พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 137 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 72 ยุทธนาวีอิกกันซาซาร์ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    18 พ.ค. 61

72

    นาคาสมุทรเลี้ยวตีวงเลี้ยวขวากว้าง ๆ ด้วยความเร็วเต็มที่ ขณะที่เรือของสมาคมผู้พิทักษ์ก็เปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ ลูกเรือสายประจัญบานจำนวนหนึ่งลงจากเรือ พร้อมกับกระจายกำลังกันออกรอบ ๆ เพื่อค้นหาศัตรู รันมะยังไม่สั่งยิง เขารอจนกระทั่งเรือนาคาสมุทรหันกราบซ้ายเต็มที่ เรือศัตรูทั้งสามลำอยู่ทางด้านซ้าย เยื่องไปข้างหน้าเล็กน้อย

            “แท่นตอร์ปิโดหนึ่งหมุนแท่นยิงไปที่ 302

            กัปตันเรือนาคาสมุทรออกคำสั่งลงไปยังผู้ที่ควบคุมท่อยิงลูกตอร์

            “เตรียมยิงเมื่อได้รับคำสั่ง”

            ภูอินท์ที่ยืนประจำแท่นยิงอยู่เมื่อหันแท่นไปยังตำแหน่งที่รันมะสั่งการลงมาเรียบร้อยแล้วก็รายงานขึ้นไป

            “แท่นหนึ่งเตรียมยิงตอร์ปิโดสองลูก”

            ระยะสามไมล์ที่เรือทั้งสี่ลำอยู่ห่างกัน ยังคงอยู่นอกระยะสายตาเพราะความมืดซึ่งเป็นฉากกั้นอย่างดี พอเรือเข้าสู่ตำแหน่งยิง รันมะก็สั่งยิงตอร์ปิโดลูกแรกทันที ส่วนอีกหนึ่งลูกนั้นเขาให้ยิงในเวลาไล่หลังกันเพียงสามสิบวินาที

            ตอร์ปิโดทั้งสองลูกทะยานมุดเกลียวคลื่นเข้าหาเป้าหมายอย่างเงียบเชียบ รันมะตีวงเลี้ยวซ้ายอีกรอบ  หันหัวเรือทะแยงเข้าหาศัตรูเพื่อเตรียมตัวซ้ำในจังหวะสอง

            แสงไฟจากเรือที่กำลังลุกไหม้ช่วยเป็นตัวบอกตำแหน่งของเรือทั้งสามได้เป็นอย่างดี ลูกเรือนาคาสมุทรทุกคนจับจ้องไปยังเรือศัตรูทั้งที่ยังลอยลำอยู่และที่กำลังจมลงไปแล้วอย่างเรือลำแรกด้วยความรู้สึกฮึกเหิม

            เรือสามลำที่แล่นเรียงกันมานั้น ลำกลางโดนกระสุนปืนจากเรือนาคาสมุทรเข้าไปจนทำให้เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่หัวเรือ น้ำทะเลทะลักเข้าไปภายในห้องใต้ท้องเรือ ดีที่ว่าเรือนั้นถูกออกแบบมาให้แบ่งออกเป็นชั้น ๆ กัปตันเรือจึงสั่งปิดประตูห้องที่ถูกน้ำท่วมเพื่อกันไม่ให้น้ำไหลเข้าไปยังส่วนอื่น ๆ ของเรือ มันยังคงแล่นต่อไปได้ แม้จะลดความเร็วลงไปถึงครึ่ง แต่นั่นกลับเป็นโชคดีของมัน เพราะตอร์ปิโดสองลูกที่ครั้งแรกมุ่งเป้ามาที่เรือสองลำทางซ้ายของนาคาสมุทรนั้น พอเรือลำกลางชะลอความเร็วลง เลยกลายเป็นว่ามันรอดพ้นจากมฤตยูไปได้อย่างโชคช่วยที่สุด

            ทีมค้นหาศัตรูที่ลงมาจากเรือยืนมองวัตถุประหลาดที่เคลื่อนตัวใต้ผิวน้ำผ่านหน้าไปด้วยความงุนงง        

            “อิหยังวะนั่น(อะไรวะนั่น)” หนึ่งในทีมค้นหาหรี่ตามองดูคลื่นน้ำที่แตกฟองพุ่งผ่านไปพลางเอ่ยถามเพื่อนที่มาด้วยกันเป็นภาษาท้องถิ่นอีสานแท้ ๆ

            “จั๊กแหล่ว คือสิเป็นสัตว์อสูรดอกหว่า(ไม่รู้สิ หรือจะเป็นสัตว์อสูรล่ะมั้ง)” คนตอบกลับมาด้วยสำเนียงเดียวกันเป๊ะ ๆ

            “อีหลามบ่หว่ะ คือเป็นตาย้านแท้(ฉลามหรือเปล่า น่ากลัวว่ะ)” เพื่อนอีกคนที่อยู่ด้านหลังก็มองเห็นเช่นกันออกความเห็น ดู ๆ ไปแล้วกลุ่มนี้น่าจะอาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือกันทั้งกลุ่ม

