พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 133 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 68 เรื่องลึกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    11 พ.ค. 61

68

    รันมะกับอรชุนพากันเดินย้อนกลับออกมาตามเส้นทางเดิม หากคราวนี้ไม่มีหุ่นยนต์หน้าตาคล้ายหุ่นเทอร์มิเนเตอร์อีกแล้ว ห้องทั้งหมดดูโล่งว่างราวกับว่าเป็นสถานที่ร้างมาแล้วนับปี

            “ไม่อยากจะเชื่อเลย กับเหตุการณ์ที่เราเพิ่งเจอมา”

            ชายหนุ่มเปรยออกมาขณะก้าวเดินผ่านห้องที่เคยต่อสู้ตะลุมบอนกับกลุ่มหุ่นยนต์แรงงานทาส(แต่หน้าไฮเทคมาก)

            “นั่นสิ ข้าเองก็ไม่เคยคิดวาจะมีเทพอสูรแบบเจ้าแม็กซิมัส” อรชุนกล่าว

            รันมะเม้มปาก เมื่อนึกถึงแม็กซิมัส ที่แต่เดิมเขารู้จักมันในรูปของภาพการ์ตูนที่เพื่อนรักวาดเล่นสมัยเด็ก ๆ

            “เรื่องนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้เป็นอันขาด เราจะทำเป็นว่าเข้ามาหาของในเหมืองนี้ แล้วบังเอิญเจอกับบอสตุ่นยักษ์กับหุ่นยนต์ตุ่นไฮเทค คุณล้มตัวบอสได้ ก็แค่นั้น”

            รันมะหันมาเอ่ยกับเทพอารักษ์ เมื่อทั้งคู่มาถึงตำแหน่งทางเข้า ประตูเหล็กบานยักษ์เปิดออกทันทีที่ทั้งสองเดินมาถึง

            พอก้าวพ้นประตูออกไป เสียงเอะอะเจี้ยวจ้าวก็ดังขึ้น รันมะจำเสียงของลูกเรือเขาได้ดี เขาแอบหันกลับไปมองด้านหลัง ก็พบว่าประตูนั้นหายไปเสียแล้ว กลับกลายเป็นประตูกลแบบเดิมก่อนที่เขากับอรชุนจะเข้าไปในครั้งแรก

            “ถ้าราผ่านประตูนี้ไปอีกรอบ คราวนี้เราคงได้เจอกับบอสตุ่นสินะ” รันมะกระซิบกับอรชุนที่ยืนตีหน้านิ่งอยู่ข้าง ๆ

            “ก็คงจะอย่างนั้น ตอนเราเปิดประตูเข้าไป เจ้าแม็กซิมัสนั่นคงเปิดประตูมิตินครจักรกลของมันเหมือนกัน”

            ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้พูดอะไรกันต่อไปอีก ก็ปรากฏแสงไฟวูบเข้ามา พร้อมกับเงาคนประมาณสี่ห้าคน

            “ลูกพี่ ลุงอรชุน” เสียงแบร์รี่ร้องทักมาก่อน กลุ่มลูกเรือพอเห็นรันมะกับเทพอสูรคู่กายยืนอยู่ด้วยกันในสภาพปกติดีที่สุดก็พากันกรูเข้ามารุมล้อม พร้อมกับส่งเสียงซักถามจนฟังไม่ได้ศัพท์

            ในที่สุดรันมะต้องยกมือขึ้นห้ามพร้อมกับเอ่ยเสียงดัง

            “พอก่อน ใครจะถามอะไร ไว้ไปคุยกันบนเรือนี่รีบตามเข้ามากันทำไม ก็สั่งไว้แล้วให้รอที่เรือ”

            ภูอินท์กับการเวกเหลือบมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนที่อดีตนายโจรผมแดงจะตอบว่า

            “ผมก็รอลูกพี่อยู่ตั้งคืนหนึ่งแล้ว ลูกพี่ไม่ออกมา ขึ้นชื่อว่าออนไลน์อยู่ แต่ติดต่อไม่ได้เลย”

            คำตอบของภูอินท์ทำอารันมะตะลึงไปวูบหนึ่ง อย่างน้อยเขาก็เชื่อว่าตนเองเข้าไปภายในนครจักรกลเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น และหากจะนับตามที่เขาจำได้ เวลานี้ควรจะเป็นช่วงเวลาเย็นของวันเดียวกันนั้นเอง

            รันมะเลิกปลอกแขนขึ้นดูนาฬิกาก่อนจะอ้าปากค้างเล็กน้อยเพราะความงุนงง เวลาที่นาฬิกาบอกว่าเป็นเวลาหกโมงเช้าของวันออนไลน์ที่สามแล้ว และเขากำลังจะครบกำหนดระยะเวลาออฟไลน์ในอีกเจ็ดชั่วโมง

