พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 58 : [ภาคกำเนิดจอมสลัด] ตอนที่ 57

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 256 ครั้ง
    28 ก.พ. 61

57

อรัณย์กระพริบตาถี่ ๆ เพราะแสงแดดส่องผ่านหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่จนม่านที่ดึงปิดไว้ถูกลมตีกระพือไปมา ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอดที่เครื่อง ADC ออกอย่างทุลักทุเลก่อนจะใช้แขนซ้ายยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงมองไปรอบ ๆ ห้อง นาฬิกาที่ฝาผนังบอกเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้า เขาลองขยับแขนขวาที่ติดเฝือกอยู่ไปมาโดยไม่รู้สึกปวดเลย จิตไร้ลักษณ์ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายได้อย่างน่าอัศจรรย์ เชื่อว่าอีกสองสามวันก็น่าจะถอดเฝือกได้

            อรัณย์เปิดประตูออกไปข้างนอก แคล้วกำลังกวาดลานสนามหญ้าหน้าบ้านอยู่ ส่วนหมวยนั้นยุ่งกับการทำอาหารเช้าในครัว ชายหนุ่มล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยก็เลยถือโอกาสเดินเข้าไปในครัว

            “ตื่นแล้วหรือคะ มาพอดีเลย ป้าทำกับข้าวเสร็จพอดี เดี๋ยวไปปลุกคุณหนูมาทานด้วยกันเลย”

            หญิงวัยกลางคนเอ่ยทักอย่างอารมณ์ดี อรัณย์เดินเกร่เข้าไปดูสำรับกับข้าว

            “มีอะไรบ้างครับเนี่ยโอโฮ ต้มจืดมะระยัดใส้ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ไข่เจียว แล้วนี่อะไรเนี่ย หลนเต้าเจี้ยวใช่หรือเปล่าครับ”

            หมวยใช้มือกอบผักสดที่ใช้เป็นเครื่องเคียงขึ้นมาจากอ่าง สลัดให้สะเด็ดน้ำก่อนจะจัดลงบนจานอย่างสวยงาม

            “ค่ะ หลนเต้าเจี้ยว ทานกับผักกาดเขียว ผักกาดแก้ว แตงกวา”

            อรัณย์น้ำลายสอ ยิ้มกว้าง

            “นาน ๆ ทีจะได้กินแบบนี้ซักที ส่วนใหญ่ผมอยู่คนเดียวก็ไม่ได้ทำอะไรกินเอง อาศัยซื้อข้าวจานเดียวกลับมากินเองที่บ้านมากกว่า”

            “ก็ย้ายมาอยู่ที่นี่เลยซิคะ บ้านนี้ก็ออกใหญ่โต คุณฤทธิ์แกก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ส่วนคุณหนูก็มาแต่ตอนเย็น เช้าก็หาย บางทีคืนทั้งคืนไม่กลับเลยก็มี”

            แม่บ้านวางจานผักลงบนโต๊ะ อรัณย์หัวเราะเบา ๆ

            “ครับ  แต่ผมชอบอยู่คนเดียว สบายใจกว่า ถ้าแขนหายเมื่อไหร่ก็คงไม่รบกวนแล้วละครับ”

            ชายหนุ่มเดินไปริมหน้าต่าง มองผ่านกำแพงรั้วเตี้ย ๆ ไปยังบ้านหลังข้าง ๆ

            “รบกวนที่ไหนกัน ดีเสียอีก คนอยู่เยอะ ๆ จะได้อบอุ่น เดี๋ยวป้าไปปลุกคุณหนูก่อนนะคะ ไม่รู้เลิกเล่นเกมหรือยัง”

            หมวยเดินออกไป อรัณย์ทดลองขยับมือขวากำแล้วก็แบออก ชายหนุ่มรู้สึกรำคาญใจที่ต้องใส่เฝือกยาวจนงอแขนไม่ได้ แต่จะถอดเฝือกออกเลยก็กลัวจะมีปัญหาตามมา สุดท้ายเลยได้แต่นั่งดูโทรทัศน์รอ เป็นอย่างที่เรืองฤทธิ์พูดไว้ ข่าวในตอนเช้านำเสนอเรื่องราวจับกุมยาเสพติดบนเรือที่ท่าเรือคลองเตยได้ชุดใหญ่ เจ้าหน้าที่ชุดแรกที่เข้าถึงคือหน่วยอรินทราช 26 ซึ่งได้หน้าจากผลการปฏิบัติงานครั้งนี้ไปเต็ม ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรแม้แต่อย่างเดียว

