พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 26 : [ภาคกำเนิดจอมสลัด] ตอนที่ 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 278 ครั้ง
    12 ก.พ. 61

25      

ทันทีที่เดินพ้นร้านตีเหล็กออกมา เสียงระบบสื่อสารของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง รันมะยกขึ้นมาดูปรากฏว่าคราวนี้เป็นข้อความ แต่ไม่ปรากฏชื่อคนส่ง ชายหนุ่มเปิดหน้าต่างข้อความขึ้นมา มันเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกฉบับหนึ่ง  เพิ่งถูกส่งมา แต่ไม่ระบุชื่อ รันมะแตะมือไปที่รูปจดหมายเพื่อเปิดมันออก ข้อความจำนวนมากไหลออกมาจากรูปจดหมาย ก่อนจะไล่เรียงเป็นแถว ๆ 

            “ถึงรัน เพื่อนรัก  ออฟไลน์แล้วมาเจอกันหน่อย  ที่บอสคลับ ข้าง ม.หอการค้า ฉันจะรอแกถึงตีห้า  มีเรื่องด่วนจะปรึกษา/วิทย์  *** ข้อความจะลบโดยอัตโนมัติ ในสามนาทีหลังเปิดอ่าน”

            รันมะขมวดคิ้ว  ปิดกล่องข้อความไป

            “อะไรหรือคะ พี่รัน”

            โมลิที่เดินอยู่ข้าง ๆ ถามขึ้น ทันได้เห็นสีหน้าเขาแวบหนึ่ง

            “เพื่อนพี่ส่งข้อความมานัดน่ะ ไม่รู้เรื่องอะไร”

            ทั้งคู่เดินผ่านบริเวณที่เคยมีการต่อสู้ไปเมื่อไม่นานมานี้  ตอนนี้ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบเหมือนเดิม  ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลย จนเมื่อมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมสามมังกร เทพนัทซ่า เฟิร์ส ตี๋น้อยร้อยล้าน และบิ๊กเปา นั่งคอยอยู่บริเวณชั้นล่าง ทั้งสามคนที่เพิ่งมาใหม่ กำลังนั่งซดน้ำต้มยำปลาช่อนอย่างเอร็ดอร่อย 

            “เอ้า พี่รัน น้องโม มาทานข้าวด้วยกันครับ”

            เทพนัทซ่าที่หันมาเห็นก่อนใครเพื่อนทักมา ทั้ง ๆ ยังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปาก ตี๋น้อยร้อยล้านนั้งดูดหัวปลาอยู่ปากมันแผลบหันมายิ้มให้

            “พี่รัน มาพอดีเลย กำลังบ่นถึงกันอยู่ ตายยากจริง ๆ”

            รันมะกับโมลิ เดินตรงไปยังโต๊ะที่กลุ่มสี่สหายนั่งอยู่  หันไปยิ้มให้เถ้าแก่ที่ยืนอยู่อยู่ในบาร์ 

            “เฮีย  ขอเหล้าที่ดีที่สุดในร้านสองขวดครับ”

            สี่หนุ่มเฮกันถ้วนหน้า

            “เอ้า วันนี้พี่รันใจดี เลี้ยงเหล้าเว้ย”

            บิ๊กเปาเป็นต้นเสียง อีกสามคนที่เหลือเป็นลูกคู่ ทันทีที่เสี่ยวเอ้อยกสุราสองขวดมาให้ รันมะหยิบขวดหนึ่งขึ้นมาพินิจดู 

            “สุรายี่สิบเก้าอาชาสวรรค์”

            รันมะเอ่ย เสี่ยวเอ้อค้อมศีรษะให้

            “ใช่แล้วครับ สุรายี่สิบเก้าอาชาสวรรค์ จัดว่าเป็นสุราที่ดีที่สุดในยุทธจักรนี้ เหล่ายอดยุทธล้วนแต่ต้องรู้จักสุรานี้  ยี่สิบเก้าอาชาสวรรค์ใช้เวลาหมักยี่สิบเก้าปี ในห้องหมักใต้ดินที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองราวิน ยี่สิบเก้าอาชาสวรรค์จัดว่าเป็นยาบำรุงกำลังขนานหนึ่ง วันละหนึ่งจิบ หลังตื่นนอน จะหายง่วงเหงาหาวนอนเป็นปลิดทิ้ง  หรือจิบหนึ่งก่อนนอนก็จะนอนหลับสบาย ช่วยผ่อนคลาย สบายความเครียด บลา ๆ ๆ ๆ