            “อืม สงสัยเมื่อคืนจะสู้หนักไปหน่อย ถึงกับลืมวันลืมเวลา” ชายหนุ่มพูดพลางหัวเราะกลบเกลื่อน

            การเวกกับภูอินท์กระพริบตาปริบ ๆ มองดูลูกพี่ตัวเอง ทั้งสองรู้ว่ารันมะเพียงตั้งใจจะปกปิดบางอย่างเอาไว้

            “ไปกันเถอะ ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่สู้กับบอสตุ่นยักษ์ทั้งคืน อรชุนจัดการมันได้”

            ว่าแล้วกัปตันเรือนาคาสมุทรก็ออกเดินนำกลุ่มลูกเรือที่ยังคงมึนงงกับท่าทีแปลก ๆ ของกัปตัน เพชรใสกับพลอยแดงเดินรั้งท้าย สองทอมสาวใช้ผ้าปิดจมูกไว้อย่างแน่นหน้า

            “พวกเด็ก ๆ ไปไหนกันหมดแล้วล่ะ หรืออฟไลน์ออกไปแล้ว” รันมะหันมาถามการเวกที่เดินอยู่ข้าง ๆ

            “ออฟไลน์ออกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ พวกเราเองก็กำลังจะครบกำหนดออฟไลน์เหมือนกัน อีกราวสามชั่วโมง แต่นัดกันไว้แล้ว ให้พวกนั้นเข้ามาก่อน เพราะจะยังไง ก็ต้องมีคนอยู่เฝ้าเรือ” ต้นหนหนุ่มหน้าบากตอบ

            ทั้งหมดใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็กลับถึงเรือ โมลิถลาเข้ามาเมื่อเห็นรันมะกระโดดขึ้นมาบนเรือ เด็กสาวทำหน้าราวกับว่าไม่ได้เจอเขามาเกือบปี

            “โอ้ย พี่รันหายไปไหนมาทั้งคืน หนูเป็นห่วงจะแย่” วิญญาณติดตามโดดเข้ามากอดเอวเขาไว้เหมือนเด็ก ๆ รันมะหัวเราะพลางตบหลังเธอเบา ๆ

            “ขอบใจมาก พี่ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่ว่า เช้านี้มีอะไรกินมั่งเอ่ย” รันมะทำเสียงให้ดูสดชื่นที่สุด ขณะที่อรชุนแอบทำหน้าเครียด จูเลียในชุดผ้ากันเปื้อนโผล่หน้าออกมาจากประตูห้องเคบิน พอเห็นเจ้านายก็ยิ้มกว้างให้

            “เช้านี้มีปลานึ่งค่ะ ซุปเห็ดที่พี่การเวกไปหามาเมื่อเช้ามืดนี้ แล้วก็สตูไก่ป่า ไม่ต้องห่วง อร่อยแน่นอน พี่กาซิมแกลงทุนวางเครื่องมือช่างหันมาจับตะหลิวกับทัพพี” เด็กสาวเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว จนรันมะที่เมื่อแรกยังอยู่ในอารมณ์เครียดยังรู้สึกผ่อนคลาย

            “ดีเลย งั้นเราไปรอพี่ที่ห้องอาหารก่อนนะ พี่ขอเวลาคุยกับภูอินท์แปปเดียว”

            ชายหนุ่มดันหลังโมลิให้ออกเดินไป พลางส่งสายตาให้อรชุนเป็นทำนองให้เดินไปกับเด็กสาวด้วย เทพอารักษ์ยักไหล่ทีหนึ่งก่อนจะเดินตามโมลิออกไป

            รันมะดีดนิ้วเรียกภูอินท์กับการเวกก่อนจะพยักหน้าขึ้นไปที่หอบังคับการ

            “เรียกกาซิมขึ้นมาด้วย” เขาออกคำสั่งก่อนจะเดินล่วงหน้าขึ้นไปก่อน

            ครู่เดียว ลูกเรือชั้นหัวหน้าทั้งสามคนก็มาพร้อมกันที่ห้องบังคับการเรือ รันมะสั่งติดเครื่องยนต์สองเครื่องแล้วถอนสมอก่อนจะตั้งเข็มอ้อมเกาะกลับไปยังอ่าวนกอินทรีเผือกเหมือนเดิม เพื่อใช้เป็นที่จอดเรือชั่วคราวระหว่างที่เขากับพวกลูกเรือที่เหลือเตรียมเปลี่ยนผลัดกันออฟไลน์

            “ฉันมีของมาให้นายด้วย กาซิม”

            รันมะเอ่ยพลางเปิดหน้าต่างเก็บของ เลือกหยิบเอาพวกอุปกรณ์จรวดมิสไซล์ขนาดจิ๋ว ดวงตาสีแดงที่ใช้ยิงแสงเลเซอร์ได้ กับอุปกรณ์สำหรับบินขนาดเล็กของพวกหุ่นยนต์แรงงานทาสออกมากองไว้บนโต๊ะกลาง กาซิม กับการเวกเข้ามาดูอย่างสนใจ

