ตอนที่ 2 : บทเรียนที่ 1 : "การพบเจอ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    25 เม.ย. 61




        ร่างกายของผมกระตุก เปลือกตาค่อยๆ เปิดขึ้นเพื่อรับแสงไฟจากหลอดนีออนที่ส่องสว่างภายในห้องที่มีอาจารย์กำลังบรรยายอยู่หน้าห้องพร้อมกับนักศึกษามากกว่าร้อยชีวิตที่อยู่ร่วมกันภายในห้องเรียนแบบสโลป

          นี่ผมเผลอหลับแล้วฝันไปอย่างนั้นหรือ ?

          ผมยกมือขยี้ตาอย่างงัวเงีย บางทีคยองซูที่นั่งอยู่ข้างๆ กันควรจะปลุกผมบ้าง อย่างน้อยก็ไม่ใช่ปล่อยให้ผมหลับสนิทถึงขั้นฝันเป็นเรื่องเป็นราวได้ แต่จะโทษคนอื่นก็คงไม่ได้แหละนะ

            อย่าลืมนะครับ งานที่ผมสั่งไปวันนี้ จับใจความสำคัญให้ได้แล้วพวกคุณจะเข้าใจว่าต้องทำงานให้ออกมาเป็นแบบไหน

            “ค่ะ/ครับ

            “ถ้างานไม่ถูกต้อง พวกคุณคงรู้ดีว่าจะต้องแก้มันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถูก

            “...

            “เจอกันสัปดาห์หน้าครับ

            อาจารย์ปิดโน้ตบุ๊คเมื่อการเปิดสารคดีได้จบลงพร้อมกับเสียงบ่นเบาๆ ของนักศึกษาภายในห้องเกี่ยวกับความโหดร้ายที่อาจารย์เพิ่งจะป่าวประกาศออกมาเมื่อสักครู่นี้

            ตื่นแล้วเหรอ ?” คยองซูถาม

            อืม เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้เรื่องเลย

            “ก็ตั้งแต่ต้นคาบเหมือนทุกทีนั่นแหละ อย่าทำเป็นเรื่องแปลกใหม่ไปหน่อยเลย

            คยองซูพูดปนขำ การพูดกัดผมเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเพื่อนคนสนิทตั้งแต่มัธยมปลาย

            ผมเก็บของไปพลางเบ้ปากใส่เพื่อนรักเพียงคนเดียว บางทีการที่เราสนิทกันได้มากถึงขนาดนี้อาจเป็นเพราะความตรงไปตรงมาของคยองซูก็มีส่วน

          การใส่หน้ากากเข้าหา มันจะไปมีค่าได้อย่างไรกันล่ะ

          นี่... ฉันว่าอาจารย์มองนายอยู่นะ

            “หืม ?”

            คยองซูสะกิดมือให้ผมฟังแล้วหันไปมองอย่างที่เพื่อนบอก ผมเห็นว่าอาจารย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังโต๊ะไม้กลางห้องกำลังยืนนิ่งแล้วมองมาทางนี้อย่างที่คยองซูว่า

            ความผิดพลาดเกิดขึ้น ณ วินาทีนั้น

            ผมเผลอสบตากับเขาเป็นครั้งแรก... อาจารย์ชานยอล

            อาจารย์หนุ่มในวัยยี่สิบปลายๆ รูปร่างสูงใหญ่กำลังมองมาทางผม เขามองหน้า... ไม่สิ... เขากำลังสบตากับผม บีบคั้นบางอย่างในตัวผมด้วยความนิ่งในนัยน์ตาของเขา

            เขากำลังบังคับขาทั้งสองข้างให้ก้าวลงไปหาเขาที่หน้าห้องอย่างจำนน

            คุณรู้ใช่มั๊ยว่าคุณทำอะไรผิด ?”

