พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 51 : (ภาคกำเนิดจอมสลัด) ตอนที่ 50

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,657
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    20 ก.พ. 61

50

รันมะเดินออกมาจากอาคารบริการผู้เล่นทั้งที่ยังมึนงงอยู่กับภารกิจที่ได้รับมาไม่หายชายหนุ่มติดต่อกับอรชุนทางจิต  พอทราบที่อยู่ของทั้งสองคนก็เปลี่ยนเส้นทางมุ่งไปในตลาดทันที

            “เพิ่งจะเก้าโมง ไอ้ภารกิจที่ได้มามันก็แปลกพิลึก ค้นหาตราราชวงศ์อะไรของมันวะลึกลับจริง ๆ”

            ชายหนุ่มบ่นเมื่อเลิกปลอกแขนขึ้นเพื่อดูนาฬิกา โมลิกับอรชุนยืนรอเขาอยู่หน้าปากทางเข้าตลาด เด็กสาวถือไอศกรีมกะทิในลูกมะพร้าวอ่อนผ่าครึ่งไว้สองมือ เมื่อรันมะเดินเข้าไปใกล้ก็ยื่นให้

            “ว่าไง ตกลงได้ภารกิจอะไร”

            อรชุนที่ยืนหอบของพะรุงพะรัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนมและของกินจุกจิกถามขึ้น โจรสลัดหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาดูพื้นที่โดยรอบ

            “ไปคุยกันที่เงียบ ๆ ดีกว่า”

            ทั้งสามเดินผ่านตลาดที่เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าและผู้เล่นที่มาซื้อขายกันอย่างคึกคัก รันมะเดินแหวกกลุ่มคนตรงไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ด้านตรงข้าม พอหาที่เหมาะ ๆ ไม่มีคน ชายหนุ่มก็เปิดวินโดวหน้าภารกิจให้อรชุนอ่าน ก่อนจะนั่งลงตักไอศกรีมกินเงียบ ๆ

            “อะไรเนี่ย ค้นหาตราราชวงศ์เหรอ หมายความว่ายังไง”

            เทพอารักษ์เอ่ยขึ้น สีหน้าคล้ายกับรันมะในตอนที่ได้อ่านภารกิจครั้งแรกอย่างไม่ผิดเพี้ยน โมลิวางลูกมะพร้าวในมือลง ชะโงกหน้าเข้ามาดูบ้าง

            “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ภารกิจมันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว จะทำยังไงล่ะ”

            แน่นอนว่ารันมะไม่ได้กลัวว่าจะทำภารกิจไม่สำเร็จ แต่สิ่งที่เขากังวลคือเวลาต่างหาก  โบราณสถานก็คือดันเจี้ยนลับที่อยู่ในตัวป้อม เขาเองเหลือเวลาออนไลน์อีกไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง หากออกมาไม่ทันการออฟไลน์ในป้อม เขาจะถูกวาร์ปออกมาโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อกำหนดในการเข้าออกว่าสามารถเข้าได้ไม่จำกัดครั้ง แต่หนทางภายในเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ รันมะเองก็ไม่ต้องการจะเสี่ยง

            “ไม่เห็นต้องกลัวเลยนี่คะ พี่รัน พี่เหลือเวลาจนถึงเช้า ถึงเด้งออกมา พอพี่มาใหม่ก็ค่อยเข้าไปอีกรอบก็ได้นี่”

            เด็กสาวที่ยิ้ม รันมะกับอรชุนหันไปมองหน้ากัน

            “ก็แล้วแต่เจ้าล่ะนะ ว่าจะตัดสินใจอย่างไร”

            เทพอารักษ์ยกภาระการตัดสินใจให้กับผู้เป็นนาย รันมะเปิดระบบสื่อสารขึ้นมาติดต่อกับบรรดาลูกน้องอดีตโจร ชายหนุ่มนัดวัน เวลาในการออนไลน์คราวหน้า โดยบอกว่าตนเองต้องไปทำภารกิจปลดแบล็คลิสก่อน พอภูอินท์ถามว่าเขาได้ภารกิจอะไร ก็ตอบไปเพียงว่าได้ภารกิจบำเพ็ญประโยชน์

            “โอเค ไปเตรียมของลุยกันดีกว่า”

