ลูกเขยกำนัน Markbam ft. Got7

ตอนที่ 3 : ลูกกำนัน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ม.ค. 60


***แก้ไขตอนที่ 2 ย้อนกลับไปอ่านเนื้อเรื่องใหม่นะคะ เพื่อจะได้ไม่ งง นะคะ***



  อีกด้านหนึ่งของบ้านเจ็กสำลี

     มาร์คที่ในที่สุดก็มาถึงบ้านของตัวเองซักที หลังจากที่มัวแต่หลงทางและหลงคนตัวเล็กน่ารักที่เพิ่งจากมาได้สักพัก 

     มาร์คจอดรถลงตรงหน้าบ้านสวนหลังใหญ่ที่มองผ่านเข้าไปดูข้างในแล้วคงจะร่มรื่นน่าดูมาร์คลอบมองผ่านเข้าไปในรั้วอยู่นานสองนานมองไปมองมาพอเห็นว่าไม่มีใครอยู่หน้าบ้านพอที่จะมาเปิดประตูรถให้เขาได้ก็ถอนสายตากลับมามองในรถเหมือนเดิม


     'ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่น้าา'

     อยู่ ๆ มาร์คก็พลันนึกถึงคนตัวเล็กขึ้นมา

     ตอนนี้ในหัวของเขาคิดถึงแต่เรื่องของคนตัวเล็ก มาร์คยอมรับเลยว่าตอนเรียนอยู่ที่กรุงเทพตัวเขาเองเจ้าชู้เปลี่ยนคู่ควงอยู่บ่อยครั้ง ผ่านทั้งชายและหญิงมากหน้าหลายตาเสียจนนับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่เคยมีใครที่ทำให้ใจของเขาเต้นแรงขนาดนี้มาก่อน แบมแบมเป็นคนแรก คนตัวเล็กทำให้เขารู้สึกเหมือนเสียการทรงตัวตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน

     หรือนี่จะคือสิ่งที่เขาเรียกกันว่ารักแรกพบ

     ไม่รู้สิมาร์คแค่คิดว่า ถ้าเกิดมีโอกาสหรือบังเอิญได้พบกันอีกครั้ง เขาจะต้องตามจีบอีกฝ่ายให้ได้แบมแบมจะต้องมาเป็นแฟนเขาอย่างแน่นอน มาร์ค ต้วน ฟันเฟริม์ ^,.^ ฮิฮิ

     มาร์คหยุดคิดเรื่องของอีกคนก่อนจะเปิดประตูรถออกมายืนสูดอากาศข้างนอก

     "ฮึบ! ฟวู่"

     มาร์คบิดตัวไปมา เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่รู้สึกปวดเมื่อยจากการขับรถ

     "อยู่ไหนกันน่ะ ทำไมบ้านดูเงียบ ๆ จัง" 

     มาร์คพึมพัมกับตัวเองก่อนจะมองผ่านรั้วเข้าไปในบ้านอีกครั้ง

     เมื่อไม่เห็นความหวังว่าจะได้เข้าไปในบ้าน มาร์คจึงตัดสินใจเดินกลับไปที่รถยนต์ที่จอดอยู่ ก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปบีบแตรรถ เพื่อหวังให้ใครซักคนได้ยินแล้วเดินออกมาเปิดประตูรั้วบ้านให้เขาเข้าไป

     ปี๊บ! ปี๊บ!!

     "เตี่ย! ม๊า! อั๊วกลับมาแล้ว"

     มาร์คตะโกนเรียกส่งเสียงดัง เพื่อให้คนในบ้านได้ยิน

     "เตี่ย! ม๊า! อยู่รึป่าวอั๊วกลับมาแล้วนะ"

     ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ดังออกมาจากในบ้านแสดงว่าที่บ้านไม่มีใครอยู่จริง ๆ มาร์คจึงเดินเข้าไปใกล้ ลองใช้มือพลักประตูรั้ว ปรากฎว่ารั้วบ้านนั้นไม่ได้ล็อกเอาไว้อย่างที่เขาคิด มันแค่ปิดแง้มเอาไว้เฉย ๆ ไม่ได้ถูกใส่กลอนหรือล๊อกกุญแจแต่อย่างใด

     มาร์คที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า รีบเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปข้างในบ้านทันที

     "เตี่ย ม๊า อั๊วมาร์คเอง อั๊วกลับมาแล้วนะ.....ไปไหนกันหมดนะ"

     แต๊ก ๆๆๆๆๆๆ

     ทันใดนั้นเองกำนันอิม ที่บุกป่าฝ่าดง ขี่อีแก่จนพาตัวเองมาถึงบ้านเจ๊กสำลีได้สำเร็จ

     สภาพของกำนันบ้านโคกอีเลิงสุดหล่อเหมือนกับว่าพึ่งผ่านการฝึกทหารมาหมาด ๆ เนื้อตัวของแจบอมเต็มไปด้วยเศษฝุ่นผงจากถนนดินแดง ดูมอมแมม ไม่เหลือเค้าสภาพกำนันอิมผู้ยิ่งใหญ่เลยสักนิด

