พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 32 : [ภาคกำเนิดจอมสลัด] ตอนที่ 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    12 ก.พ. 61

31

ฝุ่นควันหนาทึบปลิวฟุ้งไปทั่ว เสียงปะทะกันของอาวุธและคลื่นพลังจากทักษะพิเศษดังออกมาจากกลุ่มควันบริเวณห้องโถงกลางโรงเตี๊ยมสี่มังกร ความตื่นตัวทำให้จิตแห่งธาตุน้ำในร่างของรันมะผนึกเองอัตโนมัติโดยไม่ได้คิดหรือทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เท่ากับว่าตอนนี้เขาสามารถควบคุมจิตธาตุน้ำได้อย่างแท้จริง

            ยังไม่ทันที่ฝุ่นควันจะสงบ เสียงปะทะก็หยุดลง ผู้คนที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ต่างถอยห่างโดยอัตโนมัติเพราะกลัวลูกหลง แทบจะทุกคนมีอาวุธอยู่ในมือ ความเงียบปกคลุมไปทั้งห้องโถง ผู้คนที่พากันยืนถืออาวุธนิ่งเริ่มขยับตัวอีกครั้ง เสียงพูดคุย เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่แล้วก็เงียบลงเป็นปลิดทิ้ง เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง เงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะ ผมสีแดงเพลิงกระจัดกระจายปิดใบหน้า ดาบสองคมทรงยุโรปเล่มใหญ่พาดอยู่บนไหล่ขวา  แขนซ้ายขาดหายไปเหลือเพียงไหล่ พลังงานสีน้ำเงินวิ่งวนรักษาบาดแผลบริเวณช่วงแขนที่ขาดหายไปดวงตาสีแดงเพลิงฉายแววคลั่ง

            “ข้า เพลิงโลกันต์ ขอท้าไอ้พวกลอบกัดทั้งหลาย หากอยากได้ชีวิตข้านัก ก็เข้ามาเลย”

            ทันทีที่เพลิงประกาศจบ หลายคนที่ล้อมมุงดูอยู่ก็ไหวตัววูบ เงาร่างจำนวนมาพุ่งเข้าหาเพลิงทันที หากพยัคฆ์ร้ายแห่งพรรคเทพสุริยัน แม้จะเหลือแขนข้างเดียว แต่กลับต่อกรกับบรรดานักฆ่าจำนวนมากได้อย่างน่าดู เหล่าเกมเมอร์มุงพากันถอยห่างออกมาเสียไกลลิบ เถ้าแก่โรงเตี๊ยมสี่มังกรเองถึงกับหน้าซีด ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

            “ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าพวกมันจะหักหน้าลงมือในโรงเตี๊ยมนี่”

            โจนส์บ่น รันมะขมวดคิ้ว ถามกลับทั้ง ๆตายังจ้องการต่อสู้ตรงหน้า

            “หมายความว่าไง พวกไหน”

            “ก็พวกหมาหมู่ที่รุมไอ้เพลิงอยู่นั่นไง มันไม้เบื่อไม้เมากันมานานแล้ว” โจนส์ตอบกลับ สายตาจับอยู่ที่การต่อสู้ชนิดไม่ยอมกระพริบ

            “พวกพรรคเก้าฟ้าหรอ”

            “ไม่ใช่หรอก ถึงพรรคเก้าฟ้าจะเป็นศัตรูกับพรรคเทพสุริยัน ชนิดอยู่ร่วมโลกเดียวกันไม่ได้ แต่ก็มีเกียรติศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ลอบกัดหรอกน่า ที่เห็นนั่นมันพวกอัสซาน เป็นกลุ่มโจรสลัดที่ครองน่านน้ำแถบคาร์คัสลงมาจนถึงราวีเนียนเลยล่ะ  ไอ้พวกนี้มันคอยปล้นพวกชาวบ้านเขากินไปวัน ๆ ความจริงฉันเห็นมันตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่ามันมาดักรอไอ้เพลิงหรือบังเอิญเจอกันแน่”

