พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 78 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 13 เกาะพยัคฆ์คำรณ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    8 มี.ค. 61

13

นาคาสมุทรแล่นอ้อมชายเกาะไปยังฝั่งตะวันตก พอเข้าใกล้เป้าหมายรันมะก็สั่งดับเครื่อง ปล่อยเรือลอยตามแรงส่งไปช้า ๆ

แสงเรือง ๆ ที่ขอบฟ้าพอมองเห็นเงาตะคุ่มราง ๆ ของกองเรือประมงราวสิบกว่าลำจอดรอท่าอยู่ริมตลิ่งสูงเพื่อให้ง่ายต่อการลงเรือ แบร์รี่กับสมิทใช้เรือพายไปรอรับพวกภูอินท์ที่ถอนกำลังตามคำสั่งของรันมะยังชายหาด

            ลูกเรือนาคาสมุทรที่อยู่บนเรือตอนนี้ใจจดใจจ่ออยู่กับแนวเนินตลิ่ง การเวกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ลดกล้องส่องทางไกลในมือลงก่อนจะหันมาหาผู้เป็นลูกพี่

            “ไม่เข้าใจเอไอของเกมนี้จริง ๆ  มันจะอยู่เฉยเฉยไม่ได้หรือไง อยู่ไม่อยู่ก็ยกพวกไปตีชาวบ้านเฉยเลย”

            หนุ่มหน้าบากเกาจมูกเบา ๆ รันมะยักไหล่

            “ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ะ แต่บางทีอาจจะเป็นระบบที่ทำให้เกมสมจริงมั้ง ระบบเอไอในเกมทำงานเหมือนว่าเป็นโลกจริง ๆ ต่างจากเกมอื่น ที่เอไอสัตว์อสูร ๆ ก็แค่วนไปวนมาอยู่ที่เดิม ระบบเดิม ๆ”

            การเวกได้ฟังก็บุ้ยปากไปยังแท่นปืนหัวเรือ โมลิกำลังพูดจาหยอกล้ออยู่กับธิดาฟ้าเละแคทจัง

            “เอาง่าย ๆ เลยนะพี่ คู่หูของพี่น่ะ บอกตรง ๆ เลยผมว่าเธอใกล้เคียงมนุษย์อย่างเรา ๆ ถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เลยล่ะ ขาดแค่ประสบการณ์ในโลกจริงเท่านั้น ทั้งการเรียนรู้ พัฒนาตัวเองเป็นแบบพวกเราชัด ๆ”

            “หมายความว่าไง”

            คราวนี้รันมะหันมามอง

            “ผมกำลังคิดว่า ถ้าเอาระบบเอไอพวกนี้ออกไปในโลกจริง หุ่นจักรกลที่มีความสามารถเท่าเทียมหรือมากกว่ามนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ห่างไกลความเป็นจริงไปเลยสักนิด”

            รันมะหรี่ตา นึกถึงคำพูดของประวิทย์ ที่พูดกับเขาไว้ตอนก่อนที่เขาจะเริ่มเล่นเกมว่า เกมนี้มีความพิเศษที่ไม่เหมือนเกมอื่นทั่วไป

            “คล้าย ๆ กับว่า โลก Age of fantasy นี้ก็คือสถานที่พัฒนาระบบเอไอเสมือนจริงสินะ”

            รันมะเอ่ยช้า ๆ การเวกพยักหน้า

            “ใช่ครับ แล้วผู้เล่นทุกคนก็เหมือนครูฝึกให้พวกมันพัฒนาตัวเอง”

            “บางทีที่เราเดาอาจจะถูกก็ได้ แต่มันก็ดีแล้วนี่ ใครจะรู้ ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะมีหุ่นยนต์สาวใช้สุดอัจฉริยะอยู่ในบ้านก็เป็นได้”

            ทั้งสองคนยังไม่ทันจะพูดอะไรกันต่อ เงาร่างดำ ๆ จำนวนมากก็ปรากฏขึ้นบนเนินฝั่งริมทะเล การเวกยกกล้องส่องทางไกลขึ้นทาบดวงตา

            โจรประมงที่เหลือรอดจากการต่อสู้ร่วมร้อยกำลังแตกหนีมาที่เรือของพวกตน พวกที่มาถึงแล้วก็กระโดดลงเรือ ควันสีขาวลอยออกมาจากปล่องควันเล็ก ๆ โจรประมงส่วนหนึ่งวางแนวป้องกันอยู่ริมตลิ่ง ใช้หน้าไม้ระดมยิงขัดขวางไม่ให้กลุ่มคนแคระตามมา

            “แบล็ก สั่งการลงไป ให้ปืนทุกกระบอกเตรียมพร้อม รอคำสั่งยิง ทรอสอยู่ในห้องเครื่องหรือเปล่า ให้เตรียมเครื่องจักรสองในสี่”

            กราบลวงของนาคาสมุทรฝั่งขวาค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ เมื่อเครื่องจักรไอน้ำสองเครื่องทำงาน  แบล็กขีดคำนวณวิถีกระสุนปืนลงในกระดาษอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถ่ายทอดคำสั่งเตรียมพร้อม

