พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 83 : [ภาคนาคาสมุทร] ตอนที่ 18 กระสือ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 263 ครั้ง
    12 มี.ค. 61

18

รันมะดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วอาการง่วงซึมเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น โมลิกับจูเลียแหวกประตูเต็นท์ออกมาเพราะได้ยินเสียงแบล็กที่บอกว่ามีกระสือ บางคนที่ยังไม่นอนหรือนอนไม่หลับก็ล้วนได้ยินเช่นกัน ภูอินท์ที่นอนพิงต้นไม้อ่านกระทู้ในบอร์ดอยู่โจนพรวดเข้ามา

            “กระสือเหรอ”

            หนุ่มผมแดงถาม

            “จริงพี่อินท์ ผมเห็นมากับตาเลย พวกมันลอยข้ามเกาะมา มีไฟกระพริบ ๆ เหมือนในหนังไม่ผิด”

            สมิทรีบตอบพลางหันมองไปรอบ ๆ เหมือนกลัวว่ากระสือจะตามมา

            “ตรวจสอบหรือยัง”

            รันมะที่กำลังใช้ทักษะโซนาร์ตรวจสอบอยู่เอ่ยขึ้น

            “ตรวจแล้วพี่ ระบบแจ้งว่ามันเป็นเงือกกระสือระดับ 70

            แบล็กพยักหน้าตอบ ทั้งหมดที่กำลังจะนอนตอนนี้พอได้ยินเสียงเอะอะก็พากันตีวงล้อมเข้ามา กัปตันเรือนาคาสมุทรเกาต้นคอเหมือนไม่แน่ใจ บรรดาลูกน้องพากันสอบถามเหตุการณ์กันให้แซดไปหมด

            “เอาไงดี ลูกพี่” ภูอินท์ที่เวลานี้ดึงอาวุธของตนออกมาเตรียมพร้อมมองหน้ารันมะเหมือนจะรอคำสั่ง

            “ช่วยกันสุมไฟหน่อย เอารอบ ๆ ที่พักเลย แล้วแยกย้ายกันหาที่กำบัง แบล็ก ภูอินท์ ตามฉันมา”

ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบแค้มป์ก่อนจะเดินออกไป แบล็กกับภูอินท์ตามติด มีจูเลียลอยตามมาด้วยอีกคน

            “มันอยู่ตรงไหน”

            ทั้งสี่คนมาหยุดยืนอยู่ที่ริมชายหาด นอกจากแสงจันทร์ที่ส่องให้เห็นแนวไม้ของเกาะฝั่งตรงข้ามแล้ว ก็ยังไม่เห็นอะไร แบล็กเหลียวมองไปรอบ ๆ ด้วยความงุนงง

            “เอเมื่อครู่นี้ผมเห็นมันลอยข้ามฝั่งมาครึ่งทางแล้วนา ทำไมมันเงียบไป”

            “แน่ใจนะ ว่าไม่ได้ตาฝาดหรืออุปาทานหมู่”

            ภูอินท์ถาม ตามองไปรอบบริเวณอย่างคลางแคลงใจ

            “โธ่ พี่อินท์ ถ้าตาฝาดผมจะใช้แว่นตรวจสอบได้ยังไง ลองถามคุณจูเลียดีกว่า”

            เด็กหนุ่มหันมาหาคนแคระสาวที่ลอยอยู่ข้าง ๆ ไหล่รันมะ

            “กระสือหรือคะ มันก็มีเหมือนกัน แต่ปกติมันจะไม่ข้ามมาฝั่งนี้หรอกนะคะ ถิ่นของมันอยู่ที่เกาะร้างห่างออกจากที่นี่ไปพอสมควร ไม่ได้อยู่ในหมู่เกาะพยัคฆ์คำรณนี่”

            จูเลียอธิบายเบา ๆ รันมะเอื้อมมือไปแตะไหล่หญิงสาวร่างเล็ก สายตามองจ้องลงไปในทะเลเหมือนกับเห็นอะไรบางอย่าง

            “แบล็ก นายบอกว่ากระสือนี่มันชื่อเงือกกระสือใช่ไหม”

            กัปตันเรือนาคาสมุทรลุกขึ้นยืนช้า ๆ เด็กหนุ่มเฉลียวใจวูบ หันมาสบตากับลูกพี่

            “พี่รันกำลังจะบอกว่า พวกมันเป็นเงือก

            แบล็กกลอกตาไปมา คำพูดไม่จบประโยคแต่ทุกคนก็เข้าใจ รันมะค่อยก้าวช้า ๆ ตรงไปยังชายหาด จูเลียลอยตามติดอยู่ด้านหลัง ส่วนภูอินท์กับแบล็กยังรอดูท่าทีอยู่

            น้ำทะเลซาดซัดเข้าฝั่งเบา ๆ ทุกอย่างยังคงเงียบสงบ เสียงอรชุนที่อยู่เฝ้าแค้มป์เอ่ยถามเหตุการณ์มาทางจิต ชายหนุ่มตอบไปว่ายังไม่มีอะไร

            พอเท้าสัมผัสน้ำทะเล ทักษะสดับเสียงคลื่นก็แสดงผลทันที รันมะนิ่งไปอึดใจหนึ่ง สองหนุ่มเดินย่องตามลงมาช้า ๆ เห็นลูกพี่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาก็ได้แต่กระชับอาวุธรอ ประสาทตรึงเครียดเขม็งจนแทบระเบิด

            “พวกมันอยู่ในน้ำจริง ๆ เหมือนกำลังไล่จับปลากินอยู่ละมั้ง ทางเกาะฝั่งโน้นน่ะ คงอีกนานเลย ไม่แน่ว่าถ้าพวกมันอิ่ม อาจจะไม่มากวนเราก็ได้ เรากลับไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่า ยังไงจัดเวรยามคอยเฝ้าดูไว้ก็พอ”