            “ได้มาจากเหมืองเหรอ” ต้นกลเรือหยิบจรวดขนาดเล็กขึ้นมาดู

            “ใช่ ฉันเจอหุ่นยนต์ตุ่นจักรกลอยู่ในเหมืองนั้น เป็นดันเจี้ยนลับ พวกมันยิงจรวดได้ ยิงแสงเลเซอร์จากตาได้ แถมยังบินได้อีก ฉันเก็บมาให้นายดู เผื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนาอาวุธได้ อ้อ ไอ้จรวดนั่นมันมีระบบติดตามด้วย ศึกษาดูดี ๆ ละ ไม่แน่ว่าเราอาจมีจรวดแบบพวกโทมาฮอว์คหรือฮาร์พูนใช้กันในเร็ว ๆ นี้”

            รันมะนำรายชื่อลูกเรือทั้งหมดมานั่งไล่ดูอีกครั้ง ก่อนจะออฟไลน์คราวนี้ เขาจำเป็นต้องจัดตารางเวลาการออฟไลน์ออนไลน์ของลูกเรือใหม่ทั้งหมด เพราะเมื่อเริ่มออกทะเลนอกแล้ว อันตรายที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อย่างน้อยต้องมีคนอยู่กับเรือสิบคน และแน่นอนว่าใครสามารถออนไลน์ตลอดเวลาได้

            “ยังไงคนก็ไม่พออยู่ดี เราออนไลน์ได้คนละสามวัน คิดเวลาเป็นสี่ชั่วโมงของโลกข้างนอก เท่ากับหนึ่งวันของที่นี่ อย่างน้อยคนเราต้องใช้เวลาแปดชั่วโมงหรือสองวันที่โลกข้างนอกนั่น” ภูอินท์เอ่ยตอบ เมื่อเห็นรันมะนั่งขีดชื่ออยู่ไปมา

            “งั้นเราต้องหาคนเพิ่มสินะ ฉันพอจะมีพวกที่ไว้ใจได้อยู่สี่คน รวมกับพวกโฟร์แล้วน่าจะเป็นเจ็ดคน ทั้งหมดก็ได้แค่ยี่สิบสี่คน นี่รวมอรชุน จูเลีย โมลิ แล้วก็แอ็คซ์”

            “ทำไมนายไม่จ้าง NPC ล่ะ” กาซิมเงยหน้าขึ้นจากกองอุปกรณ์

            สามหนุ่มที่เหลือหันมองหน้ากันเอง ก่อนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า

            NPC อะไรของนาย”

            นายช่างใหญ่เหลือบมองคนโน้นทีคนนี้ทีก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

            “นี่อย่าบอกนะว่าพวกนาย ไม่รู้ว่าเราสามารถจ้าง NPC ให้ทำงานให้เราได้”

            รันมะ ภูอินท์กับการเวกส่ายศีรษะโดยพร้อมเพรียงกัน

            “ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็ NPC ที่ป้อมผาธงชัยไง พวก NPC ขุนนาง ทหารยามเอไอ พวกนี้ทำงานให้กับระบบ แต่นายสามารถว่าจ้าง NPC พวกนี้ให้ทำงานให้นายได้ พวกค่ายพรรคใหญ่ ๆ ใช้ NPC เฝ้ายามแทนทั้งนั้น ระดับคุณภาพก็ขึ้นอยู่กับราคาที่เราจ่ายไป แต่นาย รันมะ นายสามารถใช้ตำแหน่งเจ้าป้อมของนาย ออกคำสั่งให้ NPC ทหารยามที่เก่งที่สุดมาทำงานให้ได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักสตางค์แดงเดียว” กาซิมอธิบาย

            “นี่เรื่องจริงเหรอ ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย” รันมะว่าพลางเกาต้นคอด้วยความมึนงง

            “ถ้างั้นก็รู้ไว้ซะ อีกอย่างนะ ระบบการเงินของป้อมผาธงชัยที่บริหารผ่าน NPC นายก็สามารถนำมาใช้ได้ เพราะมันเป็นเงินของนาย”

            “เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะจ้างทหารเอไอให้มาประจำบนเรือได้ด้วย นายก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับฉันเลย จนวันนี้” ชายหนุ่มบ่น

            “ก็จะไปรู้ได้ไง ทีแรกฉันนึกว่านายมีลูกเรือบางส่วนรออยู่ที่นี้ เพราะเห็นรีบร้อนมาก่อนคนอื่น”

            รันมะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคนบนเรือจะขาด ในช่วงเวลาที่พวกเขาออฟไลน์ออกไปแล้ว ก็พอดีกับที่จูเลียเปิดประตูห้องเข้ามา คนแคระสาวถอดเสื้อกันเปื้อนออกแล้ว

