พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 161 : [ภาคดินแดนต้องสาป] ตอนที่ 15 หมึกยักษ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5555
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 227 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61

15

    ภาพระเบิดเพลิงที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ พร้อมกับเสียงลึกลับที่ดังออกมา ศิลามองเห็นเป็นเงาราง ๆ ของชายคนหนึ่งที่นั่งเกาะอยู่บนผนังหินตะปุ่มตะป่ำนั้น ปืนไรเฟิลคู่มือประทับขึ้นอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะได้ลั่นไกออกไป เงาราง ๆ นั้นก็ค่อยปรากฏเด่นชัดขึ้น

            “นายเป็นฆาตกรหรือไง เห็นกันก็จะยิงกันซะแล้ว ไม่ถงไม่ถามเรื่องสุขภาพกันสักคำ”

            เสียงดังมาจากคนที่ถือระเบิดเพลิง เวลานี้ วารี เมฆา ตะวัน และทิพย์อัปสรต่างมองเห็นที่มาของเสียงแล้ว ทุกคนเห็นเป็นชายหนุ่มผิวค่อนข้างคล้ำ ใบหน้าเรียวผมยาวสีดำสนิทรวบเป็นหางม้า แต่งกายด้วยชุดผ้าสีเทาอ่อนแบบจอมยุทธ์ที่เคยเห็นในหนังจีนกำลังภายใน กระบี่ด้ามงาช้างฝังทับทิมสลักรูปมังกรจีนเหน็บอยู่ที่สายรัดเอวค่อนมาทางด้านหน้า

            “ถ้ามีคนมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ แอบดูอยู่ สำหรับฉันนั่นคือศัตรู”

            ศิลาขู่พลางจ้องปืนใส่ ชายหนุ่มนั้นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหยิบเชือกเส้นเล็ก ๆ มาพันกระเดื่องระเบิดไว้อย่างหนาแน่น

            “เอาน่า ฉันก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอก พวกนายก็รู้ ช่วงนี้เหตุการณ์มันไม่ค่อยจะปกติ”

            ว่าพลางเจ้าตัวก็กระโดดลงมาจากผนังหิน ระเบิดเพลิงในมือวางลงบนก้อนหินงอกช้า ๆ

            “พวกนายจะหาเห็ดในนี้ต้องระวังหน่อยนะถ้ำนี้เรียกว่าถ้ำเสียดฟ้า ถ้าเข้ามาไม่ระวังล่ะก็จะหลงเอาได้ง่าย ๆ เพราะเส้นทางในถ้ำมันเหมือนรังปลวก แตกไปเรื่อยใต้ภูเขานี้ แถมยังมีสัตว์อสูรร้ายเสือสมิงระดับหัวหน้าหลายตัวอาศัยอยู่แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลหรอกนะ ฉันฆ่ามันไปทั้งหมดเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง กว่าจะมีตัวใหม่มาอยู่แทนก็คงอีกหลายวัน”

            ทั้งสี่คนยืนมองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความระแวงสงสัย ถึงดูว่าฝั่งตรงข้ามไม่มีทีท่าที่แสดงออกในท่าร้าย แต่สัญชาตญาณของนักสู้สอนไว้ว่าไม่ควรไว้ใจใครง่าย ๆ

            “ถ้าที่นายพูดมาเป็นเรื่องจริง ก็ต้องขอบใจมาก พวกเราเป็นผู้เล่นมือใหม่ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากมาย” วารีเป็นตัวแทนพวกทั้งสามเอ่ยขึ้น

            “อืมงั้นฉันไม่กวนพวกนายแล้ว งานฉันในนี้เสร็จแล้ว ขอให้โชคดีล่ะ อ้อ เห็ดหูหนูลายจุดน่ะ มันชอบขึ้นตรงโพรงระบายอากาศ ลองเดินดูแล้วกัน ในถ้ำนี้ตรงไหนที่อากาศโปร่ง ๆ หน่อยก็จะพบมัน”

            ว่าแล้วคนพูดก็หันหลังเดินออกไปเงียบ ๆ ท่ามกลางสายตาห้าคู่ที่มองจับอยู่ พอเงาร่างสูงโปร่งนั้นลับหายไปจากสายตาแล้ว ศิลาก็ลดปืนลง

            “เป็นผู้เล่นยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัยกระสุนนัดแรกที่ผมยิง ผมเล็งกลางหน้าอก แต่เจ้านั้นหายตัวหลบกระสุนได้แบบง่าย ๆ เลย” มือปืนหนุ่มเอ่ยเบา ๆ

            “ฮืม ขนาดเจ้าพวกห้าตัวนี้ยังจับสัญญาณอะไรไม่ได้สักอย่าง ว่าแต่แกเห็นหมอนั่นได้ไง ศิลา” วารีหันมาถามหลงจากออกคำสั่งให้วิญญาณสุนัขป่าสามตัวไปเฝ้าตามเส้นทางที่ผ่านมา

            “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน คล้าย ๆ กับว่าพอสมาธิของผมมันจับจ้องอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก ๆ ก็จะมองเห็น แต่ก็ไม่ชัดเจนหรอก เห็นเป็นเงาราง ๆ”

