พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 25 : [ภาคกำเนิดจอมสลัด] ตอนที่ 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    6 ก.พ. 61

   24

เมื่อทั้งคู่ก้าวมายืนอยู่ส่วนด้านบนสุดของชานน้ำพุ  รันมะกับโมลิหันกลับไปมอง การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายรุนแรงกว่าที่คิด  บรรดาเกมเมอร์มุงแตกฮือออก ชายหญิงที่แต่งชุดเหมือนผู้เล่นมือใหม่ แต่กลับมีฝีมือเก่งกาจจนน่าเหลือเชื่อ  ทั้งสองฝ่ายควงอาวุธเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ฝ่ายแรกมีจำนวนเยอะกว่าราวสิบคน แต่ฝ่ายที่สองแม้มีเพียงสองคนก็สู้ได้อย่างน่าชม โดยเฉพาะหญิงสาว ดูเหมือนจะเป็นยอดฝีมือ ฝ่ายรุกเกือบเจ็ดคนรุมล้อมอยู่รอบตัวเธอ แต่ไม่สามารถเข้าถึงตัวหญิงสาวได้ ดาบคู่ในมือเธอควงปัดป้องอย่างรวดเร็วและรุนแรง ออร่าพลังจิตธาตุลมสีเขียวฟุ้งกระจายออกมารอบ ๆ ตัว ใบดาบที่แฝงพลังจิต ตวัดซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว ฝ่ายรุกมีจำนวนมากกว่า  เมื่อเห็นว่าการโจมตีธรรมดาไม่สามารถจัดการกับหญิงสาวได้ ก็ขยับวงต่อสู้ออกกว้างขึ้น

ชายในชุดคลุมสีน้ำตาลกับสีดำสองคนจับมือกัน  ออร่าสีแดงกับสีน้ำเงินพลันพุ่งออกมาจากหอกสั้นในมือของทั้งคู่ ก่อนจะบิดรวมกันเป็นเกลียว ธาตุไฟกับธาตุน้ำรวมเข้าด้วยกันอย่างน่าดูแล้วพลันแตกกระจายออกเป็นเส้นเล็ก ๆ พลังจิตสองธาตุบิดรวมกันเป็นเกลียวจำนวนมากพุ่งสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า มันแตกออกเป็นเส้นสายเล็ก ๆ อ้อมปกคลุมเป็นโดมครอบบริเวณที่ต่อสู้กันในรัศมีไม่กว้างนัก

“กรงวารีเพลิง”

“สุดยอดจริง ๆ ที่จะทำแบบนี้ได้มีแต่นักเวทย์ระดับสูงของอสรพิษราชันเท่านั้น”

“แล้วพรรคอสรพิษราชันมาทำอะไรที่มิดแลนด์เนี่ย”

“นั่นสิ  สองคนนั้นเป็นใครกัน ถึงขนาดมือดีของอสรพิษราชันต้องมาเอง”

            เสียงเหล่าเกมเมอร์มุงพูดคุยกันเองดังจ้อกแจ้กไปทั่ว  เมื่อเห็นท่าพิเศษที่ฝ่ายรุกใช้ออกมา แต่แล้วก็ต้องเงียบลง  เมื่อหญิงสาวที่อยู่ด้านในหยุดเคลื่อนไหว ดาบทรงไทยสองมือ ตวัดไขว้กันไว้ด้านหน้า ออร่าจิตสีเขียวเข้มแผ่กระจายออกมาอย่างไม่หยุด  ดูเหมือนจะเปล่งรัศมีแรงกล้ากว่าเดิมเสียอีก 

ฝ่ายคนของพรรคอสรพิษราชันทั้งแปดคนก็พากันนิ่ง ในจังหวะนี้ รันมะรู้ดีว่าทั้งสองฝ่ายกำลังชิงความได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่  โดยวัดกันที่ความอดทน  ว่าฝ่ายใดจะขยับก่อน  และหากผิดท่า จะตกเป็นรองอีกฝ่ายทันที  ในการต่อสู้ลักษณะนี้ จะคล้ายกับการดวลกันของซามูไรชาวญี่ปุ่นในสมัยโบราณ ที่ตัดสินผลแพ้ชนะกันในดาบเดียว ทั้งสองฝ่ายจะเพ่งสมาธิและข่มขวัญอีกฝ่าย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพลาดท่าเสียทีสมาธิหลุด หรือวอกแวก อีกฝ่ายจะฉวยโอกาสลงมือ และจะตัดสินกันภายในการจู่โจมเพียงครั้งเดียว

            ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังชิงจังหวะลงมือกันอยู่นั่นเอง ชายหนุ่มอีกคน ที่มากับหญิงสาวดูเหมือนระดับยังไม่สูงมากนัก พอถูกคนจากพรรคอสรพิษราชันเพียงสามคนช่วยกันรุมกินโต๊ะก็พลาดท่าล้มลง หนึ่งในสามตวัดดาบเล่มยาวในมือที่อาบไว้ด้วยพลังจิตธาตุไฟจ่อเข้าที่คออย่างรวดเร็ว อีกสองคนเหยียบแขนแต่ละข้างเอาไว้ หญิงสาวพลันเสียจังหวะ เมื่อสมาธิหลุด คนของพรรคอสรพิษราชันก็ถือโอกาสเข้าจู่โจมทันที คราวนี้ไม่ใช่การโจมตีธรรมดา ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของทั้งแปดล้วนสอดคล้องประสานกันได้อย่างไม่มีที่ติ ทักษะพิเศษที่ถูกใช้ออกมาก็ช่วยหนุนส่งเสริมซึ่งกันและกัน หญิงสาวที่ตกอยู่ภายในวงล้อมก็ไม่น้อยหน้า ดาบคู่หมุนควงราวจักรผันเห็นเพียงแสงสีเขียวหมุนวนอยู่รอบ ๆ ตัวเธอ คล้ายเป็นเกราะคุ้มภัยอย่างดี ไม่มีดาบยาวในมือของฝ่ายรุกคนใดจะสามารถฝ่าแนวป้องกันเข้าไปได้ 

            นักเวททั้งสอง เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนไม่สามารถทำอะไรหญิงสาวได้ นักเวทย์ธาตุน้ำก็ยกหอกสั้นในมือ ร่ายเวทเพิ่มความสามารถให้กับเพื่อน ๆ ของตนทันที  ฝ่ายนักเวทธาตุไฟก็ร่ายเวทลดความสามารถใส่หญิงสาว แสงสีแดงสดพุ่งผ่านกงจักรสีเขียวเข้าไปอย่างง่ายได้ แต่ทันทีที่มันสัมผัสกับร่างของหญิงสาว กลับสะท้อนออกมา เวทคำสาปพุ่งย้อนเข้าใส่นักเวทธาตุไฟอย่างรวดเร็ว แต่มีหรือที่หมองูจะตายเพราะงู เพียงยกหอกสั้นในมือขึ้นรับ แสงสีแดงสดก็พลันแตกกระจายออกหายไป

            “บัดซบ มันมีทักษะป้องกันดีบัฟ”

            เสียงนักเวทธาตุไฟสบถออกมาอย่างหงุดหงิด

***(ดีบัฟก็คือวิชาที่มีไว้สำหรับลดความสามารถ เปรียบได้กับคำสาปนั่นเอง หากบัฟคือวิชาที่จะช่วยเพิ่มความสามารถ  ดีบัฟจะเป็นวิชาตรงกันข้าม เช่น ลดพลังโจมตีและพลังป้องกันของเป้าหมายลงเป็นต้น)

            นักเวททั้งสองรู้ดีว่าการโจมตีของพวกตนไม่สามารถจะผ่านกงจักรธาตุลมเข้าไปได้  มีแต่จะสะท้อนออกมาทำร้ายเพื่อน ๆ ของตนก็เปลี่ยนมาร่ายเวทเสริมแทน โดยคอยเสริมในจังหวะปะทะของแต่ละคน หญิงสาวเริ่มต่อสู้ด้วยความลำบากใจ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการโจมตีใดผ่านดาบคู่ในมือที่ควงอยู่รอบกายเข้ามาได้ แต่ก็ไม่สามารถจะจู่โจมกลับได้เช่นกัน เพราะหากพลาดเพียงนิดเดียว ฝ่ายรุกที่รอเวลาจู่โจมอยู่จะได้โอกาสเข้าถึงตัวทันที เธอรู้ดีว่านักรบแห่งพรรคอสรพิษราชันนั้น  ถนัดการต่อสู้เป็นทีมเพียงใด หากทีมยังอยู่ครบ แม้จะเป็นยอดฝีมือมาจากไหนก็ยังต้องคิดหนัก

            “พี่รัน  ไม่ช่วยเขาหน่อยเหรอคะ ดูท่าจะแย่แล้วนะ”

            โมลิกระซิบเบา ๆ  สีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อเห็นนักรบจากพรรคอสรพิษราชันเริ่มต้อนหญิงสาวให้ออกจากถนนแคบ ๆมายังลานกว้างของน้ำพุอย่างช้า ๆ

