พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 33 : [ภาคกำเนิดจอมสลัด] ตอนที่ 32

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 277 ครั้ง
    12 ก.พ. 61

32

เช้าวันใหม่ รันมะตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง และบังเอิญสะท้อนกับกระจกโต๊ะเครื่องแป้งที่ปลายเตียงกระทบกับใบหน้าพอดี ชายหนุ่มพลิกตัวเพื่อหลบแดด ตามองออกไปยังระเบียงกว้างด้านนอก โมลิกำลังถือดาบสองมือกรีดกรายอยู่กลางระเบียง เด็กสาวยังไม่รู้ว่ารันมะตื่นแล้ว ยังคงซ้อมต่อไปเรื่อย ๆ โดยอาศัยจำมาจากที่ชายหนุ่มเคยทำให้ดู ทั้งท่วงท่าการขยับเท้า แขน เอว รันมะยอมรับว่าโมลิความจำดีมาก เพราะเขาทำให้ดูเพียงครั้งเดียว เด็กสาวสามารถจำและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง  ถึงแม้จะยังไม่คล่องนัก

            ชายหนุ่มนอนตะแคงหรี่ตาดูอย่างตั้งอกตั้งใจ จนกระทั้งเด็กสาวหยุด ก็ลุกขึ้นนั่ง ปรบมือให้ โมลิหันมายิ้มให้

            “ตื่นแล้วหรือคะ” เด็กสาวเก็บดาบเข้าฝัก เดินเข้ามาในห้อง

            “เก่งนี่เรา ทำให้ดูแค่ครั้งเดียวก็ทำตามได้จนหมด” รันมะชมพลางยิ้มรับ

            “ยังไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ พี่รันออกท่าสวยกว่าหนูอีก”

เด็กสาวบ่นอุบอิบขณะเดินไปเปิดขวดน้ำรินใส่แก้วยกขึ้นดื่ม แล้วมานั่งพักเหนื่อยอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะแป้ง รันมะลุกจากเตียง เดินออกไปที่ระเบียง สายตามองออกไปที่ทะเล เรือขนาดใหญ่หลายลำจอดทอดสมออยู่พลางคิดในใจว่าจะไปเก็บระดับที่ไหนดี เพราะหากเป็นไปได้แล้ว เขาต้องการจะเลื่อนระดับให้ได้ถึงสามสิบก่อนที่จะออฟไลน์ ชายหนุ่มเปิดวินโดว เลือกรายชื่อเพื่อนแล้วกดติดต่อไปยังเฟิร์สที่เห็นชื่อขึ้นว่าออนไลน์อยู่

            “สวัสดีตอนเช้าครับ พี่รัน” เสียงเฟิร์สทักมา

            “เช่นกัน ว่าไง ไปถึงไหนกันแล้วล่ะ”

            “ครึ่งทางแล้วครับ น่าจะถึงราวคืนนี้แหละพี่”

            รันมะสอบถามถึงสามหนุ่ม ก็ได้รับคำตอบว่าทุกคนสบายดี

            “เออเฟิร์สพี่ขอถามหน่อย ระดับพี่ยี่สิบห้าแล้ว จะไปเก็บเลเวลที่ไหนดี เอาแบบขึ้นเร็ว ๆ หน่อย”

            รันมะถาม เฟิร์สเงียบไปครู่หนึ่ง ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปรึกษากันของสี่สหาย สุดท้ายก็ได้ข้อสรุป

            “เอ่อผมปรึกษากันแล้ว ระดับพี่รัน ไปที่แหลมชมตะวันเลยครับ ที่นั่นจะมีสัตว์อสูรที่ชื่อว่า ริกเฟลโล่ เลเวล 35 อาศัยอยู่  ลักษณะจะคล้าย ๆ ต้นไม้ สูงประมาณสองเมตร มีแขนกับขาสั้น ๆ เหมือนคนแต่จะเดินไม่ค่อยเร็วนัก ระดับสูงที่สุดในเกาะมิดแลนด์แล้วครับ”

            เฟิร์สกล่าว รันมะเปิดแผนที่ออกดู

            “ไอ้แหลมยื่น ๆ ที่เลยท่าเรือไปทางทิศตะวันออกเนี่ยหรอ แหลมชมตะวัน”

