พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 117 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 52 ล่าอินทรีเผือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    1 เม.ย. 61

52

            มันเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว รันมะสะดุ้งพรวดตื่นขึ้นมาด้วยอาการหนาวสั่นเนื่องจากกองไฟที่ก่ออยู่หน้าโพรงถ้ำนั้นมอดไปนานแล้ว ผ้าห่มบาง ๆ ไม่ช่วยคลายความหนาวลงไปได้เลย มันเพียงช่วยป้องกันลมได้เท่านั้น แต่ในพื้นที่ริมทะเลที่มีทั้งลมแรงและอากาศที่หนาวจับกระดูกเช่นนี้ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรแม้แต่น้อย เมื่อครู่ก่อนจะตื่นเขาฝันไปว่าตนเองกำลังอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจตามล่าเป้าหมายหัวหน้าใหญ่ผู้ก่อการร้ายค้าอาวุธและยาเสพติดอยู่แถบเทือกเขาหิมาลัย ในฝันนั้นเขากับลูกทีมต้องนอนซุ่มพรางตัวหมกหิมะอยู่นานจนกระทั่งความหนาวปลุกให้รู้สึกตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มขยับกายลุกขึ้นนั่งบนแท่นหินเตี้ย ๆ ถูฝ่ามือไปมาขณะนั่งทบทวนความฝัน ไม่รู้เพราะอะไร เขามักจะฝันถึงเหตุการณ์เก่า ๆ ในอดีตอยู่เสมอแม้แต่ในเกมก็ไม่เว้น

            รันมะสลัดศีรษะไปมาเพื่อไล่ความคิดอันก่อให้เกิดอาการเครียดนั้นออกไปจากสมองก่อนจะรวบรวมสมาธิกระตุ้นพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงกุกกักด้านในถ้ำ ต่อมาก็เป็นเสียงฝีเท้าเดินย่ำเบากริบตรงเข้ามาหาทางด้านหลัง

            นอนไม่หลับหรือ โม

            ชายหนุ่มเอ่ยทักขึ้นก่อนโดยไม่ต้องหันไปมอง มือทั้งสองซุนฟืนที่ยังพอเหลืออยู่เข้าไปในกองไฟ แล้วโยนหินแร่อัคนีบริสุทธิ์ที่ลุกเป็นไฟโชติช่วงเพราะธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าลงไป พอฟืนได้ความร้อนจากก้อนแร่ก็ติดไฟลุกอย่างรวดเร็ว

            อากาศมันหนาว หนูตื่นเพราะลมพัดเข้าไป

            ภูติกึ่งวิญญาณหย่อนกายลงนั่งข้าง ๆ แท่นหิน เด็กสาวหอบเอาผ้านวมพันตัวมาด้วยเพราะอากาศที่หนาวจัด รันมะเอื้อมมือไปดึงรวบชายผ้าที่ยื่นล้ำออกไปจนเกือบจะถึงกองไฟเข้ามา โมลิเลยถือโอกาสเอนกายพิงแท่นหินเอาคางวางบนเข่าของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตสุกใสทอดมองเข้าไปในกองไฟอย่างเหม่อลอย

            เป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าดูเซียว ๆ ไปนะ

            ชายหนุ่มแตะหลังมือที่หน้าผากของวิญญาณติดตามด้วยความเคยชิน

            หนาวค่ะ แล้วก็ฝันไม่ค่อยดีด้วย

            หางเสียงสั่นน้อย ๆ จนรันมะสัมผัสได้ เขาถอนใจเบา ๆ ก่อนจะประคองไหล่ของเด็กสาวขึ้นเพื่อจัดท่านั่งของตนใหม่ แล้วจึงรั้งร่างแบบบางในผ้าห่มนั้นให้เอนกายลงนอนในท่าที่สบายที่สุด สองแขนโอบไว้หลวม ๆ

            เป็นไง อุ่นขึ้นไหม

            รันมะก้มลงเอ่ยถามเบา ๆ เด็กสาวหลับพริ้มลงคล้ายรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย

            ค่ะ

            เสียงลมพัดหวีดหวิวและเสียงคลื่นที่สาดเข้ากระทบหินผาด้านล่างห่างออกไปดังมาตามลมฟังดูเงียบสงบ ทั้งคู่เงียบไปพักใหญ่

            พี่รันคะ

            เสียงเล็ก ๆ ดังอู้อี้ลอดออกมาจากริมฝีปากขมุบขมิบ ชายหนุ่มกระชับแขนโอบแน่นขึ้น

            หือ

            พี่รันร้องเพลงเป็นหรือเปล่า

            ก็พอได้ ทำไมหรือ

            ร้องให้ฟังหน่อยได้หรือเปล่าคะ

            อดีตนายทหารรบพิเศษเงียบไปอึดใจ พอก้มลงก็พบดวงตาทั้งคู่เหลือบขึ้นมาจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว

            ไม่รู้นะว่าในโลกของเธอเขาร้องเพลงกันแบบไหน เอาเป็นว่าลองฟังเพลงในโลกของพี่ดูก่อนแล้วกัน

            ค่ะ

            โมลิยิ้มรับอย่างกระตือรือร้น รันมะระบายลมหายใจเบา ๆ ดวงตาเหม่อมองเปลวไฟ

เปรียบเธอเพชรงามน้ำหนึ่ง       หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า

หยาดเพชรเกล็ดแก้วแววฟ้า        ร่วงมาจากฟ้าหรือไร
หยาดมาแล้วอย่าช้ำโศก             ปล่อยคนทั้งโลกร้องไห้
หยาดเพชรเกล็ดแก้วผ่องใส        นั้นอยู่ไกลเกินผูกพัน
แม้ยามเพชรหยาดจากฟ้า           ร่วงลงมาฟ้าคงไหวหวั่น
ดวงดาวก็พลอยเศร้าโศกศัลย์       มิอาจกลั้นน้ำตาอาลัย
เอื้อมมือคว้าหยาดเพชรแก้ว        เผลอรักแล้วจึงฝันใฝ่
หยาดเพชรหยาดละอองผ่องใส     แม้นอยู่ในความมืดมน
..แม้ยามเพชรหยาดจากฟ้า          ร่วงลงมาฟ้าคงไหวหวั่น
ดวงดาวก็พลอยเศร้าโศกศัลย์        มิอาจกลั้นน้ำตาอาลัย
เอื้อมมือคว้าหยาดเพชรแก้ว         เผลอรักแล้วจึงฝันใฝ่
หยาดเพชรหยาดละอองผ่องใส      แม้นอยู่ในความมืดมน
 

 

            รันมะร้องจบแล้วก็นั่งเหม่อมองเปลวไฟอยู่ต่อไปเช่นนั้น ส่วนคนฟังนั้นม่อยหลับไปตั้งแต่เมื่อใดเขาก็ไม่ทราบได้ นานจนกระทั่งเด็กสาวในอ้อมแขนพลิกตัว ด้วยความกลัวว่าตัวเองอาจจะเผลอหลับไปเลยตัดสินใจอุ้มเธอกลับไปนอนที่เดิม แล้วจึงเดินกลับออกไปหน้าถ้ำ แขนซ้ายยกขึ้นเลิกดูนาฬิกาเหมือนไม่ตั้งใจ อย่างคนที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร ชายหนุ่มกดไล่ไปตามรายชื่อเพื่อน

            พีซ

            ไม่ออนแฮะ ทำอะไรของเธออยู่นะ

            ชายหนุ่มรำพึงกับตัวเองเบา ๆ

            เช้าวันรุ่งขึ้น เหล่าอสูรติดตามตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอมเนื้อย่างลอยตลบเข้าไปในถ้ำ รันมะนั่นเองที่นั่งย่างเนื้ออยู่ ดูเหมือนว่าหลังจากสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก เขาก็หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดเวลา

            เร็วหน่อยนะ วันนี้ต้องทำภารกิจให้เสร็จก่อนเย็น

            รันมะตะโกนแข่งกับเสียงลม หากว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแล้ว เย็นนี้นาคาสมุทรจะแล่นมาถึงอิกกันซาซาร์ ทั้งหมดใช้เวลาจัดการอาหารเช้ากันเพียงครึ่งชั่วโมง ก็ออกเดินทางกันอย่างรวดเร็ว

            รันมะนำเหล่าอสูรติดตามลัดเลาะไปตามหน้าผาริมทะเล เป้าหมายคือนกอินทรีเผือก ที่มีถิ่นอาศัยอยู่หน้าผาสูงชันในแถบนี้นั่นเอง รันมะใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการเดินนำไป เพราะนกอินทรีเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณล่าสูง เพียงมันสัมผัสได้ว่ามีเหยื่อก็อาจจะพุ่งเข้าจู่โจมทันที

            พี่รันจำตอนที่เราใช้ควันพิษรมอินทรีค้างคาวที่เกาะมิดแลนด์ได้หรือเปล่า

            โมลิเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังยืนพักดูลาดเลากันอยู่ตรงชะง่อนหิน

            มันก็เข้าท่าดีอยู่หรอก ถ้าจุดไฟได้ แต่ที่นี่ลมพัดหวนจากทะเลเข้ามา ถ้าจะก่อไฟรมมันก็ต้องลงไปก่อในทะเล แล้วอีกอย่าง นกพวกนี้ไม่น่าจะอ่อนแอขนาดโดนรมด้วยควันสลบได้หรอกนะ