            ชายหนุ่มรั้งแขนลูกน้องสองคนชวนเดินกลับ แบล็กยังหันไปมองในทะเลอย่างหวาด ๆ

            “แต่ถ้ามันไม่อิ่มนี่ มีเฮเลยแหละ ระดับตั้ง 70 แถมมีเป็นฝูง”

            รันมะชะงักกึก ปาดแขนออกกันจูเลียที่กำลังจะลอยล้ำหน้าออกไป มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ที่สะพายหลังอยู่

            “นั่นมันเป็นเรื่องของอนาคต ระวังพวกเราโดนโจมตีแล้ว”

            เสียงกระพือปีกตัดอากาศดังพึ่บพั่บตรงเข้ามา ภูอินท์แยกเขี้ยวขยับดาบยักษ์ในมือ

            “ค้างคาวเรอะ”

            หนุ่มผมแดงเร่งออร่าธาตุธาตุไฟจนเปลวเพลิงลุกโชนท่วมดาบ

            “ไม่ใช่ ค้างคาวมันแค่ผ่านทางมา ไอ้นี่มันย่องมาบนต้นไม้ เหมือน

            รันมะพูดไม่ทันจบ กระบี่ในมือก็แทงวูบออกไปเสียแล้ว พร้อม ๆ กับเท้าขวาดีดยันหลังแบล็กที่ยืนหันข้างให้อยู่จนเด็กหนุ่มกระเด็นลอยออกไปกว่าสองวา ร่างเงาสีดำเงาหนึ่งพุ่งวาบลงมาสวนคมกระบี่อย่างดุดัน จูเลียสะบัดมือ แส้เส้นยาวติดปลายมีดสี่แฉกหมุนควงสว่านแหวกอากาศตรงไปยังพุ่มไม้หนาทึบ

            รันมะกระดอนถอยหลังเมื่อร่างเงาขนาดใหญ่นั้นปะทะเข้ากับตัวเขาอย่างถนัดถี่ ความรู้สึกเจ็บวูบขึ้นมาที่หน้าอก เสื้อเกราะหนังลิงยักษ์ส่วนหน้าอกขาดกระจุยจนไม่เหลือชิ้นดี กระบี่ที่แทงสกัดออกไปดันหลุดมือเสียบติดแน่นอยู่กับลำตัวของร่างเงาดำนั้น

            เสียงภูอินท์ร้องลั่น หนุ่มผมแดงกระโจนวูบหลบร่างมหึมาที่โถมลงมาจากกิ่งไม้สูง ดาบในมือยกกันไว้เหนือศีรษะ

            ลิงยักษ์เมฆชาด ชั้นทหาร ระดับ 75 เตรียมจู่โจม

            เสียงระบบรายงานอย่างกะทันหัน แน่นอน ว่ามันช้ากว่าการโจมตีของสัตว์อสูรเสมอ แต่ทั้งสี่คนไม่มีเวลามาสนใจ ลิงยักษ์เมฆชาดสามตัวตอนนี้ ตัวหนึ่งถูกกระบี่ของรันมะเสียบทะลุช่องท้อง อีกตัวยืนแยกเขี้ยวหราคุมเชิงภูอินท์อยู่ ส่วนอีกตัวโดนแส้ของจูเลียเข้าไปก็กระโจนลอยออกมายืนจังก้าอยู่ด้วยความโมโหที่ถูกเจ็บ

            รันมะไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบอาวุธออกมาจากหน้าต่างสัมภาระ เมื่อเจ้าลิงดึงกระบี่ออกจากท้องของมัน มันกำด้ามกระบี่ไว้ก่อนจะควงหวือไปมาแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ชายหนุ่มดีดตัวลอยขึ้นยืน มือขวาเลื่อนหยิบมีดสั้นจากข้างเอว ปลอกแขนซ้ายมี Hidden Blade โผล่วูบออกมา

            พอร่างมหึมานั้นกระโจนวูบเข้ามา รันมะไม่ยืนรอเป็นเป้านิ่ง ขาซ้ายถีบพื้นถลันหลบออกด้านขวา ธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าแล่นพล่านไปทั่วทั้งตัว ลิงยักษ์เมฆชาดที่ตะปบผิดก็หันมาแยกเขี้ยวขาว แถมยังหลิ่วตาให้เขาเสียอีกด้วย ราวกับจะบอกว่า ถ้าเอ็งแน่จริงอย่าหลบสิวะ

            แต่คำตอบของรันมะคือพลังธาตุที่อัดจนแหลมคมพุ่งออกจากปลาย Hidden Blade อันเป็นหนึ่งในทักษะโจมตีพิเศษของเขา “อัสนีทะลวงดาว”

            ลิงยักษ์สะดุ้งเฮือก กระสุนมีดสายฟ้าพุ่งทะลวงกลางหน้าอกอันอุดมไปด้วยมัดกล้ามของมันจนเกิดบาดแผลฉกรรจ์

            ลิงยักษ์เมฆชาดถูกโจมตี ระดับพลังชีวิตต่ำกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ กลายสภาพคลุ้มคลั่งโดยสมบูรณ์ พลังโจมตี พลังป้องกัน และความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้นสองเท่าค่ะ

            เสียงระบบรายงานขึ้นเรียบ ๆ ทำให้รันมะที่กำลังยิ้มกว้างอยู่นั้นหุบยิ้มแทบไม่ทัน

            “ชิบหายแล้ว”

