พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 136 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 71 ยุทธนาวีอิกกันซาซาร์ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    17 พ.ค. 61

71

    เวลาหกโมงครึ่ง นาคาสมุทรก็ทำการถอนสมอแบบเงียบ ๆ รันมะสั่งเดินเครื่องเพียงสองเครื่องจักร ใช้ความเร็ว 15 น๊อต การเวกกับภูอินท์ได้รับคำสั่งให้ขึ้นไปสังเกตการณ์อยู่บนรังกา เพราะถึงแม้ทักษะสดับเสียงคลื่นของรันมะจะสามารถตรวจสอบได้ถึงสิบไมล์ แต่ก็เป็นเพียงในน้ำเท่านั้น หากศัตรูเกิดฉลาดใช้สัตว์อสูรบินได้ในการลาดตระเวน นาคาสมุทรก็อาจจะถูกตรวจพบได้

            เพียงสิบนาที รันมะก็ตรวจพบเรือลาดตระเวนลำหนึ่งมี กำลังแล่นตรวจไปในลักษณะตรวจตราท้องน้ำทางด้านหัวเรือห่างประมาณเก้ากิโลเมตร และตรวจพบกองเรืออีกหนึ่งกองเรือประมาณสิบกว่าลำทางกราบซ้ายสิบกิโลเมตร

            “พวกมันลาดตระเวนกันถี่ยิบเลย”

            รันมะบ่นเมื่อสดับเสียงคลื่นทำให้เขาทราบว่ามีเรืออีกลำ แล่นทิ้งห่างจากเรือลำแรกประมาณห้ากิโลเมตร นาคาสมุทรเวลานี้กำลังแล่นเอื่อย ๆ ปิดไฟมืดจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย เหล่าลูกเรือใช้วิธีส่งข้อความคุยกันเล่นแก้เซ็ง ขณะที่ในหอบังคับการ รันมะถือพังงาเองในความมืดมิด

            ทั้งหมดฝากความหวังไว้กับกัปตันเรือเพียงคนเดียว ในคืนเดือนมืดเช่นนี้ อย่าว่าแต่มองออกไปในทะเลเลย เพียงแค่ระยะตรงหน้าก็แทบมองไม่เห็น ดีว่าลูกเรือนาคาสมุทรทุกคนล้วนมีทักษะผัสสะกันทั้งสิ้น จึงเคลื่อนไหวในที่มืดได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

            ในที่สุดช่วงเวลาที่ยุ่งยากก็มาถึง ในตำแหน่งที่รันมะจะพานาคาสมุทรผ่านระยะเรือตรวจการณ์ของฝ่ายศัตรู ที่เว้นช่วงห่างกันเพียงห้ากิโลเมตร ชายหนุ่มส่งข้อความถึงลูกเรือให้นั่งเตรียมพร้อมรอในป้อมปืน ห้ามทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นแม้เพียงแสงของนาฬิกา การเวกกับภูอินท์โดดลงมาจากรังกา เข้าประจำที่แท่นตอร์ปิโดทั้งสองแท่นอย่างไม่ประมาท

            “ถ้าหนึ่งในศัตรูมีทักษะตรวจจับแบบผม เราคงหลีกเลี่ยงการปะทะไม่ได้”

            รันมะเอ่ยกับอรชุนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เทพอารักษ์มีทักษะพิเศษที่สามารถทำให้มองเห็นในที่มืดได้

            “ไม่ต้องถึงกับทักษะแบบเจ้าหรอก ข้าเองก็ยังมองเห็นเรือพวกนั้น ระวังไว้หน่อยก็ดี”

            รันมะหัวเราะเบา ๆ ในนาทียังไงก็ต้องเสี่ยงดู นาคาสมุทรเร่งความเร็วเพิ่มเป็นยี่สิบห้าน๊อต เสียงเครื่องจักรไอน้ำทำงานไม่ดังมากนัก ห่างออกไปทางกราบขวาประมาณสามกิโลเมตรมีเรือลาดตระเวนกำลังแล่นเอื่อย ๆ ตรงมา แสงไฟมองเห็นเป็นจุด ๆ อย่างชัดเจนในค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้

            รันมะเวลานี้กำลังเพ่งความสนใจไปยังท้ายเรืออีกลำทางกราบซ้ายที่อยู่ห่างเพียงพันเมตรเศษ ๆ

            “แย่ล่ะสิ”

            ความคิดหนึ่งแล่นวูบขึ้นมา เวลานี้เขารู้แล้วว่าทำไมเรือตรวจการณ์พวกนั้นถึงใช้ดวงไฟแขวนไว้ที่หัวเรือท้ายเรือ พวกมันไม่ได้เกรงกลัวว่าศัตรูจะเข้าโจมตี แต่พวกมันแขวนไว้สำหรับตรวจสอบในกรณีที่ศัตรูแอบลักลอบเข้าออกต่างหาก