            รันมะตอบอย่างไม่เห็นด้วย จริงอย่างที่เขาว่า แหล่งอาศัยของอินทรีเผือกนั้นอยู่ในจุดซึ่งพวกมันเห็นแล้วว่าปลอดภัยจากศัตรูรอบด้าน  รันมะพาเหล่าอสูรติดตามเดินเลาะเรื่อยไปจนถึงช่องผาซึ่งเป็นเวิ้งน้ำสอบลึกเข้าไปลักษณะคล้ายอ่าวเล็ก ๆ นี่เองเป็นแหล่งอาศัยหรือรังของเจ้าอินทรีขนขาว

            นกอินทรีเผือกเลือกจุดทำรังของมันได้อย่างชาญฉลาดจนรันมะนึกชมอยู่ในใจ ด้านบนเป็นหน้าผาเรียบ ๆ ยากแก่การปีนป่าย ทำให้พวกมันปลอดภัยจากสัตว์อสูรนักล่าอย่างเสือโคร่งลายรุ้ง ซึ่งมักจะดอดเข้าไปในรังของพวกมันแล้วขโมยกินลูกอ่อนหรือไข่ ในยามที่ตัวพ่อหรือแม่ได้อยู่เฝ้ารัง ส่วนโค้งเว้าของหน้าผาที่ช่วยกำบังลมพายุได้  ส่วนสูงจากยอดผาวัดลงไปถึงพื้นน้ำเบื้องล่างราว ๆ ร้อยเมตร

            นี่เป็นแหล่งหลบภัยที่วิเศษเลยนะ

            อรชุนก้าวมายืนเคียงข้างเจ้านาย สายตาของเทพอารักษ์มองสำรวจลงไปยังอ่าวเล็ก ๆ เบื้องล่างอย่างสนใจ เนื้อที่ของอ่าวเล็ก ๆ นั้นประมาณสิบเอเคอร์

            คิดเหมือนผมเลย หวังว่าน้ำมันคงจะลึกพอเราจะเอาเรือเข้ามาจอดได้อยู่หรอกนะ

            ชายหนุ่มเห็นด้วยกับความคิดของเทพอสูรติดตาม ใจจริงเขาอยากจะลงไปสำรวจด้านล่าง แต่เห็นว่ายังไม่ใช่เวลา และเป้าหมายคือนกอินทรีเผือก เขาดีดนิ้วโดยแรงเพื่อเรียกเหล่าผู้ติดตามให้มารวมกันตรงชานหินที่ยื่นออกไป

            นกอินทรีเผือกว่องไวและตาดีมาก ฉันว่ารอบนี้ฉันจะจัดการคนเดียว อรชุนกับจูเลียคอย..”

            รันมะเริ่มพูดแต่ก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน

            ให้จูเลียช่วยด้วยนะคะ

            คนแคระสาวเอ่ยเบา ๆ เหมือนเกรงว่าจะทำให้เขาไม่พอใจ รันมะลังเล แต่พออรชุนพยักหน้ามาอีกคนก็ตัดสินใจได้

            ก็ได้ จูเลียมากับฉัน อรชุน โมลิ แอ๊คซ์ รออยู่ตรงนี้แหละ

            พอตกลงกันได้เสร็จสรรพ รันมะก็เรียกจูเลียมาสั่งความเบา ๆ สองสามคำแล้วยื่นขวดบรรจุยาพิษที่ปรุงขึ้นจากพิษของยางน่องผสมกับพิษของนาคาอสรพิษเขี้ยวดาบให้ คนแคระสาวพยักหน้ารับก่อนจะโผนทะยานลอยขึ้นไปบนอากาศด้วยความเร็วสูงสุดจนเห็นแค่เพียงเส้นแสงสีเขียวเป็นทาง

            อดีตนายทหารรบพิเศษเก็บดาบที่สะพายอยู่ไว้ในหน้าต่างสัมภาระเพื่อความคล่องตัว งานนี้เขามีหน้าที่เป็นเพียงตัวล่อเป้าเท่านั้น สำหรับหน้าที่สังหารนั้นเขายกให้จูเลียที่มีความเร็วสูงกว่า ครั้งนี้เขาต้องการจบภารกิจให้เร็วที่สุด ชายหนุ่มเร่งพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าจนทั่วทั้งกายไม่ได้แค่เรืองแสงสีเงินเท่านั้น ยังมีประกายสายฟ้าระยิบระยับออกมาอีกด้วย

