พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 81 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 16 ค้างคาวโลหิต (ตอนต้น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 245 ครั้ง
    11 มี.ค. 61

16

เวลาห้าโมงเย็นรันมะชวนอรชุนจูเลียและโมลิเดินสำรวจริมเกาะพยัคฆ์คำรณด้านทิศเหนือ ถ้ำน้อยใหญ่เรียงรายอยู่ตามผนังเชิงเขาจูเลียบอกว่าถ้ำพวกนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรค้างคาวโลหิต ค้างคาวโลหิตประเภทนี้คอยสูบเลือดสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เป็นอาหาร แต่มีนิสัยแปลกประหลาดคือ ปากถ้ำที่อยู่อาศัยของมันหันไปทางทิศใด มันก็จะหากินแต่ทิศนั้น ไม่บินข้ามปากถ้ำเด็ดขาด ทำให้คนแคระสามารถอาศัยอยู่บนเกาะพยัคฆ์คำรณได้อย่างปรกติสุข

ปกติค้างคาวโลหิตพวกนี้จะออกหากินหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ตัวมันเล็กนิดเดียว ฆ่าใครไม่ได้ก็จริง แต่ถ้าถูกรุมกัดดูดเลือดมาก ๆ แล้วก็มีโอกาสตายได้เหมือนกัน

            จูเลียกล่าวพลางช่วยรันมะรื้อเถาวัลย์ที่ปรกคลุมหน้าถ้ำอยู่ออก

พี่รันจำอินทรีค้างคาวที่เราเคยใช้ควันรมมันได้หรือเปล่าคะ

            โมลิเอ่ย สายตาเพ่งมองเข้าไปภายในถ้ำที่มืดมิด

คราวนั้นเราใช้หญ้าเทียมสวรรค์กับกระเทียมป่า

            รันมะใช้มีดถากถางพงเถาวัลย์บริเวณปากถ้ำออกจนหมดสิ้น ถ้ำขนาดใหญ่พอสมควร ลักษณะเป็นหินแกรนิตแข็ง ชายหนุ่มรูดดอกหญ้าขึ้นมาโปรยที่หน้าถ้ำ ปรากฏว่าดอกหญ้าบางเบานั้นปลิวลอยออกห่างจากปากถ้ำช้า ๆ

ข้างในถ้ำน่าจะมีโพรง อากาศจากด้านในไหลออกมาแสดงว่าไม่ใช่ถ้ำตัน

            รันมะลูบคางที่สากครึ้มไปด้วยเคราอย่างแช่มช้า ก่อนจะหันมาทางอรชุน

ผมต้องการฟืนสำหรับก่อไฟจำนวนมาก

            เทพอารักษ์พยักหน้ารับโดยไม่ถามสักนิดว่าเขาจะเอามาทำอะไร พอร่างสูงใหญ่ของอรชุนหายลับไปตามทางเดินชายหนุ่มก็ทรุดตัวลงนั่งที่หินเตี้ย ๆ หน้าปากถ้ำ เปิดหน้าต่างเก็บของเลือกหยิบเอาตำราสมุนไพรออกมาพลิกเปิดดู โมลิกับจูเลียก็นั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นนาย มองดูรันมะนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ

            สิบห้านาทีต่อมา อรชุนที่เดินหอบฟืนกลับมารอบที่สามตอนนี้มีท่อนไม้แห้งทั้งเล็กและใหญ่กองอยู่เยอะพอสมควร พอเห็นอดีตองครักษ์ภูติมายืนค้ำหัวนิ่งอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมอง

เห็นเจ้าอ่านตั้งนาน ได้ความรู้อะไรเพิ่มไหม

            อรชุนถาม ชายหนุ่มเผยอยิ้ม ยื่นตำราให้

ค้างคาวโลหิต สัตว์อสูรดื่มเลือดสิ่งมีชีวิตเป็นอาหาร ลำตัวมีขนาดเล็กเท่าไข่ไก่ เลือดของค้างคาวโลหิตมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการเป็นหวัด หากปรุงกลั่นใช้เป็นยาเพิ่มความสามารถในการได้กลิ่นยามกลางคืนได้ และสมุนไพรชื่อใบสาบสมิงสามารถป้องกันค้างคาวโลหิตได้ เพราะมีความฉุนจัด ค้างคาวโลหิตจะเหม็นไม่กล้าเข้าใกล้