            ทางด้านจูเลียเวลานี้เหมือนจะเบาแรงที่สุด ลิงนั้นไม่ใช่คู่เปรียบของเธอเลย หญิงสาวได้เปรียบเรื่องความเร็วอย่างเห็นได้ชัด ลิงยักษ์ที่ตัวใหญ่เน้นพละกำลังนั้นไม่สามารถแม้แต่จะสะกิดผิวเธอได้ คนแคระสาวลอยตัวไปมาอย่างรวดเร็ว แส้ในมือพุ่งทะลวงจุดต่าง  ๆ แบล็กยืนอึ้งดูอยู่ก็ตัดสินใจกระโดดเข้าไปช่วยภูอินท์ที่ดูจะอาการหนักกว่าใครเพื่อน หนุ่มผมแดงได้แต่อาศัยเปลวไฟในการป้องกันตัวเอง แต่ก็สมกับเป็นชาติลิง เพราะพอมันเข้าประชิดไม่ได้ก็หาก้อนหินมาขว้างปาใส่ เมื่อภูอินท์เผลอก็เผ่นเข้าประชิด หวดตะปบด้วยกรงเล็บอันแหลมคม แบล็กขวางโล่เข้ารับไว้

            รันมะวิ่งไปมา ใช้ต้นไม้ใหญ่เป็นกันชน พอได้จังหวะก็หวดแข้งซ้ายตัดข้อพับของมันเต็มแรง ธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าแฝงผ่านเข้าไปในกายลิงยักษ์เมฆชาด มันสะดุ้งเฮือกเป็นโอกาสให้เขาใช้ Hidden Blade เสียบเข้าใต้คางของมันพร้อมบิดคว้านกระชากสุดแรงเกิด

            เจ้าลิงอ้าปากจะร้อง แต่ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดลอดออกมา มันเหวี่ยงแขนฟาดชายหนุ่มที่กำลังง้างแขนเตรียมกระหน่ำแทงด้วยอาวุธสำหรับลอบสังหาร รันมะใช้แขนขวาช้อนรับไว้ อาศัยแรงเหวี่ยงด้วยพละกำลังอันมหาศาลของมันดีดกลับเป็นแรงส่งตัวเองลอยข้ามหัวไปก่อนจะพลิกตัวกลับ ทั้ง Hidden Blade และมีดสั้นระดมแทงไม่ยั้ง

            ลิงยักษ์เมฆชาดส่งเสียงคร็อก ๆ ในลำคอ เลือดจำนวนมากไหลทะลักออกมาจากบาดแผลที่คอราวกับท่อปะปาแตก ซ้ำยังมาโดนแทงด้านหลังอีกนับสิบแผล แต่สัญชาตญาณความคลั่งมีมากกว่าความเจ็บ มันก้มลงคว้าท่อนไม้แห้งหมุนตัวหวดกราดใส่ รันมะที่อยู่ด้านหลังจะหลบก็ไม่พ้นระยะของไม้ ได้แต่ยกแขนขึ้นกันไว้           ท่อนไม้ปะทะเข้ากับปลอกแขนสัตตะโลหะจนไม้นั้นหักครึ่ง ชายหนุ่มรู้สึกชาวูบที่ท่อนแขนคล้ายกระดูกร้าว

            “ชิ”

            กัปตันเรือนาคาสมุทรดีดตัวออกพ้นระยะอาละวาดของมัน เจ้าลิงยักษ์ตอนนี้เคลื่อนไหวช้าลง แต่ไม่ได้ลดความดุร้ายลงไปด้วย มันคว้าอะไรได้ก็ขว้างปาใส่

            “บัดซบ ถึกจริงนะแก”

            ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หนีบมีดสั้นค้างคาวโลหิตสองเล่มขึ้นมา ก่อนจะสะบัดวูบออกไปสองครั้งติด ๆ ลิงชะตาขาดผงะหงายหน้าสะบัด เมื่อมีดสั้นทั้งสองเล่มเจาะทะลวงนัยน์ตาของมันอย่างอำมหิตสองแขนยกขึ้นกุมดวงตาที่เลือดอาบไหลโกรกนั้นไว้ ปากอ้ากว้าง ถ้าหากว่าหลอดลมของมันยังไม่ขาด เชื่อว่าเสียงของมันคงจะดังสนั่นเลยทีเดียว ร่างของรันมะกระโดดลอยสูง Hidden Blade ทอประกายเงาวับจากนั้นก็เสียบลงตำแหน่งตำกว่าบาดแผลที่คอเล็กน้อย

            เสียงกระดูกคอของมันหักสะบั้น ร่างสูงใหญ่ดิ้นเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อHidden Blade แทงทะลุกระดูกของมัน พอชายหนุ่มถอนมีดออก ร่างมันก็หยุดดิ้นพอดี

            “ยอมรับเลยว่ะ เอ็งเป็นสัตว์อสูรระดับธรรมดาที่เคี้ยวยากที่สุดตั้งแต่ฉันเล่นเกมมา”

            รันมะเอ่ยพลางเอื้อมมือไปดึงมีดขว้างสองเล่มที่ปักลูกตาของมันเก็บคืน พอหันไปเห็นสองหนุ่มกำลังตกที่นั่งลำบาก โดนลิงยักษ์เอาหินไล่ทุ่มใส่ก็เกร็งพลังธาตุมาไว้ที่ Hidden Blade อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เล็งที่ลำตัวอีกแล้ว

            “อัสนีทะลวงดาว”

            รันมะกระแทกฝ่ามือออกไป กระสุนมีดธาตุพุ่งตัดข้อพับขาขวาของมันอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ขาข้างนั้นขาดออกเสมอเข่าทันทีด้วยอานุภาพของทักษะโจมตี ร่างสูงใหญ่เสียหลักล้มลง ภูอินท์กับแบล็กไม่รอช้า พอเห็นได้โอกาสก็กระโจนเข้าใส่ อาวุธในมือประเคนลงบนร่างชองลิงยักษ์ด้วยอารมณ์โมโห