            ข่าวรายงานว่าพบเพียงยาเสพติด ส่วนอาวุธสงครามนั้น เรืองฤทธิ์คงสั่งให้ปิดเป็นความลับ นายตำรวจยศร้อยโทของหน่วยอรินทราชนายหนึ่งกำลังยืนให้ข้อมูลกับนักข่าว  แต่อรัณย์จำได้ว่าตำรวจคนนั้นคือพนักงานต้อนรับคนหนึ่งในโรงแรมดีลักซ์เซอร์ โฮเทล ปรางทิพย์เดินเข้ามาพอดี พอเห็นชายหนุ่มนั่งดูข่าวอยู่ก็ยืนมองอย่างสนใจ

            “ผมจำนายตำรวจคนนั้นได้ เคยเจอที่โรงแรม หมายถึงที่ศูนย์บัญชาการน่ะ”

            หญิงสาวพยักหน้าให้

            “คนของเรามีแทรกซึมอยู่ทั่วทุกที่ คุณจะไม่แปลกใจหรอก ถ้าวันหนึ่งไปเจอฉันยืนร้องเพลงอยู่บนเวทีในคาเฟ่ หรือไม่ก็แต่งชุดกะหรี่ยืนอยู่ริมสนามหลวง”

            อรัณย์เอียงคอ สายตาจับอยู่ที่ใบหน้ารูปไข่ของหญิงสาว สมองกำลังจินตนาการไปถึงใบหน้าของปรางทิพย์ที่ตบแต่งด้วยเครื่องสำอางค์จนเวอร์แบบผู้หญิงแถว ๆ สนามหลวงที่เขาเคยเห็นมา

            “คุณร้องเพลงเป็นด้วยหรือ”

            “อย่าไปสนใจเลย ฉันถูกฝึกมาให้เป็นสายลับ ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ”

            ปรางทิพย์เดินเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้าง ๆ หมวยตักข้าวใส่จานสองใบ ยกมาวางบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา

            “ป้าหมวยนี่ เห็นแกอย่างนี้ เมื่อก่อนป้าเคยเป็นมือหนึ่งในหน่วยเราเลยนะ ความจริงพ่อจะให้แกเป็นครูฝึก แต่ป้าแกไม่ชอบ”

            หญิงสาวเอ่ยเบา ๆ กับอรัณย์ แม่บ้านวัยกลางคนหันมายิ้มให้

            “นินทาอะไรป้าคะ คุณหนู”

            อรัณย์เกาศีรษะแกรก ๆ ก่อนจะทะลุกลางป้องขึ้นมา

            “ผมหิวแล้ว”

            ปรางทิพย์มองหน้าเหมือนไม่เข้าใจ ชายหนุ่มเลยใช้มือซ้ายเคาะที่เฝือกเบา ๆ

            “คุณใช้มือซ้ายก็ได้นี่”

            อดีตนายทหารรบพิเศษยักคิ้วให้

            “ผมไม่ถนัดอ่ะดูสิ”

            อรัณย์ใช้มือซ้ายจับช้อนแบบเก้ ๆ กัง ๆ ตักข้าวขึ้นมาแต่ก็หกร่วงไปเสียกว่าครึ่ง ปรางทิพย์ส่ายหน้า

            “เล่นละครเก่งจัง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะใช้มือซ้ายไม่ได้ เรนเจอร์มือหนึ่งอย่างคุณ ถ้าจะมาตกม้าตายเพราะแขนขวาโดนเข้าเฝือกก็ให้มันรู้ไป”

            ชายหนุ่มเบ้หน้า แต่ลอบขยิบตาให้หมวย แม่บ้านวัยกลางคนอมยิ้ม

            “ป้าขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวไปช่วยแคล้วมันกวาดหน้าบ้านเสียหน่อย”

