พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 54 : [ภาคกำเนิดจอมสลัด] ตอนที่ 53

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 263 ครั้ง
    23 ก.พ. 61

53

ผีดิบแปลงร่างยักษ์เดินส่ายอาดๆ ตรงเข้าหาอรชุน มันขยับโซ่ที่พันรอบตัวออกปลายโซ่นั้นเป็นลูกตุ้มหนามขนาดใหญ่ หมุนเหวี่ยงอยู่บนหัว  พอได้ระยะก็หวดลงหมายให้ลูกตุ้มหนามนั้นฟาดเข้าโดนเทพอารักษ์  อรชุนใช้เพียงมือขวาที่ถือพลองอยู่หวดปะทะ  เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ประกายไฟแลบออกมาพร้อม ๆ กับลูกตุ้มหนามแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างง่ายดายราวกับก้อนดิน

            “แค่สัตว์อสูรชั้นหัวหน้าระดับ 65 มันจะมาสู้กับเทพอสูรระดับ 80 ได้ยังไง”

            รันมะปรารภกับตัวเอง มองดูอรชุนที่กำลังใช้มือซ้ายจับปลายโซ่  กระชากโดยแรง  ร่างใหญ่เซถลาเข้ามา อรชุนกระโดดหมุนตัวซัดส้นเท้าด้วยท่าคล้ายจระเข้ฟาดหางเข้าบริเวณเหนือกกหูของมันอย่างแรง ผีดิบแปลงผวาราวกับนกปีกหัก  คอของมันบิดผิดรูปไป

            พออรชุนทำท่าว่าจะเข้าไปซ้ำ ศพร่างยักษ์ก็กลิ้งตัวหลบ  หมอกสีแดงเลือดถูกปล่อยออกมารอบตัว ก่อนจะรวมตัวกันกลายเป็นผีดิบแปลงที่มีลักษณะเหมือนร่างต้นแบบอีกสามตัว อรชุนทอดสายตามองอย่างเยือกเย็น

            “ก็อยากจะเล่นกับแกอยู่หรอกนะ แต่พอดีไม่มีเวลาว่ะ ขอโทษด้วยแล้วกัน”

            ผีดิบแปลงทั้งสี่ไม่ฟัง พวกมันพร้อมใจกันหวดโซ่ลงพื้น โซ่นั้นแทรกเข้าไปในผิวดิน ดูเหมือนอรชุนจะรู้ว่ามันจะทำอะไร เทพอารักษ์ดีดตัวลอยขึ้นบนอากาศ พร้อม ๆ กับโซ่จำนวนมากที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินราวกับงู อดีตองครักษ์ภูติใช้เท้าเหยียบที่ปลายโซ่เส้นหนึ่ง พุ่งทะยานเข้าใส่ผีดิบแปลงทันที พลองในมือแผ่รังสีสีดำออกมา ผีดิบแปลงที่ตกเป็นเป้าหมายพยายามหลบสุดชีวิต

            โผล๊ะ

            เสียงคล้ายปลาดุกถูกทุบหัว แต่ดังกว่าร้อยเท่า  ส่วนที่เคยเป็นศีรษะของผีดิบแปลงร่างยักษ์ตอนนี้กลายเป็นเศษเนื้อปนกะโหลกปลิวกระจายว่อน อรชุนหมุนตัวกลับ ร่างของเทพอารักษ์แยกออกเป็นสามเงาพุ่งเข้าใส่ผีดิบแปลงที่เหลือทั้งสาม

            การต่อสู้สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว รันมะที่ลอบจับเวลาอยู่พบว่าอรชุนใช้เวลาทั้งหมดเพียงสี่สิบวินาที ร่างผีดิบแปลงสี่ตัวนอนกองอยู่บนพื้น ส่วนหัวแตกออกห้อยรุ่งริ่ง อรชุนก้มลงกระชากกุญแจสีเงินที่ห้อยคอผีดิบแปลงตัวแรกออกมา พอรันมะเดินเข้าไปใกล้ก็โยนให้

            “เป็นผมคงตีมันตายตั้งกะมันอยู่ตัวเดียว ไม่รอให้มันแยกร่างหรอก”

            รันมะรับกุญแจที่อรชุนโยนมา เทพอารักษ์ยักไหล่

            “ก็อยากให้เจ้าดูทักษะของมันไว้บ้าง เพื่อไปเจอที่ไหนจะได้รู้ ว่าต้องทำยังไง”

            รันมะชวนทั้งสองคนเดินเที่ยวดูรอบ ๆ ถ้ำ ระหว่างนั้น เสียงระบบที่บอกถึงการเลื่อนระดับทักษะต่าง ๆ ก็ดังให้ได้ยินเรื่อย ๆ สุดปลายด้านหนึ่งของถ้ำที่แคบลงเหมือนคอขวด ประตูเหล็กบานใหญ่ตั้งตระหง่าน ชายหนุ่มรอจนเสียงรายงานจากระบบเงียบลง ก็งัดเอากุญแจที่อรชุนให้มา เสียบเข้าไปในรูกุญแจบิดเบา ๆ