            ตอร์ปิโดลูกแรกที่ยิงมาจากเรือนาคาสมุทรนั้น เป้าหมายคือเรือลำกลางที่ยิงโดนไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าเรือลำนั้นชะลอความเร็วเพราะถูกยิง ลูกตอร์ปิโดพลาดเป้าห่างจากหัวเรือเป้าหมายไปเพียงยี่สิบหลา ลูกที่สองซึ่งยิงตามกันมาแต่มีเป้าหมายคือเรืออีกลำที่อยู่ใกล้ที่สุดทางกราบซ้ายนั้นก็ชนเข้ากับท้องเรือกลางลำอย่างจัง

            เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วท้องน้ำ เปลวไฟพุ่งแลบสูงสว่างจ้าจนมองเห็นเศษไม้กระดานเรือปลิวว่อน เรือพิฆาตของอดีตสมาคมนักข่าว ซึ่งตอนนี้ขึ้นสมาคมใหม่ก็คือสมาคมผู้พิทักษ์ถูกแรงอัดระเบิดของตอร์ปิโดจนกระดูกงูหักสะบั้น เรือหักกลางลำ น้ำทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วและเริ่มจมลงโดย หัวและท้ายเรือกระดกขึ้น ใบจักรที่ยังคงหมุนติ้ว ๆ ลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ

            ลูกเรือลำที่ถูกตอร์ปิโดยังคงงุนงงกับเหตุการณ์ที่จู่ ๆ เรือของตนก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ จะว่าถูกลอบยิงก็ต้องได้ยินเสียงปืนและแสงไฟ แต่นี่ไม่เห็นอะไรเลย กัปตันเรือสั่งสละเรือใหญ่ทันทีก่อนที่เรือจะจม หน่วยค้นหาเป้าหมายที่ลงจากเรือก่อนหน้านี้ก็ได้แต่ยืนมองเรือของตัวเองระเบิดและจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลด้วยความรู้สึกตกใจสุดขีด

            ตอร์ปิโดลูกแรกที่พลาดเป้านั้น ยังคงพุ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว และจะด้วยเป็นความซวยมหาซวยของเรือลำสุดท้ายที่แล่นอยู่ทางขวาสุดหรือจะเป็นเพราะการคำนวณเผื่อไว้ของรันมะที่สั่งยิงก็ไม่ทราบได้ ตอร์ปิโดพุ่งชนเข้าที่หัวเรือฝั่งกราบซ้าย คนบนเรือที่มัวแต่ยืนเหม่อมองเรือพรรคพวกของตนซึ่งโดนระเบิดไปก่อนหน้านี้ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกระทบเรือตนอย่างแรง ตามมาด้วยแสง เสียง และแรงอัดมหาศาล

            และเพราะเรือลำนี้เป็นเรือขนาดเล็กที่สุดในบรรดาเรือทั้งห้าลำที่ลาดตระเวนมาด้วยกัน ขนาดของมันพอ ๆ กับนาคาสมุทร แรงระเบิดของตอร์ปิโดส่งผลให้หัวเรือฉีกออกไปแทบจะในทันที เรือทั้งลำที่ประกอบขึ้นจากแผ่นไม้ถึงแม้จะมีโครงสร้างเป็นโลหะ แต่ก็เทียบไม่ได้กับแรงระเบิด เปลวเพลิงลุกท่วมท้องเรือ ประจวบเหมาะกับที่ถังดินปืนสำหรับปืนใหญ่ส่วนหนึ่งบนดาดฟ้าเรือถูกเปลวไฟกับแรงระเบิด ส่งผลให้มันระเบิดขึ้นอีก กลายเป็นการระเบิดรอบที่สอง

            เรือลำกลางซึ่งรอดมาได้เพราะโชคช่วย บัดนี้ได้แต่ตะลึงงันกับเหตุการณ์ที่ตัวเองประสบมา ฝ่ายกัปตันเรือก็รีบรายงานไปยังหัวหน้ากองเรือด้วยอาการละล้ำละลัก แน่นอนว่าสิ่งที่รายงานไปนั้นมีแค่เพียง พบเรือปริศนาที่มองไม่เห็นตัว และจู่ ๆ ก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

            รันมะกับลูกเรือนาคาสมุทรยืนมองความพินาศของเรือศัตรูทั้งสองลำอย่างพึงพอใจในผลงานของลูกตอร์ปิโดทั้งสองลูก แบล็กยืนอยู่ในหอบังคับการเรือมองดูรันมะที่ยืนถือพังงาเรือด้วยตัวเองที่สะพานเดินเรือ ด้วยสายตาชื่นชม เขาเพิ่งรู้ว่าที่รันมะสั่งยิงเรือลำกลางในครั้งแรกก็เพื่อดึงความสนใจของศัตรูไว้ในตำแหน่งสุดท้ายของแสงไฟจากปืนเรือนาคาสมุทร จากนั้นจึงใช้ความเร็วเต็มที่อ้อมเรือวกเข้าด้านซ้ายของเรือศัตรู และยิงด้วยตอร์ปิโดจากมุมยิงที่ไม่มีใครคาดคิด แถมด้วยแนวยิงของตอร์ปิโดลูกแรกก็คงจะถูกคำนวณไว้แล้วเช่นกันว่า หากพลาดจากเป้าหมายแรก ก็ต้องพุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่สองอย่างแน่นอน