            “ทุกคนรออยู่ที่ห้องอาหารค่ะนายท่าน โมลิบอกว่าเธอหิวแล้ว ถ้านายท่านยังไม่ลงไปเธอจะยกอาหารจากครัวทั้งหมดขึ้นมาทานบนนี้”

            รันมะกระพริบตาปริบ ๆ มองดูอดีตหัวหน้าเผ่าคนแคระสาวที่บัดนี้กลายมาเป็นหนึ่งในผู้ติดตามของเขา

            “โอเค เราจะลงไปเดี๋ยวนี้”

            ภูอินท์กับการเวกหัวเราะเบา ๆ

            “ไปเถอะ ลูกพี่ เดี๋ยวพวกเราอยู่เฝ้าให้เอง” ต้นเรือผมแดงตบไหล่ผู้เป็นกัปตันก่อนจะหันไปคว้ากล้องส่องทางไกลออกมาส่องตรวจดูตามปกติ รันมะพยักหน้ารับแล้วเดินตามหลังจูเลียออกไปพร้อมกับกาซิม ที่หอบอุปกรณ์ที่รันมะหิ้วมาให้ลงไปด้วย

            “เราควรกลับไปแวะที่ผาธงชัยก่อนออกทะเลนอกนะ” นายช่างใหญ่ประจำเรือเอ่ยพลางเปิดหน้าต่างเก็บของของตน

            “ฉันก็ว่าอย่างนั่น อีกอย่าง ฉันลืมมือดีคนหนึ่งไว้ที่นั่น อาจจะเสียเวลาตามหาหน่อย จะเป็นอะไรไหม ถ้าฉันอยากให้นายโดยสารเรือกลับไปที่มิดแลนด์ แล้วต่อเรือกลับไปที่ป้อมผาธงชัยก่อน” รันมะกล่าวช้า ๆ เหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่าง

            “ทำไมหรือ” กาซิมย้อนถาม

            “ฉันมีเรื่องจะให้นายจัดการสองสามเรื่อง ระหว่างนาย การเวก กับภูอินท์ ฉันว่านายเหมาะสมที่สุดแล้ว ให้เวลานายสามวัน ออฟไลน์ออกไปคราวนี้ กลับเข้ามาเมื่อไหร่ รีบจัดการเรื่องตอร์ปิโดให้ได้มากที่สุด แล้วจากนั้น ขึ้นเรือล่วงหน้าไปรอเราที่ผาธงชัยเลย”

            “ก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ระวังอย่าทำเรือพังก็แล้วกัน เพราะนายจะไม่มีช่างคอยซ่อมให้”

            รันมะหัวเราะอย่างปลอดโปร่ง อาหารมื้อเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว นาคาสมุทรแล่นอ้อมเกาะกลับไปยังตำแหน่งอ่าวลับบริเวณหน้าผาของนกอินทรีเผือกเมื่อเวลาสายแล้ว ระหว่างที่รอเหล่าลูกเรือเตรียมตัวออฟไลน์ รันมะติดต่อไปยังเตชิต เพื่อสอบถามสถานการณ์ภายในเมืองต่อ จนกระทั่งเป็นเวลาเกือบเที่ยง แบล็กกับแคทจังเป็นสองคนแรกที่ออนไลน์เข้ามา ตามด้วยธิดาฟ้า หมอกเงา เเละสมิทเป็นคนสุดท้าย

            รันมะสั่งความกับแบล็กอยู่ครู่ใหญ่ก็ตัดสินใจจะออฟไลน์ออกไปก่อนเวลาราวหนึ่งชั่วโมง

**********

            อรัณย์ลืมตาจากเครื่อง  ADC ก็เป็นเวลาสองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ชายหนุ่มลุกขึ้นบิดกายไปมาคลายความขบเมื่อย บรรยากาศยามค่ำคืนของบ้านสวนแสงตะวันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นดอกราตรีลอยตามลมโชยผ่านเข้ามาทาวหน้าต่างที่เปิดค้างไว้

            “เพื่อนปู่บอกจะมาค่ำวันนี้นี่ ทำไมยังไม่เห็นมีรถไหนจอดเลย”

            อดีตนายทหารหนุ่มเอ่ยกับตัวเองขณะเลิกผ้าม่านมองลงไปด้านล่าง ปาล์ม เปียว กับหยงนั่งคุยกันอยู่บนม้าหินใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน บนโต๊ะมีขวดสุราไม่ติดฉลากอยู่สองสามขวด