            ทั้งสี่สนทนากันอีกพักใหญ่ ก่อนจะเริ่มทำการค้นหาเห็ดหูหนูลายจุดต่อไป และก็เป็นไปตามที่ผู้เล่นลึกลับคนนั้นบอกไว้ เห็ดหูหนูลายจุดพบมากในบริเวณที่เป็นช่องอากาศ จนกระทั่งเย็น ทั้งห้ารวบรวมเห็ดหูหนูมาได้เยอะพอสมควร แต่เพราะมันมีน้ำหนักเบา วารีจึงวางแผนจะเข้ามาเก็บเห็ดอีกสองสามวัน

            “กำไรชัด ๆ ฉันรู้แล้วว่าทำไมเห็ดนี่ถึงแพงนัก เพราะมันขึ้นอยู่ในถ้ำซับซ้อน แถมตามที่นายจอมยุทธ์นั่นบอกมีเสือสมิงดุร้ายอาศัยอยู่ในถ้ำ คงไม่ค่อยมีใครอยากมาตอแยกับพวกมันนักหรอก” เมฆากล่าวกับแฝดผู้พี่ของตนขณะเอื้อมมือเข้าไปเก็บเห็ดที่อยู่ในซอกโพรงหิน

            “ไม่รวยงานนี้จะไปรวยงานไหนวะข้าว่าเราปักหลักอยู่ที่นี่หลาย ๆ วันเลยเป็นไง จนกว่าจะมีเสือสมิงตัวใหม่มา น่าจะเก็บเห็ดพวกนี้ได้หลายร้อยกิโลอยู่ ถ้าเจ้าถังเก็บวัตถุดิบนี่มันไม่เต็มไปเสียก่อน” วารีเสนอความคิด

            “ก็ดีเหมือนกันพี่ ร้อยกิโลก็ล้านนึงแล้ว งานหมู ๆ แบบนี้ ง่ายกว่าออกไปล่าเสือเยอะเลย”

            สี่หนุ่มทำงานไปพร้อมกับพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนานเฮฮา ส่วนทิพย์อัปสรนั้นมีหน้าที่เฝ้าระวัง จนกระทั่งเวลาล่วงไปเกือบค่ำ จึงชวนกันออกจากถ้ำ โชคดีที่ขามานั้น พวกเขาใช้อาวุธขีดผนังถ้ำแจ้งตำแหน่งไว้ตามเส้นทางตลอด จึงไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทาง แต่ค้างคาวโลหิตยักษ์นั้นทำเอาสี่หนุ่มออกอาการหวาดเสียวพอสมควร พวกมันบินกันพึ่บพั่บเต็มถ้ำไปหมด หากไม่ได้ไอร้อนจะคบเพลิงในมือแล้ว มีหวังได้ถูกค้างคาวเหล่านั้นสูบเลือดจนหมดตัว

            เมื่อกลับมาถึงที่พักก็เป็นเวลามืดสนิทแล้ว กองไฟกองใหญ่ถูกจุดขึ้นขวางปากโพรงไว้ วารีจัดการแบ่งเวรยามเป็นห้าผลัด (ทิพย์อัปสรขออยู่เวรยามด้วย) คอยเฝ้าไม่ให้กองไฟมอด ตาข่ายที่ขึงไว้นั้นแทบจะหมดประโยชน์ เมื่อค้างคาวตัวใหญ่เท่าแม่ไก่บินชนเพียงไม่กี่ครั้งมันก็พันกันจนยุ่ง

**********

            ห่างจากทวีปราวิเนียนไปราวร้อยไมล์ ท่ามกลางทะเลที่มืดมิด นาคาสมุทรแล่นเอื่อย ๆ ด้วยความเร็วเพียงยี่สิบน๊อต บนหอบังคับการ การเวกรับหน้าที่ควบคุมเรือ ขณะที่รันมะและภูอินท์นอนพักผ่อน นักฝึกสัตว์หนุ่มกำลังนั่งพิจารณาไข่มังกรน้ำซีลดร้าที่เปล่งแสงวับวาบเป็นจังหวะนั้นด้วยความสนใจ

            “คล้าย ๆ จังหวะการเต้นของหัวใจเลยแฮะ”

            การเวกเอ่ยพึมพำกับตัวเองก่อนจะแนบหูลงกับเปลือกไข่ที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งนั้น หลังจากใช้สมาธิเพ่งอยู่กับการรับฟังเพียงอย่างเดียว ในที่สุดก็ได้ยินเสียงตุ้บ ๆ เบา ๆ

            หนุ่มหน้าบากนั่งฟังเสียงในไข่ต่อไปอย่างเพลิดเพลิน กระทั่งจู่ ๆ เรือก็สั่นโคลงไปมาผิดปกติ รันมะที่นอนอยู่บนเตียงสนามทะลึ่งพรวดลุกขึ้นนั่ง เช่นเดียวกับภูอินท์

            “คลื่นยักษ์เหรอ” ภูอินท์ยังคงงัวเงีย

            “ไม่ใช่” การเวกเก็บไข่มังกรไว้แล้วลุกขึ้นใช้กล้องส่องฝ่าความมืดออกไปเท่าที่แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุที่แขวนไว้รอบเรือส่องสว่างไปถึง

            “ไม่ต้องส่องกล้องแล้ว การเวก เราเจอสัตว์อสูร เหมือนจะเป็นหมึกยักษ์”

            รันมะเอ่ยเรียบ ๆ ก่อนจะพุ่งไปที่แท่นควบคุมเรือ สัญญาณเตือนภัยดังก้องไปทั่วทั้งลำเรือ ปลุกลูกเรือทั้งผู้เล่นและเอไอให้ตื่นขึ้นมาอย่างชุลมุน