            เรือสองลำที่เพิ่งถูกตอร์ปิโดแต่ความเสียหายนั้นรุนแรงพอที่จะส่งพวกมันลงไปนอนอยู่ก้นทะเลภายในเวลาไม่ถึงห้านาที แสงจากเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ส่องให้เห็นลูกเรือจำนวนมากพากันสละเรือ โดดลงน้ำ บางคนที่มีวิชาตัวเบาขั้นสูงหน่อยพอจะวิ่งบนน้ำได้ก็วิ่งไป แต่หลายคนนำแพอเนกประสงค์ออกมาใช้ ลอยลำออกกันอยู่ข้าง ๆ เรือ เพื่อรอคำสั่งต่อไป ซึ่งฝ่ายกัปตันเรือทั้งสองก็ยังคงไม่รู้จะออกคำสั่งอะไร

            รันมะเร่งความเร็วของเรือจนเต็มที่ เวลานี้เขาต้องการปล่อยให้เรือลำกลางซึ่งถูกยิงไปแล้วได้รายงานความเสียหายที่เกิดกับพรรคพวกมันให้มากที่สุด ดังนั้นเป้าหมายของนาคาสมุทรในเวลานี้ก็คือเรือลำที่สองซึ่งถูกยิงจนดาดฟ้าระเบิดไปเป็นลำที่สองนั่นเอง ส่วนลำแรกที่โดดตอร์ปิโดนั้นจมลงจนเหลือแต่เสากระโดงเรือที่โผล่หรอมแหรมขึ้นจากน้ำเล็กน้อย ธงรูปหัวกะโหลกสีทองคาบมีดสั้นที่เคยปลิวไสว บัดนี้ตกลู่กับเสาเพราะเปียกน้ำ

            นาคาสมุทรแล่นอ้อมเป็นวง ปล่อยให้เรือที่เหลือรอดลำเดียวนั้นหมุนคว้างเพราะทำอะไรไม่ถูก ปืนเรือทุกกระบอกถูกสั่งตั้งศูนย์ยิงใหม่โดยรันมะ

            “กระสุนธาตุสายฟ้า เตรียมยิงได้”

            กระสุนธาตุสายฟ้า คือสุดยอดผลงานประดิษฐ์ฝีมือกาซิม เขาดัดแปลงจะกระสุนธาตุธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่ใช้กับสัตว์อสูร ออกแบบให้เป็นกระสุนแบบแตกตัวได้เมื่อกระทบเป้าหมาย แรงระเบิดจะทำให้กระสุนปืนแตกตัวออกเป็นระเบิดเล็ก ๆ นับสิบ ๆ ลูกกระจายออกไปทั่วทิศทาง ในระเบิดลูกเล็ก ๆ เหล่านี้เอง ที่อัดประจุธาตุสายฟ้าจากแร่กำเนิดสายฟ้าผสานกับวงเวทเพิ่มพลัง ทำให้รัศมีการทำลายล้างของมันเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

            งานนี้สิ่งที่รันมะต้องการก็คือสังหารโหดลูกเรือของศัตรูที่วิ่งวุ่นกันอยู่บนดาดฟ้าเรือเพื่อดับไฟ ดูเหมือนพวกนั้นจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เรือสามารถแล่นต่อไปได้ น่าเสียดายที่กัปตันของเรือนั้นตายไปตั้งแต่ระเบิดลูกแรกที่ตกลงกลางสะพานเดินเรือพอดี แรงระเบิดทำให้ทุกคนในห้องซึ่งไม่ได้ผนึกพลังธาตุป้องกันตัวเสียชีวิตทันที

            เมื่อปืนทุกลำอยู่ในมุมที่พร้อมยิงแล้ว รันมะนำเรือเข้าสู่จุดที่คำนวณวิถียิงไว้ก็สั่งยิงทันที ปืนเรือทั้งห้าป้อมสิบกระบอกก็คำรามลั่น กระสุนธาตุสายฟ้าพุ่งเข้าหาเรือศัตรูซึ่งบัดนี้แล่นเอื่อย ๆ เป็นเป้านิ่งให้ยิงได้อย่างสบายใจ กระสุนสี่ห้านัดตกลงที่ดาดบนสุดส่วนหัวเรือ กลางลำ และท้ายเรืออย่างละนัดสองนัด ที่เหลือนั้นเลยบ้างตกก่อนบ้างรอบ ๆ ตัวเรือ แต่ก็ช่วยกำจัดลูกเรือบางส่วนที่ลงมาวิ่งวุ่นอยู่บนทะเลรอบ ๆ เรือไปได้ ผู้เล่นเหล่านั้นถูกช๊อคด้วยกระสุนธาตุสายฟ้าก็จมลงใต้น้ำทะเลแม้จะยังไม่ตายแต่ก็หมดสติ หากรอดจากเหล่าสัตว์อสูรไปได้ก็ต้องตายเพราะจมน้ำอยู่ดี

            เพราะเรือที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา รันมะเลยต้องคำนวณแนวยิงและถ่ายทอดคำสั่งลงไปยังลูกเรือที่ควบคุมปืนใหญ่ทั้งหมดใหม่ ก่อนจะสั่งยิงออกไปอีกชุด

