พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 22 : [ภาคกำเนิดจอมสลัด] ตอนที่ 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 274 ครั้ง
    5 ก.พ. 61

21

เสียงตะโกนโหวกเหวกของเฟิร์สจากบนยอดไม้พร้อม ๆ กับอาการสั่นไหวของต้นไม้อย่างผิดธรรมชาติ แต่รันมะไม่สนใจ  เขารีบกระชากแขนโมลิออกมาทันที ราวกับมือหลุดจากการสัมผัส ต้นไม้ทั้งต้นก็หยุดสั่น 

            “เป็นอะไรหรือเปล่าโม แล้วไปจับมันทำไม”

เด็กสาวส่ายหน้า 

            “ขอโทษค่ะ หนูไม่คิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้  แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ  หนูไม่เป็นไร  ตะกี้เหมือนมีอะไรบางอย่างวิ่งเข้ามาในตัวมากกว่า”

            “เอาให้แน่ใจ  โม  ตรวจดูหน่อย  มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า  มันอาจจะซ่อนอาการอยู่ก็ได้”

รันมะกวาดสายตาสำรวจไปทั่วร่างของเด็กสาว  เฟิร์สที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ก็ไต่ลงมาสมทบ

            “เกิดอะไรขึ้น  พี่รัน แผ่นดินไหวหรออ้าว ตรงนั้นมีโพรงด้วยเหรอ”

เฟิร์สถาม ก้มศีรษะลงไปมอง ส่วนรันมะดึงโมลิออกห่างจากต้นไม้อย่างไม่ไว้ใจ

            “นั่นมันอะไร” เด็กหนุ่มหรี่ตามองก้อนหินสองก้อนด้วยความสงสัยก่อนจะย่อตัวลงเหมือนจะมุดเข้าไปดูให้ชัด ๆ แต่รันมะเหนี่ยวไหล่ไว้

            “ถอยออกมาก่อน  ไอ้เม็ด ๆ นั่นแหละ  ตัวต้นเหตุทำให้ต้นไม้เขย่าเมื่อกี้”

มือของเด็กหนุ่มที่กำลังจะสัมผัสกับผลึกนั้นก็เลยชะงักหยุด  เปลี่ยนเป็นจ้องดูใกล้ ๆ อย่างพินิจพิจารณาแทน  ครู่เดียวก็ยิ้มกว้าง

            “ไอ้เจ้าหินสองเม็ดเนี่ยหรอพี่ที่ทำให้ต้นไม้เขย่าหืม”

รันมะเล่าเหตุการณ์ที่โมลิแตะก้อนผลึกนั้นให้เฟิร์สฟัง  เด็กหนุ่มฟังแล้วก็เงียบไป  สักพักก็เปิดหน้าต่างสัมภาระ  หยิบเอามีดสั้นทำครัวเล่มหนึ่งขั้นมา  หันมาทางรันมะ

            “พี่รู้หรือเปล่า  ว่าไอ้ผลึกสองก้อนนี้คืออะไร”

เฟิร์สถาม  มือค่อย ๆ บรรจงแตะมีดลงตามขอบของผลึกอย่างระมัดระวัง รันมะส่ายหน้าแทนคำตอบ

            “เห็นครั้งแรกผมก็ยังไม่แน่ใจนัก  แต่พอพี่บอกว่า โมแตะมันเข้าแล้วเหมือนถูกดูด  ยิ่งทำให้ผมแน่ใจ”

เฟิร์สเสือกปลายมีดเซาะตามขอบของผลึก ค่อย ๆ แซะเนื้อไม้บริเวณนั้นออก

            “มีดทำครัวไม่ถูกจัดว่าเป็นอาวุธ ผลึกสองเม็ดนี้ก็คือผลึกวิญญาณ  เกิดจากวิญญาณที่สั่งสมพลังจนล้นออกมา เมื่อพลังมากเกินไป  ก็จะกลายเป็นสภาพของผลึก วิญญาณไหนที่สามารถสร้างผลึกวิญญาณได้ จะต้องเป็นวิญญาณระดับสูงเลยทีเดียว ต้นไม่ต้นนี้ก็คงมีสภาพคล้าย ๆ กับต้นไม้ต้องสาปที่น้องโมเคยอยู่น่ะแหละ เพียงแต่วิญญาณที่ถูกสาป พ้นคำสาปแล้ว”

