พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 170 : [ภาคดินแดนต้องสาป] ตอนที่ 23 ทุ่มสุดตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    16 ส.ค. 61

23

            หวังเจี่ยนผู้อยู่ใกล้รันมะที่สุดเรียกพลองเก้าท่อนที่ยืดยาวออกล้อมเป็นอาณาเขตการต่อสู้ไว้กลับคืน ภาพการตกตายอย่างอนาถของหลี่มู่ยังเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ มือสังหารรีดเร้นพลังออกมาจนหยดสุดท้ายเพื่อเตรียมรับมือกับรันมะที่กำลังมุ่งเป้ามายังตน

            ไม่ใช่แค่หวังเจี่ยนผู้เห็นเหตุการณ์ในระยะประชิด กระทั่งหลี่ไป๋ที่อยู่ห่างออกไปร่วมสองร้อยเมตรยังรู้สึกผวา ภายใต้ทักษะย่นระยะการมองเห็นของมือซุ่มยิง เขาสาบานกับตัวเลยว่ารันมะมองมายังตนพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแปลกประหลาด

            “ยอดฝีมือระดับนี้...เจ้านี่เป็นใครกัน”

            หวังเจี่ยนครางออกมา เมื่อรันมะพุ่งปราดเข้าใส่ตนอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมสองเท่า พลองคู่มือหมุนควงเป็นวงกลมรอบกายราวกับจักรผัน

            ดาบพิรุณโปรยและอัสนีคำรามเวลานี้เปล่งประกายสีรุ้งงดงามออกมา ยามกวัดแกว่งก็ทิ้งเงาดาบติดตาไว้ราวกับดาบนั้นแยกออกเป็นสิบ ๆ เล่ม เช่นเดียวกับทักษะเท้าท่องวารีที่ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก

            การปะทะกันของรันมะและหวังเจี่ยนไม่เหมือนเมื่อห้านาทีก่อนอีกแล้ว รันมะเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกไล่ หวังเจี่ยนถอยกรูดหนีอย่างหมดท่า พละกำลังของรันมะที่ส่งผ่านมายังดาบทั้งสองเล่มเวลาที่หวังเจี่ยนยกพลองขึ้นต้านรับก็รู้สึกสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งกาย สองแขนที่เคยแข็งแกร่งเริ่มอ่อนล้าถดถอยลงเป็นลำดับ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ทิศทางที่ตนหลบไปพลางสู้ไปพลางนั้นกำลังเข้าใกล้ตำแหน่งของหลี่ไป๋ผู้ระดมยิงธนูใส่รันมะเพื่อก่อกวนจังหวะย่างต่อเนื่องจนลืมสังเกตเช่นกันว่ารันมะนั้นกำลังเข้าใกล้ตนเองเรื่อย ๆ แล้ว

            รันมะใช้เวลาเพียงสามนาทีก็สามารถกดดันให้หวังเจี่ยนถอยหนีไปกว่าร้อยเมตร รู้ตัวอีกทีหวังเจี่ยนก็ถูกเข่าของรันมะกระแทกจนปลิวไปอีกหลายสิบเมตร ชุกเกราะหนังสีดำที่เคยเงางดงามบัดนี้ขาดวิ่นและเปรอะไปด้วยเลือด กระดูกซี่โครงหลายท่อนแตกหัก เลือดไหลซึมออกมาทั้งจากมุมปากและจมูก

            “ว่ากันตามตรง...พวกฉันไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องมาปะทะกับนายสามคน ก็ช่วยไม่ได้นะ เพื่อนนายผิดเองที่ยิงใส่พวกฉันก่อน”

            กัปตันเรือนาคาสมุทรเอ่ยพลางขยับหน้ากากสีขาวของตนให้เข้าที่ หน้ากากนี้ช่วยปิดบังชื่อของเขาไว้ ทำให้สามเซียนจ้านกว๋อเห็นเพียงเลเวลเท่านั้น ผิดกับหญิงสาวอีกคนที่คล้ายจะมีทักษะตรวจสอบแบบพิเศษจึงทำให้รู้ว่าชายหน้ากากขาวผู้นี้คือรันมะ

            “เหอะ...อย่าคิดว่าจะชนะพวกฉันได้”

            หวังเจี่ยนกัดฟัน พ่นเลือดออกมาจากปากเป็นฟองฝอย ก่อนจะกระชับพลองในมือไว้มั่น ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว กำปั้นขวาจู่ ๆ ก็ยกขึ้นกระแทกลงไปกลางหน้าอกตนอย่างรุนแรง

            “อ่อก...”