            “เธอรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นมายังไง พี่ว่าทางที่ดีเราอย่าเข้าไปยุ่งดีกว่า หากลงมือไปอาจจะนำความยุ่งยากมาให้เราก็ได้  เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของพรรคใหญ่ สังเกตเอาว่าไอ้พวกที่มุง ๆ กันอยู่ไม่มีใครเข้าไปสอดเลยสักคน”

            ชายหนุ่มตอบช้า ๆ ตาจับไปที่หญิงสาวกลางวงล้อมอย่างพินิจพิจารณา

            “หนูว่า  ไอ้พวกที่เข้ามารุมเขาก่อนแบบนี้ แถมยังมาก่อการเอาในเมืองอีกคงไม่ใช่คนดีหรอก  มันโจรชัด ๆ  อีกฝ่ายมีแค่สองคน แถมสองในหนึ่งยังเป็นผู้หญิงอีก”

            โมลิกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นัก รันมะหัวเราะหึ ๆ ในลำคออย่างแผ่วเบา แต่เด็กสาวกลับได้ยิน เพียงเสียงหัวเราะก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบ เมื่อชำเลืองมามองหน้าชายหนุ่ม ก็เห็นแววตาที่สงบนิ่งทอดจ้องมองไปยังการต่อสู้  มุมปากกระตุกเบา ๆ คล้ายจะยิ้มออกมา

            “บ่นเป็นคนแก่เลยนะ  โม”

            ชายหนุ่มกล่าวปนหัวเราะก่อนจะสงบจิต รวบรวมจิตไร้ลักษณ์มาไว้ที่ปลายนิ้วชี้ขวา พลังจิตไร้ลักษณ์หมุนวนรอบนิ้วเร็วขึ้นเรื่อย ๆ  รันมะหน่วงเวลาไว้เพื่อให้ทักษะแสดงผลออกมาสูงสุด

            “โม ลองคิดดูว่าถ้าเราจะจู่โจมตอนนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้น ถ้าหากมีโอกาสเพียงครั้งเดียว เราควรจะเลือกโจมตีใครถึงจะสามารถช่วยเธอได้”

            รันมะถามขึ้นเรียบ ๆ เด็กสาวหันมามองหน้าเขา เมื่อเห็นเขาพยักหน้าให้เป็นเชิงว่าให้ตอบก็หันกลับไปมองดูการต่อสู้อีกครั้งก่อนจะเอ่ยช้า ๆ อย่างครุ่นคิด

            “ถ้าเป็นหนู ในจังหวะนี้หนูจะเลือกโจมตีสองนักเวทนั้น เพราะเท่าที่สังเกตดู ก่อนที่สองนักเวทย์จะลงมือ พวกนักดาบทั้งแปดคนยังไม่สามารถไล่ต้อนเธอได้ แต่พอนักเวทนั้นเข้ามาเสริม การต่อสู้ก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าเธอจะแกว่งขึ้นเล็กน้อยเพราะนักเวทสองคนนั้น ถูกไหมคะ”

            รันมะยิ้มเย็น มือซ้ายยกขึ้นแตะไหล่เล็ก ๆ ของเด็กสาว

            “ตามตำรา หากจะโจมตีให้ได้ผลมากที่สุด เราต้องเลือกโจมตีคนที่มีความสำคัญต่อทีมที่สุด หรือไม่ก็หัวหน้าหรือตัวขุนของอีกฝ่าย แต่ในกรณีนี้ ทีมนักรบของอสรพิษราชันไม่มีหัวหน้า ทุกคนสู้ด้วยทีมเวิร์คมากกว่าที่จะต้องรับฟังคำสั่ง การต่อสู้ประเภทนี้เราสามารถเลือกเอาคนที่อาจจะไม่มีบทบาทในทีมมาก หากแต่เมื่อลงมือแล้ว จะต้องสามารถทำลายทั้งขวัญ กำลังใจของอีกฝ่าย และสามารถสร้างผลเสียให้ฝ่ายตรงข้ามได้มากที่สุด”

            กล่าวจบ รันมะก็สปริงตัวกระโดดลอยข้ามหัวเหล่าเกมเมอร์มุงไปยังชั้นสองของร้านขายเครื่องประดับที่อยู่ตรงหัวมุมถนนฝั่งหนึ่ง จิตไร้ลักษณ์ช่วยให้เขากระโดดได้ไกลขึ้นมากอีกหลายเท่าตัว เมื่อขึ้นมาอยู่บนหลังคาชั้นสองได้ นิ้วชี้ขวาก็วาดชี้ไปยังนักดาบคนหนึ่งที่กำลังรวบรวมพลังเพื่อใช้ทักษะพิเศษเตรียมเข้าจู่โจมต่อจากเพื่อนร่วมทีม เมื่อเพื่อนถอยออกมา นักดาบสองคน ก็ถลันเข้าโจมตีต่อเนื่องทันที คนหนึ่งหมุนตัวอย่างรวดเร็ว แสงสีดำกระจายอยู่รอบ ๆ ดาบยาว พอครบจังหวะก็ฟาดเข้าไปที่กงจักรสีเขียวทันที  รันมะที่รอโอกาสอยู่แล้วปล่อยกระสุนจิตไร้ลักษณ์ออกไปทันที