            กัปตันเรือนาคาสมุทรบิดคอไปมา เขาพอจะมองเห็นอนาคตของไอ้ลิงโชคร้ายตัวนี้ได้จึงหันไปสนใจจูเลียที่กำลังต่อกรกับลิงยักษ์อีกตัว แต่ทว่าสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่การต่อสู้เสียแล้ว ลิงยักษ์เมฆชาดกลายเป็นฝ่ายถูกกระทำเพียงข้างเดียว แส้สี่ใบมีดไหลคดเคี้ยวไปในอากาศราวกับงูพิษ ร่างใหญ่โตราวกับยักษ์ปักหลั่นเวลานี้สั่นสะท้าน

            ชายหนุ่มที่ยืนดูอยู่ยังอดรู้สึกสยองใจไม่ได้ เขาเองว่าปกติเป็นคนลงมืออำมหิตแล้ว ในยามที่จัดการกับศัตรูหรือเป้าหมายไม่เคยเลือกวิธี ทันปืนใช้ปืน ทันมีดใช้มีด หรือแม้แต่จับฟาดกับโถส้วมจนกะโหลกแตกตายก็เคยมาแล้ว แต่สิ่งที่เขาไม่กระทำคือการทรมานศัตรูเล่น

            จูเลียสะบัดแส้ไปมา เส้นเอ็นข้อเท้าทั้งสองของมันถูกตัดขาดขนล้มลง แต่ก็ยังสู้อุตส่าห์ให้อุ้งเท้าหน้าตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ล้มแผละไป บาดแผลย่อยยับทั่วร่างเลือดแดงฉาน คนแคระสาวเหมือนจะสนุกกับการทรมานลิงยักษ์เหล่านี้เล่น

            “นี่ จูเลีย จะฆ่าก็รีบฆ่ามันเถิด ยังไปแกล้งมันเล่นอยู่”

            หญิงสาวหันมามองผู้เป็นนาย ใบหน้ายิ้มแย้ม

            “พวกมันดื้อด้านเป็นที่สุด ชอบมาทำลายไร่สวนของเรา ต้องสั่งสอนให้มันหลาบจำก่อนแล้วค่อยปล่อยมันไป”

            รันมะกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง

            “ระดับนี้คงไม่ต้องปล่อยมันไปแล้วล่ะ ลิงพิการแบบนี้อีกไม่เกินสามวันก็ตาย”

            “จูเลียเข้าใจแล้ว นายท่านต้องการให้มันตาย”

            คนแคระเลิกคิ้วโก่งงามของเธอเล็กน้อย ดูเป็นกริยาที่น่ามองยิ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกำลังถือแส้ยืนอยู่เหนือร่างที่ซุกสั่นงันงกของลิงยักษ์ ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้า

            จูเลียบังคับแส้ในมือโค้งตวัดพุ่งข้ามกิ่งไม้ขนาดใหญ่ก่อนจะวกลงมาเกี่ยวเอาลำคออวบหนาของลิงยักษ์เมฆชาด พอออกแรงกระตุก ร่างใหญ่นั้นก็ลอยลิ่วขึ้นค้างอยู่กลางอากาศ ปลายแส้ตวัดกลับแทงทะลุกลางหลังของลิงยักษ์ พอโผล่ออกกลางอกก็ปรากฏหัวใจขนาดเท่าผลมะม่วงออกมาด้วย เลือดสด ๆ ไหลรินออกมาช้า ๆ

            ลิงยักษ์เมฆชาดชีวิตสุดท้าย บัดนี้แขวนห้อยโตงเตง เลือดไหลหยดลงสู่พื้น ตายสนิท

            “โหดเวอร์”

            เสียงภูอินท์ครางออกมา แบล็กกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ จูเลียสะบัดมือ แส้ก็สลายหายไป ร่างของลิงยักษ์ก็ตกกระแทกพื้น เสียงรายงานการสังหารสัตว์อสูรก็ดังขึ้น รันมะกับจูเลียฆ่าไปสอง ส่วนแบล็กกับภูอินท์หารกันไปคนละครึ่งเพราะลงมือครั้งสุดท้ายพร้อมกัน

            ทั้งสี่คนกลับถึงที่พักท่ามกลางความกระวนกระวายของทุกคน เสียงการต่อสู้ระหว่างกลุ่มของรันมะกับอสูรลิงยักษ์นั้นดังมาถึงแค้มป์ ทีแรกหลายคนทำท่าว่าจะออกไปช่วยเหลือเพราะคิดว่าพวกเขาคงเผชิญหน้ากับกระสือแล้วเกิดการต่อสู้ตะลุมบอนกันขึ้น แต่อรชุนห้ามไว้ บอกว่าเป็นการปะทะกับลิงยักษ์ประจำเกาะธรรมดา

            แบล็กกับภูอินท์เป็นคนอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้เพื่อนฟัง ส่วนรันมะ โมลิและเทพอสูรทั้งสองเดินตรวจตราพื้นที่โดยรอบเพื่อเตรียมวางแนวป้องกันอีกครั้ง บริเวณที่พักนั้นอาศัยเป็นชัยภูมิที่สะดวกสบาย แต่ไม่มั่นคงในการตั้งรับศึกเพราะเป็นลานโล่งสลับกับต้นไม้และพุ่มไม้บังตา