            “มีอะไร” อรชุนถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะจู่ ๆ รันมะก็กดคันบังคับลดความเร็วลง

            “ถ้าเราแล่นเรือตัดไป เรือเราจะบังแสงไฟจากสายตาของพวกมัน พวกมันที่เห็นแสงไฟขาดตอนในจังหวะที่เรือเราแล่นคั่นกลาง มันจะรู้ทันทีว่าเราผ่านออกไป”

            นาคาสมุทรชะลอความเร็วลงอย่างกะทันหัน รันมะโยกคันเกียร์ถอยหลัง เพื่อเป็นการช่วยหยุดเรือ อรชุนได้ฟังก็เข้าใจในทันที

            “เอาอย่างนี้ เราต้องลวงตามัน อรชุนกับจูเลียช่วยผมหน่อย ผมอยากให้ทั้งสองคนถือตะเกียงลงไปยืนในทะเลคนละข้าง ในจังหวะที่ผมนำเรือผ่าน ให้พวกคุณเดินยืนอยู่ที่เดิม”

            เทพอารักษ์กับอดีตหัวหน้าเผ่าคนแคระขยับตัวทันทีอย่างทันต่อเหตุการณ์

            “ไม่ต้องตะเกียงหรอกมั้ง แค่เวทไฟง่าย ๆ เราก็เสกได้”

            “ยังไงก็ได้ครับ รีบลงไปเลย เดียวผมจะบอกว่าต้องยืนตรงไหน”

            เทพอสูรทั้งสองรับคำก่อนจะโจนออกจากหอบังคับการ แบล็กที่นั่งอยู่ด้วยได้แต่มองอย่างระทึกใจ เพราะเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ในเวลาเช่นนี้

            รันมะติดต่อกับอรชุนและจูเลียผ่านจิต ทั้งสองคนยืนห่างกันโดยกะให้เรือลอดผ่านกลางไปพอดี รันมะใช้ทักษะสดับเสียงคลื่นคำนวณอยู่ครู่ใหญ่ก็ได้ตำแหน่งที่ชัดเจน

            พอหัวเรือแล่นผ่านให้จุดไฟเลยนะ และรีบดับไฟเมื่อท้ายเรือพ้นพอดี

            อรชุนกับจูเลียรับคำ รันมะกดคันบังคับให้เพลาจักรทำงาน นาคาสมุทรก็ค่อย ๆ แล่นไปข้างหน้า และเพิ่มความเร็วขึ้นเป็นแปดน๊อต อรชุนยืนรออยู่ทางกราบซ้าย ส่วนจูเลียยืนอยู่ทางกราบขวา พอหัวเรือแล่นผ่านตำแน่งที่ยืนอยู่ ทั้งสองคนก็เสกเวทไฟขึ้นในมือ

            เพียงไม่ถึงนาที นาคาสมุทรก็แล่นพ้นจุดที่เทพอสูรทั้งสองยืนถือไฟลวงตาอยู่ ดวงไฟทั้งสองดับวูบลง รันมะเพ่งสมาธิไปกับสดับเสียงคลื่นเพื่อสังเกตอาการของเรือทั้งสองลำนั้น พออรชุนกับจูเลียขึ้นมายังหอบังคับการ รันมะก็เร่งความเร็วเพิ่มเป็นยี่สิบห้าน๊อตทันที

            “คิดว่าได้ผลไหม” อรชุนเอ่ยถามเบา ๆ

            “ถ้ามันเป็นพวกไม่คิดมากหรือไม่สังเกตดี ๆ ก็คงไม่รู้หรอก” รันมะตอบเรื่อย ๆ เวลานี้เขากำลังสงสัยในวัตถุเล็ก ๆ ที่ลอยเป็นแถวอยู่ด้านหน้าห่างออกไปราวห้ากิโลเมตร

            นาคาสมุทรแล่นทะยานผ่านเกลียวคลื่นที่ค่อนข้างสงบไปด้วยความเร็วคงที่ รันมะเรียกการเวกขึ้นมา หนุ่มหน้าบากเดินเข้ามาในหอบังคับการด้วยความสงสัย

            “การเวก นายพอจะมีความรู้ด้านทุ่นระเบิดไหม”

            “ก็พอรู้บ้างครับ ในตำราที่ผมได้มามันมีวิธีประกอบทุ่นระเบิดอยู่เหมือนกัน ทำไมหรือครับ ลูกพี่จะให้ทำทุ่นระเบิดทิ้งดักพวกมันหรือ” ต้นหนเรือถามเบา ๆ