            ประตูเหล็กขยับเล็กน้อย รันมะแนบหูกับบานประตูก่อนจะจะใช่ไหล่ดันประตูให้เปิดกว้างออก  ทางเดินศิลาแลงปรากฏแก่สายตาทั้งสาม  ผนังและเพดานก็ล้วนแต่ก่อด้วยศิลา  คบเพลิงปักอยู่ตามฝาผนัง แสงจากถ้ำใหญ่ส่องเข้ามาพอเห็นได้ราง ๆ รันมะควักไม้ขีดขึ้นมาจุดคบเพลิงแล้วนำมาถือไว้ในมือ

            “น่าแปลกนะคะ ตอนแรกเป็นถ้ำแบบธรรมชาติ คราวนี้เป็นทางเดินศิลา หมายความว่าเรากำลังเข้าใกล้จุดหมายแล้วใช่ไหม”

            เด็กสาวออกความเห็น มองดูรันมะที่เดินนำอยู่เบื้องหน้าใช้คบเพลิงในมือคอยไล่จุดคบที่ปักอยู่ตามผนังรายทาง  ทางเดินที่มืดมิดก็สว่างไสว รันมะเลิกปลอกแขนขึ้นดูเวลา ตัวเลขสีแดงบอกเวลาบ่ายสอง  ชายหนุ่มกะเวลาคร่าว ๆ ว่าตั้งแต่ที่เข้าประตูเหล็กมาพวกเขาเดินกันมากว่าสองชั่วโมงแล้ว คบเพลิงนั้นไม่ได้ใช้น้ำมันเป็นเชื้อ หากเป็นก้อนแร่ขนาดเท่ากำปั้น เปลวเพลิงสีแดงอมฟ้าลุกโชนอยู่ตลอดเวลา

            “หิวหรือเปล่า”

            รันมะชะลอฝีเท้าลง เดินเคียงข้างกับภูติกึ่งวิญญาณ 

            “นิดหน่อยค่ะ แต่ง่วงมากกว่า”

            ชายหนุ่มหันมายิ้มให้อย่างอ่อนโยน

            “พี่ไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย จริง ๆ น่าจะรอพี่อยู่ข้างนอกมากกว่า”

            รันมะพูดด้วยความเป็นห่วง แต่คนได้ฟังกลับคิดไปอีกทาง

            “หนูคงเป็นตัวถ่วงซินะ”

            น้ำเสียงน้อยใจ วงหน้างามสดใสนั้นสลดลง อรชุนเหลือบตามองรันมะก่อนจะฉวยคบเพลิงในมือแล้วออกเดินนำหน้าแทน ทำนองว่าให้เคลียร์กันเอง  รันมะยิ้มบาง ๆ มือขวาเอื้อมไปกุมมือน้อยกระชับไว้แน่น

            “ใครบอก สำหรับเธอ พี่ไม่เคยเห็นเป็นตัวถ่วงเลย ไม่มีพี่คนไหนที่มองเห็นน้องตัวเองเป็นแค่ตัวถ่วงไร้ประโยชน์หรอก ทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่มีได้ในวันนี้ก็เพราะเธอ”

            ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน เขาเองหมายความอย่างที่พูดจริง ๆ ซึ่งแน่นอนว่า ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาเล่นเกม จนได้มาพบกับโมลิ หลังจากที่ช่วยเหลือเธอจากต้นไม้ต้องสาปได้ รางวัลของเขาก็คือเหล็กไหลหมื่นปี ซึ่งนำให้เขามาพบกับฟิลซ์ และท้ายที่สุดที่เขามายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ก็เพราะภูติกึ่งวิญญาณข้าง ๆ นั่นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างลงตัวจนเขาเองก็สงสัยว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเพียงความบังเอิญหรือมันถูกกำหนดเอาไว้แล้วตั้งแต่ตอนเริ่มแรก รันมะจมอยู่กับความคิดของคัวเองเลยไม่ได้สังเกตสีหน้าของเด็กสาวข้างกายที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ดวงตาคมซึ้งจับอยู่ที่มือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้

            สองพี่น้องเดินตามหลังอรชุนเงียบ ๆ ไม่ได้พูดจาอะไรกันอีก รันมะนั้นเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ส่วนเด็กสาวก็เอาแต่แอบมองชายร่างสูงข้าง ๆ เป็นระยะ ๆ จนกระทั่งอรชุนที่เดินอยู่ด้านหน้าหยุดเดิน

            “บันไดเวียน”

            ชายหนุ่มที่สามารถสัมผัสได้ถึงบันไดที่ลาดเวียนลงไปด้านล่าง

            “ใช่ แล้วก็ยังมีอย่างอื่นอีกด้วยนะ ข้างล่างนั่นน่ะ”

            เทพอารักษ์ก้าวอย่างระมัดระวังตรงไปยังริมขอบบันไดขั้นบนสุด พยายามจะมองฝ่าความมืดลงไป

            “ผมได้กลิ่นน้ำทะเล”