อธิบายพลางก็แซะไปพลาง ครู่เดียวหินผลึกวิญญาณก็หลุดออกมาทั้งสองเม็ด

            “มันเอาไว้ทำอะไรเหรอ” รันมะถามเมื่อเด็กหนุ่มยื่นก้อนผลึกวิญญาณให้ เขายกขึ้นส่องดูอย่างสนใจ ผลึกวิญญาณส่องประกายล้อกับแสงอาทิตย์แวววาว

            “ผลึกวิญญาณเป็นวัตถุดิบที่มีไว้สำหรับเพิ่มพลังให้กับเครื่องมือครับ จำพวกอาวุธหรือชุด ยิ่งระดับสูง ก็จะมีประสิทธิภาพมาก”

            เฟิร์สเดาะหินผลึกวิญญาณอีกก้อนไปมาเหมือนจะชั่งน้ำหนักแล้วจึงส่งให้รันมะอีกก้อน

            “พี่เก็บไว้เถอะ พี่เป็นคนเจอมัน”

รันมะไม่รับ ยิ้มกว้าง

            “นายเก็บไว้ แบ่งกันคนละเม็ด เพราะถึงพี่เจอก็ไม่มีปัญญาเอามันออกมาอยู่ดี อย่างเก่งก็แค่ยืนดูเฉย ๆ”

รันมะเก็บผลึกวิญญาณไว้ในหน้าต่างสัมภาระแล้วจึงเรียกโมลิเข้ามาถามอาการอีกครั้ง เมื่อเด็กสาวยืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไรก็เบาใจขึ้น

ครั้นจัดการเรื่องผลึกเรียบร้อยแล้ว เฟิร์สกับรันมะก็แยกย้ายกันออกค้นหานกประหลาดที่เห็นอยู่ไกล ๆ เมื่อสักครู่นี้   เพียงสิบนาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็เรียกรันมะผ่านทางระบบสื่อสารของนาฬิกาข้อมือ

            “พี่รัน ผมเจอมันแล้ว เพียบเลย ที่แรกนึกว่าจะมีแค่สิบกว่าตัว ที่ไหนได้เป็นร้อย ๆ เลย”

เสียงเฟิร์สดังออกมาจากช่องสื่อสาร 

            “มันอยู่ตรงไหน เฟิร์ส”

รันมะถามกลับ หยุดเดินทันที  โมลิที่เดินตามมาไม่ทันระวังตัวก็ชนเข้ากับรันมะอย่างจัง  เด็กสาวอุทานออกมาเบา ๆ รันมะหันไปมอง สายตาตำหนิเล็กน้อย 

            “พี่เดินกลับมาที่ต้นไม้ต้นเดิมนะพี่ ผมฟันกิ่งไม้เป็นสัญลักษณ์บอกทางตลอด เดินแค่สิบนาทีก็ถึงแล้ว”

            “โอเค เฟิร์สรอพี่แปปนึง อย่าเพิ่งทำอะไรทั้งนั้นนะ”

รันมะสั่งเป็นประโยคสุดท้าย เฟิร์สรับคำ แล้วก็ยุติการสื่อสารลง 

            “โม จากนี้ไประวังตัวให้มาก ห้ามประมาทเด็ดขาด แล้วก็อย่าเหม่อเหมือนเมื่อกี้อีกล่ะ เกิดอะไรขึ้น ถ้าพี่ช่วยไม่ทันจะลำบาก”

ภูติกึ่งวิญญาณเด็กสาวทำหน้าเศร้า พยักหน้ารับ แต่แอบยิ้มที่มุมปาก รันมะเห็นแล้วก็อดไม่ได้ ลูบผมยาวสลวยของเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดู

            “ถ้าเธอเป็นอะไรไป พี่จะเสียใจมาก ยังไงก็ระวังตัวหน่อยละกัน”

รันมะพาโมลิออกเดินกลับทางเดิมทันที พอมาถึงทางที่แยกกับเฟิร์ส อดีตนายทหารหนุ่มหันซ้ายหันขวาอยู่ครู่เดียวก็พาแยกออกไปอีกทาง โมลิเห็นว่าไม่ใช่เส้นทางเดิมที่เดินมาก็ท้วงขึ้น

            “นี่ไม่ใช่ทางเดิมที่จะกลับไปที่ต้นไม้นั่นนี่คะ”

รันมะแหวกพงหญ้าสูงที่บังอยู่ออกไป

            “ทางเก่ามันอ้อม มาทางนี้  ตัดตรงเลย เดินไวกว่า”

ดังที่ชายหนุ่มบอก เดินบุกป่ากันเพียงห้านาทีก็กลับมาถึงต้นไม้ต้นเดิม ระหว่างทาง สัตว์อสูรหมูป่าสามสี่ตัวทำท่าจะเข้าชาร์จ แต่ถูกรันมะยิงด้วยดัชนีไร้ลักษณ์ไปตัวหนึ่ง ที่เหลือก็พากันวิ่งกระเจิดกระเจิงหายไป