            “ไม่ต้องหรอก แต่จะหาทางเก็บมันน่ะ นายกู้ทุ่นระเบิดเป็นไหม” รันมะตอบ

            “หมายความว่ามันวางทุ่นดักไว้หรือ”

            “ใช่ เป็นแนวเลย อีกประมาณสองกิโล เราคงต้องหยุดเรือ”

            การเวกถอนใจเมื่อได้ฟังคำตอบของกัปตัน

            “ให้ผมลงไปดูก่อน คิดว่าไม่น่าจะยากเกินไปครับ แต่ลูกพี่พอจะตรวจดูได้ไหม ว่ามันผูกทุ่นยังไง”

            รันมะนิ่งเงียบไปครู่ เพราะใช้ทั้งทักษะสดับเสียงคลื่นและผัสสะพร้อมกัน

            “มันวางทุ่นห่างกันประมาณห้ารอยเมตร มีเชือกอะไรสักอย่างผูกโยงถึงกัน เชือกพวกนั้นลอยอยู่ในระดับผิวน้ำพอดี”

            รันมะอธิบายลักษณะทุ่นที่เขาพอจะวาดภาพมันขึ้นมาได้ในมโนจิต

            “มันเป็นทุ่นระเบิดแบบสายสลักครับ ทุ่นพวกนี้จะใช้เชือกทอดยาวเชื่อมระหว่างตัวทุ่นระเบิด ถ้าเรือผ่านเข้าไปก็จะไประเอาสายเชือก พอดึงจนสายเชือกตึง ทุ่นก็จะระเบิดขึ้น เป็นสัญญาณเตือนให้พวกมันรู้”

            รันมะเริ่มชะลอความเร็วของเรือลง

            “แล้วมีวิธีปลดมันไหม”

            “สบายมากครับ แต่เราต้องไปปลดที่ตัวทุ่นเลย ถ้าใช้วิธีตัด ระบบวงเวทที่ลงไว้ก็จะทำให้ทุ่นระเบิดเหมือนกัน”

            พอการเวกตอบมาอย่างนั้น รันมะก็หมุนพังงาเรือเล็กน้อย พาเรือลอยลำมุ่งเข้าสู่ตัวทุ่นระเบิดที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที ชายหนุ่มนำเรือเข้าไปจนใกล้ทุ่นมากที่สุด โดยทิ้งระยะห่างไว้ราวสามร้อยเมตร ก็หยุดเรือทอดสมอลงทันที

            “การเวกไปเตรียมเรือเล็กเลย”

            รันมะเอ่ยสั่งแล้วเดินลงจากหอบังคับการ เขาส่งข้อความไปยังลูกเรือทั้งหมดว่าตัวเองกับการเวกจะลงไปปลดทุ่นระเบิด ให้ทุกคนเตรียมพร้อมรอไว้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น

            เพราะการเวกยังไม่ถึงขั้นเดินเหินบนน้ำได้ รันมะเลยสั่งให้จูเลียลงไปด้วย คนแคระสาวเสกเวทลมส่งเรือลำน้อยแล่นฉิวไปบนผิวน้ำ รันมะขี้เกียจวิ่งไปเลยอาศัยนั่งไปด้วย

            “ถ้าเราปลดสายโยงมันได้แล้ว พอมีทางที่จะเก็บกู้ทุ่นระเบิดไปไหม” รันมะเอ่ยถามเมื่อเรือของพวกเขาอยู่ห่างจากตัวทุ่นราว ๆ ร้อยเมตร

            “ง่ายมากครับลูกพี่ เดี๋ยวผมจะทำให้ดู” การเวกเอ่ยตอบพลางยิ้มแย้ม รันมะได้ฟังแล้วก็ส่ายหัวกับความสามารถพิเศษของต้นหนเรือผู้ซึ่งมีอาชีพเป็นนักฝึกสัตว์ แต่กลับหันมาเอาดีทางด้านงานวินาศกรรม

            “ฉันว่าจบสงครามคราวนี้ นายไปเปลี่ยนอาชีพเป็นมือระเบิดดีกว่านะ” รันมะบ่นพลางหัวเราะเบา ๆ

            ทันทีที่เรือน้อยลอยเข้าใกล้ทุ่นระเบิด การเวกก็บอกให้จูเลียหยุดเรือแล้วค่อย ๆ หย่อนกายลงไปในทะเล ดำผุดดำว่ายตรงไปยังทุ่นระเบิด รันมะใช้ทักษะท่าเท่าท่องวารีเดินตามไปอย่างสบาย ๆ