            รันมะปล่อยมือเด็กสาวออก ถอดคบเพลิงอีกอันจากผนังมาต่อเข้ากับคบเพลิงในมือของอรชุนก่อนจะโยนมันลงไปด้านล่าง  ทั้งสามชะโงกลงไปมองตามแสงไฟจากคบเพลิงที่ร่วงลงไปยังด้านล่างอย่างรวดเร็ว

            “โห ลึกสักร้อยเมตรได้มั้งเนี่ย”

            รันมะเอ่ย เมื่อเห็นแสงไฟนั้นหยุดนิ่ง นั่นหมายความว่ามันตกถึงพื้นแล้วนั่นเอง ชายหนุ่มอาศัยการคำนวณด้วยหลักการตกของวัตถุ โดยนับเป็นวินาที ตั้งแต่ที่เขาโยนมันลงไปเป็นเวลาห้าวินาทีที่แสงไฟพุ่งลงไปนิ่งสนิทอยู่ด้านล่าง  ด้วยอัตราเร่งของวัตถุที่ตกจากที่สูงเท่ากับ 10เมตรต่อวินาทียกกำลังสอง  เท่ากับความลึกของบันไดเวียนทั้งสิ้นประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบห้าเมตรโดยประมาณ ความสูงขนาดนี้หากเป็นเมื่อก่อนถ้าตกไปเขาก็คงตาย  แต่ในเวลานี้ที่ทักษะการเคลื่อนที่ขั้นสูงระดับเจ็ด รันมะแน่ใจว่าเขาสามารถกระโดดลงไปได้อย่างสบาย ๆ

            “จะโดดลงไปรึ”

            อรชุนถาม

            “จะบ้าเหรอ ขืนโดดสุ่มสี่สุ่มห้า ข้างล่างนั่นมีอะไรบ้างก็ไม่รู้ ดีไม่ดีเจอตอ”

            รันมะตอบห้วน ๆ  โมลิทำหน้าเหรอหรา

            “ตออะไรเหรอคะ  ข้างล่างนั่นมีตอไม้เหรอ”

            ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนโดนเหยียบเท้า

            “มันเป็นคำเปรียบเทียบน่ะ หมายถึงเจออะไรที่มันยาก ๆ แบบคาดไม่ถึง”

            อธิบายคร่าว ๆ แล้วก็ดันหลังเด็กสาวให้เดินตามอรชุนลงไป เสียงเท้าที่ย่ำลงบนบันไดดังสะท้อนไปมาชวนให้เวียนหัวอย่างยิ่ง คบเพลิงที่รันมะโยนลงมายังคงลุกโชนอยู่ทั้ง ๆ ที่วางแปะอยู่บนพื้น สิบนาทีต่อมา หนึ่งคน หนึ่งวิญญาณ และอีกหนึ่งเทพอสูรก็ลงมายืนตาลายอยู่บนพื้นเบื้องล่าง รันมะรู้สึกดีใจที่ตัดสินใจไม่กระโดดลงมา  เพราะพื้นเบื้องล่างที่ดูเรียบ ๆ นั้นแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นวงกลมอยู่ตรงกลาง  รันมะเดินไปจะเก็บคบไฟแต่พอเท้าสัมผัสกับพื้นวงใน พื้นก็ยุบตัวลง ชายหนุ่มเกือบเสียหลักตกลงไป หากไม่ได้อรชุนที่อยู่ด้านหลังคว้าไว้ทัน

            ทั้งสามยืนมองพื้นที่ยุบตัวลงอย่างสยองใจ  หลุมวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางห้าเมตรลึกสิบเมตร ก้นหลุมปรากฏแท่งเหล็กแหลมคล้ายเหลนปักเรียงรายอยู่เต็ม คบเพลิงตกลงไปอยู่ก้นหลุม ส่องให้เห็นโครงกระดูกสีขาวมัว ๆ ลักษณะบอกว่าเป็นโครงกระดูกมนุษย์อยู่สี่ห้าโครง

            รันมะนั่งลงแตะสำรวจขอบหลุมด้วยความสงสัยในกลไกการทำงานของมัน

            “พื้นพลังงานความเข้มข้นสูง ไม่ต้องแปลกใจหรอก มันเป็นพลังเวทน่ะ ใช้สร้างพื้นที่มีมวลบาง คบไฟที่ตกมาคงมีน้ำหนักไม่พอ หรือม่ายก็อาจจะมีเงื่อนไขอื่นเช่นต้องเป็นสิ่งมีชีวิตมาเหยียบ พื้นถึงจะยุบหายไป”

            อรชุนเอ่ยเรียบ ๆ รันมะจึงเลิกให้ความสนใจกับมัน ออกเดินเลียบผนังสำรวจไปโดยรอบ  พยายามมองหาประตู ชายหนุ่มใช้ดาบเคาะไปตามทางเดินด้วยความไม่แน่ใจ เพราะกลัวจะมีกับดัก  แต่ดูเหมือนว่าจะมีกับดักอยู่เพียงจุดเดียวก็คือพื้นวงกลมตรงกลาง ที่ตอนนี้ปรากฏกลับขึ้นมาเหมือนเดิม

            “ไม่มีประตู หมายความว่ายังไง”

            ชายหนุ่มปรารภกับตังเอง 

            “หรือว่า”

            ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาในสมอง ชายหนุ่มเดินตรงไปยังริมขอบพื้นวงกลมที่เป็นหลุมขวาก ทรุดตัวลงนั่งก่อนจะทาบมือลงบนพื้นตอนนั้นอย่างเบามือ  พื้นลวงตาสลายหายไป หลุมปักขวากปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ผนังของหลุมนั้น อาศัยแสงไฟจากคบเพลิงที่ยังนอนอยู่ก้นหลุม อรชุนกับโมลิยืนมองการกระทำของรันมะด้วยความไม่เข้าใจ ขณะที่ชายหนุ่มยิ้มกว้าง

            “เจอแล้ว”

            โดยไม่รอให้ใครซักถาม รันมะหยิบเชือกเส้นยาวออกมาจากหน้าต่างสัมภาระ ผูกมันเข้ากับเสาหินของราวบันใด

            “เจ้าจะทำอะไร จะลงไปเก็บคบเพลิงเหรอ”

            อรชุนถามกลั้วไปกับเสียงหัวเราะในลำคอ  โจรสลัดหนุ่มไม่ตอบ  แต่เริ่มโรยตัวลงไปด้านล่างทันที สองมือจับเชือก เท้าถีบผนัง ปล่อยตัวเองลงไปอย่างช้า ๆ จนในที่สุด ปลายเท้าของเขาก็สามารถแตะกับยอดแหลมของเหล็กที่ปักอยู่ได้ ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบแท่งเหล็กจนลงไปยืนอยู่ด้านล่างได้อย่างปลอดภัย ที่เขาไม่กระโดดลงมาเพราะไม่มั่นใจว่าจะสามารถกำหนดตำแหน่งตกได้ กลัวว่าจะหล่นลงมาเสียบเหล็กตายเสียก่อน  ชายหนุ่มเดินเลี่ยงเหล็กแหลมตรงไปยังที่ ๆ หมายตาไว้แต่แรก ระยะของขวากไม่แคบเกินไปนักพอที่ผู้ชายตัวโต ๆ อย่างเขา จะสามารถเบียดตัวผ่านไปได้ อรชุนกับโมลิที่ยืนอยู่ปากหลุม กำลังจะเอ่ยปากถาม แต่ทั้งคู่ก็สังเกตเห็นสิ่งที่รันมะกำลังตรงเข้าไปหาเสียก่อน

            “ประตู”

            โมลิเอ่ยออกมาอย่างประหลาดใจระคนตื่นเต้น ใครเลยจะคิดว่าจะมีประตูซ่อนอยู่ในหลุมขวากกับดัก ชายหนุ่มสำรวจประตูเหล็กบานเล็กตรงหน้าอย่างละเอียด เขาพบรูกุญแจเล็ก ๆ อยู่ที่ริมด้านหนึ่งของบานประตู  รันมะหยิบลูกกุญแจที่ได้มาจากผีดิบแปลงออกมา มันเสียบเข้าไปได้พอดี โจรสลัดหนุ่มกลั้นหายใจ บิดลูกกุญแจในมือช้า ๆ

            “แกร็ก”

            เสียงล็อกดีดออกพร้อม ๆ กับรันมะที่โยกหัวหลบไปด้านข้างด้วยความเร็วสุดชีวิต แท่งเหล็กแหลมขนาดหนึ่งฟุตทิ่มออกมาจากผนังตรงหน้าตำแหน่งที่ศีรษะเขาอยู่เมื่อครู่อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หากไม่ได้ทักษะผัสสะกับสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดแบบสุดยอดแล้ว มีหวังเขาก็คงสิ้นชื่ออยู่ตรงนี้นี่เอง

            เสียงอุทานอย่างตกใจของโมลิที่เห็นเหตุการณ์ด้านล่างอย่างชัดเจน รันมะแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ชายหนุ่มถอยห่างออกจากประตู ใช้ดาบดันให้มันเปิดอ้าเข้าไป อรชุนก็แตะบ่าเด็กสาวชี้ไปที่เชือก ก่อนจะโดดลงยืนบนปลายเหล็กแหลมอย่างง่ายดาย โมลิใช้วิธีค่อย ๆ หย่อนตัวลงมาแบบเดียวกับที่รันมะทำ ชายหนุ่มยืนคอยทั้งสองอยู่หน้าประตู กลิ่นน้ำเค็มลอยมาแตะจมูกเขาอย่างชัดเจน เสียงคล้ายน้ำสาดกระทบฝั่งดังแว่ว ๆ พอได้ยิน อรชุนไถลตัวลงมายืนข้าง ๆ

            “เดี๋ยวข้านำเอง อย่างน้อยตอนนี้ข้าก็มีภาษีดีกว่าเจ้า”

            รันมะไม่เถียงอะไร ชายหนุ่มก้าวตามเทพอารักษ์เข้าไป

            “เดินระวัง ๆ หน่อยนะ โม พยายามเดินเหยียบซ้ำรอยเท้าพี่เลยก็ได้”

