พลิกเกมล่าจารชน คนออนไลน์

ตอนที่ 99 : [ภาคนาคาสทุมร] ตอนที่ 34 ท่านพ่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 237 ครั้ง
    18 มี.ค. 61

34

            ม้านิลมังกรตัวน้อยขยับกายพร้อมกับส่งเสียงร้องครางเบา ๆ เมื่อรันมะจับมันให้นอนในท่าที่จะดูบาดแผลได้ถนัด ดวงตาของมันสะลึมสะลืออรชุนกับโมลิปราดเข้ามาดูอาการ เทพอารักษ์วางมือข้างหนึ่งทาบลงบนศีรษะของมันพร้อมกับถ่ายทอดพลังชีวิตไปให้

            “รีบเอาธนูนั่นออก ปกติแล้วเกล็ดของม้านิลมังกรจะมีความคงทนสูงเหมือนเกล็ดมังกร แต่ไอ้ธนูสีทองนี่มันเป็นธนูลงเวทมนต์พิเศษสำหรับเจาะเกล็ดมังกรโดยเฉพาะ เร็วเข้า ปล่อยไว้นานมันจะยิ่งดูดพลังชีวิตของเจ้านี่มากขึ้น”

            รันมะพอได้ฟังดังนั้นก็ไม่รอช้า เขาทดลองจับที่ลูกธนู เจ้าม้ามังกรสะดุ้งเล็กน้อย มันผงกหัวอ้าปากงับมือเขาไว้เหมือนจะไม่ต้องการให้ไปแตะต้องแผลของมัน

            “นี่ไอ้หนู ถ้าแกอยากรอด ต้องเอาลูกธนูออกนะ”

            ชายหนุ่มก้มลงไปพูดกับมันเบา ๆ มือขวาลูบศีรษะมังกรของมัน ม้านิลมังกรน้อยเหมือนจะฟังรู้เรื่องเพราะมันเปลี่ยนมาเป็นงับปลอกแขนเขาแทน รันมะหัวเราะ เขาอัดพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าเข้าไปที่ลูกธนู เพื่อให้มันเกิดอาการชาลดความเจ็บปวดลง จากนั้นจึงค่อย ๆ ดึงลูกธนูออกมาที่ละน้อย

            เสียงร้องครางลอดออกมาจากปากของเจ้าสัตว์ลูกครึ่งม้ามังกรทั้ง ๆ ที่มันงับปลอกแขนเขาไว้แน่น โมลิเข้ามาลูบหัวมันเบา ๆ ครู่เดียว ดอกธนูสีทองอร่ามอันเป็นธนูลงเวทเจาะเกล็ดมังกรก็ถูกถอนออกมาได้ บาดแผลของมันฉีกขาดกว่าเดิมเพราะเงี่ยงของธนู แต่จะใช้วิธีผ่าก็ไม่เข้าเพราะเกล็ดแข็งของมัน เลือดไหลซึมออกมามากกว่าเดิม

            อรชุนเริ่มเปลี่ยนจากถ่ายพลังชีวิตมาเป็นพลังสำหรับรักษาบาดแผล รันมะเองก็ไม่ได้อยู่เฉย ช่วยเพิ่มพลังธาตุน้ำให้กับมันอย่างต่อเนื่อง เกล็ดเล็ก ๆ สองสามเกล็ดที่หลุดออกมาตอนเขาถอนลูกธนูร่วงอยู่ที่พื้น รันมะเก็บมันไว้ในช่วงเก็บของ

            ทางด้านจูเลีย หลังจากรับคำสั่งของรันมะเรียบร้อยก็รีบทะยานขึ้นฟ้าตามหลังเป้าหมายที่เห็นอยู่ลิบ ๆ ไปอย่างรวดเร็ว คนแคระสาวกลับคืนร่างเล็กเหมือนเดิมเพื่อความคล่องตัว ชั่วเวลาไม่ถึงสองนาทีก็ไล่ทัน

ดูเหมือนว่าผู้เล่นที่อยู่บนหลังนกแร้งจะรู้ตัว เพราะเห็นระดมยิงเวทมาชุดใหญ่ จูเลียพลิ้วตัวหลบหลีกได้แบบสบาย ๆ เธอเหาะแซงไปอย่างง่ายดาย สมองกำลังใคร่ครวญหาวิธีจัดการกับศัตรู

“อือม์ จับเจ้านกนั่นตัดปีก มัดกับพวกสี่คนนั้นถ่วงทะเล หรือว่าจะจับกดน้ำจนตายดี ไม่ดีกว่า แค่ตัดแขนโยนทะเลก็พอแล้วมั้ง ว่ายน้ำไม่ได้เดี๋ยวก็จมน้ำตายไปเอง”