            เขาถามเมื่อผมหยุดยืนตรงหน้า อาจารย์หนุ่มเจ้าของดวงตาที่งดงามภายใต้เลนส์แว่นสีใสกำลังร่ายมนต์สะกดผมอย่างเอาเป็นเอาตาย

          เขาหล่อชะมัดยาด...

          ในใจส่งเสียงร้องอย่างรุนแรงเมื่อได้ยืนอยู่ใกล้กันขนาดนี้

            ผมเหล่สายตาไปทางคยองซูที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยอารามตกใจ เพื่อนตัวเล็กคงจะแปลกใจที่จู่ๆ ผมก็เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาอาจารย์แบบนี้

            อย่าว่าแต่คยองซูเลย เพราะผมเองก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน

            ผมถามคุณ... คุณบยอนอาจารย์เรียก แต่ผมไม่ขานรับ

            ผมหันกลับมามองเขาอีกครั้งเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ผมควรจะให้ความสนใจมากกว่าเพื่อนในตอนนี้คือใคร รู้ครับ... ผมรู้

            “ในเมื่อคุณรู้ แล้วทำไมคุณถึงทำ ?”

            เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเฉกเช่นเดียวกับแววตาของเขา

            ผม...

            “ที่ไม่ใช่คำแก้ตัว

            โอเค ผมง่วงนอนครับอาจารย์ในเมื่อเขาไม่ให้แก้ตัว ผมก็เลือกที่จะตอบตรง ๆ หวังว่าเขาจะพอใจในคำตอบนั้น

            อาจารย์ยิ้ม เขายิ้มด้วยมุมปากของเขา และมันทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ... ผมรู้สึกคุ้นเคยกับมัน... รอยยิ้มแบบนี้ผมเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

          ใช่... เมื่อไม่นานมานี้ผมเคยเห็นมัน แต่ว่าที่ไหนกันล่ะ

          ผมชอบคำตอบของคุณ

            มือข้างหนึ่งยกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ขึ้นสะพายทั้งๆ ที่เรายังคงสบตากันอยู่ เขายังคงยิ้มอยู่อย่างนั้น ซึ่งผมเองก็บอกไม่ถูกว่ารอยยิ้มนี้ต้องการสื่อถึงอะไร

            เพราะถูกใจในคำตอบ หรือถูกใจที่เราสบตากัน...

            ครับ

            ผมหวังว่าเราจะได้ คุย กันมากกว่านี้อีกหน่อย

            ครับ ?”

            คำว่าคุยที่ออกจะเน้นเสียงของเขาทำให้ผมเกิดความสงสัย แต่คำตอบที่ควรจะได้รับมีโอกาสเป็นศูนย์เมื่ออาจารย์ชานยอลเลือกที่จะเดินออกไปหลังจากทิ้งคำถามเอาไว้ให้ตัวผมเองได้คิด

            แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดเห็นทีคงจะเป็นความรู้สึกของผมที่รู้สึกว่าเราคุ้นเคยกัน...

            จะบอกว่าเคยเจอกันมาก่อนมันก็ไม่ใช่... ความรู้สึกของผมมันบอกว่ามีบางอย่างที่มากกว่านั้น แต่อะไรกันล่ะ ?

            “แบคฮยอน!” เสียงของคยองซูดังขึ้นมาเรียกสติ เป็นอะไรน่ะ อยู่ดีๆ ก็เดินออกไปหาอาจารย์เองแบบนั้น

            เป็นอะไรงั้นเหรอ... นั่นสิ... ผมเป็นอะไร...