            อรัณย์ทำหน้าเศร้า บ่นอุบอิบ

            “ใจร้ายจัง

            ปรางทิพย์เหล่ตามองชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะแย่งช้อนมาถือไว้เสียเอง

            “เอ้าก็ได้ เดี๋ยวจะป้อนคุณเอง ถือซะว่าตอบแทนที่คุณช่วยชีวิตฉันไว้ก็แล้วกัน”

            หญิงสาวตักกับข้าวทีละอย่างสองอย่าง อรัณย์อมยิ้มสมใจ ดวงตาสีเข้มมองดูหญิงสาวข้าง ๆ คอยป้อนข้าวให้อย่างเพลิดเพลิน  จนปรางทิพย์ที่ถูกจ้องนาน ๆ เข้าใบหน้าก็เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ

            “เกิดมาเป็นตัวเป็นตนก็เพิ่งครั้งนี้แหละ ที่ต้องมานั่งป้อนข้าวคนอื่น”

            หญิงสาวบ่นแก้เก้อ ตักไข่เจียวยัดไส้รวมกับข้าวสวยพอดีคำป้อนให้ชายหนุ่มอ้าปากรอ

            “อ้าว คุณเป็นพยาบาลด้วยไม่ใช้หรือ พยาบาลอะไรไม่เคยป้อนข้าวคนไข้”

            “ก็แค่ในนามแค่นั้นแหละน่า นี่ เวลาเคี้ยวข้าวอยู่อย่าเพิ่งพูดสิ เสียมารยาท ดีไม่ดีสำลักข้าวขึ้นมาอีก”

            ทีแรกอรัณย์คิดว่าปรางทิพย์คงจะกลั่นแกล้งเขาคืนบ้าง ในกรณีที่เขาแกล้งให้เธอป้อนข้าวให้  แต่ผิดคาด หญิงสาวกลับปฏิบัติกับเขาอย่างเต็มใจ  ความอ่อนโยนที่แสดงออกมานั้นไม่ได้เป็นการเสแสร้งแกล้งทำ ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะวิชาชีพพยาบาลที่ร่ำเรียนมาหรือเพราะนิสัยใจคอจริง ๆ จนชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาในอก ความจริงปรางทิพย์ก็เป็นผู้หญิงที่สวยมากอยู่แล้ว เมื่อเพิ่มความนิ่มนวลอ่อนหวานเข้าไป ชายหนุ่มก็ชักไม่มั่นใจในตัวเองแล้วเหมือนกัน เมื่อใจที่เคยแกร่งปานหินผาเริ่มรู้สึกหวิว ๆ ขึ้นมา

            “พอแล้ว

            อรัณย์เอ่ยห้วน ๆ หญิงสาวมองหน้าเขา ดวงตาคมซึ้งหลุบลงเล็กน้อย

            “อิ่มแล้วเหรอคะ เพิ่งทานได้นิดเดียวเอง ยังไม่ถึงครึ่งจานเลยด้วยซ้ำ”

            “เปล่าผมแกล้งคุณไปงั้นเอง คุณทานของคุณไปเถอะ เดี๋ยวผมว่าจะให้คุณช่วยขับรถให้หน่อย จะออกไปข้างนอกน่ะ”

            ชายหนุ่มแย่งช้อนในมือกลับคืน ใช้มันตักอาหารอย่างคล่องแคล่ว ปรางทิพย์มองนิ่ง ๆ

            “คุณจะไปไหน”

            “ว่างหรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้แคล้วพาไปก็ได้”

            หญิงสาวมองดูอรัณย์ใช้มือซ้ายอย่างไม่ติดขัด ทีแรกก็พอจะเดาได้ว่าเขาน่าจะถนัดมือซ้ายพอสมควร เพราะเห็นจากฝีมือขว้างมีด ที่ชายหนุ่มปาทีเดียวสองเล่มพร้อมกันทั้งสองมือ  แต่ไม่คิดว่าจะถนัดถึงเพียงนี้

            “ตอนนี้ฉันถูกพักงานจากคุณพ่อ ให้มาดูแลคุณจนกว่าจะหายดี กินข้าวเสร็จแล้วขอเวลาอาบน้ำอาบท่าสักสิบนาที”

             