            รันมะเขม่นมองไปยังเหล่าอสูรนกอินทรีเผือกที่บ้างก็จับกลุ่มไซร้ปีกขนกันอยู่ตามชานหิน บ้างก็บินร่อนอยู่สูงลิ่วบนฟ้าเพื่อค้นหาตัวที่คาดว่าน่าจะเป็นตัวหัวหน้า ครู่เดียวก็สะดุดตาเข้ากับนกอินทรีเผือกตัวมหึมาตัวหนึ่ง ขนาดของมันใหญ่กว่าตัวอื่น ๆ ถึงสองเท่า กำลังยืนจับนิ่งอยู่ที่ยอดผาสูงสุดหันหน้าออกไปทางทะเลเหมือนกำลังยืนรับแดด

            ชายหนุ่มกระทืบเท้าเผ่นขึ้นไปยืนบนอากาศด้วยทักษะท่าเท้าท่องวารี ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของมันที่ช่วยให้ออกตัวได้เร็วนั้น ทำให้เขาใช้เวลาเพียงห้าวินาที ก็ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดผา ห่างจากเจ้าอินทรีเผือกระดับหัวหน้าเพียงร้อยหลา

            นกอินทรีสามสี่ตัวคงจะสังเกตเห็นเขา พวกมันส่งเสียงร้องแหลมยาว ตัวหนึ่งที่บินอยู่บนฟ้าโฉบวูบลงมาด้วยความเร็วราวกับพายุ รันมะขมวดคิ้ว แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันคิดรับมือกับเจ้านกที่พุ่งเข้าใส่เขาเหมือนกับว่าเห็นเหยื่ออันโอชะนั้น ร่างของมันก็ผงะเล็กน้อย ขนคอของมันปลิวกระจายว่อน ก่อนที่จะพุ่งควงสว่านลงมา รันมะหรี่ตาแล้วเคลื่อนหลบไปข้าง ๆ ด้วยทักษะก้าวพริบตา ร่างปราศจากวิญญาณของเจ้าอินทรีเผือกตกพื้นดังสนั่นหวั่นไหวจนหน้าผาตอนนั้นสั่นกราว

            จูเลีย

            ชายหนุ่มร้องเรียกคนแคระสาวที่ลอยวนอยู่เหนือศีรษะ พลางชี้มือไปทางเจ้านกอินทรีตัวหัวหน้า ซึ่งเวลานี้มันกำลังหันมาสนใจเขาอยู่เต็มที่ ขนสีขาวมันระยับนั้นพองขึ้น พริบตาต่อมา ร่างใหญ่โตมหึมานั้นก็ถลาขึ้นวูบอย่างรวดเร็วจนมองเห็นเพียงเงาสีเทา ๆ ขาว ๆ

            หือ

            ชายหนุ่มหรี่ตา เมื่อวินาทีก่อนหน้านี้ เขายังมองเห็นว่ามันอยู่บนยอดผาระดับเดียวกับเขา แต่เวลานี้ มันลอยอยู่ด้านบนราวสองร้อยหลา

            อะไรจะเร็วขนาดนั้น

            รันมะขยับย่อเข่าลงเล็กน้อยก่อนจะพุ่งตัวขึ้นไปบนอากาศ นกอินทรีเผือกโผนร่อนโฉบลงใส่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาก็หลบได้ทันท่วงทีด้วยก้าวพริบตา แต่กระนั้นก่อนที่เขาจะหายตัวไปนั้น กรงเล็บของมันอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่ถึงเมตร

            จูเลียซึ่งลอยวนเป็นแสงเขียว ๆ อยู่เหนือศีรษะนั้นก็สะบัดแส้ปลายมีดอาบยาพิษไว้ลงมา แต่ก็ยังไม่ทัน ปลายแส้เกี่ยวเอาขนหางของมันออกมาสี่ห้าเส้น อินทรีเผือกระดับหัวหน้าแผดเสียงร้องแหลม มันร่อนขึ้นสูงเพื่อที่จะโฟกัสเป้าหมายใหม่อีกครั้ง

            ความจริงแล้วการมาล่านกอินทรีเผือกนั้นง่ายแสนง่าย ผู้เล่นจะหากรงเหล็กขนาดใหญ่แข็งแรงมา จากนั้นก็ขังตัวเองไว้ในกรง รอนกอินทรีเผือกผ่านมาเห็นก็จะโฉบลงมาหมายจะเอาเป็นเหยื่อ พอนกอินทรีเผือกโฉบเอากรงเหล็กติดไปแล้ว ผู้เล่นที่อยู่ข้างกรงเหล็กซึ่งอาจจะเป็นนักเวทก็จะร่ายเวทน้ำแข็งบ้าง เวทไฟบ้างเพื่อล็อกหรือเผาขนของนกอินทรีตัวนั้น หรือหากเป็นสายโจมตีแรง ๆ ก็อาจจะใช้ทักษะที่แรงที่สุดโจมตีเข้าใส่นกอินทรีเผือกจากทางด้านล่าง ซึ่งเป็นจุดอ่อนของมันเพียงครั้งเดียว แต่จะต้องมีเพื่อนนักเวทคอยรับเวลากรงหล่นลงมาด้านล่างหลังจากจัดการกับอินทรีเผือกแล้ว