            “อ่า ใช่แล้วพี่ นั่นแหละ เขาเรียกกันว่าแหลมชมตะวัน พี่เดินเลียบริมทะเลไปจะง่ายกว่า มันมีทางเดินไป ถ้าไปทางอื่นต้องถางป่าไป มีแต่ดงต่อหลุมอสูร ไม่สะดวกเท่าเดินเลียบชายฝั่งไป”

            รันมะเอ่ยขอบคุณเฟิร์ส ที่ให้ข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งหมดคุยกันเรื่องสัพเพเหระอื่น ๆ อีกพักใหญ่ โดยมีโมลิมานั่งคุยด้วย สี่หนุ่มก็ขอตัวไปกินข้าว

            “ไปกันเถอะ โม วันนี้มีโปรแกรมใหญ่รออยู่”

 รันมะชวนเด็กสาวลงไปด้านล่าง  พื้นที่ห้องโถงกลางของโรงเตี๊ยมสี่มังกร ตอนนี้กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว และยังคงคับคั่งไปด้วยนักเดินทางจากหลายทวีป สองพี่น้องสั่งอาหารง่าย ๆ เป็นข้าวผัดรวมมิตรทะเลจานใหญ่ รันมะขอซื้อเครื่องเทศสามสี่อย่างจากเถ้าแก่โรงเตี๊ยม  แล้วก็พาโมลิเดินออกจากโรงเตี๊ยม ผ่านตลาดท่าเรือที่วุ่นวายไปด้วยเหล่าพ่อค้า นักเดินทางมากมาย

ระหว่างเดิน รันมะก็บอกอธิบายแผนการของทั้งวันให้เด็กสาวฟังอย่างคร่าว ๆ

“โม ไอ้ทักษะทะยานเหยียบเมฆของเธอ มันช่วยให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นใช่หรือเปล่า” รันมะถาม ขณะที่เดินผ่านเขตตลาด ออกสู่ทางเดินเลียบชายทะเล

“ค่ะ มันทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น แต่ก็สิ้นเปลืองพลังงานเหมือนกัน”

“งั้นวันนี้เรามาวิ่งแข่งกัน พี่ได้ทักษะเคลื่อนที่ระดับกลางมา จะลองดูซักหน่อย”

เด็กสาวกระพริบตาปริบ ๆ

“วิ่งแข่งกับพี่รันเนี่ยนะ หนูก็แพ้นะสิ พี่รันตัวสูงกว่า ขาก็ยาว จะไปวิ่งทันได้ยังไง”

รันมะหัวเราะ ตบหลังเธอเบา ๆ

“เอาน่า ลองดูหน่อย”

แล้วทั้งคู่ก็เตรียมตัวที่จะวิ่งแข่ง โดยรันมะบอกให้โมลิใช้ทักษะทะยานเหยียบเมฆได้เต็มที่  พอถึงทางเดินเลียบชายทะเล สองพี่น้องก็ออกวิ่งทันที(เป็นภาพที่แปลกประหลาดพอสมควรสำหรับผู้พบเห็น) ระหว่างวิ่งรันมะก็ผนึกพลังจิตธาตุน้ำเพื่อลดความเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา หลังจากวิ่งมาได้สิบนาที ทั้งสองก็หยุด ผลจากการวิ่งปรากฏว่ารันมะชนะอย่างขาดลอย ผลจากการวิ่งเต็มที่สิบนาที ทำให้ทักษะเคลื่อนที่ขั้นกลางเลื่อนไปอยู่ที่ระดับสอง ส่วนวิชาทะยานเหยียบเมฆของโมลิก็พรวดขึ้นไปอยู่ระดับสามอย่างน่าแปลกใจ

“เหนื่อยเป็นบ้าเลย พี่รันขี้โกง แน่จริงห้ามใช้พลังจิตช่วยสิคะ อย่างนี้ก็ไม่เหนื่อยเลยสักนิด ขี้โกงชะมัด เอางี้ดีกว่า พี่รันแบกหนูวิ่งไปด้วย พอหนูหายเหนื่อยแล้วพี่ก็ค่อยให้หนูลงวิ่งเหมือนเดิม น่าจะไปได้เร็วกว่าจะต้องมาคอยนั่งพักอย่างนี้”