หญิงสาวร่างเล็กพูดกับตัวเอง มือขวาปลดแส้ปลายมีดมาถือไว้ ขณะที่นกแร้งกำลังพยายามเปลี่ยนทิศบินหนี พร้อมกับกระสุนเวทอีกห่าใหญ่ที่พุ่งมาใส่เธอ จูเลียใช้มือปัดลูกพลังเหล่านั้นออกไปให้พ้นตัวแบบง่าย ๆ แส้ในมือขวาตวัดขวับเดียว สัตว์อสูรนกแร้งยักษ์ก็ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด มันสะดุ้งอย่างแรงจนทั้งสี่คนที่อยู่บนตัวมันเสียหลักกระแทกกันไปมา สองในสี่ทำท่าว่าจะร่วงลงไปแต่ดีว่าคว้าขนของนกแร้งไว้ได้ทันห้อยต่องแต่งอยู่ จูเลียสะบัดมือซ้ายที่ว่างอยู่สองครั้งซ้อน

wind cutter

พลังเวทลมบางเฉียบคมราวกับกรงจักรสีเขียวอ่อนพุ่งเฉือนข้อมือของทั้งสองคนที่ห้อยอยู่ ความเจ็บปวดทำให้ต้องปล่อยมือ คนแคระสาวตวัดแส้อีกครั้ง ดาบดามัสกัสเล่มใหญ่ถูกปลายแส้ม้วนพันไว้

“ไม่รู้ว่าพวกคุณไปทำอะไรให้นายท่านโกรธ ถึงเราจะไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของนายท่าน จูเลียต้องขอโทษด้วยนะคะ”

จากนั้นแส้ที่เพิ่มดาบดามัสกัสเข้าไปก็กลายเป็นอาวุธสังหารระยะไกลที่น่ากลัว อดีตหัวหน้าเผ่าคนแคระบังคับใช้มันจัดการกับผู้เล่นนักล่าม้านิลมังกรที่เหลือทั้งสี่คนและอสูรนกแร้งยักษ์ได้อย่างเชี่ยวชาญ เพียงไม่ถึงสองนาที นกหนึ่งตัว กับผู้เล่นอีกสี่คนก็กลายเป็นแสงหายไป เหลือแต่เพียงน้ำทะเลตอนนั้นที่กลายเป็นสีแดงฉานไปหมดกับขนนกจำนวนมากที่ลอยฟ่องอยู่

ระหว่างที่กำลังทำการช่วยชีวิตลูกม้านิลมังกร เสียงรายงานการสังหารผู้เล่นก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงรายงานการเลื่อนระดับของทักษะวิชาตัวเบาเป็นระดับสิบเก้า จูเลียก็กลับมาพร้อมกับอาวุธอันเป็นดาบยุโรปแบบของอัศวิน มีดยาวคู่หนึ่ง ดาบดามัสกัสและกระบี่

            “เรียบร้อยค่ะ สี่คน กับอีกนกทุเรศหนึ่งตัว”

            คนแคระสาวกองอาวุธที่ยึดมาได้ลงบนพื้นแพแล้วเข้ามาร่วมวงดูเจ้าม้ามังกรตัวน้อยด้วยอีกคน

            “ผู้เล่น รันมะ ผ่านเงื่อนไข วิชาตัวเบาขั้นสูง ค้นพบวิชาตัวเบาแขนงใหม่ กรุณาระบุชื่อของวิชาค่ะ”

            เสียงระบบที่ถามซ้ำไปซ้ำมาเพราะเขามัวแต่ยุ่งกับการถ่ายพลังธาตุให้กับลูกม้ามังกร ชายหนุ่มเริ่มคิดถึงช่วงที่เขาวิ่งตามม้านิลมังกร แล้วได้เลื่อนระดับเพราะอรชุนกับจูเลียสังหารจระเข้ยักษ์พันปีได้ เป็นจังหวะนั้นเองที่เขาวิ่งได้เร็วขึ้น

            สรุปแล้วก็ไม่รู้อยู่ดี ว่าเงื่อนไขในการเลื่อนระดับของทักษะวิชาตัวเบาคืออะไร หรือจะต้องมีระดับเจ็ดสิบขึ้นไปละมั้ง

            ชายหนุ่มพอเห็นว่าอาการของม้านิลมังกรเริ่มดีขึ้นก็ปล่อยให้อรชุนรักษาไปคนเดียว ตนเองออกไปยืนนอกแพ ทดสอบวิชาตัวเบาวิชาใหม่ของตน เขาพบว่าสามารถวิ่ง เดิน หรือแม้แต่ยืนบนอากาศได้อย่างปกติ โดยมีกระแสน้ำวนเบา ๆ สายหนึ่งรองอยู่ใต้เท้าและจะสลายเป็นละอองน้ำหายทันทีเขายกเท้าก้าวออกไป แถมมีกระแสไฟฟ้าสีเงินปรากฏเป็นออร่าอยู่รอบ ๆ เท้าเสียด้วย เขาค้นพบจุดเด่นของวิชาใหม่อีกจุดหนึ่งก็คือ สามารถที่จะออกสตาร์ทด้วยความเร็วสูงสุดได้และหยุดอยู่กับที่ได้อย่างทันทีที่ต้องการโดยไม่มีการเสียหลัก                       

            “ผู้เล่น รันมะ ผ่านเงื่อนไข วิชาตัวเบาขั้นสูง ค้นพบวิชาตัวเบาแขนงใหม่ กรุณาระบุชื่อของวิชาค่ะ”

            เสียงระบบดังเตือนมาถี่ ๆ รันมะกระโดดกลับขึ้นแพก่อนจะนั่งลงเอนหลังพิงเสากระโดง เอนตัวหลับตาลงช้า ๆ

            “วิชาท่าเท้าท่องวารี”

            ชายหนุ่มบอกชื่อวิชาที่คิดขึ้นมาได้อย่างปัจจุบันทันด่วนออกไป

            “ยืนยัน วิชา ท่าเท้าท่องวารี”

            “ยืนยัน”