            ชายหนุ่มถอนใจพลางเดินกลับเข้าไปในห้อง ก็พอดีกับที่โทรศัพท์มือถือขนาดเล็กส่องแสงสว่างขึ้น อันเป็นสัญลักษณ์ของการมีข้อความเข้า เขาหยิบมันขึ้นมาดู ข้อความที่ส่งมาเป็นเพียงตัวเลขยาวพรืด แต่อรัณย์มองปราดเดียวก็เข้าใจ มันเป็นโค้ดลับชนิดหนึ่งที่ใช้กันในหน่วยงานทหาร

            อรัณย์หยิบซองปืนสะพายไหล่ขึ้นมาสะพาย เสียบปืนพกสั้นคู่ใจไว้ก่อนจะเสื้อแขนยาวมาสวมทับเสื้อยืดคอกลมอีกที พอเขาเปิดประตูกำลังจะออกไป ก็ปรากฏร่างของแม่บ้านวัยกลางคนเดินถือถาดน้ำชามาพอดี

            “อ่าว คุณรัน จะออกไปไหนคะ” นางแก้วรุ้งเอ่ยถามเบา ๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดเตรียมพร้อม เดินถือรองเท้าผ้าใบหุ้มข้ออยู่

            “ไปข้างนอกน่ะครับ ป้าแก้วมีอะไรหรือเปล่า” อรัณย์ทรุดตัวลงนั่งสวมรองเท้า

            “คุณจักรใช้ให้ป้ามาปลุกคุณ บอกว่าอีกชั่วโมงนึง เพื่อนของคุณจักรจะมาถึงแล้ว ให้คุณรันอาบน้ำอาบท่าเตรียมไว้”

            นางแก้วรุ้งวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือมาจัดปกคอเสื้อแจ๊คเก็ตให้เขา

            “ผมไปไม่นาน แต่ถ้านานเดี๋ยวจะโทรกลับมาบอกนะครับ” ชายหนุ่มสวมรองเท้าเสร็จแล้วก็ผลุนผลันลงบันไดไป ทิ้งให้สตรีวัยกลางคนยืนมองตามด้วยความอ่อนใจ

            “เฮ้อ นึกจะไปก็ไป ใจร้อนเหมือนพ่อไม่มีผิด”

            เปียว ปาล์มกับหยงที่นั่งกินเหล้ากันอยู่เห็นเจ้านายเดินตรงมาก็ทำท่าจะลุกขึ้น แต่ชายหนุ่มโบกมือห้ามไว้

            “ฉันออกไปข้างนอกแปปเดียว”

            อดีตนายทหารรบพิเศษกดรีโมทเปิดประตูรถอัตโนมัติ ก่อนจะขึ้นขับออกไปอย่างรวดเร็ว โค้ดลับที่ส่งมานั้นถูกส่งมาจากหัวหน้าหน่วยสิงห์ดำ ดูเหมือนว่าเรืองฤทธิ์จะได้เบาะแสของอดีตเพื่อนรักของเขาที่เคยปรากฏว่าบุกเข้าไปในบ้านเขายามวิกาลแล้ว

            สิบนาทีต่อมา อรัณย์ก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งในเขตตัวเมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นหนึ่งในสาขาของหน่วยสิงห์ดำ ชายหนุ่มเดินเข้าไปติดต่อแสดงบัตรประจำตัวกับเคาน์เตอร์ พนักงานหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับยิ้มให้

            “ศูนย์กำลังรอติดต่อคุณอยู่ค่ะ ผู้กอง” หล่อนส่งเขาให้กับพนักงานต้อนรับอีกคนที่เดินเกร่อยู่แถวนั้น

            “ตามผมมาเลยครับ” พนักงานต้อนรับชายร่างหนาราวกับคิงคองเอ่ยอย่างสุภาพ อรัณย์ยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทางนอบน้อมของชายร่างใหญ่ที่เชื่อว่าน่าจะสามารถหักคอคนได้อย่างสบาย ๆ

            ห้องเล็กสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยวิทยุและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย พนักงานสองคนนั่งอยู่ในห้องนั้น พอเขาเข้าไป ก็รีบลุกขึ้นทำความเคารพ

            “ศูนย์กำลังถือสายรอครับ” หนึ่งในพนักงานวิทยุยื่นหูโทรศัพท์ให้ ก่อนจะหันไปชวนเพื่อนออกไปนอกห้องอย่างรู้งาน

            “อรัณย์ อากำลังคิดว่าจะโทรเข้าเครื่องเธอโดยตรงเลย แต่กลัวว่าสายจะถูกดักฟัง” เสียงเรืองฤทธิ์ดูร้อนรน

            “แค่ส่งข้อความมาพวกมันก็ดูได้แล้วละครับ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่รู้ว่าผมมาที่นี่” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ

            “ได้เรื่องแล้ว เมื่อวันนี้ตอนเย็นนี้เอง คนของเรากำลังปฏิบัติการลับอยู่ที่นอกศาลอาญา พวกเขาเจอตุลย์ หมอนั่นจัดการคนของเราห้าคนในเวลาไม่ถึงนาที ทั้ง ๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามมือดีทั้งห้าคน” เสียงเรืองฤทธิ์ดังชัดเจน