เด็กสาวพูดเสียงกระท่อนกระแท่น เพราะเหนื่อย รันมะเห็นด้วย ชายหนุ่มจัดแจงนำเชือกมาขดพันเป็นเบาะรอง แล้วมัดติดหลังตนเองไว้ ให้เด็กสาวขึ้นนั่ง แล้วก็ออกวิ่งต่อ ระหว่างวิ่งก็รู้สึกได้ว่าวิ่งช้าลง รันมะเลยทดลองผนึกจิตธาตุสายฟ้าขั้นสูงลงไปที่ขาทั้งสอง ทันทีที่ผนึกลงไปเรียบร้อย ความรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อถูกกระตุ้นด้วยพลังงานทำให้วิ่งได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ชายหนุ่มตัดสินใจจะแบกโมลิวิ่งไปจนถึงแหลมชมตะวัน เพราะคิดว่าน่าจะไปได้เร็วกว่า ระหว่างวิ่งไปก็สัมผัสได้ถึงความเร็วที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

มีจิตสองธาตุมันก็ดีอย่างนี้นี่เอง จิตธาตุน้ำช่วยรักษาและฟื้นฟูสภาพ ธาตุสายฟ้าช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อเพิ่มความเร็ว

รันมะคิด ตอนนี้เขาสามารถควบคุมจิตทั้งสองได้อย่างใจนึก ทุก ๆ ก้าวที่วิ่งออกไป ชายหนุ่มไม่ต้องคอยผนึกจิตเลย เพียงก้าวไปจิตทั้งสองก็จะทำงานโดยอัตโนมัติเสมือนกับว่า เป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งในร่างกาย ที่ทำงานผสานกันอย่างลงตัว

ผลจากการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดอย่างต่อเนื่อง รันมะใช้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่ง ทั้ง ๆ ที่ระยะทางจากท่าเรือมาแหลมชมตะวันก็พอ ๆ กับระยะทางจากเมืองมายังท่าเรือ รันมะหยุดวิ่ง เมื่อมาถึงป้ายหินที่สลักข้อความไว้ว่า

แหลมชมตะวัน

รันมะให้เด็กสาวลง สายตามองไปรอบ ๆ แหลมชมตะวัน มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้ากว้าง มีต้นไม้รูปทรงประหลาดขึ้นแซมอยู่ทั่วไป สามทิศล้อมด้วยทะเล ทิศตะวันตกติดกับเนินสูง ลงเนินไปก็เป็นป่าทึบ อย่างที่หนึ่งบอก ใช้เส้นทางเลียบชายฝั่งสะดวกกว่าลุยป่ามาก

“อืม ถ้ามาตอนเช้า ๆ พระอาทิตย์ขึ้นพอดี ตรงนี้คงเป็นจุดชมวิวที่สวยที่หนึ่งเลยทีเดียว”

โมลิเอ่ย พลางปีนขึ้นไปยืนบนป้ายหิน

“ไหนหว่า ไอ้ริกเฟลโล่ หนึ่งบอกว่ามันอาศัยอยู่ที่แหลมนี่นา ไม่เห็นมีอะไรเลย นอกจากไอ้ต้นไม้ประหลาด ๆ นั่น หรือว่า”

ชายหนุ่มเรียกโมลิให้ลงมาจากแท่นหิน เดินตรงไปยังต้นไม้ต้นที่อยู่ใกล้ที่สุด รันมะดึงดาบคู่มือออกมาถือกระชับไว้

“กิ่งไม้นั่นมันไหวแปลก ๆ นะคะ พี่รัน ทั้งที่ลมพัดมาจากทะเล แต่แทนที่จะขยับซ้ายขวา กิ่งกับขยับขึ้นลงแทน”

โมลิสงสัย  สองมือดึงดาบเหล็กนิลออกจากฝัก ด้วยนิสัยไม่ประมาท

“เดี๋ยวพี่เข้าไปดูเอง โมรอตรงนี้”

เด็กสาวทำท่าจะค้าน แต่เมื่อเห็นสายตาของรันมะที่มองมาก็เลยพูดไม่ออก  ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปหาต้นไม้ประหลาดอย่างช้า ๆ ลักษณะภายนอกแม้จะดูแปลกตา แต่เมื่อเข้ามาดูในระยะประชิดแล้ว มันก็คือต้นไม้ธรรมดานี่เอง รันมะเปิดหน้าต่างช่องเก็บของ เลือกธนูที่เก็บมาจากพวกโจรบนหน้าผามาทดลองยิงใส่ต้นไม้จากระยะราวสิบก้าว