            “ผู้เล่น รันมะ สำเร็จทักษะวิชาตัวเบาขั้นสูง ท่าเท้าท่องวารี ระดับหนึ่ง”

วิชา  ท่าเท้าท่องวารี

ข้อมูลเบื้องต้น  ทักษะวิชาตัวเบาระดับสูง

รายละเอียด สร้างมวลน้ำขึ้นมาเพื่อรองรับเท้า สามารถวิ่ง เดิน ยืน ได้อย่างอิสระโดยปราศจากร่องรอย ประจุธาตุไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดีขึ้น

คุณสมบัติพิเศษ สามารถออกตัววิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้ทันที สามารถหยุดวิ่งได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เสียหลัก หากวิ่งบนพื้นที่ที่เป็นน้ำ ความเร็วจะเพิ่มขึ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์

 

            ทักษะวิชาตัวเบาขั้นสูงของผู้เล่นในเกมนั้น เวลานี้มีเพียงไม่ถึงร้อยวิชา ที่สามารถใช้เดินเหินบนอากาศได้อย่างอิสระ ส่วนใหญ่ถึงแม้จะเป็นวิชาขั้นสูง ก็ยังต้องอาศัยที่พักเท้า เช่น วิ่งเหยียบไปบนใบไม้ น้ำ กิ่งไม้ แต่ท่าเท้าท่องวารีนั้นจะสร้างมวลน้ำขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เท่ากับว่าสามารถวิ่งไปบนอากาศได้โดยไม่จำเป็นต้องมีที่พักเท้าเลยเช่นเดียวกับวิชาเหยียบอากาศทะยานเมฆของมาร์คัส ส่วนวิชาทะยานข้ามภูผาของเตชิตนั้นจำเป็นต้องมีที่พักเท้าเช่นกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านของบุคคล

            หลังจากตั้งชื่อวิชาใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาเดียวกับที่อรชุนรักษาเจ้าลูกม้านิลมังกรเสร็จ เทพอารักษ์เงยหน้าขึ้นมามองรันมะ

            “เรียบร้อย ปกติม้านิลมังกรมันอดทนอยู่แล้ว นี่ประเดี๋ยวอีกสักพักก็วิ่งปร๋อไปเท่านั้น”

            จูเลียกับโมลิดูจะชอบเจ้าลูกม้าครึ่งมังกรไม่น้อย เพราะเห็นสองคนนั่งเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ ไม่ยอมลุก ถึงแม้อรชุนจะบอกว่าให้ระวังมันกัด

            “ข้าว่า เห็นทีเจ้าจะมีตัวหารค่าประสบการณ์เพิ่มอีกตัวแล้วนะ”

            อรชุนทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นนายที่กำลังทอดสายตามองดูสองสาวกำลังลูบหัวลูบคอลูกม้านิลมังกรอยู่ ชายหนุ่มยักไหล่

            “ไม่แน่หรอก บางทีมันอาจจะไม่ยอมรับผมก็ได้ พอมันฟื้น มันอาจจะวิ่งหนีไปเหมือนเดิม ตัวมันยังเล็กอยู่น่าจะมีแม่นะ ดีไม่ดีแม่มันมาตาม”

            รันมะเอ่ยเรื่อย ๆ แต่เทพอารักษ์พอได้ฟังก็หัวเราะออกมาทันที

            “นี่ ไอ้ที่เจ้าช่วยรักษามันจนรอดตายน่ะ แค่นี้ก็ผ่านเงื่อนไข มันยอมรับเจ้าแล้ว ส่วนเรื่องแม่มันจะมาตามไม่ต้องห่วงหรอก สัตว์พวกนี้มันเป็นลูกผสม ไม่พ่อก็แม่มันตัวหนึ่งเป็นมังกรอีกตัวเป็นม้า ถ้าแม่เป็นมังกร ก็ออกลูกเป็นไข่ แม่มังกรนิสัยหวงไข่ก็จริง แต่พอไข่ฟักแล้วมันจะไม่มาเสียเวลาเลี้ยงดูลูกมัน หรือถ้าแม่มันเป็นม้า ก็คงไม่มีปัญญาจะวิ่งตามมันมาในทะเลหรอกนะ”

            อรชุนตอบพลางหัวเราะเบา ๆ

            “หมายความว่าไง ไม่พ่อก็แม่เป็นม้า ไอ้เจ้านี่ไม่ได้เกิดมาจากพ่อแม่ที่เป็นม้านิลมังกรเหรอครับ”

            ชายหนุ่มหันมาถามด้วยความสงสัย

            “เปล่าเลย ม้านิลมังกรมีเพศเดียว คือเพศผู้ แล้วก็จัดว่าเป็นสัตว์สกุลสูงเช่นเดียวกับมังกร เพราะงั้นมันถึงหายากไง ไม่สามารถแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติได้”

            คำตอบของเทพอารักษ์ทำให้รันมะต้องกลับไปมองเจ้าลูกม้านิลมังกรอีกครั้งอย่างพิจารณา โมลิที่นั่งลูบหัวม้านิลมังกรตัวน้อยอยู่ก็ลุกเดินตรงมาหาเขา เด็กสาวนั่งลงพับเพียบข้าง ๆ มือเล็ก ๆ บีบนวดไหล่ของชายหนุ่มเบา ๆ ชนิดที่ว่าเขามองปราดเดียวก็รู้ว่ามีเจตนาอื่นแอบแฝง