            มือข้างขวาของผมยกขึ้นมาทาบทางหน้าอกด้านซ้ายโดยไม่รู้ตัว จังหวะหัวใจเต้นแปลกไปเพียงแค่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้... เพียงไม่ถึงห้านาทีที่ผมได้ยืนตรงหน้าของเขา ได้ฟังน้ำเสียงแหบทุ้ม และแววตาที่จ้องมองราวกับต้องการค้นหาอะไรบางอย่างภายในตัวผม มันทำให้ผมสูญเสียตัวเองไปชั่วขณะ รวมไปถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับหัวใจของผมในตอนนี้

            อะไรกัน... มันไม่ใช่รักแรกพบสักหน่อย ผมไม่ได้รู้สึกหวาบหวามอะไรแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ และผมเองก็เคยเรียนกับอาจารย์มาบ่อยครั้งแล้วด้วยซ้ำ

            แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเพิ่งได้คุยกัน...

            ผมเลี่ยงคำถามของคยองซูด้วยการเดินกลับขึ้นไปที่โต๊ะเพื่อหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายแล้วเดินออกจากห้องเรียนไปอย่างเงียบๆ ผมไม่รู้จะให้เหตุผลกับเพื่อนตัวเองได้อย่างไรในเมื่อแม้แต่ตัวเองก็ยังสับสน

            เสียงของคยองซูดังเจื้อยแจ้วตามหลังมาไม่หยุดเมื่อเจอความเงียบเป็นคำตอบ ผมก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือซึ่งบ่งบอกว่าถึงเวลาที่ผมควรจะไปเตรียมตัวเพื่อทำงานได้แล้ว

            เห้อ...ผมถอนหายใจแล้วหันกลับไปหาคยองซูที่เดินตามมาเพราะทางกลับเราอยู่ทางเดียวกัน ถึงบ้านนายแล้ว เข้าบ้านไป

            “นี่! นายยังไม่ตอบคำถามของฉันเลยนะคยองซูยังคงตื๊อเพื่อจะเอาคำตอบให้ได้ เอางี้ดีกว่า เดี๋ยวฉันไปหอนายดีมั้ย ไปนั่งคุยกัน...

            “ไม่ได้ !” ผมเผลอตะคอกออกไปเมื่อได้ยินข้อเสนอของเพื่อน นั่นทำให้คยองซูหน้าเสียทันทีเพราะไม่รู้ว่าพูดอะไรที่ทำให้ผมต้องตะคอกใส่เขาแบบนั้น

            เอ่อ... ฉันแค่อยากคุย เห็นนายแปลกๆ ฉันก็เป็นห่วง

            “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ... ไว้พรุ่งนี้คุยกันนะคยองซู เดี๋ยวพาไปเลี้ยงข้าวมื้อกลางวัน

            คยองซูหูตั้งเหมือนลูกหมาทันทีเมื่อได้ยิน นายพูดแล้วนะ ฉันให้อภัยก็ได้! พรุ่งนี้เจอกัน

            พูดจบก็เดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมผิวปากอย่างอารมณ์ดี ผมรู้ว่าการที่เอาของกินมาล่อเพื่อนมันเป็นเรื่องที่ไม่ดีนัก แต่ในเมื่อทุกครั้งมันใช้ได้ผลและมันทำให้เราเป็นเพื่อนกันมาได้นานขนาดนี้ผมก็ยินดีที่จะทำเรื่องไม่ดีต่อ มันคงดีกว่าผมจะต้องเสียเพื่อนดีๆ อย่างคยองซูไปล่ะนะ

            ผมเดินตรงดิ่งกลับหอ สองขาก้าวยาวๆ เมื่อผมรู้ตัวว่าวันนี้ตัวเองอาจจะเข้างานสายจนโดนผู้จัดการตำหนิเอาได้

            การมีเรียนตอนเย็นเป็นเรื่องที่แย่ชะมัด... ใจผมอยากจะกระโดดลงที่นอนแล้วหลับไปสักครึ่งวันเพื่อตื่นมาทำงานในช่วงตอนกลางคืนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ชั่วโมงเรียนไม่เคยเอื้ออำนวยต่อความต้องการของผมเลย

            พระเจ้าครับ... ดูเหมือนท่านจะให้ผมดิ้นรนเยอะเกินไปหน่อยหรือเปล่าครับ

 

 

#ฟิคนี้ผมเป็นครู

         

 

            สายแล้วแบคฮยอน นายสายแล้ว...