            เพียงฟังโจนส์อธิบาย รันมะก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ แน่นอนว่ากลุ่มโจรสลัดพวกนี้ที่คุมน่านน้ำแถบทวีปคาร์คัสจะต้องเคยมีความแค้นส่วนตัวกับเพลิงอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเพลิงทำหน้าที่คุ้มกันสินค้าของพรรคเทพสุริยันมาขายที่มิดแลนด์อยู่บ่อย ๆ เมื่อพบโจรสลัดกลางทะเล ในฐานะพรรคที่คุมอำนาจมากที่สุดในคาร์คัสย่อมเกิดการต่อสู้กัน ซึ่งเพลิงคงจะเป็นฝ่ายชนะและสร้างรอยแค้นให้เหล่าโจรสลัดพวกนี้เป็นอย่างมาก ส่วนเรื่องที่พวกมันมาดักรอหรือบังเอิญนั้น ชายหนุ่มก็ไม่อาจเดาได้เช่นกัน

            ตอนนี้การต่อสู้เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ บรรดาโจรสลัดเกือบยี่สิบคน รุมโจมตีใส่เพลิงด้วยทักษะพิเศษต่าง ๆ จนพราวตาไปหมด แต่เพลิงที่ดูเหมือนยิ่งสู้ก็ยิ่งบ้าเลือด ยิ่งเก่งขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าเกมเมอร์มุงบางคนโดนลูกหลงจากการต่อสู้บาดเจ็บถึงล้มตายเลยก็มี สุดท้าย จากการต่อสู้ที่มุมห้องก็เลื่อนมาอยู่กลางห้องโถง ผู้คนแตกกระจายอาศัยแอบตามซอกมุมต่าง ๆ บ้างถึงกับพลิกโต๊ะอาหารตัวใหญ่ใช้เป็นที่หลบกำบัง แต่ก็ยังไม่วายโดนชิ้นส่วนของโรงเตี๊ยมกระเด็นใส่  รันมะกับสามนักคุ้มกันพากันมาหลบอยู่บริเวณชานบันได อดีตนายทหารหนุ่มมองดูอย่างอึ้ง ๆ ดูเหมือนเพลิงจะเก่งกว่าตอนที่เจอครั้งแรกในป่าเสียอีก

            “ไอ้พวกบ้า รนหาที่ตายชัด ๆ”

            ฟลินท์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเหล่าโจรสลัดรุมโจมตีจนทั้งร่างของเพลิงเต็มไปด้วยบาดแผล  แต่กลับไม่มีท่าทีอ่อนแรงเลย เพลิงย่อตัวลงขวางดาบเหนือศีรษะเพื่อรับพลังการโจมตี พลังบางส่วนหลุดมากระทบเข้ากับร่างกาย จนเป็นแผลเหวอะหวะ ชายหนุ่มทรุดตัวลง โจรสลัดสามคนพุ่งเข้ามาหมายจะเผด็จศึก แต่แสงสว่างสีส้มที่วาบออกมาตัวของเพลิงทำให้พวกมันชะงัก แสงออร่าสีส้มอาบไล้จนทั่วทั้งร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผล ยอดนักรบแห่งพรรคเทพสุริยันลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว มือขวากุมดาบเล่มโตไว้แน่นพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เหล่าโจรสลัดที่ห้อมล้อมอยู่ด้วยความเร็วสูงจนเห็นเป็นเพียงเงาส้ม ๆ แดงเท่านั้น

            “ทักษะของเบอร์เซิกเกอร์ น่ากลัวจริง ๆ”

เดรกกล่าวขึ้นบ้าง ทักษะที่ว่านั่นก็คือทักษะพิเศษแบบแสดงผลอัตโนมัติของเบอร์เซิกเกอร์ระดับสูง โดยเมื่อเหล่าเบอร์เซิกเกอร์ฝึกฝนตนเองจนบรรลุถึงขั้นสูงแล้ว จะมีทักษะที่เรียกว่า เบอร์เซิกเกอร์ ไลฟ์ (Berserker’s life) โดยผลของทักษะจะแสดงเองเมื่อถูกโจมตีจนพลังชีวิตลดต่ำกว่าที่กำหนด(60%) ทุก ๆ ค่าพลังชีวิตที่เสียไปจะกลายเป็นค่าโจมตี ค่าป้องกันและความเร็วให้กับเบอร์เซิกเกอร์ (ยิ่งระดับสูง ยิ่งเพิ่มมาก โดยจะคิดเอาจากพลังชีวิตที่เสียไปเป็นเปอร์เซ็นต์เสียไปมากเท่าไร ก็บวกพลังโจมตี ป้องกัน และความเร็วเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น)ในกรณีนี้ เพลิงสูญเสียค่าพลังชีวิตโดยรวมไปประมาณ 50% เท่ากับว่า ค่าพลังโจมตี ป้องกัน ความเร็วทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ 50%