     มาร์คหันไปมองตามเสียงก่อนจะพบผู้มาใหม่ที่กำลังขี่รถมอไซต์คันเก่าที่ดูเหมือนใกล้พังเข้ามาจอดข้างในบ้านก่อนจะดับเครื่อง 

     โห้ นั่นไปตกถังฝุ่นที่ไหนมาว่ะ มาร์คมองสภาพคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะคิดอยู่ในใจ

     ภาพที่ชายหนุ่มเห็นคือ ลุงที่ขี่มอไซต์จะพังแลไม่พังแลเข้ามาในบ้านสภาพของลุงเขาดูมอมแมม จนชุดที่ใส่อยู่ เอ่อ สีอะไรว่ะนะ มองไกล ๆ ยังสะดุดตา แล้วมองใกล้ ๆ นี้อย่างกับตัวตลกแน่ะ คนบ้านนอกคอกนานี่ชอบแต่งตัวแปลกกันจัง

     แจบอมเองหลังจากที่จอดรถเสร็จก็หันมาเจอเข้ากับมาร์คที่กำลังมองเขาอยู่ก่อนหน้านั้น

     เอ่อ ^^?

     หืม -_-?

     ทั้งสองต่างจ้องหน้ากันอย่างสงสัยในตัวของอีกฝ่าย

     'ไอ้หมอนี่นี่มันใครว่ะ มายืนทำอะไรอยู่ในบ้านของเจ๊กสำลี' แจบอมได้แต่คิดสงสัยอยู่ในใจ

     'ลุงคนนี้ใครกัน เอ๊ะหรือว่าจะเป็นคนที่ดูแลบ้าน ต้องใช่แน่ ๆ' 

     มาร์คเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นเหมือนดังที่ตนเองคิดก็เป็นฝ่ายแนะนำตัวเองขึ้นมาก่อน

     "สวัสดีครับ ลุง"

     "หืม?"

      ใคร ใครลุง?  ไอ้หมอนี่มันเรียกใครว่าลุงว่ะ O_o?

     "ลุงมาก็ดีละ ผมเป็นลูกชายของคนในบ้านนี้ พอดีผมเพิ่งมาถึง ลุงไปเปิดบ้านแล้วยกกระเป๋าในรถลงให้ผมหน่อยสิ"

     มาร์คบอกอีกฝ่าย แจบอมยังมีท่าทีมึนงงไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายสั่งเขารึป่าว เขาจึงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ทำตามที่คนตรงหน้าบอก

     "เอ้าลุง ยืนนิ่งอยู่ได้ ไม่เข้าใจที่ผมบอกเหรอ ผมบอกให้ลุงไปเปิดบ้านแล้วยกกระเป๋าที่หลังรถไปให้ผมด้วย เข้าใจรึยัง"

     มาร์คที่เห็นว่าอีกคนยังยืนนิ่งไม่ยอมทำตามที่เขาบอก ก็พูดย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปนั่งรอตรงชานระเบียบหน้าบ้าน 

     O_O! แจบอมอึ้งค้างตาโต รู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พอจะเริ่มเข้าใจในสิ่งที่คนตรงหน้าสั่งเขาแล้ว หมอนี่คงคิดว่าเขาเป็นคนรับใช้บ้านนี่สินะ  หน้าตาเขาเหมือนคนรับใช้ตรงไหนกัน

     เว้ยไอ้ห่านี่ ข้าเป็นกำนันนะโว้ยเห้ยย = =* ฮึ่มมม

     แจบอมได้แต่กัดฟันกรอดจนเส้นเลือดปูด รู้สึกโกรธเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นอย่างมากที่ไม่ทันได้ถามอะไรก็ทึกทักคิดเอาเองว่าเขามาเป็นคนใช้ของบ้าน ทั้ง ๆ ที่กำนันอิมอย่างเขา ยังไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้ามาชี้หน้าสั่งให้เขาทำเหมือนไอ้คนตรงหน้านี้เลยซักคน

     ยกเว้นเมียอ่ะนะ กับคนนี้ไม่ว่าจะสั่งอะไรกำนันอิมก็พร้อมทำให้ทุกอย่าง

     "เอ็งเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งข้า"

     ด้วยความที่เริ่มจะมีน้ำโหนิด ๆ  กำนันอิมจึงถามชายตรงหน้าไป

     "เอ้า โอ้ยให้ตาย ลุง ผมก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่าผมเป็นลูกของเจ้าของบ้านหลังนี้ เนี่ยผมเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ ทำไม?ลุงคิดว่าผมโกหกงั้นเหรอ แหม่ะไม่ต้องห่วงหรอก ผมไม่หลอกลุงหรอกน้า ลุงนี่ก็ทำงานดีเหมือนกันนะเนี่ย เอางี้เดี๋ยวผมให้เตี่ยขึ้นเงินเดือนให้ละกัน"