อรัณย์บอกเส้นทางคร่าว ๆ ให้หญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นสารถีจำเป็น ปรางทิพย์ขับไปตามทางที่บอกเรื่อย ๆ การจราจรที่ค่อนข้างติดขัด หญิงสาวกดวิทยุประจำรถ หมุนคลื่นความถี่ไปยังย่านความถี่ของตำรวจจราจร ที่มีการรายงานสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่เข้ามาอยู่เรื่อย ๆ 

            “วิทยุคุณดีนะ ดักฟังคลื่นตำรวจได้ด้วย”

            อรัณย์ชวนคุย

            “ก็วิทยุธรรมดา แต่กำลังรับมากกว่าวิทยุปกติทั่วไป อย่ามาทำซื่อไปหน่อยเลย ฉันรู้ว่าคุณก็ทำเป็น วิทยุที่ติดรถกระบะคุณน่ะ ตอนฉันขับไปจอดไว้ที่ศูนย์รับได้แม้กระทั่งคลื่นวิทยุการบินของกองทัพอากาศ”

            “อ้อ นี่แอบเล่นรถผมหรือ”

            ปรางทิพย์เปิดสัญญาณเลี้ยวซ้าย เข้าซอยเพื่อเลี่ยงเส้นทางหลักที่ติดขัด

            “ก็นิดหน่อย แต่งไว้ใช้ได้เลยนะ รถคุณน่ะ แต่มันจะดีกว่านั้นอีกสิบเท่า หลังจากที่ออกมาจากอู่ของเรา คุณพ่อสั่งให้ทีมวิศวกรของหน่วยยกเครื่องรถคุณใหม่ทั้งหมด รอดูเอาเองแล้วกัน ว่ามันจะเจ๋งขนาดใหน”

            อรัณย์กลืนน้ำลาย เสียงวิทยุแจ้งเหตุจากตำรวจจราจรที่สี่แยกลาดพร้าวบอกว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันต่อเนื่องนับสิบคัน เป็นผลให้การจราจรบริเวณนั้นเป็นอัมพาตไปเสียสนิท

            “ดูท่ายังมีอะไรอีกเยอะเลยนะ ที่ผมไม่รู้”

            มือพระกาฬสาวยิ้มนิด ๆ

            “อยู่ไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็รู้เอง คุณพ่อดูชอบใจคุณเหลือเกิน ปกติหน่วยเราจะไม่รับคนนอกเข้ามาหรอก คนที่สังกัดในหน่วยนะจะถูกดึงตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ โน่น ทางหน่วยจะส่งเสียให้เรียนในสาขาที่ชำนาญ จบออกมาก็บรรจุเข้าหน่วยโดยตรง  มีคุณนี่แหละ เป็นคนแรกที่เข้ามาตอนหลัง”

            “เด็กเส้นสินะ”

            อรัณย์เอ่ยเรียบ ๆ

            “ใช่ เส้นใหญ่ด้วย แต่ถึงจะเป็นเด็กเส้น สมรรถภาพในการปฏิบัติงานของคุณเรียกได้ว่าเกินดีไปเสียอีก ยอมรับว่าถ้าเทียบตอนนี้ระดับคุณคือมือต้น ๆ ของหน่วยเราเลยทีเดียว”

            ทั้งคู่คุยกันเรื่อยมาจนถึงที่หมาย ปรางทิพย์มองดูสภาพแวดล้อมรอบด้าน เป็นชุมชนแออัดคล้ายสลัม

            “คุณมาหาใครเนี่ย เพื่อนเหรอ”

            หญิงสาวถาม เมื่ออรัณย์เปิดประตูรถก้าวลงไป

            “เพื่อนน่ะ ลูกน้องเก่า”

อดีตนายทหารรบพิเศษออกเดินนำไป ปรางทิพย์กดรีโมทล็อกรถก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินมาเคียงข้าง

“เดินช้า ๆ ก็ได้นะ เดี๋ยวจะกระทบกระเทือนถึงแขน”

อรัณย์หัวเราะเบา ๆ สายตามองไปรอบด้าน

“ห่วงผมเหรอหรือกลัวผมจะเจ็บซ้ำหนักเป็นภาระคุณอีก”