            พอโจรประมงกลุ่มใหญ่ทยอยลงเรือได้เกือบหมด พวกโจรที่ใช้หน้าไม้ก็ล้วงเอาคบไฟออกมาจุด แนวกำแพงไฟลุกพรึบเป็นเครื่องกีดขวางไม่ให้คนแคระตามมา เรือประมงสิบกว่าลำค่อย ๆ ทยอยออกจากตลิ่งอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนพวกนั้นจะสังเกตเห็นเรือนาคาสมุทรที่จอดรอท่าอยู่ทางทิศใต้อย่างชัดเจน เพราะกำลังหันหัวเรือออกไปทางฝั่งตรงข้าม

            แบล็กหันมามองรันมะคล้ายจะรอคำสั่ง ชายหนุ่มพยักหน้าให้

            “ฆ่าให้เรียบ”

ต้นปืนผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาฟิสิกส์ก็ออกคำสั่งยิงทันที แท่นปืนสองแท่นหัวเรือคำรามลั่นสองนัดติด ๆ กระสุนระเบิดแฝงพลังธาตุลมตกกระทบน้ำทะเลดักหน้ากองเรือโจรประมงราวห้าสิบหลา แรงระเบิดดันน้ำทะเลให้แตกเป็นปีกขึ้นสูง

            “ไม่ต้องเสียเวลายิงดักแล้ว แบล็ก ไล่จมมันทีละลำนั่นแหละ”

            กัปตันเรือนาคาสมุทรที่ยืนดูอยู่ด้วยตาเปล่าเอ่ยเรียบ ๆ

            “ครับพี่ จัดให้”

            เด็กหนุ่มตอบรับอย่างกระตือรือร้น พอคำสั่งยิงชุดที่สองออกไป เรือโจรลำที่อยู่แถวหน้าสุดก็ตกเป็นเป้ากระสุนปืนสี่นัด ทั้งเปลวไฟ และเศษไม้กระดานปลิวว่อน

            “เสร็จไปหนึ่ง”

            เด็กหนุ่มคำรามออกมา การเวกสั่งให้เดินเครื่องทันที นาคาสมุทรก็ทะยานเข้าหากองเรือโจรประมงที่เหลือ ทั้งสองคนแบล็กและการเวกทำงานสอดคล้องกันอย่างดีเยี่ยมโดยไม่ต้องรอคำสั่งของรันมะ อดีตนายโจรหน้าบากกำหนดทิศทางของเรือเพื่อให้แบล็กสามารถสั่งการยิงได้อย่างแม่นยำ

            เรือโจรประมงสี่ห้าลำถูกยิงระเบิดและจมลงในทันที ส่วนที่เหลือก็หันหัวเรือสวนเข้าสู้อย่างจนตรอก ปืนใหญ่ขนาดเล็กที่อยู่บนเรือโจรประมงเริ่มมีการยิงตอบโต้มาบ้าง แต่เพราะระยะที่ห่างเกือบพันหลา นาคาสมุทรที่ทั้งฝีจักรและอาวุธดีกว่าแล่นตีโค้งเป็นครึ่งวงกลม ปืนเรือทั้งห้ากระบอกเลือกยิงได้อย่างสบายใจเพราะอยู่นอกระยะของปืนเรือโจรประมง

            ไม่ถึงสิบนาที เรือโจรประมงทั้งหมดก็ถึงแก่กาลอวสาน เหลือแต่เพียงเศษไม้และคราบเขม่าดำ ๆ ลอยเต็มท้องทะเล แบล็กสั่งให้ใช้กระสุนปืนธาตุลมและสายฟ้ายิงกราดซ้ำลงไปอย่างดุเดือด โจรประมงที่เหลือรอดตายจากเรือที่ถูกยิงจม พอเจอกับแรงอัดกระแทกของน้ำทะเลอันเกิดจากแรงระเบิดของกระสุนปืนก็ถึงกับหมดสติจมน้ำหายไปก็มี บ้างก็กลายเป็นเป้าซ้อมธนูตายเรียบ สมกับคำสั่งประกาศิตของกัปตันเรือที่บอกว่า ฆ่าให้เรียบ

            ที่ริมฝั่ง คนแคระจำนวนมากยืนดูจุดจบของเหล่าโจรประมงอย่างสะใจปนสงสัย จูเลียหรี่ตามองเรือลำใหญ่ที่กำลังแล่นตีวงกลับไปยังทิศใต้ของเกาะ ทิ้งเศษซากความพินาศของโจรประมงไว้เบื้องหลัง

            นาคาสมุทรชะลอเครื่องเพื่อรับทีมลาดตระเวนของภูอินท์ขึ้นเรือ ขณะนั้นเป็นเวลาหกโมงเช้าพอดี รันมะสั่งให้ทอดสมออยู่ข้าง ๆ เกาะขนาดเล็กที่อยู่ห่างออกมาจากเกาะพยัคฆ์คำรณไม่มากนักเพื่อรอกองเรือของชาวบ้านสนดำเข้ามาสมทบ