            แต่ถึงแม้จะล่าง่ายเพียงใด อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้ผู้เล่นกว่าสิบคนในการล่า ครึ่งหนึ่งอยู่ในกรงคอยโจมตีสังหาร อีกพวกหนึ่งคอยรับเพื่อนที่จะหล่นลงมาพร้อมกับกรงเหล็ก นกอินทรีเผือกก็ยังไม่ได้รับความนิยมอยู่ดี เพราะให้ค่าประสบการณ์น้อยมากเมื่อเทียบกับสัตว์อสูรอื่น ๆ ในระดับที่เท่ากัน อีกทั้งไอเทมที่ดรอปนั้นก็มีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ๆ เช่นกัน เพราะฉะนั้นผู้เล่นที่จะมาล่านกอินทรีเผือกจึงมีเพียงผู้เล่นที่กำลังทำภารกิจเลื่อนระดับอย่างรันมะเท่านั้น

            รันมะเปลี่ยนแผน เมื่อเจ้านกอินทรีเผือกบินโฉบดิ่งลงมาอีกรอบ ชายหนุ่มกระโจนสลับกับใช้ก้าวพริบตาหลบลงทางด้านล่างของหน้าผา โดยมีเจ้าอินทรีเผือกตามมาอย่างกระชั้นชิด ทันทีที่เท้าแตะพื้นน้ำ ความเร็วก็เพิ่มขึ้นอีก ด้วยทักษะท่าเท้าท่องวารี

            อินทรีเผือกที่โฉบพลาดรีบเหินตัวขึ้นอย่างรวบเร็วก่อนที่ร่างของมันจะตกน้ำ ซึ่งมันคงไม่ชอบนัก เพราะจังหวะที่มันกางปีกบินร่อนขึ้นไปนั้น ความระมัดระวังของมันก็ลดลง จูเลียที่รอจังหวะอยู่แล้วสะบัดปลายแส้เป็นเส้นตรงพุ่งดิ่งดักหน้ามันอย่างรู้ทัน ปลายมีดอาบยาพิษเจาะทะลุคนบริเวณคอของมันผ่านเข้าผิวหนัง พริบตาต่อมาที่คนแคระสาวเสียหลักถูกกระชากไปตามแรงบินของเจ้าอินทรีเผือก เพราะปลายแส้นั้นบังเอิญไปเกี่ยวพันติดขนของมันไว้ พิษก็เริ่มออกฤทธิ์ เจ้านกอินทรีสะดุ้งตัวแอ่นผงะเกร็ง ขนทั้งร่างพองออก สูญสิ้นเรี่ยวแรงไปในแทบจะทันที

            จูเลียที่ถูกแรงกระชากไปนั้นเห็นท่าไม่ดี เพราะร่างของเจ้าอินทรีเผือกกำลังพุ่งดิ่งเข้าหาเชิงผาตอนหนึ่งด้วยความเร็วที่ไม่มีท่าทีว่าจะลดลงเลย คนแคระสาวปล่อยมือยอมสละอาวุธคู่ใจชั่วคราวเพื่อเอาชีวิตรอด พริบตาต่อมานกอินทรีเผือกเคราะห์ร้ายก็พุ่งปะทะเข้ากับหน้าผาเต็มแรง ขนสีขาวของมันปลิวว่อน ความแรงบวกกับน้ำหนักตัวของมันส่งผลให้หินผาถล่มกราวลงมา

            ยังกะเครื่องบินเจ็ทชนตึก

            รันมะที่มองเห็นเหตุการณ์จากเบื้องล่างเป่าลมพรูออกจากปาก ร่างไร้วิญญาณของนกอินทรีเผือกตกกระแทกน้ำทะเลก่อนจะตามมาด้วยก้อนหินที่ถล่มลงมาแทบจะทั้งกระบิ จูเลียร่อนลงมาข้าง  ๆ เศษหินยังร่วงลงมาเรื่อย ๆ ร่างนกอินทรีเผือกระดับหัวหน้านั้นจมลงสู้พื้นทะเลเบื้องล่างที่ลึกลงไปกว่าห้าสิบเมตร

            ชายหนุ่มเหลือบมองขึ้นไปด้านบนหน้าผาสูงเหนือศีรษะแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าพวกนกอินทรีตัวอื่น ๆ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตกใจอะไร ราวกับว่าการที่หัวหน้าของมันตายนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ๆ ค่อยวางใจหันไปเอ่ยกับคนแคระสาวที่ลอยอยู่ข้าง ๆ