            กระสุนปืนหัวระเบิดธาตุสายฟ้า สังหารลูกเรือระดับต่ำกว่าแปดสิบไปหลายสิบคน ต้นกลเรือซึ่งเวลานี้มีอำนาจสูงสุดบนเรือถูกกระสุนเข้าอย่างจัง แต่เพราะระดับที่สูงจึงเพียงช๊อคนิ่งไปชั่วขณะ แต่ภาพที่เห็นก็คือสายฟ้าที่วาบออกมาช๊อตและสังหารลูกเรือจำนวนไม่น้อยที่มัววิ่งดับไฟอยู่บนดาดฟ้า

            กระสุนธาตุที่แต่แรกมีไว้เพียงสังหารสัตว์อสูรทางน้ำ กลับสร้างความเสียหายให้พวกมันได้ถึงขนาดนี้ ยังไม่รวมเรือพวกพ้องของมันอีกสามลำที่ถูกระเบิดและจมลงอย่างฉับพลัน เหตุการณ์นี้กลายเป็นเรื่องที่จะสยองขวัญสั่นประสาทของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปอีกนาน

            กระสุนชุดที่สองนั้น ดูเหมือนว่าเพชรใสจะเลือกกระสุนผิด ยิงกระสุนธาตุไฟออกไปแทน แต่กลายเป็นว่าอำนาจทำลายล้างของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากระสุนธาตุสายฟ้าเลย เปลวเพลิงความร้อนสูงจากแร่อัคคีบริสุทธ์เสริมพลังเวท สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง คนที่ถูกระเบิดและไฟลวกแม้จะไม่ตายในทันที แต่ก็เกิดไฟลุกท่วมร่างกายให้เจ็บปวดทรมานกันไป

            รันมะเห็นดีด้วยเลยสั่งให้ยิงกระสุนชุดที่สามซึ่งเป็นกระสุนเพลิงออกไป เปลวเพลิงขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ดาดฟ้าเรือเกิดเพลิงไหม้ไปในครั้งแรก เรือกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ลอยน้ำได้ ต้นกลเรือที่สามารถกลับมาเคลื่อนไหวเป็นปกติแล้วก็สั่งให้ลูกเรือที่เหลือสละเรือทันที ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับกระสุนชุดที่สี่ซึ่งเป็นกระสุนระเบิดแรงอัดสูงปกติ เจาะเข้าที่ข้างเรือ ทะลุเข้าไประเบิดในห้องคลังแสง ห้องเครื่อง ส่งผลให้เกิดระเบิดอีกครั้ง เรือแทบจะขาดกลางด้วยแรงระเบิดของกระสุนดินดำจำนวนมากที่เก็บไว้ในห้องกระสุนดินดำ แล้วมันก็พร้อมที่จะจมตามเพื่อนที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้วเป็นลำที่สี่

            “อรชุน จูเลีย มีงานต้องทำแล้ว”

            รันมะเรียกเทพอสูรทั้งสองของตนเข้ามา

            “อรชุน เห็นพวกที่ลอยคอกันอยู่ในทะเลไหมครับ นั่นแหละ ฆ่าพวกมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนจูเลีย ตอนนี้มีศัตรูส่วนหนึ่งดูเหมือนจะเป็นทีมค้นหาของศัตรูกำลังกระจายกำลังกันออกไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาเรา เดี๋ยวผมจะเอานาคาสมุทรเข้าไปใกล้ ๆ พวกมัน หน้าที่ของเธอคือห้ามไม่ให้มีพวกมันคนไหนขึ้นเรือเราได้เป็นอันขาด”

            เทพอสูรทั้งสองรับคำแล้วก็ทะยานออกจากสะพานเดินเรือ อรชุนเรียกพลองสีดำออกมาถือไว้ ตามองกวาดไปรอบ ๆ บริเวณก่อนจะหมายตากลุ่มลูกเรือลำที่เพิ่งระเบิดและกำลังจมลงเป็นอันดับแรกเพราะอยู่ใกล้ที่สุด ส่วนจูเลียก็ลอยสูงขึ้นไปบนอากาศเหนือเรือนาคาสมุทร กวาดสายตาไปรอบ ๆ พื้นน้ำเพื่อมองหาศัตรู

            “พี่รันจะเอาเรือเข้าไปให้มันเห็นทำไม”

            แบล็กเอ่ยถามเมื่อได้ยินคำสั่งของรันมะ ซึ่งพอได้ฟังคำถามของเด็กหนุ่มรุ่นน้องแล้วก็ยิ้มเหี้ยม

            “ให้มันเห็นแค่นิดเดียว แล้วก็เป็นภาพสุดท้ายก่อนที่มันจะตาย เชื่อเถอะว่ามันจะดึงกองเรือที่เหลือของเฉินเฟิงมาหาเราได้อย่างแน่นอน ไม่ต้องห่วง คืนนี้ยังอีกยาวไกล”

**********

          หากจะย้อนเวลากลับไปในช่วงที่นาคาสมุทรเริ่มออกจากอ่าวลับเกาะอิกกันซาซาร์ ภายในตัวเมืองชั้นในซึ่งเป็นเขตห้ามต่อสู้ เตชิตเดินวนไปวนมาอยู่ในเมือง หลังจากกลับมาจากพบปะแบบลับ ๆ กับรันมะแล้ว เขากับมายากลับมายังตัวเมือง มายานั้นดูเหมือนจะเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้เมื่อคืนจึงขอตัวไปพักผ่อนที่สตรีทไฟท์คลับ