            ร่างสูงพลันร่วงหล่น เมื่อหวังเจี่ยนตัดสินใจเด็ดขาด ปลิดชีพตัวเองเพื่อเรียกใช้ทักษะไม้ตายก้นหีบของตน

            “สละชีพตรึงวิญญาณ”

            หลี่ไป๋ผู้กำลังง้างธนูเตรียมจะยิงใส่รันมะอีกรอบเอ่ยเบา ๆ เขาเข้าใจเจตนาของเพื่อนทันทีว่าต้องการให้ตนทำเช่นไร พริบตาที่ร่างของหวังเจี่ยนตกถึงพื้น เงาสีขาวขุ่นเงาหนึ่งก็พุ่งออกมาตรงไปยังรันมะผู้กำลังยืนมองอยู่ด้วยความสนใจ ชายหนุ่มหรี่ตามองเงาสีขาวนั้นก่อนจะใช้ก้าวพริบตาทิ้งร่างเงาเสมือนของตนเอาไว้ ส่วนตัวจริงนั้นหายไปจากสายตาของหลี่ไป๋แล้ว

            เงาสีขาวกลับฉลาดกว่าที่คิด มันไม่ได้สนใจเงาร่างเสมือนองรันมะที่กำลังค่อย ๆ จางหายไป แต่กลับพุ่งหวือไปยังอีกทิศทางหนึ่ง หลี่ไป๋มองพร้อมกับธนูในมือที่เบี่ยงศูนย์ตาม พอเห็นคล้ายเงาร่างคนดำ ๆ กำลังพุ่งมาทางตนก็ปล่อยสายธนูออกไป ลูกธนูอาบพลังธาตุสามดอกพุ่งสกัดรันมะที่ใช้ก้าวพริบตาย่นระยะเข้าหา

            กัปตันเรือนาคาสมุทรพลิกตัวหลบธนูสองดอกพลางใช้ดาบฟันเข้าใส่ดอกสุดท้ายผ่าแยกออกเป็นสองซีก และโดยไม่มีปีมีขลุ่ย นิ้วชี้และนิ้วกลางขวาที่กำดาบอยู่ก็ยกขึ้นชี้ไปยังตำแหน่งที่มาของลูกธนูทั้งสาม

            “เฮ้ย...”

            หลี่ไป๋ร้องออกมาเมื่อเห็นที่ปลายนิ้วทั้งสองของรันมะปรากฏแสงเรืองเรื่ออยู่พริบตาเดียว กระสุนพลังสีรุ้งขนาดจิ๋วก็พุ่งเข้าใส่ เคราะห์ดีที่หลี่ไป๋เป็นมือซุ่มยิง สายตาของเขาจึงถูกยกระดับให้ดีกว่าผู้เล่นทั่วไปหลายเท่า นักลอบสังหารเอียงศีรษะหลบจนคอแทบหัก กระนั้น รังสีสังหารจากกระสุนธาตุที่ยิงออกมาจากปลายนิ้วของรันมะยังสร้างบาดแผลฉกรรจ์บนศีรษะของเขา ใบหูครึ่งหนึ่งขาดแหว่งหายไปรวมถึงหนังศีรษะบางส่วน เลือดแดงฉานไหลอาบอย่างน่ากลัว

            แต่เพียงหนึ่งวินาทีที่รันมะหยุดเคลื่อนไหว เงาสีขาวก็ติดตามมาทัน มันพุ่งเข้าวนรอบ ๆ ร่างของรันมะหนึ่งรอบก่อนจะกลายเป็นเส้นเชือกสีขาวขนาดยาวม้วนกระหวัดพันรัดรอบตัวชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

            “...”