            ผมพึมพำคนเดียวเมื่อเดินเข้ามาในห้อง ตรงดิ่งไปหยิบชุดสูทขนาดพอดีตัวที่โชคดีว่าเมื่อคืนได้ซักรีดเอาไว้เรียบร้อยแล้วหลังกลับจากที่บาร์... ผมไม่อาบน้ำ เวลาไม่เป็นใจให้ผมได้รักษาความสะอาด และโชคดีจริงๆ ที่วันนี้น้องเต่าของผมก็ไม่ออกมาเดินส่งกลิ่นเพ่นพ่านเหมือนอย่างบางวัน

            เน้นนะว่าบางวัน ผมก็ไม่ใช่คนสกปรกขนาดที่คนเดินผ่านจะต้องหันมามองตามด้วยความขมคอ

            การแต่งตัวใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็เรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวผมจงใจปลดกระดุมเม็ดบนเพื่อเผยให้เห็นผิวขาวเล็กน้อยจนไม่น่าเกลียด ส่วนแขนเสื้อก็ถูกพับเอาไว้อย่างลวกๆ ส่วนเสื้อสูท... อืม ผมไม่เอาไปแล้วกัน

            “แบคฮยอน !” เสียงเรียกคุ้นหูดังอยู่หน้าห้อง ซึ่งไม่ต้องบอกว่าใครผมก็จำเสียงของเขาได้ดีกว่าใคร

            ใครบางคนที่เขาให้ความสำคัญกับผม... และผมเองก็ให้ความสำคัญกับเขาเฉกเช่นเดียวกัน...

            รู้แล้วน่า จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ

            ผมขานรับแล้วจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบถูกสวมใส่และเมื่อเปิดประตูห้องออกไปก็ได้พบกับรอยยิ้มที่จะทำให้การทำงานตลอดทั้งคืนเป็นเรื่องไม่น่าเบื่อเกินไป

            ฉันมายืนรอนายนานแล้ว จงเลี้ยงข้าวฉันคืนนี้แล้วนายจะได้รับการอภัย

            เซฮุนกอดอกทำเสียงใหญ่แกล้งทำเก๊กขรึมใส่ผมเหมือนอย่างทุกครั้งที่ผมทำให้เขาต้องไปทำงานสายเนื่องจากต้องมารอกัน เขาเรียกเสียงหัวเราะของผมได้เมื่อท่าทีของเขามันช่างดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว

            ขอรับท่าน คืนนี้กระผมจะชดใช้สิ่งที่กระผมได้ทำผิดพลาดไปนะขอรับ

            “ดีมาก! เอาล่ะ ไปได้แล้วเซฮุนใช้มือยีผมของผมเหมือนอย่างทุกวัน ทุกครั้งที่เจอกัน เขาไม่ได้ยีแรงจนผมเสียทรง แต่เขาใช้มือใหญ่ๆ ของเขาวางบนศีรษะแล้วทำมันอย่างอ่อนโยน

            และหัวใจของผมมันก็เต้นแรงเหมือนอย่างทุกครั้ง

 

            เราใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการมาที่ทำงาน ผมยิ้มทักทายพี่ๆ ร่วมงานบางคนที่เพิ่งเดินออกจากร้านเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาควรจะพักผ่อน

            ก็นะ... บาร์โฮสต์ของเราเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าจะใช้งานกันทั้งวันทั้งคืนคงไม่ไหว พวกผมเลยตกลงกันว่าเราจะแบ่งช่วงเวลาในการทำงานกัน และเนื่องจากผมกับเซฮุนยังคงเป็นนักศึกษาด้วยกันทั้งคู่จึงได้สิทธิในการทำช่วงกลางคืนแทน