            อรชุนพบตำแหน่งที่อยู่ห่างจากที่พักเดิมไปราวสองร้อยเมตร เป็นดงป่าไผ่เรียงล้อมกันอยู่ ลักษณะพื้นเป็นเนินสูง มีทางเข้าออกสามทาง แต่ด้านหลังปิดทึบด้วยป่าไผ่

            รันมะกลับมาที่แค้มป์ เขาเสนอว่าควรกลับไปนอนที่เรือ แต่หลายคนคัดค้าน โดยอ้างเหตุผลว่า

            “โธ่ลูกพี่ ตั้งแต่เล่นเกมมานี่เป็นครั้งแรกที่เจอสัตว์ผีอสูร โอกาสพบเจอมีน้อยพอ ๆ กับเจอสมบัติวิเศษนั่นแหละ ถ้ายังไงคืนนี้จะลองฉะกับพวกมันดูซักตั้ง”

            คนพูดก็ไม่ใช่ใครอื่น แบร์รี่ควงทวนสั้นคู่มืออย่างคึกคะนอง รันมะกวาดตามองดูลูกน้องคนอื่น สักพักแบล็กก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ

            “อย่างที่พี่แบร์ว่าก็ถูกนะพี่ อย่างน้อยก็เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์”

            กัปตันเรือนาคาสมุทรถอนใจ เมื่อลูกน้องต้องการอย่างนั้นมีหรือลูกพี่จะขัดข้อง ยิ่งเป็นพวกบ้าพลังอย่างรันมะแล้วยิ่งไม่มีทาง เมื่อคำนวณแล้วว่ามีโอกาสจะจัดการได้ย่อมไม่ปล่อยโอกาสนั้นผ่านไป

            “เอาก็ได้ แต่พักตรงนี้อันตรายเกินไป เดี๋ยวพวกเราย้ายขึ้นไปทางด้านหลังนั้น เดินอีกสองร้อยเมตร แต่ชัยภูมิดีกว่าที่นี่”

            พอตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย ทั้งหมดก็พากันอพยพย้ายแค้มป์กันตอนกลางดึกนั้นเอง พอมาถึงเนินป่าไผ่ หลายคนก็เอาเต็นท์ออกมากาง รันมะเรียกภูอินท์ การเวก แบล็ก กาซิมเข้ามา จัดการแจกแจงแบ่งเวรยามให้คนละชั่วโมง แบล็กเป็นเวรแรก ตามด้วยกาซิม การเวก และภูอินท์เป็นลำดับ

            พอจัดเวรยามได้แล้ว กองไฟขนาดใหญ่สามกองจุดสว่างดักอยู่ทางเข้าออกทั้งสามทาง เวลาตีหนึ่งเศษ ๆ หลังจากส่งจูเลียกับโมลิเข้าไปนอนในเต็นท์แล้ว รันมะก็ปูที่นอนสนามของตนนอนขวางหน้าเต็นท์ ส่วนอรชุนนั้นอาศัยขึ้นไปนอนหงายอยู่บนแท่นหิน

 

            จะเป็นเวลาเท่าใดไม่ทราบได้ รันมะสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่าตนเองได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ชายหนุ่มผงกศีรษะขึ้นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นการเวกที่เป็นเวรผลัดสองกำลังเดินตรงเข้ามาอย่างรีบร้อน

            หนุ่มหน้าบากพอเห็นลูกพี่ตัวเองตื่นแล้วก็ไม่ได้แปลกใจอะไร

            “พวกมันเอาเราจริง ๆ หัวหน้า ผมเห็นแสงวิบ ๆ วับ ๆ ลอยมาตรงที่พักเดิมของเรา เหมือนจะได้กลิ่น”

            การเวกที่อยู่ยามคู่กับทรอสเอ่ยเบา ๆ รันมะกัดริมฝีปากเล่นก่อนจะผลุดลุกขึ้นนั่ง

            “ปลุกพวกเราทุกคน พยายามทำเสียงให้น้อยที่สุด”

            ชายหนุ่มถ่ายทอดคำสั่งออกไป ต้นหนกระดูกเหล็กพยักหน้ารับแล้วเดินแยกออกไป อรชุนพลิ้วกายลงจากยอดไผ่เข้ามาสมทบอย่างรวดเร็ว เขาเองยังต้องยอมรับในประสาทสัมผัสของเทพอารักษ์ เพราะเมื่อครู่เขายังได้ยินเสียงอรชุนนอนกรนเบา ๆ อยู่บนแท่นหิน

            รันมะเลิกประตูเต็นท์เข้าไป จูเลียกับโมลิได้ยินเสียงก็ตกใจตื่น สองสาวหันมองผู้เป็นนาย

            “กระสือบุกหรือคะ”

            คนแคระถามพลางสลัดผ้านวมออกพ้นกาย

            “ฮือม์ตอนนี้ยัง แต่อีกเดี๋ยวไม่แน่”

            บรรดาเหล่าลูกเรือนาคาสมุทรพากันทยอยลุกขึ้นทีละคนสองคน แต่ละคนล้วนแต่สติแจ่มใส ไม่มีใครที่แสดงท่าทีว่าหวดกลัวเลยแม้แต่คนเดียว แสดงถึงความเป็นนักผจญภัยเลือดข้นผู้แสวงหาความตื่นเต้นและสีสันในชีวิตโดยแท้จริง

            “เก็บเครื่องนอนให้หมด เราต้องพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายทุกสถานการณ์”

            รันมะออกคำสั่ง ตัวเขาเองม้วนเก็บผ้าที่นอนเรียบร้อยแล้ว คบไฟถูกแจกจ่ายไปยังแต่ละคน

            “เขาว่ากันว่า กระสือมันกลัวใบหนาดนะพี่ ผมเคยได้ยินมา”