            สถานการณ์ในตอนนี้เขาไม่วางใจอะไรเลย กับดักที่เพิ่งเผชิญมาเป็นเครื่องยืนยันถึงความร้ายกาจของสถานที่แห่งนี้ได้ดี  อุโมงค์ก่อผนังด้วยหินกว้างสองเมตรพอที่จะเดินได้อย่างสบาย ๆ แต่อรชุนก็ยังเดินหลบซิกแซกไปมา เทพอารักษ์ใช้พลองสะกิดพนังตอนหนึ่ง เหล็กแหลมก็พุ่งออกมา

            “ตรงไหนที่มีกับดักน่ะ เราสามารถตรวจสอบได้ กับดักพวกนี้สร้างขึ้นด้วยเวทมนต์ จะมีกลิ่นอายของเวทหรือพลังธาตุแฝงอยู่ด้วยเสมอ”

            อรชุนเอ่ยเรียบ ๆ รันมะที่ใช้เวทมนต์ไม่เป็นเพราะไม่เคยเรียนทำหน้างง

            “เจ้าลองใช้ทักษะผัสสะของเจ้าดู จะพบว่าตรงไหนที่มีกับดักจะมีพลังเวทแฝงอยู่”

            เทพอารักษ์อธิบาย ชายหนุ่มตั้งสมาธิหลับตาลง พอผัสสะถูกกระตุ้นอย่างเต็มที่ เขาก็สามารถรับรู้ได้ถึงไอพลังบางอย่างเบาบางที่ลอยวนอยู่รอบ ๆ แท่งโลหะปลายแหลม

            “นั่นแหละ ลองใช้บ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินเอง”

            อรชุนบอกก่อนจะออกเดินนำต่ออย่างระมัดระวัง  รันมะที่เดินตามหลัง ปกติทักษะผัสสะจะทำงานเองโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะเป็นทักษะที่เชื่อมกับจิต แต่พอเขาใช้สมาธิเพิ่มมากขึ้น ความสามารถในการรับรู้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

            ผู้เล่นรันมะ ได้รับการเลื่อนระดับทักษะผัสสะ ระดับสาม

            เสียงเย็นชืดของระบบสร้างความยินดีให้กับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก  ทันทีที่เลื่อนระดับทักษะผัสสะ รันมะก็สามารถรับรู้ถึงพลังเวทที่อยู่รอบ ๆ กับดักได้ชัดเจนขึ้น ทั้งระยะรับสัมผัสยังขยายไปอีกเท่าตัว เวลานี้เขาสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งต่าง ๆ ได้ถึงสิบเมตรรอบ ๆ ตัว

            “มันเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”

            รันมะถามอรชุนที่เดินอยู่ข้างหน้า อรชุนหันมาพยักหน้าให้ หลังจากที่เริ่มจับสัมผัสได้ เขาก็พบว่ารอบตัวที่เดินผ่านมาล้วนแต่เต็มไปด้วยกับดัก บ้างอยู่ที่พื้น บ้างอยู่ที่ผนัง รันมะหันมากำชับโมลิให้เดินอย่างระมัดระวังอีกรอบ

            ยี่สิบนาทีที่เดินอยู่บนเส้นทางแห่งมรณะ แต่ราวกับยี่สิบชั่วโมงก็ไม่ปาน ในที่สุด เสียงน้ำที่ได้ยินอยู่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กับดักต่าง ๆ ก็เริ่มน้อยลงจนหายไปในที่สุด ตอนนี้ทั้งสามยืนอยู่ในถ้ำใต้ดินขนาดใหญ่อีกครั้ง แต่ที่เปลี่ยนไปคือพื้นนั้นเป็นน้ำเหมือนกับสระขนาดใหญ่ หากแต่มีคลื่นสาดเข้ามากระทบริมฝั่งอยู่ตลอดเวลา

            “ข้างหน้านั่นมีประตูอีกแล้ว แต่เราต้องข้ามฝั่งไป”

            รันมะที่ใช้มือจุ่มลงน้ำเพื่อเรียกใช้ทักษะประจำสายอาชีพบอก ในความมืดสลัว ๆ มีเพียงแสงไฟจากคบเพลิงในมืออรชุน ที่ตอนนี้เริ่มจางแสงลง

            “ในน้ำมีอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้”

            โมลิเอ่ยเบา ๆ รันมะที่กำลังทำหน้าคิดหนักอยู่ก็ตอบกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา

            “มี อะไรซักอย่าง แต่ประมาณจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นปลาหมึก ตัวไม่ใหญ่นัก แต่มีจำนวนมากพอสมควร”

            “ไม่เห็นจะยากตรงไหน เดี๋ยวข้าแบกข้ามเอง”

            อรชุนบอกแบบสบาย ๆ รันมะขอคบเพลิงจากอรชุนมาเดินส่องสำรวจอยู่ริมฝั่ง สุดท้ายก็เห็นด้วยกับความคิดของอรชุน เทพอารักษ์ช้อนอุ้มโมลิข้ามไปเป็นคนแรก ทะยานข้ามฝั่งไปเป็นคนแรก จากนั้นจึงกลับมาแบกรันมะขึ้นบ่าข้ามไปอีกคน

            “คุณใช้วิชาอะไรน่ะ ถึงเดินเหินอากาศได้สบาย ๆ แบบนี้”