ปรางทิพย์เดินเลี่ยงพื้นที่เป็นน้ำแฉะ

“ใช่ คุณพ่อสั่งไว้ เกิดคุณเป็นอะไรขึ้นมา ฉันโดนเละ นี่พาคุณออกมาข้างนอกทั้ง ๆ ยังไม่หายดี ถ้าพ่อรู้มีหวังโดนสวดยับ”

อรัณย์เลี้ยวซ้ายเข้าซอกแคบ ๆ ข้ามสะพานไม้กระดานแผ่นเดียว หญิงสาวเดินตามติดมาด้านหลัง สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่หน้าเพิงสังกะสีเก่า ๆ ที่ปลูกเรียงกันอยู่สี่ห้าหลัง  กลุ่มชายฉกรรจ์สวมกางเกงตัวเดียวนั่งล้อมวงอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อน ดูเหมือนกำลังตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่อย่างเพลิดเพลิน เสียงคุยกัน และสบถคำหยาบดังโขมงโฉงเฉง

อรัณย์ก้าวไปหยุดอย่างห่างจากวงเหล้าประมาณสามเมตร พวกนั้นพากันหันมาดู ส่งสายตาที่ไม่เป็นมิตรมาให้ บางคนจ้องไปที่ปรางทิพย์ที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง สายตาจาบจ้วงอย่างเปิดเผย

“มาหาใคร”

หนึ่งในนั้นกระชากเสียงถาม อรัณย์ยิ้มเย็น ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบรูปถ่ายเก่า ๆ แผ่นหนึ่งออกมาร่อนไปให้ คนหนึ่งรับไว้พลิกดู

“ตันหยง อยู่รึเปล่า”

รูปถ่ายนั้นเป็นรูปถ่ายของเขาเอง เมื่อสมัยบรรจุเข้ากรมรบพิเศษใหม่ ๆ ถ่ายพร้อมกับลูกน้องคนสนิทในทีมสองคน  คนที่รับรูปไปดูเหลือบมองรูปถ่ายสลับกับใบหน้าของอรัณย์

“นึกว่าใครที่ไหน เจ้านายเก่าพี่หยงนี่เอง ไอ้รูปนี้พี่แกก็มี เห็นพกไว้ในกระเป๋าสตางค์”

มันหันไปพูดกับเพื่อน ๆ สองสามคำ คนหนึ่งก็ลุกขึ้นเดินหายไปในซอย

“พี่หยงแกไปตลาด ให้เพื่อนไปตามให้แล้ว เฮียจะนั่งก่อนไหม ผมชื่อเต็ก รู้จักกับพี่หยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ”

เต็กเป็นเด็กหนุ่มร่างสันทัด ใบหน้าซื่อแต่ซ่อนแววตาฉลาดทันคนไว้อย่างเนียนสนิท เขาตบที่ม้าหินอ่อนข้างตัว มือยื่นแก้วเหล้าให้อรัณย์

“ขอบใจแต่แขนฉันไม่ดีนัก หมอบอกว่าอย่าเพิ่งดื่มแอลกอฮอล์”

 “เฮียชื่ออะไร พี่หยงเคยเล่าให้ฟัง แต่ผมจำไม่ได้ เหมือนชื่อรันริน อะไรนี่แหละ”

เต็กยกแก้วกระดกรวดเดียวก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

“อรัณย์”

อดีตนายทหารรบพิเศษตอบ ปรางทิพย์ปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นคนเจรจาเอง หญิงสาวเดินสำรวจช้า ๆ ไปรอบ ๆ

“อ้อ ช่าย ๆ เฮียชื่ออรัณย์จำได้แล้ว”

ก่อนที่เต็กจะพูดอะไรต่อไป ชายร่างผมแกร่งเกร็ง ตัวไม่สูงนักก็วิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามา พอเห็นหน้าชายหนุ่มก็ยิ้มร่า

“หัวหน้ามาได้ยังไงนี่”

อรัณย์ส่งยิ้มให้กับลูกน้องเก่าอย่างยินดี ตันหยงกรากเข้ามาจับไม้จับมือ ก่อนมองไปที่แขนขวาอย่างสงสัย

“แขนไปโดนอะไรมาครับนั่น อ้อ นายนั่งก่อนดีกว่า เฮ้ย พวกมึง ไปนั่งแดกกันที่อื่นก่อนเว้ย”