            “ไอ้พวกโจรไม่มีหัวคิด เตรียมกลับบ้านเก่าได้แล้ว”

โจนส์คำรามเงียบ ๆ เมื่อเห็นเพลิงพุ่งเข้าจู่โจมโจรสลัดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ดาบขนาดใหญ่ในมือเปลี่ยนเป็นสีแสด ออร่าสีส้มสดกระจายออกรอบ ๆ ตัวเป็นวงกว้าง สุดท้ายเพลิงก็กลายเป็นแสงสีส้มที่ฉวัดเฉวียนไปมา วงเวทดาวหกแฉกที่ล้อมด้วยวงกลมซ้อนสองชั้นปรากฏที่พื้นตรงกลางห้อง โจรสลัดดูเหมือนจะรู้ถึงพลังอันร้ายกาจนี้ดี พวกมันพยายามดีดตัวออกห่างจากวงเวท แต่ช้าไปเสียแล้ว เพลิงปักดาบลงกลางวงเวทรูปดาวนั้น วงเวทกลมด้านนอกเปล่งแสงเรืองขึ้นมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีแสดเข้มกลืนร่างทั้งหมดไปในพริบตา

            การต่อสู้จบลง ทันทีที่เปลวเพลิวจางหายไป ก็ไม่มีทั้งเพลิงและโจรสลัดอยู่อีกแล้ว พื้นตรงกลางห้องโถงว่างเปล่า เสียงฮือฮาของเหล่าผู้เห็นเหตุการณ์ก็ดังอื้ออึงขึ้น เกมเมอร์มุงทั้งหลายที่หลบอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ทยอยกันเดินออกมา พร้อมกับเสียงพูดคุยกันเซ็งแซ่

            “พวกเราไปกันดีกว่า ป่านนี้หัวหน้าเรียกหาแล้วมั้ง”

 เดรกเอ่ย ทั้งสามสหายล่ำลารันมะ ทั้งหมดแลกชื่อสำหรับติดต่อกัน แล้วพากันแยกย้ายออกไปเงียบ ๆ

            รันมะเดินกลับขึ้นไปบนห้องพัก จะเป็นเพราะระบบรักษาความปลอดภัยภายในโรงเตี๊ยมดีหรืออย่างไรไม่ทราบได้ ผู้ที่นอนหลับพักผ่อนอยู่บนชั้นที่พักของโรงเตี๊ยมไม่มีใครรู้สึกถึงการต่อสู้อันรุนแรงที่เพิ่งจะจบลงนี้เลย(ความจริงเป็นเพราะโรงเตี๊ยมสี่มังกรได้ลงเขตอาคมไว้แล้ว โดยจำกัดเขตแต่ละเขตไว้อย่างมีระบบ ที่พักส่วนที่พัก โซนอาหารก็ถูกจำกัดอยู่ในห้องโถงกลาง ความจริงไม่มีใครบ้าถึงขั้นมีเรื่องต่อสู้กันในโรงเตี๊ยมเลย เนื่องจากจะติดโทษอย่างหนัก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ รันมะได้มารู้เอาทีหลัง)

            รันมะเสียบคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูห้อง โมลิยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ ทั้งสิ้น ชายหนุ่มปิดประตูแล้วเดินมาทรุดนั่งลงที่ปลายเตียง ในสมองทบทวนภาพการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านไป หากจะเทียบชั้นกันแล้ว ในเวลานี้เขาเองยังอ่อนหัดนัด รันมะรู้ตัวเองดี ในการโจมตีครั้งสุดท้ายของเพลิง เขาเห็นเพียงเส้นแสงที่วนไปมาเท่านั้น ชายหนุ่มนั่งทบทวนวิชาที่ตนเองเคยฝึกมา พลางเปิดระบบวินโดวดูค่าสถานะของตนอีกครั้ง เมื่อไล่สายตาเรื่อย ๆ มาหยุดอยู่ที่ค่าทักษะประเภทติดตัว ทันใดนั้น ความคิดประหลาดก็ผุดขึ้นมาในสมอง

            เฟิร์สเคยบอกเราว่า ไอ้ทักษะทั่วไปนี่มันสามารถพัฒนาไปได้เรื่อย ๆ ตามระดับการฝึกของเรา ถ้าเรามุ่งเน้นแต่การฝึกโจมตีแบบธรรมดาไปเรื่อยจนทักษะเหล่านี้ระดับสูงขึ้น น่าจะทำให้เราเก่งขึ้นได้ ทักษะทั่วไปก็น่าจะเปรียบได้กับทักษะพื้นฐาน ยิ่งพื้นฐานสูง ถ้าใช้ทักษะพิเศษมันก็ต้องสูงตามไปด้วย

            ที่รันมะมีความคิดเช่นนี้เพราะอนุมานเอาจากเกมที่เคยเล่นสมัยเด็ก ๆ บางเกมจะแบ่งเป็นคลาส ๆ ไป หรือบางเกมจะมีระบบจุติ คือเมื่อเก็บเลเวลมาจนตันแล้ว ระบบจะจุติตัวละครให้ย้อนกลับมาเลเวลหนึ่งใหม่ แต่ค่าสถานะทั้งหมดจะไม่ถูกรีตามไปด้วย นั่นก็คือ ถึงแม้จะเป็นตัวละครเลเวลสิบ แต่ผ่านการจุติมาแล้ว ก็ยังเก่งกว่าผู้เล่นเลเวลเก้าสิบที่ยังไม่ผ่านการจุตินั่นเอง

            ความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่รันมะคิดนั้นนับว่าผิดไปแต่ก็ไม่มาก เพราะทักษะทั่วไปนั้นจะเพิ่มขึ้นสูงสุดได้เพียงแค่ระดับยี่สิบ แต่สิ่งที่จะได้มาก็คือทักษะพื้นฐานแบบแสดงผลอัตโนมัติ หรือทักษะพิเศษที่จะได้มาหลังจากเลื่อนระดับทักษะพื้นฐานจนเต็มแล้วนั่นเอง ผู้เล่นบางกลุ่มก็เคยคิด แต่น้อยคนที่จะทำได้ เนื่องจากส่วนใหญ่มีทักษะพิเศษ และการใช้ทักษะพิเศษจะบ่อย ๆ จะทำให้ค่าทักษะพิเศษเพิ่มขึ้นอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้ค่าทักษะทั่วไปเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ยิ่งนานวันไป ทักษะที่ใช้ก็รุนแรงขึ้นตามระดับของการใช้งาน เมื่อจะใช้การโจมตีธรรมดาก็ไม่ไหวแล้ว เนื่องจากมีระดับสูงเกิน มอนสเตอร์ที่เจอก็ระดับสูงไปด้วย สุดท้ายแนวคิดนี้ก็ลางเลือนหายไป และด้วยแนวคิดนี้เอง ทำให้รันมะต่อไปกลายเป็นผู้เล่นที่มีค่าระดับพลังทักษะพื้นฐานสูงที่สุดของเกมเลยทีเดียว