            อินแปงเข้ามานั่งสนทนากับกัปตันเรือนาคาสมุทรในห้องบังคับการ

            “ท่านผู้เฒ่าแน่ใจนะ ว่าพวกคนแคระจะไม่ทำร้ายพวกท่าน”  

            รันมะถามพลางปิดปากหาว เวลานี้ลูกเรือส่วนใหญ่ที่อดนอนทั้งคืนพากันไปนอนหมดแล้ว มีเพียงกาซิมที่เพิ่งออนไลน์เข้ามากำลังนั่งสอบถามเหตุการณ์ทั้งหมดกับการเวก

            “พวกท่านเหนื่อยมาทั้งคืน เรื่องนี้ปล่อยเราจัดการเถิด เรารู้จักกับพวกคนแคระอย่างดี เชื่อว่าพวกนั้นคงไม่เป็นอันตรายต่อเรา”

            อินแปงเอ่ย ตามองไปยังเรือของตนที่กำลังแล่นตรงเข้ามาเทียบช้า ๆ

            “อือม์ ถ้าเช่นนั้นก็ตามสบาย ผมจะรออยู่ที่นี่แหละ มีอะไรก็ส่งสัญญาณเรียกแล้วกันนะครับ ยิงพลุสักสองสามนัด ผมจะให้ลูกน้องคอยเฝ้าดูอยู่”

            หัวหน้าหมู่บ้านสนดำลุกขึ้นยืน หันมาโค้งให้รันมะ

            “ท่านมีพระคุณกับพวกเราชาวบ้านสนดำยิ่งนัก ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไร”

            “ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย ท่านผู้เฒ่ารักษาตัวด้วย”

            รันมะมองตามอินแปง อสุนีและนิดาที่เดินข้ามสะพานเชือกไปยังเรือของตน ก่อนจะหันมาทางการเวกและกาซิมที่นั่งคุยกันอยู่

            “ฉันว่าจะนอนเสียหน่อย กาซิม ฝากดูด้วยนะ การเวกนายไปนอนก็ได้นะ คงไม่มีอะไรอีกแล้วล่ะ”

            ชายหนุ่มพูดจบก็เดินไปที่โซฟาตัวยาว ทิ้งตัวลงนอนและหลับไปแทบจะในทันที สองหนุ่มมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นอาการของลูกพี่ตัวเอง

            “ไปนอนเถอะไป ฉันเฝ้าให้เอง”

            กาซิมบอกการเวก หนุ่มหน้าบากพยักหน้าให้ก่อนจะเดินหน้าง่วงเหงาออกไป

 

            บ่ายโมงเกือบครึ่ง จูเลียแตะปลายเท้าลงบนดาดฟ้าเรือนาคาสมุทรอย่างแผ่วเบา กาซิมที่นั่งอยู่ในห้องบังคับการชะโงกหัวออกมาดู พอเห็นคนแคระร่างเล็กเป็นหญิงสาวสวมชุดขาวก็พอจะเดาออกว่าเป็นจูเลีย

            หัวหน้าเผ่าคนแคระมองซ้ายขวา เห็นกาซิมโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างหอบังคับการก็ลอยตัวขึ้นไปหา ชายหนุ่มกระพริบตาปริบ ๆ มองดูหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าเดินเหยียบอากาศตรงเข้ามา

            “สวัสดีครับ”

            ต้นกลเรือนาคาสมุทรเอ่ยทักทาย จูเลียลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างง่ายดาย เธอกวาดสายตาขึ้นลงมองดูกาซิมอย่างสนใจ

            “กัปตันของเจ้า อยู่ไหน”

            ช่างตีเหล็กยืนเหม่อมองใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาของคนแคระสาวตรงหน้าอย่างใจลอย น้ำเสียงใสปานระฆังแก้วลอยกระทบโสตประสาทยิ่งทำให้กาซิมออกอาการหนัก

            “ข้าถามว่ากัปตันของเจ้าอยู่ไหน ไม่ได้ยินรึไง”

            จูเลียถามซ้ำ กาซิมค่อยได้สติ ชายหนุ่มป้ายนิ้วหัวแม่มือไปด้านหลัง

            “นายนั่นดับเครื่องไปแล้ว นอนอยู่บนโซฟาข้างหลังโน่น”

            หัวหน้าเผ่าคนแคระลอยตัวผ่านกาซิมไปอย่างไม่สนใจ พอเห็นรันมะกอดอกนอนหลับตาพริ้มอยู่ก็ตรงเข้าไปหา นายช่างใหญ่ประจำเรือได้แต่มองแบบงง ๆ

            “นายนี่มันต้องมีพระขุนแผนแหง ๆ เห็นสาวรักสาวหลงกันทุกคนไป ไม่เว้นแม้แต่เอไอ”