            พอมาถึงตัวทุ่น หนุ่มหน้าบากก็ดำลงไปยังใต้น้ำ จัดการหมุนคานสลักระเบิดเพื่อเป็นการตัดกลไกทุ่นระเบิด ครู่เดียวก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำ

            “เรียบร้อยแล้วครับ แค่นี้ต่อให้เอาเรือวิ่งมาชนทุ่นมันก็ไม่ระเบิดแล้ว” การเวกชูนิ้วโป่งเป็นสัญญาณ

            รันมะมองดูทุ่นระเบิดแบบโบราณ ซึ่งเป็นเหมือนถังไม้กลม ๆ มีแท่งไม้ยาว ๆ ชี้ออกมารอบด้านด้วยความสนใจ ขณะที่การเวกปีนขึ้นไปนั่งบนทุ่น และลงมือปลดสายโยงอย่างช้า ๆ

            “ถ้าขันสลักสายโยงผิดวิธี ทุ่นอีกฝั่งทางโน้นมันจะระเบิดทันทีเหมือนกัน” นักฝึกสัตว์ผู้ไม่มีแม้แต่สัตว์เลี้ยงสักตัวอธิบายอย่างชำนาญ มือก็หมุนเฟืองไปมา ครู่เดียวก็สามารถปลดสายโยงได้หนึ่งข้าง การเวกเงยหน้ายิ้มให้ก่อนจะหันไปปลดสายอีกข้าง รันมะยืนมองด้วยความทึ่งจัด

            “เดี๋ยวพอเรือแล่นผ่านไปแล้ว นายนำสายพวกนี้โยงเข้ากันไว้เหมือนเดิมนะ ฉันจะกลับไปที่เรือ นายรออยู่ที่นี่กับจูเลีย”

            รันมะสั่งเสร็จก็วิ่งตรงกลับเรือทันที เขาสั่งถอนสมอพร้อมกับเดินเครื่องเรือ ขณะที่การเวกกับจูเลียช่วยกันลากสายโยงและทุ่นระเบิดออกห่างให้เรือแล่นผ่านไปได้

            สิบนาทีต่อมา นาคาสมุทรก็ออกแล่นผ่านแนวป้องกันชั้นที่สองของกองเรือเฉินเฟิงออกมาได้อย่างปลอดโปร่ง ขณะนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว สดับเสียงคลื่นของรันมะเตือนให้เขารู้ว่ามีเรือลาดตระเวนอีกหมู่หนึ่งราวสี่ห้าลำ กำลังแล่นจับกลุ่มกันตรวจตราอยู่ห่างออกไป

            “เราออกจากฝั่งมาถึงนี่ได้ก็เกือบยี่สิบไมล์ทะเลแล้วสินะ นี่คงจะเป็นด่านสุดท้ายของมันแล้วล่ะ”

            รันมะคำนวณเวลาที่เรือนาคาสมุทรจะแล่นผ่านแนวตรวจตราสุดท้ายของกองเรือเหล่านั้น ถ้าหากเขาแล่นเรือด้วยความเร็วยี่สิบห้าน๊อตคงที่ อีกราว ๆ ยี่สิบนาทีจึงจะเข้าสู่เส้นทางลาดตระเวน หากจะหลบหลีกเขาก็เชื่อว่าจะสามารถทำได้อย่างสบาย ๆ

            ห้านาทีต่อมา ข้อความจากเตชิตก็ถูกส่งมา รันมะกดดูข้อความ

            เปลี่ยนแผน ห้าทุ่มตรง ลงมือได้เลย ตอนนี้ในเมืองกำลังปะทะกันหนัก นายทำอย่างไรก็ได้ให้ดึงกองเรือของเฉินเฟิงไว้ อย่าให้มันเคลื่อนพลทั้งหมดเข้ามาช่วยเพื่อน ๆ มันได้

          รันมะที่กำลังวางแผนจะหลบหนี พอได้ข่าวใหม่ก็ต้องเปลี่ยนแผนทันที นาคาสมุทรที่แต่เดิมหักเลี้ยวหนีหลบไปอีกทางหนึ่งแล้วเวลานี้กำลังตีวงเลี้ยวอย่างช้า ๆ ระยะทางเกือบสิบกิโลเมตรหรือประมาณห้าไมล์ทะเล จะว่าไปก็อยู่ในรัศมีของตอร์ปิโด แต่เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา

            “แบล็ก ช่วยฉันคิดหน่อย” รันมะกวักมือเรียกต้นปืนผู้ซึ่งนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง

            “นี่เป็นระยะของเรือศัตรู แล่นด้วยความเร็วสิบน๊อต อีกสิบนาทีจะห้าทุ่ม ซึ่งได้เวลาลงมือพอดี ตอร์ปิโดของเรามีความเร็วที่ 55 น๊อต ฉันต้องการหาตำแหน่งยิงที่จะทำให้ตอร์ปิโดพุ่งไปชนเรือเป้าหมายลำแรกได้ในเวลาห้าทุ่มพอดีเป๊ะ ๆ”