            “ว่าไง เรา”

            กัปตันเรือนาคาสมุทรมองวิญญาณติดตามที่เขารักราวกับน้องสาวแท้ ๆ อย่างเอ็นดู

            “พี่รันจะทำยังไงกับมันต่อหรือคะ”

            โมลิถามเบา ๆ สายตามองไปทางลูกครึ่งม้ามังกรที่นอนหลับอยู่ รันมะซ่อนยิ้ม หรี่ตามองดูเด็กสาวข้างกายก่อนจะถาม

            “งั้นเราลองบอกพี่มาซิ ว่าพี่ควรจะทำยังไงดี”

            เด็กสาวช้อนตามองเขาแวบหนึ่ง สองมือก็บีบไหล่ให้อย่างประจบเอาใจ

            “คือ หนูเห็นว่า มันยังเล็กอยู่ แล้วก็ไม่มีพ่อแม่ดูแล”

            “อืม แล้วไง”

            “ถ้าปล่อยมันไป มันต้องไปเจอกับพวกใจร้ายนั้นอีกแน่ หนูอยากให้พี่รันเลี้ยงมันไว้ ได้หรือเปล่าคะ”

            เด็กสาวเอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยกระพริบถี่ ๆ เหมือนเด็กที่ต้องการจะอ้อนขอขนมผู้ใหญ่จนชายหนุ่มอดยิ้มออกมาไม่ได้

            “ถามคนอื่นดูหรือยังล่ะ จูเลียกับอรชุนว่าไง”

            “พี่จูเลียไม่มีปัญหาค่ะ ส่วนลุงอรชุน..

            โมลิหันไปมองเทพอารักษ์ที่นั่งตีหน้าตายอยู่อีกด้าน

            “ก็ไม่มีปัญหาค่ะ”

            “อะไร อรชุนยังไม่ได้ตอบเลย พูดเองเออเองนี่เรา”

            “โธ่ พี่รันขา นะนะ ถ้าปล่อยมันไปมันต้องโดนจับไปอีกแน่ ๆ”

พอเห็นรันมะไม่พูดอะไร ทั้งจูเลียและโมลิต่างก็มองมายังเขาด้วยสายตาอ้อนวอนแบบสุด ๆ จนสุดท้ายคนถูกมองทนไม่ไหวหลุดหัวเราะพรืดออกมา

“ฮื่อ เอางั้นก็ได้ แต่ก็ต้องหมายความว่ามันยอมรับพี่นะ พี่ไม่ชอบบังคับฝืนใจใคร”

“ตกลงค่ะ”

เด็กสาวเปลี่ยนจากมือที่นวดไหล่เขาอยู่มาเป็นกอดแขนแทน

“พี่รันน่ารักที่สุดเลย”

ชายหนุ่มเหล่มองภูติกึ่งวิญญาณกำลังทำหน้าดีใจ อดไม่ได้ต้องเอียงหน้าเขาไปหอมแก้มเธอฟอดใหญ่จนเจ้าตัวคนถูกหอมใบหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อ แต่ก่อนที่ทั้งสองจะพูดหรือตอบโต้อะไรกันอีก เจ้าลูกม้านิลมังกรตัวเล็กก็ขยับ ทำเสียงครางงืมในลำคอ โมลิถือโอกาสชิ่งหนีไปดูอาการของลูกครึ่งม้ามังกรทันที

“เห็นเงียบ ๆ อย่างนี้ จริง ๆเจ้าก็ร้ายเหมือนกันนะนี่”

เทพอารักษ์จ้องเขาเขม็ง สีหน้าดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก เมื่อครู่เขาลืมไปเลยว่าอรชุนยังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ไอ้หนูนั่นฟื้นแล้วล่ะ ผมขอไปดูมันก่อนแล้วกัน”

รันมะตีหน้าซื่อลุกขึ้นราวกับว่าเมื่อสักครู่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์อะไร พอเดินไปถึงก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้าง ๆ จูเลีย เจ้าลูกม้านิลมังกรลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ พอเห็นมีคนมุงจ้องมันอยู่ก็พยายามจะดิ้นหนี ชายหนุ่มวางมือขวาลงบนหัวมังกรของมันอย่างแผ่วเบา

พอเจ้าม้าเลือดมังกรสัมผัสได้ถึงพลังธาตุธาตุน้ำอันคุ้นชินที่เขาเคยถ่ายเข้าสู่ตัวมันเพื่อช่วยชีวิตไว้ก็ดูเหมือนจะสงบลง หลับตายอมให้ลูบหัวเล่นแต่โดยดี รันมะสะกดพลังธาตุอัสนีสะบั้นฟ้าไว้โดยใช้แต่พลังธาตุน้ำขั้นสูงส่งทอดผ่านฝ่ามือแทรกซึมเข้าไปในร่างของเจ้าลูกม้ามังกรให้เป็นการกระตุ้นกำลังภายในของมัน

ครู่เดียวลูกม้านิลมังกรที่นอนอ่อนแรงอยู่ก็ลุกพรวดพราดขึ้นยืน โมลิกับจูเลียถอยห่างออกเล็กน้อยด้วยความตกใจ มันเงยหน้าขึ้นไล่สำรวจบุคคลทั้งสามอยู่พักหนึ่ง

“เร็วซิคะ พี่รันเดี๋ยวมันก็หนีไปหรอก”