            “แล้วยังไงครับ ตุลย์มันไปทำไมที่ศาลอาญา”

            “เขาไปที่นั่น เพื่อลอบสังหารคนคนหนึ่ง แต่บังเอิญว่าเราได้ข่าวมาก่อนหน้านั้นแล้วจากสายสืบ เราส่งทีมมือดีไปห้าคน ก็อย่างที่บอก ห้าคนนั่นถูกจัดการ แล้วก็เรียบร้อย ผู้ตายคือ ดร.อนันต์ เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์เคยทำงานให้กับรัฐบาลชุดก่อน ความจริงเขาหายตัวไปกบดานอยู่นานมากแล้ว หลังจากรัฐบาลชุดนั้นถูกยึดอำนาจ แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้เขาปรากฏตัวออกมาเป็นพยานในคดีสังหารหมู่ครอบครัวปลัดกระทรวงเมื่อสองปีก่อน”

            “ดร.อนันต์ เขาทำงานสายไหน” อรัณย์ถาม

            “เราพยายามหาข้อมูลให้ลึกที่สุด ก็ไปเจอแฟ้มลับแฟ้มหนึ่ง เป็นหนึ่งในโครงการลับของรัฐบาลชุดก่อน ชื่อรหัสโครงการพาลี

            อรัณย์เงียบไป เขาเองทำงานอยู่ในกรมรบพิเศษมาสี่ห้าปีก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อโครงการนี้

            “โครงการพาลีหรือครับ มันคืออะไร”

            “เธอเคยได้ยินชื่อโครงการหนึ่งของอเมริกาเมื่อสิบปีที่แล้วหรือเปล่า เป็นโครงการเกี่ยวกับการฝึกทหาร เพิ่มขีดความสามารถให้กับทหารเพื่อให้ในภารกิจลับ” น้ำเสียงของเรืองฤทธิ์ดูเป็นกังวล

            “โครงการสุดยอดทหารอะไรนั่นน่ะหรือครับ ได้ข่าวว่ามันล่มไปไม่เป็นท่า เหมือนคนคิดโครงการนี้จะดูหนังการ์ตูนของมาร์เวลมากเกินไป” อรัณย์ตอบ

            “มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ ข่าวที่ออกมาก็คือโครงการนั้นอาจดูเหมือนเพ้อฝัน แต่ความจริงแล้วมันถูกสร้างขึ้น จำภารกิจของยูเอ็นเมื่อสี่ปีก่อนได้ไหม นายทหารคนเดียวที่สามารถรอดออกมาหลังจากเมืองทั้งเมืองถูกถล่มด้วยจรวดติดหัวรบนิวเคลียร์ของอิหร่าน อเมริกาออกมายืนยันว่าทหารนายนั้นเสียชีวิตหลังจากนำตัวออกมาได้ไม่นาน แต่ไม่ใช่เลย นั่นเป็นข่าวลวง สายของเราถ่ายรูปยืนยันการมีชีวิตอยู่ของทหารนายนั้น เขาถูกนิวเคลียร์ แต่กลับไม่มีอาการอะไรเลย ในภาพเขากำลังออกแรงยกลูกเหล็กขนาดสองร้อยกิโลกรัมด้วยแขนเพียงข้างเดียว”

            “แล้วยังไงครับ อย่าบอกนะว่าตาด็อกเตอร์นี่แกนำโครงการทหารนั้นมาทำต่อ หรือเป็นโครงการพาลีอะไรนี่จะเป็น” อรัณย์เอ่ยค้าง

            “ใช่ อาสังหรณ์ใจว่าจะเป็นอย่างนั้น เราได้แฟ้มบางส่วนของโครงการมา มันมีชื่อของตุลย์ในแฟ้มนั้นด้วย และถ้าที่เดาไม่ผิดจริง ตุลย์คือหนึ่งในทหารลับของโครงการพาลีแน่นอน”

            อรัณย์ถอนหายใจยาว     

            “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ตุลย์บุกเข้าไปในบ้านผมด้วยล่ะครับ”

            คราวนี้กลับเป็นเรืองฤทธิ์เองที่ถอนหายใจ

            “มันเกี่ยวแน่นอน เพราะแม่ของเธอเองก็มีชื่ออยู่ในโครงการนั้นด้วย ชื่อรหัสของเธอคือ 00