ทันทีที่ลูกธนูปักเข้ากึ่งกลางต้น เรื่องเหลือเชื่อก็พลันอุบัติ ต้นไม้สั่นอย่างรุนแรง เปลือกด้านนอกฉีกออกราวกับลอกคราบ รันมะโยนธนูเข้าหน้าต่างเหมือนเดิม ดึงดาบออกมาทั้งสองเล่มออกมาถือกระชับไว้ จิตทั้งสองธาตุผนึกไปทั้งร่างโดยอัตโนมัติ  เมื่อทำการลอกเปลือกออกหมด เจ้าต้นไม้ก็เลื่อนถอนรากขึ้นจากพื้นดิน รากขนาดใหญ่สี่รากขยับไหวไปมา

สัตว์อสูร ริกเฟลโล่ ชั้นทหาร ระดับ 35 เตรียมโจมตี

เสียงระบบดังขึ้น รันมะหันไปมองโมลิ เด็กสาวกระโจนพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว เจ้าริกเฟลโล่เคลื่อนที่ตรงเข้ามาหาทั้งสอง อย่างที่เฟิร์สบอกไว้ พวกมันเคลื่อนที่ด้วยรากสั้น ๆ ทั้งสี่ราก ทำให้เคลื่อนที่ได้ไม่เร็วนัก

“เดี๋ยวพี่ลองจัดการมันก่อน คอยดูรูปแบบการเคลื่อนไหวของมันไว้ด้วย”

รันมะสั่ง โมลิพยักหน้ารับ ชายหนุ่มเคลื่อนที่ออกห่างจากตำแหน่งที่ยืน ตัดหน้าเจ้าริกเฟลโล่ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เจ้าต้นไม้เดินได้หันร่างโย่งโย่มาทางเขา กิ่งก้านขนาดใหญ่สี่กิ่งขยับไปมา มันสลัดใบที่กิ่งออกหมด เหลือแต่ปลายกิ่งแหลม ใช้เป็นอาวุธจู่โจม พอเข้ามาได้ระยะ มันก็ฟาดกิ่งสองกิ่งเข้าใส่ทันที รันมะเบี่ยงตัวหลบวูบ ดาบในมือขวาตวัดฟันเข้าปะทะกับกิ่งของมันเสียงดังสนั่น ริกเฟลโล่เลื่อนถอยห่างออกไปนิดหน่อย การโจมตีสวนของรันมะเมื่อครู่นี้ทำให้กิ่งของมันถูกฟันขาดหายไป แต่แล้วกิ่งใหม่ก็งอกออกมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว

ริกเฟลโล่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ กิ่งทั้งสี่ของมันโจมตีเข้าใส่ชายหนุ่มรอบด้าน เนื่องจากกิ่งที่มีขนาดยาว รันมะดีดตัวถอยห่างออกมา ดาบสองมือสะบัดเป็นรูปเลขแปดตัดเอากิ่งของมันทั้งสี่ขาดกระเด็น แต่ก็มีกิ่งใหม่งอกแทนเช่นเดิม

“ต้องฟันที่ลำต้นให้ขาดสินะ” ชายหนุ่มคิดในใจ หลังจากฟันกิ่งของมันขาดเป็นครั้งที่ห้า

รันมะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกแทน เคลื่อนร่างไปรอบ ๆ พอมันโจมตีเข้ามา ชายหนุ่มก้มตัวเล็กน้อย มือขวาควงดาบสกัดการโจมตีทั้งหมด มือซ้ายตวัดดาบเป็นวงในแนวต่ำ ตัดรากที่เป็นขาของมันทั้งสี่ ริกเฟลโร่เสียการทรงตัวเอนมาใส่ เมื่อรากสามในสี่ถูกตัด รันมะกระแทกเท้าถีบใส่กลางลำต้นในท่ามอญยันหลัก พอริกเฟลโล่ล้มลง ดาบในมือก็กระหน่ำฟันลงไปยังกลางลำต้น คมดาบอัสนีคำรามของรันมะทำได้เพียงกินลึกลงไปในผิวเนื้อไม้ประมาณสามนิ้ว รันมะสปริงตัวถอยออกทันที พร้อม ๆ กับกิ่งทั้งสี่ที่งอกใหม่พุ่งเข้าโจมตีทั้ง ๆ ยังล้มอยู่ ริกเฟลโล่ใช้กิ่งยันตัวมันลุกขึ้น

“ตัวบ้าอะไรวะ แกร่งเกินไปแล้ว ขนาดพลังโจมตีเราสองพันกว่ายังฟันไม่เข้า”