            เสียงสมิทกระซิบกระซาบกับทรอส ขุนขวานหน้าสวยยิ้มนิด ๆ

            “แล้วเวลานี้เราจะไปหาใบหนาดที่ว่าของแกมาจากไหนล่ะ แถมตั้งแต่เกิดมา ใบหนาดใบเหนิดอะไรนี่มันหน้าตายังไงก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็น”

            ต่างคนต่างหลบซุ่มอยู่ตามหลังโคนไผ่ขนาดใหญ่ รอคอยเวลา แสงไฟที่เห็นวิบ ๆ วับ ๆ ค่อย ๆ ลอยเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ  อย่างไม่รีบร้อนนัก แต่ก็ตรงมาทางที่เหล่าผู้เล่นสิบสามชีวิตราวกับมันสูดกลิ่นได้

            “อย่าเพิ่งทำอะไร จนกว่าจะได้รับสัญญาณ”

            เสียงคำสั่งสุดท้ายของรันมะดังอยู่ในหัวทุกคน เวลานี้ได้แต่เพ่งมองดวงไฟนับได้เกือบยี่สิบดวงลอยตรงเข้ามา จากร้อยเมตรเป็นแปดสิบเมตร ห้าสิบเมตรเป็นลำดับ จนในที่สุด ภาพที่ดูสยดสยองที่สุดตั้งแต่เล่นเกมมาก็ปรากฏต่อสายตาของทุกคน

            ร่างดวงไฟนับว่าเป็นผีอย่างแท้จริง พวกมันทุกตัวล้วนเป็นหญิงสาว มีแต่ศีรษะและลำคอ ส่วนใต้คอมาเป็นดวงไฟขนาดใหญ่หลากสีกระพริบวูบวาบ ยามเมื่อจังหวะไฟดับหายไปจึงเห็นว่าแสงนั้นเปล่งออกมาจากสิ่งที่เรียกว่าหัวใจ ปอดที่ควรจะมีกลับกลายเป็นก้อนเนื้อกลมรีคล้ายถั่วเหลือง ขยับเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา ดูคล้ายกระเพาะเวลากำลังย่อยอาหาร ที่ส่วนล่างสุดมีลำไส้ขดพันไปมา ปลายลำไส้นั้นมีน้ำข้นเหนียวไหลอยู่ตลอดเวลา แต่ที่ดูประหลาดที่สุดคงไม่พ้นแขนคู่ที่งอกออกมาอย่างไม่สมเหตุสมผล ราวกับว่าแขนทั้งสองข้างนั้นลอยอยู่กลางอากาศก็ไม่ปาน

            สายตาสิบหกคู่จับจ้องอยู่ตัวประหลาดที่ถูกขนานนามว่า เงือกกระสือ ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไป พวกมันหยุดลอยอยู่หลังกองไฟเหมือนจะเกรงกลัวอำนาจของพระเพลิง การเวกที่หมอบอยู่ข้างรันมะเอนศีรษะเข้ากระซิบ

            “ลูกพี่ ผมลองตรวจสอบแล้ว พวกมันเกือบสิบตัวเป็นสัตว์อสูรระดับกลาง แล้วก็ไอ้ตัวไฟขาว ๆ นั่นเป็นระดับหัวหน้า ถ้าจะสู้กันจริง ๆ ผมว่าน่าจะหนักมืออยู่นะครับ”

            รันมะหรี่ตา มือทั้งสองกุมด้ามดาบสั้นคู่มือ

            “บางทีพวกมันกลัวไฟ อาจไม่บุกเข้า..

            ชายหนุ่มยังพูดไม่จบประโยค น้ำเสียงก็หยุดเงียบไป เมื่อเห็นหนึ่งในเงือกกระสือลอยตัวเข้ามาใกล้กองไฟ หนำซ้ำยังคว้าดุ้นฟืนมากวัดแกว่งเล่นเสียด้วย

            “ฉิบหาย แล้ว”

            การเวกกัดฟันพูด เมื่อเงือกกระสือตนนั้นขว้างท่อนฟืนติดไฟแดงผ่าเข้ามาในกอไผ่ ใบแห้งกับขุยไผ่กลายเป็นเชื้อไฟอย่างดีก็ติดไฟลุกพรึบ แน่นอนว่าพระเพลิงไม่เข้าใครออกใคร แบร์รี่กับเงาหมอกที่หมอบอยู่บริเวณนั้นร้องเพ้ยออกมาก่อนจะกระโจนลิ่วหนีตายจากการถูกย่างสด

            พริบตานั้นเอง ร่างกระพริบไฟของอสูรกระสือทั้งหมดก็วูบเข้าใส่ด้วยความเร็วที่ผิดกับการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ลิบลับ

            ไม่ต้องรอสัญญาณโจมตีแล้ว สำหรับนาทีนี้ ใครอยู่ใกล้ใครก็หันอาวุธเข้าฟาดฟัน รันมะสบถออกมา มือตบไหล่อรชุนหนัก ๆ เทพอารักษ์คำรามก่อนจะเหินลิ่วตรงเข้าใส่เงือกกระสือระดับหัวหน้าเพียงตัวเดียวเป็นเป้าหมายแรก

            อดีตนายทหารรบพิเศษเร่งพลังธาตุจนถึงขีดสุด กระสือสาวสองตนที่ไฟกระพริบสีเหลืองอันเป็นกระสือระดับกลางก็ลอยดิ่งเข้ามาหาทื่อ ๆ

            สัตว์อสูร เงือกกระสือ ชั้นกลาง ระดับ 70 เตรียมจู่โจม

            รันมะแยกเขี้ยวขาว เขาจะต้องรีบพิชิตมันให้เร็วที่สุดเพราะคำนวณแล้วว่าบรรดาลูกน้องอาจมีคนที่เสียท่าพลาดพลั้ง แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถตายได้ในเวลานี้

