอดไม้คอยสังเกตการณ์ว่ามีผู้เล่นคนไหนโผล่เข้ามาหรือเปล่า เด็กสาวออกอาการงอนเล็กน้อยเมื่อเขาไม่ยอมให้อยู่ร่วมต่อสู้ด้วย

“แล้วเมื่อไหร่หนูจะเก่งล่ะ”

ภูติกึ่งวิญญาณบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ยอมปืนขึ้นไปนั่งดูอยู่บนยอดไม้โดยดี รันมะใช้กล้องส่องทางไกลสำรวจดูจ่าฝูงของมหิงสาคลั่งเพื่อกำหนดแนวโจมตีอยู่ครู่ใหญ่ก็ให้สัญญาณ จูเลียกับแอ็คซ์(ซึ่งเสริมพลังด้วยทักษะเหยียบลมของจูเลียแล้ว)ก็ออกวิ่งตะบึงตัดผ่านกลางฝูงไปอย่างไม่เกรงกลัวโดยพยายามอยู่ให้ห่างจากเจ้าตัวจ่าฝูงมากที่สุด ซึ่งก็สมดังเจตนา มหิงสาลูกฝูงหลายสิบตัวออกอาการฮึดฮัดเมื่อเห็นคนแคระกับลูกม้านิลมังกรวิ่งผ่านหน้าไปก็พากันพ่นลมหายใจฟืดฟาดแล้วออกวิ่งควบตามไปในทันที แอ็คซ์วิ่งวนกลับมาอีกรอบเพื่อดึงฝูงอสูรมหิงสาคลั่งที่เหลือให้ออกไล่ตามไปอีกทางหนึ่ง

รันมะตบไหล่อรชุนเบา ๆ เป็นสัญญาณ เทพอารักษ์ยิ้มแสยะก่อนจะพุ่งโผนออกจากหลังก้อนหินที่อาศัยแอบอยู่ทะยานเข้าใส่กลุ่มมหิงสาอีกสิบกว่าตัวที่รายล้อมจ่าฝูงอยู่ อรชุนนั้นต้องทำแค่เพียงป้องกันไม่ให้ลูกฝูงเหล่านั้นเข้าถึงตัวรันมะระหว่างที่กำลังจัดการกับมหิงสาคลั่งระดับหัวหน้าอยู่

 

สิบนาทีต่อมา รันมะและกลุ่มอสูรติดตามก็มานั่งตากลมพักเหนื่อยอยู่บนเนินเขาซึ่งอยู่ถัดจากทุ่งราบมา รันมะนั้นมีรอยเขียวฟกช้ำไปทั้งตัว ข้อมือขวาหัก จมูกมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดเพราะอาการบอบช้ำภายใน โมลิกับจูเลียนั่งประคองบีบนวดให้อยู่

“โอย ไอ้ตัวนี้โหดกว่าตัวที่สู้กันคราวก่อนเยอะเลย วิ่งก็เร็วกว่า แรงก็เยอะกว่า”

ชายหนุ่มบ่นพึมพำ พลังธาตุน้ำเปล่งแสงสีครามเรื่อ ๆ ออกมาจากร่างระหว่างที่กำลังทำการฟื้นฟูสภาพตัวเอง

“ก็ใครให้พี่รันไปยืนชนกะมันล่ะคะ นี่ดีนะว่าโดนแค่หัวมันชนเอา ขืนโดนเขาโง้ง ๆ ของมันเสียบล่ะก็ ไส้ทะลักกองอยู่ในทุ่งนั่นแหง ๆ”

โมลิเอ่ยพลางป้ายขี้ผึ้งสำหรับรักษาอาการฟกช้ำลงบนไหล่ขวาของเขา ทั้งหมดนั่งพักอยู่บนเนินนั้นอีกราวครึ่งชั่วโมง พอร่างกายของรันมะกลับมาเป็นปกติแล้วก็ชวนกันออกเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไปนั่นคือป่าโปร่งอันอุดมไปด้วยผลไม้ป่า ทั้งมะไฟป่า มะเดื่อ ตะขบ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเจ้าลิงแคระหน้าขาว หนึ่งในห้าสัตว์อสูรแห่งทวีปฮาร์มาร์ดที่ไม่มีใครกล้าตอแย เพราะถึงตัวมันเล็กก็จริง แต่นิสัยฉลาดแกมโกงกว่าสัตว์อสูรประเภทอื่น ๆ ซ้ำยังอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะใหญ่ที่สุด

รันมะนำเหล่าอสูรติดตามเดินอ้อมเข้าใต้ลมเพื่อไม่ให้ฝูงลิงตื่นตัวก่อน ลิงตัวหนึ่งออกมาหากินไกลฝูงพอเห็นมีคนแปลกปลอมเข้ามาก็แยกเขี้ยวเขย่ากิ่งไม้ขู่