ตันหยง หรืออดีตจ่าสิบโทประยงค์ แซ่ท้าย นายจ่าสังกัดกรมรบพิเศษ กองทัพบกหันไปโบกมือไล่บรรดาขี้เมาที่นั่งกันอยู่บนโต๊ะ

“ปล่อยเด็กมันไปเถอะ หยง ฉันมีเรื่องจะวานแกสองสามอย่าง ตอนนี้แกทำอะไรอยู่บ้างล่ะ”

อรัณย์รีบบอก เมื่อเห็นบรรดานักเลงสุราตั้งท่าเก็บข้าวของจะลุกขึ้น

“ตั้งแต่โดนให้ออกจากทหารก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอกครับ ส่วนมากก็ขับรถรับจ้างอยู่ในละแวกนี้แหละ ขนของไปตลาดบ้าง รับก่อสร้างบ้าง พอได้อยู่ไปวัน ๆ”

ประยงค์ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย

“ไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายใช่ไหม”

อรัณย์ถามเสียงเข้ม อดีตจ่าทหารเรนเจอร์หัวเราะแหะ ๆ

            “ก็มีบ้างแหละครับ บางทีก็ขายปืนเถื่อนบ้างรับจ้างขนของหนีภาษีจากท่าเรือบ้าง แต่ก็นาน ๆ ทำน่ะครับ ไม่กล้าทำบ่อย กลัวจะโดนโปลิสซิวเอาเหมือนกัน”

“ยาเสพติดล่ะ”

ประยงค์มองหน้าเจ้านายเก่าอย่างกังวล

“หัวหน้าก็รู้ ผมเกลียดไอ้พวกนี้ยังกับอะไรดี น้องชายกับพ่อผมต้องตายก็เพราะไอ้ยานรกนี่แหละ ผมไม่เคยยุ่งอะไรกับมันหรอก ว่าแต่หัวหน้ามีธุระอะไรหรือ ถ้าไม่เกินกำลังไอ้หยงทำให้ได้ทุกอย่าง”

อรัณย์หยิบซองสีน้ำตาลที่เตรียมมาออกจากอกเสื้อแจ๊กเก็ต ยื่นให้

“ฉันอยากให้แกไปรวมกับพวกเก่า ๆ ของเรา ไร่ฉันที่เพชรบูรณ์ มีงานใหญ่ต้องทำ”

ประยงค์เปิดซองดู ล้วงธนบัตรปึกหนึ่งที่ใช้ยางมัดอยู่ออกมา

“พวกไอ้เปียวไอ้ปาล์มนั่นหรือครับ”

“ฮื่อ”

ประยงค์ แซ่ท้าย ม้วนซองกระดาษซุกไว้ในเสื้อ

“ได้ครับ ผมขอพาไอ้เต็กไปด้วยแล้วกัน ไอ้นี่มันเด็กแถวบ้าน ฝีมือพอตัวอยู่ พ่อมันเคยเป็นนายทหารสรรพาวุธ ก่อนจะย้ายไปอยู่ EOD ที่เจาะไอร้อง”

อรัณย์พยักหน้า อดีตลูกน้องมือดีมองผ่านเขาไปยังหญิงสาวที่เดินตรงเข้ามา

“ใครครับนั่น เมียหัวหน้ารึสวยสะเด็ดไปเลย”

ชายหนุ่มสับมะเหงกลงกลางกระบาลของลูกน้อง ประยงค์ครางอู่ หลับตาปี๋

“ทะลึ่งไม่เข้าเรื่อง นั่นเพื่อนฉันเอง”

“มือหนักฉิบ เจ้านายกูอูยย”

อรัณย์ส่ายหน้า ก่อนจะหันหลังกลับไปพูดกับปรางทิพย์

“กลับเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว”

หญิงสาวเดินตามหลังไปโดยไม่พูดอะไรซักคำ ประยงค์มองตามก่อนจะพูดกับตัวเองเบา ๆ

“สูตรสำเร็จ แทบจะทุกคนพอถูกถามก็จะตอบก่อน ว่าเป็นแค่เพื่อน หลังจากนั้นก็ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”