            “ดับตะวัน”

            ร่างของเขากลายเป็นแสงสีเงินหายวูบไป หนึ่งในกระสือเคราะห์ร้ายกรี๊ดร้องโหยหวน ดาบที่อาบพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าผ่าร่างของนางออกเป็นหกเสี่ยงอย่างรวดเร็วดุดัน

            “เฉือนจันทรา”

            เงาวูบวาบสีเงินพุ่งเป็นวงรอบ ๆ ร่างของเงือกกระสือตัวที่สอง สามวินาทีต่อมาก็กลายเป็นกองเศษซากเลือดเนื้อเละ ๆ อยู่พื้น รันมะหมุนตัวดูสถานการณ์โดยรอบ จูเลียกำลังรับมือกับกระสือระดับสูงอีกสองตัว ส่วนโมลิก็วาดลวดลายดาบสองมือเข้าต่อกรกับกระสือตนหนึ่งอย่างน่าดู

            การเวกถูกหนึ่งในสองกระสือระดับกลางใช้ลำไส้มัดคอไว้ ส่วนอีกตัวพยายามจะเข้ามาใช้ปากกัด แต่ถูกหนุ่มหน้าบากใช้ดาบฟันกั้นออกไป มืออักข้างพยายามจะฉุดดึงเอาไส้เหนียว ๆ นั้นออกให้พ้นคอ รันมะปราดเข้าไป สะบัดดาบฉับเดียว น้ำเมือกเหนียว ๆ กระเด็นโดนใบหนาของเขา พลันรู้สึกแสบเล็กน้อย

            “ระวังเมือกจากลำไส้มัน เป็นน้ำกรด”

            การเวกรีบตะโกนบอก ตอนนี้ลำคอของเขากลายเป็นแผลเหวอะหวะจากไส้ของเงือกกระสือที่โอบพันไว้

            “อัสนีทะลวงดาว”

            แสงสีเขียวดับวูบ เขี้ยวธาตุมีดจาก Hidden Blade ทะลวงผ่าหัวใจของมัน แต่กระนั้นก็ยังอุตส่าลากตัวไปกับพื้นด้วยความทรหด รันมะผนึกพลังธาตุอาบใบดาบจนออร่าสีเงินแผ่กระจายฟุ้งออกมา สะบัดข้อมือครั้งเดียว ศีรษะของเงือกกระสือก็ขาดกระเด็นไป

            การเวกทรุดตัวลงนั่ง รีบควักยารักษาบาดแผลออกมา รันมะหันมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ตอนนี้ลูกเรือนาคาสมุทรรวมส่วนใหญ่รวมตัวกันสู้อยู่กลางลาน สถานการณ์เริ่มดีขึ้น อรชุนกับจูเลียก็จัดการกับคู่ต่อสู้ของตนเรียบร้อยแล้ว

            ฉับพลันนั้นเอง ก้อนหินขนาดเขื่องเท่าลูกทุเรียนใหญ่ ๆ ก็พุ่งลอยออกมาจากแนวป่า มันตกลงกระทบกองไฟจนแตกกระจาย ร่างเงาขนาดยักษ์หลายเงาวูบเข้ามา กระสือแตกฮือออก

            “ลิงยักษ์”

            เสียงใครบางคนตะโกนดังลั่น กลายเป็นว่าลิงยักษ์เมฆชาดนั่นเองที่สอดมือเข้ามา รันมะกัดฟัน หันมาทางการเวกที่กำลังดื่มยาเพิ่มพลัง

            “การเวก ใช้ระเบิด”

            หนุ่มหน้าบากเหวี่ยงขวดเปล่าในมือทิ้ง กระโดดลุกขึ้น อรชุนกับจูเลียถลันเข้าต่อสู้พัวพันกับลิงยักษ์สี่ห้าตัว

            “กรี๊ดดดด”

            เสียงร้องแหลมยาวดังขึ้นท่ามกลางเสียงอาวุธนานาชนิด การเวกสะดุ้งเฮือก หันขวับ สำหรับเสียงนี้ชายหนุ่มคุ้นเคยดี

            “ไอ้เพชร”

            ร่างเล็กของทอมสาวถูกลิงยักษ์ตัวหนึ่งจับขึ้นพาดบ่า พาพุ่งทะยานข้ามกองไฟออกไป การเวกกระโจนพรวดตามออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ลิงยักษ์เมฆชาดตัวหนึ่งปราดเข้าสกัด มันหวดอุ้งมือทุบใส่อย่างดุดัน อดีตนายโจรได้แต่ยกดาบขึ้นกันไว้ แรงปะทะส่งผลให้เขาลอยขึ้นจากพื้นร่วมวา

            เสียงป่าไผ่แตกโครมคราม เงาดำนับครึ่งร้อยปรากฏขึ้นรายล้อมที่พักของเหล่านักสู้จากเรือนาคาสมุทร รันมะกัดฟันแน่น เขาพลาดเสียแล้ว กระสือแท้จริงไม่ใช่ศัตรูที่น่ากลัวเลย แต่กลับเป็นลิงยักษ์เมฆชาดต่างหาก

 

 

 

           

           