            รันมะถามอย่างสงสัย

            “ก็วิชาตัวเบานั่นแหละ  พอเชี่ยวชาญแล้ว แม้แต่อากาศก็เหยียบได้”

            เทพอารักษ์เดินตรงไปยังประตูที่คราวนี้เป็นไม้บานใหญ่ ดูแข็งแรง ริมด้านขวามีมือจับเปิดประตู พร้อมกับรูสำหรับสอดกุญแจ รันมะหยิบกุญแจดอกเดิมขึ้นมา  แต่มันไม่สามารถสอดเข้าไปในรูกุญแจที่เล็กกว่าได้ หลังจากพยายามอยู่นานชายหนุ่มก็ล้มเลิกความตั้งใจ

            “มันคงจะมีลูกกุญแจของมันเอง”

            รันมะถอนใจ  อรชุนปาดไหล่ชายหนุ่มให้หลบออกด้านข้าง พลองสีดำในมือเงื้อสุดหล้าก่อนจะหวดลงไปที่ประตูไม้บานใหญ่เต็มแรง

            ทันทีที่พลองสัมผัสกับประตู ร่างของเทพอารักษ์ก็ผงะหงายหลังราวกับถูกกระแทกด้วยท่อนซุง โมลิถลันเข้าไปประคอง อดีตองครักษ์ภูติกระอักเลือดออกมา

            “มันลงอาคมไว้ สามารถสะท้อนการโจมตีทุกชนิดกลับมาได้ ดีนะที่เมื่อกี้ข้าใช้แรงไปนิดเดียว ไม่งั้นมีหวังโดนพลังตัวเองสะท้อนใส่ตาย”

            เทพอารักษ์ปาดเลือดที่เปื้อนอยู่ที่มุมปาก รันมะยิ้มแห้ง ๆ ขนาดอรชุนใช้แรงแค่นิดเดียวยังกระอักเลือดออกมา นั่นไม่ต้องสงสัยเลยว่าอรชุนนั้นมีพละกำลังมากเพียงใด

            ชายหนุ่มปล่อยให้อรชุนนั่งพัก ตัวเองเดินไปหยุดที่ริมน้ำจุ่มมือข้างหนึ่งลงไปก่อนจะเริ่มใช้ทักษะสดับเสียงคลื่น ทำให้เขารู้ว่าเหล่าสัตว์อสูรในน้ำยังคงสงบนิ่งกับอยู่ มันไปรวมกระจุกกันอยู่ที่ตรงกลาง น้ำทะเลใต้ดินนั้นลึกพอสมควร

            “ตรงกลางหรือ พวกมันไปทำอะไร”

            รันมะนิ่งไปอึดใจก็ยิ้มออกมา ดูเหมือนเขาจะรู้แล้วว่าจะผ่านประตูนี้ไปได้อย่างไร สมองเริ่มคิดใคร่ครวญหาวิธี อรชุนลุกขึ้นยืน

            “ว่ายังไง ดูท่าเจ้าจะสนใจไอ้ตัวที่อยู่ข้างล่างนั่นมากนะ”

            “ครับ ผมกำลังสงสัยว่า พวกมันน่าจะเกี่ยวข้องกับบานประตูนี่อย่างแน่นอน”

            เท่านี้ทั้งโมลิและอรชุนก็พอจะเดาเรื่องราวได้ ทั้งสองมองดูรันมะที่ทรุดตัวลงนั่ง เปิดวินโดวเรียกหน้าต่างสัมภาระขึ้นมา ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบของที่อยู่ด้านในออกมาวางเรียงอยู่ข้าง ๆ ตัว

            “ไม่นึกว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้”

            สิ่งที่รันมะหยิบออกมาก็คือลูกกระสุนปืนใหญ่ที่เขาแอบขอซื้อต่อมาจากกัปตันเรือเรือธิดาสมุทรนั่นเอง กระสุนปืนกลม ๆ ขนาดลูกบาสห้าลูก  ชายหนุ่มเลือกแต่เฉพาะลูกที่คาดสีน้ำเงินกับสีเขียว สีน้ำเงินนั้นประจุพลังธาตุสายฟ้า ส่วนสีเขียวประจุพลังธาตุลม

            โจรสลัดหนุ่มหย่อนขาลงในน้ำเพื่อทดสอบ แล้วก็เป็นดังคาด ฝูงสัตว์อสูรที่อยู่ในน้ำเริ่มตื่นตัว บางตัวแยกออกมาตรงดิ่งมายังตำแหน่งที่เขานั่งอยู่อย่างรวดเร็ว รันมะนำสายชนวนแบบกันน้ำสำหรับจุดปืนใหญ่ออกมาต่อเข้ากับลูกกระสุนปืน เนื่องจากแต่เดิมเป็นกระสุนแบบกระทบแตก ชายหนุ่มเลยต้องต่อสายชนวนให้มัน ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับอดีตนายทหารที่ผ่านงานวินาศกรรมมาแล้วอย่างโชกโชน