            จูเลียกลับขึ้นไปรอข้างบนก่อนก็ได้นะ ฉันลงไปจัดการเอง ไม่ถึงสิบนาทีหรอก อ้อ หรือจะตามพวกนั้นลงมาด้านล่างนี่ก็ได้ น่าจะปลอดภัยกว่า จะได้ช่วยกันสำรวจข่างล่างนี่รอฉันเลย

            จูเลียพยักหน้ารับ ก่อนจะทำท่าเหมือนจะพุ่งเหินกลับขึ้นไป

            อ้อ ขอบคุณมากนะที่ช่วย ถ้าไม่ได้เธอคงเสียเวลาอีกนานกว่าจะล้มมันได้

            อดีตหัวหน้าเผ่าคนแคระยิ้มสดใส

            ยินดีค่ะ

            คนแคระสาวในร่างแปลง เท่ามนุษย์พุ่งทะยานขึ้นไปด้านบน รันมะรอจนหญิงสาวหายลับเข้าไปในชะง่อนผาแล้วจึงค่อย ๆ นั่งลงราบกับพื้น ใช้มือสัมผัสกับผิวน้ำทะเลเบา ๆ ทักษะท่าเท้าท่องวารีก็สลายไป ชายหนุ่มจมวูบลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว ด้วยทักษะลมหายใจแห่งท้องทะเลอันเป็นทักษะประจำสายอาชีพโจรสลัดของคลาสสอง ทำให้เขาสามารถดำน้ำได้อย่างอิสระ เขาสามารถที่จะหายใจในน้ำได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยอะไรเลย อีกทั้งยังสามารถมองเห็นในน้ำได้ในระยะไกลกว่าปกติเสียอีก

            ทักษะสดับเสียงคลื่นทำให้เขารู้ว่าเวิ้งน้ำช่วงนั้นมีความลึกพอสมควร จุดที่ลึกที่สุดคือบริเวณตรงกลางอ่าว ลึกกว่าร้อยเมตร ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อจับสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ เขาพยายามจะเพ่งมอง แต่ระยะที่ห่างเกินไปจึงมองเห็นแค่เพียงเงาสลัวเลือนราง

            กัปตันเรือนาคาสมุทรแหวกว่ายดำลงไปยังตำแหน่งที่สดับเสียงคลื่นแจ้งว่าเป็นจุดที่ร่างนกอินทรีเผือกจมลงไป ความลึกของทะเลตอนนั้นลึกราว ๆ เจ็ดสิบเมตร รันมะกระชับมีดทำครัว ซึ่งใช้สำหรับชำแหละซากสัตว์อสูรในมือ สายตาพยายามมองไปรอบ ๆ แม้จะมีสดับเสียงคลื่นช่วยอยู่ แต่หลาย ๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เขารู้ว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถหลบทักษะของเขาได้

            ชายหนุ่มดำน้ำลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงพื้นใต้ทะเล ร่างของนกอินทรีเผือกระดับหัวหน้าตัวมหึมานอนกองสงบนิ่งอยู่ ขณะที่เขากำลังดำสำรวจพื้นที่โดยรอบอยู่นั้นเอง สดับเสียงคลื่นก็เตือนให้เขารู้ว่า เจ้าสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวแต่ทีแรกนั้นเวลานี้กำลังเคลื่อนที่เข้ามาทางตำแหน่งที่เขาอยู่อย่างช้า ๆ

            หือม์

            รันมะละความสนใจกับร่างของเจ้านกอินทรีเผือกชั่วคราว เพราะรับรู้ถึงสถานการณ์ที่ไม่สู้จะน่าไว้ใจนัก สิ่งมีชีวิตลึกลับค่อย ๆ เคลื่อนตรงเข้ามาในลักษณะของการย่องเงียบ จนเรียกว่าหากเขาไม่ตั้งใจสัมผัสจริง ๆ ก็แทบจะไม่รู้สึกเลย รันมะพลิกข้อมือดูเวลา ระยะห่างระหว่าจุดที่เขาอยู่กับเจ้าสิ่งนั้นห่างราว ๆ ร้อยเมตรได้ หากมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าเดิมตลอด อย่างน้อย ๆ ก็อีกกว่าสามนาที

            อย่างรวดเร็วชนิดแข่งกับเวลา เขาจัดการแยกส่วนนกอินทรีเผือกออก พอได้ไอเทมสำหรับภารกิจคือหัวใจของนกอินทรีมาแล้วก็ตัดสินใจทิ้งร่างกายส่วนอื่น ๆ ของมันไป ส่วนไอเทมอีกชิ้นที่ดรอปมาพร้อมกับตัวมันก็คือดาบคาตานะญี่ปุ่นรูปทรงเพรียวสวย ใบดาบเป็นสีเขียวใส รันมะนำมันมาส่องดูด้วยแว่นตรวจสอบเพื่อดูคุณสมบัติก่อนจะยิ้มออกมาแล้วสะพายเฉียงไว้กับตัวแทนง้าวสั้นที่เก็บอยู่ในช่องเก็บของ