เด็กสาวเอียงหน้าเข้ามากระซิบข้าง ๆ เมื่อเห็นว่ารันมะยังนั่งนิ่งอยู่ ชายหนุ่มเกาคางมองดูเจ้าลูกม้านิลมังกรเหมือนกำลังตัดสินใจ แต่ความจริงเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องอย่างไรถึงจะรับสัตว์อสูรมาเป็นสัตว์เลี้ยงได้ต่างหาก เพราะที่ผ่านมาเป็นอรชุนและจูเลียเองที่ยื่นข้อเสนอขอติดตามเขา

“เอ้อ แล้วพี่ต้องทำยังไงล่ะ”

รันมะถามกลับ สีหน้าดูประหลาดพิกล

“โถ แค่คิดก็พอแล้วค่ะ ไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย นี่ ทำงี้”

วิญญาณติดตามจับมือของเขาแตะลงบนศีรษะของลูกม้านิลมังกร ซึ่งมันก็ไม่ได้มีท่าทีจะขัดขืนอะไร                  “แค่คิดเหรอ”

คนไม่เคยรับสัตว์อสูรเป็นสัตว์เลี้ยงถามอีก แต่ยังไม่ทันที่โมลิจะตอบอะไร เสียงผู้หญิงเย็น ๆ ชืด ๆ อันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว

“ผู้เล่น รันมะ ยื่นข้อเสนอ รับสัตว์อสูร ลูกม้านิลมังกรระดับหัวหน้า เลเวล 50 เป็นสัตว์เลี้ยง”

พอเสียงระบบจบลง มือขวาที่แตะบนศีรษะของลูกม้านิลมังกรก็เกิดออร่าแสงสว่างสีเหลืองนวลวาบออกมา

“สัตว์อสูร ลูกม้านิลมังกรระดับหัวหน้า เลเวล 50 ยอมรับเป็นสัตว์เลี้ยง”

“ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น รันมะ ค่ะ ท่านได้รับสัตว์อสูร ลูกม้านิลมังกรระดับหัวหน้า เลเวล 50 เนื่องจากสัตว์เลี้ยงของท่านยังไม่มีชื่อเรียก กรุณาตั้งชื่อค่ะ”

รันมะปล่อยมือออก หันไปทางโมลิที่จ้องตาแป๋วอยู่

“ชื่อ”

นี่เป็นปัญหาของเขาอีกอย่างหนึ่ง หากจะให้เขาตั้งชื่อให้มันมีหวังชื่อคงออกมาไม่ค่อยสวยนัก เพราะรู้ตัวดีว่าเซ้นส์ในการตั้งชื่อของตนเองหยาบเพียงใด ดูจากชื่อของทักษะต่าง ๆ ที่เขาตั้งก็น่าจะพอเดาได้ไม่ยาก

“อะไรนะคะ ชื่ออะไร”

“ชื่อของมันน่ะ เจ้าตัวนี้ จะให้ชื่ออะไรดี จูเลีย ช่วยคิดหน่อยเร็ว”

รันมะเอ่ยเมื่อเสียงระบบบอกว่าให้ตั้งชื่อซ้ำอีกครั้ง สองสาวหันไปสุมหัวกันอีกครั้ง เจ้าลูกม้านิลมังกรก็ยืนนิ่งมองเขาเฉยอยู่ราวกับจะรอฟังชื่อของมัน

“แอ๊คซ์”

หลังจากปรึกษากันอยู่ประมาณสองนาที โมลิก็หันมาบอกชื่อของเจ้าลูกม้านิลมังกร กัปตันเรือนาคาสมุทรกระพริบตาปริบ ๆ สำหรับเขาแล้ว คำว่าแอ๊คซ์หมายถึงขวาน

“ฮือม์ มันหมายถึงอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ แค่ฟังดูเท่ดี”

ชายหนุ่มหันไปมองลูกม้ามังกรที่ยืนรอชื่ออยู่

“ว่าไง แอ๊คซ์ ตกลงไหม”

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วอึดใจหนึ่ง

“ระบบตั้งชื่อเรียกเสร็จเรียบร้อย แอ๊คซ์ ลูกม้านิลมังกรระดับหัวหน้า เลเวล 50

หลังเสียงรายงานของระบบจบลง ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงก็ถอนใจออกมาแทบจะพร้อมกัน รันมะหันขวับมามองเจ้าลูกม้านิลมังกร

“เมื่อกี้แกถอนหายใจเหรอวะ”

เจ้าแอ๊คซ์พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น คราวนี้ทั้งรันมะ โมลิ จูเลีย และอรชุนถึงกับหันมามองที่มันเป็นตาเดียว

“บ๊ะ ฟังรู้เรื่องด้วยวุ้ย สงสัยเลือดมังกรจะแรง นี่ถ้าแกพูดได้อีกนะ ฉันจะไม่ประหลาดใจเลย”

ชายหนุ่มกล่าวพลางหัวเราะเบา ๆ เขาก้มลงไปสำรวจอาวุธสี่ชนิดที่จูเลียยึดมาได้จากกลุ่มนักล่าม้านิลมังกร

“อาวุธระดับ B+ เลยแฮะ แต่ไหงฝีมือกระจอกจริง”

ระหว่างที่กำลังหยิบดาบดามัสกัสขึ้นมาดู อรชุนก็เบิ่งตากว้าง มองข้ามไหล่เขาไป

“ท่านพ่อ”

เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นด้านหลัง รันมะปล่อยดาบที่ถืออยู่ลงพื้นดังเคล้ง ความรู้สึกเหมือนถูกสตั้นท์ไปสามวินาที พอรวบรวมสติได้ก็ค่อย ๆ หันกลับไป

ลูกม้านิลมังกรขนาดหมาอัลเซเชี่ยนหายไปแล้ว ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขากลับเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กเท่าเด็กอายุสี่ห้าขวบ สวมชุดเกราะอ่อนสีดำเป็นเกล็ดมันวาวทั้งตัว ที่ศีรษะเส้นผมสีขาวนั้นมีเขามังกรงอกออกมา ดวงตาสีน้ำทะเลมองจับอยู่ที่เขาเงียบ ๆ

ริมฝากเล็ก ๆ รูปกระจับแย้มออกเล็กน้อยเห็นเขี้ยวคู่เล็ก ๆ ใสราวกับแก้ว

“ท่านพ่อ”

อดีตนายทหารประจำหน่วยรบพิเศษเข้าสู่โหมดสตั้นท์อีกรอบ เด็กชายตัวเล็กยกมือขึ้นโบกไปมาเมื่อเห็นเขายืนนิ่งเป็นรูปปั้น

“ท่านพ่อ ทำไมเงียบไป ข้าพูดได้มันแปลกตรงไหน”

จูเลียกับอรชุนที่พอจะเดาอะไรได้ราง ๆ ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน แต่โมลิยังคงนิ่งงันอยู่เช่นเดียวกับรันมะ

“สายเลือดมังกรสินะ เจ้าหนูนี่ถึงแปลงร่างมนุษย์ได้ แถมพูดได้อีกด้วย”

เทพอารักษ์ละจากคันบังคับหางเสือแพชั่วคราว ตรงเข้ามายืนพิศดูม้านิลมังกรตัวเล็กที่กลายร่างเป็นเด็กอย่างสนใจ

“ว่าแต่นี่แน่ะ เจ้านี่มันไม่ใช่พ่อของเจ้าหรอกนะ ดูจากท่าแล้ว พ่อเจ้าน่าจะเป็นมังกรน้ำ”

เด็กชายสั่นหน้าเบา ๆ

“ขอบคุณท่านลุงกับท่านพ่อที่ช่วยชีวิตข้า แต่ข้าจะเรียกผู้ที่ให้ชีวิตใหม่กับข้าว่าท่านพ่อไม่ได้หรือ”

อรชุนกระพริบตาปริบ ๆ 

“อืม ถามท่านพ่อของเจ้าดูแล้วกันนะ ฮ่า ๆ ๆ”

ว่าแล้วเทพอารักษ์ก็ตบไหล่ผู้เป็นนายที่ยังคงยืนทื่ออยู่แรง ๆ ทีหนึ่งเป็นการเรียกสติ ชายหนุ่มยกมือเกาต้นคอแกรก ๆ ก้มลงมองสบตากับเด็กชายสายเลือดม้ามังกร

“แอ๊คซ์”

“ขอรับ ท่านพ่อ”

ชายหนุ่มผู้ถูกเรียกว่าท่านพ่ออมยิ้มเล็กน้อย เจ้าแอ๊คซ์เองก็ยิ้ม ทั้งโมลิ จูเลียและอรชุนก็ยิ้ม ก่อนที่ทั้งหมดจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาแทบจะพร้อม ๆ กัน

 

 

 

 

 

 

                       

 

           

 

           


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 237 ครั้ง

5,656 ความคิดเห็น

  1. #5384 สล๊อตโลรี่ (@paer2277) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 11:08
    อยู่ๆก็ได้เปนพ่อเฉยยย
    #5384
    0
  2. #5125 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:21
    เฮียรัน หลอกกินเต้าหู้สาวเก่งจริงๆ เผลอแป้บๆ ต้องมีหอมแก้มสักฟอดตลอด 55
    #5125
    0
  3. #4767 gnome (@leolic) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 10:44
    ขอบคุณครับ
    #4767
    0
  4. #4763 MongkolBoo (@MongkolBoo) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 08:36
    สัมผัสกับความอบอุ่นได้เลยนะ
    #4763
    0
  5. #4754 Nottefa (@Nottefa) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 13:06
    รอรีไรท์ อย่างค้าง ๆ
    #4754
    0
  6. #3335 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 22:51
    อีกแล้ว ! 
    #3335
    0
  7. #3312 star2star (@loli1996) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 16:13
    ยูมิดักตืบอยู่เปล่า
    #3312
    0
  8. #3122 barred (@patlaw) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 15:34
    คือที่วายุไม่ติดอาชญากรก้เพราะลิลลี่เป็นอาชญากรไง จะงงอะไรกัน ละที่รันม่าติดอาชญากรก้เพราะฆ่าวายุที่ไม่ได้เปนอาชญากรไง ส่วนที่มีคนบอกว่าระบบติดอาชญากรนี่แปลกๆคือโดนโจมตีก่อนแต่ฆ่าก้ติดอาชญากร ผมว่าก็ไม่เห็นแปลกเลยนะคับ ก้แล้วแต่ระบบของเกมไปดิ จะใหัไปใช้หลักคุณธรรมเหมือนเรื่องอื่นได้ไง ก้แล้วแต่คนวางแผนไปดิว่าจะจัดการกับระบบนี้ยังไง ละที่วายุที่บอกว่าฆ่ามากน่าจะติดอาชญากรมั่งแหละ ทำไมไม่คิดมั่ง ว่าวายุก้ต้องเคยทำภารกิจปลดการเปนอาชญากรมั่งปะ
    #3122
    0
  9. #3121 barred (@patlaw) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 15:28
    ตอนนี้สะใจมากครับ สุดยอดดดด
    #3121
    0
  10. #3075 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 18:47
    เรื่องกลายเป็นอาชญากรนี่ ถ้าเป็นผมจะร้องเรียนระบบ ให้มีการตรวจสอบ เพราะเกิดจากทักษะของคนอื่น .. เรื่องออะไรจะยอมรับผิดในสิ่งที่ไมไ่ด้ก่อ
    ดีท่ี่ฆ่าวายุและถล่มเรือได้สำเร็จ พอจะหายแค้นหน่อย..แต่ก็ยังแอบฉุนโมลิ ตัวหาเรื่อง แง่มๆ หวังว่าคราวหน้าจะไม่โลกสวยอีกนะ
    #3075
    0
  11. #2345 บุปผาสีม่วง (@154356) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 22:17
    พระเอกเราเป็นอาญชากรอีกไปปลดล็อกเเล้วจะได้อะไรภารกิจเเปลกๆมาอีกไหมเนี่ย
    #2345
    0
  12. #2113 เมราส_เฟย์ (@maras_fay) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 18:39
    แอบสงสัยคล้ายกับความเห็น 1567