            “ประจำสถานีรบเรากำลังเผชิญหน้ากับหมึกยักษ์สองตัว”

            เสียงของกัปตันเรือดังจากระบบสื่อสารของเรือ พร้อม ๆ กับความเร็วเรือที่เพิ่มขึ้น ดาดฟ้าเรือเริ่มมีเงาดำ ๆ หลายเงาวิ่งออกมา ตามด้วยพลุไฟจำนวนมากถูกยิงออกไปรอบด้าน

            “ผิดปกติแล้วลูกพี่ ชื่อเสียงของเรืออันดับหนึ่ง สัตว์อสูรจะไม่โจมตีเรือก่อน แต่ทำไม

            การเวกกล่าวขึ้น สีหน้าสงสัย

            “อาจจะมีสัตว์อสูรบางประเภทที่ได้รับการยกเว้นก็ได้ละมั้ง”

            รันมะตอบ พอดีกับที่อรชุน จูเลีย มายา แอ๊คซ์และโมลิวิ่งขึ้นบันไดตรงมายังหอบังคับการอย่างรวดเร็ว เรือเกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง

            “มันกำลังจะหยุดเรือเรา ภูอินท์ คุมเรือที การเวก ชะลอเครื่อง แบล็ก สั่งให้เตรียมปืนเรือ”

            รันมะออกคำสั่งก่อนจะวิ่งออกไป อรชุน จูเลีย มายา และแอ็คซ์ตามไปติด ๆ ส่วนโมลินั้นรู้ตัวดีว่าตามไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้ วิญญาณเด็กสาวจึงเข้ามาคอยช่วยเหลือการเวกกับภูอินท์แทน

            รันมะวิ่งสวนกับพีซ หญิงสาวในร่างเด็กหันรีหันขวางอยู่ครู่หนึ่งก็ออกวิ่งกวดตามรันมะกับเหล่าอสูรติดตามไปที่ท้ายเรือ

            “มันอยู่ใต้น้ำ เอาไงดี ดำน้ำไปสู้กับมันหรือ” อรชุนลอยตัวอยู่ท้ายเรือ หันมาถามผู้เป็นนาย

            รันมะกัดริมฝีปาก หมึกสองตัว ตัวหนึ่งนั้นเป็นหมึกยักษ์ระดับหัวหน้าเลเวลหนึ่งร้อย อีกตัวยังไม่รู้สถานะเพราะมันอยู่ห่างออกไปเกินระยะตรวจสอบ

            “ถ้ามันไม่โผล่ขึ้นมา เราคงทำอะไรมันไม่ได้ ผมคนเดียวจะดำน้ำไปสู้กับมันคงไม่ไหวเอางี้ ผมจะดำลงไปล่อมัน มันโผล่เมื่อไหร่ พวกเรารีบรุมเล่นงานมันเลย แอ๊คซ์ กลับไปหาการเวก บอกว่าฉันขอระเบิดชนิดที่ใช้ระเบิดใต้น้ำแบบแรง ๆ”

            สั่งเสร็จชายหนุ่มก็โดดลงจากเรือ พีซวิ่งมาถึงพอดีก็มองตามด้วยความเป็นห่วง แต่จะให้เธอดำน้ำลงไปในเวลากลางคืนแบบรันมะเธอก็ไม่เอาเหมือนกัน เฟิร์ส นัท ตี๋และเปา วิ่งตามพีซมาติด ๆ พอมาถึงก็ช่วยกันจุดพลุไฟส่องจนทะเลแถบนั้นสว่างเจิดจ้าราวกับเป็นเวลากลางวัน ทรอสกับสมิทตามมาทีหลังก็เข้าไปประจำในป้อมปืนรอ

            แอ๊คซ์กลับมาพร้อมกับระเบิดแบบกันน้ำหลายสิบลูก แต่ก็ยังคงไร้วี่แววของรันมะ ขณะที่หลายคนกำลังเริ่มกระวนกระวาย แสงไฟจุดหนึ่งก็สว่างขึ้นใต้น้ำ เงาดำ ๆ ของรันมะกำลังเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับหนวดเส้นใหญ่หลายเส้นที่พุ่งไปมาหมายจะคว้าจับเอามนุษย์ตัวจ้อยที่บังอาจลงมายุ่มย่ามกับมันเคี้ยวกินเสีย

            กาซิมกับเจียเห้งวิ่งหน้าตื่นออกมาจากประตูทางด้านห้องเครื่องจักร เห็นรันมะกำลังแหวกว่ายวาดดาบหลอกล่อหมึกยักษ์ให้ออกห่างจากเรือ พอดีกับที่เจ้าม้านิลมังกรกระโจนวูบลงทะเลตามเจ้านายไป มายากับจูเลียก็พากันบินลอยวนคอยคุมสถานการณ์อยู่ ลูกเรือนาคาสมุทรที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันมองดูสฟิงซ์สาวที่กลับคืนร่างเดิมของเธอ ปีกคู่สีเปลือกไข่ไก่กางออกกระพือขึ้นลงช้า ๆ แต่ความเร็วในการบินกลับพอ ๆ กับจูเลีย

            รันมะผนึกพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าลงในดาบคู่มือจนใบดาบเรืองรองไปด้วยออร่าสีเงิน แต่ชายหนุ่มยังไม่ได้จังหวะที่จะฟันเลยแม้แต่ครั้งเดียว หมึกยักษ์เคลื่อนไหวรวดเร็วผิดกับรูปลักษณ์ที่ใหญ่โตของมัน ขณะที่กำลังมองหาจุดอ่อนเพื่อจะโจมตีนั้นเอง แอ๊คซ์ก็วิ่งน้ำแตกกระจายดิ่งตรงมาหาพร้อมกับระเบิด รันมะใช้การติดต่อด้วยจิตสื่อสารกับเจ้าลูกม้านิลมังกรให้มันวิ่งวนรอบ ๆ และตั้งเวลาระเบิดหน่วงไว้ที่หนึ่งนาที โดยทดลองหย่อนระเบิดลงไปก่อนสี่ลูก หลังจากทิ้งระเบิดเสร็จแล้วให้หลบออกไปพ้นจากรัศมี

            แอ๊คซ์รับคำ มันพยายามหลบเลี่ยงจากเส้นหนวดหลายเส้นที่ไขว้คว้าจะจับตัวมันให้ได้ สองมือก็บิดหมุนตั้งเวลาระเบิดที่ถูกออกแบบมาสำหรับระเบิดใต้ท้องเรือ รันมะจำต้องเข้าประชิดส่วนหัวของหมึกยักษ์เพื่อดึงความสนใจของมัน ขณะนั้นพวกเขาอยู่ห่างจากนาคาสมุทรราวสองร้อยเมตร ชายหนุ่มคลายใจเล็กน้อย เมื่อรู้ตำแหน่งของหมึกอีกตัวซึ่งขนาดตัวใหญ่กว่าตัวที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่นี้นั้นลอยตัวช้า ๆ ห่างจากจุดปะทะไปทางด้านหลังราวสามร้อยเมตร ดูท่ามันจะยังไม่คิดจะรุมโจมตีเข้ามา

            ระเบิดทั้งสี่ลูกถูกหย่อนลงน้ำ ซึ่งแน่นอนว่าไม่พ้นจากหนวดหมึกที่ควานสะเปะสะปะไปเกี่ยวไว้ ตุ่มเล็ก ๆ บนหนวดของมันดูดระเบิดทั้งสี่ราวกับจงใจ แอ๊คซ์วิ่งตะบึงออกจากรัศมีระเบิดเช่นเดียวกับรันมะที่ทะยานตัวขึ้นสูงบนอากาศ อึดใจต่อมา ระเบิดทั้งสี่ลูกก็ทำงานอย่างซื่อสัตย์

            แรงอัดมหาศาลจากระเบิดทั้งสี่ที่รุนแรงขนาดจมเรือประจัญบานมาแล้วดันน้ำให้แตกกระจายพุ่งเป็นปีกสูง เกิดคลื่นขนาดย่อมกระจายออกไปทั่วบริเวณนั้น แต่แรงระเบิดนั้นกลับไม่สามารถทำเส้นหนวดนั้นขาดออกอย่างที่รันมะคิดไว้ ตุ่มบนหนวดของมันหลายตุ่มฉีกขาดออกก็จริง และแรงระเบิดก็ทำให้มันชะงักไปชั่วครู่เท่านั้น

            รันมะที่รอโอกาสนี้อยู่แล้วใช้ก้าวพริบตาสามครั้งเพื่อย่นระยะห่างเข้าจู่โจมบริเวณหัวของมันที่ลอยค้างอยู่ปริ่ม ๆ น้ำทะเลที่กระชอกไปมา ทักษะจู่โจมพิเศษถูกเรียกใช้ทันที

            “เฉือนจันทรา”

            สามสิบหกกระบวนท่าโจมตีถูกใช้ออกมาในเวลาเพียงสองนาที รันมะเลือกที่จะโจมตีเพียงสองจุดจากสามสิบหกครั้ง เส้นหนวดสองเส้นที่ใหญ่ที่สุดขนาดสองคนโอบก็ถูกตัดขาดออกจากตัวของมัน

            “แอ๊คซ์ ระเบิด”

            รันมะตะโกนเรียกลูกม้านิลมังกรที่หนีออกห่างไปแล้ว หลังจากที่พบว่าระเบิดสามารถทำให้มันช๊อคได้ แต่เวลานี้มันกำลังค่อย ๆ ขยับตัวและหนวดของมันไปมา บาดแผลที่ถูกตัดหนวดเส้นใหญ่และยาวที่สุดออกไปไม่ทำให้มันเจ็บมากก็จริง แต่ดาบของรันมะนั้นฉาบไว้ด้วยพิษของนาคาอสรพิษเขี้ยวดาบผสมกับยางน่อง พิษที่ค่อย ๆ ซึมเข้าไปทางบาดแผลช้า ๆ นั้นส่งผลให้ร่างของมันเริ่มชาด้านช้า ๆ จากบาดแผลเข้าสู่หัวกลม ๆ รี ไม่ถึงนาที ดวงตาทั้งคู่ก็ถูกพิษจนบอดสนิท

            แอ๊คซ์โยนระเบิดที่เหลือใส่ตัวของหมึกยักษ์ตาบอด โดยหน่วงเวลาระเบิดไว้เพียงยี่สิบวินาที คราวนี้มันไม่สนใจระเบิดอีกแล้ว หนวดอีกแปดเส้นของมันฟาดไปรอบ ๆ อย่างคุ้มคลั่ง รันมะหิ้วคอเจ้าม้านิลมังกรพลางใช้ทักษะก้าวพริบตาหลบรอดจากหนวดหมึกที่ฟาดโครมมาได้อย่างหวุดหวิด