            หลังจากตุนน้ำยาเพิ่มพลัง ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นแล้ว ทั้งสามก็มุ่งหน้าออกจากประตูป้อมฝั่งทิศใต้ ตรงไปยังโบราณสถานปราสาทหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่นอกป้อม  ลักษณะภายนอกของโบราณสถานแห่งนี้คล้ายคลึงกับนครวัดอย่างมาก ตัวอาคารก่อด้วยศิลาซ้อน ๆ กันขึ้นไป มีการแบ่งโซนหน้าหลังอย่างชัดเจน

            “ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวแฮะ”

            รันมะที่หยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าเหลียวมองไปรอบ ๆ ด้านในโบราณสถานไม่มีผู้เล่นอยู่แม้แต่คนเดียว มีเพียงทหารยามเอไอสองนายที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู รันมะเดินผ่านยามทั้งสองเข้าไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ศิลาแลงขนาดกว้างยาวราวหนึ่งศอกที่เรียงซ้อนกันแนบสนิทก่อให้เกิดความมหัศจรรย์ของตัวอาคารที่มีเพียงหินอย่างเดียวช่วยให้ภายในตัวโบราณสถานแห่งนี้ดูราวกับมีมนต์ขลัง

            ทั้งสามเดินผ่านห้องโถงกลางเข้าไปในอาคารหลักที่ตั้งเป็นประธานอยู่ตรงกลางผู้เล่นกลุ่มหนึ่งราวสี่ห้าคนยืนออกันอยู่บริเวณประตูบานยักษ์

            “อ้าว นึกว่าไม่มีคน”

            รันมะมองไปที่กลุ่มผู้เล่นนั้นอย่างสนใจแต่ละคนอายุไม่มากนักเหมือนจะเป็นกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายที่มาเล่นด้วยกัน ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่ามีคนมาก็พากันหันมามอง

            “สวัสดีครับ พวกน้องมาทำอะไรกันครับเนี่ย”

            รันมะทักขึ้นก่อน

            “มาทำภารกิจน่ะครับ ไม่มีอะไรหรอก”

เด็กหนุ่มคนหนึ่งดูท่าจะเป็นหัวหน้าทีมก็เอ่ยขึ้นสายตาก็พิจารณาชายหนุ่มแปลกหน้าเหมือนไม่ค่อยไว้ใจนัก

“พี่ก็มาทำภารกิจเหมือนกัน”

รันมะลองหยั่งเชิง

“ภารกิจของห้องสมุดหรือเปล่าคะ ถ้าเป็นภารกิจเดียวกันจะมารวมกลุ่มกับพวกหนูก็ได้นะ”

เด็กสาวผมบลอนด์คนหนึ่งเอ่ย เธอเห็นโมลิที่ยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเองก็เลยลองถามดู ทั้งห้าคนนิ่งรอฟังคำตอบ

“ไม่ใช่หรอก เป็นภารกิจสำรวจธรรมดาน่ะ”

สีหน้าของเด็กสาวดูเหมือนจะผิดหวังนิด ๆ รันมะสังเกตได้ก็ถามต่อ

“ทำไม ภารกิจของพวกเธอมันยากหรือ”

พอได้ยินคำถาม ทั้งห้าคนก็ยิ้มแห้ง ๆ ชายหนุ่มคนแรกก็ตอบแบบไม่เต็มเสียงนัก

“ครับ ก็ยากอยู่พอสมควร พวกเราตายยกตี้กันมาสามรอบแล้ว จริง ๆ มันต้องหาคนเยอะกว่านี้ แต่เราก็เล่นกันอยู่แค่ห้าคน เลยไม่ผ่านเสียที”

รันมะพอได้ฟังก็เกิดสนใจ ชายหนุ่มลองสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจห้องสมุด กลุ่มวัยรุ่นก็ไม่ได้ปิดบังอะไร เพราะภารกิจที่ได้รับมาไม่ใช่ภารกิจลับ แต่เป็นภารกิจธรรมดาของหอสมุด ผู้ที่จะรับได้ต้องมีระดับสี่สิบขึ้นไป โดยภารกิจจะให้รวบรวมหนังสือของห้องสมุดที่โดนเหล่าสัตว์อสูรในโบราณสถานขโมยไปกลับคืนมา รันมะได้ฟังแล้วก็อดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่าทำไมสัตว์อสูรต้องขโมยหนังสือ หรือพวกมันก็อ่านหนังสือออก