            การเวกเดินไปรูดม่านหน้าต่างหอบังคับการปิดแล้วจึงลงไปยืนประจำอยู่ที่แท่นยิงตอร์ปิโด แบล็กจุดตะเกียงดวงเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อให้ความสว่างก่อนจะเริ่มลงมือคำนวณ

            “เรือเราอยู่ตำแหน่งไหนครับ ระยะทางเท่าไร” เด็กหนุ่มสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รันมะนิ่งไปอึดใจ เพราะเขาเองก็ไม่ชัดเจนในการคำนวณระยะทาง หากเป็นระยะใกล้ ๆ แค่ไมล์สองไมล์ก็พอจะคาดเดาได้อย่างแม่นยำในฐานะที่เคยฝึกเป็นพลซุ่มยิงมาก่อน แต่ระยะกว่าห้าไมล์ทะเลเช่นนี้ ถ้าจะเอาเป็นตัวเลขเป๊ะ ๆ เลยก็ยากอยู่พอดู

            สุดท้ายแล้วก็ได้ตำแหน่งระยะห่างระหว่างเรือทั้งสองลำชัดเจน แบล็กขีดเส้นสองเส้นเป็นเส้นทางเดินของเรือทั้งสองลำ เพื่อคำนวณหาตำแหน่งยิง

            “ค่อนข้างเสี่ยงเลยนะครับ จากจุดนี้ ตอร์ปิโดจะใช้ระยะเวลาเดินทางสามนาทีกับอีกสิบสามวินาที แต่นั่นหมายถึงเราต้องยิงในตำแหน่งที่เป๊ะมาก คลาดเคลื่อนเลยไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว”

            เด็กหนุ่มใช้ชอล์กสีแดงขีดเส้นบอกวิถีของตอร์ปิโด

            “เหลือเวลาอีกสามนาทีจะถึงเวลายิงสินะ” รันมะถาม

            “ครับผม”

            “ถ้างั้นนายก็แจ้งองศายิงลงไปเลย ให้การเวกกับภูอินท์ช่วยกัน”

            แบล็กรับคำก่อนจะเริ่มติดต่อกับการเวก ให้ตั้งเข็มแท่นตอร์ปิโดทางฝั่งกราบขวาใหม่ รันมะส่งข้อความถึงลูกเรือทุกคนให้เตรียมพร้อม โดยบอกว่าเรือนาคาสมุทรกำลังจะโจมตีเรือของศัตรูที่มีจำนวนมากกว่า

            “เริ่มนับเวลาถอยหลังเป็นวินาที ความเร็วเรือคงที่” รันมะออกคำสั่ง แบล็กเริ่มนับถอยหลังเมื่อเหลืออีกหนึ่งนาที จนกระทั่ง

            4

            3

            2

            1

            ยิง

          ตอร์ปิโดลูกแรกกระโจนแผล็วออกจากท่อแรงดัน ท่ามกลางอาการลุ้นระทึกของลูกเรือทุกคน รันมะเริ่มทำการจับเวลาถอยหลังพร้อม ๆ กับใช้ทักษะสดับเสียงคลื่นตรวจสอบไปด้วย

            สามนาทีสิบสามวินาทีสำหรับทุกชีวิตบนเรือนาคาสมุทรมันเชื่องช้าราวกับห้าปีก็ไม่ปาน สายตาทุกคู่เบิกมองไปยังขอบฟ้าดำมืดในทิศที่ยิงตอร์ปิโดออกไป

            5

            4

            3

            2

            แวบ!

            ตอร์ปิโดถึงเป้าหมายเร็วกว่าที่คำนวณไว้สองวินาที แสงสีแสดพุ่งพวยขึ้นจากท้องฟ้า มองเห็นได้จากระยะไกล ลูกเรือนาคาสมุทรทุกคนแทบจะไชโยโห่ร้องออกมา

            บรึ้ม !!!!