            พอระเบิดห้าลูกที่เหลือทำงาน ร่างมหึมาของหมึกยักษ์ก็สงบลงอีกครั้ง รันมะรวบรวมสมาธิเรียกใช้ท่าไม้ตายประจำตัวอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ใช้เฉือนจันทรา ความคิดที่แวบขึ้นมาในหัวอย่างปัจจุบันทันด่วนส่งผลให้รันมะเกิดอยากทดลองอะไรบางอย่าง

            ดาบทั้งคู่จมหายลงไปในผิวหนังของหมึกราวหนึ่งคืบ

            “คร่าปฐพี”

            พลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าจำนวนมหาศาลหลั่งไหลถ่ายทอดจากดาบพิรุณโปรยและอัสนีคำรามเข้าไปในตัวของหมึกยักษ์ก่อนจะก่อเกิดเป็นคมเขี้ยวพลังธาตุนับสิบพุ่งทะลุทะลวงจากภายในตัวของมัน ร่างของหมึกยักษ์สั่นสะท้าน ถึงแม้จะอยู่ในภาวะมึนงง แต่กล้ามเนื้อบนตัวของมันก็กระตุกโดยอัตโนมัติ เมือกขาว ๆ ใส ๆ ทะลักออกมาจากบาดแผลนับสิบบนตัวของมัน ทั้งพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้ายังมีผลในทางลบกับสัตว์อสูรธาตุน้ำเช่นมัน

            เจ้าหมึกยักษ์ถูกทั้งพิษและฉีกร่างออกจากภายใน ซ้ำด้วยธาตุอัสนีสะบั้นฟ้า ซึ่งมากเกินกว่าที่มันจะรับไหว ร่างของมันกำลังค่อย ๆ จมลงใต้น้ำอย่างไร้ซึ่งการควบคุม รันมะล้วงระเบิดแรงสูงที่มีติดตัวตลอดขีดกับใบดาบเพื่อจุดชนวน ก่อนจะปาเข้าไปที่บาดแผลขนาดใหญ่บนตัวของมันอันเกิดจากทักษะคร่าปฐพี

            พอระเบิดทำงาน จากบาดแผลที่มีขนาดเล็กน้อยเมื่อเทียบกับขนาดอันใหญ่โตของมันก็ถูกฉีกออก น้ำหมึกสีดำอันเป็นไม้ตายประจำตัวของเจ้าหมึกยักษ์พุ่งออกมาจากปากของมันเพราะแรงบีบของกล้ามเนื้อ

            ห่างออกไปราวสามร้อยเมตร นาคาสมุทรชะลอความเร็วลง มายากับจูเลียที่บินวนอยู่รอบ ๆ นั้นไม่คิดที่จะลงมาช่วยรันมะเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะทั้งสองสาวต่างก็รู้สึกขยะแขยงกับรูปลักษณ์ของเจ้าหมึกยักษ์นี้ และเห็นว่าเจ้านายของพวกตนสามารถจัดการได้อยู่แล้วอย่างไม่ยากเย็น

            “กัปตัน จะให้วนเรือกลับไปหรือเปล่า”

            เสียงของภูอินท์ดังออกมาจากนาฬิกาในช่องสื่อสาร รันมะสอดง้าวอีกเล่มเก็บไว้ที่ซอง

            “ไม่ต้องแล้ว เราจะกลับไปที่เรือเอง หมึกยักษ์อีกตัวกำลังพุ่งมาทางนี้ ฉันสงสัยว่ามันจะร้ายกว่าไอ้ตัวนี้อีก ปกติเรือเราพวกสัตว์อสูรจะไม่โจมตีก่อนอยู่แล้ว นี่มันผิดวิสัยมาก”

            กล่าวจบชายหนุ่มก็ออกวิ่งทิ้งซากของหมึกยักษ์ที่ตายแล้วไว้ด้านหลังอย่าง เพราะสดับเสียงคลื่นทำให้เขารู้ว่า หมึกยักษ์อีกตัวกำลังว่ายน้ำมาทางเขาอย่างช้า ๆ พอมาถึงเรือ ลูกเรือหลายคนยืนรออยู่ก็พากันโห่ร้องยินดี พีซยืนรวมกลุ่มกับน้องชายของเธอมองเขายิ้ม ๆ

            “ไม่ตัดหนวดของมันมาสักเส้นสองเส้นไว้ทำอาหารล่ะ”

            หญิงสาวเอ่ยอย่างไม่จริงจังนัก รันมะขมวดคิ้ว หันมามอง

            “ก็ได้นะ ถ้าคุณอยากจะลิ้มลองเนื้อหมึกยักษ์ ผมจะไปตัดมาให้ แต่บอกไว้เลย เนื้อมันเหนียวมาก กว่าจะเคี้ยวได้คงฟันหักหมดทั้งปาก”

            รันมะพูดไม่ทันจบประโยค เสียงฮือฮาของเหล่าลูกเรือก็ดังขึ้นอีกครั้ง หมึกยักษ์อีกตัวมาถึงซากของเพื่อนมัน และกำลังทำสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุด

            “มันมันทำอะไรน่ะ” นัทถาม เพราะระยะที่ห่างเกินไปทำให้มองไม่ถนัด

            “บอกไม่ถูกว่ะ ลองดูเอาเอง” เฟิร์สส่งกล้องส่องทางไกลให้เพื่อนซึ่งรีบรับไปดู ภาพในเลนส์ขยายส่องให้เห็นหมึกยักษ์อีกตัวขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเจ้าตัวที่ถูกรันมะฆ่าตายไป กำลังใช้หนวดของมันฉีกร่างของเพื่อนมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หนวดอีกเส้นมัดเอาเศษซากที่ฉีกออกแล้วยัดเข้าปากเคี้ยวกิน

            “มันกำลังกินพวกเดียวกัน

            เด็กหนุ่มครางออกมา หลายคนอยู่ในสภาวะใบ้รับประทาน กับภาพสุดสยองที่เห็น

            “ไง ยังอยากจะกินไหมอีกไหม แม่คุณ” รันมะย่อตัวลงนั่งลงจนศีรษะอยู่ในระดับเดียวพีซในร่างเด็กหกขวบ

            “ตัวใหญ่กว่าไอ้ตัวเมื่อกี้อีก” สาวน้อยครางออกมา

            ภูอินท์กับการเวกบนหอบังคับการคงจะเห็นภาพนี้เช่นกัน เพราะจู่ ๆ นาคาสมุทรก็เร่งความเร็วเพิ่มอย่างรวดเร็ว แสงไฟจากพลุที่ลอยอยู่กลางอากาศเริ่มอ่อนลง ก่อนที่พลุจะดับไป ทุกคนที่มีกล้องส่องทางไกลยังเห็นภาพหมึกยักษ์ตัวนั้นอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมน่าสะพรึงกลัว

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาหลายคนตาสว่าง นั่งจับกลุ่มคุยกันไม่เป็นอันหลับอันนอน โดยเฉพาะทหารเอไอ ที่พากันเล่านิทานปรัมปราประกอบเหตุการณ์ที่พวกตนเคยได้ยินมาเกี่ยวกับภูตผีอสูรร้ายในทะเล ตรงข้ามกับรันมะและเหล่าอสูรติดตาม ซึ่งบัดนี้พากันหามุมนอนหลับพักผ่อนกันอย่างสงบ จูเลียกับมายานั่งสนทนากันเบา ๆ โดยมีรันมะนอนหนุนตักคนแคระสาวและเผลอหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย

            “เฮ้อ พวกเรานั่งตาค้างคุยกันไม่หลับไม่นอน แต่ตัวกัปตันนอนหลับสบายไปเสียฉิบ” แบร์รี่เหลือบมาเห็นรันมะกำลังนอนหลับโดยอาศัยตักของจูเลียแทนหมอนก็อดไม่ได้

            “อิจฉาล่ะสิพี่หมี ฮิฮิแต่อย่าเอะอะมากไป เดี๋ยวคนแถวนี้จะไม่พอใจ”

            นัททำเป็นกระซิบกระซาบ หางตาตวัดไปทางพีซที่นั่งฟังพายัพนั่งเล่าถึงเมืองลึกลับที่อยู่ฝั่งโพ้นทะเล แบร์รี่แกล้งทำตาใส ปั้นหน้าเหรอหรา

            “คนแถวนี้ใครเหรอนัท”

            “ก็คนนี้แหละพี่” เด็กหนุ่มบุ้ยใบ้ ก่อนจะหัวเราะคิกคัก ตี๋ เปา ทรอสและสมิทที่ร่วมวงต่างเข้าใจในคำพูดของนัทเลยพากันหัวเราะบ้าง แต่แล้วทั้งวงก็มีอันต้องแตกฮือออก เมื่อจู่ ๆ มีดน้ำแข็งก็พุ่งเฉี่ยวปลายจมูกของคนพูดไปเพียงองคุลีเดียว มันพุ่งผ่านไปปักอยู่กับโซฟาหนังจมหายไปเกือบมิดด้าม ส่วนพีซนั้นก็นั่งอมยิ้มเฉย ๆ แกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้ง ๆ ที่เวทน้ำแข็งบทเมื่อครู่นี้เธอเป็นคนเสกมันขึ้นมาเอง พายัพยังถึงกับหยุดพูดและกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

            ทว่ารันมะที่กำลังนอนหลับอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นพรวดพราดขึ้นมาด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่เคยชินกับอันตราย แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ แล้วไม่เห็นความผิดปกติใด ๆ ซ้ำสดับเสียงคลื่นก็บอกให้เขารู้ว่าทะเลช่วงนั้นกำลังปลอดโปร่งอย่างที่สุดก็ลุกขึ้นนั่ง อ้าปากหาวก่อนจะเรียกภูอินท์เข้ามาสั่งความสองสามประโยคแล้วจึงลุกขึ้นไปนอนบนเตียงสนาม

            “พวกเธอก็เหมือนกัน นั่งคุยกันอยู่ได้ ไปนอนได้แล้วไป พรุ่งนี้ฉันจะฝึกหนัก”

            ชายหนุ่มผงกหัวขึ้นมากล่าวกับมายาและจูเลีย ทั้งสองลุกขึ้นอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินลงจากหอบังคับการตรงไปยังห้องพักส่วนตัวของรันมะ ซึ่งเวลานี้กลายเป็นห้องพักของบรรดาอสูรติดตามของเขาไปเรียบร้อยแล้ว พีซเหลือบมองชายหนุ่มด้วยหางตา ทำท่าเหมือนอยากจะเอ่ยอะไรกับเขา แต่ก็เปลี่ยนใจ เมื่อเห็นเขาหลับตาลงแล้ว