            “ดรรชนีไร้ลักษณ์”

            เสียงกระซิบเบา ๆ ดังออกมาจากริมฝีปากของรันมะ นักดาบที่กำลังใช้ทักษะพิเศษฟันลงไป รู้สึกเสียวแปลบที่ต้นคอด้านซ้ายก็สะดุ้งขึ้นสุดตัว วิถีดาบก็เปลี่ยนไปจากเดิมราวสิบองศา นั่นก็เพียงพอแล้ว ทักษะพิเศษที่ใช้ออกไปพลันเบี่ยงออก  กระทบเข้ากับกงจักรสีเขียวแบบเฉี่ยว ๆ ทำให้เกิดการสะท้อนออกมา แสงสีดำลักษณะเป็นแผ่นกลมบางเฉียบขนาดใหญ่ หมุนพุ่งไปยังนักรบสองคนที่อยู่ทางด้านนั้นพอดี หนึ่งในสองหลบได้ทัน  แต่อีกคนจวนตัวเพราะเพิ่งถอยออกมาจากการต่อสู้  ได้แต่ยกดาบยาวในมือขึ้นรับ เมื่อรังสีสีดำกระทบเข้ากับดาบ ร่างนักรบเคราะห์ร้ายก็กระดอนถอยหลัง ซึ่งบ่งบอกถึงพลังทำลายอันร้ายกาจของทักษะนั้น รังสีดาบเมื่อถูกกระทบก็เปลี่ยนทิศไปยังนักรบอีกสองคนที่ยืนเรียงกันมา ทั้งสองคนทิ้งตัวหมอบหลบกับพื้น เป็นเครื่องยืนยันว่าทักษะที่ถูกใช้ออกมารุนแรงเพียงใด รังสีดาบสีดำพุ่งเลยไปกระทบกับเส้นแสงสีแดงกับน้ำเงินที่โอบล้อมอยู่อีกชั้นหนึ่ง  เสียงรังสีทั้งสองปะทะกันดังสนั่น  แสงสีดำ แดง น้ำเงิน แตกกระจายออกโดมที่ครอบอยู่ก็พลันสลายไป 

            นักรบคนแรกที่ถูกรันมะยิงด้วยดรรชนีไร้ลักษณ์เพิ่งจะล้มลงถึงพื้น เลือดแดงสาดกระจายออกมาจากต้นคอ  เมื่อบรรดานักรบจากพรรคอสรพิษราชันเห็นเพื่อนถูกทำร้ายโดยไม่ทราบสาเหตุที่มา แถมยังต้องมาหลบทักษะจากพวกเดียวกันเองวุ่นวาย ขบวนรบก็พลันหยุดชะงัก เพียงเสี้ยววินาทีเดียว หญิงสาวตวาดก้อง ดาบคู่ที่ควงเป็นกงจักรสีเขียวในมือก็เปลี่ยนเป็นแสงสีเขียวรูปดาบหลายร้อยเล่มพริบตาต่อมาพลันกระจายออกเป็นเส้นแสงจำนวนนับร้อยๆสายกระจายออกมาจู่โจมเข้าใส่นักรบแห่งพรรคอสรพิษราชันอย่างดุดัน เมื่อแสงจางลง ก็เหลือแต่เพียงเหล่านักรบที่นอนกลิ้งอยู่ที่พื้น  แต่ละคนเต็มไปด้วยรอยแผลอาบเลือดเต็มไปทั่วทั้งร่าง

            รันมะเห็นเพียงร่างเงากระโจนวูบ ตรงไปยังจุดที่ชายหนุ่มที่เดินมาด้วยกันกับเธอตอนแรก นอนหมดท่าอยู่ นักรบสามคน เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนตัวเอง ก็สบถออกมาอย่างกราดเกรี้ยว แต่ก็รู้สภาพว่าไม่สามารถจะสู้กับหญิงสาวได้  พากันกระโดดหลบออกด้านข้างหายไป หญิงสาวประคองชายหนุ่มขึ้นมาแล้วตวัดขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย ก่อนจะเดินออกไปก็หันกลับมามองยังจุดที่รันมะยืนอยู่ เพียงครู่ที่สบตากัน แม้จะอยู่ในระยะไกล แต่เหมือนสายตานั้นจะยิ้มอย่างขอบคุณ แล้วก็กระทืบเท้าทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