    ปล. หวังจะได้สมบัติ กลายเป็นได้ค่าสถานะ อาชญากร พ่วงด้วยตำแหน่งแำพะรับบาป ^^
    #2113
    0
  13. #1598 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:03
    ตั้งแต่เปลี่ยนอาชีพมา รันม่าไม่เคยได้รับทักษะอาชีพใหม่เลย ทักษะต่อสู้ประจำอาชีพก็ไม่มี ตกลงไอ้อาชีพนักประมงนี่ดีจริงปะเนี่ย -*-
    #1598
    0
  14. #1593 ลาเปส (@blissspecial) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:20
    น่าจะให้บทเรียนแก่วายุเยอะๆนะค่ะ เท่าที่ดู เลวมากที่กล้าฆ่าเพื่อนตัวเองเพื่อผลประโยชน์ อยากให้โดนพระเอกย้อนรอยแบบเจ็บๆ แล้วก็พวกวายุน่าจะมีคนหนุนหลังอยากให้รันม่ารู้ัว่าใครหนุนหลังแล้วจัดการอย่างสาสมมมม ไรเตอร์จัดหนักๆเลยนะค่ะ เอาแบบไม่ตายก็เล่นต่อไม่ได้อ่ะค่ะ
    #1593
    0
  15. #1590 Wee (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:09






    ขอบพระคุณมากนะครับ
    #1590
    0
  16. #1589 As a Wind (@wisher) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:02
    เห็นด้วย กันความเห็น1582
    #1589
    0
  17. #1587 -GigGaPaNg- (@GigGaPaNg) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 07:20
    เห็นด้วยกับ 1582 นะครับ ไรเตอร์ลองนำไปพิจารณานะครับ
    #1587
    0
  18. #1586 หนุ่มแอวดี (@wanchail) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 04:05
    ตามไปฆ่ามันต่อ
    #1586
    0
  19. #1583 เต่าหมุน^0^ (@Eagles) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:59
    mission complete
    #1583
    0
  20. #1582 ยังเจี้ยม (@k-sillapa) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:55
    ปราณวายุเร็วเท่าฟ้าผ่า แต่ตันช้ากว่าท่องเวทย์มสต์
    #1582
    0
  21. #1581 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:27
    วายุซวยอีกแล้ว
    #1581
    0
  22. #1580 ประกฤติ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:03
    ขอบคุณนะครับ

    เห็นด้วยกับความคิดของคุณ 567 และ 1577

    ที่ว่า ตอนนี้ ระบบน่าจะรวน และ ไม่ค่อยจะ clear



    เหตุผลเดียวกันเป๊ะเลย ที่ว่า ระบบนั้นประมวลผลด้วย ID และ คอม ฯ ไม่สนใจหน้าตา หรือสกิลใด ๆ ของผู้เล่น

    กรณี ตัวแดง คงไม่ใช่อะไรหนักหนา เพราะปราวรณาตัวเป็น จอมสลัด รบกันในเรือ มันก็มีการฆ่ากันอยู่แล้ว



    แต่ที่แปลก คือ รันฆ่าวายุ นั้น มาจาก 2 ประเด็น 1 คือ วายุลอบทำร้ายรันก่อน ถือว่าวายุลงมือกับรันก่อน ดังนั้น กรณีนี้ รันป้องกันตัวชัวร์ และต่อเนื่อง เมื่อเพื่อนของวายุ และเพื่อน ๆ ช่วยเหลือป้องกันวายุ และในกลุ่มยังหันไปลงมือกับเทพอสูรของรัน ก็เท่ากับเป็นการเริ่มก่อนอีกเช่นกัน ดังนั้น การที่รัน ฆ่าวายุ ก็ดี ตามไปฆ่า พวกนั้น ด้วยอาชีพโจรสลัด ไม่น่าจะผิด ยิ่งหากมองจากมุมว่ากลุ่มของวายุ คือโจรสลัดตามที่สมาคมพ่อค้าประกาศ และขอความช่วยเหลือด้วยแล้ว งานนี้รันน่าจะได้รางวัล 2 ต่อ