            รันมะอธิบาย อรชุนกลอกตาไปมา

แล้วเจ้าจะไปหาไอ้ใบสาบสมิงนี่ได้จากไหนล่ะ แถวนี้เป็นที่อยู่ของค้างคาวโลหิต ข้าว่ามันคงไม่เลือกที่พักอาศัยใกล้ ๆ กับไอ้สิ่งที่มันไม่ชอบหรอกนะ

            เทพอารักษ์ส่งตำราต่อให้จูเลียพร้อมกับเอ่ยถามว่า

เจ้าอยู่ที่นี่มานาน พอจะเคยเห็นไอ้พืชแบบนี้บ้างหรือเปล่า

            คนแคระสาวรับมาดูอยู่ครู่หนึ่งก็ยิ้มออก

ข้ามเกาะพยัคฆ์คำรณไปทางเกาะย่อยอีกสองเกาะ เป็นป่าสมุนไพร ไอ้ใบสีแดงลายดำแบบนี้เหมือนจูเลียจะเคยเห็นผ่านตาเหมือนกัน ขึ้นเป็นดงเลยทีเดียว กลิ่นมันฉุนมาก

งั้นก็วิเศษเลย จูเลีย เธอพาอรชุนไปเก็บไอ้ใบแบบนี้มาให้หน่อย

            รันมะรับตำราคืนมา จูเลียก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะชวนเทพอารักษ์ข้ามเกาะไป

พี่รันจะทำอะไรหรือคะโมลินั่งมองชายหนุ่มตาแป๋วอยู่ก็อดถามไม่ได้ อดีตนายทหารรบพิเศษหัวเราะเบา ๆ

ก็แค่ฝึกนิด ๆ หน่อย ๆชายหนุ่มบิดตัวไปมาจนกระดูกลั่นกร๊อบ

รอพี่อยู่ที่นี่แหละ ถ้าอรชุนกับจูเลียกลับ มาบอกด้วยว่าพี่เข้าไปในถ้ำ

            เด็กสาวถึงอยากจะเข้าไปด้วยแต่เมื่อรันมะสั่งมาอย่างนั้นก็เลยต้องนั่งรอ มองดูชายหนุ่มเดินหายเข้าไปในถ้ำ

 

            ภายในถ้ำแม้มืดสนิท แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหากับคนที่สามารถใช้ผัสสะแทนตาได้อย่างรันมะ ผัสสะช่วยบอกถึงตำแหน่งต่าง ๆ ในความมืดมิดได้เป็นอย่างดี ทางเดินที่ขรุขระไปด้วยหินงอกหินย้อยทำให้เดินไม่สะดวกเท่าที่ควรเพราะต้องคอยหลบเลี่ยงทั้งหินที่ย้อยลงมาจากเพดาน

            ลึกเข้าไปราวร้อยห้าสิบเมตรจากปากถ้ำ ชายหนุ่มที่เดินคลำทางมาก็พบว่าตนเองยืนอยู่ระหว่างโถงถ้ำขนาดกว้างพอสมควร เนื้อที่โดยรอบนั้นพอจะเป็นที่จอดรถบรรทุกสักสิบคันได้อย่างสบาย ๆ หลังจากใช้ผัสสะสำรวจอยู่พักใหญ่ก็เปิดหน้าต่างสัมภาระ หยิบเอาคบไฟที่ทำจากแร่อัคนีบริสุทธิ์มาสี่แท่ง ปักไว้ตามมุมของถ้ำ พอจุดไฟขึ้นก็ส่องแสงสว่างพอจะเห็นได้อย่างชัดเจน

            รันมะยิ้มอย่างพึงพอใจ ปลายโถงด้านหนึ่งเป็นปากทางแคบ ๆ ขนาดว่าถ้าจะเข้าไปสำรวจจะต้องมุดเข้าไป เสียงลมพัดครางอื้อ ๆ อยู่ด้านชายหนุ่มเลือกคบเพลิงมาอีกหนึ่งแท่ง จุดโยนเข้าไปด้านใน แวบแรกเขาเห็นเป็นดวงตาสะท้อนแสงไฟสีส้มอมแดงหลายคู่เรียงรายอยู่ในอุโมงค์แคบ ๆ นั้น  

          ค้างคาวโลหิตนั่นเอง พวกมันอาศัยหลบนอนอยู่ตามซอกหลืบหิน พอโดนแสงไฟเข้าก็เบียดตัวแย่งกันหลบ รันมะกดเปิดระบบแว่นตรวจสอบทันที