            รันมะพยายามจะหลบหนีด้วยก้าวพริบตาตั้งแต่แรกที่เงาสีขาวพุ่งมาถึงตัวแล้ว แต่เหมือนนี่จะเป็นทักษะพิเศษบางอย่าง ทำให้ก้าวพริบตาไม่ทำงาน กระทั้งเคลื่อนที่ยังไม่สามารถทำได้ พอเชือกขาวพันรัดรอบตัวไว้ รันมะก็สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนที่โดยสิ้นเชิง เหลือกเพียงสองมือที่ยังกุมดาบ ร่างของเขาหล่นจากอากาศที่เหยียบยืนด้วยทักษะท่าเท้าท่องวารีอย่างไร้การควบคุมใด ๆ

            หลี่ไป๋มองโอกาสอันดีงามที่แลกมากับชีวิตของเพื่อนด้วยสายตาขุ่นแค้น นักลอบสังหารหักคันธนูในมือเป็นสองท่อน ก่อนจะสูบเอาพลังธาตุสายฟ้าจำนวนมหาศาลภายในคันธนูเข้าสู่ร่างกาย ประกายสายฟ้าแปลบปลาบไปทั่วบริเวณ พอถึงขีดจำกัดที่ร่างกายและสติสัมปชัญญะจะรับไว้ได้ หลี่ไป๋ก็กู่ร้องยาวก่อนจะพุ่งตัวขึ้นไปบนเวหา เสี้ยววินาทีก็พุ่งทะลุเลยชั้นเมฆขึ้นไปแล้ว

            รันมะคล้ายจะมองเห็นชะตากรรมเลยร้ายที่สุดของตน และก็เป็นจริงดังคาด วินาทีต่อมา ช่องเมฆที่กลายเป็นรูโหว่ก็มองเห็นหลี่ไป๋ทะยานกลับลงมาด้วยความเร็วยิ่งกว่าเมื่อครั้งทะยานขึ้น ประกายสายฟ้าห่อหุ้มอยู่รอบ ๆ ตัวเขา ดูเหมือนนักลอบสังหารผู้นี้จะสังเวยตนเอยเป็นลูกธนูสายฟ้าขนาดมหึมาเพื่อหวังจะสังหารรันมะให้จงได้

            ไม่ถึงวินาที ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า หลี่ไป๋ก็พุ่งกระแทกพื้นยังตำแหน่งของรันมะอย่างรุนแรง แรงกระแทกส่งผลให้เกิดหลุมลึกและกว้างกว่าสามสิบเมตร ต้นไม้และก้อนหินโดยรอบถูกแผดเผาด้วยสายฟ้าจนป่นเป็นธุลี กระทั่งนอร์สและซีรอสผู้กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดยังต้องถอยห่างออกจากกัน เสียงระเบิดของสายฟ้าดังสนั่นหวั่นไหว แผ่นดินโดยรอบสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว

            “รัน...จะรอดมั้ยเนี่ย”

            นอร์สผละออกจากการต่อสู้ เช่นเดียวกับซีรอสเองก็หันไปกังวลกับหญิงสาวผู้เป็นนาย เนื่องจากอยู่ใกล้จุดปะทะมากที่สุด นักบวชพิฆาตไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่อยรองพลังชีวิตกระทั่งพลังสักเสี้ยวหนึ่งของรันมะก็ยังไม่มี เพราะรู้ดีว่าโทษของการเสียชีวิตนั้น รันมะอาจจะถูกส่งไปเกิดยังสถานที่ใดก็ได้บนดินแดนลึกลับแห่งนี้ แต่นั่นก็ยังไม่ร้ายสุดเท่ากับถูกส่งไปยังทวีปที่ใกล้ที่สุดที่จากมานั่นก็คือทวีปราวิเนียน

            นอร์สทะยานฝ่าฝุ่นควันที่คละคลุ้งไปทั่วด้วยความสยองใจ พลังธาตุสายฟ้าที่ยังตกค้างหลงเหลืออยู่ในบริเวณรอบ ๆ กระพริบวูบวาบ พอถึงตำแหน่งกึ่งกลาง นักบวชหนุ่มก็ผงะออกด้วยความตกใจ รันมะเวลานี้ยืนนิ่งอยู่กับที่ สองแขนตกห้อย ทว่ายังกุมดาบไว้มั่น ดวงตาเบิกกว้างเห็นแต่นัยน์ตาที่แต่เดิมเป็นสีน้ำเงินก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอีกทั้งยังขยายเต็มดวงตาจนไม่มีพื้นที่สีขาว

            “นาย...”