            ภูอินท์ออกไปไล่พวกลูกเรือที่ยังนั่งออกันอยู่ในหอบังคับการให้แยกย้ายไปนอนพักผ่อน โดยบอกว่าเป็นคำสั่งของรันมะ เพราะพรุ่งนี้จะเข้าใกล้จุดหมายแรกแล้ว ในที่สุด บนหอบังคับการก็เหลือเพียงภูอินท์ พีซ เฟิร์ส และพายัพที่ยังตื่นอยู่ รันมะนั้นนอนหลับไปนานแล้ว สังเกตจากลมหายใจและหน้าอกที่สะท้อนขึ้นลงช้า ๆ อย่างสม่ำเสมอ

            “พ่อข้าเคยบอกว่า ดูยอดฝีมือให้ตอนเขานอน” หัวหน้าทหารเอไอพยักหน้าไปทางกัปตันเรือหรือเจ้าป้อมผาธงชัยของตน

            “ทำไมหรือ ยอดฝีมือตอนนอนจะมีอะไรแตกต่างจากคนทั่วไปหรือยังไงครับ” เฟิร์สถาม

            “ใช่ จังหวะหายใจของยอดฝีมือจะช้ามากและสม่ำเสมอ ลมหายใจจะเบาบางจนแทบคล้ายจะไม่มีลมหายใจ ลองดูสิว่าท่านเจ้าป้อมหายใจกี่ครั้งในหนึ่งนาที”

พายัพตอบ เฟิร์สหนึ่ง พีซ เละภูอินท์พากันนั่งนิ่ง คอยนับจังหวะหายใจของรันมะอย่างใจจดใจจ่อ

            “ไม่รู้ว่าผมนับผิดหรือเปล่า แต่ผมนับได้หายใจเข้าออกรวมแค่หกครั้งเท่านั้นเอง ผมจับจังหวะการหายใจของพี่แกไม่ค่อยได้เลย”

            เฟิร์สเอ่ยเบา ๆ ราวกับกลัวว่าเสียงของเขาจะไปปลุกรันมะเข้า

            “ไม่ผิดหรอก พี่ก็นับได้หกครั้งเหมือนกัน” พีซกล่าวกับน้องชาย ดวงตาที่จับจ้องชายหนุ่มอยู่เต็มไปด้วยความทึ่งระคนชื่นชม

            “การหายใจเข้าออกที่ช้ามาก คนโบราณของเผ่าข้าบอกว่าจะทำให้อายุยืน และเหนื่อยได้ยาก โดยเฉพาะคนที่สามารถควบคุมลมหายใจแบบนี้ โดยมากจะเป็นคนมีฝีมือ”

            พายัพเล่าให้พีซและเฟิร์สฟังว่าตัวเขาเองไม่ใช่คนราวิเนียนโดยกำเนิด ต้นตระกูลของพายัพอาศัยอยู่ยังดินแดนโพ้นทะเล เมื่อร้อยกว่าปีก่อนปู่ทวดของเขาล่องเรือมายังดินแดนฝั่งตะวันตกเพื่อหาที่อยู่ใหม่เพราะดินแดนโพ้นทะเลนั้นเต็มไปด้วยทะเลทรายที่แห้งแล้ง แต่ปรากฏว่าเรือมาถูกพายุและอับปางลง ปู่ทวดของพายัพและลูกเรือที่เหลือรอดตายเกาะเสากระโดงเรือลอยคออยู่สามวันสามคืนก่อนจะมีชาวประมงที่อาศัยอยู่ฝั่งทิศตะวันออกของราวิเนียนมาพบเข้าก็ช่วยเหลือทั้งหมดกลับเข้าฝั่ง พายัพบอกว่าตระกูลของพวกเขาแต่ละรุ่นจะมีภารกิจอยู่อย่างหนึ่งนั่นก็คือต้องกลับไปถิ่นฐานของตนเพื่อบอกข่าวการค้นพบนี้ และให้คนบนดินแดนของพวกเขาอพยพกันมายังทิศตะวันตกที่อุดมสมบูรณ์กว่า

            แต่เพราะเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยอันตรายนานัปการ จึงไม่เคยปรากฏว่ามีผู้ใดในตระกูลจะสามารถกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนของตนได้เลย ล่าสุดนี้ พี่ชายคนโตของพายัพก็พาสมัครพรรคพวกออกเรือจะเดินทางกลับมาตุภูมิเมื่อหลายปีก่อน จนปัจจุบันยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ

            “แล้วคุณก็เลยคิดจะหลับบ้านเมืองของคุณ

            ภูอินท์ถามบ้าง หลังจากนั่งฟังมาตลอด

            “ข้าไม่รู้ว่าเส้นทางเดินเรือครั้งนี้จะผ่านเมืองของข้าหรือไม่ แต่เชื่อเถอะ หากว่ามันผ่าน พวกเราจะพบกับสิ่งลี้ลับและอสูรร้ายมากมาย ตามคำบอกของพ่อข้าที่ฟังจากปู่ และปู่ฟังจากทวดอีกที