“ตัวมันเล็กนิดเดียวเอง น่ารักดีนะคะ แต่คงเลี้ยงไม่เชื่อง”

จูเลียทอดสายตามองมันอย่างเอ็นดู เจ้าลิงตัวเล็กซึ่งดูผาด ๆ คล้ายค่างดำ แต่มีขนตามใบหน้าเป็นสีขาวล้วน ขนาดตัวไม่เกินไปกว่าแมวตัวใหญ่  ๆ ตัวหนึ่ง มันเด็ดผลมะเดื่อปาใส่เธอซึ่งนับเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ คนแคระสาวเพียงสะบัดมือเบา ๆ ลมพัดมาวูบหนึ่งกิ่งไม้ที่มันเกาะก็ขาดสะบั้นลง เจ้าลิงร้องว๊ากอย่างตกใจ มันหล่นปุ๊กลงบนพื้นก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวขู่แฟ่แล้วออกโกยแนบหายลับไป

“สัตว์หน้าขน”

รันมะหรี่มองตามอย่างไม่ไว้ใจ มือขวาเอื้อมปลิดลูกไม้ชนิดหนึ่งลักษณะคล้ายมะไฟที่สุกเหลืองลงมาทั้งพวงแล้วใช้นิ้วมือซ้ายดีดเปลือกมันหลุดออกไปแบบง่าย ๆ พอเอาเข้าปากก็หลับตาปี๋

“เปรี้ยวชะมัด”

ชายหนุ่มยื่นพวงผลไม้นั้นไปให้โมลิที่ยืนจ้องอย่างสนใจอยู่ข้าง ๆ

“ลองหน่อยไหม”

เด็กสาวรับพวงผลไม้ป่าไปถือไว้เหมือนไม่แน่ใจ

“อะไรคะเนี่ย มะไฟเหรอ”

“จำปูลิง คล้าย ๆ มะไฟนั่นแหละ บางคนก็เรียกมะไฟป่า มะไฟลิง จำปูริ่ง จำไหร”

โมลิปลิดลูกจำปูลิ่งออกมาจากพวงลูกหนึ่ง เปลือกที่ค่อนข้างบางแตกหลุดออกทันที เด็กสาวดม ๆ มันอยู่ครู่หนึ่งพอรันมะพยักหน้าให้ก็ทดลองเอาเข้าปากชิมก่อนจะบ้วนทิ้งอย่างรวดเร็ว

“เปรี้ยวปี๊เลย พี่รันอ่ะ”

ภูติกึ่งวิญญาณทำตาคว่ำปะหลับปะเหลือกขณะที่ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ อย่างขบขันปนเอ็นดู

“มันเปรี้ยวอมหวานน่ะ อย่างด่วนคายออกมาสิ นี่ จะกินให้ดู”

รันมะเด็ดผลจำปูลิ่งลงมาอีกพวงหนึ่ง ใช้นิ้วดีดพรมไปตามผิวของมัน พอเปลือกหลุดออกหมดก็เหลือแต่เนื้อในสีส้มช่ำห้อยเป็นกลีบ ๆ อยู่ ชายหนุ่มยกขึ้นทั้งพวงแหงนหน้าค่อย ๆ งับกินทีละลูก

….เปรี้ยวตายเลย”

อดีตนายทหารรบพิเศษได้ยินก็อมยิ้ม ในชั่วชีวิตของเขานั้นเคยกินเจ้าลูกจำปูลิ่งนี่เพียงครั้งเดียว เมื่อครั้งลงพื้นที่ลาดตระเวนอยู่แถบป่าอำเภอบางลางสมัยบรรจุเข้ากรมรบพิเศษใหม่ ๆ เพราะมันเป็นผลไม้ที่หาได้ยากชนิดหนึ่งที่จะมีเฉพาะภาคใต้เท่านั้น

“อร่อยดีออก”

ชายหนุ่มเอ่ยพลางแทะเล็มกินผลไม้ป่า จูเลียลองปลิดลงมาบ้างพวงหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่สุกดีนัก คนแคระสาวหลับตาหยีเพราะความเปรี้ยว

“ไอ้พวกนั้นมันรวมกลุ่มกันอยู่ในดงตะขบด้านล่างโน่น มีเป็นพันเลย”

อรชุนเพิ่งกลับมาจากสังเกตการณ์ รันมะโยนก้านจำปูลิ่งทิ้ง ฝ่ามือทั้งสองลูบเข้าหากันเบา ๆ ดวงตาทอประกายวูบวาบ