     มาร์คเห็นว่าลุงคนดูแลบ้าน ไม่ยอมทำตามที่เขาบอกสักทีจึงอธิบายเรื่องของตนให้อีกฝ่ายฟังอีกครั้งนึง พร้อมรับปากว่าจะให้ผู้เป็นพ่อขึ้นเงินเดือนให้คนตรงหน้าอีก

     "ฮึ่มม เย็นไว้กู เย็นไว้"

     แจบอมพยายามสะกัดกลั้นอารมณ์ ที่กำลังจะปะทุออกมาให้ค่อย ๆ เย็นลงก่อนที่เขาจะเผลอฆ่าคนก็วันนี้

     นอกจากมันจะไม่สะทกสะท้านแล้วมันยังจะสั่งให้พ่อมันขึ้นเงินเดือนให้อีก นี่เขาควรดีใจใช่ไหมใครก็ได้บอกที

     "ข้าคงทำแบบที่เอ็งบอกข้าไม่ได้หรอก" 

     แจบอมพูดขึ้น เขาปฏิเสธโดยการพูดออกไปตรง ๆ ว่าทำตามที่อีกฝ่ายสั่งไม่ได้

     "อ้าวทำไมละลุง แค่ยกกระเป๋าแล้วก็เปิดบ้านเอง เหอะน่า ลุงมีน้ำใจป่าว นี่เมื่อกี้ผมอุตส่าห์บอกว่าจะให้เตี่ยขึ้นเงินให้แล้วไง"

     "ข้าบอกว่า ไม่ได้ก็คือไม่ได้สิวะ"

     "ต้องได้ดิลุง นี่ผมจ้างลุงนะ"

     มาร์คยังคงตื้ออีกคนไม่ยอมหยุด

     "ข้าไม่ใช่คนใช้ของเอ็ง และข้าเองก็ไม่ได้มีหลานชายที่ไหน หยุดเรียกข้าว่าลุงได้แล้ว และถ้าเอ็งยังตื้อข้าไม่หยุด อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ" 

     แจบอมที่ทนความดื้นด้านของอีกฝ่ายไม่ไหว ก็ระเบิดออกมาเป็นคำพูดพร้อมกับชี้หน้าเป็นการกล่าวเตือนมาร์คหากยังไม่หยุด ทำเอามาร์คที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจกับท่าทางของอีกคน

     "อะไรกัน แค่นี้ก็ต้องโหดด้วย ทำเองก็ได้ว่ะ หึ่ย"

     มาร์คหันมาพูดพึมพัมแบบตั้งใจให้คนตรงหน้าได้ยิน ก่อนจะเดินลงจากชานระเบียงบ้านไปเปิดท้ายรถแล้วหิ้วกระเป๋าลงมา

     แจบอมที่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรกับฝ่ายนั้นอีก กำนันอิมจึงเดินไปนั่งที่ที่ก่อนหน้านี้มาร์คเคยนั่งอยู่

     มาร์คเองก็เดินหิ้วกระเป๋าเข้ามาวางไว้ข้างใน ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงระเบียบที่ทำหน้าบึ้งตึงไม่คลาย เห็นแบบนั้นเจ้าตัวจึงเดินเข้าไปนั่งด้วยคน

     แจบอมรับรู้ถึงการมาของอีกคนแต่ก็ยังคงไม่สนใจเหมือนเดิม

     มาร์คที่เห็นแบบนั้นเลยนึกอยากจะแกล้งคนตรงหน้าสักหน่อย หมั่นใส้ โทษฐานที่ลุงแม่งไม่มีน้ำใจมาช่วยยกกระเป๋า

     "อ่ะ แฮ่ม" มาร์คทำท่ากระแอมในลำคอ

     ไรมึงอีกอ่ะ ส้น-ีนติดคอไง =_=' 
     
     แจบอมได้ยินแต่ก็ไม่ได้หันไปมอง เพราะไม่อยากจะเสวนาด้วยซักเท่าไร

     "นี่ลุง"

     ลุง มันเรียกเขาว่าลุงอีกแล้ว -_-

     แจบอมหันไปมองหน้าอีกคนพร้อมกับส่งสาตายพิฆาตไปให้ด้วย 

     "ฮาฮ่า ลุงนี่ตลกว่ะถามจริงที่นี่มีคลีนิกทำฟันไหมลุง"

     "เอ็งถามทำไม"

     "เอ้า ก็ถามเผื่อลุงไง ดูดิฟันหน้ายื่นจนจะเซาะหน้าผมได้อยู่ละ ฮาฮ่าฮาาาา"

     "ไอ้นี่ o_O เอ็ง...ตลกนักไงห้ะ ข้าเพื่อนเล่นเอ็งรึไง"

     แจบอมคิดว่าคนตรงหน้าเขาชักจะเล่นมากไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นบ้านของเจ๊กสำลีนะ ไอ้หมอนี่ได้โดนเขาย้ำตีนไปแล้ว นอกจากจะไม่รู้จักกันแล้วมันยังจะมาทำเป็นตีสนิทเขาอีก