            ส่วนตัวเตชิตเองเห็นว่าอยู่ว่าง ๆ ไม่ได้ทำอะไรจึงเดินเข้าไปยังตัวเมืองชั้นในเพื่อหาข่าวเกี่ยวกับเฉินเฟิงเพิ่มเติม หลังจากเหตุปะทะกันที่นอกชายฝั่งเมื่อคืน เขาแอบเก็บมีดสั้นของศัตรูคนหนึ่งได้ ลักษณะของมีดสั้นนั้นเป็นมีดที่ตีขึ้นโดยช่างตีเหล็กคนหนึ่งในเมือง นักมวยหนุ่มลองเลียบเคียงสอบถาม NPC ช่างเหล็กกดูแล้วก็ได้ความว่าเป็นมีดสั้นของผู้เล่นคนหนึ่งที่มีสังกัดกิลด์อยู่ในเมืองอิกกันซาซาร์นี่เอง หลังจากได้เบาะแสมาแล้วเตชิตก็ลอบไปสำรวจยังที่ตั้งของกิลด์นั้น

            “กิลด์อาชาแดง”

            เตชิตแอบซุ่มสังเกตความเคลื่อนไหวของผู้เล่นในกิลด์ก็พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งกิลด์เล็ก ๆ ที่ยังไม่มีแม้แต่ตึกกิลด์เป็นของตัวเอง(เช่าตึกของ NPC ภายในเมืองเป็นตึกประจำกิลด์)กลับมีผู้เล่นเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะสวมตรากิลด์อาชาแดง แต่กลับมีอาวุธและเครื่องป้องกันในระดับสูง

            ในขณะที่เตชิตกำลังตัดสินใจจะกลับไปยังสตรีทไฟท์คลับเพื่อวางแผนอื่นต่อไป สายตาและประสาทสัมผัสของเขาก็บังเอิญไปสะดุดตากับผู้เล่นคนหนึ่ง ผู้เล่นคนนั้นสวมชุดระดับกลาง ๆ เหมือนกับผู้เล่นทั่ว ๆ ไปของกิลด์อาชาแดง แต่สิ่งที่ผิดปกติก็คือ เตชิตไม่สามารถตรวจสอบผู้เล่นคนนั้นได้ ซึ่งก็มีอยู่สองทางเท่านั้น ก็คือผู้เล่นคนนั้นมีไอเทมช่วยปิดบังตัวตน หรือไม่ก็อย่างที่สองก็คือ ผู้เล่นนั้นมีระดับสูงกว่าเขานั่นเอง ในช่วงเวลาเช่นนี้ เตชิตลงคะแนนให้อย่างหลังมากกว่า เพราะอย่างที่รู้ ๆ กัน ทักษะหรือไอเทมที่ใช้ปิดบังสถานะนั้นมีราคาสูงและหายากมาก

            ผู้เล่นคนนั้นหายเข้าไปในตึกกิลด์ราวครึ่งชั่วโมงก็กลับออกมา นักมวยหนุ่มก็ตัดสินใจในนาทีนั้นเอง ชุดคลุมสำรองถูกนำมาสวม ดาบระดับ B+ เล่มหนึ่งสะพายติดหลังไว้ ตามด้วยหน้ากากสีดำสำหรับซ่อนสถานะซึ่งเป็นหนึ่งในไอเทมหายากใช้สำหรับปิดบังตัวตน(ราคาร้อยกว่าล้านเหรียญ)

            เตชิตรอจนกระทั่งผู้เล่นคนนั้นเดินออกพ้นเขตเมืองชั้นในก็ทะยานเข้าโจมตีทันที ดาบระดับ B+ โถมฟันเต็มแรงเสริมด้วยพลังธาตุดิน นักมวยหนุ่มลงมือโดยไม่คิดอะไรมาก หากเขาเดาถูก ผู้เล่นคนนี้มีระดับสูงกว่าเขา การโจมตีระดับนี้คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดว่าเขาเดาผิด ก็แค่ติดสถานะเป็นอาชญากร

            คมดาบและพลังโจมตีของผู้เล่นระดับเก้าสิบเก้าเกือบจะถึงลำคอของผู้เล่นซึ่งตกเป็นเป้า หากกลับกลายเป็นว่าเป้าหมายที่เห็นอยู่ต่อหน้าต่อตากลับหายไปเสียซึ่ง ๆ หน้า ดาบฟันวืดผ่านอากาศ

            “ชิ” เตชิตขยับตัวถอยหลังด้วยสัญชาตญาณ หลังจากรู้ตัวว่าผิดท่า

            นักมวยหนุ่มถอยหลังออกไปสามสี่ก้าวก่อนจะยืนจรดดาบมองดูคู่ต่อสู้ที่กำลังยืนอยู่ห่างออกไปด้านหน้า สีหน้าของผู้เล่นที่ถูกลอบโจมตีมีแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่งก็จะจางหายไป เหลือแต่แววสงสัยและตื่นตระหนก