    ในกรณีของกลุ่มวายุ เองที่เป็นฆาตกร ไม่ว่าจะด้วยสกิลอะไร แต่ การบันทึกความผิดนั้น ระบบน่าจะลงที่ไอดี ไม่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นขอ

    ผู้เล่น แต่ระบบจะประกาศความผิดหรือไม่อันนี้ไม่ทราบ ขึ้นกับคนแต่ง แต่ละคนแต่งออกมาไม่เหมือนกัน



    ที่รวนมาก ตอน วายุ แปลงเป็นรัน ฆ่าลิลี่ แต่ระบบประกาศชื่อรันเป็นคนฆ่า เท่ากับพิพากษา เลย อันนี้น่าจะผิดชัวร์

    รันฆ่าวายุ ก็ไม่น่าจะผิด เพราะป้องกันตัว ( วายุเริ่มก่อน พรรคพวกตามช่วยลงมือก่อนอีกเช่นกัน)



    ที่ฉากรบนี้ดูดุเดือด มาก เขียนได้ดีมาก

    แต่ก็อยากจะเม้นว่า ฉากที่รันใช้ทักษะส่วนตัวที่เป็นทักษะลอบสังหารด้วยนั้น อัสสนีทะลวงดาว เสริมปราณพิเศษ และใช้แบบไม่มีการให้ตั้งตัว หรือ ตัวของวายุทราบ ทักษะนี้มาก่อน

    งานนี้จริง ๆ แล้วน่าจะจบไปแล้ว วายุต้องตาย เพราะทักษะนี้แรงที่สุดแล้ว และรันได้ใช้ออกในเวลาที่ดีที่สุด คือศัตรูไม่ทราบมาก่อน กำลังประมาท และในชั่วพริบตาที่เป็น-ตาย คนอื่นที่ไม่เคยรู้ เคยทราบ ถึงทักษะ มีดสั้นลอบสังหารแบบนี้ ไม่น่าจะมีการช่วยทัน



    ถ้าตัดจบตอนนี้ เรื่องจะดูคมกว่านี้ครับ

    สะใจมาก ๆ ยังนึกในใจว่า ทำไมรัน ไม่ฆ่า หรือออกคำสั่งฆ่าพวกนี้ให้หมด แจ่หากยังอยู่ในระหว่างที่คิด และวางกลยุทธ เอาคืนแบบเหมารวม อันนี้ ถือว่า เพอร์เฟ็กครับ



    อีกตอนหนึ่งคือ ตอนนี้เจ้านายแทบตาย แต่ 2 เทพอสูรติดตามนั้น หน่อมแน้มไปหน่อย บทน้อย ไม่โหดอย่างที่ใจคิด ทั้ง ๆ ที่ คราวนี้รันโดนเยอะมาก พรุนทั้งตัว ทั้งหน้า-หลัง โมลิ ก็แย่ แต่รู้สึกว่า ทั้งบทบาทของอรชุนและ ไม่ค่อยเสริมครับ



    ขอบคุณนะครับเป็นกำลังใจให้ ขอให้สอบได้ AAAAA+++++ อย่าลืมนะครับ อ่านหนังสือมาก ๆ นะครับ ชอบเรื่องนี้มากครับ
    #1580
    0
  23. #1579 คิดไปได้นะ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:28
    คห1577 ลองไปอ่านคห1580 อาจช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆให้ได้นะ!

    ที่นักข่าวฆ่าไม่ติดค่าหัวอาจเพราะผู้หญิงที่ฆ่ามีค่าหัวอยู่(ซึ่งอาจเกิดจากการหนีการจับตัวของลูกน้องกลุ่มนักข่าวและได้เผลอฆ่าไปทำให้ติดสถานะมีค่าหัว)ก็ได้นะทำไมไม่ลองตรึกตรองดูตรงจุดนี้ แต่ผมว่าแผนของวายุจะดีที่สุดต้องมีคนคอยเป็นเพลย์คิลเลอร์ซักคนพอจับเป้าหมายหรือซ้อมจนปางตายก็ค่อยให้หมอนั่นจิ้มซักทีก็จบและถ้าอยากให้สะอาดหมดจดทั้งเรือก็ค่อยฆ่าคนนั้นทิ้งอีกที(ค่าตัวคงแพงพิลึกทำหน้าที่สังหารและโดนเจื๋อนในตัว)?

    หรือว่าระบบควรจะเป็นใครฆ่าคนมีค่าหัวก็เป็นคนมีค่าหัวคนต่อไปหรือไงอย่างงี้คนมีค่าหัวนี่คงทั้งเกม?
    #1579
    0
  24. #1578 ซาลาสซา (@sasalassa) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 07:42
    แปลว่าแผนของวายุดีมากเลยนะ กลุ่มนักข่าวไม่มีผู้ติดสถานะอาชญากรเลย ยืมมือฆ่าคนมาตลอดและป้ายสีสร้างสถานะคนที่จะฆ่าเป็นอาชญากรไว้
    #1578
    0
  25. #1577 YU+KIO(怠惰) (@yukio-omine) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 06:49
    ขอบคุณครับ
    จะรออ่านต่อนะครับ
    #1577
    0