            กาซิมบ่นกับตัวเอง มองดูจูเลียที่เข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ โซฟา สายตาของคนแคระสาวจับอยู่ที่ใบหน้าที่เวลานี้เปรอะไปด้วยเขม่าดำ ๆ และเลือดแห้งกรัง

 

            รันมะพบว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเทือกเขาสูงใหญ่ หมอกหนาปกคลุมไปทั่ว

            “นี่มันที่ไหนวะ แล้วเรามาอยู่นี่ได้ไง”

            ชายหนุ่มถามตัวเอง พอก้มลงมองดูเครื่องแต่งกาย เวลานี้เขาอยู่ในชุดคล้ายจอมยุทธ์ชาวจีนสีดำสนิท มือซ้ายกุมกระบี่เล่มยาว ฝักกระบี่เป็นไม้สักลวดลายมังกร ตกแต่งด้วยอัญมณีแพรวพราว

            “อะไรวะเนี่ย งง”

            ขณะนั้นเอง สายลมก็พัดมาวูบหนึ่ง หมอกตรงหน้าเหมือนถูกพัดออกไป แผ่นหินหน้าตัดเกลี้ยงสลักข้อความตัวมหึมาตั้งอยู่ไม่ห่างไปนัก รันมะหรี่ตาเพ่งมอง

            เขาไท่ซาน

            ข้อความในแผ่นหินเขียนเป็นภาษาจีน แต่รันมะที่ไม่เคยแม้แต่จะเรียนรู้ภาษาจีนกลับอ่านออก ชายหนุ่มจรดฝีเท้าเดินตรงเข้าไปยังแผ่นหิน ทันทีนั้นเอง เสียงสองเสียงก็ดังลอยมาตามลม เป็นเสียงขลุ่ยจีนกับพิณที่ประสานกันมา ฟังดูกลมกลืนอย่างยิ่ง

            รันมะเดินไปตามทางเล็ก ๆ คล้ายกับทางเดินของสัตว์ป่า เสียงเครื่องดนตรีทั้งสองดูชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ สำเนียงของมันฟังดูโอดครวญหวนไห้อย่างไรชอบกล ชายหนุ่มในชุดจอมยุทธ์ถือกระบี่เดินมาถึงเชิงผาที่ด้านซ้ายมือเป็นหน้าผาสูงชัน ด้านขวาเป็นเหวลึก ทางเดินแคบเพียงศอกเดียว

            “ไปไงวะเนี่ย”

            พอชะโงกหน้าลงมองไปด้านล่าง ก็พบว่าเหวนั้นลึกหลายร้อยเมตร ขณะที่กำลังลังเลอยู่นั้นเอง เลียงผาตัวหนึ่งจู่ ๆก็โผล่พรวดพราดออกมาจากทางเดินฝั่งตรงข้าม มันหยุดชะงักเมื่อเห็นคนยืนขวางทางอยู่

           

            รันมะหลบเข้าข้างทาง เจ้าเลียงผาตัวนั้นก็ค่อย ๆ เดินเลียบมาตามขอบผาอย่างระมัดระวัง พอเดินมาถึงตำแหน่งที่รันมะยืนอยู่ มันก็หันมายิ้มให้

            เลียงผายิ้มได้ด้วยเหรอวะ

            พอยิ้มเสร็จมันก็เดินผ่านไป รันมะที่เห็นเลียงผายังข้ามมาได้ ตัวเองแต่งชุดจอมยุทธ์อย่างเท่จะข้ามไปไม่ได้ก็ดูกระไรอยู่ ชายหนุ่มทำตัวลีบเดินเบียดผนังผาไปอย่างหวาดเสียว สายตาอดที่จะมองลงไปด้านล่างไม่ได้

            เดินมาได้ครึ่งทาง เงาดำตะคุ่มก็ปรากฏขึ้นที่ปลายทางอีกฝั่ง ปรากฏว่าเป็นเสือดำตัวมหึมา มันพอมองเห็นชายหนุ่มก็คำรามก้อง

            “เฮ้ย เสือดำมาไง จะบังเอิญไปป่าวเนี่ย”

            ระหว่างที่กำลังยืนอึ้งอยู่ เสือดำอีกตัวหนึ่งกระโดดมาจากไหนไม่รู้ ยืนแยกเขี้ยวขาวดักอยู่ปลายทางฝั่งที่เดินมา

            “กรรมของอาตมา นี่มันตั้งใจจะแด้กข้าให้ได้ใช่ไหมเนี่ย”

            เสือดำทั้งสองตัวประสานเสียงคำรามพร้อม ๆ กับก้าวเข้ามาตามทางเดินแคบ ๆ นั้นอย่างเหลือเชื่อ และที่น่าประหลาดกว่าก็คือ ที่คอเสือดำตัวหนึ่งสะพายขลุ่ยหยกไว้ ส่วนอีกตัวสะพายพิณสีทองอร่ามติดหลัง วินาทีนั้นเอง รันมะก็เกิดการรู้แจ้งด้วยตัวเองขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน

            ว่ากันว่า เขาไท่ซานมีสองพยัคฆ์นิลกาฬ ตัวหนึ่งเป่าขลุ่ย ตัวหนึ่งดีดพิณคอยล่อลวงผู้คนมาจับกินเป็นอาหารที่แท้เป็นเรื่องจริง วันนี้เห็นทีจะไม่รอด อย่าเลย สู้โดดเขาตายเองจะดีกว่า

            คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มผู้โชคร้ายก็ทิ้งตัวลงไปยังเหวลึกเบื้องหน้า แถมยังพลิกตัวกลับหันมาโบกมือเยาะเย้ยเสือดำทั้งสองเสียด้วย ในจังหวะที่กำลังร่วงลงนั้นเอง ราวกับเป็นภาพสโลว์โมชั่น รันมะเห็นเสือดำสองตัวกลับกลายร่างเป็นคน แถมทั้งสองคนนั้นเป็นคนที่เขารู้จักเสียอีก

            “มาร์คัส หย่งอี้  บ้าน่า”

            ภาพสโลว์โมชั่นหายไป ร่างของรันมะลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ สองมือแหวกว่ายกระดึ๊บ ๆ แหกปากกู่ร้อง

            เออ เรามีร่มชูชีพนี่หว่า จะโวยวายไปทำไม

            ชายหนุ่มในชุดจอมยุทธ์ถือกระบี่เอื้อมมือดึงสลักร่มชูชีพออก ผ้าร่มคลี่ออกมา พอรับลมเต็มที่ก็รั้งร่างรันมะให้ค่อย ๆ ลอยอยู่กลางอากาศช้า ๆ แต่ดูเหมือนเทวดาจะไม่เป็นใจ ไม่ก็โชคดีแต่เคราะห์มาบัง กิ่งไม้ขนาดเท่าแขนยื่นพ้นหน้าผาออกมาเกี่ยวเอาร่มไว้ ผลก็คือ เขาห้อยต่องแต่งอยู่กับหน้าผานั่นเอง พื้นดินเบื้องล่างยังห่างออกไปอีกราวสี่ห้าร้อยเมตร ระหว่างที่กำลังดิ้นรนอยู่นั้นเอง สายตาก็บังเอิญเหลือบไปที่ซอกผาที่เป็นรอยแตกของร่องหิน

            หือ หนังสืออะไรวะเนี่ย หรือว่าจะเป็น

            รันมะก็เกิดอาการรู้แจ้งด้วยตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง

            ใช่แล้ว นั่นต้องเป็นมหาคัมภีร์วิชาแห่งสำนักเทพสะท้านฟ้าที่หายสาบสูญไปแน่นอน ไม่น่าเชื่อว่าจะมาหมกอยู่ตรงซอกเขา เห็นเขาว่าปรมาจารย์แห่งสำนักเทพสะท้านฟ้าเดินทางขึ้นเขาไท่ซาน ระหว่างทางถูกเทพมารอเวจีลอบสังหาร คัมภีร์ยุทธ์หายสาบสูญ ที่แท้คงตกลงมาจากหน้าผาติดค้างอยู่ในซอกหินนี่เอง

            ชายหนุ่มผู้โชคร้ายในความโชคดีและโชคดีในความโชคร้ายค่อย ๆ แกว่งตัวไปมา ในที่สุดก็สามารถคว้าเอาหนังสือเล่มนั้นมาได้ รันมะเปิดออกศึกษาดูทั้ง ๆ ยังแขวนอยู่กลางอากาศ และด้วยสติปัญญาที่เลิศภพจบแดน อ่านคัมภีร์หนากว่าสองร้อยหน้าจบในยี่สิบนาที แถมบรรลุวิชาที่เขียนในคัมภีร์นั้นถึงขึ้นเซียน

            “อาห์ เราเป็นเซียนแล้วหรือนี่ ดีล่ะ ถ้าเช่นนั้นเราจะกลับขึ้นไปสังหารมาร์คัสกับหย่งอี้เพื่อเป็นการตอบแทนที่ทำให้เราตกเขาลงมาพบกับคัมภีร์วิเศษ”

            รันมะตวัดกระบี่ตัดสายร่มออก ก่อนจะไต่หน้าผาชันขึ้นไปด้วยวิชาพิสดารราวกับจิ้งจกตุ๊กแก เพียงชั่วอึดใจก็ขึ้นมายืนอยู่บนหน้าผาตำแหน่งที่ตกลงไป เวลานี้เสียงพิณและขลุ่ยดังขึ้นอีกครั้ง จอมยุทธ์รันมะกระทืบเท้าทีเดียวก็ตีลังการ้อยสามสิบเก้าตลบแบบหนังจีนกำลังภายในไปยังต้นเสียงทันที