 

ประเภท : สัตว์อสูรค้างคาวโลหิต ระดับ 55

ข้อมูลเบื้องต้น : สัตว์อสูรค้างคาวดูดเลือดขนาดเล็ก พลังโจมตีไม่สูง แต่มักลงมือพร้อมกันเป็นกลุ่ม นิยมรุมดูดเลือดของเหยื่อจนเหยื่อเสียชีวิต

            ชาวบ้านที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงต้องจุดไฟเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงของตนเองในยามค่ำคืน บ่อยครั้งที่เจ้าของตื่นมาพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนนอนตัวแข็งทื่อ ไม่มีเลือดอยู่ในตัวแม้แต่หยดเดียว ซึ่งเป็นฝีมือของเจ้าค้างคาวโลหิตนี่เอง

            ***หมายเหตุ ค้างคาวโลหิตกลัวไฟ และจะไม่หากินในฝั่งตรงข้ามของปากถ้ำที่อยู่อาศัย

 

 

ชายหนุ่มปิดระบบแว่นตรวจสอบ รอจนขาแว่นเลื่อนจมหายไปในต่างหูเล็ก ๆ เรียบร้อยแล้วก็มุดเข้าไปเก็บคบไฟ ค้างคาวโลหิตหลายตัวขยับเคลื่อนไหวไปมาคล้ายจะได้กลิ่นของเหยื่อ แต่เพราะอำนาจของไฟทำให้พวกมันพากันหลบ

            รันมะก้มหยิบคบไฟขึ้นมา เพ่งมองลึกเข้าไปในซอกถ้ำแคบ ๆ ที่ยืนอยู่นั้น ร่างเล็ก ๆ สีดำของค้างคาวโลหิตที่เกาะผนังถ้ำอยู่เป็นพืดขยับไปมาดูเป็นลูกคลื่น พอคบไฟเบี่ยงเข้าไปใกล้ตัวมันมากเข้าก็ขยับตัวดีดจากผนัง บินซิกแซกออกไปอย่างรวดเร็ว 

            ชายหนุ่มหยิบไม้ขีดมาถือไว้ในมือ ก่อนจะใช้หินกลม ๆ เล็ก ๆ สำหรับดับไฟ มัดห้อยอยู่ที่ปลายด้ามคบไฟแตะที่ตัวก้อนแร่อัคนีบริสุทธิ์เบา ๆ ทันทีแสงไฟดับหายไป ครู่เดียวรันมะก็ยินเสียงขยับปีกพึ่บพั่บ ผัสสะเตือนให้เขารู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ นับร้อยพุ่งฮือมาที่เขา อดีตนายทหารรบพิเศษสะบัดมือจุดไม้ขีดขึ้นอย่างรวดเร็ว

            แสงไฟเล็ก ๆ จากปลายไม้ขีดแต่ทรงอานุภาพยิ่ง ก้อนดำ ๆ ที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างกระหายเลือดนั้นหยุดชะงัก เสียงร้องกี๊ ๆ สั้นบ้างยาวบ้างดังระงมไปทั่ว ค้างคาวโลหิตที่ดิ่งเข้ามาก็บินหลบแสงไฟกันวุ่นวายบ้างก็พุ่งชนกันเอง

            รันมะทดลองเป่าไฟให้ดับ ผลก็คือเจ้าสัตว์อสูรครึ่งนกครึ่งหนูก็ฮือกันเข้ามาอีก พอเจอแสงไฟเข้าก็แตกหนีออกไป ชายหนุ่มทดลองซ้ำไปมาอยู่หลายรอบจนแน่ใจก็มุดกลับไปที่โถงถ้ำ จากนั้นก็ไล่เดินดับไฟทั้งสี่ดวง พอทั้งถ้ำมืดสนิดลง เขาก็มายืนหยุดอยู่หน้าปากโพรงของค้างคาวโลหิตอีกครั้ง

            ดูเหมือนว่าค้างคาวโลหิตจะใช้จมูกในการพิสูจน์กลิ่น ในเวลานี้ที่เขายืนอยู่ด้านนอก ลมพัดออกมาจากด้านใน ไม่มีค้างคาวแม้แต่ตัวเดียวที่บินออกมา รันมะก้มลงฉวยก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นปาเข้าไปข้างใน เสียงแสกสากเบา ๆ ดังขึ้นทันที ชายหนุ่มดีดตัวออกจากปากโพรงมายืนตั้งท่ารออยู่กลางห้อง ที่เอวเหน็บคบไฟไว้