           

ประเภท : ดาบ(คาตานะ)

รายละเอียด : ดาบปีกวิหคมรกต ระดับ B+

คุณสมบัติ

         พลังโจมตี 550

         เพิ่มโอกาส 20% สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 0.5 เท่า

         Wind aura พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 20% เมื่อใช้ร่วมกับปราณธาตุลม

 

 

            หลังจากจัดการกับร่างของนกอินทรีเผือกเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าสิ่งมีชีวิตลึกลับนั้นเคลื่อนที่เข้ามาในระยะสายตาพอดี หลังจากเพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง  รันมะก็รู้ว่ามันคืออะไร หากจะมองอย่างผิวเผินลักษณะของมันก็คือเต่าทะเลขนาดมหึมาตัวหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างออกไปก็คือ กระดองของมันแทนที่จะเป็นสีดำหรือเทาเข้มอมน้ำตาลอย่างเต่าทั่วไป กลับกลายเป็นสีแดงสลับกับเขียว ลายพร้อยไปหมด

            เต่าอะไรวะเนี่ย

            ชายหนุ่มเอ่ยกับตัวเอง ทันทีนั้นเอง ปลาตัวใหญ่พอ ๆ กับเด็กสิบขวบตัวหนึ่งบังเอิญว่ายผ่านหน้าของเจ้าเต่าลายประหลาด เต่ายักษ์ลายแดงเขียวอ้าปากออกในชั่วพริบตาเดียว ก็เกิดกระแสน้ำหมุนวน ดูดเอาปลาเคราะห์ร้ายหายเข้าไปในปากซึ่งเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมที่เรียงกันเป็นพืดผิดวิสัยเต่าทั่วไป

            รันมะอ้าปากค้าง สัญชาตญาณเตือนตัวเองว่าเต่าตัวนี้เป็นสัตว์อสูรประเภทกินเนื้อแน่นอน ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะเรียกใช้ทักษะเสริม Invisible ซึ่งเป็นทักษะพรางกายประจำอาชีพทันที

            ***ทักษะ Invisible เป็นทักษะเสริมของทักษะท่องวารีไร้ตัวตน ซึ่งทักษะ Invisible จะทำให้ผู้ใช้อยู่ในสภาวะล่องหนชั่วคราว ทักษะ ท่องวารีไร้ตัวตนจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อผู้เล่นสายอาชีพโจรสลัดอยู่ในน้ำเช่นเดียวกับทักษะลมหายใจแห่งท้องทะเล โดยจะลบสภาวะตัวตนของผู้เล่น ทำให้ไม่สามารถตรวจจับได้ แต่จะมองเห็นได้ด้วยสายตาปกติ และเมื่อผู้เล่นโจรสลัดเรียกใช้ Invisible จะทำให้เข้าสู่ภาวะล่องหนอย่างสมบูรณ์นั่นคือ ไม่สามารถมองเห็น หรือรับรู้ถึงการมีตัวตนของผู้ใช้ทักษะ

            เมื่อทักษะล่องหนประจำอาชีพทำงาน รันมะก็ค่อย ๆ ดำน้ำออกห่างจากจุดที่อยู่อย่างช้า ๆ ส่วนเจ้าเต่าสีแดงเขียวก็ยังคงว่ายน้ำอย่างช้า ๆ ตรงมายังซากของนกอินทรีเผือก ทันทีที่มันว่ายมาถึง อากัปกริยาของมันก็เปลี่ยนไปแทบจะในทันที จากเดิมที่เชื่องช้าเนิบนาบก็กลายเป็นเคลื่อนไหวประเปรียวว่องไว มันว่ายวนไปรอบ ๆ ซากนกอินทรีเผือกอยู่ไป ปากอันเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมงับทึ้งดึงตามส่วนต่าง  ๆ ของซากนกอินทรี กระชากกินอย่างหิวกระหาย

            รันมะแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ หลังจากลอบใช้แว่นตรวจสอบส่องตรวจเจ้าเต่าลายแดงเขียวในใจนึกขอบคุณทักษะประจำตัว ที่ทำตนเองให้รอดจากการถูกเต่าสองสีกินเป็นอาหารเช้า

            เหอะ ๆ เต่าทะเลกินเนื้อพันธุ์ผสม นิสัยดุร้ายกระหายเลือดสุด ๆ กินสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเป็นอาหารไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกัน แถมยังมีกระดองพิเศษที่สามารถสะท้อนการโจมตีได้ทุกชนิด อย่างนี้มันน่าเอามาทำเป็นเสื้อเกราะจริง ๆ