            ชายหนุ่มใช้เวลาที่เหลือ(เนื่องจากนอนไม่หลับ)นั่งสมาธิ เพื่อดึงเอาจิตอีกชนิดที่เขาไม่เคยใช้เลยนั่นก็คือจิตธาตุสายฟ้าออกมา ด้วยวิธีเดียวกันกับตอนที่เขาใช้ดึงจิตธาตุน้ำนั่นเอง เพียงไม่นาน ระบบก็แจ้งให้เขาทราบว่า จิตธาตุสายฟ้า ได้เปลี่ยนเป็นจิตธาตุขั้นสามเช่นเดียวกับจิตธาตุน้ำ รันมะลองโคจรจิตทั้งสองด้วยกัน ก็ยังพบว่าจิตทั้งสองยังขัดแย้งกันอยู่ในตัว ไม่ได้ผสมกันอย่างกลมกลืนเหมือน ๆ กับจิตธาตุสายฟ้าและธาตุไฟของมาร์คัสที่เคยทำให้เขาดู ตอนนี้ จิตทั้งสองของรันมะกำลังหมุนเวียนไปทั่วร่าง แต่แบ่งครึ่งกันอย่างชัดเจน วนไล่กันไปมา ไม่ยอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้จะเรียกจิตทั้งสองขึ้นมาบนฝ่ามือ แต่ก็ยังแบ่งเป็นสองธาตุอย่างชัดเจน รันมะจึงนั่งรวบรวมสมาธิชักน้ำจิตธาตุทั้งสองหมุนวนไปเรื่อย โดยหวังว่ามันจะรวมเข้าด้วยกันได้เอง

            ไกลห่างออกไปจากโรงเตี๊ยมสี่มังกร เรือจักรกลไอน้ำลำหนึ่งกำลังเดินเครื่องจักรเต็มที่แล่นออกจากท่าด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่สามารถทำได้ในขณะนั้น บนดาดฟ้าเรือคนกลุ่มหนึ่งยืนคุยกันอยู่ หันหน้ามองไปทางทะเล หญิงสาวผมยาวรวบมัดไว้แบบหางม้าดาบคาตานะเหน็บไว้ที่เอวซ้าย ใบหน้าหน้าเรียวสวย กับชายผมสีแดงเพลิงแขนเดียว สะพายดาบเล่มยักษ์ เบื้องหลังเป็นชายบ้างหญิงบ้างในชุดคลุมแบบมีฮู้ดสวม

            “ขอโทษครับ คุณหนู ผมทำงานที่คุณหนูสั่งผิดพลาด พวกเราเลยพลอยเสียหายกันไปหมด”

            เพลิงกล่าว น้ำเสียงเศร้าสร้อย

            “ไม่เป็นไรหรอก คนเราพลาดกันได้ นายรอดมาได้ก็ดีแล้ว แต่ถึงฉันจะไม่เอาโทษนาย พี่ชายก็คงไม่ปล่อยนายไว้หรอก เตรียมใจไว้หน่อยก็ดี”

ยูมิเอ่ย ทั้งปลอบและขู่เบ็ดเสร็จ เพลิงทำหน้าพะอืดพะอม เมื่อนึกถึงการลงโทษของหัวหน้าพรรค ถึงแม้มาซากิผู้เป็นหัวหน้าพรรคจะใจดี แต่เฉียบขาด และออกจะบ๊อง ๆ รั่ว ๆ อยู่สักนิดโดยเฉพาะกับคนใกล้ตัว ครั้งหนึ่ง เขาเคยถูกทำโทษโดยการสั่งให้ยืนแก้ผ้าใส่กางเกงในตัวเดียวอยู่บนเชิงเทินกำแพงเมืองมาแล้ว เนื่องจากไปแอบดูผู้เล่นหญิงในพรรคอาบน้ำ ครั้งนั้นเพลิงอายแทบจะไม่รู้เอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองมาซากิ เพราะหลังจากที่เขายืนอยู่นานสามวัน ค่าทักษะความอดทนก็เพิ่มเป็นเท่าตัว

“แล้วคนของทารอฟตายหมดเลยใช่ไหม” หญิงสาวถาม มือซ้ายลูบคลำด้ามดาบเบา ๆ

“ครับ พวกนั้นโดนระเบิดตายกันหมด ผมผิดเอง ที่ไม่สังเกตให้ละเอียดก่อน แล้วเราจะบอกทารอฟยังไงดี คนของเขาตายหมด แต่คู่เจรจาคือผมกลับรอดอยู่คนเดียว”