รันมะเริ่มแกะรอยเฟิร์ส รอยเท้าที่เหยียบอยู่บนพื้นดินแห้งแทบจะมองไม่เห็นหากไม่สังเกตอย่างถี่ถ้วน แต่รอยเหยียบต้นไม้เล็ก ๆ หัก และรอยหินพลิกนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน แถมด้วยรอยบากกิ่งไม้ที่เฟิร์สฟันไว้เป็นสัญญาณตลอดทาง รันมะออกเดินนำลิ่ว ๆ ไป  โมลิต้องออกแรงวิ่งเหยาะ ๆ ถึงทัน 

ไม่ถึงสิบนาที ทั้งสองก็มาถึงที่ราบตอนหนึ่ง ด้านขวามีหน้าผาชันตระหง่าน เด็กหนุ่มนั่งรออยู่บนก้อนหินห่างมาจากเชิงผาราวห้าสิบเมตร เมื่อเห็นรันมะกับโมลิตรงเข้ามาก็ชี้นิ้วไปทางหน้าผา สองพี่น้องหันไปมอง แรกทีเดียวรันมะเห็นเพียงหน้าผาที่ตัดเรียบ สลับกับหินที่ยื่นออกมาเป็นกลุ่ม แต่เมื่อเพ่งมองดี ๆ ก็พบว่าสิ่งที่เห็นเป็นก้อนหินบนหน้าผานั้น บางส่วนขยับเคลื่อนที่ไปมาอย่างแช่มช้า

            “ไอ้ตัวที่เห็นบินอยู่ตอนนั้นนะเอง พี่รัน แต่ไหงมันมาเกาะนอนอยู่บนหน้าผาอย่างนี้หล่ะ มันเป็นนกไม่ใช่เหรอ”

            โมลิหรี่ตาเพื่อหลบแสงแดดที่ส่องเข้าตาพอดีขณะเพ่งมองไล่ไปตามแนวหินผา

“ผมลองตรวจสอบดูแล้วครับ ระบบบอกว่ามันชื่อ นกอินทรีค้างคาวธาตุลม ระดับยี่สิบแปด”

เฟิร์สตอบแทนรันมะที่นิ่งมองอยู่

            “อยู่กันเป็นร้อย ทำไงถึงจะจัดการมันได้แบบทีเดียวหมดนะ”

รันมะเปรยกับตัวเอง ลูกตากลอกไปมาเหมือนกำลังใช้ความคิด เฟิร์สได้ยินก็สำลัก

            “เอาแบบทีเดียวหมดฝูงเลยเหรอพี่ ผมว่าค่อย ๆ สอยมาลงมาทีละตัวดีกว่า เลือกเอาตัวที่อยู่ริม ๆ หน่อย ไอ้พวกตรงกลางจะได้ไม่ตื่น”

เด็กหนุ่มเสนอวิธี แต่รันมะไม่เห็นด้วย

            “ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เพราะเราไม่รู้ว่าประสาทสัมผัสการรับรู้ของมันดีแค่ไหน บางทีสะกิดนิดเดียว มันอาจจะแตกตื่นยกพวกมารุมเราก็ได้”

กล่าวจบ รันมะก็ออกเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบด้วยวิสัยของนายทหารผู้ชำนาญงานสงคราม ด้านหน้าผานั้นยาวประมาณเกือบร้อยเมตร ถัดไปเป็นเชิงเขาลาดลง ลักษณะภูเขานั้นคือ ทางลาดด้านเดียวและเป็นหน้าผาเสียสามด้าน โดยด้านซ้ายขวานั้น เป็นผาค่อย ๆ ลดระดับลงเรื่อย ๆ แต่บริเวณทีนกอินทรีค้างคาวอาศัยอยู่นั้นเป็นทางด้านตรงข้ามกับทางลาด หลังจากที่ปรึกษากันอยู่ครู่ใหญ่ ทั้งหมดก็เห็นพ้องต้องกันว่า แทบไม่มีทางที่จะโจมตีเพียงครั้งเดียวอย่างที่รันมะคิดแต่แรกได้

            “เฟิร์ส นายรู้จักพวกสมุนไพรที่ใช้ได้ในเกมหรือเปล่า”