            รันมะพลิ้วกายลงบนพื้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ใครจะทันสังเกต สองนักเวทย์ที่ยืนอยู่นอกวงต่อสู้ หันกลับมามองตามสายตาของหญิงสาวก็พบแต่ความว่างเปล่า  บรรดาเกมเมอร์มุงเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ โมลิวิ่งลิ่วลงมาสมทบกับชายหนุ่ม  เธอยิ้มร่าอย่างยินดี รันมะยกนิ้วขึ้นแตะปากเป็นเชิงห้ามไม่ให้เธอพูดก่อนจะพาเด็กสาวออกเดินห่างจากบริเวณทันที    

            “โห ตอนแรก หนูนึกว่าพี่จะเข้าไปบู๊กับพวกนั้น  ไม่คิดว่าจะลอบโจมตี พี่รันทำได้ไงอ่ะ แค่ชี้นิ้วใส่ก็ลงไปนอน”

            โมลิเอ่ยปากถามทันที เมื่อเห็นว่าห่างออกมาจากจุดปะทะพอสมควรแล้ว รันมะอมยิ้มตาเป็นประกายวิบวับล้อเลียน

            “ไม่เห็นจะยาก พี่ก็แค่แช่งไอ้นั้นว่าให้มันมีอันเป็นไป แค่นั้นเอง ฟ้าดินคงจะลงโทษมัน”

            โมลิทำหน้างอ เมื่อรู้ว่าเขาล้อ

            “แช่งบ้านพี่รันน่ะสิ เลือดพุ่งออกอย่างนั้น ไม่รู้ป่านนี้ตายยัง”

            เมื่อเห็นว่ารันมะไม่ยอมบอก เธอก็ไม่เซ้าซี้แต่อย่างใด เพราะคิดว่าสักวันหนึ่ง  ถ้าอยากจะบอกเขาก็คงบอกเธอเอง  รันมะเองก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านมาหยก ๆ กลับชวนเด็กสาวคุยถึงเรื่องทั่ว ๆ ไปพลางชี้ให้ดูสิ่งของตามร้านรวงต่าง ๆ อย่างสบายอารมณ์

            ทั้งคู่เดินเรื่อยมาจนถึงร้านซ่อมอาวุธ ป้ายบอกชื่อร้านแขวนห้อยเอียงกระเท่เร่อยู่ โซ่ข้างหนึ่งขาดห้อยลงมาเกี่ยวอยู่กับซี่เหล็กที่ยื่นออกมา

            “รับซ่อม-สร้างอาวุธทุกประเภท”

          อือ ทำไม่คราวที่แล้วหนูมองไม่เห็นป้ายร้านนะ

            เสียงโมลิบ่นเบา ๆ ทำให้รันมะฉุกคิดขึ้นมาได้  ใช่คราวที่แล้วเขาเองก็ไม่เห็นป้ายร้าน และดูจากสภาพของป้าย มันน่าจะแขวนอยู่เช่นนี้มานานแสนนานแล้ว ประตูโกโรโกโสเปิดแง้มไว้เพียงบานเดียว  รันมะค่อย ๆ ผลักมันให้เปิดกว้างออก เสียงประตูลั่นเบา ๆ ชายหนุ่มมองกวาดเข้าไปในร้าน  ทุกสิ่งทุกอย่างยังวางอยู่เหมือนเดิม แม้แต่ดินสอที่เขาเองร่างแบบดาบสั้นก็ยังวางอยู่ที่เดิมอย่างไม่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย คงมีแต่เสียงเหล็กกระทบกันเบา ๆ ดังมาจากหลังร้าน

            “ไม่อยู่เหรอคะ”

            เด็กสาวถาม เมื่อก้าวตามเขาเข้ามาในร้าน รันมะแตะที่บ่าโมลิเบา ๆ พยักหน้าไปทางด้านหลังร้าน เสียงเหล็กกระทบกันเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ  รันมะค่อย ๆ ก้าวช้า ๆ อย่างระมัดระวัง  ประตูบานเดี่ยวทำจากไม้โอ๊คบานใหญ่ดูแข็งแรง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปแตะที่ลูกบิดประตูทองเหลือง บิดหมุนแผ่วเบา  เสียงตีเหล็กยังคงดังอย่างต่อเนื่อง  รันมะมองลอดเข้าไปภายใน แสงไฟลอดออกมาจากในห้อง เสียงตีเหล็กดังขึ้น คราวนี้เขาผลักประตูเปิดออกกว้าง กำแพงหินศิลาแลงสะท้อนแสงไฟจากคบไฟที่ปักอยู่ที่ริมผนัง 