            “อะไรกัน นายลอบโจมตีผม” ผู้เล่นคนนั้นส่งเสียงเอะอะ

            เตชิตสาบานว่าเขาไม่เคยเห็นและหน้าและไม่เคยได้ยินเสียงของผู้เล่นคนนี้มาก่อนเลย แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตนเองคุ้นเคยกับคน ๆ นี้ แต่ก็อย่างที่เขารู้ ๆ ว่าเกมนี้มันมีไอเทมที่สามารถเปลี่ยนแปลงใบหน้าและน้ำเสียงได้

            นักมวยหนุ่มไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะแสดงออกอย่างไร เพราะสำหรับเขา สิ่งที่เห็นมันคือการเสแสร้ง ดาบในมืออัดประจุพลังธาตุดินขั้นสูงลงไปจนเกิดออร่าสีน้ำตาลเข้มแผ่ออกมา พริบตาต่อมาก็กระโจนเข้าใส่ด้วยทักษะทะยานข้ามภูผา จะอย่างไรเขาก็ต้องบีบให้คน ๆ นี้แสดงธาตุแท้ออกมา

            ผู้เล่นที่ถูกลอบโจมตีเคลื่อนไหวพลิ้วออกด้านข้าง เตชิตคำรามในลำคอก่อนจะสะบัดดาบออกไปสามสี่ดาบติด ๆ ด้วยความเร็วที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่ทัน รังสีดาบพุ่งสกัดบน กลาง และล่าง พร้อมกันนั้นคนฟันก็กระทืบเท้าพุ่งปราดเข้าใส่ตามไปติด ๆ

            ผู้เล่นลึกลับแค่นยิ้ม รังสีดาบทะลุผ่านตัวเขาไปราวกับว่าร่างกายนั้นเป็นอากาศธาตุ

            “ร่างลวงตารึ”

            เตชิตสะบัดดาบใส่อีกสามครั้งซ้อน แต่ก็เหมือนเดิม คมดาบตัดผ่านร่างนั้นราวกับตัดลม พร้อมกันนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่จี้เข้าใส่เขาทางด้านหลัง นักมวยหนุ่มเกร็งพลังรอรับการโจมตีนั้นเพราะรู้ว่าถึงอย่างไรก็หลบไม่พ้น

            วัตถุมีคมชิ้นหนึ่งทะลุผ่านชุดคลุมโกโรโกโสนั้นแทงเข้าที่ผิวหนังที่อาบไล้ด้วยทักษะธาตุดินขั้นสูง ก่อนที่เจ้าอาวุธชิ้นนั้นจะหักสะบั้น เตชิตพุ่งออกด้านข้างอย่างตื่นตระหนก

            “พอมีฝีมือเหมือนกันนี่” คนลึกลับเอ่ยเหี้ยม ๆ

            เตชิตรู้สึกได้ถึงเหงื่อของตน นั่นไม่ใช่ทักษะร่างลวงตาแล้ว แต่เป็นร่างของผู้เล่นจริง ๆ ทักษะร่างสายลมซึ่งเป็นทักษะชั้นสูง เท่าที่เขารู้จัก มีเพียงคนเดียวที่มีทักษะนี้

“อินทรีมรณะ”

ผู้เล่นลึกลับยิ้มแบบมีเลศนัย ไม่มีคำตอบใด ๆ แต่กลับมีมีดสั้นสามสี่เล่นพุ่งออกมาลอยวนอยู่รอบ ๆ ตัวแทน

ใช่แล้ว อินทรีมรณะมีมีดสั้นเป็นอาวุธประจำตัว กับทักษะร่างสายลม        

คราวนี้เขาค่อนข้างมั่นใจ อินทรีมรณะเป็นผู้เล่นนักฆ่ารับจ้างที่ทำงานเพื่อเงินเท่านั้น ไม่แปลกอะไรที่จะทำงานให้เฉินเฟิง ตราบเท่าที่มีเงินจ้าง แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็เท่ากับว่าปิดประตูชนะของฝั่งผู้เล่นในเมืองอิกกันซาซาร์ไปเลย เพราะอินทรีมรณะนั้นว่ากันว่ามีฝีมือเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่าจตุรเทพด้วยซ้ำ เป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียงสิบกว่าคนที่มีระดับเกินเก้าสิบเก้า

            “ฉันว่าแกเอาดาบเส็งเคร็งนั่นโยนทิ้งไปเถอะ เปล่าประโยชน์ที่จะเอามันมาวาดเล่นเหมือนเด็กใหม่” ผู้เล่นลึกลับเอ่ยเรียบ ๆ มีดสั้นสามเล่มลอยวนไปรอบ ๆ ตัวราวกับเกราะกันภัย

            เตชิตคำราม ศัตรูเพียงมองดูการจู่โจมของเขาก็รู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่ใช้ดาบเป็นอาวุธหลัก นักมวยหนุ่มอัดพลังธาตุให้กับตัวเองจนร่างกายทอประกายออร่าสีน้ำตาลเข้ม พอได้จังหวะก็ทะยานเข้าใส่ราวกับกระทิงคลั่ง ดาบในมือเหวี่ยงใส่แบบขอไปที แต่เท้าขวาเกร็งพลังเสยเข่าขวาเข่าใส่ร่างนั้นพร้อมกับทักษะจู่โจมเฉพาะตัว