“ดีจริง งานนี้คงไม่ว่าอะไรนะ ถ้าผมจะขอลุยเดี่ยว”

ทั้งหมดหันมามองทางผู้เป็นนาย

“จะดีเหรอ มันเยอะเอาการอยู่นะ”

อรชุนแย้ง

“ผมจะพยายามฆ่าไอ้ตัวหัวหน้าให้ได้ก่อน แต่ถ้าเกิดบอสออกก็คงต้องวานคุณกับจูเลียช่วยกันอีกแรง”

ชายหนุ่มกล่าวราวกับว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร พลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าอาบไล้อยู่ทั่วร่าง แสงประกายสีเงินเรือง ๆ แผ่จาง ๆ

“ผมไม่ตายหรอกน่า”

ยี่สิบนาทีต่อมา คนที่บอกว่าตัวเองจะไม่ตายก็ออกมานอนแผ่เลือดอาบท่วมตัว เสื้อผ้าที่สวมอยู่ขาดวิ่น แต่กระนั้นดวงตาและริมฝีปากก็ยังมีรอยยิ้ม

“สนุกเป็นบ้าเลย นี่แหละมั้ง ที่เขาเรียกว่า ไวปานวอก”

รันมะบ่นเสียงแหบ ลำคอด้านซ้ายเขาเป็นแผลเหวอะหวะ หลังจากเข้าไปตะลุยอยู่ท่ามกลางฝูงลิงแคระหน้าขาวได้ไม่ถึงห้านาที เขาจัดการกับพวกมันไปได้ร้อยกว่าตัว ผลก็คือ บรรดาลิงแคระหน้าขาวเกิดอาการคุมคลั่ง ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว สุดท้ายเขาต้องใช้ระเบิดควันอำพรางเข้าไปจัดการกับหัวหน้าฝูงของมัน แต่ก็นับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะค่าสถานะทักษะติดตัวต่าง ๆ ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทักษะการฟัน ทักษะการใช้ดาบ และทักษะหลบหลีก เพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดคือ 20 ส่วนสุดยอดทักษะการเอาตัวรอดอย่างผัสสะนั้นก็เลื่อนข้ามระดับขึ้นไปอยู่ที่ระดับแปดและทักษะก้าวพริบตาที่ระดับห้า

หลังจากฟื้นฟูสภาพร่างกายจนหายดีแล้ว ชายหนุ่มก็ชวนทั้งหมดออกเดินทางต่อ เป้าหมายต่อไปก็คือจระเข้พิษที่อาศัยอยู่บริเวณบึงน้ำขนาดใหญ่ รันมะหยุดพักทานอาหารกันชั่วคราวระหว่างวางแผนเล่นงานจระเข้ที่อรชุนย้ำนักย้ำหนาว่ามันเป็นสัตว์ที่อันตรายมาก

“ผิวหนังที่เป็นเกล็ดหนาอาบพิษไว้ ถ้าไปแตะโดนจะเกิดอาการวิงเวียน ยิ่งเขี้ยวของมันไม่ต้องพูดถึง ถ้ามันกัดจะกลายเป็นอัมพาตทันที”

เทอารักษ์กล่าวขณะกำลังใช้ส้อมจิ้มเนื้อหมูป่าย่างที่แอ็คซ์ล่ามาได้เมื่อตอนเช้า

“งั้นก็ต้องหาเหยื่อล่อ”

รันมะเปิดล็อกเก็ตเก็บของ หยิบหนังสือสมุนไพรหายากออกมา

“ใช้เหยื่อล่อก็ดีอยู่หรอก แต่หนังมันเป็นเกล็ดแข็ง ทนทานต่อการโจมตีทุกชนิด ข้าว่าพอมันจัดการกับเหยื่อเสร็จก็คงหันมางาบเจ้าด้วย อร่อยไปเลย”

อดีตนายทหารรบพิเศษยักไหล่ มือพลิกไล่ไปตามหน้าหนังสือแล้วในที่ก็ยิ้มออกมา

“คุณพาจูเลีย โมลิกับแอ็คซ์ไปหาเหยื่อจระเข้มาให้มากที่สุด เอามาก ๆ เลยนะ”

รันมะปิดหนังสือ

“เจ้าจะทำอะไร”

อรชุนถามอย่างไม่เข้าใจ ผู้เป็นนายยิ้มพราย

“ผมจะวางยาพวกมัน อยากจะรู้นักว่าเกล็ดหนา ๆ จะช่วยป้องกันพิษจากอาหารที่มันกินเข้าไปได้หรือเปล่า”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเยียบเย็นจนเทพอารักษ์รู้สึกเสียวสันหลังวูบ

 

 

 

           

           

 