**********

            อรัณย์ขับรถกลับบ้านด้วยความคิดที่ฟุ้งซ่านไปร้อยแปดพันเก้า บทสนทนาของเขากับเรืองฤทธิ์เมื่อครู่นี้วนเวียนอยู่ในหัวไปมา ความทรงจำเกี่ยวกับแม่ของเขาที่จำได้คือ แม่เป็นผู้หญิงที่เก่งมาก แม่สอนเขาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ การเรียนรู้ทุกอย่าง หากที่เรืองฤทธิ์บอกมาเป็นเรื่องจริง แม่ของเขาเป็นหนึ่งในทหารของโครงการพาลี เขาเองก็ไม่แปลกใจเลย ความสามารถนั้นมันถ่ายทอดมายังเขาด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งความสามารถพิเศษในการควบคุมพลังลึกลับที่บอกไปก็คงไม่มีใครเชื่อว่ามันมีอยู่จริงบนโลกใบนี้

            “อาอยากให้เธอเฉยไว้ก่อน ตอนนี้อาสั่งคนของเราทุกคนให้เฝ้าตามหาตุลย์แล้ว เรากำลังสืบหาบุคคลที่เกี่ยวกับโครงการพาลี ถ้าได้อะไรเพิ่มเติมอาจะติดต่อไป” เสียงเรืองฤทธิ์ดูเหมือนจะสิ้นเรี่ยวแรง

            “ครับ ถ้าเช่นนั้น ภายในวันสองวันนี้ ผมจะกลับเข้ากรุงเทพ อ้อ ถ้ามีใครเจอตุลย์ ห้ามต่อสู้หรือเข้าไปจับเขาเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากเจ็บตัวฟรี ผมว่าผมเป็นคนเดียวที่สามารถจะจัดการกับเขาได้” ชายหนุ่มเอ่ยทิ้งท้ายในบทสนทนา

            ลูกพี่ ลูกพี่ครับ”

            เสียงหนึ่งดังขึ้นนอกรถ อรัณย์เงยหน้าขึ้นจากพวงมาลัย มองไปรอบ ๆ เห็นเปียวกับหยงกำลังยืนอยู่นอกรถ มองเข้ามาด้วยความเป็นห่วง ดูเหมือนเขาจะใจลอยจนขับรถกลับมาถึงบ้านโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเปิดประตูรถออกมา

            “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ดูไม่ค่อยสบายเลย” ประยงค์หรือหยงเอ่ยพลางมองดูลูกพี่ตัวเองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

            “ไม่แค่สับสนนิดหน่อย แกมีไฟแช็กไหม ฉันลืมไว้บนห้อง” อรัณย์เกล็ดบุหรี่ออกจากซอง คาบมันไว้ หยงล้วงหยิบไฟแช็กมากุลีกุจอจุดลนให้ ชายหนุ่มสูบอัดควันลึก

            “อีกวันสองวันฉันจะลงไปกรุงเทพ หยง แกไปกับฉันพามือดีที่ชำนาญกรุงเทพไปกับเราด้วยสักสองสามคน”

            อดีตนายจ่าทหารยิ้มเกรียมพลางพยักหน้ารับ

            “ลูกพี่จะไปไหน ทำอะไร ขอเพียงสั่งมา ผมยินดีทำให้ทุกอย่าง ต่อให้ไปตาย”

            “ไม่ถึงกับตายหรอกเอาเถอะ ว่าแต่ว่า แขกของปู่ฉันมาถึงแล้วรึยัง” อรัณย์ถามพลางพ่นควันออกมาเป็นทางยาว

            “มาแล้วครับ เพิ่งมาถึงได้สักสิบนาทีนี้เอง ตอนนี้คุยกับคุณจักรอยู่ในห้องรับแขก”

            ชายหนุ่มอัดบุหรี่เข้าไปเต็มที่อีกครั้งก่อนจะถ่มมันลงพื้น

            “พวกแกจะไปนอนก็ได้นะ คืนนี้คงไม่มีอะไรหรอก หรือถ้าจะนั่งกินเหล้ากันต่อไปก็อย่าให้เมาหนักจนคุยอะไรไม่รู้เรื่อง วันนี้เรามีแขกมา”

            ว่าแล้วก็เดินก้าวยาว ๆ ตรงไปยังบ้านหรือที่จะเรียกให้ถูกก็คือตึกสามชั้นสูงตระหง่าน ซึ่งเป็นตึกหลักของบ้าน ใช้รับรองแขกที่มาเยี่ยม ส่วนบ้านหลังน้อยที่เขานอนอยู่นั้นปลูกแยกออกมาต่างหากอยู่อีกทางหนึ่ง

            หน้าตึกมีรถฮัมเมอร์คันหนึ่งจอดอยู่ ชายคนขับรถใส่ชุดซาฟารีสีดำกำลังนั่งคุยกับเด็กรับใช้อยู่ที่เทอเรซหินอ่อนหน้าบ้าน ชายหนุ่มเดินผ่านประตูเข้าไป สายตาคมไวเหลือบเห็นคนสามคนนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก มีปู่เขาหนึ่งคน ส่วนอีกสองคนนั้น คนแรกเป็นชายสูงอายุรูปร่างสูงใหญ่ อีกคนเป็นเด็กสาวตัวเล็กผมยาวจรดกลางหลัง