รันมะถาม หลังจากนั่งคิดหาวิธีอยู่เกือบสิบนาที

            “ไม่ครับ แต่เคยมีคนบอกว่ามีสมุนไพรที่ใช้ได้จริงอยู่ แต่ผมไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้มากนัก อีกอย่างก็เพราะไม่รู้จะไปหาตำราสมุนไพรมาจากไหน”

เฟิร์สตอบอย่างจนปัญญา รันมะยิ้มกว้างพลางเปิดหน้าต่างสัมภาระแล้วหยิบหนังสือปกสันเล่มหนาหน้าปกหนัง สภาพเก่าแก่เล่มหนึ่งออกมา 

            “อะไรน่ะพี่อย่าบอกนะว่าตำราสมุนไพร”

รันมะพยักหน้า ยื่นหนังสือให้เฟิร์ส เด็กหนุ่มตาโตรีบรับไปเปิดดูอย่างสนใจ

            “โหย  พี่ไปเอามาจากไหนเนี่ย ผมเคยหาซื้อตามร้านค้าก็ไม่มี”

            “พี่ซื้อต่อมาจาก NPC คนหนึ่ง จริง ๆ ต้องบอกว่าได้มาฟรี ๆ เลยมากกว่า เพราะเจ้าของให้มาตอนพี่ซื้อของจากเขา  ที่โรงเตี๊ยมในเมืองน่ะ พ่อครัวที่โรงเตี๊ยม คุยกันถูกคอตอนพี่ไปซื้อน้ำจิ้ม พอถามสูตร แกเลยยกหนังสือให้ บอกว่า เอาไปศึกษาดู จริง ๆ พี่ก็ไม่ได้สนใจมันหรอก ไม่ได้เปิดอ่านเลยด้วยซ้ำ” รันมะเล่าเหตุการณ์ตอนที่เขาเข้าไปขอแบ่งเครื่องปรุงอาหารจากโรงเตี๊ยมให้เด็กหนุ่มฟังคร่าว ๆ โดยข้ามขั้นตอนที่เขาได้หนังสือไป เฟิร์สเองก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมาก เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเปิดหนังสือนั้นดูด้วยความตื่นเต้น

            “โห นี่มันบอกรายละเอียดของสมุนไพรต่าง ๆ ชัดเจนเลยนะพี่นี่ ๆ ขนาดไอ้ต้นหญ้าที่เราไม่สนใจมันยังเป็นสมุนไพร ดูสิ ใช้ถอนพิษของสัตว์อสูรผึ้ง”

เด็กหนุ่มชี้ให้ดูรูปของต้นหญ้าชนิดหนึ่ง ที่พบเห็นได้ทั่ว ๆ ไป   รันมะแย่งมาดูเสียเอง พลิกเปิดไล่ดูข้อมูลของสมุนไพรแต่ละชนิดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาหยุดที่สมุนไพรรูปหนึ่ง มีลักษณะเป็นต้นสูงคล้ายต้นอ้อย ลำต้นกับใบสีแดงก่ำ มีข้อปล้องแบบอ้อยชัดเจน

            “ต้นเทียมสวรรค์  หืมชื่อเพราะเชียวนะ สรรพคุณ ใช้เป็นยานอนหลับอย่างแรง  เมื่อผสมกับกระเทียมป่า เป็นไปได้ยังไงวะเนี่ย กระเทียมเนี่ยนะ”

รันมะบ่นกับตัวเองพลางหรี่ตาลงอย่างไม่เชื่อถือแล้วยื่นหนังสือไปให้เฟิร์สดู เด็กหนุ่มอ่านรายละเอียดของสมุนไพรอีกครั้ง

            “ต้นเทียมสวรรค์ ผ่าครึ่ง เผารวมกับกระเทียมป่า จะได้ยานอนหลับอย่างแรง เพียงได้กลิ่นเล็กน้อยก็จะหลับไปและฝันดีราวกับขึ้นสวรรค์  แหม่ ใครนะเขียนตำรานี่คงรู้ลึกจริง ๆ” เฟิร์สอ่านไปยิ้มไป

“ส่วนวิธีแก้พิษ ใช้รากต้นเทียมสวรรค์ บดกับเหล้า ดื่มเพียงหนึ่งอึก ป้องกันพิษได้สามชั่วโมง สุดยอดจริง ๆ”

พออ่านถึงตอนนี้ สมองของเด็กหนุ่มก็แล่นกระฉูด ดวงตาแวววาวด้วยความตื่นเต้นยินดี

 “รมควันให้มันหลับ แล้วก็เก็บที่ละตัว งานนี้ผมกับพี่ เลเวลกระฉูดแน่  อ้าว เดี๋ยว ๆ มีปล.ด้วย สามารถใช้ได้กับสัตว์อสูรขนาดเล็ก และกับผู้เล่นเท่านั้น ไม่เป็นไรหรอกมั้ง อินทรีค้างคาวมันก็ตัวเล็กนิดเดียว”