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 263 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5455 tr69 (@tr69) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 14:21
    ขอบคุณครับ
    #5455
    0
  2. #5116 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 13:57
    <p>งานเข้า โดนกลุ่มสัตว์อสูรรุมกินโต๊ะ</p>
    #5116
    0
  3. #4710 MongkolBoo (@MongkolBoo) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 10:49
    รออย่างใจจดจ่อเลยครับ
    #4710
    0
  4. #4709 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 10:16
    ขอบคุณครับ
    #4709
    0
  5. #4708 Panusich Thongyuen (@winwinp) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 10:10
    งานนี้แรงบรรดาลใจจากพนมเทียนล้วนๆเลยครับ
    #4708
    0
  6. #4707 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 10:02
    ขอบคุณครับ
    #4707
    0
  7. #4706 Supapol Wasuchat (@supapol007) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 10:02
    อารมณ์เหมือนอ่านเพชรพระอุมาเลยสำนวนคล้ายๆกัน
    #4706
    0
  8. #3729 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 09:49
    ผ่านพี่ันก่อนเถอะ นายภู 55
    #3729
    0
  9. #3296 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 13:40
    ฝันบ้าบอไรอะพี่รัน ^^ --------- OMG จะเปิดฮาเร็มหรือไงห๊าาาา แล้วมีสัตว์อสูรเพิ่มอีกแบบนี้ พอเวลเท่ากันแล้วต้องแบ่งค่าประสบการณ์ ไม่เก็บนานเป็นเดือนเลยเรอะกว่าเวลจะขึ้น!
    #3296
    0
  10. #3058 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 00:50
    เด่วได้แน่ แต่ว่าจะมาเป็นอสูรติดตามของรันม่านะ ไม่ใช่ของภูอินทร์ 555
    #3058
    0
  11. #2325 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 15:39
    เรือนาคาสมุทรจะเเผลงฤทธิ์เเล้ว
    #2325
    0
  12. #1319 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:04
    +5555555555+โดนหัวหน้าเหมาไปแล้ว+555555555+
    #1319
    0
  13. #1170 รักษ์คุณ (@kingbox) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 23:07
    ติดตามตอนต่อไปครับผม
    http://dhamma-alive.blogspot.com/
    #1170
    0
  14. #1169 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 21:04
    ปิดทองหลังพระเอกดีมากพระเอก แต่นายหญิงคนแคระเขาเป็นของอรัญมาตั้งแต่จูบกันแล้วจะมาแย่งได้ไง
    #1169
    0
  15. #1139 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 18:01
    มาต่อเร้วๆน้า
    #1139
    0
  16. #1137 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 17:05
    ถ้าได้ก็ดีอ่ะนะภู แต่คงไม่ถึงมือแกหรอกกก 5555
    #1137
    0
  17. #1133 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 15:30
      Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl



       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl




      

    #1133
    0
  18. #1130 NOS+ (@asuwannarat) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 14:08
    สนุกเหลือล้น ล้น ล้น
    #1130
    0
  19. #1129 8lek (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 13:36
    สนุกมากค่ะ ^^
    #1129
    0
  20. #1126 phongphatr (@phongphatr) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 13:18
    ช่ายเลย เป็นห่วง สฟิงค์เหมือนกัน เล่นเอาถุงนอนไปตามหาแบบนั้น จะเป็นไงบ้างน้อ
    #1126
    0
  21. #1122 nusakao (@nusakao) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 11:16
    ได้เป็นอสูรติดตามอีกแน่เลย
    #1122
    0
  22. #1121 ประกฤติ (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 07:03
    1111 vs 444

    ไร้ทเตอร์ให้หวย เหรอครับ คนอะไรจะลงตัวได้ปานนี้

    ตอนนี้ยาว มาก

    น่าจะใช้เครื่องมือทุ่นแรง ( ระเบิด) เยอะ ๆ ไม่ต้องเหนื่อย และเป็นอาวุธที่เหมาะแก่สถานการณ์ ในการจัดการกับฝูงชน ยิ่งมีภาพเหมือนคนป่าสู้คนกรุง สมัย ศึกซูลู คนป่าดาหน้า นับแสนบุกเข้าไปให้ทหารอังกฤษ(หรือฝรั่งเศส) ยิงทิ้ง

    ยิงถ้าเกมกำหนดว่า AI พวกนี้ไม่รู้จักระเบิด ก็ยิ่งง่าย



    พอพวกโจรสลัด รวมกันหลบหนีขึ้นเรือ ก็ได้เวลารัน นาคาสมุคร สำเร็จโทษ จมมันทิ้งก้นทะเลให้หมด ระดับน่าจะขึ้นดี

    ได้คนแคระเป็นพันธมิตร แต่อย่าเอาขนาดอรชุนเลยนะ มันจะสวีท เกินไปหน่อย สงสารน้องโมลิ



    ขอถามหน่อยครัย ทำไมตอนออกจากเกม จึงไม่ผนึกโมลิ ( แต่โมลิจะกลายสภาพเป็นวิญญานเร่ร่อน จับต้องไม่ได้ แต่พวกเดียวกันเห็นตัว ? เพราะสามารถนำทางพวกภูอินทร์ขึ้นเกาะได้ หรือว่าผนึกไม่ได้?) แต่กลับผนึกอรชุน ? แล้วทิ้งอรชุนให้อยู่กับโมลิ ไม่ได้หรือครับ ?
    #1121
    0
  23. #1120 catriona (@nisarrat) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 03:44
    นั่นน่ะสิ...สงสัยเสร็จพี่รันก่อนแน่เลย อิอิ
    #1120
    0
  24. #1119 ronphon (@ronphon) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 03:16
    นั่นน่ะพระเอกจองแล้ว

    ปล.ยังไม่นับสฟิงค์อีกไม่รู้จะไปช่วยได้ก่อนโดนรุมรึเปล่า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 มกราคม 2556 / 03:17
    #1119
    0
  25. #1116 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 01:30
    อ๊ะ ๆๆๆ อย่า เป็นตัวรองบ่อนอย่าคิดสูง 555
    #1116
    0