รันมะถอยฉากออกจนพ้นระยะแล้วเคลื่อนกายไปรอบ ๆ สัตว์อสูรต้นไม้ มันหมุนตัวตามอย่างคล่องแคล่วด้วยขารากไม้ทั้งสี่ ชายหนุ่มผนึกจิตธาตุสายฟ้าและธาตุน้ำลงบนดาบทั้งสองเล่ม เส้นพลังกึ่งกลางของดาบแต่ละเล่มเริ่มเปล่งแสงประจำธาตุของมันออกมา ดาบพิรุณโปรยมีสีคราม ส่วนดาบอัสนีคำรามนั้นมีสีส้มประกายแดง รัศมีแผ่กระจายอยู่รอบ ๆ ดาบ พอริกเฟลโล่โจมตีเข้ามา รันมะก็ก้มตัวหลบในลักษณะเดิม ดาบทั้งสองสะบัดฟันจนกิ่งและรากของมันขาดอีกรอบ ชายหนุ่มเร่งเร้าจิตธาตุสายฟ้าจนถึงขีดสุดพร้อมกับฟันดาบอัสนีคำรามลงปล่อยคาทิ้งไว้ไปก่อนจะหมุนตัวเพิ่มแรงส่ง กระหน่ำฟาดสันดาบอีกเล่มในมือขวาซ้ำลงไปบนสันดาบที่คาอยู่บนลำต้นของริกเฟลโล่ เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ในที่สุดดาบอัสนีคำรามก็ตัดเอาร่างของมันขาดออกเป็นสองท่อน

รันมะก้มเก็บดาบขึ้นมา เมื่อระบบรายงานการกำจัดสัตว์อสูรริกเฟลโล่สำเร็จ ริกเฟลโล่เป็นหนึ่งสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากที่สุดในเกาะมิดแลนด์จึงไม่ค่อยมีใครมาเก็บระดับกับมันมากนัก เพราะร่างกายของมัน นอกจากจะแกร่งแล้วยังทนทานต่อเวทมนต์และทักษะพิเศษสูงสุด ชนิดที่ว่าแทบจะตีไม่เข้าเลยทีเดียว การจะกำจัดมันได้นั้นจึงต้องอาศัยการโจมตีธรรมดาบวกพลังจิตล้วน ๆ แต่สำหรับคนที่มีจิตธาตุไฟจะสามารถกำจัดมันได้อย่างง่ายดาย เพราะแพ้ทางกันนั่นเอง

“โห ไอ้ตัวนี้ฆ่ายากเหมือนกันนะ พี่รัน”

โมลิยืนดูการต่อสู้อยู่เอ่ย รันมะพยักหน้ารับ

“ใช่ โมจะลองดูก็ได้นะ รูปแบบการโจมตีของมันยังไม่ซับซ้อนนัก แถมยังไม่โจมตีก่อนอีก น่าจะใช้ฝึกท่าดาบได้ดีทีเดียว”

“โห แต่กว่าหนูจะฆ่ามันได้คงนานน่าดูเลย เอาเถอะ ถือว่าฝึกดาบอย่างที่พี่รันว่าละกัน”

 เด็กสาวพูดพลางหัวเราะแห้ง ๆ เธอเดินเข้าไปใช้ดาบจิ้มลำต้นของริกเฟลโล่ทีหนึ่ง เพื่อปลุกมันให้ตื่น รันมะยืนปักหลักดูโมลิใช้ดาบสองมือรับมือกับเจ้าริกเฟลโล่อยู่ครู่หนึ่ง เนื่องจากดาบเหล็กนิลมีพลังโจมตีไม่สูงเท่าดาบของเขา เด็กสาวต้องฟันประมาณสามสี่ครั้ง จึงสามารถฟันกิ่ง หรือรากของมันขาดได้ ชายหนุ่มคอยแนะ เตือน ท่าทางการเคลื่อนไหวให้เด็กสาว ในที่สุดด้วยความพยายาม ห้านาทีต่อมา คู่หูของเขาจึงสามารถล้มเจ้าริกเฟลโล่ลงได้ โดยอาศัยฟันจุดเดิมซ้ำ ๆ บริเวณลำต้น เนื่องจากบาดแผลของริกเฟลโล่จะไม่ประสานกันเอง นอกจากกิ่งหรือราก เมื่อโดนฟันขาดจึงจะงอกใหม่