“อืม อยากได้คนเพิ่มเหรอ พอดีพี่มีเพื่อน ๆ อยู่ไม่รู้มันว่างกันหรือเปล่า ถ้ายังไงเดี๋ยวลองติดต่อมันให้นะ”

เด็กหนุ่มหัวหน้าทีมนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาเองก็ตายมาสามรอบแล้ว ยังดีที่การตายในดันเจี้ยนนั้นจะไม่ถูกลงโทษจากการตาย ไม่งั้นมีหวังระดับลดกับฮวบฮาบ

“ก็ดีครับ ถ้ายังไงก็รบกวนพี่ด้วยแล้วกัน”

รันมะติดต่อพรรคพวกโจรที่แยกย้ายกันอยู่ในป้อม ชายหนุ่มให้ทั้งหกไปรับภารกิจที่ห้องสมุดแล้วมาที่โบราณสถานปราสาทหินนอกเมือง โดยบอกว่าจะมีผู้เล่นอีกกลุ่มรอทำภารกิจด้วยอยู่ หลังจากอธิบายคร่าว ๆ ภูอินท์ก็ตอบตกลง

“พี่คงต้องไปก่อนนะ ตกลงกับเพื่อนพี่กันเองนะ ว่าใครจะทำอะไร”

รันมะที่แจกแจงงานให้ลูกน้องโจรของตัวเองเสร็จก็ขอตัวเข้าไปภายในห้อง ทิ้งให้กลุ่มวัยรุ่นทั้งห้ายืนงงกันอยู่ในการตัดสินใจที่รวดเร็วของชายหนุ่มที่พวกเขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

 

ภายในห้องโถงกลางของปราสาทหิน ประตูไม้ด้านหลังปิดลงโดยอัตโนมัติ เมื่อทั้งสามก้าวเข้ามาในห้อง ห้องนั้นกว่างพอ ๆ กับสนามฟุตซอล สุดปลายด้านหนึ่งมีลักษณะคล้ายแท่นบูชา ด้านขวาเป็นกระจกบานใหญ่ ส่วนด้านซ้ายเป็นซุ้มประตู แสงสีรุ้งฉาบเป็นบานประตูกั้นไว้

  “วิหารแห่งศรัทธา”

รันมะอ่านข้อความที่สลักไว้เหนือแท่นบูชา ชายหนุ่มก้าวตรงไปที่แท่น เทพอารักษ์และคู่หูก็เดินตามไปติด ๆ

แท่นบูชาที่ใช้หินมาวางซ้อน ๆ กันเป็นชั้นขึ้นไป บนแท่นว่างเปล่า เชิงเทียนเก่า ๆ ขึ้นสนิมตั้งอยู่ซ้ายขวา รันมะตรวจสอบแท่นบูชาตรงหน้าอย่างละเอียดก็พบว่าใต้แท่นบูชา มีแผ่นศิลาสีดำสนิทอยู่แผ่นหนึ่ง ตรงกลางมีรอยสลักเป็นรูปฝ่ามือประทับลงไปอย่างชัดเจน

“ดูเหมือนมันจะให้เจ้าประทับมือลงไปนะ”

อรชุนที่ก้มลงมาดูด้วยพลางใช้นิ้วจิ้มแผ่นศิลาเบา ๆ  รันมะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องครั้ง เมื่อไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติก็คุกเข้าลง ใช้ฝ่ามือขวาวางลงไปบนแผ่นศิลา มือของเขาลงล็อคพอดีกับรอยสลักแผ่นหิน จู่ ๆแผ่นศิลาสีดำก็เปล่งแสงเป็นสีขาวสว่างเจิดจ้า รันมะกระตุกมือออกมาด้วยความตกใจ แผ่นศิลาค่อย ๆ จางแสงลง  ตรงข้ามกับประตูสายรุ้งที่เปล่งแสงสีรุ้งออกมาจนทั้งสามต้องหลับตา

“ประตู”

อรชุนครางออกมาอย่างแผ่วเบา ประตูสีรุ้งหายไป กลายเป็นกระจกใส ๆ ที่สะท้อนเงาของภายนอกแทน รันมะหันไปมองทั้งอรชุนและโมลิ