          เสียงกัมปนาทกึกก้องจากการระเบิดของลูกตอร์ปิโดเพิ่งจะได้ยินมาถึงเรือนาคาสมุทร รันมะหันไปยกนิ้วให้ต้นปืนของเขาอย่างชื่นชม ก่อนจะคว้าเอากล้องส่องทางไกลมาส่องสำรวจ ดูเหมือนว่าตอร์ปิโดลูกแรกจะทำงานของมันได้อย่างซื่อสัตย์ จากการคำนวณระยะทางที่คลาดเคลื่อนเล็กน้อยของรันมะ ส่งผลให้ลูกตอร์ปิโดแทนที่จะพุ่งปะทะเข้ากลางลำ ก็กลายเป็นว่าลูกตอร์ปิโดไปชนและระเบิดเอาบริเวณส่วนท้ายลำเรือ แรงระเบิดมหาศาลฉีกส่วนท้ายเรือออก น้ำทะเลทะลักเข้าท่วมห้องเครื่องอย่างรวดเร็ว

            “เตรียมยิงปืนเรือ แบล็ก เร็ว”

            หลังจากโจมตีเรือศัตรูลำแรกสำเร็จ แน่นอนว่าหากจะยิงด้วยตอร์ปิโดต่อไปคงจะยาก เพราะไม่สามารถคาดเดาทิศทางของเรือฝั่งตรงข้ามได้อีกแล้ว ในเมื่อศัตรูรู้ว่าถูกลอบโจมตีเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่ใช่ปัญหาที่น่าหนักใจ ถึงแม้จะใช้ตอร์ปิโดไม่ได้ แต่ปืนเรือทั้งห้าป้อมสิบกระบอกของนาคาสมุทรเวลานี้สามารถยิงได้ 11 ไมล์ และระยะขนาดนี้ก็ยังถือว่าอยู่ในระยะยิงของนาคาสมุทร

            รันมะเร่งความเร็วของนาคาสมุทรจนเต็มที่สี่สิบห้าน๊อต มันตีวงโค้งหันเอากราบขวาทั้งหมดให้กับแสงไฟจากเรือที่ระเบิดและกำลังจะจมลง รันมะขีดเส้นแสดงระยะทางให้กับแบล็คอีกครั้ง ครู่เดียวเด็กหนุ่มก็ได้ระยะทางที่แน่นอน อรชุนเวลานี้เข้าไปบังคับพังงาเรือแทนรันมะที่กำลังช่วยแบล็คคำนวนระยะปืน

            “ลดความเร็วลงเหลือสิบห้าน๊อต”

            หากจะเปรียบกันในเวลานี้ รันมาก็คงเหมือนดาวเทียมที่คอยบอกตำแหน่ง มีแบล็กเป็นคอมพิวเตอร์คำนวณระยะและมุมยิง ถึงแม้จะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ก็ยังมีลุ้นที่จะยิงถูกกว่าครึ่ง

            “ป้อมปืนสองป้อมหัวเรือ หันทิศปืนไปที่หนึ่งสี่สอง มุมเงยสองเจ็ด ยิงด้วยกระสุนระเบิดธรรมดา”

            รันมะถ่ายทอดคำสั่งลงไป พลอยแดงกับธิดาฟ้าสองคนที่คุมปืนตำแหน่งดังกล่าวหันปืนไปในทิศที่สั่งอย่างไม่มีข้อกังขาใด ๆ รันมะรอจังหวะจนเรือแล่นเข้าตำแหน่งยิง ก็สั่งยิงทันที

            ปืนแท่นคู่ทั้งสองกระบอกคำรามลั่น นาคาสมุทรไหววูบเล็กน้อย กระสุนปืนลอยโค้งเข้าหาเป้าหมายในระยะสี่ไมล์ทะเล กระสุนปืนใช้เวลาเดินทางราวแปดวินาที ก็ตกเลยเป้าหมายไปเกือบสองร้อยเมตร

            “เลยเป้าว่ะแบล็ก ประมาณร้อยแปดสิบเมตร” รันมะที่สามารถตรวจสอบตำแหน่งตกของกระสุนได้หันมาเอ่ยกับต้นปืนที่ใช้กล้องส่องทางไกลดูอยู่ แต่ระยะที่ไกลขนาดนี้ก็มองเห็นเพียงเปลวไฟจากเรือฝ่ายตรงข้ามอีกลำที่กำลังลุกไหม้

            “เอาใหม่ครับ ชุดแรกแค่วางซอง”

            “เป้าหมายทั้งสามเร่งความเร็วและเปลี่ยนเส้นทางแล้ว แต่เหมือนมันจะยังไม่รู้ตำแหน่งเรา แบล็ก ยิงครั้งต่อไปมันรู้ตัวแน่ว่าเราอยู่ไหน เพราะแสงไฟจากปืนตอนยิง”

            สองนาทีต่อมา นาคาสมุทรก็ตั้งปืนใหม่อีกครั้ง คราวนี้รันมะสั่งยิงป้อมปืนทั้งห้าพร้อม ๆ กัน โดยหันกราบขวาให้ คราวนี้นาคาสมุทรเอียงวูบไปทั้งลำเรือ