     แจบอมได้แต่ข่มความโกรธไว้ในใจ พลางคิดว่าเขาไม่ควรจะใส่ใจกับสิ่งที่คนตรงหน้าพูด

     "แหม่ะลุง ขำ ๆ น้าาา อย่าถือสาเลย ว่าแต่ลุงชื่ออะไรอ่ะผมยังไม่รู้จักชื่อลุงเลยนะ"

     "ไม่จำเป็น สำหรับเอ็งคงไม่จำเป็นจะต้องรู้จักข้า"

     "ฮันน้อ เล่นตัวซะด้วยคนเรา^^*"

     มาร์คยังคงก่อกวนไม่เลิก เขาคิดว่าในระหว่างที่รอคนที่บ้านกลับมาแกล้งลุงตรงหน้าก็สนุกดีเหมือนกัน

     ก ว น ตี น!-_-^

     แจบอมคิดว่าคนตรงหน้าเขากำลังเป็นแบบนั้น 

     "นี่ ลุงจะไม่บอกชื่อผมจริง ๆ เหรอ"

     มาร์คเอ่ยถามคนตรงหน้าอีกครั้งไม่ได้ว่าจะกวนประสาทหรือแกล้งอะไร เขาก็แค่อยากรู้จักชื่ออีกฝ่ายก็แค่นั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าลุงแกจะห่วงอะไรนักหนากับอีแค่บอกชื่อตัวเองให้เขารู้

     "อยากรู้ชื่อข้างั้นเหรอ"

     แจบอมที่รู้สึกรำคาญคนตรงหน้าที่เอาแต่ถามเซ้าซี้ไม่เลิก ก็อดไม่ไหวที่จะพูดโต้ตอบด้วยอีกครั้ง

     "ถ้าไม่อยากแล้วผมจะถามทำไมละลุงก็" แหม่ะลุงนี่ก็ถามแปลก

     "ก็ได้ข้าจะบอกเอ็งก็ได้....เรียกข้าว่ากำนันอิม"

     มาร์คขมวดคิ้วมน เมื่อได้ยินอีกฝ่ายแนะนำตัว พลางมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง โห้ กำนัน มียศซะด้วย แต่...ไม่เชื่ออ่ะ สภาพอย่างนี้เนี่ยนะจะเป็นกำนัน บอกว่าชื่อตาอิมปั่นสามล้อถีบยังน่าเชื่อกว่านี้อีก

     "หืม มียศซะด้วย  กำนันอิม ฮาฮ่าฮา เข้าใจแนะนำตัวเนาะลุง ฮาฮ่า ถ้าลุงเป็นกำนันผมก็เป็นปลัดแล้วแหล่ะอย่างงั้น"

     "บ่ะ ไอ้นี้ ชักจะมากเกินไปแล้วนะเอ็ง ทำไม ถ้าข้าเป็นกำนันแล้วเอ็งจะทำไม"

     แจบอมเดือดอีกครั้ง หลังจากที่ได้ฟังคำพูด ที่ดูเหมือนไม่เชื่อว่าเขานั้นเป็นกำนันของชายหนุ่มตรงหน้า 

     "ก็ไม่ทำไมหรอกลุง แค่นี้ทำเป็นโกรธ ไม่เอาไม่เอา อย่าโกรธสิ ฮ่าฮาฮา"

     "อามาร์ค"

     มาร์คที่กำลังหัวเราะอยู่ก็หันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะพบว่าคือแม่ของเขาเอง มาร์คเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งไปหาผู้เป็นแม่ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับสวมกอดให้หายคิดถึง

     "ม๊าาา คิดถึงจัง อั๊วเรียกหาตั้งนาน ไปไหนมารู้ไหมว่าอั๊วมารอเป็นชั่วโมงแน่ะ"

     "อ่าา ม๊าแวะไปตลาดมาน่ะ แล้วนี่ไหนดูสิลูกชายม๊าโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อเชียว"

     "อันนี้ก็แน่นอนอยู่แล้ว อ่อม๊าแล้วเตี่ยอ่ะ เตี่ยไปไหน"

     มาร์คที่ไม่เห็นผู้เป็นพ่อจึงถามขึ้น

     "นู้นไงเตี่ยลื้อ"

     ชายหนุ่มหันไปมองตามที่แม่บอก ก่อนจะเห็นผู้เป็นพ่อที่กำลังเดินหอบถุงที่คาดว่าจะเป็นพวกของที่ไปซื้อมาจากตลาด 

     "อ้าว ว่าไงลูกชาย ลื้อมาถึงตอนไหนเนี่ย"

     "ก็ชั่วโมงนึงเห็นจะได้ อั๊วช่วยถือนะเตี่ย"

     พูดพร้อมยื่นมือเข้าไปแย่งถุงที่ผู้เป็นพ่อหอบมาไว้ในมือตัวเอง

     "อ้าวแล้วนั่นใครละนั่น"

     เจ๊กสำลีที่มองไปเห็นบุคคลที่นั่งอยู่บนชานระเบียงหน้าบ้าน พูดขึ้นพลางมองด้วยความสงสัย

     แจบอมที่นั่งเงียบอยู่นาน จึงเดินเข้ามาใกล้ทั้งสามคน พร้อมกับตวัดสายตาไปหามาร์คอย่างเคือง ๆ 