            หลังจากคำอธิบายอันยืดยาว รันมะควักเงินในกระเป๋าเสื้อยื่นให้ไปกำหนึ่ง จึงขยับถอยออกไปอย่างรู้งาน

            “พูดอะไรเสียมากมาย เอ้า คนละกรึ๊บก่อน”

            รันมะรับแก้วเหล้าจากเฟิร์สที่ส่งมาให้ พอเฟิร์สทำหน้าถามเหมือนกับว่าจะให้รินให้โมลิหรือเปล่า ชายหนุ่มก็ส่ายหน้า

            “แล้วของหนูล่ะ พี่รัน”

            เมื่อเห็นว่าตัวเองไม่ได้แก้วเหมือนคนอื่นก็ส่งเสียงทวงทันที

            “โถ เป็นเด็กเป็นเล็ก อ่ะ ๆ  ตามใจน้องเค้าหน่อย เฟิร์สรินให้ที เอานิดเดียวพอนะ”

            เฟิร์สหัวเราะเบา ๆ พลางรินยี่สิบเก้าอาชาสวรรค์ให้ครึ่งแก้วใบเล็กแล้วยื่นส่งมาให้ เด็กสาวรับไปอย่างยินดีก่อนจะทำจมูกฟุดฟิดพิสูจน์กลิ่น

            “สำคัญว่าอย่าเมาจนไม่รู้ตัว หรือเมาจนรั่วก็แล้วกัน  จะทิ้งไว้คนเดียวเลย”

            รันมะขู่เบา ๆ เด็กสาวทิ้งหางตาผ่านแก้วเหล้าค้อนเขาเสียวงใหญ่

            “แหม พี่รันจะทิ้งหนูได้ลงคอเหรอ ใจร้ายจัง”

            รันมะโคลงหัวดิก ชูแก้วในมือขึ้น ทั้งห้าคนชูตาม

            “ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ เอ้า โช้นน”

            บิ๊กเปานำเป็นต้นเสียงอีกครั้ง  ทุกคนยกแก้วกระดกรวดเดียวหมด ยี่สิบเก้าอาชาสวรรค์ดีสมคำโฆษณา กลิ่นสุราหอมอบอวล ดีกรีร้อนแรงจนรู้สึกวูบวาบไปทั้งกาย ชั่วเวลาไม่นาน ยี่สิบเก้าอาชาสวรรค์ทั้งสองขวดก็หมดไป สี่หนุ่มหน้าแดงก่ำกันแทบทุกคน ส่วนโมลิไม่ต้องพูดถึง รายนั้นหลับพับคาโต๊ะไปตั้งแต่แก้วแรก รันมะหลังจากจ่ายค่าอาหารทั้งหมด รวมสุราชั้นดีสองขวดแล้ว (ราคาขวดละสี่หมื่นเหรียญ) ชายหนุ่มก็ช้อนตัวเด็กสาว ซึ่งหลับไม่ได้สติอยู่ อุ้มไว้ 

            “ไปเถอะ เดี๋ยวส่งภารกิจเสร็จแล้วค่อยแยกย้าย พี่จะออฟไลน์แล้วเหมือนกัน”

            สี่หนุ่มพยักหน้าหงึก ๆ สภาพแต่ละคนตึง ๆ กันทั้งนั้น รันมะมองแล้วส่ายหน้า

“มันจะไหวไหมเนี่ย เฮ้อ ไม่ใช่ว่าไปพับอยู่ตอนกำลังจะส่งภารกิจนี่อายเขาตายเลย”