            พายัพเริ่มเล่าอีกครั้ง

            “ตามคำบอกของปู่ทวด ซึ่งเป็นหนึ่งในกะลาสีกล้า หมึกยักษ์ขนาดที่สามารถกลืนเรือลงไปได้ทั้งลำ เกาะที่เต็มไปด้วยยักษ์โบราณที่ว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวสูงเท่ายอดลำตาล วังน้ำวนขนาดใหญ่ที่พร้อมจะดูดเรือลงไปก้นสมุทร สุสานเรือรบสมัยเมื่อหลายหมื่นปีมาแล้ว ในสุสานนั้นยามกลางคืนจะเห็นดวงวิญญาณที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิดวนเวียนอยู่ด้วยความอาฆาต งูน้ำตัวใหญ่ขนาดโอบลำตัวพันรอบเรือได้สามสี่รอบมีเขาเหมือนวัวกระทิง หรือที่ร้ายสุด กองทัพเรือโจรสลัดโครงกระดูกที่ฆ่าไม่ตายมาพร้อมกับเรือผี”

            สองพี่น้องมองหน้ากันเอง ส่วนภูอินท์นั้นเป่าลมพรูออกจากปาก

            “ที่ข้าเล่ามาทั้งหมดนี้ จริงเท็จแค่ไหนข้าเองก็ไม่รู้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นจริง เพราะปู่ทวดคงไม่โกหกทวด ทวดคงไม่โกหกปู่ ปู่คงไม่โกหกพ่อ และพ่อคงไม่โกหกข้า

            “เอาเถอะ แล้วเราคงจะได้รู้กัน ว่าปู่ทวด ทวด ปู่กับพ่อของคุณน่ะแค่แต่งนิทานโกหกหรือเป็นเรื่องจริง” ภูอินท์ตัดบทแล้วลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ พีซเองก็พยักหน้าให้น้องชาย

            “เรื่องของคุณสนุกตื่นเต้นมาก แต่มันจะสนุกและตื่นเต้นกว่านี้หลายเท่า ถ้าพวกเราได้เผชิญมันด้วยตัวเองแต่ตอนนี้พวกเราคงต้องนอนแล้ว”

            สองพี่น้องก็ชวนกันลงจากหอบังคับการไป ส่วนรันมะที่นอนหลับอย่างสุขโขสโมสรอยู่นั้นก็เริ่มฝันประหลาด เขาฝันเห็นดินแดนที่เต็มไปด้วยยักษ์ สุสานเรือรบ กองทัพโจรสลัดโครงกระดูก งูและหมึกยักษ์ขนาดใหญ่มหึมา...

 

 

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 227 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5525 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 12:52
    ขอบคุณครับ
    #5525
    0
  2. #5514 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 17:03

    Thank you

    #5514
    0
  3. #5500 22710 (@22710) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 17:07
    ขอบคุณมากครับ
    #5500
    0
  4. #5499 PongsakNisaytong (@PongsakNisaytong) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 15:57
    ฆ่าหมึก ไม่ดอฟอะไรเลยเลอะคับ ผม นึกว่าจะได้ Exp กับ อาวุธเทพๆ เห็นหมึกเวล 100+
    #5499
    1
    • #5499-1 ไอราวัณ (@0868832153) (จากตอนที่ 161)
      12 มิถุนายน 2561 / 16:11
      ของอาจดรอปแต่รันมะเก็บไม่ได้ครับ ส่วน Exp จะไปสะสมเป็นค่าExp ประจำเรือครับ เมื่อสะสมไว้จำนวนหนึ่ง ผู้เป็นกัปตันจะสามารถทำการแจกให้ลูกเรือได้ ระบบนี้ผมเคยอธิบายไว้ในบทก่อนๆแล้วครับ ขอบคุณครับ
      #5499-1
  5. #5498 Mon tree (@treedk) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 12:19
    แล้วทำไมหมึกที่กินพวกเดียวกันที่ตายไปทำไมไม่โดนพิษ
    #5498
    1
    • #5498-1 werapoj2000 (@werapoj2000) (จากตอนที่ 161)
      12 มิถุนายน 2561 / 15:17
      พิษบางชนิดติดทางกระแสเลือดครับ ไม่ติดผ่านระบบย่อยอาหาร
      #5498-1
  6. #5497 นักอ่านในเงา (@batamana) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 11:26

    ขอบคุณครับไรต์

    #5497
    0
  7. #5496 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 11:19
    ขอบคุณครับ
    #5496
    0
  8. #4013 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 17:11
    จอบคุณครับ
    #4013
    0
  9. วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 16:39
    อ้าวนี่มีอีกเรื่องหรอครับ5555 อยากให้ตุลย์เข้าเกมแฮะ
    #4012
    0
  10. #4011 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 14:55
    งานนี้ต้องไปอ่าน The Moon ด้วยล่ะมั้ง ไม่ได้ตามเลยเรา
    #4011
    0
  11. #4010 shinamon69 (@shinamon69) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 13:41
    the moon อยู่ในยุคเดียวกันหรอครับ นึกว่าในอนาคต
    #4010
    0
  12. #4009 ธานี สุวรรณฉวี (@tane2523) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 12:21
    ขอบคุณครับ
    #4009
    0
  13. #4007 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 11:48
    ลงเนื่้อหาซ้อนค่ะไรท์
    #4007
    0
  14. #4006 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 10:54
    ขอบคุณมากค่ะ
    #4006
    0