            อึดใจเดียวก็เกิดแสงระเบิดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด รันมะจับตำแหน่งกระสุนที่เลยตกน้ำได้เพียงสี่นัด เท่ากับว่าอีกหกนัดนั้นถูกเป้าหมาย

            “โดนเต็ม ๆ เลยพี่รัน แต่เหมือนจะยังไม่ถูกจุดสำคัญ ไม่ก็เรือพวกมันใหญ่เกินไป”

            กระสุนหกนัดจากสิบนัดตกไปยังเป้าหมายที่กำลังงุนงงกับการถูกลอบโจมตี ดาดฟ้าเรือเกิดระเบิดขึ้นเป็นหย่อม ๆ หอบังคับการพังถล่มลงมาทันทีเพราะอำนาจกระสุนปืนขนาดใหญ่ เสากระโดงเรือหักโค่นระเนระนาด และยิ่งเครื่องกระสุนดินดำที่เตรียมพร้อมไว้อยู่บนดาดฟ้าถูกระเบิด ก็ยิ่งปะทุระเบิดขึ้นไปอีก ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ทั่วไปทั้งดาดฟ้าเรือ แต่กระนั้นมันก็ยังแล่นต่อไปได้เพราะห้องเครื่องและท้องเรือยังไม่ถูกทำลาย

            รันมะพอเห็นว่ายิงถูกเป้าหมายแล้ว ก็สั่งเดินเครื่องเต็มกำลัง หักหางเสือเรือมุ่งหน้าเข้าหาศัตรูทันที เขาต้องการย่นระยะห่างให้เหลือราวสามไมล์ เพื่อให้ตนเองสามารถคำนวณตำแหน่งและสั่งยิงได้เอง ซึ่งจะเร็วกว่ารอแบล็กคำนวณ

            “ดูจากแสงไฟที่เห็น ขนาดของเรือมันใหญ่กว่าเราอีกครับ น่าจะเป็นเรือลาดตระเวน ส่วนลำแรกที่โดนตอร์ปิโดไปแล้วกำลังจมก็เป็นเรือพิฆาตเหมือนกัน อีกสามลำที่เหลือยังไม่แน่ชัดครับ แต่พวกมันรู้ตำแหน่งเราแล้ว และกำลังแยกกลุ่ม”

            แบล็กรายงานจากกล้องส่องทางไกล และแสงไฟที่เกิดจากเรือซึ่งถูกไฟไหม้ สองในห้าสูญเสียความสามารถในการสู้รบไปแล้ว ลำหนึ่งกำลังจะจม อีกลำดาดฟ้าพังพินาศย่อยยับ

            เรือทั้งสามลำแยกตัวออกจากกันเป็นรูปปีกกา ตำแหน่งของนาคาสมุทรที่พวกมันจับได้ก็คือตำแหน่งสุดท้ายที่เห็นแสงไฟจากปากกระบอกปืนใหญ่นั่นเอง พลปืนใหญ่เริ่มทำการยิงสุ่มในทิศทางที่เห็นแสงไฟครั้งสุดท้าย แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะเวลานี้นาคาสมุทรยังอยู่ห่างจากพวกมันร่วมสามไมล์ครึ่ง ซึ่งระยะปืนไกลสุดของมันก็แค่หนึ่งไมล์ท่านั้น แต่นั่นก็ถือว่าหรูแล้วสำหรับกองเรือรบในเกมเวลานี้

            “เรือพวกนี้เป็นเรือชุดใหม่ของเฉินเฟิงสินะ ดูจากความเร็วและอำนาจการยิงแล้ว”

            นาคาสมุทรเข้าสู่โหมดล่องหนโดยสมบูรณ์ อาศัยความมืดเป็นตัวช่วยอำพราง ความเร็วที่เหนือกว่าทำให้เปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงสิบนาที รันมะก็พาเรือเข้าสู่ตำแหน่งยิงอีกครั้ง คราวนี้เขาเป็นคนสั่งยิงและปรับมุมองศาปืนเอง ด้วยระยะเพียงสามไมล์ ทำให้เขาสามารถคำนวณวิถีกระสุนได้โดยไม่ต้องพึ่งแบล็ก

            ปืนสองป้อมสี่กระบอกที่ดาดฟ้าส่วนหน้าคำรามขึ้นอีกครั้ง กระสุนปืนทะยานเข้าหาเรือที่ตกเป็นเป้าหมายราวกับอินทรีโฉบเหยื่อ รันมะเลือกยิงเรือลำที่ใกล้ที่สุด และอยู่ตรงหน้ามากที่สุด ขณะที่เรืออีกสองลำนั้นแล่นอยู่ทางซ้ายและขวาในตำแหน่งเรียงหน้ากระดาน