รันมะหันไปล่ำลาเถ้าแก่ซึ่งก็ยิ้มให้อย่างยินดี ทั้งห้าคนเดินไปตามถนนที่ค่อนข้างจะโล่ง ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว เสียงบิ๊กเปากับตี๋น้อยร้อยล้านกอดคอครวญเพลงเพื่อชีวิตหงุงหงิงกันอยู่ด้านหลังสุด ข้อดีของเกมนี้คือ NPC ผู้ให้บริการจะบริการตลอดเวลา  เว้นเสียแต่ว่าจะเจอ NPC หลับ แบบที่รันมะเคยเจอมานั่นเอง ทั้งกลุ่มเดินคุยกันเฮฮามาจนถึงหน้าอาคารบริการผู้เล่น เฟิร์สเป็นคนเข้าไปรับบัตรคิวให้กับทุกคน เนื่องจากคนน้อย ทำให้ได้เข้าห้องเลยทันที

            รันมะอุ้มเด็กสาวที่ยังคงเมาหลับไม่รู้เรื่อง เดินเข้าไปในห้องหมายเลขเจ็ด  NPC หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มนั่งยิ้มหน้าบานอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่

            “สวัสดีค่ะ คุณรันมะ ฉันชื่อซีน่า พนักงานประจำห้องเจ็ด ยินดีต้อนรับค่ะ”

            รันมะวางเด็กสาวลงบนเก้าอี้ ซีน่ายิ้ม โบกมือครั้งหนึ่ง เก้าอี้อีกตัวก็ปรากฏขึ้นข้าง ๆ กัน รันมะเอ่ยขอบคุณเธอเบา ๆ  ก่อนเลื่อนเก้าอี้นั่งลง

            “ผมมาส่งภารกิจพลังจิตที่รับไปครับ”

            ซีน่าพยักหน้าก่อนจะเลื่อนถาดแก้วมาตรงหน้าเขา ชายหนุ่มเปิดหน้าต่างสัมภาระ หยิบเอาอัญมณีธาตุทั้งสองชิ้นออกมาวางลงบนถาดแก้ว NPC สาวดึงถาดกลับไป 

            “คุณรันมะได้รับภารกิจพลังจิต จิตแห่งธาตุสายฟ้ากับธาตุน้ำนะคะ ขออนุญาตตรวจสอบไอเทม กรุณารอสักครู่ค่ะ”

            ซีน่าก้มลงมือหยิบอัญมณีทั้งสองชิ้นขึ้นมาสำรวจ ก่อนวางลงบนถาดเหมือนเดิม อัญมณีทั้งสองส่งแสงแวววาวขึ้นมาเปล่งประกายตามสีของมัน

            “เรียบร้อยค่ะ สิ่งของภารกิจถูกต้อง  ภารกิจสำเร็จ คุณรันมะได้รับพลังจิตธาตุสายฟ้า และธาตุน้ำค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ”

            อัญมณีทั้งส่องก้อน เปล่งแสงออกมาก่อน พลันลอยขึ้นจากถาดและพุ่งเป็นเส้นแสงตรงเข้ามายังรันมะ ก่อนจะแตกออกเป็นเส้น ๆ แทรกซึมเข้าไปในร่างกาย ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงพลังจิตสองสายที่กำลังแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง

            “คุณรันมะต้องการฟังรายละเอียดเกี่ยวกับพลังจิตหรือเปล่าคะ”

            ซีน่าถาม หลังจากที่อัญมณีธาตุทั้งสอง  แทรกซึมหายเข้าไปในตัวรันมะหมดแล้ว

            “ครับ”

            รันมะตอบรับ  ระหว่างเปิดหน้าต่างสถานะของตนขึ้นมาดู  พบว่า  ในช่องของพลังจิต  มีพลังจิตอีกสองแถวต่อลงมาจากพลังจิตไร้ลักษณ์ที่อยู่ด้านบนสุด

            “พลังจิต จะแตกต่างจากพลังเวทมนต์ พลังจิตคือพลังแฝงที่อยู่ในร่างกายของเรา โดยคนเราประกอบไปด้วยธาตุต่าง ๆเช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ แต่จะมีธาตุประจำตัวของแต่ละคน เรียกว่าธาตุเด่น ในส่วนนี้เองคือพลังแฝงของแต่ละบุคคล  เราสามารถที่จะดึงเอาพลังในส่วนนี้มาใช้ได้ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการฝึกฝน โดยเรียกในส่วนนี้ว่า ทักษะการใช้พลังจิต โดยปกติแล้ว จะมีธาตุประจำตัวเพียงธาตุเดียว พลังจิตธาตุจึงมีเพียงธาตุเดียว ยกเว้นบางคน จะมีพลังจิตธาตุถึงสองธาตุ 