“พร้อมนะ”

คำถามสั้น ๆ ทั้งเทพอารักษ์และคู่หูพยักหน้า ทั้งสามก็ก้าวเข้าทะลุเข้าไปในห้องโดยพร้อมเพรียงกัน

“ผู้เล่น รันมะ เข้าสู่ภารกิจ ค้นหาตราราชวงศ์ที่สาบสูญ เนื่องจากเป็นสถานที่พิเศษ หากเสียชีวิตจะไม่ติดโทษใด ๆ ผู้เล่นไม่สามารถใช้ไอเทมบางประเภทได้ และหากผู้เล่นออฟไลน์ จะถูกวาร์ปออกไปด้านนอกทันทีค่ะ”

เสียงระบบใส ๆ เย็น ๆ ดังขึ้นในหัว  สายตาสามคู่มองสำรวจไปรอบ ๆ ที่ที่พวกตนเข้ามา ด้านหลังของพวกเขาแทนที่จะเป็นประตู กลับกลายเป็นผนังหินตัน ๆ ด้านหน้าคือทางเดินกว้างราวสองเมตร ผนังเป็นหินแต่ด้านบนมีรูเล็ก ๆ พอที่แสงจะส่องลงมาได้

“ดีนะ ที่ยังมีแสงลอดลงมาได้”

รันมะเผลอใช้จิตไร้ลักษณ์โดยที่ไม่รู้ตัว ดูเหมือนห่างจากจุดที่ยืนไปราวห้าสิบเมตรจะเป็นกำแพงหักศอก รันมะเปิดหน้าต่างหยิบเอาน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทมาใส่กระเป๋าเสื้อตุนไว้(ของประเภทน้ำยาหากนำมาใส่ในกระเป๋าจะสามารถหยิบออกมาได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดที่มีอยู่ในช่องเก็บของ)

อดีตนายทหารรบพิเศษออกเดินนำเป็นคนแรก ตามด้วยโมลิ และอรชุนปิดท้าย ทางเดินโล่ง ๆ หากคดเคี้ยวไปมาชวนให้เวียนหัวอย่างยิ่ง แต่ชายผู้เดินนำอยู่เบื้องหน้ากลับเพิ่มความระมัดระวังโดยไม่ประมาท ทักษะผัสสะที่แสดงผลโดยอัตโนมัติช่วยให้รันมะมั่นใจว่าต่อให้เป็นกับดักเขาก็น่าจะเอาตัวรอดได้

หลังจากเดินวนไปมาตามทางเดินที่ชวนเวียนหัวนั้น ทั้งสามก็ค่อย ๆ ได้ยินเสียง ๆ ลอยเข้ามากระทบ

“เสียงน้ำไหล”

อรชุนที่ประสาทการได้ยินดีที่สุดก็เอ่ยขึ้น ชายหนุ่มเดินนำไปอย่างไม่รีบร้อน ด้านบนหลังคายังคงมีรูเล็ก ๆ ให้แสงสว่างส่องลงมาเบื้องล่างได้

เสียงน้ำตกดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งทั้งสามเดินพ้นโค้งออกมา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทั้งสามคู่สะกดให้ทั้งหมดยืนนิ่งราวกับต้องมนต์

 

ทางด้านภูอินท์หลังจากที่ลูกพี่วางสายไปแล้ว ก็ชวนพรรคพวกเดิมย้อนกลับเข้าไปในป้อม ชายหนุ่มถามทางผู้เล่นอื่น ๆ ที่เดินสวนไปมาถึงที่ตั้งของห้องสมุด จนในที่สุด พลพรรคอดีตโจรทั้งหกก็มายืนอยู่หน้าสถานที่ ๆ พวกตนไม่เคยคิดแม้แต่จะเหยียบย่างเข้าไป

“ลูกพี่คิดอะไรวะ ถึงให้พวกเรามาทำภารกิจเนี่ย”

นายเตี้ยบ่น สายตามองเข้าไปในห้องสมุดที่ก่อด้วยศิลาอย่างไม่ศรัทธา

“เอาเหอะน่า หัวหน้าคงไม่ให้เราไปทำเรื่องไร้สาระหรอก ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหาย”