เต็กมองลูกพี่ที่ยืนขำอยู่คนเดียว

“เป็นอะไรพี่หยง ยันกัญชาเรอะพี่”

ประยงค์มองซ้ายขวา พอเห็นว่าปลอดคนก็ดึงแขนเต็กเข้าไปในบ้าน ควักซองเอกสารออกมา หยิบแผ่นกระดาษเอสี่ยื่นให้

“ประเดี๋ยวเอ็งกะข้ารีบแต่งตัวกัน  เจ้านายมีงานให้ทำแล้ว ชื่อที่อยู่ของคนสี่ห้าคนในกระดาษนั่นแหละ เราต้องตามหาให้เจอ”

“แล้วยังไงต่อพี่”

เต็กมองไล่รายชื่อที่ปรากฏในกระดาษ

“เดี๋ยวก็รู้เอง ไว้หาพวกนั้นเจอเมื่อไหร่ข้าจะบอก”

 

            ปรางทิพย์ถอยรถออกจากซอยอย่างนิ่มนวล ทั้งสองคนนั่งนิ่งไม่พูดอะไรกันเลย หญิงสาวก็เอาแต่ขับรถไปเรื่อย ๆ สุดท้ายอรัณย์ทนไม่ไหวก็เลยเอ่ยขึ้นก่อน

            “เป็นอะไร ไม่พอใจผมหรือเปล่า”

            ชายหนุ่มถามเสียงนุ่ม

            “ไม่นี่คะ”

            ปรางทิพย์ตอบ แต่ตามองไปข้างหน้า

            “ร้อยละเก้าสิบเก้าของผู้หญิงที่ตอบว่า ไม่เป็นไร ไม่มีอะไร นั่นคือคำโกหก”

            อรัณย์ลูบเฝือกไปมาพลางซ่อนยิ้ม เมื่อเห็นมุมปากของหญิงสาวกระตุกเล็กน้อย

            “งั้นฉันคงเป็นหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เหลือแหละ ไม่มีอะไรจริง ๆ ที่ฉันไม่ถามว่าคุณไปที่นั่นทำไม เพราะคนในหน่วยเรา เมื่อได้รับคำสั่งมาแล้วมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการทุกอย่างได้โดยที่คนอื่นไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ ฉันไม่รู้ว่าคุณได้รับคำสั่งอะไรมา ไม่อยากรู้ และไม่จำเป็นต้องรู้ด้วย นั่นคือกฎ”

            อดีตนายทหารบพิเศษยกมือซ้ายลูบศีรษะตัวเอง

            “คนที่ผมไปหานั่นเป็นลูกน้องเก่าผมเอง เป็นนายจ่าทหารรู้จักกันตั้งแต่สมัยผมเข้าเรนเจอร์ใหม่ ๆ แต่หมอโดนไล่ออกจากราชการ เพราะเมาแล้วไปต่อยผู้บังคับบัญชาเข้า แถมพอถูกสั่งลงโทษทางวินัยยังไปท้าเขาต่อยอีกรอบ สุดท้ายเลยโดนไล่ออก ก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร แต่ใจร้อนวู่วามไปหน่อย สาเหตุที่ไปต่อยผู้บังคับบัญชาก็เพราะจะขอออกมาเยี่ยมน้องชายที่ป่วย แต่ไม่ได้รับอนุญาต ผมเองก็ลืม ๆ ไป เพิ่งนึกขึ้นมาได้เลยแวะมาเยี่ยม ชวนให้ไปทำงานที่ไร่ส้มโอที่เพชรบูรณ์น่ะ”

            ชายหนุ่มเล่าจบก็นิ่งไป เมื่อนึกถึงเรื่องเก่า  ๆ ปรางทิพย์อมยิ้ม หันมามอง

            “คุณจะไปที่ไหนอีกหรือเปล่า ถ้าฉันจะได้พากลับเลย จะแวะไปดูบ้านคุณหน่อยไหม”

            อรัณย์ยิ้มออกมา สั่นศีรษะ

            “เสียเวลาเปล่า บ้านผมไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก ปกติผมก็ไม่อยู่บ้านอยู่แล้ว เร่ไปโน่นไปนี่อยู่เรื่อย ค่ายทหารยังเหมือนบ้านมากกว่าอีก”