นอกจากพลังจิตธาตุแล้ว  ยังมีจิตอื่น ๆ อีก ที่ไม่ใช่จิตธาตุ ดังเช่นพลังจิตไร้ลักษณ์ของคุณรันมะ ในวิธีใช้นั้น หลังจากได้รับพลังจิตธาตุแล้ว ทุกคนจะสามารถสร้างรูปแบบการใช้พลังจิตของตนเองขึ้นมาได้ คือทักษะพิเศษที่เกิดจากการใช้พลังจิต ในส่วนนี้เอง ที่จะแตกต่างจากพลังเวทมนต์  เวทมนต์เป็นการดึงเอาพลังจากธรรมชาติ  ควบคุมด้วยตัวเราเอง และใช้ออกไป ทำให้สามารถใช้เวทมนต์ได้ทุกธาตุ แต่ระหว่างพลังเวทมนต์กับพลังจิตแล้ว  ในระดับที่เท่ากัน พลังจิตจะมีอานุภาพมากกว่า แต่พลังเวทมนต์จะสามารถใช้พลิกแพลงได้มากกว่า

พลังจิตนั้น จะมีค่าพลังมาให้หลังจากที่ใช้ไป พลังจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง จะต้องทำสมาธิจิตเพื่อฟื้นพลังจิตขึ้นมาใหม่ หรือจะปล่อยไว้ให้พลังจิตฟื้นเองก็ได้ แต่จะใช้เวลานาน”

หลังจากการอธิบายยืดยาวรวดเดียวจบของซีน่า ชายหนุ่มก็เปิดหน้าต่างสถานะออกดู เขาพบว่า พลังจิตของตนนั้นสูงถึงแปดพันหกร้อยเลยทีเดียว ตอนนี้ ระดับพลังอยู่ที่แปดพันสี่ร้อยเก้าสิบ

“พลังจิตของผมอยู่ที่แปดพันนี่ มากหรือน้อยครับ”

“โดยปกติแล้ว พลังจิตจะเริ่มต้นที่ สามร้อยค่ะ สูงสุดคือสี่พัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเอง ว่าเชี่ยวชาญเพียงใด ในระดับของคุณรันมะ ทันทีที่ได้รับพลังจิต ทักษะพลังจิตของคุณรันมะขึ้นมาที่ระดับสี่ซึ่งเป็นระดับสูงสุดทันที ซ้ำยังมีพลังจิตระดับสี่ถึงสองสายพลัง ปริมาณพลังจิตจึงสูงกว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ค่ะ”

รันมะพยักหน้า ก้มลงพิจารณาในส่วนของหน้าต่างสถานะของตนอีกครั้ง

ชื่อ : รันมะ

อาชีพ : ชาวบ้าน

ระดับผู้เล่น  : 25

สังกัด/พรรค : ไม่มีสังกัด

อาวุธ :

-          ดาบเหล็กนิล [B+]

-          ดาบสั้นอิคาริ [B]

ชุด  :

-          ชุดเซ็ตนักผจญภัย [E] พลังป้องกัน + 45

-          เกราะอ่อนหนังค้างคาวอินทรี [E] พลังป้องกัน + 15

-          ปลอกแขนหนังค้าวคาวอินทรี [E] พลังป้องกัน + 5x2

-          รองเท้ายาวหนังค้างคาวอินทรี [E] พลังป้องกัน + 10

-          ผ้าคลุมค้างคาวยักษ์ [C+]

-          เกราะหนังลิงยักษ์ [D+] พลังป้องกัน

เครื่องประดับ

-          แหวนมายารัตติกาล  เพิ่มพลังป้องกันและโจมตี 10%

 