            ธาตุทั้งสองที่ไหลเวียนอยู่ในร่างตอนนี้ถูกเร่งเร้าขึ้นจนประกายสีเงินและสีฟ้าแผ่ออกมาบาง ๆ รันมะเหวี่ยงฝ่ามือขวากระแทกธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าออกไป ถึงแม้จะมองไม่เห็นด้วยตา แต่ก็รับรู้ว่าค้างคาวโลหิตนับร้อยกำลังบินซิกแซกเข้ามา

            ค้างคาวโลหิตกลุ่มแรกประมาณสิบกว่าตัวถูกตบกระเด็นกลับไป ชายหนุ่มดึงศอกเข้าหาตัว

            ค้างคาวโลหิต ชั้นทหาร ระดับ 55 เตรียมจู่โจม

            เสียงระบบดังรายงานขึ้น รันมะนึกก่นด่าระบบอยู่ในใจ ว่าระบบรายงานหลังจากที่เขาลงมือไปแล้วเสียอีก มิหนำซ้ำมันไม่ได้เพียงเตรียมจู่โจม แต่มันจู่โจมเขาแล้วต่างหาก

            รันมะใช้วิธีปัดและตบแทนที่จะชกต่อยอย่างที่เคยชิน เพราะรู้ว่าการจะใช้หมัดต่อยค้างคาวโลหิตตัวเล็ก ๆ ทีละตัวนั้นไม่มีประโยชน์อะไร ถึงแม้ว่าการตบปัดนั้นจะไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ แต่จุดประสงค์ของเขาก็คือการเข้ามาฝึกการใช้ทักษะมืออยู่แล้ว ห้านาทีต่อมาก็เริ่มรู้สึกว่าฝูงค้างคาวโลหิตมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆตามร่างกายเริ่มมีบาดแผลเล็กน้อยหลายแห่งจากฟันอันคมกริบของพวกมัน

            พอแสงไฟจากไม้ขีดสว่างขึ้น เพียงวูบเดียวกลุ่มค้างคาวโลหิตที่เข้ามาพัวพันอยู่ก็ถอยฉากออกไป รันมะแตะไม้ขีดลงที่คบไฟ

ไม้ขีดนี่มันดีจริงแฮะ ขนาดลมที่พัดจากปีกของค้างคาวมันยังไม่ดับ

            ชายหนุ่มดีดก้านไม้ขีดเข้าไปในโพรงถ้ำ ธาตุน้ำกำลังรักษาบาดแผลเล็ก ๆ บนร่างอย่างรวดเร็ว พอเลิกปลอกแขนดูเวลาก็พบว่าเขาเข้ามาในถ้ำเกือบยี่สิบนาทีแล้ว ทีแรกตั้งใจว่าจะเอากระบี่ออกมาฝึกแต่ก็กลัวว่าสองอสูรติดตามกับอีกหนึ่งวิญญาณจะเป็นห่วงเลยเดินย้อนกลับออกมา

            อรชุนกับจูเลียกลับมาแล้ว ทั้งคู่หอบใบสาบสมิงมาคนละหอบใหญ่ ใบไม้ขนาดเล็กเท่าใบโหระพา มีสีแดงลายดำ กลิ่นฉุนจัดคล้าย ๆ กลิ่นสะระแหน่แต่แรงกว่า มีขนขึ้นตามด้านหลังของใบเป็นอุยขาว ๆ รันมะเด็ดมาขยี้ดมดูใบหนึ่ง ก่อนจะรูดทาลงตามมือและใบหน้าส่วนที่อยู่นอกร่มผ้า

ห้าโมงกว่าแล้ว นัดไว้หกโมงครึ่ง ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะเข้าไปลองสมุนไพรพวกนี้อีกที ถ้าพวกนั้นมาก่อนก็บอกให้รออยู่นี่นะครับ

            ชายหนุ่มหันไปกล่าวกับอรชุน เทพอารักษ์อ้าปากหาว พยักหน้าน้อย ๆ

            รันมะเดินย้อนกลับเข้าไปในถ้ำอีกรอบ แสงไฟจากคบเพลิงที่จุดไว้ยังคงส่องสว่างในห้องโถง ชายหนุ่มทยอยดับจนครบทุกดวงแล้วจึงใช้วิธีเดิม คือขว้างหินเข้าไปในโพรง คราวนี้ในมือเขามีกระบี่ระดับ B ที่ยึดมาได้จากกลุ่มมือสังหารเมื่อครั้งอยู่ป้อมผาธงชัย