            กระแทกพสุธา

          หนึ่งในสิบทักษะไม้ตายถูกใช้ออกไปอย่างดุดัน เพราะรู้ว่าการโจมตีกายภาพไม่มีผลกับร่างสายลม การโจมตีที่แฝงพลังธษตุรุนแรงนี้ อย่างน้อยจะต้องส่งผลถึงกำลังภายในบ้าง

            ผู้เล่นลึกลับหางคิ้วกระตุกครั้งหนึ่งก่อนจะใช้มือเปล่าแตะรับการโจมตีนั้นพร้อมกับหมุนตัวหลบ การยืนรับพลังการโจมตีที่แฝงไปด้วยพลังธาตุอันดุดันนั้นเป็นการกระทำที่สิ้นคิดพอ ๆ กับยืนรับการโจมตีจากไฟโลกันต์ของมังกร

            เตชิตพอโจมตีพลาดอีกครั้งก็กระโดดข้ามมีดบินที่จี้เข้ามา คราวนี้ดวงตาของชายหนุ่มมีแววประหลาดใจ

            “ไม่ใช่อินทรีมรณะนี่ แกไม่มีเงาบนพื้น”

            นักมวยหนุ่มโยนดาบในมือทิ้ง เพราะมันถูกตัดจนแทบขาดครึ่งด้วยมีดของศัตรู ทักษะร่างสายลมนั้น จะใช้พลังธาตุลมช่วยให้ร่างกายมีสภาวะคล้ายอากาศในช่วงเวลาหนึ่ง แต่จะอย่างไร ย่อมมีเงาปรากฏบนพื้น แต่ผู้เล่นลึกลับตรงหน้าไม่มีเงาจากแสงไฟ

            “หึหึ”

            ผู้เล่นลึกลับไม่ตอบอะไร แต่กลับสลายตัวเป็นละอองแสงหายไปอย่างง่าย ๆ ด้วยทักษะเฉพาะตัว เตชิตถอนใจก่อนจะทะยานร่างหายลับไปในเงามืด ผ่านไปราวห้านาทีต่อมา นักมวยหนุ่มก็เดินออกมาในชุดใหม่ ปราศจากหน้ากากบิดบังใบหน้า แจ๊คกับมายาเดินตามออกมา แต่ละคนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

            “นายแน่ใจหรือ ว่าไม่มีไอเทมสำหรับใช้จำลองสถานะอย่างพวกสายลับที่ใช้อำพรางตัวตนจริง ๆ”

            เตชิตหันไปถามอดีตเพื่อนร่วมตายสมัยยังทำมาหากินกันอยู่บนสังเวียนผ้าใบ

            “ต่อให้มีจริง แต่ทักษะตรวจสอบของฉันไม่โกหกหรอก” แจ๊คตอบขรึม ๆ สีหน้าบอกชัดว่ากำลังคิดหนัก

            เตชิตถอนใจยาว ดูเหมือนข้อสันนิษฐานของเขาจะเป็นจริงเสียแล้ว เฉินเฟิงจะไม่กล้าลงมือโจมตีฮามาร์ไดรด์อย่างเด็ดขาด หากว่าไม่มีคนในฮามาร์ไดรด์คอยช่วยหนุน แต่สิ่งที่เพิ่งเจอมันนับว่าเหนือความคาดหมายไปเลย

            ใครจะไปเชื่อ ว่าที่แท้จริงแล้วก็เป็นหนึ่งในสี่จตุรเทพนี่เอง ที่สนับสนุนเฉินเฟิง” มายาพึมพำสีหน้ากลุ้มไม่แพ้ผู้เป็นพี่

            “อย่างนี้ก็เท่ากับปิดประตูชนะไปเลย พรรคใหญ่ ๆ สามสี่พรรคที่อิกกันซาซาร์ล้วนแต่เป็นพรรคในสังกัดของซีซาร์ทั้งนั้น” หญิงสาวเอ่ยต่อพลางก้มลงเก็บดาบของเตชิตที่หักตกอยู่บริเวณจุดปะทะ

            ทั้งสามคนเงียบกันไปพักใหญ่ ขณะที่เดินกลับฐานที่มั่นก็ไม่ได้พูดจาอะไรกันเลย เตชิตปล่อยให้จงอางสามหัวออกมาเลื้อยตามคอยระวังภัยให้ พอมาถึงหน้าสตรีทไฟท์คลับ แจ๊คสั่งให้ลูกน้องมาเฝ้าหน้าประตูทางเข้าออกเพิ่ม และห้ามคนนอกพรรคเข้าไปภายในเด็ดขาด ต่อให้เป็นพรรคพันธมิตรกันก็ตาม

            “มันตามเรามาตั้งแต่เดินออกมาจากกำแพงเมือง แถมไม่ได้มีคนเดียว พวกมันวางจุดและผลัดเปลี่ยนกันสะกดรอยเราตลอด มืออาชีพแบบนี้มีแต่หน่วยล่าสังหารของเฉินเฟิงเท่านั้น” เตชิตว่าพลางผนึกสัตว์เลี้ยงเก็บไว้ในแหวน