     "ว่าไงเจ๊หมิง เถ้าแก่ วันนี้ผมมาเรื่องธุระที่บอกเอาไว้กับเมียผมน่ะ"

     "กำนันอิม"

     "อ้าวนึกว่าใคร สวัสดี ๆ อากำนันอิม อั๊วต้องขอโทษด้วยที่ให้นั่งรอนานไม่นึกว่าอากำนันจะมาเร็วแบบนี้"

     แจบอมยิ้มตอบให้คนตรงหน้าพลางบอกว่าไม่เป็นไรต่างจากอีกคนที่ตอนนี้เหมือนกับโดนค้อนปอนทุบหัว เมื่อได้ยินผู้เป็นพ่อเรียกอีกฝ่ายว่ากำนัน 

     ห้ะ อะไรนะ เมื่อกี้เหมือนได้ยินแว่ว ๆ ว่าเตี่ยเรียกใครว่ากำนัน

     "อ่า กำนันอั๊วลืมแนะนำไปเลย นี่ลูกชายอั๊ว อามาร์ค อามาร์คนี่อากำนันอิม กำนันบ้านโคกอีเลิง"

     มาร์คอยากจะร้องไห้ เขาฟังไม่ผิดจริง ๆ กำนันอิม กำนันบ้านโคกอีเลิง ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกอยากจะหายไปจากตรงนี้โดยเร็ว ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่าย

     กำนัน เฮ้ย นี่ลุงเขาเป็นกำนันจริง ๆ เหรอว่ะ ชิบหายแล้วกู เล่นไปซะเยอะเลย

     "อะ..เอ่อ ครับ สวัสดีครับกำนัน"

     แจบอมมองคนตรงหน้าที่ยกมือสวัสดีตรง แตกต่างจากครั้งแรกที่พบกันจากหน้ามือเป็นหลังมือ

     หึเป็นไงละมึง ถึงกับอึ้งเลยละซิ 

     แจบอมไม่ได้รับไหว้อีกฝ่ายแต่อย่างใด เขาเดินเข้าไปใกล้ตัวของมาร์ค

     "ไงละเอ็ง สงสัยจะได้เป็นปลัดแล้วละ จำไว้ให้ดีละ ข้าคือกำนันบ้านโคกอีเลิง ชื่อของข้าคือ อิม แจบอม"

     แจบอมก้มก้มลงมากระซิบข้างหูมาร์ค ก่อนจะแสยะยิ้มส่งมาให้ชายหนุ่มยืนตัวแข็ง
     
     ครับ จำได้ไม่ลืมเลยละครับT_T


     ****


     "ขอบคุณกำนันมาก ที่สละเวลามาคุยเรื่องงานกับอั๊ว" 

     "ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อย กำนันอย่างผมมีหน้าที่ดูแลลูกบ้านอยู่แล้ว"

     "ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณจริง ๆ ฝากขอบคุณอาจินยองเมียกำนันด้วยนะ บอกว่าอั๊วขอบใจมากสำหรับเรื่องขนมที่จะจัดเตรียมให้ในวันงาน"

     หลังจากที่คุยธุระเสร็จเรียบร้อยเจ๊กสำลีเถ้าแก่โรงสีข้าวก็เดินออกมาส่งกำนันอิมที่หน้าบ้าน

     "ได้เลย เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยังไงผมก็ต้องขอตัวกลับล่ะ ไปละนะเถ้าแก่"

     "ขับรถดี ๆ ละอากำนัน"

     หลังจากที่ส่งกำนันเสร็จเจ๊กสำลีที่กำลังจะเดินกลับเข้าไในบ้านก็ต้องสะดุ้งตกใจกับลูกชายตัวเองอย่างมาร์คที่เดินมาใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

     "อามาร์ค ทำอะไรของลื้อเนี่ย อั๊วตกใจหมด"

     "โถ่เตี่ย ทำเป็นขวัญอ่อนไปได้ แล้วนี่ กำนันเขาไปแล้วเหรอ"

     มาร์คถามถึงกำนันอิม กำนันบ้านโคกอีเลิง

     "อืม อากำนันลื้อเพิ่งขี่มอไซต์ออกไปเมื่อกี้ ทำไม ว่าแต่ลื้อเถอะเป็นอะไรตั้งแต่อั๊วแนะนำให้รู้จักอากำนันแล้ว ลุกลิก ๆ อยู่ได้"

     จะให้บอกว่าตัวเองไปแกล้งอีกคนไว้รวมถึงพูดจาเลอะเทอะทึกทักว่ากำนันอิมเป็นคนใช้ของบ้านก็กะไรอยู่ ก็ตั้งแต่ที่ผู้เป็นพ่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการให้ได้รู้จักกัน มาร์คไม่กล้าออกมาสู้หน้าอีกคนเพราะรู้สึกขายหน้าที่ตัวเองทำอะไรไม่คิดให้รอบคอบ ก็ใครมันจะไปรู้ว่าลุงที่ใส่เสื้อสีเขียวปี๋ที่ขับมอไซต์คันเก่าตัวคลุกฝุ่นคนนั้นจะกลายมาเป็นกำนันได้เล่า 