“แล้วเราจะไปหามาจากไหนละ ไอ้ต้นหญ้าเทียมที่ว่าเนี่ย แต่กระเทียมป่าหนูเห็นอยู่ตรงโค้งนู้นเห็นขึ้นอยู่เป็นดงเลย”

โมลิ ที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง รันมะนั่งกัดปากนึกอยู่ครู่ใหญ่ก็ดีดนิ้วเป๊าะ โมลิกับเฟิร์สหันมามองแทบจะพร้อม ๆ กัน

            “โมจำตอนที่พี่พาเดินลัดออกนอกเส้นทางตอนขากลับมานี่ได้ไหม ถ้าจำไม่ผิด  ไอ้ต้นที่พี่แหวกออกน่าจะเป็นต้นเทียมสวรรค์นี่แหละลักษณะรูปพรรณเหมือนที่หนังอธิบายไว้เลย เพียงแต่มันยังเล็กอยู่”

รันมะบอก  โมลิเบิกตากว้าง

            “จริงด้วย  หนูจำได้แล้ว แต่มันต้นแค่เอวเองนะ  ในรูปดูมันจะต้นใหญ่มาก หรือจะคนละพันธุ์กันหรือเปล่า”

            “ไม่ลองก็ไม่รู้ เอาล่ะเดี๋ยวพี่มา เฟิร์สกับโมลิช่วยกันหากระเทียมป่าให้พี่หน่อย”

ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืน ดาบเหล็กนิลที่สะพายอยู่ถูกปลดมาถือไว้  รันมะออกเดินย้อนไปตามทางเดิม แต่ก็หยุดนิ่ง หันมองทิศรอบๆ แล้วก็ตัดสินใจเดินลัดทางทันที  อาศัยที่เคยเรียนวิชาแผนที่ทหาร ประกอบกับความเชี่ยวชาญ จึงสามารถกำหนดทิศที่จะเดินได้อย่างแม่นยำ   คราวนี้เพียงสิบนาที ก็มาถึงบริเวณทางแยก ที่มีต้นเทียมสวรรค์ขึ้นอยู่  รันมะไม่รอช้า  ลงมือตัดเอาต้นเทียมสวรรค์มาหลายสิบต้น  ลักษณะของมันขึ้นเป็นกอๆ กอละสี่ห้าต้นเหมือนอ้อยไม่ผิดเพี้ยน  โดยไม่ลืมขุดเอารากของมันมาด้วย เมื่อกลับมาถึงหน้าผานกอินทรีค้างคาว พบว่า เฟิร์สกับโมลิ  ช่วยกันเก็บกระเทียมป่ามาได้หลายต้น  โดยมัดไว้เป็นมัดหลายมัด

            “ได้ไหม  พี่รัน ต้นเทียมสวรรค์น่ะ”

ชายหนุ่มเปิดหน้าต่างเก็บของ เลือกต้นเทียมสวรรค์ออกมาทั้งหมดโยนลงไปตรงหน้า  เฟิร์สคว้าไปดูต้นหนึ่ง

            “ยังกับต้นอ้อยเลยนะพี่  นี่ถ้าหวานนะ  ผมว่าอ้อยชัด ๆ”

รันมะเปิดตำราสมุนไพรออกอีกครั้ง

            “ต้นเทียมสวรรค์แบ่งเป็นท่อน ๆ ประมาณหนึ่งฟุต ผ่าครึ่ง สิบท่อน  กับหัวต้นกระเทียมป่าสิบหัว เผาแล้วจะได้ควันที่มีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอย่างแรง ”

รันมะอ่านแล้วก็เริ่มลงมือตัดต้นเทียมสวรรค์ออกเป็นท่อนๆ ผ่าครึ่ง  วางเรียง ๆ กันไว้ 

            “เอาไงดี  เราต้องดูทางลมให้ดี ๆ นะเนี่ย  ดีไม่ดี ควันไปทางอื่นหมด  จบกัน”

เฟิร์สกล่าวขึ้นอย่างวิตก

            “ไม่ต้องห่วง  มากับพี่รัน  สบายไปแปดอย่าง  ฮ่า ๆ  เฟิร์สไปหากิ่งไม้แห้งมาเตรียมไว้ดีกว่า พี่จะก่อไฟซักสามกอง เอาให้ร่วงให้หมดผานี่เลย”