            ผมทำงานที่บาร์โฮสต์แห่งนี้มา 3 ปีแล้ว ตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีแรก... เพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัยของผมไม่มีใครรู้เลยแม้แต่คนเดียว แม้กระทั่งคยองซูที่สนิทแสนสนิท เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีเท่าไหร่นักกับการทำงานแบบนี้ในขณะที่ยังคงเป็นนักศึกษาอยู่ ผมจึงเลือกที่จะทำงานอยู่ในสถานที่ที่ห่างไกลจากมหาวิทยาลัยเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอคนรู้จักกัน

            ส่วนเซฮุนน่ะเขาเรียนคนละที่กับผม มหาวิทยาลัยอยู่ใกล้ๆ กันกับที่บาร์โฮสต์เพราะเขาบอกว่าไม่แคร์สายตาใครหากจะต้องพบเจอกับคนที่รู้จักกัน

            ช่างกล้าเสียเหลือเกินนะพ่อคุณ...

            ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะตัวเล็ก

            “รู้แล้วล่ะน่า...

            ผมตกปากรับคำเหมือนอย่างทุกวัน ทุกครั้งที่เซฮุนพูดแบบนี้เสมอก่อนที่เราจะเข้าไปทำตามหน้าที่ เมื่อเข้าไปแล้วเราแทบจะไม่ได้คุยกันเลยเพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องไปเซอร์วิสลูกค้า ยกเว้นแต่ว่าเราทั้งคู่เป็นผู้ที่ไม่ถูกเลือกในช่วงเวลาที่ตรงกันถึงจะได้คุยกันบ้างเล็กน้อยก่อนที่จะต้องไปหาลูกค้ารายใหม่อีก

            งานแบบนี้มันไม่ต่างอะไรจากการขายศักดิ์ศรีของตัวเองแลกเงิน... ผมจึงเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับดีกว่า

            เร็วๆ น่า ไอ้เด็กสองคนนี้ลีลากันจริงๆ เลย

            พี่ลู่หานเดินออกมาตามเมื่อเราทั้งคู่มัวแต่เสียเวลาอยู่หน้าร้านกันมาได้สักพักแล้ว พี่ลู่หานคือญาติห่างๆ ของพ่อ เขาประสบความสำเร็จกับการเปิดบาร์โฮสต์ตั้งแต่อายุเพียง 25 ปี เท่านั้น ผมได้รับการอุปการะจากเขาตั้งแต่ได้เกิดข่าวร้ายขึ้น... แต่การเลี้ยงดูนั้นก็ต้องแลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรง

            ลำพังแค่ค่าเทอมที่พี่ลู่หานคอยช่วยเหลือมาตลอด 3 ปี ผมก็ซึ้งใจจนไม่รู้จะตอบแทนเขาอย่างไรดี...

            ผมหันไปหาผู้มีพระคุณ ยิ้มแล้วกระโดดกอดเฉกเช่นทุกวันที่เจอกัน

            ผมไปทำงานนะครับ

            “เออ อย่าเผลอไปกับลูกค้าเข้าล่ะ

            “รู้แล้วล่ะน่า~”

            และหนึ่งกฎข้อห้ามใหญ่สำหรับโฮสต์อย่างผมคือการห้ามไปต่อกับลูกค้า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ หรือเงินก้อนใหญ่ขนาดไหนก็ตาม

            ผมผละตัวออกมายิ้มทะเล้นใส่พี่ลู่หานแล้วเดินเข้าไปในร้านหลังจากที่เซฮุนได้เข้าไปก่อนสักพักแล้วเพื่อให้เวลาส่วนตัว

            เซฮุนก็เป็นแบบนี้... เขารู้จักกาลเทศะและมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากจริงๆ มากเกินกว่าที่ผมมีด้วยซ้ำถึงแม้ว่าเราจะอายุเท่ากันก็ตามที