ค่าสถานะ

พลังโจมตี (ไม่รวมไอเทม) 220       เพิ่ม +10 ทุก ๆ หนึ่งะดับ

            พลังป้องกัน (ไม่รวมไอเทม)240     เพิ่ม +10 ทุก ๆ หนึ่งะดับ

พลังชีวิต (ไม่รวมไอเทม) 690     เพิ่ม +30 ทุก ๆ หนึ่งะดับ

พลังวิญญาน(ไม่รวมไอเทม) 510    เพิ่ม +20 ทุก ๆ หนึ่งระดับ

            พลังจิต (ไม่รวมไอเทม) 8600     เพิ่มตามความสามารถของทักษะพลังจิต

-          จิตไร้ลักษณ์             ระดับ 4 (สูงสุด)

-          จิตอเวจีไร้ลักษณ์      ระดับ 4 (สูงสุด)

-          จิตแห่งน้ำ                ระดับ 1

-          จิตแห่งสายฟ้า          ระดับ 1

ทักษะพื้นฐาน/แสดงผลอัตโนมัติ

-          ทักษะการใช้ดาบ  ระดับ  พลังโจมตีเมื่อใช้ดาบเพิ่มขึ้น 2.5%                    

-          ทักษะสะกดรอย ระดับ 1 เพิ่มความสามารถในการมองกลางคืน 1%         

-          ทักษะหลบหลีก ระดับ 6 ความคล่องตัวและปฏิกิริยาตอบสนองเร็วขึ้น 3 %

-          ทักษะการเคลื่อนที่ขั้นต่ำ ระดับ 5 ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น  10%

 

ทักษะพิเศษ/เรียกใช้

-          ทักษะโจมตี ศาสตราพิฆาตมาร ระดับ 1 พลังโจมตี ? (พลังโจมตีพื้นฐาน+อาวุธ+(พลังจิตที่ใช้ในการสร้างศาสตราจิต /การโจมตี 1ครั้ง)x2)

-          ทักษะโจมตี ดรรชนีไร้ลักษณ์ ระดับ 1 พลังโจมตี ? (พลังโจมตีพื้นฐาน+ (พลังจิตที่ใช้ในการสร้างทักษะ /การโจมตี 1ครั้ง)x2)

 

 

 

หลังจากคิดว่าตรวจดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว รันมะก็ปิดหน้าต่างสถานะไป

            “คุณรันมะมีอะไรจะสอบถามหรือเปล่าคะ”

            ซีน่าถาม

            “ไม่มีครับ ถ้างั้นผมขอตัวเลยละกัน ขอบคุณมากนะครับ”

            รันมะตอบเบา ๆ NPC สาวยิ้มพร้อมก้มศีรษะให้ รันมะอุ้มเด็กสาวที่ยังคงไม่รู้เรื่องเดินออกมาจากห้อง ทั้งสี่หนุ่ม  ตอนนี้นั่งคอยเขาอยู่ที่ริมสุดของแถวเก้าอี้

            “ไง พี่รัน เข้าไปเสียนานเลย ได้เรื่องไหม”

            เทพนัทซ่าเอ่ย  สีหน้าดูยังไม่สร่างจากอาการเมามาย

            “เรียบร้อยดี  ว่าแต่ทุกคนล่ะ  โอเคไหม”

            รันมะถามกลับ สี่หนุ่มลุกขึ้นแล้วชวนกันเดินออกจากอาคารบริการผู้เล่น

            “อ้อ ไม่มีปัญหาครับ  สบายหายห่วง”

            บิ๊กเปาตอบอ้อแอ้ ส่วนเฟิร์สหันมาก้มลงมองดูโมลิ ที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของรันมะ

            “แหม น้องโมนี่ หลับได้หลับดีจริง ๆ”

            “ไหวไหมพี่ ถ้าไม่ไหว ผมช่วยได้นะ”

            ตี๋น้อยร้อยล้านที่เดินอยู่ขวาสุดยื่นหน้าเข้ามามองบ้าง แต่แล้วก็ต้องหดคอกลับ เมื่อเฟิร์สสับมะเหงกลงบนศีรษะเสียงดังป๊อก  สามหนุ่มหัวเราะกันครืน ผู้คนที่เดินสวนไปมา พากันหลีกทางให้ เมื่อเห็นสภาพเฮฮาเมามายของคนกลุ่มนี้ ทั้งห้าคนเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ

            “พี่จะต้องออฟไลน์แล้ว เราจะนัดเจอกันอีกทีกี่โมงดี”

            รันมะเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลา

            “ถ้าพี่ออฟไลน์ตอนนี้ ออกไปก็น่าจะราว ๆ เกือบตีสี่นะ พี่มีธุระไหนหรือเปล่า ถ้างั้นจะได้ออนไลน์ตอนแปดโมงเช้าเลยกำลังดี พรุ่งนี้พวกผมว่างทั้งวัน”

            เฟิร์สซึ่งดูมีสติดีที่สุดเป็นคนตอบแทนทั้งกลุ่ม

            “ธุระน่ะมี แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเสร็จกี่โมง เอาเป็นว่า พวกนายออนไลน์ก่อนพี่เลย ไม่ต้องรอ พี่เข้ามาแล้วเดี๋ยวเรียกไป”

            เฟิร์สพยักหน้ารับ แล้วมองที่โมลิ

            “แล้วน้องโมยังหลับอยู่เลย พี่จะออฟไลน์ไปยังไง”

            รันมะนิ่งไปซักพัก 

            “พี่ว่าจะหาโรงแรมซักห้อง ทิ้งไว้ที่ห้อง รู้สึกตัวแล้วก็คงหาอะไรทำของเธอไปเองล่ะ ทำไงได้ ไม่นึกเลยว่าแก้วเดียวจะเมาได้ถึงขนาดนี้ เหอ ๆ”

            สี่หนุ่มหัวเราะตาม พอถึงหน้าโรงแรม ทั้งสี่คนก็เอ่ยปากลา รันมะยิ้มให้พอเห็นสี่สหายกอดคอกันเดินออกไป เสียงแว่ว ๆ มาจากบิ๊กเปาว่าจะไปหาอะไรดื่มต่อ  ชายหนุ่มส่ายหัวเบา ๆ ยิ้มขบขันให้กับความสนุกสนานสบายใจของวัยรุ่นกลุ่มนี้  แล้วก็นึกสะท้อนเห็นตัวเอง ในช่วงวัยราว ๆ เดียวกันนี้ เขากลับนั่งคร่ำเคร่งศึกษาวิชาการทหารอยู่ที่โรงเรียนนายร้อย  ใบหน้าที่ดูสดใสร่าเริงก่อนหน้านี้ ก็เปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ราบเรียบราวกับแผ่นหินเหมือนเดิม

            รันมะก้าวตรงไปที่เคาน์เตอร์โรงแรม แจ้งความประสงค์ว่าจะขอเช่าห้องพักหนึ่งวัน หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว  พนักงานก็ยื่นบัตรให้ รันมะรับมาอย่างทุลักทุเลเพราะอุ้มโมลิไว้อยู่ แล้วจึงเดินตรงไปที่ลิฟท์ พนักงานประจำลิฟท์เปิดให้ รันมะพยักหน้าไปที่บัตรในมือ พนักงานรับไปเมื่อมาถึงหน้าห้องพักก็จัดแจงเปิดห้องให้เรียบร้อยก่อนจะวางบัตรไว้บนโต๊ะแล้วถอยหลังจากไป

            ชายหนุ่มค่อย ๆ วางโมลิลงบนเตียงแล้วนั่งลงข้าง ๆ สักพักก็ใช้มือช่วยปัดปอยผมที่ปิดหน้าอยู่ให้เข้าที่เข้าทาง เค้าหน้าแข็งกระด้างนั้นอ่อนโยนลงอีกครั้ง  เขาถอนใจหยิบก่อนจะกระดาษปากกาออกมาเขียนข้อความสั้น ๆ แล้ววางไว้ข้าง ๆหมอน สุดท้ายก็คลี่ผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงหน้าอก แล้วลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างที่เปิดอยู่ แสงไฟในเมืองเริ่มต้นยามค่ำคืน  จากชั้นบนสุดของโรงแรม ดูสวยงามอย่าประหลาด รันมะเหลือบดูเวลาแล้วจึงหันมามองเด็กสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเลือกคำสั่งออฟไลน์บนแผงนาฬิกาข้อมือ 