            รันมะกำหนดจิตรวบรวมพลังจิตไร้ลักษณ์ แล้วกระจายขอบเขตของจิตออกไป โมลิรู้สึกขนลุก เมื่อเห็นบรรยากาศภายใน  ชายหนุ่มเอื้อมมือมากุมมือเด็กสาวไว้ดึงให้มายืนอยู่เคียงข้างแล้วพาก้าวเดินเข้าไปภายในห้อง  เมื่อเดินพ้นมุมห้องซึ่งเป็นเหลี่ยมหักศอก  สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า คือร่างของชายชราที่นั่งหลังตรง  มือขวากุมค้อนเหล็กขนาดใหญ่ทุบลงไปเป็นจังหวะ เสียงเหล็กกระทบกันเสียงดังใสแหน๋ว เมื่อทั้งคู่ก้าวไปอยู่ในระยะห้าก้าว เสียงแหบห้าวของชายชราก็ดังขึ้น

            “เจ้ามาก่อนเวลา ข้ายังทำให้ไม่เสร็จหรอกนะ”

            รันมะถอนใจ

            “ผมจะต้องออฟไลน์คืนนี้  เลยแวะมาดูเฉย ๆ น่ะครับ จะมาบอกด้วย ว่ากว่าจะได้ออนไลน์ตอนไหนยังไม่แน่นอน”

            ชายหนุ่มปล่อยมือที่กุมมือโมลิออก ก่อนจะเดินอ้อมหลังฟิลซ์ไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม ชายชราหยุดมือแล้วเงยหน้าขึ้นมามอง

            “เล่มนึงข้าตีเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ต่อด้าม วางอยู่มุมโน้น”

            ว่าพลางก็ขยับเหล็กหนีบใบโลหะที่ถูกขึ้นรูปเป็นใบดาบเรียบร้อยแล้ว เวลานี้กำลังถูกตีตรงส่วนคมเพื่อให้แบนออก

            “ข้าใช้วิธีตีแบบโบราณ  ตีครั้งเดียวให้ขึ้นรูปเลย ดาบของเจ้าจะเหนียว แกร่งกว่าอาวุธธรรมดาทั่วไป เหล็กไหลหมื่นปีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้มันอย่างมาก”

            ชายชราอธิบาย  รันมะก้มลงมองลายโลหะอย่างพินิจพิจารณา เนื้อโลหะสีปีกแมลงทับ ทอประกายระยับแม้ยังไม่ได้ขัดเงา เขม่าสีดำยังเปื้อนอยู่เป็นหย่อม ๆ บริเวณส่วนของช่วงกลางใบดาบ เป็นเส้นยาวคล้ายกระจกใสสีน้ำเงินเข้ม

            “นั้นเป็นส่วนที่เหล็กไหลหมื่นปี ผสมกับเนื้อเหล็กเจ็ดชนิด เป็นส่วนสะสมพลังของดาบ”

รันมะลุกขึ้นยืน เดินไปยังมุมห้อง ใบดาบเล่มหนึ่งวางอยู่บนแท่นกลึง ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูน้ำหนักของมันขนาดกำลังพอดี

            “ผมคงต้องออฟไลน์คืนนี้  ยังไงอีกประมาณวันสองวันน่ะครับ ถึงจะมาเอาได้”

            ฟิลซ์หัวเราะ

            “ไม่ต้องห่วงไอ้หนุ่ม ดาบของเอ็งข้าตั้งใจทำที่สุด ข้ารับรองว่าเจ้าต้องชอบใจ”

            พอดีกับสัญญาณเรียกจากระบบสื่อสารดังขึ้น รันมะเปิดดูพบว่าเป็นสายจากเฟิร์สที่เรียกมา

            “ว่าไง เฟิร์ส”

            “พี่รัน พี่อยู่ไหนครับ พวกนั้นกลับมาถึงแล้วนะพี่  ตอนนี้รวมกันอยู่ที่โรงเตี๊ยม”

            “พวกนั้นกินไรกันมาหรือยัง ถ้ายังให้กินก่อนเลยพี่กลับไปถึงจะได้ไปส่งภารกิจกัน”

            “ได้ครับพี่ อ้อพี่รัน เปาบอกว่าให้พี่เช็คของภารกิจ ว่าได้ครบหรือยัง”

            “ครบแล้ว พี่เช็คดูแล้วไว้เจอกันนะ”

            รันมะกดวางสายไปแล้วหันไปพูดกับชายชราช่างตีเหล็กต่อ

            “โอเคนะครับลุง วันสองวัน เดี๋ยวผมจะมาเอา ผมไปก่อนล่ะ เพื่อนเรียกแล้ว”