“โอย กว่าจะตาย แต่ก็สนุกดีนะคะ เหมือนได้คู่ซ้อมอย่างดีเลย”

เด็กสาวกล่าวปนหอบเล็กน้อย

“นี่แหละ ดีแล้ว ลองฝึกไปเรื่อย ๆ พอเคลื่อนไหวได้ชิน มันก็จะไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร พี่คงปล่อยเราได้นะ อย่างเพิ่งไปเปรี้ยวสู้ทีสองตัวล่ะ เอาค่อยเป็นค่อยไปก่อน”

รันมะบอกให้เด็กสาวนั่งพักพอหายเหนื่อยแล้วให้สู้ต่อ โดยกำชับว่าอย่าออกไปห่างสายตาเขา แล้วทั้งคู่ก็แยกจัดการกับริกเฟลโล่กันคนตัว ส่วนรันมะ เมื่อจัดการกับริกเฟลโล่ตัวที่สองได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ชายหนุ่มก็เริ่มเพิ่มจำนวนของพวกมัน เป็นสองตัว ยิ่งนานไป ทักษะตลอดจนการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มก็เฉียบคมขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวไม่เสียเปล่า ระบบแจ้งการเลื่อนของทักษะการใช้อาวุธและการหลบหลีก กระทั่งทักษะการเคลื่อนที่ขั้นกลางก็ยังเลื่อนไปขั้นสาม

ในที่สุด รันมะก็เพิ่มจำนวนริกเฟลโล่ถึงสี่ตัว  ดาบทั้งคู่ปัด เฉือน สะบัดและเหวี่ยงไปรอบตัวพร้อม ๆ กับการเคลื่อนไหว การวางเท้าท่าพิสดาร ที่ดูกลมกลืนกับทักษะการใช้ดาบ สมาธิของรันมะอยู่ในระดับสูงสุด ตอนนี้เขาสามารถสัมผัสถึงการโจมตีของริกเฟลโล่ได้รอบตัว โดยไม่จำเป็นต้องหันไปมองเลย มันไม่ใช่สัญชาตญาณ หากแต่เป็นการรับสัมผัสทางจิตที่สามารถรับรู้ได้อย่างแม่นยำ ทันทีที่ริกเฟลโล่ตัวสุดท้ายถูกฟันออกเป็นสามส่วน เสียงของระบบก็ดังขึ้น

ผู้เล่น รันมะ เรียนรู้ทักษะ ผัสสะ ระดับหนึ่งค่ะ

ผู้เล่นเมื่อระดับสูงแล้วจะมีทักษะนี้กันทุกคน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ระดับของทักษะ เพราะผู้เล่นยอดฝีมือบางคนระดับสูง การโจมตีรวดเร็ว เฉียบคม ผู้ที่ระดับผัสสะต่ำจะไม่สามารถับรู้ถึงการโจมตีได้ ซึ่งการที่รันมะสามารถเรียนรู้ทักษะนี้ได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาชีพ นั่นเป็นเพราะการหมั่นฝึกฝน และการต่อสู้ส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะประชิด อีกทั้งยังเป็นการต่อสู้แบบพึ่งตนเองล้วน ๆ ต้องใช้ประสาทการรับรู้เป็นอย่างมาก ทักษะผัสสะจะสามารถทำงานได้ก็ต่อเมื่อจิตนิ่งจนเกิดสมาธิและสามารถรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของสิ่งรอบตัว รันมะสามารถจับจุดได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขาใช้วิธีนี้มาก่อนจนกระทั้งได้รับทักษะ

พอมีทักษะผัสสะ แม้จะเป็นเพียงระดับหนึ่ง รับรู้ได้ในระยะประชิด แต่ก็ทำให้การโจมตีของรันมะดีขึ้นมาก ชายหนุ่มสามารถรุกและรับได้อย่างแม่นยำ พลิกแพลงการต่อสู้ได้มากขึ้น การเคลื่อนไหวหลบหลีกก็เร็วขึ้นตามระดับทักษะด้วย ตอนนี้ รันมะปลุกริกเฟลโล่ขึ้นมาถึงหกตัว เล่นเอาโมลิที่เพิ่งจัดการกับริกเฟลโล่ตัวที่ห้าได้สำเร็จถึงกับอึ้งมองอย่างชื่นชม  ทั้งสองหยุดพักเที่ยง ทั้งรันมะและโมลิก็เลื่อนระดับขึ้นไปที่ระดับยี่สิบหก ทักษะติดตัวหลายทักษะก็พากันเลื่อนเช่นเดียวกัน