            “อ่าว ตารันมาพอดีเลย” คมจักรเหลือบเห็นหลานชายกำลังเดินตรงเข้ามาก็ยิ้มร่า

สองอาคันตุกะหันมามอง สำหรับชายสูงอายุนั้น อรัณย์มองผ่านเลยไปเสีย หากเด็กสาวอีกคนนั้นกลับดูคุ้นตาอย่างประหลาด ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้อง พอแสงสว่างจากโคมไฟแชนเดอเลียร์ที่แขวนระย้าอยู่กลางห้องส่องให้เห็นหน้าของกันและกันชัดเจนเขาก็หยุดชะงัก เช่นเดียวกับเด็กสาวที่เบิ่งตาค้าง

“พี่รัน”

“เธอ”

 

 

 

 

           

 

 

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5210 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 11:02
    Thank you
    #5210
    0
  2. #5172 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 20:02
    โลกกลม
    #5172
    0
  3. #5171 noncasaby2558 (@noncasaby2558) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 17:27
    <p>อุบ๊ะ ไรท์เขียนอย่างงี้เดี๋ยวก็ปั๊ดรักตายกันไปเท่านั้น</p>
    #5171
    0
  4. #5169 palapum (@palapum) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 09:32
    หย่งอี้ แน่นอน เชื่อผม แล้วเพื่อนปู ของอรัญ ก็เป็น หัวหน้าหมู่บ้านที่รันมะเคยช่วย ผมวิเคราะห์แล้ว อิอิ
    #5169
    0
  5. #5168 Flowjun (@jansataporn1234) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 23:03
    ใครหว่า
    #5168
    0
  6. #5167 ลีมูชา (@fomezooo) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 18:16
    ค้างงงงงง
    #5167
    0
  7. #5166 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 12:34
    ในเกมส์ให้หาของ ข้างนอกให้วุ่นกับคน ทั้งหน่วยคงหาคนเก่งไม่ได้เลยมั้งเนี่ย เห็นลงแต่เจ้ารัน
    #5166
    0
  8. #5165 sing223 (@naj223) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 12:16
    ขอบคุณครับผม
    #5165
    0
  9. #5163 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 10:51
    ขอบคุณครับ
    #5163
    0
  10. #5162 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 10:37
    ขอบคุณครับ
    #5162
    0
  11. #2836 ลุงดิน (@prakrit) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 / 16:28
    นึกว่ามีตอนใหม่มาลงซะอีกนะเนี่ย
    เอาครับ ฮาเร็ม จูเลีย โมลิ
    ปราง หยก
    #2836
    0
  12. #2831 my-kimberly (@my-kimberly) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 / 22:20
    ไม่เอาฮาเร๊ม(เสียงสูง) 555+ พึ่งตามมาอ่าน สนุกมากเลยค่ะไรเตอร์
    #2831
    0
  13. #2824 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 19:32
       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl





      

    #2824
    0
  14. #2823 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 18:00
       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl





      

    #2823
    0
  15. #2822 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 15:38
    อย่าฮาเร็มเลยครับ...เท่าที่มีก็พอดีแล้ว ส่วนเรื่องใหม่จะตามไปอ่านนะครับ
    #2822
    0
  16. #2821 โอมมณี (@akkabong) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 13:29
    จะรอคะ

    ปลีกตัวออกไปหน่อยก็ดีค่ะ
    ฝึกวิชา
     หาของเทพๆเพิ่มเติม
    #2821
    0
  17. #2819 อ่านการ์ตูน (@khimkhimza32) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 11:19
    หลบไปหาฟื้นที่ใหม่ๆ สั่งสมกองกำลังดีกว่า เอาไว้อยากสู้ค่อยกลับมา
    #2819
    0
  18. #2818 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 10:51
    ว้าว เรื่องใหม่เหรอครับ น่าสนุกนะ จะตามไปดูนะครับ ถึงแม้ว่าช่วงนี้ยุ่งมาก ก็จะค่อยไปอ่านทีหลัง
    #2818
    0
  19. #2817 ใบสนลู่ลม (@sompob552) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 10:00
    ขอบคุณครับ
    #2817
    0
  20. #2816 ลุงดิน (@prakrit) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 07:19
    มาทีก็หายไป
    แนวใหม่ก็ดี ไม่งั้นมีแต่คนเข้าเกมมาตีกัน มายอมเป็นลูกน้องคนอื่นในเกม มันก็ประหลาดดี
    ไปท่องเที่ยว บุกเบิกเกม ตามเนื้อเรื่องของเกมก็ดีครับ
    จะได้ไม่มีแต่รบกัน สู้กัน สงคราม
    ขอบคุณนะครับ
    #2816
    0