            นอร์สกระชับมีดสั้นพร้อมกับเร่งเร้าพลังขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีมรณะที่เปล่งออกมาจากผู้เป็นเพื่อน น่าแปลกที่รันมะตรงหน้าเขาห่างเพียงไม่มีก้าว แต่นอกจากที่มองเห็นแล้ว ทักษะหรือประสาทสัมผัสล้วนไม่สามารถตรวจพบอีกฝ่ายได้เลย คล้ายกับว่าไม่มีตัวตน หลงเหลือเพียงเงารูปร่างหลอนประสาทเท่านั้น

            “อ่าห์...เจ็บ ๆ คัน ๆ”

            เสียงแหบห้าวของรันมะดังขึ้น ก่อนที่ดวงตาจะกระพริบสองสามครั้ง ม่านตาก็หดกลับและเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินตามเดิม รังสีแห่งความตายอันเย็นยะเยือกก็หายไปในพริบตา

            นอร์สเป่าลมพรูออกจากปาก เมื่อสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงการมีตัวตนของเพื่อน ไม่ใช่ครั้งแรกที่มองเห็นแต่ตาคล้ายภาพหลอน

            “นึกว่าซี้แหงแก๋ไปแล้ว...นายรอดมาได้ยังไงวะเนี่ย”

            นักบวชหนุ่มถามพลางขยับเข้ามาใกล้ สายตาแม้มองสำรวจขึ้น ๆ ลง ๆ แต่สัมผัสภายนอกก็ยังระแวดระวัง เนื่องจากเกรงว่าจะถูกซีรอสแอบลอบโจมตีเข้ามา

            “ไม่รู้เหมือนกัน ปาฏิหาริย์มั้ง...หรือไม่ก็ ทักษะของพวกนั้นมันง่อยไปหน่อย ฮ่า ๆ ๆ”

            กัปตันเรือนาคาสมุทรเอ่ยพลางหัวเราะกลบเกลื่อน ทว่านอร์สนั้นรู้ดีว่ามีบางอย่างที่รันมะปิดบังเอาไว้ อย่างน้อยก็ดวงตาที่น่ากลัวนั่นก็เป็นหลักฐานถึงพลังลึกลับบางอย่างในตัวของเขา

            “ง่อยบ้านนายสิ...การโจมตีสุดท้ายของเจ้าหลี่ไป๋นั่น... ต่อให้เป็นยอดฝีมืออันดับท็อปสิบยังต้องกระอัก ไม่มีทางรับไว้แล้วยืนเฉยสุขกายสบายใจแบบนายหรอก”

            รันมะไม่ตอบ แต่หัวเราะเบา ๆ พลางเรียกพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าขึ้นมาอีกครั้ง สองมือกระชับดาบคู่ใจ หันหน้าไปยังทิศทางหนึ่งพร้อม ๆ กับนอร์สที่ขมวดคิ้วจนหน้าผากย่น

            “อย่าเพิ่งสนใจเลย ฉันรอดมาได้ก็ดีแล้ว ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกว่ากำลังมาทางนี้ว่ะเพื่อน”

            ย้อนกลับไปนาทีก่อน หลังจากที่หลี่ไป๋ทุ่มตัวลงมาจากท้องฟ้าเพื่อสังหารรันมะ หญิงสาวในชุดเมดผู้ยืนมองการต่อสู้อยู่ตลอดเวลาก็สะบัดมือลบโล่โปร่งแสงขนาดใหญ่ที่เรียกขึ้นมาป้องกันตนเองไว้ เป็ฯเวลาเดียวกับที่ซีรอสพุ่งทะยานเข้ามาหา

            “นายท่าน...ปลอดภัยดีนะครับ”