รันมะพูด พลางหัวเราะ ดวงตาฉายแววครึกครื้น  มือก็หยิบเอารากต้นเทียมสวรรค์ขึ้นมา ใส่ลงไปในครก ส่งไปให้โมลิ ที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เป็นคนตำ  เฟิร์สหัวเราะตามแล้วรวบรวมกิ่งไม้แห้งที่พอจะหาได้ในบริเวณนั้น มากองรวม ๆ กันไว้  รันมะ เทเหล้าที่ซื้อมาลงในครก คนให้เข้ากัน แล้วตักใส่ถ้วยไว้  แล้วก็ลุกขึ้นไปช่วยเฟิร์สตั้งฟืน  โดยกองไว้เป็นกอง ๆ รันมะยืนสำรวจทางลมอยู่พักใหญ่ ก็ชี้จุดที่จะก่อไฟ โดยแบ่งออกเป็นสามกอง

            “เอาหละ เราจะรับผิดชอบกันคนละกอง  พอพี่ให้สัญญาณ ก็จุดพร้อมๆกัน จุดเสร็จแล้วก็มารวมกันตรงนี้นะ”

รันมะเอ่ยสั่ง เฟิร์สกับโมลิรับคำ ทำท่าจะแยกย้ายกันออกไป

            “เดี๋ยว”

ทั้งสองชะงัก  หันกลับมา  รันมะยื่นถ้วยใส่น้ำรากต้นเทียมสวรรค์ผสมกับเหล้าให้  เฟิร์สยิ้มแห้งๆ  รับไปดมๆ พอรันมะพยักหน้าให้ ก็ดื่มไปอึกหนึ่ง  สีหน้าเหยเก

            “ไม่ไหว  ขมปี๋เลย”

เฟิร์สส่งถ้วยไปให้โมลิต่อ  เด็กสาวรับไปดื่มแล้วก็มีสีหน้าไม่ต่างจากเฟิร์สมากนัก แล้วก็ส่งถ้วยคืนมาให้รันมะ ชายหนุ่ม รับมา ยกขึ้นดื่ม  รสชาติขมจัดจนรู้สึกหวานในคอ

            “รู้สึกคึกคักยังไงก็ไม่รู้สิ  ตอนนี้ให้ผมวิ่งรอบเขานี่ซักร้อยรอบ ผมก็วิ่งได้”

เฟิร์สว่า บิดคอของตัวเองไปมา เสียงดังกร๊อบ ทำท่าทำทางฟิต

            “อย่าลืม จุดเสร็จแล้วมารวมกันที่นี่  แล้วก็อย่าจุดจนกว่าพี่จะให้สัญญาณ”

ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันออกไป  รันมะอยู่กองตรงกลาง สามารถมองเห็นทั้งเฟิร์สและโมลิได้อย่างชัดเจน โมลิยกมือขึ้นแสดงว่าพร้อมแล้ว  รันมะหันไปทางเฟิร์ส  เด็กหนุ่มโบกมือให้  ชายหนุ่มหยิบไม้ขีดออกมาก่อนจะยกดาบในมือขึ้นสูง วาดลงเป็นสัญญาณแล้วจึงลงมือจุดไม้ขีดจ่อลนเข้ากับกองไฟ เพียงสัมผัสกับเปลวไฟ  ต้นเทียมสวรรค์ก็ลุกติดไฟราวกับราดน้ำมันไว้  ควันสีเขียวโชยขึ้น รันมะออกวิ่งกลับมายังจุดที่ตกลงกันไว้  เมื่อมาถึง เฟิร์สยืนรออยู่ก่อนแล้ว ส่วนโมลิเดินเข้ามาสมทบหลังรันมะ

            “เอาล่ะ  มาดูกัน ว่ามันจะได้ผลหรือเปล่า ถ้ามันไม่หลับเราก็เสร็จ”

สายตาสามคู่จ้องไปยังหน้าผา  ควันเขียวจากกองไฟ ลอยสูงขึ้นลมบาง ๆ พัดให้ควันกระจายกันออกจนทั่วทั้งหน้าผา สัตว์อสูรอินทรีค้างคาวขยับตัวครึก ๆ  ทั้งสามคนมองอย่างลุ้นระทึก

 

*** ย้ำอีกครั้งนะครับ ตอนเก่า ๆ อ่านไม่ได้เพราะผมปิดรีไรท์นะคร้าบบบบบบ

           

 

 

 