            เสียงแตกตื่นดังขึ้นชั่วขณะ ชายหนุ่มใช้ผัสสะรับรู้ถึงกลุ่มค้างคาวที่แห่กรูกันเข้ามา กระบี่ในมือก็ทิ่มแทงออกไปทันที กลิ่นของใบสาบสมิงช่วยกันไม่ให้เหล่าค้างคาวเข้ามาในระยะประชิดมากนัก กลายเป็นว่าฝูงค้างคาวโลหิตกว่าร้อยตัวกลายเป็นหมูในอวยให้รันมะเชือดเล่นได้อย่างสบาย ๆ กระบี่ที่ยิ่งใช้ก็ยิ่งเฉียบคม หากมีใครสักคนที่มองเห็นในที่มืดและบังเอิญมาเจอเข้า ภาพที่เห็นก็คือ ชายหนุ่มผมร่างสูงใหญ่แต่กลับเคลื่อนไหวรวดเร็วทั้งมือเท้า กระบี่ในมือกรีดกรายมองเห็นเป็นภาพซ้อนราวกับมีกระบี่สักสิบเล่มก็ไม่ปาน

            ค้างคาวโลหิตหลายตัวพุ่งผ่านคมกระบี่เข้ามาถึงตัว แต่แล้วก็ต้องผงะหนี เมื่อได้กลิ่นสาบของใบสาบสมิงอันเป็นไม้เบื่อไม้เมาของมัน ยิ่งนานเข้ารันมะก็เริ่มได้ใจ จากกระบี่ที่ทิ่มแทง ตวัดเฉือนไปมาอย่างรวดเร็วนั้นก็เริ่มช้าลง กลายเป็นทบทวนท่วงท่ากระบี่ที่เลียนแบบมาจากมาร์คัสและหย่งอี้

            เพลงกระบี่ที่มาร์คัสใช้คือวิชากระบี่เงาพยัคฆ์ มีท่วงท่าการจู่โจมที่เฉียบขาดดุดัน ทุกกระบี่ที่ใช้ออกไปจะต้องหวังผลเลิศแล้ว ไม่มีสิ้นเปลือง เช่นเดียวกับพยัคฆ์ร้ายที่ซุ่มซ่อนรอจนได้โอกาสจึงเผ่นเข้าตะครุบเหยื่อ ส่วนวิชากระบี่ของหย่งอี้นั้นเป็นเพลงกระบี่ตกทอดประจำสายตระกูล วิถีกระบี่นั้นคล้ายกับสายลมที่เอื่อยเฉื่อย ล่องลอย แต่บางครั้งก็รวดเร็วรุนแรงดังพายุ

            ทั้งสองวิชานั้น รันมะเรียนรู้มาเพียงอย่างละสองสามส่วนเพียงเท่าที่เห็นและจำมา แต่ด้วยความที่เคยชินกับการต่อสู้ด้วยอาวุธระยะประชิด กระบวนท่าต่าง ๆ จึงนำมาผสมผสาน และพลิกแพลงเกิดเพลงกระบี่ในแนวทางใหม่ ที่มีทั้งความดุดัน กรรโชก บางครั้งก็นุ่มนวลแต่แต่แฝงความเฉียบคมไว้

            ชายหนุ่มเคยอ่านนิยายกำลังภายในมาพอสมควร จำได้ว่าเคยมีคำกล่าวของนักเขียนชื่อดังท่านหนึ่งว่า กระบี่คือท่าน ท่านคือกระบี่ เมื่อกระบี่หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งเดียวกับตนแล้ว กระบี่จึงมิใช่กระบี่ แต่เป็นอาวุธที่ใช้ออกมาได้เหมือนแขนขา

            หลักการนั้นก็คล้าย ๆ กับวิชาดาบของเขา ที่ให้ผสมผสานตัวตนของผู้ใช้เข้ากับดาบทั้งสองเล่ม การใช้อาวุธจึงจะเหมือนการออกหมัด เท้า เข่า ศอก ที่ใช้ออกไปด้วยความคุ้นชินและจัดเจน