          ผู้เล่น รันมะ ออฟไลน์ภายใน ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ขอขอบคุณใช้บริการ

            แสงสีเหลืองหมุนรอบกายเขา  แล้วเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท  ทุกอย่างดับวูบลง

           

 

 

 

           

 

                       

              

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 278 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5374 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:15
    ขอบคุณครับ
    #5374
    0
  2. #5096 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 16:32
    ปกติตอนรันมะ ออฟไลน์ โมลิ ก็เปลี่ยนเป็นสภาพวิญญาณ ไม่ใช่เหรอครับ # ไม่น่าจะต้องเช่า รร.
    #5096
    0
  3. #4861 srawutfluk (@srawutfluk) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 06:02
    มันน่าจะมีพืเนที่พิเศษสำหรับผู้เล่นที่มีคู่หูตอนออฟไลน์ดิ ไม่งั้นออนไลน์มาโมรินอยู่ป่าแต่ระนมะออนไลน์เข้ามาในเมืองโมริต้องทำไงวาปก็ไม่มีต้องเดินหามางี้เหรอ อยากให้อธิบายตรงนี้ให้ชัดเจนอ่ะ
    #4861
    1
  4. #3670 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 10:58
    ระวังเจ้าของดาบ จะตามมาเอาเรื่อง
    #3670
    0
  5. #3520 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 23:24
    รันม่าตาไวหลบเก่งดี
    #3520
    0
  6. #3250 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 00:46
    หือ ??
    #3250
    0
  7. #3002 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 01:35
    ช้างไปมาก - ช้าลงไปมาก
    ด้วประสบการณ์ - ด้วยประสบการณ์
    โมลิ รสนิยมการบริโภคไม่ไหวจะทนนะ
    #3002
    0
  8. วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 15:55
    สนุกคับ หุ หุ หุ หุ
    #2870
    0
  9. #2787 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 23:03
    หนุกหนานๆ
    #2787
    0
  10. #2256 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 16:07
    ชายหญิงคู่นั้นเป็นใครกันนะ
    #2256
    0
  11. #2220 หนมปัง อุ่น อุ่น (@ras21) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 16:31
    เก่งจัง รันม่า เอาอีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สนุกอะ อยากอ่านอีกจัง จะรอนะอิอิ
    #2220
    0
  12. #1254 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มกราคม 2556 / 13:19
    เหมือนคุณครูเลยง่ะ =_=!!
    #1254
    0
  13. #618 ่่่่่่่่่ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 20:09
    อ่านมาถึงตอนนี้รู้สึกบอสมันดอปของกระจอกจัง
    #618
    0
  14. #524 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 16:40
    พี่ปรางทำไมมีบทแยอะจะ ยูมิยังมีไม่เท่าเลย
    #524
    0
  15. #428 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 / 00:26
    รันหวงน้องสาวโครตตตตต
    #428
    0
  16. #201 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2555 / 15:54
    นุกดี สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #201
    0
  17. #158 CHRONELL (@felon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2555 / 18:05
    #153  ผมก็งงตรงนั้นเหมือนกัน
    #158
    0
  18. #157 mint26958 (@mint26958) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2555 / 16:56
    โมลิมีรสนิยมดีนะเนี่ย
    #157
    0
  19. #154 komt. (@daza10000) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2555 / 13:27
    หลังจากเริ่มใช้ปราณไร้ลักษณ์แล้วไม่ได้ออฟไลน์ไปทดสอบในโลกจริงเลย แล้วรู้ได้ยังไงว่าฝึกปราณในเกมส์แล้วส่งผลในโลกความเป็นจริง เช่นพลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างเนี้ย
    #154
    0
  20. #153 ไอราวัณ (@0868832153) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2555 / 11:45
    ห่างหายไปนานเลยทีเดียว  เนื่องจากว่าผู้เขียนงานเยอะมาก  ช่วงนี้  ทั้งงานที่มหาลัย กับงานที่ร้าน  สับสนวุ่นวายมาก  นิยายเลยไม่เดินซักที  ต้องขออภัยผู้อ่านทุกคนด้วยนะครับ^^
    #153
    0