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 274 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5370 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 07:46
    ขอบคุณครับ
    #5370
    0
  2. #5092 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 15:19
    ถ้าไรท์ปรับให้รันมะ ลดความโลลิค่อน ลงได้จะดีมากกกก ครับ
    #5092
    1
  3. วันที่ 22 เมษายน 2561 / 03:36
    เนื้อเรื่องดำเนินไปแบบเรื่อยๆเอื่อยๆ และไม่มีฉากตื่นเต้นหรือฉากอะไรใหม่ๆนอกจากชีวิตประจำวันอันแสนดาษดื่น ขอโทษนะครับไรท์พอดีมันไม่แปลกจากที่เคยอ่านๆมเท่าไหร่

    ผมยอมรับนะว่าการบรรยายของไรท์ดีมาก แต่เรื้อเรื่องมันธรรมดาไปหน่อย ถ้าเป็นผมตอนยังเด็กๆมาอ่านก็พอจะสนุดอยู่หรอกมั้ง พอโตขึ้นอ่านนิยายมาพอสมควร พอเจออะไรที่มันคล้ายกันรึเดินเรื่องเหมือนกันมันรู้สึกเฉยๆ (มองรวมๆนะ)

    บางเรื่องนะครับ การบรรยายดูกลางๆพออ่านได้ แต่เนื้อหาของเรื่องสนุกและตื่นเต้นมากๆมีเรื่องให้ลุ้นให้ตื่นเต้นมีฉากเท่ๆให้เร้าใจ ถึงการบรรยายจะติดขัดไปบ้างแต่รวมแล้วมันโอเค

    -คุณพระเอกของเราเนี้ยะ.... มันนิสัยเหมือนเด็กอ่ะครับ คือ มีอะไรบอกเพื่อนหมดเปิดหมดไส้หมดพุง เหมือนวัยใสมากกว่าวัยฉกรรจ์ที่ผ่านอะไรมามากมาย ถ้าสมมุตินะ พระเอกเกิดและโตมาในกองทัพ รู้จักแต่การฆ่า โอเคพอเข้าใจว่าทำไมมันถึงบื้อๆ

    ผมยังไม่รู้จักมันมากพอ-คุณพระเอก ไว้อ่านไปสักพักจะมาชำแหละมันใหม่ ไอ่บื้อ! จะรอดูชมความแปลกใหม่และเอกลักษณ์สเน่ห์ของเรื่องนี้ครับ


    ปล.ที่พิมพ์มายาวๆนี่คือผมสนใจนิยายไรท์นะไม่ใช่สักแต่จะพิมพ์ๆ
    #5035
    0
  4. #4858 srawutfluk (@srawutfluk) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 05:28
    เก็บจิตไร้ลักษณ์เอาไว้นะให้มีไพ่ตายบ้างเห็นมี100อวด100ตลอดจะเก็บเป็นความลับได้กี่ตอน
    #4858
    0
  5. #4296 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 15:17
    นางเป็นใคร
    #4296
    0
  6. #3247 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 00:10
    หือ  ??
    #3247
    0
  7. #3188 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 01:45
    งานเข้า!
    #3188
    0
  8. #2998 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 01:03
    เดาผิดไปนิดได้อัญมณีธาตุสายฟ้า คิดว่าจะได้ธาตุน้ำซะอีก ..
    พี่สาวนายหนึ่ง คุณพยาบาลแน่ๆ เลย
    #2998
    0
  9. วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 15:21
    สนุกคับ หุ หุ หุ หุ
    #2866
    0
  10. #2783 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 22:01
    หนุกหนานๆ
    #2783
    0
  11. #2252 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 15:35
    พี่สาวของหนึ่งเป็นใครนะ
    #2252
    0
  12. #1465 Wibbie (@wibbie) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 / 04:47
    ได้รับ วิชา กรุณาตั้งชื่อค่ะ > ได้รับ วิชา..... กรุณาตั้งชื่อค่ะ 
    ขอแสดงความยินดี ระบบได้ทำการ > ขอแสดงความยินดีด้วย ระบบได้ทำการ
    เต็มไปด้วยเขม่าจาสายฟ้าอันรุนแรง > เต็มไปด้วยเขม่าจากสายฟ้าอันรุนแรง
    เลยคิดจะจับใว้อีกคนหนึ่ง > เลยคิดจะจับไว้อีกคนหนึ่ง
    ศรีษะพาดกับตักของเขาแทนหมอน > ศีรษะพาดกับตักของเขาแทนหมอน
    ได้เพียงสิบเปอร์เซ็นต์ของพลังจริง > ได้เพียงสิบเปอร์เซ็นต์ของพลังที่แท้จริง
    ทีมแพทย์ต่างพากันเดนออกมาจากห้องฉุกเฉิน > ทีมแพทย์ต่างพากันเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
     
    ขออภัยนะครับ บทสนทนาไม่เหมาะกับวิชาชีพแพทย์...
    ถึงแพทย์จะพูดกันว่าโอกาสรอดยาก ก็จะไม่พูดด้วยประโยคที่เป็นแง่ลบขนาดนี้
    ถึงแม้ว่าทุกคนที่ฟังจะเป็นแพทย์ และเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันหมด...
     