            ฟิลซ์พยักหน้าแล้วหันกลับไปให้ความสนใจกับงานของตนเองต่อ โมลิกับรันมะเดินคล้อยหลังไปแล้ว  ชายชราจึงเงยหน้าขึ้น  ถอนหายใจออกมา 

            “อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิดสินะ  เฮ้อข้าก็ทำได้แค่นี้ล่ะวะ ไอ้หนุ่มเอ้ย”

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 06:29
    อะไรจะเกิดเหรอลุง ทำไมพูดแค่นั้นล่ะ พูดให้หมดซิคะ
    #5625
    0
  2. #5449 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 23:48

    โมลิเอ้ยยย เห็นอกเห็นใจเกินเอไอละมั้ง

    #5449
    0
  3. #5373 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 09:20
    ขอบคุณครับ
    #5373
    0
  4. #5095 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 16:07
    หนูโมลิ อย่าเปรี้ยวมาก ช่วยตัวเองยังไม่รอดเลย ใจกล้าจะไปช่วยคนอื่น
    #5095
    0
  5. #4625 sing223 (@naj223) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:28
    ขอบคุณครับ
    #4625
    0
  6. #4545 pmtutor (@pmtutor) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:53
    สนุกครับ ชอบมาก ขอบคุณครับ
    #4545
    0
  7. #4411 PAT'ER (@rettap) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 22:38
    ชอบนิยายเรื่องนี้นะ แบบค่อยๆโตไปเรื่อยๆ ไม่เวอร์ดี
    #4411
    0
  8. #3807 Beer Sukrit Papakho (@beerorbie) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 19:22
    พระเอกกระจอกฉิบ
    #3807
    1
    • #3807-1 shadow (จากตอนที่ 25)
      16 พฤษภาคม 2558 / 17:58
      อิอิ แบบนี้เรียกว่าเม้นแบบสิ้นคิด พระเอกเวล 30

      เมิงจะให้มันชนะเทพอสูรเวล 120 เนี่ยนะ ไปหมดละสมอง
      #3807-1
  9. #3249 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 00:38
    งงอย่างเอ๋อ อ่ะ -.-'' ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #3249
    0
  10. #3191 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 02:18
    จะเกิดอะไรล่ะลุง?
    #3191
    0
  11. #3001 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 01:27
    เสียดายอะ ตายเพราะเทพอสูรแบบนี้ ระดับคงลดเยอะ
    #3001
    0
  12. วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 15:51
    สนุกคับ หุ หุ หุ หุ
    #2869
    0
  13. #2786 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 22:52
    หนุกหนานๆ
    #2786
    0
  14. #2255 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 16:00
    พระเอกเรานี่ไม่ธรรมดาจริงๆ
    #2255
    0
  15. #1591 Tawin Chatsomsanga (@kading45) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:34
    น๊อตเป็นหน่วยไมล์ทะเลต่อชม.อยู่แล้วครับ น๊อตต่อชม.เป็นความเร่งครับ
    #1591
    0
  16. #1562 Wibbie (@wibbie) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:59
    ท่ามกลางกลุ่มควันสีเขียวคลุ้ง ที่กระจายฟุ้งตลบไปทั่วหน้าผา > ??? คลุ้ง แปลว่าเหม็น ฟุ้ง แปลว่าหอม ไม่ควรใช้ในประโยคเดียวกัน ???
     
    คราวนี้ ทั้งสามคน ต่างพากัน... > ??? ย่อหน้านี้วรรคตอนอักเสษจนต้องผ่าตัดใหญ่ ???
     
    ทะลวงเข้ากลางออกอย่างดุดัน > ทะลวงเข้ากลางอกอย่างดุดัน 
    หนึ่ง หลังจากที่หมอบลงไปกับพื้น > หลังจากที่หนึ่งหมอบลงไปกับพื้น
    ปะทะเข้ากับเด็กหนุ่มยืนขึ้นพอดี > ปะทะเข้ากับจุดที่เด็กหนุ่มยืนขึ้นพอดี
    กระแทกเข้ากับส่วนหัวของมันเสยสะบัดขึ้น > กระแทกเสยส่วนหัวจนสะบัดขึ้น
    ผิวที่เคยขายเนียน > ผิวที่เคยขาวเนียน ??? ขะ ขายเลยเหรอ T-T ???
    กระพริบเป็นจังหวะ > กะพริบเป็นจังหวะ
    ปักเข้าที่กลางหน้าออกของ > ปักเข้าที่กลางหน้าอกของ
    สิ้นเสียงร้องยาวครั้งสุดท้ายของพญาอินทรีล่าลม ก็ร่วงถลาลง > สิ้นเสียงร้องยาวครั้งสุดท้ายก็ร่วงถลาลง
    ชายหนุ่มวิ่งไปยังยริเวณที่เห็นว่า > ชายหนุ่มวิ่งไปยังบริเวณที่เห็นว่า
    มารอบตัวด้วยสัญชาติระวังภัย > มารอบตัวด้วยสัญชาตญาณระวังภัย
    เขาก็สามารถรับรู้ > เขาจึงสามารถรับรู้
    อีกซักครู่ก็คงจะตายแล้ว > อีกสักครู่ก็คงจะตายแล้ว
    ใอ้ > ทั้งตอน
    ส่วนหนึ่งใว้ที่ปลายนิ้ว > ส่วนหนึ่งไว้ที่ปลายนิ้ว
    เอาล่ะ มาดูซิ > เอาล่ะ มาดูสิ
    แล้วปาดเฉียงปักกะเข้าที่ก้านคอของรันม่า > ??? อ่านไม่เข้าใจ ???
     