            อดีตเทพอสูรผู้เก็บเกี่ยววิญญาณร่อนลงข้าง ๆ หญิงสาว ใบหน้าเครียดขรึมของซีรอสดูกังวล

            “เขาตายหรือเปล่า” หญิงสาวเอ่ยเบา ๆ

            “ไม่ครับ ไม่มีวิญญาณของเจ้าหนุ่มนั่น และยัง...มีกลิ่นอายมรณะที่เข้มข้นคล้ายกับพลังของข้าอยู่ด้วย...กลิ่นอายแห่งอเวจีนรก”

            เทพอสูรพึมพำ ดวงตาฉายแววฉงนสงสัย

            “ซีรอสรับมือสองคนนี้พร้อมกันไหวหรือเปล่า”

            คำถามของหญิงสาวทำให้เทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ต้องเงียบไปอึดใจ

            “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นว่า...อินทรีมรณะนั่นแข็งแกร่งกว่าเจ้าหนุ่มหน้ากากขาว ซึ่งข้ายังสามารถเอาชนะมันทั้งสองคนได้หากใช้พลังเต็มที่...แต่เวลานี้ ข้าไม่มั่นใจแล้ว”

            หญิงสาวถอนใจเมื่อได้ฟังคำตอบ นิ้วเรียวยาวลูบอัญมณีสีแดงพลางกัดริมฝีปากอย่างตัดสินใจ

            “เอาเถอะ...ลองเรียกเจ้านั่นออกมาก็ดีเหมือนกัน”

            อัญมณีสีแดงเมื่อถูกกระตุ้นด้วยพลังก็เปล่งรัศมีสีโลหิตพร้อมกับค่อย ๆ ลอยหลุดจากสร้อยคอ หญิงสาวจ้องมองมันคล้ายต้องมนต์สะกด มือขวาค่อย ๆ ยกขึ้น

            “ในนามแห่งพันธะสัญญา ข้าขอสังเวยโลหิต ปลุกชีพคืนวิญญาณ  ครีออน เจ้าชายแห่งอสูรบรรพกาล ผู้เป็นนายเหนือแห่งสัตว์อสูณทั้งปวง จงปรากฏ เพื่อกำราบศัตรูของข้า ฯ ...”

            เพียงปลายเล็บสะกิด โลหิตสามหยดจากฝ่ามือก็ลอยหมุนวนไปรอบ ๆ อัญมณีกลายเป็นละอองสีแดง สุดท้ายก็เกิดแสงวาบขึ้น หญิงสาวและซีรอสพากันยกมือขึ้นบังหน้า เงาแสงสีแดงค่อย ๆ ประกอบกันเป็นร่างเงาสูงใหญ่ตระหง่าน

            “กรร...ฮืออม์”

            เสียงคำรามอันทรงอำนาจดังขึ้น พร้อม ๆ กับร่างสูงกว่าสามสิบเมตร นัยน์ตาสีแดงก่ำดุร้ายสาดประกายออกมาพร้อม ๆ กับปากที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวราวกับใบมีดเรียงราย

            “เรารีบหนีออกจากบริเวณนี้ก่อนเถิด นายหญิง ข้าว่า...เรายังควบคุมมันไม่ได้แน่นอน”

            ซีรอสก้าวเข้ามาอยู่เคียงข้างหญิงสาวชุดเมด ก่อนจะสะบัดผ้าคลุมไหล่หนึ่งครั้ง ร่างของทั้งคู่ก็สลายกลายเป็นละอองหมอกสีดำ

            เหลือเพียงสองสหายผู้ยังอยู่ท่ามกลางละอองฝุ่นควัน ทั้งคู่แม้จะยังไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร แต่จากประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของทั้งคู่ก็แจ้งเตือนให้รู้แล้วว่า สิ่งที่กำลังจะเผชิญนั้น อันตรายเพียงใด ไม่แน่ว่าตั้งแต่เล่นเกมมา นี่อาจจะเป็นสัตว์อสูรที่อันตรายร้ายกาจที่สุดเท่าที่ทั้งสองเคยพบมาก็เป็นได้

            “เวทเขตแดน...ในห้ามออก นอกห้ามเข้า เราเจอของแข็งแล้วล่ะเพื่อนเอ๋ย”