            พอสองเท้าแตะพื้น เสียงขลุ่ยและพิณก็หายไป กลายเป็นมาร์คัสยืนเอามือไพล่หลัง หย่งอี้นั่งแกว่งเท้าอยู่บนก้อนหิน โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง มาร์คัสก็กระชากกระบี่ออกมาโถมเข้าฟันรันมะทันที ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด เพียงครู่เดียว รันมะก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ นั่งคุกเข่าอยู่มีมาร์คัสถือกระบี่จี้คอ

            “นายลืมไปแล้วหรือ ว่าเพลงกระบี่ของนาย มันก็แค่ครูพักลักจำ อาศัยแอบดูฉันกับอี้เอ๋อร์สู้กัน มันจะมาเทียบอะไรกันได้”

            มาร์คัสตวัดกระบี่ขึ้น รันมะก็เอ่ยปากพูด ใบหน้ารู้สึกเย็นวาบขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ

            “งั้นเหรอ นายก็คงลืมไปแล้วซินะ ว่าฉันมีไอ้นี่”

            ขาดคำ ชายหนุ่มก็ตวัดมือออกมาจากด้านหลัง ปืนพก 9 มม. แมกกาซีนพิเศษบรรจุสามสิบนัดก็กระหน่ำยิงรัวแบบฟูลออโต้เข้าใส่มาร์คัสที่ยืนเงื้อกระบี่ค้าง

            รันมะกดรัวยิงจนหมดแม็กกาซีนทั้งสามสิบนัด ร่างสูงโปร่งของมาร์คัสทรุดลง เลือดท่วมหน้าอกที่พรุนไปด้วยกระสุน มือปืนรันมะยืนขึ้นยิ้มอย่างดีใจในชัยชนะ ทันทีนั้นเอง เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแหลม ๆ แทงทะลุหลัง

            ชายหนุ่มล้มลง พยายามเหลียวหลังไปดู ปรากฏว่าเป็นเลียงผาตัวที่เขาเจอเมื่อคราวแรกที่หน้าผานั่นเอง เขายาวโง้งของมันเสียบทะลุหลังออกหน้าอก ที่ปลายเขาของมัน มีหัวใจของรันมะเสียบติดอยู่

            “เลียง..ผา”

            น้ำเสียงเขาขาดห้วง ทั้งที่น่าจะตายไปแล้ว ได้แต่นอนมองดูหัวใจตัวเองเต้นดุบดิบ ๆ อยู่ปลายเขาเลียงผา เขาพยายามใช้มือไขว้คว้าเอาหัวใจตัวเองคืน พอรู้สึกว่าคว้าได้แล้วก็เอามาแนบไว้กับหน้าอกที่เป็นแผลฉกรรจ์ สายตาค่อยพร่าเลือนไป

           

            จูเลียนั่งคุกเข่า ดวงตาสดใสแววตาแฝงรอยยิ้มนิด ๆ ทอดสายตาดูรันมะที่นอนหลับตาพริ้มอยู่นั้น คนแคระสาวปลดผ้าพันคอของตน เสกเวทเรียกน้ำพรมลงบนผ้า ค่อย ๆ บรรจงซับไปตามใบหน้าเช็ดคราบเขม่าและรอยเลือดออกให้อย่างเบามือ

            ทันทีนั้นเอง ชายหนุ่มก็เกิดอาการประหลาด

            “เลียงผา”

            เสียงขมุบขมิบดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อย มือที่กอดอกอยู่นั้นก็คลายออก ทำอาการเหมือนจะคว้าอะไรซักอย่าง

            “หือม์...

            จูเลียเอียงคอด้วยความสงสัยในท่าทีของชายหนุ่ม ยังไม่ทันจะทำอะไรต่อ มือทั้งสองของรันมะก็จับยึดมือขวาของเธอที่กำผ้าพันคอชุ่มน้ำอยู่ไว้แน่น ก่อนจะดึงไปแนบไว้กับหน้าอกในตำแหน่งหัวใจ คนแคระสาวหน้าแดงซ่าน พยายามจะดึงมือออก แต่ชายหนุ่มเกร็งข้อมือฝืนไว้

            ผ่านไปราวหนึ่งนาที รันมะก็กระพริบตาถี่ ๆ พอเห็นใบหน้าสวยหวานราวกับเทพธิดาลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าก็ตกใจ ลืมตาโพลงทั้ง ๆ ยังนอนอยู่

            “เฮ้ย จูเลีย เธอมาได้ยังไง”

            คนแคระสาวไม่ตอบ ใบหน้าขาวนวลค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูอีกครั้ง กัปตันเรือนาคาสมุทรเริ่มรู้สึกว่ามือตนเองกุมอะไรบางอย่างที่ทั้งนุ่มและเปียกชื้นไว้

            …..