    เขาสาบานกับตัวเองว่า ในใจนึกแค้นตนเอง > ????? อ่านแล้วสับสน ???
    รันม่ากระพริบตาถี่ๆ > รันม่ากะพริบตาถี่ๆ
    ก่อนแตะฝ่ามือลงบนหน้าผากขอเด็กสาว > ก่อนแตะฝ่ามือลงบนหน้าผากของเด็กสาว
    ผ่านมือถ่ายเข้าสู้ร่างของโมลิ > ผ่านมือถ่ายเข้าสู่ร่างของโมลิ
    เมื่อยกฝ่ามือขึ้นจากหน้าผากเธอ > เมื่อยกฝ่ามือขึ้นจากหน้าผากของเธอ
    แล้วเมื่อกี้มันไม่ใช้พลังปราณธาตุสายฟ้า > แล้วเมื่อกี้มันไม่ใช่พลังปราณธาตุสายฟ้า
     
    สับสนทำไมระบบรู้จักชื่อปราณไร้ลักษณ์ได้ ไม่ต้องตั้งชื่อให้?
     
    ทำยังไงถึงฆ่าใอ้ปูยักษ์นั่นได้คะ > ทำยังไงถึงฆ่าปูยักษ์นั่นได้คะ
    รันม่าหยิบเนื้อควายที่เหลือที่หมักเกลือไว้ > รันม่าหยิบเนื้อควายหมักเกลือที่เหลือ
    เสียงกระดูกลั่นดังกร้อบ > เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ
    หอมเชียว > หอมเทียว
    เดินตรงเข้ามาหาที่รันม่ากับโมลินั่งอยู่ > เดินตรงเข้ามาหารันม่ากับโมลิที่นั่งอยู่
     
    เสียงปลายสายดูจะเป็น... > ??? ย่อหน้านี้วรรคตอนอักเสษ ???
    รันม่ามอง ความคิดหนึ่งก็วูบเข้ามาในหัว > ??? อ่านไม่เข้าใจ ???
     
    Deluxxer Hotel > ผิดหลักการสะกดคำ Deluxer Hotel 
    #1465
    0
  13. #900 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 11:36
    มันส์อีกแล้วว ประจัญบาน. ให้เฮียชุนจักการเลย
    #900
    0
  14. วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 12:40
    เอาความสามารถจากโลกจริงมาใช้ได้ด้วยเหรอเนี่ย
    #714
    0
  15. #609 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 18:31
    ปราณจากโลกจริง  ว้าววววววววววว
    #609
    0
  16. #520 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 16:01
    แล้วพลังสายตระกูลทางพ่อละ เป็นยังไง ต้องได้รับถ่ายทอดด้วยนะ
    #520
    0
  17. #424 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:37
    มีผู้หญิงอีกคนแล้ว?
    #424
    0
  18. #183 สายลมพลิ้ว (@palmzawa1) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 / 20:52
    อ๋ออ อย่างงี้นี่เอง
    #183
    0
  19. #104 pppp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2555 / 11:17
    สนุกค่ะ รออ่านต่ออยู่นะค่ะ
    #104
    0
  20. #96 นักอ่านโลเล (@titeeza123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2555 / 04:46
    ขอบคุณมากเลยครับ พี่

    อิอิ
    #96
    0
  21. #95 mint26958 (@mint26958) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2555 / 18:37
    อ้าวผู้หญิงคนนั้นพี่หนึ่งเหรอ
    #95
    0
  22. #94 shadow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2555 / 12:56
    จ้า น่าสนจายยยยย...
    #94
    0
  23. #93 ไอราวัณ (@0868832153) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2555 / 22:18
     ลงให้เเล้วนะครับ  เพิ่งกลับมาถึงตอนเช้า  เหนื่อย เพลียมาก  ขอนอนก่อนละครับ  งืม  เเจ๊บๆ

    -------------------------------------------------------------------------

    อ้อ  ตอนนี้ผู้เขียนกะลังติดเกม Yulgang อย่างหนัก เล่นเซิฟใหม่ครับ ใครเล่นเจอก็ทักกันได้นะครับ ชื่อในเกม
    "อรัญย์" ครับ
    #93
    0