            พอสัตว์อสูรลึกลับสองตัวว่ายตรงเข้ามาใกล้ รันมะก็ลุกยืนขึ้น จ่อคบเพลิงเข้ากับสายชนวน พอสะเก็ดไฟวิ่งไปตามสายชนวน ชายหนุ่มก็โยนลูกกระสุนปืนใหญ่ลงไป โดยกะตำแหน่งให้ตรงกับสัตว์อสูรสองตัว

            สัตว์อสูร หมึกยักษ์ลายจุดระดับ50 เตรียมจู่โจม

            เสียงระบบดังรายงานขึ้นพร้อม  ๆ กับเสียงระเบิดจากลูกกระสุนปืนใหญ่ธาตุลมดังทึบ ๆ มาจากใต้น้ำ ผิวน้ำถูกแรงอัดกลายแตกออกราวกับโดนระเบิดน้ำลึก  ร่างของหมึกยักษ์ลายจุดตัวเท่าแม่วัวขนาดเขื่อง ๆ สองตัวลอยขึ้นมาพ้นผิวน้ำเพราะแรงระเบิด หนวดของพวกมันขาดกระจายออกเป็นชิ้น ๆ สิ้นชีวิตทันที เสียงรายงานการสังหารก็ดังขึ้นต่อเนื่องในหัว แต่เนื่องจากยังอยู่ในสถานที่พิเศษ จึงยังไม่ได้รับค่าประสบการณ์ (จะได้ค่าประสบการณ์ก็ต่อเมื่อออกมาจากสถานที่ภารกิจพิเศษ)

            ชายหนุ่มพักเรื่องค่าประสบการณ์ไว้ เมื่อสดับเสียงคลื่นบอกว่าหมึกยักษ์ลายจุดที่เหลือทั้งหมดกำลังว่ายตรงดิ่งมา ตัวแรกมาถึงก็ใช้หนวดของมันลากเอาศพเพื่อนไปดูดกินอย่างหิวโหย สงครามย่อย ๆ ระหว่างหมึกยักษ์ลายจุดเพื่อแย่งศพเพื่อนก็เกิดขึ้น  รันมะ อรชุนและโมลิ ยืนมองดูด้วยความอึ้งปนสยอง

            “มันหิวขนาดนี้เลยเหรอวะ”

            รันมะเปรยออกมา ชายหนุ่มหยิบกระสุนปืนใหญ่ที่เหลือทั้งธาตุสายฟ้าและธาตุลม จุดชนวนโยนลงไปกลางฝูงหมึกยักษ์ที่กำลังนัวเนียกันอยู่

            เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำทะเลแดงฉานไปด้วยเลือด ซากรุ่งริ่งของหมึกยักษ์ชะตาขาด ลอยปริ่ม ๆ กับผิวน้ำก่อนจะค่อย ๆ จม

            โจรสลัดหนุ่มใช้ทักษะสดับเสียงคลื่นเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง หลังจากที่พบว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ หลงเหลืออยู่ ชายหนุ่มสั่งให้โมลิกับอรชุนรอตนอยู่ที่ฝั่งก็ทิ้งตัวลงในน้ำแล้วออกกำลังว่ายตรงไปยังตำแหน่งกึ่งกลางของทะเลในถ้ำใต้ดิน ริมซ้ายมือของเขาเป็นผนังฝั่งตัน แต่ฝั่งขวานั้นเหมือนจะเชื่อมต่อกับทะเลจริง ๆ รันมะค้นพบว่าพลังธาตุธาตุน้ำช่วยให้เขาสามารถหายใจในน้ำได้นานขึ้น ทั้งยังสามารถลืมตามองเห็นในน้ำได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

            รันมะดำดิ่งลงไป ตำแหน่งที่เขาสัมผัสได้แต่แรกว่าฝูงหมึกยักษ์ลายจุดมาออรวมกันอยู่ แท่นหินใต้น้ำปกคลุมด้วยสาหร่ายบางประเภท ชายหนุ่มแหวกสาหร่ายออก แท่นหินที่เขาเห็นในครั้งแรกกลับกลายเป็นคล้ายโลงศพไม้  Hidden Blade ถูกใช้แงะเปิดฝาโลงนั้นออก

            สิ่งที่อยู่ในโลงศพนั้นเหมือนจะเป็นโครงกระดูกสวมชุดเกราะแบบนักรบ มือขวาที่วางอยู่บนหน้าอกกำสายสร้อยเส้นหนึ่งไว้ รันมะปลดมันออกมา พบว่ามันเป็นกุญแจโบราณดอกเล็ก หลังจากว่ายวนเวียนสำรวจอยู่พักใหญ่ ชายหนุ่มก็เลื่อนฝาโลงศพปิดไว้เหมือนเดิมก่อนจะปล่อยให้ตัวเองลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ

            โมลิยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เมื่อเห็นรันมะโผล่ขึ้นมา โจรสลัดหนุ่มว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง พอขึ้นมายืนอยู่บนฝั่งได้ก็ชูสร้อยที่ร้อยลูกกุญแจไว้ให้ดู ระหว่างที่นั่งพักเหนื่อย เขาก็เล่าให้ทั้งสองผู้ติดตามฟังเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เจอมา