            ชายหนุ่มเว้นจังหวะ มองป้ายโฆษณาที่ติดอยู่ริมทาง

            “ไหน ๆ ก็ออกมาข้างนอกแล้ว ช่วงนี้ว่าง ๆ ถือว่าเป็นการพักผ่อนแล้วกัน ผมอยากไปไหว้พระนะ วัดใหญ่ ๆ ในกรุงเทพมีเยอะเลย หาเวลามาตั้งนานแล้ว คุณพอจะเป็นไกด์ให้ผมได้ไหม”

            ปรางทิพย์หยิบแว่นกันแดดสีชาขึ้นมาสวม ท่าทางผ่อนคลาย

            “ได้สิ”

 

 

 

           

 

 

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 256 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5471 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 03:32

    ปรางทิพย์พูดจาไม่น่ารักเลย ไม่น่าใช้คำนัยแบบนี้ในนิยายเลยนะคะ มีคำอื่นที่ดูดีกว่านี้ง่ะ

    #5471
    0
  2. #5413 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 01:20
    ขอบคุณครับ
    #5413
    0
  3. #5021 Keenniiez (@keenniiez) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:00
    ทำไมตอนปรางพูดกระหรี่แล้วเราสะดุ้งอ่ะ 55555 #ปรางเป็นผู้หญิงตรงๆ
    #5021
    0
  4. #4823 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:27
    ใช่คำว่า กระหรี่ อาจแรงไปหน่อยครับ คำว่า โสเภณี จะดูซอฟกว่ายิ่งคนพูดเป็นผู้หญิง.... ผมอาจจะโลกสวยไปหน่อย 55
    #4823
    0
  5. #4623 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:09
    ขอบคุณครับ
    #4623
    0
  6. #4310 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 16:55
    พวกนี้เก่งเหมือนกันนะ
    #4310
    0
  7. #3279 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 23:35
    เก่งนี่  มือวางระเบิด เหอๆๆๆ
    #3279
    0
  8. #3220 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 19:31
    เก่งจังพ่อคุณ!
    #3220
    0
  9. #3032 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 19:09
    การเวกน่าจะไปเอาดีทางระเบิดแทนฝึกสัตว์นะ
    #3032
    0
  10. #2829 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 23:52
    เวก บอกรักโลด โฮะๆ
    หนุกหนานๆ
    #2829
    0
  11. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  12. #2398 แต้มฝัน (@sutarika) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 15:00
    ชอบเฮียเวกมากเลย -.,-
    #2398
    0
  13. #2288 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 10:39
    เทพอ่ะเเต่ทำไมพวกนี้ถูกพระเอกเราสังหารง่ายจังเเฮะ
    #2288
    0
  14. #1623 supanat pds (@drakon181) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 14:17
    โหดจิงๆ
    #1623
    0
  15. #1128 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 13:34
    ความลับทางวิชาชีพจริงๆ
    #1128
    0
  16. #832 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 15:46
    +555++ความลับทางวิชาชีพจริงๆด้วยอะ
    #832
    0
  17. #661 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 22:30
    `พวกโจรนี่เก่งกันจริงๆนะนิ
    #661
    0
  18. #660 บุรุษโดดเดี่ยว (@noomyakoo) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 17:45
    5555 วิชาชีพจิงๆๆ
    #660
    0
  19. #659 (@p_u_k_a_n) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 12:44
    รอตอนหน้าค่าาาาา
    #659
    0
  20. #658 เมราส_เฟย์ (@maras_fay) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 11:00
    มารอตอนหน้าด้วยคนครับ
    #658
    0
  21. #657 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 05:54
    อ๊ะฮะ สนุกครับ ฉากบู๊มันส์ดีมากครับ
    #657
    0
  22. #656 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 01:16
    ทีมนี้มันแซ่บจริงๆๆ
    #656
    0
  23. #655 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2555 / 23:11
    ตอนนี้มันดีจริงๆ แอบมีหวานด้วย
    รัญโดนแยงซีนซะแล้ววว 555
    #655
    0
  24. #654 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2555 / 23:03
    สนุกดีจ้า
    #654
    0
  25. #652 หมอกเงา (@lumpang) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2555 / 22:21
    ขอบคุณ
    #652
    0