    โอครอสพุ่งเข้ามาหาอีกครั้ง... > ??? ย่อหน้านี้วรรคตอนอักเสษจนต้องผ่าตัดใหญ่ ???
     
    ท้องตัวออกห่าง > ทิ้งตัวออกห่าง
    เม้าขวาถีบพื้น > เท้าขวาถีบพื้น
    ซอกซ้ายแทงเข้าที่หน้าออกของ > ศอกซ้ายแทงเข้าที่หน้าอกของ (สองจุด)
    ก็ลืมตัวรวมพลังทั้งหมดใว้ที่หมัดขวา > ก็ลืมตัวรวมพลังทั้งหมดไว้ที่หมัดขวา
    ชายหนุ่มไม่สามารถหลบได้พ้น > ??? อ่านแล้วสับสน รันม่าหลบอะไร ???
    แต่ด้วยพลังอันมหาศาล อเวจีไร้ลักษณ์ยังไม่สามารถต้านได้ ก็แยกเอา> แต่ด้วยพลังอันมหาศาล แม้แต่อเวจีไร้ลักษณ์ก็ไม่สามารถต้านทานได้ จึงแยกเอา
    กลายเป็นแสงหายไป กระอักเลือดออกมาเป็นพักๆ > ??? อ่านไม่เรื่องรู้ ใครกระอัก ตำแหน่งของคำทำให้สับสน ???
    แต่กับในโลก Inception นี้ ถูกจำกัดเรื่องระดับพลัง > แต่ในโลก Inception นี้ กลับถูกจำกัดด้วยเรื่องระดับพลัง
    #1562
    0
  17. วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 13:02
    ท่าจะได้เพื่อนเพิ่มนะเนี่ย
    #717
    0
  18. #613 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 18:56
    เวลลดเท่าไหร่หว่า
    #613
    0
  19. #523 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 16:32
    พระเอกเป็นยอดยุทธฝ่ายมารหรือเนี้ย แต่ตายอีกแล้ว รอบ 2 ละ
    #523
    0
  20. #427 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 22:43
    เฮ้อ เรื่องนี้ฉากต่อสู้เยอะจริงๆ ปริศนาก็เยอะด้วย
    #427
    0
  21. #263 ไอราวัณ (@0868832153) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 / 15:25
    ขอบคุณคุณ Fairy C-nix มากครับ นั่นสิ จะตกใจอะไรกันนักหนา ดูเหมือน ผมจะเบลอเอง เอาเป็นว่าเเก้ไขเรียบร้อยเเล้วครับ ขอบคุณมากกิงๆ 

    ขอบคุณคุณ คนผ่านทาง TT เเก้ให้เเล้วครับผม 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2555 / 15:30
    #263
    0
  22. #261 (@p_u_k_a_n) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 / 15:09
    ชื่อในเกมเป็นรันมานิ แล้วก็เคยจับชีพจรของโมลิตอนโดนปูช็อตแล้วด้วย
    จะตกใจอีกทำไมกัน ไรท์พางง @_@
    #261
    0
  23. #192 ~*o0[P]-e-a-c-[H]0o*~ (@igitone) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2555 / 15:06
    ไรเตอร์ครับ ชื่อในเกมมันต้องเป็น รันม่าไม่ใช่เหรอครับ ไม่ใช่อรัญ
    #192
    0
  24. #186 สายลมพลิ้ว (@palmzawa1) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 / 21:15
    ที่มันไม่ตายตอนโดนระเบิด เพราะอันนี้สินะ ฮ่าๆๆๆ
    #186
    0
  25. #150 Jzamarkub (@jzaza0000) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 / 20:13
    หนุกดีนะคับ ผมชักชอบแล้วอะสิ
    #150
    0