            “เอาล่ะ เรามาดูกันดีกว่า ว่าในห้องนี้มันมีอะไร”

            รันมะลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู เสียบกุญแจเข้าไป มันเข้าล็อคพอดี  ชายหนุ่มบิดลูกกุญแจ ประตูบานใหญ่ก็เด้งเปิดเข้าไปข้างใน พร้อม ๆ กับสัมผัสถึงพลังบางอย่างที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรง รันมะสะดุ้งเฮือก ขนลุกชันขึ้น เมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน

 

                       

 

           

                       

                       

           

           

           

                        “

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 263 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5409 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 23:28
    ขอบคุณครับ
    #5409
    0
  2. #5334 สล๊อตโลรี่ (@paer2277) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 15:59
    นึกว่าจะได้สู้กะปลาหมึก โดนระเบิดสอยแทน
    #5334
    0
  3. #4614 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:10
    ขอบคุณครับ
    #4614
    0
  4. #3591 peet4457 (@peeterzaa) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 01:37
    ผมคิดมาได้สักพักแล้วนะว่ามันเริ่มเข้าใกล้ Assasin'Creed ไปเรื่อยๆแล้วนะ(ถ้ามีภาคีนักฆ่านี้ชัดเลยละ)
    #3591
    4
    • #3591-3 สายลมกระโชกพัด (@saekang19888) (จากตอนที่ 54)
      23 ตุลาคม 2558 / 21:04
      รู้สึกว่าเรื่องนี้มาก่อนAssasin'Creed Black นะครับ
      #3591-3
    • #3591-4 cheeta19 (@cheeta19) (จากตอนที่ 54)
      15 เมษายน 2561 / 21:48
      ที่จริงมันไม่ควรเปิดโลงศพใต้น้ำได้น้ะครับเพราะมันมีแรงดันน้ำอยู่คล้ายๆรถจมน้ำแล้วเปิดประตูไม่ได้อะครับแต่ก็เรื่องเล็กน้อยอะน้ะ
      #3591-4
  5. #3277 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 23:09
    อุต๊ะ  ! จ้างป้อม *0*'
    #3277
    0
  6. #3216 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 18:55
    ตะลึ่งอะไรกัน
    #3216
    0
  7. #3028 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 18:48
    นี่่สินะต้นเหตุของการเป็นเจ้าป้อมผาธงชัย  อิอิ
    #3028
    0
  8. วันที่ 4 มกราคม 2557 / 22:21
    สนุกคับ หุ หุ
    #2897
    0
  9. #2825 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 23:20
    หนุกนหานๆ
    #2825
    0
  10. #2604 negiharem (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 20:45
    ผมว่าเพื่อนตัวแสบแน่นอนเลย...ฮาๆ
    #2604
    0
  11. #2284 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 10:15
    พระเอกเราได้ภารกิจเเปลกๆมาอีกเเล้วเเฮะ
    #2284
    0
  12. #1976 สนุก (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 10:53
    ฝุกลุกน้องให้เก่งๆสิ
    #1976
    0
  13. วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 21:10
    ผมว่าโดน AI แกล้งแล้วล่ะ
    #1636
    0
  14. #1143 รักษ์คุณ (@kingbox) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 18:25
    เพราะอะไรกันหว่า
    http://dhamma-alive.blogspot.com/
    #1143
    0
  15. #1124 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 12:18
    การบำเพ็ญประโยชน์ของพระเอกมันต้องหนักกว่าของธรรมดาอยู่แล้ว
    #1124
    0
  16. #812 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2555 / 11:33
    งานงอกจริงๆ....

    ท่าทางตัวเอกจะไม่ได้พักมากนัก
    #812
    0
  17. #608 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 18:28
    โมลิเป็นคนจริงๆป่าวนะ
    #608
    0
  18. วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 17:24
    ม่ายเปงไรๆ...เพราะผมก็นั่งดูเหมือนกัน..แต่แค่ THE VOICE นะ..
    #599
    0
  19. วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 17:16
    5555 จากผู้บุกรุกจะกลายเป็นเจ้าป้อมซ่ะนี่
    #597
    0
  20. #585 นัท (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 14:07
    รันม่าไม่โลลิแต่คนแต่งโลลิแทนชิมิ5555

    นั้นซิงงนะไมได้ภารกิจแบบนั้นกันนะ

    #585
    0
  21. #571 ฝนลมกรด (@tarkatoo) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 12:36
    สนุกมากมายเลยครับท่านไรเตอร์
    #571
    0
  22. #570 เฉียนหลง (@skmn) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 10:16
    gooddddddd
    #570
    0
  23. #569 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2555 / 07:53
    โอ๊ะๆ ดู เดอะว้อยส์ เหมือนกันเหรอครับเนี่ย
    #569
    0
  24. #568 ธิพากรณ์ (@opeerapato) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 23:33
    ที่4งะมัวเล่นเกม
    #568
    0
  25. #567 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 23:20
    โชคดี? หรอ
    นอกจากปลดแล้วยังได้เป็นจ้าวด้วย คิดไม่ผิดจริงๆที่ติดตามลูกพี่่
    #567
    0