“พี่รันต้องมีอะไรปิดบังหนูแน่ ๆ หนูเห็นพี่สู้กับไอ้ริกเฟลโล่หกตัวได้อย่างสบาย ๆ เลย”

เด็กสาวถาม ขณะกำลังนั่งกินข้าวผัดที่สั่งห่อเตรียมมาด้วย ชายหนุ่มอธิบายให้ฟังถึงทักษะใหม่ที่ได้มา รวมทั้งทักษะอื่นๆที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้สู้ได้อย่างไม่ติดขัดและสามารถรับมือกับริกเฟลโล่ได้เป็นจำนวนมาก โมลิเลยขออนุญาตเพิ่มจำนวนริกเฟลโล่เป็นสองตัว รันมะเห็นว่าเด็กสาวมีพัฒนาการที่ดี น่าจะรับมือได้ก็ไม่ว่าอะไร  ทั้งคู่รวบรวมไอเทมที่ได้ในช่วงเช้า พบว่า ส่วนใหญ่จะมีแต่เยื่อไม้ และแก่นไม้ ที่ดรอปจากพวกมัน

รันมะเริ่มสอนให้เด็กสาวรับมือกับริกเฟลโล่สองตัว สอนการจับจังหวะ และการเคลื่อนที่และชิงพื้นที่ได้เปรียบของตัวเอง การใช้จำนวนของคู่ต่อสู้เพื่อให้ตนเองได้เปรียบไม่นานนักโมลิก็สามารถทำได้อย่างคล่องแคล่ว รันมะก็หันไปจัดการริกเฟลโล่ต่อ คราวนี้รันมะปลุกมันขึ้นมาถึงสิบตัวเลยทีเดียว พอฟันตัวหนึ่งล้ม ตัวอื่นก็เข้ามาแทนเรื่อยๆ สองพี่น้องเก็บระดับกับเจ้าริกเฟลโล่จนกระทั่งเย็น ระดับของทั้งสองก็อยู่ที่ยี่สิบแปด จนกระทั้งทุ่งหญ้าที่มีริกเฟลโล่ขึ้นแซมอยู่ตอนนี้โล่งเตียน ชายหนุ่มเลือกที่พักริมเนินถัดมาจากทุ่งแหลมชมตะวัน โดยอาศัยกลุ่มหินก้อนใหญ่เป็นกำบังธรรมชาติ

รันมะนำเนื้อสัตว์อสูรที่เหลืออยู่ในถังเก็บเนื้อสัตว์ ซึ่งปะปนกันจนเขาแยกไม่ออกว่าเป็นเนื้ออะไรบ้าง ทำเป็นสเต็กบ้าง ย่างธรรมดาบ้าง และต้มเป็นซุป พออาทิตย์ลับขอบฟ้า สองพี่น้องก็นั่งกินอาหารแบบง่าย ๆ แต่อร่อยระดับโรงแรม อยู่ข้าง ๆ ริมกองไฟ ที่ก่อขึ้นเพื่อให้แสงสว่าง

“พี่รัน เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่แหลมกันดีกว่า มันต้องสวยแน่ ๆ เลย”

เด็กสาวเอ่ยชวน มือก็ตักซุปในถ้วยซดไปด้วย

“ปลุกพี่ด้วยละกัน เราตื่นเช้ากว่าพี่อยู่แล้ว” รันมะตอบแบบไม่ใส่ใจนัก

“นี่ หนูว่าพี่รันเข้าเมืองรอบนี้ไปหาชุดใหม่ใส่ดีกว่า ไอ้ชุดนี้มันไม่เท่เลยซักนิด แถมขาดยังกับผ้าขี้ริ้ว” 

โมลิออกความเห็นด้วยสีหน้าจริงจัง จริงอย่างที่เด็กสาวพูด ชุดของรันมะตอนนี้ถูกกิ่งของริกเฟลโล่เกี่ยวจนขาดวิ่นไปหมด ยกเว้นช่วงเกราะบริเวณลำตัวกับต้นขา

“ก็นี่มันชุดระดับต่ำ พี่ใส่มาจนเลเวลจะสามสิบแล้วมันก็ต้องขาดเป็นธรรมดา”