     "อั๊วป่าวสักหน่อย ไปดีกว่า"

     มาร์คพูดแล้วก็เดินหันหลังกลับเข้าบ้านไปทันที เจ๊กสำลีได้แต่มองลูกชายแล้วส่ายหน้าเบา ๆ 

     "เอ้อ ไอ้ลูกคนนี้ ท่าจะบ้าแฮะ"






     (แบมแบมพาร์ท)

     "ถึงแล้ว ๆ อ้าวลง ๆ"

     รถกระบะยี่ห้อวีโก้ขับเคลื่อนเข้ามาจอดในบริเวณบ้านของกำนันอิม จินยองลงจากรถเป็นคนแรกก่อนจะสั่งให้เด็กสองคนอย่างเจ้ายักและเจ้าสองขนของที่ซื้อมาเข้าไปไว้ในบ้าน ตามด้วยแบมแบมที่ลงจากรถมาเป็นคนสุดท้าย

     ปึ่ก!

     แบมแบมใช้มือผลักประตูรถปิดเสียงดัง แล้วเดินเข้ามาหายักกับสองที่ช่วยกันขนของลงจากหลังรถกระบะอยู่

     "ไอ้ยักไอ้สอง เอ็งสองคนขนของลงจากรถเสร็จรีบไปหาข้าด่วน เข้าใจ๋" แบมแบมบอก

     "ครับ/ครับลูกพี่"

     "ดีมาก เร็ว ๆ ละอย่าให้ข้ารอนาน"

     คนตัวเล็กบอกสองคนนั้นก่อนจะเดินตรงไปยังหลังบ้าน แบมแบมที่เดินเข้ามาในส่วนของหลังบ้านเขาตั้งใจว่าจะไปหาพี่ชายที่ตอนนี้คงจะกำลังนั่งทำอะไรสักอย่าง ตามประสาคนไม่ชอบนั่งวางอยู่เฉย ๆ และก็ไม่ผิดอย่างที่คาดไว้ คนตัวเล็กยืนมองพี่ชายที่ตอนนี้กำลังนั่งพับใบตองไว้ใส่ขนมขาย เห็นท่าทางที่ดูตั้งอกตั้งใจของยองแจ แบมแบมก็นึกอยากจะแกล้งพี่ชายตัวเองขึ้นมา

     เขาค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปหาอย่างช้า ๆ โดยไม่ให้อีกคนรู้ตัว

     ยองแจไม่ทันรู้ตัวเลยสักนิดว่ามีคนเข้ามาใกล้ตัวเขา เพราะว่ากำลังตั้งใจพับใบตองอยู่ หลังจากที่คัดลูกมะพร้าวเสร็จก็มานั่งพับใบตองไว้ใส่ขนมขายพรุ่งนี้ นี่คือกิจวัตรประจำวันของเขาหลังจากขายขนมเสร็จหมดแล้ว 

     แบมแบมเดินเข้ามาใกล้ยองแจเห็นแบบนั้นแล้วก็ไม่รอช้า

     "แฮ่! พี่จ๋า"

     "ว้ายย!!"

     ยองแจสะดุ้งตกใจตื่น ร้องเสียงหลงออกมา ก่อนจะมองไปที่ตัวต้นเหตุอย่างแบมแบมที่ตอนนี้ยืนหัวเราะเขาอยู่ คงจะพอใจสิท่าที่เเกล้งเขาได้

     "แบม เล่นอะไรเนี่ย พี่ตกใจนะ"

     หันไปพูดกับน้อง ก่อนจะทำหน้าดุส่งไปให้ด้วย

     "ฮาฮ่าฮ่า ตลกอ่ะพี่แจ ฮาฮะฮา" แบมแบมยังขำผู้เป็นพี่ไม่หาย

     "เดี๋ยวเถอะ ยังไม่หยุดอีก"

     ยองแจที่เห็นว่าอีกคนยังไม่หยุดหัวเราะตนก็เริ่มจะงอนอีกฝ่ายเข้าให้เเล้ว แบมแบมชอบแกล้งเขาตลอด น้องชอบเล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ เล่นแผลง ๆ ไม่เข้าเรื่อง แต่เขาก็เป็นพี่ที่ดุได้ไม่นานนักหรอก เพราะอีกเดี๋ยวเวลาที่เจ้าตัวเข้ามาง้อเขาก็จะหายงอนทันที

     แบมแบมที่เห็นว่าพี่ชายเริ่มจะงอนเขาเข้าให้แล้ว ก็หยุดหัวเราะทันที คนตัวเล็กเข้าไปนั่งลงข้างผู้เป็นพี่แล้วสวมกอดอีกฝ่ายพร้อมทั้งส่งสายตา เพื่อจะทำการง้อคนขี้งอน

     "โอ๋ ๆๆ ไม่งอนนะคนสวย"