            ชายหนุ่มบ่นพึมพำพลางรีบลอยตัวขึ้นเหนือน้ำอย่างรวดเร็ว ความคิดที่จะใช้อ่าวบริเวณนี้เป็นแหล่งจอดเรือกบดานนั้นเวลานี้ไม่อยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ขึ้นมาพ้นน้ำ เหล่าอสูรติดตามที่ลงมารออยู่ริมตลิ่งเล็ก ๆ ก็โบกมือให้ รันมะทะยานพรวดเข้าไปหา สีหน้าไม่สู้ดีนัก

            ว่าไง แถวนี้น่าจะปลอดภัยนะ สำหรับจอดเรือ ถ้าหาวิธีหลบเจ้านกอินทรีเผือกพวกนั้นได้

            อรชุนทักขึ้นเมื่อผู้เป็นนายกระโดดขึ้นฝั่ง รันมะยักไหล่

            อย่าเลยดีกว่า เมื่อกี๊ผมเจอเต่าสองสีพันธุ์กินเนื้อ ตอนนี้มันกำลังกินซากนกอินทรีอยู่ใต้ทะเลโน่น เรารีบไปกันเถอะ

            จูเลีย อรชุน กับโมลิทำหน้างง แต่เจ้าแอ๊คซ์นั้นพอได้ยินว่าเต่าสองสีพันธุ์กินเนื้อมันก็หน้าถอดสี ดวงตาทั้งคู่กลอกลอกแลกไปมา

            เต่าสองสีอะไรหรือคะ นายท่าน

            คนแคระสาวเอ่ยถาม คิ้วเรียวงามย่นเข้าหากันด้วยความสงสัย รันมะกำลังจะอธิบาย แต่ทักษะสดับเสียงคลื่นซึ่งยังคงทำงานอยู่เพราะรันมะยังยืนอยู่บนผิวน้ำก็เตือนให้รู้เสียก่อนว่าเจ้าเต่าที่กำลังพูดถึงมันอยู่เวลานี้ผละจากซากนกอินทรีเผือก และกำลังทะยานขึ้นมาจากเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

            ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว รีบเผ่นก่อนเถอะ

            ชายหนุ่มคว้าไหล่ของโมลิเตรียมจะพาหนีขึ้นไปด้านบน แต่เจ้าแอ๊คซ์ส่ายหน้าเบา  เขาเล็ก ๆ บนศีรษะ ของมันสั่นรัว

            ไม่ทันแล้วล่ะ ท่านพ่อ

 

 

           

           

           

                       

           

           

           

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #4875 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 15:57
    ขอบคุณครับ
    #4875
    0
  2. #4871 MongkolBoo (@MongkolBoo) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 13:03
    เต่าดูน่ากลัวนะ
    #4871
    0
  3. #4870 sing223 (@naj223) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 12:37
    ขอบคุณครับ
    #4870
    0
  4. #4866 boss_9598 (@boss_9598) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 12:04
    สรุปง้าวยังมีอยู่มั้ยครับ
    #4866
    0
  5. #3838 เอรุค (@padm007) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 18:52
    ชอบอ่านช่วงในเกมมม
    #3838
    0
  6. #3094 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 22:46
    แอบมีเซอไพรซ์ให้ของขวัญด้วยสิ
    #3094
    0
  7. #2371 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 / 20:50
    เหมือนพ่อจริงๆด้วยเเฮะ
    #2371
    0
  8. #2209 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 00:09
    พระเอกเจ็บตัวตลอด พวกกระดูกหักกระดูกแตกนี่ต่อให้รักษาแล้วก็ฟื้นฟูคุณภาพกระดูกส่วนที่หักได้ไม่ถึง80% เวลาแก่ตัวจะมีปัญหานา
    #2209
    0
  9. #2205 acnoron (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 13:22
    โอ๊ะๆแอบซึ้งก่อนจาก55555555555555
    #2205
    0
  10. #2198 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 17:48
    ว้าว วาดรูปเองซะด้วย
    #2198
    0
  11. #2194 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 13:43
    น่าเศร้าสำหรับสองคนนี้นะ
    #2194
    0
  12. #2189 ตาน้ำเป็น (@nawi) (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 09:56
    Thank so much
    #2189
    0
  13. #2186 ประกฤคิ (จากตอนที่ 117)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 06:40
    ขอบคุณนะครับ ได้อ่าน ตอนใหม่ 2 ตอนแน่ะ แต่เช้าเลย มีความสุข อิอิ

    มาคราวนี้หายไปนานเลย

    รันน่าจะจำปรางได้นะ หรือว่าเจตนาแกล้งลืม ? ทีแรางยังจำนิยายตอนเด็ก ๆ ได้เลยอ่ะ

    ไม่ยอม HBD สาวก่อนเลย เศร้า



    สนุกดีครับ
    #2186
    0