            จะทำยังไงไม่ให้หลงรักพ่อหนุ่มรูปงามคนนี้ดีน๊า

            ผมหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงฉากใจเต้นที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเซฮุน ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายบาร์เทนเดอร์ที่เคาน์เตอร์บาร์แล้วตรงไปที่ด้านหลังร้านเพื่อรอเวลาในการเซอร์วิสลูกค้าที่ต้องการเราเหมือนอย่างทุกๆ วัน

            บาร์โฮสต์ของพี่ลู่หานไม่ใช่เล่นๆ เลย โฮสแต่ละคนที่มาทำงานอยู่ที่นี่ล้วนผ่านการคัดเกณฑ์หน้าตา คุณสมบัติ และบุคลิกที่เพียบพร้อมก่อนจะเข้ามาเป็นโฮสแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นคนที่จะมาใช้บริการของบาร์โฮสต์แห่งนี้ได้จะต้องเป็นสายเปย์ กระเป๋าหนักที่แท้จริง เพราะเกรดของทุกคนผมพูดได้เลยว่า เกรด A ทุกคน!

            ยกตัวอย่าง เช่น ผม

          ไปกันเร็วหนุ่มๆ มีคนต้องการพวกเราแล้ว

            “ครับ!”

            โฮสต์ประมาณเกือบ 10 คน ที่ยังว่างอยู่รวมถึงตัวผมและเซฮุนลุกขึ้นแล้วเดินตามพนักงานที่เข้ามาตามเราเพื่อไปเซอร์วิสลูกค้า การทำงานของพวกเราก็เป็นอย่างบาร์โฮสต์ทั่วไปพึงจะเป็น ลูกค้าจะเลือกพวกเราไป จะหนึ่ง สอง หรือสาม หรือมากกว่านั้นก็ตามแต่ใจของลูกค้าและกระเป๋าตังค์ว่าหนักพอที่จะจ่ายหรือไม่ การทำงานของเราบริการได้ทั้งหมดไม่จำกัดเพศ ( แต่จำกัดวัย 20+ ขึ้นไป ) แต่เรื่องของการบริการนั้นจะขึ้นอยู่กับตัวโฮสต์เองว่าต้องการจะไปต่อกับลูกค้าหรือไม่ถ้าหากว่าเขาต้องการให้เราไป

            ไม่มีการบังคับให้ต้องไปต่อ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของโฮสต์ ดังนั้นการทำงานของผมจึงเป็นไปอย่างราบเรียบเมื่อสามารถปฏิบัติตามคำสั่งของพี่ลู่หานได้ครบทุกประการ

            ลูกค้ารายนี้ไม่ใช่ผู้หญิงนะ มีใครอยากจะถอนตัวหรือเปล่า ?” พนักงานเอ่ยถามระหว่างที่กำลังเดินนำทางไปที่ห้องของลูกค้า

            “รุก หรือ รับ ล่ะครับพี่โฮสต์คนนึงถามขึ้น ถ้าเป็นรับก็น่าสนใจ

            “พี่ก็ไม่เคยลองว่ะ แต่ดูท่าทางแล้ว ป๋านะ

            “งั้นรุกชัวร์เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่เดินอยู่ข้างๆ ดีดนิ้วดังเป๊าะขึ้นมา ดูจากลักษณะท่าทาง และความตัวเล็กแบบนี้ให้ผมเดาแล้วเขาคงเป็นรับแน่ๆ...