     ยองแจมองคนที่กอดตัวเองแน่น แบมแบมกำลังส่งสายตาออดอ้อนง้อเขาเหมือนที่เจ้าตัวใช้ทำประจำ 

     "งอนมาก ๆ หน้าเหี่ยว พี่หมวดแจ๊คไม่รักไม่รู้ด้วยน้าาา"

     "แบมแบม!! เดี๋ยวเถอะ"

     นี่จะมาง้อหรือทำให้งอนหนักกว่าเดิมกันแน่เนี่ย

     "ฮะฮาฮ่า แบมล้อเล่นน้าพี่แจก็ พี่แจของแบมน่ารักจะตายพี่หมวดแจ๊คมีหรือจะไม่รัก"

     "หึ ทำเป็นพูดดีไป ปล่อยได้แล้วพี่จะทำงานต่อ"

     "ไม่เอาอ่ะ" แบมแบมส่ายหน้า 

     "พี่แจต้องหายงอนแบมก่อน"

     ยองเเจที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปหยิกแก้มน้อง ด้วยความหมั่นเขี้ยว 

     "พี่เคยงอนเราเกิน 5 วิด้วยหรือไง ปล่อยได้แล้วพี่จะได้พับใบตองต่อ"

     แบมแบมที่ได้ฟังคำพูดของพี่ชายก็ยิ้มออกมาก่อนจะปล่อยกกอดพี่ชายให้เป็นอิสระ แล้วเขยิบตัวออกห่างยองแจนิดนึง

     "แล้วนี่ พ่อไปไหนเหรอจ๊ะพี่"

     แบมแบมที่ไม่เห็นผู้เป็นพ่ออย่างกำนันอิมก็เอ่ยถามพี่ชายดู

     "สงสัยพ่อจะออกไปทำงานมั้ง พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อเช้านี้พ่อเรียกหาพี่ไปถามถึงพวกเราอยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก็คงออกไปทำงานแหล่ะ"

     "อืมงี้นี้เอง แล้วนี้พี่พับใบตองใกล้เสร็จยังจ๊ะ"

     "ยังเลย เหลืออีกเยอะ ที่ถามนี่จะช่วยพี่ทำหรือไงหืม.."

     "ป่าว ใครบอกเล่า ฮะฮา แบมว่าจะชวนพี่แจไปเดินเล่นน่ะ"

     "เดินเล่น เดินเล่นที่ไหน" 

     ยองแจขมวดคิ้วสงสัย ไม่เข้าใจน้องจะชวนไปเดินเล่นอะไรตอนนี้ นี่เพิ่งจะเที่ยงวันแดดส่องจ้าซะขนาดนี้ ไม่เหมาะแก่การเดินเล่นเลยซักนิด

     "ก็ว่าจะไปเดินแถวตลาดสดบ้านเรานี่แหล่ะ"

     "หืมได้ข่าวว่าเพิ่งไปตลาดมา แล้วยังจะไปอีกทำไม" 

     มองหน้าน้องชายด้วยความสงสัย

     "ก็นั่นมันตลาดในเมือง นี่บ้านเราไงไม่เหมือนกันซะหน่อย"

     ยองแจไม่ค่อยอยากจะเชื่อน้องชายสักเท่าไหร่ แบมแบมน่ะทั้งดื้อและก็แสบ ซนเอามาก ๆ เห็นตัวเล็กน่ารักแบบนี้แต่เฮ้วเอาเรื่องเลย ไม่อย่างงั้นเจ้ายักกับเจ้าสองเด็กที่บ้านจะเรียกคนตัวเล็กว่าลูกพี่ได้ไงล่ะ

     "จะทำอะไรอีกล่ะ ทีนี่"

     แบมแบมหันไปมองหน้าผู้เป็นพี่ที่เหมือนพูดดักทางเขาเอาไว้ก่อน นี่จะมีเรื่องไหนที่เกี่ยวกับเขาบ้างไหมที่พี่ไม่รู้บ้าง รู้ทันตลอดเลย ชิน่าเบื่อ

     "รู้ทันอีกแหล่ะ บรู้วว อะไรอ่ะ"

     แบมแบมพูดขึ้นก่อนจะทำปากยื่นออกมาแล้วทำสีหน้าเบื่อหน่ายให้คนเป็นพี่เห็น 

     "ก็ไม่ได้จะทำอะไรหรอก วันนี้มันเบื่อ ๆ ก็เลยจะไปหาอะไรคลายเคลียดหน่อย"

     "อย่างเช่น..อะไร"

     "หาเรื่องคน"

     "นี่จะบ้าเหรอ เดี๋ยวเถอะ หัดทำตัวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรห้ะ"

     "โอ้ย ๆ พี่แจ แบมเจ็บ"

     ยองแจบิดแขนแบมแบมอย่างแรง จนเจ้าตัวร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนที่เจ้าตัวจะสะบัดมือของพี่ชายออก แล้วลุกขึ้นยืน เขยิบตัวออกห่างจากผู้เป็นพี่

      "ไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย แบมจะไปกล้าทำอะไรแบบนั้นได้ละ"