“ทารอฟมีเหตุผลพอสมควร น่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เดียวฉันจะคุยกับทารอฟเอง นายไปพักผ่อน รักษาแขนให้หายเถอะ เห็นแล้วทุเรศนัยน์ตา พวกนายด้วย ไปพักผ่อนกันได้แล้ว ยังต้องเดินทางกันอีกนาน กว่าจะถึงบ้านเรา”  

ประโยคสุดท้ายยูมิหันมาบอกกับบรรดาลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลัง

เพลิงก้มศีรษะรับแล้วเดินห่างออกมา เขาไม่ได้บอกกับยูมิว่า สาเหตุที่เขาไม่ทันสังเกตเห็นบรรดาโจรสลัด เป็นเพราะเขาเหลือบมาเจอรันมะที่นั่งดื่มอยู่กับโจนส์ ฟลินท์ และเดรกเข้าซะก่อน จนลูกน้องของทารอฟเดินนำเข้าไปนั่ง เพลิงจึงต้องเดินตามเข้าไปเลยไม่ได้สังเกตโต๊ะอื่น ๆ โดยรอบ

ถ้าหมอนั่นเป็นผู้เล่นใหม่ ทำไมไปนั่งกับไอ้พวกสามคนนั่นได้ หรือว่าจะเป็นสายลับของพวกนั้น หรือมันจะเป็นเพื่อนกันมาก่อนจากโลกจริง แต่ก็ไม่แน่ บางทีพวกมันอาจจะแค่เจอกันครั้งแรก แต่จะบังเอิญไปหน่อยหรือเปล่า

เพลิงเดินคิดอย่างใจลอย ไม่ได้มองทางจนไปสะดุดกับสายเชือกที่พาดขวางอยู่ มือซ้ายจะยื่นออกไปคว้ากราบเรือเพื่อพยุงตัวตามสัญชาตญาณ โดยลืมไปว่าตนแขนขาดอยู่ ผลก็คือ ล้มฟาดหน้าทิ่มไม่เป็นท่า เสียงหัวเราะแบบพยายามจะกลั้นดังมาจากด้านหลัง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนได้ก็หันไปทำตาเขียวใส่บรรดาลูกน้องที่เดินตามมา พลางตวาดแก้เขิน

“พวกแกจะมาเดินตามฉันทำไมเนี่ย จะไปทำอะไรก็ไปซะไป๊ นอนเอาแรงไว้ก็ได้ เผื่อพรุ่งนี้เจอพายุ เดี๋ยวจะเหนื่อยกันอีก”

นั่นแหละ ชายหญิงสามสี่คนที่เดินตามมาจึงพากันเดินหลบหายไป แต่ยังไม่วายแอบหัวเราะเบา ๆ เพลิงมองตาม แล้วก็เลยพลอยนึกขำตัวเอง

“ให้ตาย คนแขนเดียวนี่มันก็ลำบากจริง ๆ ท่าล้มเมื่อกี้คงตลกพิลึก”

แสงจันทร์ที่สาดส่องในยามกลางคืน เงาสะท้อนของพระจันทร์ดวงใหญ่ตกกระทบกับผืนน้ำ ส่องประกายระยิบระยับ หญิงสาวขยับตัวเปลี่ยนเป็นท่ายืนกอดอก ใบหน้าเรียวสวยเหม่อลอยคล้ายมองดวงจันทร์ หากแต่ภายในใจกลับนึกถึงภาพบุรุษหนึ่ง ที่หาญกล้าชักดาบต่อสู้กับเธอทั้ง ๆ ที่เลเวลระหว่างเขาและเธอนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว ทั้งยังสามารถหลบการโจมตีที่มุ่งจะเอาชีวิตของเธอได้อีกด้วย ยามสองสายตาสบกันนั้น หญิงสาวรู้สึกหวิว ๆ ในอก เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ในโลกแห่งความเป็นจริง ในชีวิตของเธอจะมีผู้ชายมากมายแวะเวียนมาจีบบ้าง พยายามสนิทสนมบ้าง แต่หญิงสาวกลับไม่เคยรู้สึกเช่นนั้นกับใคร ชีวิตในวัยเด็กที่ถูกเลี้ยงมาแบบผู้ชาย กับพี่ชายที่สุดแสนจะหวงน้องสาว ทำให้เธอไม่เคยมีความคิดที่จะมีแฟนเลย (ก็จะมีได้ไง พอมีใครทำท่ามาจีบ พี่ชายก็คอยกันท่าอยู่ร่ำไป บางทีก็สั่งให้ลูกน้องมาหาเรื่องจนแทบจะไม่มีผู้ชายหน้าไหนกล้าเข้าใกล้เธออีก ในบางครั้ง สองพี่น้องก็ทะเลาะกันเองเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะมาซากิดันไปหวงผิดจังหวะเข้า ก็มีอยู่บ่อย ๆ)