            “ว่าแต่นายจะเอายังไง ตอนนี้เราไว้ใจใครไม่ได้แล้ว สามสี่พรรคใหญ่ที่เป็นพันธมิตรกับเราก็เป็นลูกน้องซีซาร์ทั้งนั้น ยังไม่รวมพรรคอื่นอีก ฉันว่ามาถึงขนาดนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ” แจ๊คถามด้วยสีหน้าแสดงถึงความท้อแท้

            เตชิตนิ่งไปครู่หนึ่งก็ยิ้มออกมา

            “เราจะเล่นมันคืนนี้ นายส่งข่าวไปถึงทุกพรรคพันธมิตรของเรา ว่าคืนนี้เราจะบุกโจมตีกองเรือปากอ่าวของเฉินเฟิง”

            แจ๊คเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจก่อนจะเอ่ยถามว่า

            “นายก็รู้ว่าตอนนี้เราแทบจะไม่มีพันธมิตรแล้ว นายยังจะทำ”

            นักมวยหนุ่มไหล่เพื่อนแล้วหัวเราะ

            “ใช่ นัดให้ทุกสมาคมทุกพรรคออกมาให้หมด ตอนนี้ถ้ามันยังไม่รู้ว่าเรารู้ตัวแล้ว มันต้องออกมากันหมดแน่ แน่นอน เฉินเฟิงพอรู้ว่าเราทุ่มกำลังจะโจมตีมันคืนนี้ มันต้องสั่งให้พรรคพันธมิตรของเราที่ตอนนี้กลายเป็นของเฉินเฟิงไปแล้วหักหลังและโจมตีเราแน่ ดีไม่ดีมันอาจจะหวังเผด็จศึกคืนนี้เลย”

            เตชิตเอ่ยก่อนจะเริ่มเล่าแผนการคร่าว ๆ ของเขาให้น้องสาวและเพื่อนรักฟัง แผนการเริ่มแรกของเตชิตก็คือทำทีเป็นว่าจะทุ่มกำลังโจมตีกองเรือของเฉินเฟิงทั้งหมด โดยนัดให้ทุกฝ่ายมารวมตัวกันที่ท่าเรืออย่างลับ ๆ โดยทันทีที่ทั้งหมดไปถึงท่าเรือ เตชิตจะชิงลงมือจู่โจมพรรคพันธมิตรที่แปรพักตร์ก่อน แน่นอนว่าจะเกิดการปะทะกันระหว่างพรรคที่ยังคงต่อต้านเฉินเฟิงกับพรรคที่กลายเป็นสมุนของเฉินเฟิงแล้ว

            ส่วนแจ๊คกับลูกน้องส่วนหนึ่งจะล่วงหน้าไปเตรียมสถานที่ก่อน เช่นวางกับดัก ตาข่าย และกับระเบิด แน่นอนว่าศึกครั้งนี้จะเป็นการเปิดเผยตัวตนของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน กับดักที่พวกเขาวางไว้อาจจะเป็นการทำร้ายพวกเดียวกัน แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องเสี่ยง อย่างน้อย ๆ สมาชิกพรรควิหคเหินของแจ๊คก็มีจำนวนมากพอที่จะลุ้นชนะได้

            “งานนี้ใครจะรู้ไม่ได้ แม้แต่คนในพรรคนาย ให้คัดแต่ลูกน้องที่สนิทและวางใจได้เท่านั้นไปวางกับดัก” เตชิตกำชับ ขณะที่มองดูสมาชิกพรรควิหคเหินกว่าห้าร้อยคนที่กำลังเตรียมตัวออกศึกกันอย่างคึกคัก

            “นายจะให้บอกพวกนั้นว่าเราจะเริ่มโจมตีกี่ทุ่มดี” แจ๊คถาม

            “บอกพวกนั้นว่าห้าทุ่มตรง ให้ทุกคนไปพร้อมกันที่ท่าเรือ อ้อ พวกนายมีคนที่ดำน้ำเก่ง ๆ มั่งไหม อย่าลืมลงไปวางทุ่นระเบิดดักไว้รอบ ๆ ท่าเรือด้วยละ เผื่อฉุกเฉิน”

            หัวหน้าพรรควิหคเหินรับคำก่อนจะเดินผิวปากออกไปด้วยใจหึกเหิม อย่างน้อยถึงพวกเขาจะพ่ายแพ้ แต่ก็ได้สู้อย่างสมศักดิ์ศรีแล้ว การต่อสู้ที่ไร้ซึ่งหนทางชนะ แต่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเจ็บเสียหายมากที่สุดก็เป็นสิ่งที่เขาพอใจ

 

 

           

         

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5263 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 15:30
    ขอบคุณครับ
    #5263
    0
  2. #5217 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 12:54
    Thank you
    #5217
    0
  3. #5194 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 15:15
    ขอบคุณครับ
    #5194
    0
  4. #5193 [Null] (@hshshs01) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 13:54
    ตุตยอดดดดด
    #5193
    0
  5. #3399 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 13:12
    อรชุนออกไปไหนหว่า...คงไม่ได้มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นนะ
    #3399
    0
  6. #3397 enum (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 08:44
    เกิดอะไรขึ้น
    #3397
    0
  7. #3396 wass (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 05:08
    ติดตามค่ะ
    #3396
    0
  8. #3395 TheBest (@yuna2524) (จากตอนที่ 137)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 02:58
    -*- ขอบคุณครับ
    #3395
    0