            เอาเป็นว่าลองเข้าไปดู แต่ถ้าใครรู้ตัวว่าไม่โอเคก็ไม่ต้องเข้าไป เสียเวลา

            “งั้นผมถอนตัว

            เพื่อนร่วมทางได้ถอนตัวไปแล้ว 5 คน ด้วยเพราะรสนิยมของคนเราแตกต่างกัน บางคนก็เลือกที่จะบริการแต่ลูกค้าสาวๆ บางคนก็บริการวัยกลางคนเพราะมีเงินมากพอที่จะเปย์ บางคนก็เลือกจะบริการแต่ผู้ชาย และบางคนก็ได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย แล้วแต่เงินที่จะได้รับเท่านั้นเอง

            ส่วนผมน่ะเหรอ... จัดเป็นอย่างสุดท้ายก็แล้วกัน

            ที่เหลือเข้าไปข้างในสิ ถ้าไม่ต้องอยู่เซอร์วิสลูกค้าก็ลงไปรอข้างล่างต่อ เดี๋ยวพี่ไปตาม

            “ครับๆ

            พวกเรา 6 คนเดินเข้าไปในห้องเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ เซฮุนที่อยู่หน้าสุดเป็นคนเปิดประตูเข้าไปคนแรก ส่วนผมเป็นคนที่สองที่เดินตามเข้าไปด้วยคาแรกเตอร์ที่เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดเพื่อที่ลูกค้าจะได้ตัดสินใจได้ว่าควรจะเลือกแบบไหนให้ถูกใจพวกเขา

            และผมก็เดินเข้าไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเหมือนอย่างทุกที

            จนกระทั่งเมื่อผมได้พบกับลูกค้าคนแรกที่ต้องมาบริการของวันนี้ คาแรกเตอร์ของผมก็แทบจะเปลี่ยนไป

            ผมสบตากับเขา คนที่ผมเพิ่งจะพบเจอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้ คนที่ทำให้ผมไร้ซึ่งสติในการควบคุมตนเอง

           

เขาคนที่ทำให้ผมหัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง...

 

            อาจารย์... ชานยอล...

           

 

 

 

100%

 

 

 

            สวัสดีค่า แลคโตะเองค่ะ ผู้ดองนิยายมาแล้วสามแสนแปดหมื่นเรื่อง แฮร่! หลังจากพยายามทดลองความใสในตัวเองสุดท้ายก็ไปไม่รอด สายใสๆ ไม่ใช่ทางของเรา ดังนั้นต้องมาลุ้นกันนะคะว่าเรื่องนี้จักเป็นเยี่ยงไรต่อไปปป

            สำหรับตอนนี้อุ๋มเรียนจบแล้วค่ะ และมีเวลาให้กับการเขียนมากพอสมควร และคิดว่าเรื่องนี้จะไม่ดองอีกแล้ว เนื่องจากได้วางพล็อตไว้จนอวสาน แต่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะให้มีใครต้องจากไปฤาไม่ ก็ยังต้องใช้เวลาในการตัดสินใจนะคะ

            สุดท้ายนี้ฝากฟิคเรื่องใหม่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจกันด้วยน๊า

       #เรื่องนี้ผมสอน

           

           

           

         

         

           

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

206 ความคิดเห็น

  1. #169 ChanBaekWarrior (@ChanBaekWarrior) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 21:57
    เขาเกิดกันเเลเว!!
    #169
    0
  2. #98 apcy (@poupaeng) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 22:26
    เนื้อเรื่องน่าติดตามจ้า
    #98
    0
  3. #77 yu-na (@yu-na) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:44
    คุณแลคโตะบรรยายได้น่าติดตาม น่าอ่านอีกแล้วค่ะ
    #77
    0
  4. #25 bhjlo (@NamNicharee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 00:04
    โปะเชะเลยทำไงดี
    #25
    0
  5. #24 bhjlo (@NamNicharee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 00:04
    โปะเชะเลยทำไงดี
    #24
    0
  6. #16 NbeNik (@NbeNik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 14:13
    จังหวะนี้คือแบบบ สะดุ้ฃ
    #16
    0
  7. #7 MY__CHANYEOL (@MY__CHANYEOL) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 21:31
    ติดตามค่าาาาา รอค่าาาา
    #7
    0
  8. #1 ไอจัง เองนะ (@babe-buzzbuzz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 00:37
    ติดตามนะค้าาาา
    #1
    0