     ดูสิเขียวเลย T T มือหนักซะมัด พี่ใครว่ะ

     "ก็เราเป็นคนพูดเองว่าหาเรื่องคนนิ"

     "นี่แบมนะ ลูกกำนันอิมจะกล้าทำให้ชื่อพ่อกำนันเสียหายเหรอ"

     "แล้วไป ดีแล้วที่คิดแบบนั้น"

     ยองแจพอฟังที่น้องอธิบายก็โล่งใจไป นึกว่าน้องจะทำอะไรแบบนั้นจริง ๆ ซะอีก

     หึ่ย!! งอนบอกเลย พี่แจนี่อะไรก็ไม่รู้ ดีแล้วที่ไม่ว่างไปด้วย ไม่งั้นเขาคงจะเขียวช้ำไปทั้งตัว

      "แล้วนี่ตกลงจะไปทำอะไรกันแน่ เอาดี ๆ " ยองแจถามผู้เป็นน้องอีกครั้ง

     "อยากรู้เหรอ"


     "เอ้า ที่ถามก็เพราะอยากรู่น่ะสิ เอ๊ะ นี่กวนใช่ไหม"

     "ไม่บอกหรอก แบร่"
     
     
     เรื่องอะไรจะบอกเล่า ขืนบอกพี่ยองแจ ก็ได้โดนหยิกเขียวไปทั้งตัวเลยน่ะสิ บู้วว ไม่เอาหรอ
เขาวิ่งหนีออกมาทันทีเมื่อพูดจบ


     "แบมแบม! เดี๋ยวเถอะกลับมานี่เดี๋ยวนี้เลย มาตอบคำถามพี่ก่อน

      ยองแจได้แต่ตะโกนเรียก จอมกวนที่มาทำให้เขาอยากรู้แต่กลับไม่ยอมบอก แถมยังวิ่งหนีเขาอีก

     แบมแบมวิ่งออกมาจากบริเวณหลังบ้าน ก่อนจะหยุดวิ่งยืนหอบหายใจอยู่สักพัก

"โอ๊ะ!! ลูกพี่ วิ่งหัวตั้งมาเลย หนีอะไรอ่ะ "

     เจ้ายักกับเจ้าสองหลังจากที่ขนของเสร็จกำลังจะเดินไปหาอีกคนอยู่พอดี มาทันเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่คนตัวเล็กวิ่งออกมาจากสวนหลังบ้าน นึกสงสัยจึงถามออกไป

     "หนีอะไรล่ะ หนีพี่ข้าน่ะสิ นี่แล้วพวกเอ็งสองคนขนของเสร็จกันแล้วใช่ไหม?"

     "เสร็จแล้ว พวกฉันสองคนกำลังจะเดินไปหาลูกพี่พอดี ว่าแต่พี่จะหนีพี่แจทำไมอ่ะ"

     "เออน่า อย่าถามข่ามาก เสร็จแล้วก็ดีป่ะ ไปกัน" พูดก่อนจะออกเดินนำหน้า

     "หืม? ไปไหนอ่ะลูกพี่"

     "นั่นสิลูกพี่จะไปไหน เอ๊ะ! ฮันแน่! อย่าบอกนะว่าลูกพี่จะให้พวกเราสองคนไปเล่นวิ่งจับแย้เหมือนวันก่อนอีกอ่ะ"

     =_= จับแย้บ้านป้าแกสิ  แบมแบมได้แต่คิดในใจ เขาหันไปมองหน้าทั้งสองคน ก่อนจะ...

     ผัวะ!!

     "อ๊ากก เจ็บ ๆๆ Y_Y"

     "ถ้าไม่อยากเจ็บก็หยุดถาม แล้วตามข้ามา เซ้าซี้อยู่ได้"

     "โถ่ลูกพี่ พวกฉันก็แค่อยากรู้ที่หมายที่จะไปเท่านั้นเอง"

     "เอาเป็นว่า ข้าจะพาเอ็งสองคนไป หาเรื่องคน ก็แล้วกัน"

     เพราะทนรำคาญไม่ไหว ก็เลยตัดสินใจบอกปัดไป

     "ห้ะ หาเรื่องคน?"

     ทั้งยักและสองมองหน้ากันเหมือนไม่อยากจะเชื่อ ลูกพี่กินอะไรผิดป่าวว่ะ อยู่ ๆ จะชวนไปหาเรื่องคน

     "ใช่ หาเรื่องคน ตามมา"

     ชีวิตนี้ไม่สามารถขัดได้ ลูกพี่ว่ายังไงก็คงต้องเอาตามนั้น ทั้งสองคนเดินตามคนตัวเล็กไปติด ๆ ก่อนที่ทั้งสามนจะซ้อนรถมอไซต์อัดสามไปยังจุดหมายที่คนตัวเล็กเป็นคนบอกทาง

     บอกแล้วไงชีวิตพวกเขาบันเทิงได้อีกT T







     






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #17 wanwan p (@pa_vi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 08:55
    ดูท่าแล้วอุปสรรคใหญ่รออยู่นะมาร์ค ว่าที่พ่อตาดูโหด
    #17
    0