            นักบวชพิฆาตพึมพำ

            “ปลุกพระเถิดว่ะ งานนี้มีตายกันบ้างแหละ”

            “หมายถึงเราสองคนสินะ ฮึฮึ...มากับนายนี่ ไม่น่าเบื่อเลยจริง ๆ”

 

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5640 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 02:07
    ขอบคุณ​ครับ​
    #5640
    0
  2. #5635 DDGanesh (@DDGanesh) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 23:29

    Thank you

    #5635
    0
  3. #5633 Chomtong1991 (@Chomtong1991) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 00:18
    เศร้าหนักมากไม่ยอมมาอัพสักที
    #5633
    0
  4. #5631 Chomtong1991 (@Chomtong1991) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 02:22
    เมื่อไหร่มาอัพครับเนี้ย
    #5631
    0
  5. #5626 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 09:00
    ดูว่าคราวนี้รันจะแก้เกมยังไง
    #5626
    0
  6. #5619 EternalLight (@EternalLight) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 15:10
    หายไปนานเลย
    #5619
    0
  7. #5618 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 12:45
    ขอบคุณครับ
    #5618
    0
  8. #5617 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 12:38
    ขอบคุณครับ
    #5617
    0
  9. #5616 i'm the one (@dark-life) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 12:26
    เฮ้ยค้าง
    #5616
    0
  10. #4180 ลุงดิน (@prakrit) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 20:25
    ขอบคุณนะครับ จริง ๆ อ่ะ น่าจะย้อนกลับไปจับมาเพิ่ม
    แถมเนื้อมันที่เอามากินก็น่าจะช่วยเพิ่มพลัง อิ อิ
    แฟนตาซี แท้ ๆ จะให้เหลือเป็นแค่กุ้งบกไปได้นิ ถ้าเลือดมันเป็ยา พิษมันเป็นยอด...อย่างน้อย ๆ เนื้อมันก็น่าจะเติมธาตุไฟ และเพิ่มพลังชีวิต...ลืมโจทย์แฟนตาซีไปได้ยังไง อิ อิ
    จริงครับ หายไปนาน
    มาต่อไว ๆ เน้อ รออ่านอยู่นะครับ
    #4180
    0
  11. #4179 Lam[Bor]Ghini'z ...~ (@arrunna) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 20:11
    หายไปนานมากกก เลยค่ะ
    เพิ่งมีโอกาสแวะมา ยังคงความยอดเยี่ยมเหมือนเดิม
    หวังว่าสี่หน่อคงมีโอกาสเจอลูกพี่นะคะ
    รับประกันความป่วนยกกำลังสิบ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #4179
    0
  12. #4178 ธานี สุวรรณฉวี (@tane2523) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 20:08
    ขอบคุ ณครับ
    #4178
    0
  13. #4177 Feel Free (@wasant) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 19:49
    ขอบคุณครับ.
    #4177
    0
  14. #4176 patiphanpinkham (@patiphanpinkham) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 18:36
    อ่านแล้วหิวข้าวเลย
    #4176
    0
  15. #4175 ultraman (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 18:12
    อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงเรื่องเพชรพระอุมา ตอนตะขาบยักษ์ในดงมรณะ กับตอนที่หาทางไปหลุมอุกาบาตแล้วเจอพายุลูกเห็บ



    ต้องกินยาแก้ร้อนของบุญคำเลยครับ



    เนื้อเรื่องช่วงนี้สนุกมากเลยครับ



    ขอบคุณครับ
    #4175
    0
  16. #4174 Rinray (@rinray0) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 18:05
    thank you - -
    #4174
    0
  17. #4173 นินนินโจ (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 17:50
    แล้วไข่ของคังคาวที่การเวกเก็บใส่กระเป๋ามาละไปใหนแล้วไม่ฟักมั้งหรอ
    #4173
    1
    • #4173-1 shadow (จากตอนที่ 170)
      14 มิถุนายน 2558 / 20:35
      โดนแดกไปแล้วมั้ง 555+
      #4173-1
  18. #4172 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 170)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 17:20
    ขอบคุณมากค่ะ
    #4172
    0