            กระสุนปืนใหญ่เจาะเข้าที่ดาดฟ้าตอนหน้าและหัวเรือ เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เรือชะงักและเปลี่ยนทิศทางทันที ลูกเรือส่วนใหญ่พากันออกมาช่วยดับไฟและพยายามอุดช่องแตกที่หัวเรือ น้ำทะเลทะลักเข้าท้องเรืออย่างรวดเร็ว

            “ถูกเป้าหมายครับ” แบล็กยืนมองด้วยความทึ่งในความสามารถการคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำของรันมะ ผู้ซึ่งขณะนี้เข้าไปยืนถือพังงาเรือแล้ว นาคาสมุทรกำลังตีวงเลี้ยวฉกาจไปทางขวา หันกราบซ้ายให้กับศัตรู อีกสองลำที่จับตำแหน่งได้จากแสงไฟและกำลังยิงตอบโต้มาเช่นกัน แต่เพราะยังอยู่นอกระยะยิง กระสุนเหล่านั้นจึงแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย

            ความงุนงงและตื่นกลัวกำลังครอบงำจิตใจของกัปตันเรือทั้งสาม เรือพวกมันสองลำถูกโจมตีอย่างรุนแรงโดยศัตรูลึกลับที่เห็นเป็นเพียงแสงไฟวูบหนึ่งเท่านั้น พวกมันพากันรายงานไปยังหัวหน้าทันที ซึ่งรันมะก็พร้อมเปิดโอกาสให้มัน เพราะจุดประสงค์ของเขาในเวลานี้ก็คือ ดึงกองเรือของศัตรูให้ตรงมายังนาคาสมุทร

 

 

            ภาพประกอบแบบหยาบ ๆ ครับ ระยะทางจริงจะไกลกว่าในรูป แต่ผมทำให้ดูตำแหน่งและทิศทางของเรือเท่านั้น

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5262 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 15:20
    ขอบคุณครับ
    #5262
    0
  2. #5216 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 12:28
    Thank you
    #5216
    0
  3. #5195 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 16:16
    เรือพิฆาต นาคาสมุทร ล่มเรือพวกมันให้หมด!!!
    #5195
    0
  4. #5191 noncasaby2558 (@noncasaby2558) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 18:51
    โอ๊ยสุดยอดไปเลย
    #5191
    0
  5. #5190 คนเดินดิน (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 18:14
    ขอบคุณครับกำลังสนุกเลยลุ้นทุกตอน
    #5190
    0
  6. #5189 นักอ่านในเงา (@batamana) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 16:58
    รันมะ ฆ่าให้เรียบบ บบ บบ บ บ
    #5189
    0
  7. #5188 เด็กดี (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 15:14
    รูปไม่ขึ้นครับ
    #5188
    0
  8. #5187 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 11:19
    ขอบคุณครับ
    #5187
    0
  9. #5186 winnie2005 (@winnie2005) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 11:17
    <p>-v- มาแล้วๆ ขอบคุณครับ เคลื่อนที่เร็ว ซุ่มยิง ทำเหมือนว่ามีกองเรือหลายลำลอบโจมตีอยู่ ตามแผน</p>
    #5186
    0
  10. #3175 幸男。 (@yukio-omine) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 15:07
    ขอบคุณครับ
    จะรออ่านต่อนะครับ
    By 幸男。
    #3175
    0
  11. #3174 อ่านการ์ตูน (@khimkhimza32) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 13:46
    รันไปเอาอคียามาเลยนะ  สงสารอ่ะ
    #3174
    0
  12. #3173 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 10:22
    สนุกมากๆ ไรท์เตอร์มาอัพไวไวนะครับ รอลุ้นใครมาเพิ่ม คงไม่ใช่คู่รักที่มาแอบดูเรือหรอกนะ
    #3173
    0
  13. #3172 Doko-Neko (@nekogami) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 08:39
    ขอบคุณมากค่ะ ไม่ผิดหวังที่รอจริง ๆ ค่ะ
    #3172
    0
  14. #3171 อัสนีฟ้าคราม (@maximiums) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 08:25
     วานไรเตอร์ทำ ทำเนียบ ตัวละครหน่อยได้ไหมคับ แทบลืมหมดแล้ว
    #3171
    0
  15. #3170 เอก (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 08:23
    ขอบคุงคับ
    #3170
    0
  16. #3167 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 00:53
    รอมานานแล้ว  ชอบเรื่องนี้มากๆ  ขอบคุณครับ  
    #3167
    0
  17. #3166 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 00:51
    ขอบคุณ
    #3166
    0
  18. #3165 ~Peace_Maker~ (@armclub104) (จากตอนที่ 136)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 00:43
    รักไรเตอร์จุง 5555
    #3165
    0