หญิงสาวรู้ตัวอีกที่ก็สลัดความคิดทั้งหมดออกไป นึกแปลกใจตัวเองอยู่คร้ามครัน แต่ก็โยนความผิดให้กับรันมะผู้ไม่รู้ อีโหน่อีเหน่ไปแทน โดยแอบคาดโทษไว้ในใจ ฝ่ายคนที่โดนพาดพิงถึงซึ่งกำลังนั่งสมาธิจิตอยู่ ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบแปลก ๆ และจามขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ

“อะไรวะเนี่ย อยู่ ๆ ก็จาม  แปลกแท้ เอ้อนั่งตั้งนาน ทำไมมันไม่ยอมรวมกันได้สักทีวะ ช่างมันเหอะ นอนดีกว่าวุ้ย รู้สึกเสียวสันหลังอย่างไงก็ไม่รู้สิ”

บ่นพึมพำเสร็จแล้วชายหนุ่มก็ล้มตัวลงนอน หลังจากการทำสมาธิจิตอันเนิ่น อดีตนายทหารรบพิเศษก็หลับไปพร้อมกับความฝันอันยุ่งเหยิง(อีกแล้ว)

 

 

 

 

 

           

 

           

           

           

              

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5380 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:42
    ขอบคุณครับ
    #5380
    0
  2. #4976 Rey_R (@Rey_R) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 00:24
    ผู้หญิงเป็นเพศที่ชอบคิดเองเออเอง
    #4976
    0
  3. #4705 samchay (@samchay) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 07:59
    ไม่ควรสปอยนิยายตัวเองในเนื้อเรื่องนะครับ ให้อ่านเจอเองในอนาคตจะสนุกกว่า
    #4705
    0
  4. #3680 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 13:19
    จะเจออะไร
    #3680
    0
  5. #3197 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 11:57
    โหดอะ รัน

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 กรกฎาคม 2557 / 12:02
    #3197
    0
  6. #3008 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 02:38
    คือำลัง - คือกำลัง
    รันม่าเวลาต่อสู้ โหด ดุดัน .. มันส์มาก น่าสงสารโจรไปเลย
    #3008
    0
  7. #2901 BlackLLLL (@pramonvza) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 20:20
    สนุกครับ
    #2901
    0
  8. #2794 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 / 23:17
    หนุกหนานๆ
    #2794
    0
  9. #2262 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 22:38
    จะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตอันใกล้นี้นะ
    #2262
    0
  10. #1939 yokza01 (@aeae1010) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 23:05
    ชอบนิทาน
    #1939
    0
  11. วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 14:06
    สนุกดีค่ะ ชอบโมลิเป็นเด็กดีพี่ไม่ถามก็ไม่บอก?
    #722
    0
  12. #530 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 17:27
    ได้สู้จริงๆจังบ้างแล้วพระเอก
    #530
    0
  13. #327 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 / 16:27
    จะกลายเป็นศัตรูกับกลุ่มนี้หรอ
    #327
    0
  14. #244 ประกฤติ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 12:23
    หายไปนาน คิดถึง

    สนุกมากครับ ขอมาลงบ่อย ๆ ไดไหมครับ ชอบ
    #244
    0
  15. #242 ฝนลมกรด (@tarkatoo) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 11:15
    lนุกมากมายเลยครับท่านไรเตอร์
    #242
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #238 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 17:32
    สนุกดีครับผม
    #238
    0
  18. #237 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 16:27
       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




      
    #237
    0