            รันมะใช้เวลาเล่นกับค้างคาวโลหิตอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เขาไม่รู้ว่าได้กำจัดค้างคาวโลหิตไปมากเท่าใด แต่หลัง ๆ มา เลือดของค้างคาวโลหิตบางส่วนกระเซ็นมาเปรอะเปื้อนตามแขนขา ช่วยกลบกลิ่นของใบสาบสมิงลงพอสมควร ชายหนุ่มต้องเร่งมือ บางครั้งเผลอใช้ Hidden Blade ในปลอกแขนซ้ายทิ่มแทงออกไปเช่นกัน

            พอเห็นว่าสมควรแก่เวลา รันมะก็เร่งพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าจนถึงขีดสุด แล้วจึงระเบิดกระแทกธาตุออกไป กลุ่มค้างคาวที่รุมล้อมอยู่ก็ผงะหนี ชายหนุ่มฉวยโอกาสใช้จังหวะนี้ล้วงไม้ขีดออกมาจุดกับคบไฟที่เหน็บติดเอวอยู่

            ครั้นกระสาไอไฟและแสง ค้างคาวโลหิตที่เหลือก็บินกรูกันเข้าไปในโพรงเหมือนเดิม รันมะเดินไล่จุดคบไฟที่ปักอยู่ตามผนังถ้ำ เศษซากของค้างคาวโลหิตนับร้อยตัวที่ยังไม่กลายเป็นแสงหายไป ขวดเลือดขนาดเล็กเท่าขวดยานัตถุ์จำนวนมากเกลื่อนพื้นไปหมด เป็นไอเทมเลือดของสัตว์อสูรค้างคาวโลหิตนั่นเองที่ดรอปลง   บ้างก็เป็นอาวุธ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมีดสั้นสำหรับขว้างนับได้กว่าสามสิบเล่ม ม้วนหนังค้างคาวโลหิตผืนเล็ก ๆ สีดำอีกสิบกว่าม้วน

            ชายหนุ่มเดินเก็บไอเทมทั้งหมดที่ได้ลงหน้าต่างสัมภาระในล็อกเกตจนเสร็จ มือหยิบมีดขว้างขึ้นมาพิจารณา รูปทรงของมันคล้ายปีกค้างคาวแต่แบนยาวกว่า สีของมีดเป็นสีดำด้าน เหมาะสำหรับเป็นอาวุธลับซัดขว้างได้เป็นอย่างดี รันมะเปิดแว่นตรวจสอบดูอย่างพึงพอใจ

ประเภท : มีดสั้นค้างคาวโลหิต ระดับ C+

ข้อมูลเบื้องต้น : พลังโจมตีปรกติ 150 หน่วย (เพิ่ม X 3 ดาเมจพื้นฐาน หากโจมตีเข้าจุดตาย)

ทักษะแฝง : บาดแผลที่เกิดจากมีดสั้นปีกค้างคาวไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่จะหายไปเองเมื่อผ่านไปห้านาที ทำให้ติดสถานะเลือดไหล วินาทีละ 5 หน่วย

 

            รันมะยิ้มกว้างก่อนจะเก็บมีดสั้นค้างคาวโลหิตไว้ในกระเป๋าเสื้อ มีดเล่มนี้หากโจมตีเข้าจุดตายเช่น หลอดลม หัวใจ แล้ว สำหรับรันมะในเวลานี้จะได้พลังโจมตีถึงสองพันกว่าหน่วยเลยทีเดียว แน่นอน พลังโจมตีที่สูงขนาดนี้ หากเป็นคู่ต่อสู้ที่ระดับต่ำกว่าเขาเล็กน้อยก็สามารถตายได้เพียงสะบัดมือครั้งเดียว

            ชายหนุ่มเลื่อนปลอกแขนดูเวลา เห็นว่าเป็นเวลาเกือบหกโมงครึ่งแล้ว พอเดินคล้อยหลังโถงถ้ำใหญ่ เสียงรายงานของระบบก็ดังขึ้น อันเป็นสัญญาณว่าเขาอยู่ในเขตปลอดภัยจากสัตว์อสูรแล้วนั่นเอง

ผู้เล่น รันมะ กำจัดสัตว์อสูร ค้างคาวโลหิต ระดับ 55 จำนวน 432 ตัว สำเร็จ

ผู้เล่น รันมะ ได้รับค่าประสบการณ์ 432,000 หน่วย

ผู้เล่น รันมะ ได้รับการเลื่อนระดับ 67’