            ราวกับถูกสตั้นท์สามวินาที เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนกุมอยู่คือมือเล็ก ๆ ของจูเลียที่กำผ้าพันคอสีขาวไว้ ซ้ำยังกดแนบกับเสื้อเกราะของตัวเองในตำแหน่งหัวใจอีกด้วย

            พอได้สติก็รีบปล่อยพลางดีดตัวลุกขึ้นนั่ง กัปตันเรือนาคาสมุทรก็เริ่มเรียบเรียงความคิดของตัวเองได้ ดูเหมือนว่าไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ เมื่อสักครู่จะเป็นฝันของเขานั่นเอง ตอนก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในฝันได้คว้าเอาหัวใจตัวเองมา ที่แท้เป็นมือของจูเลีย

            “เอ่อ ขอโทษนะที่เสียมารยาท”

            ชายหนุ่มอึกอัก หัวหน้าเผ่าคนแคระยังคงนั่งนิ่ง ใบหน้ายังคงไม่จางสีลง กาซิมที่นั่งดูอยู่ถึงกับปิดปากกลั้นหัวเราะ พอรันมะหันไปมองก็โคลงหัว ลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกไป

            “นี่เป็นอะไรหรือเปล่า”

            รันมะถามย้ำ เสียงเข้มขึ้นเพื่อเรียกสติของหญิงสาวตัวเล็ก จูเลียสะดุ้ง หันมามองแต่ไม่กล้าสบตาตรง ๆ

            “ไม่..ไม่เป็นไรค่ะ”

            ชายหนุ่มหรี่ตา ใบหน้าเริ่มสงบเยือกเย็นเป็นปรกติ

            “อืม ดีแล้ว งั้นมีธุระอะไรหรือ มาหาถึงนี่”

            จูเลียเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนว่าเธอจะระงับอารมณ์ให้เป็นปกติได้แล้ว

            “เผ่าคนแคระ ยินดีต้อนรับคณะนักเดินทางจากเรือนาคาสมุทรทุกคน โดยเฉพาะนายท่านที่มีพระคุณกับเรา เราผู้เป็นหัวหน้าจึงต้องมาเชิญด้วยตนเอง”

            รันมะรู้สึกแปลก ๆ กับสรรพนามที่จูเลียใช้เรียกเขา

            “ไม่ต้องเรียกว่านายท่านก็ได้มั้ง อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้มีเจตนาจะช่วย ไอ้โจรพวกนั้นมันเคยโจมตีพวกฉันก่อน ก็ต้องมีล้างแค้นเป็นธรรมดา”

            คนแคระสาวส่ายหน้า

            “จูเลียเข้าใจดีว่านายท่านเป็นคนปากอย่างใจอย่าง อย่างไรบุญคุณควรต้องตอบแทน”

            ชายหนุ่มเกาแก้ม ตากระพริบปริบ ๆ ก็พอดีกับที่จูเลียมองสบตากับเขาพอดี

            ผู้เล่น รันมะ เทพอสูรเผ่าคนแคระ จูเลีย ยื่นข้อเสนอ ต้องการเป็นสัตว์อสูรติดตามของท่าน

            เนื่องจาก เทพอสูรเผ่าคนแคระ จูเลีย มีระดับสูงกว่าท่าน ไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอได้

            ผู้เล่น รันมะ ได้รับ เทพอสูรจูเลีย ระดับ 79 เป็นอสูรติดตามค่ะ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพื่อความแน่ชัดได้ที่ข้อมูลส่วนตัว

            เสียงรายงานของระบบที่ยาวเหยียด แต่รันมะก็ฟังครบทุกถ้อยความ ใบหน้าที่สงบราบเรียบไปแล้วเวลานี้ราวกับถูกรางวัลประจำปีโดยที่ตัวเองไม่ต้องการเลยสักนิด ทั้งอึ้ง ทั้งมึนงง

            “เฮ้ย เป็นงี้ได้ไง”

            รันมะอุทานออกมาเบา ๆ จูเลียที่หูดีเป็นพิเศษยิ้มอาย ๆ ใบหน้าแดงซ่านขึ้นอีกราวกับลูกตำลึงสุก คนแคระสาวบิดมือไปมา ก่อนจะรวบรวมความกล้า เอ่ยออกมา

            “คือสำหรับเผ่าคนแคระเราแล้ว จุมพิตแรกของหญิงสาว คือคำสาบานว่าจะอยู่เคียงข้างไปชั่วชีวิต สำหรับจูเลียแล้ว นายท่านคือจุมพิตแรก ต่อจากนี้ไปจูเลียเป็นของท่านแล้วฝากด้วยนะคะ”

 

           

 

*** พักเรื่องเครียด ๆ แล้วมาผ่อนคลายกันสักนิด เพราะแต่งตอนเครียดมาหลายตอนแล้ว ตอนนี้เลยถือโอกาสเบาสมอง   ส่วนความฝันของรันมะ อ่านแล้วอย่าไปคิดอะไรมากนะครับ มันเป็นแค่ความฝันเกรียน ๆ ไม่ใช่ลางบอกเหตุอะไร

 

           

           

                         

           

           