 

 

           

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5133 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 11:01
    น่าจะมีอาชีพ นักวางยา นะ เหมาะกับเฮียรัน
    #5133
    0
  2. #4975 KongKitti (@KongKitti) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 21:21
    ทำไมแอฟวันนี่รวนดีจัง
    #4975
    0
  3. #4830 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 10:14
    ขอบคุณครับ
    #4830
    0
  4. #3365 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 17:46
    ว่าแล้วต้องลืม
    #3365
    0
  5. #3359 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 16:28
    อะไรฟ๊ะ  งงอ่ะ -.-'
    #3359
    0
  6. #3091 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 22:23
    ร่างราดเปรียว - ร่างปราดเปรียว
    แผนลวงแกล้งตาย ทำยูเพจตก แล้วมีมือมืดมาชิงขโมยตัดหน้าไป เจ้าเล่ห์มาก
    พึ่งนึกขึ้นมาได้ตอนที่หนีพรายทะเล ทำไมยูอิจิโร่ถึงทราบได้ว่ารันม่ามีปราณ 2 ธาตุคือ ธาตุสายฟ้าและธาตุน้ำละครับ จริงๆ ก็น่าจะทราบแค่มีปราณธาตุสายฟ้า ธาตุเดียวสิ เรื่องปราณธาตุมันไม่น่าจะตรวจสอบกันได้นะครับ
    #3091
    0
  7. #2366 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 23:46
    พระเอกเรานี่ฉลาดจังเลย
    #2366
    0
  8. #2153 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 20:19
    อืม ทำแผนหลอกว่าโดนช่วงชิงยูเพจไปแล้วสินะ
    #2153
    0
  9. #2106 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 15:51
    ตอนสุดท้ายใช้ร่างเงาของอรชุนหลอกสินะ
    #2106
    0
  10. #2105 sulia (@sulia) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 15:15
    555ร่างแยกอรชุนป่าวนั่น
    #2105
    0
  11. #2104 ประกฤติ (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 11:29
    ตอนนี้อ่านแล้ว เป็นงง วางแผนแบบไหน จนตัวเอง เอาตัวเข้าไปเสี่ยง เพื่อความสมจริง จนกระทั่งเจ็บตัว

    เชือว่าอีกเดี๋ยวคงจะมีเฉลย ขยายความเป็นแน่

    ขอบคุณนะครับ
    #2104
    0
  12. #2103 BilLaBonG (@sur0138) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 10:47
    "งั้นก็รอจนผึ่งออกมาแล้วต่อยไปเก็บซากพวกมัน"



    พิมผิดครับ^^
    #2103
    0
  13. #2102 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 10:08
    เฮ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  งง มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2102
    0
  14. #2101 PunyGirl (@-omam-) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 09:51
    มันส์จ้ะมันส์ ต่อไวๆน๊าา
    #2101
    0
  15. #2100 ซาลาสซา (@sasalassa) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 09:49
    ลับ ลวง หลอก
    #2100
    0
  16. #2099 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 03:55
    วางแผนซะซับซ้อนจัง พวกนี้จะตายหมดมั้ยนะ
    #2099
    0
  17. #2097 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 00:38
    มึนส์ วางแผนทำไมเยอะอ่ะ ถ้าฆ่าเลยจะมีปัญหาตามมา?
    #2097
    0
  18. #2096 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 22:56
    แสงสีน้ำตาล ก็อรชุนน่ะสิ  อิอิ ป๋ารัน เล่นมุกสร้างตัวแทนแน่เลย อิอิ
    #2096
    0
  19. #2095 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 21:10
    มหิงสาตัวเดียวกับที่ ดาริน ยิงล้มรึป่าวครับ อิอิ เพชรพระอุมา
    #2095
    0
  20. #2094 งงงง (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 20:11
    งงงงงงงงงงงงงงงงง
    #2094
    0
  21. #2093 FAIRYTAIL2 (@hobbit2) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 19:18
    สนุกดี
    #2093
    0
  22. #2092 >>fantasy<< (@namobzaka) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 17:53
    มหิงสาคลั่งสะบัดศีรษะโดยแรงอีกครั้งจนเข้าปักทิ่มดิ้น << เขาปักทิ่มดิน
    #2092
    0
  23. #2091 >>fantasy<< (@namobzaka) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 17:50
    เอ๊ะ ยังไง ค้างเลย - -*
    #2091
    0
  24. #2090 ก๊วยบุ่งง้วง (@marlovobook) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 17:44
    ชิบหาย เป็น ฉิบหาย  ครับ
    #2090
    0
  25. #2089 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 16:43
    ยูเพจ ไว้สร้างตัวปลอมเรอะ
    #2089
    0