คู่หู โมลิ ได้รับการเลื่อนระดับ 67’

 ผู้เล่น รันมะ เลื่อนระดับทักษะเคลื่อนที่ระดับสูง 8

            เสียงรายงานของระบบต่อเนื่องถี่ยิบจนเขาแทบฟังไม่ทัน  แต่ก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าตนจัดการค้างคาวโลหิตไปกว่าสี่ร้อยตัว

ดีนะ ที่ไม่เกินห้าร้อย ไม่งั้นมีหวังบอสออกแหง อย่างนี้มันจะเกิดทันหรือเปล่าวะเนี่ย

            ชายหนุ่มไม่รู้เลย ว่าเขาเป็นคนแรกในเกมที่หาญสู้กับค้างคาวโลหิตเพียงลำพังในถ้ำของมัน ถึงแม้ว่าค้างคาวโลหิตจะระดับต่ำ พลังป้องกันน้อยนิด แต่อาศัยพวกมากรุมจู่โจมจนผู้เล่นหลายคนเข็ดขยาดมาแล้ว มีบางคนที่พอจะรู้เคล็ดว่าต้องใช้ใบสาบสมิง แต่ก็รู้กันในวงแคบ ๆ และไม่เคยมีใครต่อสู้กับค้างคาวทั้งฝูงด้วยตัวคนเดียว

            จนกระทั่งรันมะเดินหายลับไปแล้ว ในซอกหลืบด้านในสุดของถ้ำก็ปรากฏเงาของบุคคลหนึ่งขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ร่างเงานั้นหัวเราะกึกก้องอยู่คนเดียวโดยที่ค้างคาวโลหิตไม่ขยับเคลื่อนไหว ราวกับว่าร่างนั้นเป็นผีหรือไม่ก็ไม่มีตัวตน

เยี่ยมจริง ๆ วิชากระบี่ยอดเยี่ยม ผสมผสานทั้งวิชากระบี่เงาพยัคฆ์ของเรากับวิชากระบี่ประจำตระกูลจ้าวได้ ฮ่า ๆ ๆ

            กุมภวานั่นเอง ชายชราที่แท้ใช้ทักษะการเป็น MPC ของระบบ นั่งซุ่มอยู่ในถ้ำ เฝ้าดูรันมะใช้กระบี่จัดการกับฝูงอสูรค้างคาวโลหิตอย่างเมามัน ชายชราตาเดียวค่อย ๆ จางแสงหายไปช้า ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะ

 

            รันมะที่เดินกำลังจะพ้นปากถ้ำจู่ ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบ ชายหนุ่มหยุดชะงัก ถ้าหูเขาไม่ฝาดไป ชายหนุ่มเชื่อว่าเขาได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากด้านในถ้ำที่เพิ่งเดินออกมา

            กัปตันเรือนาคาสมุทรขมวดคิ้ว ด้วยความรอบคอบ เขาตัดสินใจย่องกลับเข้าไปภายในอีกครั้ง เพราะไม่เชื่อว่าตนจะหูฝาด พอเดินกลับมาถึงตำแหน่งถ้ำโถงใหญ่ที่ใช้เป็นลานต่อสู้เมื่อครู่ก็ไม่พบอะไร

อะไรวะ เมื่อกี๊หูไม่ได้เพี้ยนแน่ ๆ เสียงคนหัวเราะชัด ๆรันมะเกาศีรษะอย่างงุนงง แต่ตามองลึกเข้าไปในซอกโพรงถ้ำ

ไว้ก่อนแล้วกัน กลับมาเมื่อไหร่ค่อยเข้าไปสำรวจดู

            ชายหนุ่มเดินกลับออกไปด้วยความระแวง ผัสสะเองก็เชื่อถือไม่ได้นัก เพราะปรากฏว่าเคยมีคนสามารถหลบทักษะนี้ได้ถึงสองคน นั่นก็คือหย่งอี้และมาร์คัสนั่นเอง ถึงทักษะจะแสดงผลตลอดเวลาแต่ก็อดเหลียวหน้าเหลียวหลังไม่ได้ จนเมื่อเดินออกมาถึงปากถ้ำ ก็พบว่าบรรดาลูกน้องของเขามารอกันอยู่แล้ว แต่ละคนเมื่อเห็นกัปตันเดินออกมาด้วยท่าทีตื่นตัว แถมด้วยเลือดของอสูรค้างคาวโลหิตที่เปรอะเต็มตัวไปหมดก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ

เฟ้ย ลูกพี่ ไปไฟต์กับผีในถ้ำมาเรอะครับนั่น

            แน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าหนุ่มหน้าจีนแต่ชื่อฝรั่งนั่นเอง แบร์รี่ร้องจ๊ากพลางกระโดดหลบเท้าขวาของเขาที่ยกดีดสูงเฉียดใบหน้าไปหวุดหวิด

เง่ะ ลูกพี่ ผมถามเพราะเป็นห่วงนา ถึงกับจะเอาพระบาทมาลูบพระพักตร์ผมเลยเร้อ

            หลายคนหัวเราะ การเวกเหวี่ยงศอกใส่เด็กหนุ่มขี้เล่นที่หนึ่งอย่างหมั่นไส้ รันมะครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง

ไม่ต้องสงสัยหรอก นี่แหละ คือบทเรียนแรกของพวกนาย เตรียมใจไว้ได้เลย

            ชายหนุ่มเอ่ยทำสีหน้าขึงขัง แต่ก็แอบหัวเราะในใจ เมื่อเห็นสีหน้าของลูกน้องแต่ละคนที่ทำราวกับโดนผีหลอกกลางวัน

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 245 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5448 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 23:34
    ขอบคุณครับ
    #5448
    0
  2. #5299 xpgamer (@xpgamer) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 21:01

    ทักาะเคลื่อนที่ 8 นี่มันเพิ่มตรงไหนเหรอครับ ก็เห็นมันเลื่อนมาระดับนี้ตั้งนานละ

    #5299
    2
    • #5299-1 xpgamer (@xpgamer) (จากตอนที่ 81)
      28 พฤษภาคม 2561 / 21:02
      *ทักษะการเคลื่อนที่
      #5299-1
    • #5299-2 xpgamer (@xpgamer) (จากตอนที่ 81)
      28 พฤษภาคม 2561 / 21:03
      มันต้องเป็น 9 สิครับ
      #5299-2
  3. #4701 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 18:12
    ขอบคุณครับ
    #4701
    0
  4. #4700 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 18:06
    ขอบคุณครับ
    #4700
    0
  5. #3294 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 13:14
    โมลิเด็กน้อย
    #3294
    0
  6. #3154 nejan12 (@kijsanee) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 00:53
    แล้วก็รันเป็นกัปตันเรืออยู่ไม่ใช่หรอ ทำไมเขียนอดีตกัปตันอ่ะ
    #3154
    0
  7. #3153 nejan12 (@kijsanee) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 00:52
    รันสามารถหายใจในน้ำได้ไม่ใช่อ๋อคะ
    #3153
    0
  8. #3056 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 00:30
    ใกล้จะได้อสูรมาติดตามเพิ่มอีกแร้วววว
    #3056
    0
  9. #2323 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 15:19
    ใครลอบโจม
    #2323
    0
  10. #1457 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:33
    แทนที่จะช่วยพวกคนแคระตั้งแต่แรก มัวแต่ซุ่มดู แล้วจะเป็นมิตรกันได้หรือนี่
    #1457
    0
  11. #1317 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:46
    สนุกดีจ้า
    #1317
    0
  12. #1167 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 20:48
    ไม่ตีกันก็ไม่รู้จักกัน
    #1167
    0
  13. #1109 8lek (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 13:21
    สนุกมากค่ะ ^^
    #1109
    0
  14. #1096 Zodass (@joddy) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 00:09
    สนุกมากครับ
    #1096
    0
  15. #1091 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 18:29
    ว้าว หวังว่าคงคุยกันอยู่ร่วมกันได้นะ คงไม่ทะเลาะแย่งเกาะกัน
    #1091
    0
  16. วันที่ 19 มกราคม 2556 / 18:23
    ค้างมากรอตอไปคับทำ
    #1090
    0
  17. #1089 บุรุษโดดเดี่ยว (@noomyakoo) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 18:17
    โจรประมงลอบโจมตีเปล่าหว่า
    #1089
    0
  18. #1088 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 13:06
      Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




      

    #1088
    0
  19. #1087 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 12:38
    ค้างมากเลย
    มาอัพต่อเร็วๆน้า
    #1087
    0
  20. #1086 KurouNeko (@blackcat013) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 12:34
    สัญชาตญาณดี แถมร่างกายตามทันนี่มันดีจริงๆ
    #1086
    0