สองคนนั่งคุยกันอยู่พักใหญ่ ๆ รันมะก็บอกให้โมลิเข้านอนในเต็นท์ ส่วนตัวเขาเองปูถุงนอนด้านนอกเหมือนเดิม ทั้งสองหลับไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่า พลังลึกลับกลุ่มหนึ่งกำลังก่อตัวอยู่ไม่ห่างจากที่พักเท่าไรนัก

 

 

***ระหว่างนั่งฟังบรรยายในห้องเรียนรวมสามชั่วโมง พิมพ์นิยายได้ตอนนึงเลยแฮะ ไม่อยากจะเชื่อ อาจารย์สอนได้ดีจริงๆ ฮ่าๆๆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 277 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5572 DerRain (@novel-kwang) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:29
    ทำไมรันมะกับโมลิถึงระดับเท่ากันล่ะ ทั้งๆที่รันมะตายไปครั้งนึ่งทำให้ระดับลดจาก30 มา25แต่โมลิไม่ได้ตาย
    #5572
    0
  2. #5381 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 01:09
    ขอบคุณครับ
    #5381
    0
  3. #4879 KongKitti (@KongKitti) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 21:24
    จะไปฟ้องท่านอาจาร์โทดฐานตั้งใจเรียนเกิ๊น 555
    #4879
    0
  4. #4845 lady-zeara (@lady-fair) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 21:25
    น้องโมน่ารัก
    #4845
    0
  5. #4669 Satta Earkung (@earkung) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 16:58
    เบื่อโมลิเป็นแค่วิญญาณแท้ๆ จริงๆถ้าไม่มีนางกะดีนะ นางเป็นถึงกึ่งภูติ แต่ไม่มีไรเด่นเลย ยอมใจ แต่กะเลิฟไรท์นะจ๊ะ แต่ไรท์ไม่รุ้บ้างเลย
    #4669
    0
  6. #4630 sing223 (@naj223) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 14:40
    ขอบคุณครับ
    #4630
    0
  7. #4564 555 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:40
    ผัสสะ คืออะไรครับ
    #4564
    1
    • 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:56
      ลองอ่านในวิกิดู มันคล้ายๆกะสัมผัสพิเศษอ่ะคับ รูป เสียง กลิ่น รส กายวิญญาน แล้วก้อใจ คับ
      #4564-1
  8. #4563 Miyoshi rie (@okiya0miki) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:24
    อาจารย์เก่งมากค่ะ ฮ่าๆๆ ปล.ไม่คุ้นกับคำว่าผัสสะ ทีแรกนึกว่าไรต์พิมพ์ผิด เลยไปเปิดพจนานุกรมดู ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ ^^
    #4563
    0
  9. #4562 suck-it (@suck-it) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:47
    อาจารย์ดีเด่นครับ 555
    #4562
    0
  10. #3255 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 13:18
    TT^TT  ไม่มีใครเค้าอยากทำ  แต่มันเป็นหน้าที่ T^T
    #3255
    0
  11. #3198 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 12:36
    555+
    #3198
    0
  12. #2902 BlackLLLL (@pramonvza) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 20:24
    สั้นจริงๆ
    #2902
    0
  13. #2795 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 / 23:21
    หนุกหนานๆ
    #2795
    0
  14. #2553 ReiRei^_^ (@Little-lucifer) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 01:22
    บทนี้สั้นๆ แต่มันสะเทือนใจจริงๆ....หน้าที่ของทหาร...ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า เพื่ออะไรหนอ...ประเทศชาติ แผ่นดิน สงครามไม่เคยให้อะไรเลยจริงๆ
    #2553
    0
  15. #2547 entask (@entask) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 / 13:12
    สั้น ๆ แต่ก็กินใจอยู่นะ
    #2547
    0
  16. #2432 ea-ea (@ea-ea) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 18:20
    สนุกมากคะ่
    #2432
    0
  17. #2263 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 22:41
    พระเอกเราใจร้ายอ่ะเเต่มันเป็นหน้าที่สินะ
    #2263
    0
  18. #1616 supanat pds (@drakon181) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 12:10
    หน้าที่หนินะ
    #1616
    0
  19. #243 ประกฤติ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 12:21
    สั้นจังเลยครับ

    หายไปนาน คิดถึง
    #243
    0
  20. #240 oQoQo (@qsnavigation) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2555 / 10:41
    โอ^ โหดมาก
    #240
    0