ภูอินท์ตบหลังเด็กหนุ่มหน้าจีน ก่อนจะก้าวนำเข้าไปข้างใน สิบนาทีต่อมาคณะโจรทั้งหกก็เดินออกมาห้องสมุด การเวกเดินผิวปากเสียงดังอยู่หลังสุด

“ภารกิจบ้าอะไรวะ ให้ไปหาหนังสือที่ถูกสัตว์อสูรขโมยไป”

เป็นแบร์รี่อีกเช่นเคยที่บ่นออกมา  ถึงแม้ภารกิจที่ไปรับมาตามคำสั่งของผู้เป็นลูกพี่จะให้ค่าตอบแทนที่น่าสนใจ(เงินจำนวนหนึ่งแสนเหรียญและตุ้มหูแห่งศรัทธา หากสวมใส่จะช่วยยกเว้นโทษจากการตายได้หนึ่งครั้ง) แต่นายเตี้ยก็อดบ่นไม่ได้ตามนิสัย อีกห้าคนที่เหลือก็ได้แต่ฟังเด็กหนุ่มบ่นไปเรื่อย ๆ เพราะรำคาญจนชินไปแล้ว

            ทั้งหกเดินออกจากเมือง ตรงไปยังปราสาทหินที่ตั้งอยู่นอกป้อม พอมาถึงก็พบกับกลุ่มวัยรุ่นห้าคนยืนคอยอยู่ด้านนอก

            “เอ่อ  ไม่ทราบว่าใช่กลุ่มที่จะทำภารกิจห้องสมุดหรือเปล่าครับ”

            หนุ่มผมแดงถามขึ้นก่อน เมื่อเห็นทั้งห้าคนมองมาที่กลุ่มของตนอย่างสนใจ

            “ใช่ครับ พี่ชายหน้าเข้ม ๆ บอกให้เรารออยู่ตรงนี้”

            คำตอบของเด็กหนุ่มหัวหน้าทีมช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าไม่ผิดกลุ่ม ภูอินท์เป็นฝ่ายเจรจาตกลงกับกลุ่มวัยรุ่น จากนั้นทั้งหมดก็แนะนำตัวกันและกัน การเวกทำหน้าที่จดบันทึกและแบ่งแยกหน้าที่ของทุกคนออก

           

            ภูอินท์ เป็นหัวหน้าปาร์ตี้ ใช้ดาบเล่มใหญ่ มีหน้าที่เป็นหน่วยจู่โจม

            ทรอส ใช้ขวานคู่ เป็นหน่วยจู่โจมคู่กับภูอินท์

            แบล็ก เด็กหนุ่มผมดำที่เป็นหัวหน้ากลุ่มวัยรุ่น ใช้ดาบแบบสองคมแบบอัศวินคู่กับโล่  ทำหน้าที่เป็นแท็งค์เกอร์

            สมิท  เด็กหนุ่มร่างยักษ์อีกคน ใช้หอกสั้นกับโล่ มีหน้าที่เป็นแท็งเกอร์เช่นเดียวกัน

            สองแฝดทอม เพชรใส กับพลอยแดง ได้อาชีพฮันเตอร์ทั้งคู่ ใช้ธนู คอยโจมตีสนับสนุนจากวงนอก

            การเวก ได้อาชีพนักเลี้ยงสัตว์ แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัตว์อสูรในควบคุม  ใช้ดาบเล่มเดียวเป็นอาวุธ มีหน้าที่คอยสนับสนุนหน่วยจู่โจมอีกที

            เงาหมอก เด็กหนุ่มผมสีเทาหน้าตาชวนง่วง เป็นนักเวทย์สายโจมตี

            ธิดาฟ้า เด็กสาวผมบลอนด์น่าตาน่ารัก เป็นนักเวทย์สายโจมตีอีกคน

            แบร์รี่  อาชีพพาลาดิน สามารถฮีลและบู๊ได้ด้วย รับหน้าที่เป็นตัวแท็งรอง

แคทจัง เด็กสาวผมดำอีกคน เป็นนักปรุงยา สายสนับสนุน

 

หลังจากที่แบ่งหน้าที่กันชัดเจนแล้ว ทีมเฉพาะกิจทั้งสิบเอ็ดคนก็เปิดประตูบานยักษ์เข้าไปในปราสาทหินหลังใหญ่ ดูเหมือนกลุ่มวัยรุ่นจะชำนาญเป็นพิเศษ เพราะตายมาสามครั้งแล้ว ชี้ให้ภูอินท์ที่เป็นหัวหน้าทีมประทับฝ่ามือลงบนแผ่นศิลา