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5503 [L]itTle_nEkO (@pure2110) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 06:40
    ตอนนี้กับตอนก่อนหน้าซ้ำกันครับ
    #5503
    0
  2. #5440 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 21:55
    ขอบคุณครับ
    #5440
    0
  3. วันที่ 30 เมษายน 2561 / 21:36
    ผมว่าตอนที่ 12 มันขาดๆหายไม่ต่อเนื่องจากตอนที่ 11 นะ และพอเห็นตอนที่ 13 ซ้ำกับ 12 นี่ขัดเจนเลยย ถถถ
    #5097
    0
  4. #5016 cheeta19 (@cheeta19) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 17:43
    ตอนซ้ำอะ
    #5016
    0
  5. #4843 เมฆน้อยคอยลม (@cloudthemagicTV) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 18:06
    ทำไมตอน12 13 เหมือนกัน?
    #4843
    0
  6. #4795 exorcismus2 (@exorcismus) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 19:36
    ตอนที่ 12 กับ 13 เหมือนกัน ? ทุกตัวหนังสือเลย
    #4795
    0
  7. #4683 SmileVirgin (@SmileVirgin) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 16:26
    ฝันมั่วชิบหายแต่ตื่นมาได้สาวเฉย...
    #4683
    0
  8. #4678 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 04:49
    ขอบคุณครับ
    #4678
    0
  9. #4677 Hani_021 (@smile21natnicha) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 00:53
    ภูอินทร์เขม่นตายเลยคุณอรัญย์555555555555
    #4677
    0
  10. #4676 rinna (@kuruei) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 00:06
    ฝันออกนอกทะเลมาก แต่ที่ฮาคือได้สาวเพิ่มมาหนึ่งคนนี่ละ
    #4676
    0
  11. #4675 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 23:08
    ยินดีด้วยท่านได้รับ โลลิน้อย 1 ea ขอบคุณครับ
    #4675
    0
  12. #3535 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 / 21:46
    ว่าที่พี่เขยเลยหรอ 55555
    #3535
    0
  13. #3321 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 00:51
    แหม่  ได้เฮลั่นสิ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    #3321
    0
  14. #3291 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 12:38
    ชีวิตทหารน่ากลัวจริงๆ หนึ่งมาแล้วเอาไงดีล่ะ
    #3291
    0
  15. #3053 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 23:58
    ที่แท้ก็ MPC ปู่กุมภวานี่เองที่มาแอบดู
    แหมๆ ปู่กุมภวาเตรียมจะหาหลานเขยซะแล้ว แบบนี้เรียกว่าจองใช่มั้ย
    อิอิ ป้าแกเดาผิดไปเยอะเลย .. นายหนึ่งออกจะเชียร์อรัณย์ไม่ใช่น้อย
    #3053
    0
  16. #2320 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 14:35
    จะได้เจอกันเเล้ว
    #2320
    0
  17. #2148 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 23:19
    ปู่ จะโชว์พาวฟันป้านน้ำชาทำเพื่อ? จะอวดว่างั้น?(เอิ้กๆ แซวขำๆน้อ หมั่นไส้ไม่รุแกจะฟันโชว์ใคร จะโชว์เทพว่างั้น ก๊ากๆๆๆ[แซวไม่เลิก])
    #2148
    0
  18. #2145 komsan (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 20:02
    ไรท์เตอร์บอกให้เป็นนักอ่านเงา(ก็ยังดี) แต่มันสนุกเลยต้องเม้นต์ซะหน่อย
    #2145
    0
  19. #1652 mew-ja (@moonlight-mew) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 18:51
    สนุกมาก ๆ เลยค่ะ ไรท์ 

    สนุกจนต้องอดใจมาเมนท์ให้กำลังใจไม่ได้ 

    (หลังจากที่แอบเป็นนักอ่านเงาอยู่หลายตอน)

    ^ ^
    #1652
    0
  20. #1314 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:18
    สนุกดีจ้า
    #1314
    0
  21. #1163 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 20:15
    คุณหมวยไม่ใช่ว่าที่พี่เขยนะ อรัญเขาจะไปเป็นลูกเขยตละกูลจ้าวนู้นแล้วหนับหย๋งเอ๋อ
    #1163
    0
  22. #1042 Prissyza (@mootomza) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 10:16
    น่าจะมันส์หยด อาวุธที่คิดมาร้ายจริงๆ
    #1042
    0
  23. #1041 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 08:00
    ปรับปรุงเป็นเรือดำน้ำ ติดหัวรบนิวเคลียส์ โลด
    #1041
    0
  24. #1040 piwut (@piwut) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 23:44
    ป้าหมวยคิดผิดแล้วล่ะ

    เจ้าหนึ่งนั่นแหละตัวดี มันเชียร์ลูกพี่ของมันจะตายไป
    รับรองมันหามุกจับคู่ให้ตลอดเลย



    ดูที่หนึ่ง เคยพูดไว้สิ
    เชื่อผมเถอะ พี่นี่แหละ จะเป็นคนเปลี่ยนแปลงโลก Inception นี้




    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 มกราคม 2556 / 23:40
    #1040
    0
  25. #1036 บุรุษโดดเดี่ยว (@noomyakoo) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 22:11
    ปรับปรุงเป็นสุดยอดเรือรบ
    #1036
    0