            “หลังจากผ่านเข้าประตูไป เราจะถูกโจมตีทันที ผมอยากให้พวกพี่เตรียมตัวไว้หน่อย ในครั้งแรกเราตายกันอยู่ตรงหน้าประตูนั่นแหละ”

            แบล็กกล่าว เมื่อทั้งหมดมายืนรวมกันอยู่หน้าประตูกระจกใส ภูอินท์พยักหน้า ก่อนจะก้าวเข้าไปเป็นคนแรก

 

 โอเคครับ ผมได้ทำการลบแพ็คนิยายแล้ว ตอนนี้สามารถลงได้ตามปกติ ต้องขออภัยผู้อ่านทุกท่านด้วยนะครับ

 

 

                       

                        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5406 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:01
    ขอบคุณครับ
    #5406
    0
  2. #4601 BlueSkyZ12 (@0801334044) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:03
    อยากอ่านต่อแล้ว
    #4601
    0
  3. #4600 rinna (@kuruei) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:33
    สรุปเป็นชาวประมงหรือโจรสลัด?
    #4600
    0
  4. #4599 ~๏กันต์๏๛ (@kant__za) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:56
    ขอบคุณมากๆคับ นิยายสนุกมาก
    #4599
    0
  5. #3720 anathema (@anarocker) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 15:25
    กลับมาอ่านอีกรอบคอม่มันหน่อยหลังจากอยู่ในเงามานานนนนน
    #3720
    0
  6. #3531 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 13:07
    สงครามกลางทะเลนี่มันสุดยอดจริงๆ
    #3531
    0
  7. #3213 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 18:09
    ตาแป๊ะนี่!
    #3213
    0
  8. #3025 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 18:23
    โชคดีจิงๆ หวังว่าจะได้ไอเท็มดีๆ มาช่วยเสริมความสามารถของรันม่าบ้างนะ
    #3025
    0
  9. วันที่ 4 มกราคม 2557 / 22:04
    สนุกคับ หุ หุ
    #2894
    0
  10. #2813 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 23:47
    หนุกหนานๆ
    #2813
    0
  11. #2281 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 09:54
    ชุบมือเปิปสินะ
    #2281
    0
  12. #1937 yokza01 (@aeae1010) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 21:36
    so6d,kdqq0hk 
    #1937
    0
  13. #1621 supanat pds (@drakon181) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 14:00
    ไม่ใช่ว่าเลือดมันไปล่อตัวอื่นมาอีกนะ
    #1621
    0
  14. #603 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 17:45
    จะได้อะไรมาบ้างนะ
    #603
    0
  15. #547 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 20:08
    ตายเพราะปืนใหญ่ โถ สัตว์อสูรผู้น่าสงสาร
    #547
    0
  16. #480 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 23:14
    มันมากกก ได้เลื่อนระดับกันมั้งมั้ย?
    #480
    0
  17. #479 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 21:16
    ตาแปีะก็งกนะนิ
    #479
    0
  18. #478 ฝนลมกรด (@tarkatoo) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 17:13
    สนุกมากมายเลยครับท่านไรเตอร์
    #478
    0
  19. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 16:05
    คนงมสงสัยรันม่าอีกแน่ๆ
    #477
    0
  20. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 11:30
    สุดยอดอะ..ขนาดนั่งดุหนังไปแต่งไปยังสนุกขนาดนี้..ถ้าตั้งใจแต่งจะขนาดไหน..จะรออ่านตอนต่อไปนะครับ
    #476
    0
  21. #475 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 10:24
    สนุกดีครับผม
    #475
    0
  22. #474 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 09:53
    แป๊ะขายดาบนี่ตัวแสบเหมือนกันนิ
    #474
    0
  23. #473 <WD> Blacksocial (@dinarypurple) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 00:46
    ขอบคุณสำหรับนิยาย
    จะรอติดตามตอนต่อไปครับ
    #473
    0
  24. #472 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 00:46
    ขอบคุณ
    #472
    0
  25. #471 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 00:18
       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




      
    #471
    0