ตอนที่ 7 : บทเรียนที่ 6 : "ไม่ยอมให้แย่งไป"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    17 พ.ค. 61


 

          “อธิบายมา เดี๋ยวนี้!!!!”

          ผมยกมือขึ้นปิดหูเมื่อเสียงตะโกนแปดหลอดของคยองซูมันช่างสั่นประสารทผมเสียจริง เมื่อมันลากผมเข้าบ้านมาได้มันก็แทบจะจับผมโยนเข้าห้องประหนึ่งต้องการจะข่มขืนผมอย่างทารุณ มันไม่ให้แม้แต่เวลาในการจัดการเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยออกมาจากกางเกงกระทั่งกระดุมเสื้อของผมที่มันหลุดออกจากกันตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้

            เมื่อผมนั่งกับพื้นส่วนมันทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ได้มันก็เปิดศาลกับผมทันที

            ที่ฉันเห็นมันหมายความว่ายังไง!!”

            “ก็... ก็อย่างที่เห็นอะ

            “เออ รู้แล้วโว้ย! ฉันหมายถึงว่านายกับอาจารย์ชานยอลเป็นอะไรกันต่างหากเล่า!!”

            “เป็นอะไรกันงั้นเหรอ...

            ผมยานคางเมื่อเจอคำถาม... ที่แม้แต่ผมก็ยังไม่มีคำตอบให้กับตัวเองได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้นนอกจากอาจารย์ที่บังเอิญไปเจอนักศึกษาที่ทำงานอยู่ที่บาร์โฮสต์ เรามีความสัมพันธ์แปลกๆ แบบนี้ได้ทั้งๆ ที่เราก็เพิ่งรู้จักกันจริงแค่ 3 วัน แต่ทำเหมือนรู้จักกันมานานนับเดือน...

            ผมนี่มัน... ใจง่ายชะมัด...

            อย่ามาเงียบนะ!!”

            “ก็มันไม่มีคำตอบนี่หว่า...

            “แล้วรอยที่คอนายอาจารย์ก็เป็นคนทำใช่มั้ย ? นี่นายเป็นผัวเมียกันงั้นเหรอ !”

            “เปล่านะ! ฉันไม่เคยมีอะไรกับเขาเลยก็แค่เกือบ

          ผมกลืนคำนั้นลงคอเมื่อเจอสีหน้าแห่งความเกรี้ยวกราดของคยองซูจ้องจับผิด จะให้ผมตอบยังไงกันเล่าในเมื่อผมไม่ได้เป็นอะไรกัน มีอะไรกันก็ไม่เคยมี มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ หรือความตั้งใจผมก็ยังไม่รู้ชัดเลยด้วยซ้ำ

            อึดอัดชะมัดที่ต้องมาเจอคาดคั้นเรื่องแบบนี้ เรื่องที่ผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามอย่างไร

            ผมเสมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบว่าท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิท... แย่แล้ว ถ้ายังนั่งมึนๆ อยู่แบบนี้เห็นทีผมคงได้ไปทำงานช้าแน่ๆ

            คือว่า...

            “เราสัญญากันไว้ไม่ใช่หรือไงว่าจะไม่มีความลับต่อกัน ?”

            “คยองซู...

            “แล้วทำไมนายถึงไม่บอกฉันเรื่องนี้ เรื่องของนายกับอาจารย์ ?”

            ท่าทีหงอยๆ ของคยองซูทำให้ผมรู้สึกผิด... ผมจำได้ดีในวันที่เราสัญญากันไว้ว่าเราจะไม่มีความลับต่อกัน ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเราต้องบอกกันก่อนเป็นอย่างแรก... เรารักษาสัญญานั้นมาด้วยกันจนกระทั่งผมเริ่มเข้าทำงานที่บาร์โฮสต์กับเรื่องของอาจารย์ชานยอล ผมหน้าบางเกินไปที่จะบอกออกไปอย่างหน้าด้านๆ ว่าผมกำลังขายศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อแลกกับเงินที่มาใช้ดำเนินชีวิตในแต่ละวัน

            ผมลุกขึ้นแล้วเดินไปหา ผมรู้ดีว่าคยองซูกำลังน้อยใจที่ผมปิดบังเรื่องที่เขาเพิ่งจะรับรู้ด้วยตัวเอง เพราะถ้าเป็นผมผมก็คงไม่รู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

            ฉันขอโทษ... ฉันไม่รู้จะบอกยังไง... มันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และฉันก็เพิ่งได้คุยกับเขาแค่ 3 วันเท่านั้นเอง

            “...

            “ขอโทษนะคยองซู ฉันจะไม่ปิดบังอะไรนายอีกแล้ว

            ผมหลับตาลงนึกทบทวนถึงความสนิท ความไว้ใจที่เรามีให้ต่อกัน บางทีการที่ผมบอกความจริงกับคยองซูไปมันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพราะบอกตรงๆ ว่าบางทีผมก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ต้องคอยโกหกไปวันๆ เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องอาชีพการงานที่ทำ

            และผมก็รู้ตัวว่าผมควรไว้ใจคนที่เรียกว่าเพื่อนสนิทให้มากกว่านี้

            ผมตัดสินใจเล่าทุกเรื่องให้คยองซูฟังรวมถึงเรื่องที่เป็นโฮสต์อยู่ที่ร้านของพี่ลู่หาน ผมเล่าถึงสาเหตุที่ผมต้องทำแม้จะไม่เต็มใจแต่ด้วยความจำเป็นผมจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้... จริงอยู่ที่ว่างานอย่างอื่นก็มีให้ผมทำ แต่ถ้ามองในทางโลกการที่ผมเลือกทำงานแบบนี้มันได้เงินดีกว่าเป็นไหนๆ และมันคงดีกว่าการที่ผมจะต้องไปหายืมเงินของใครมาเพื่อเลี้ยงตัวเอง

            คยองซูอ้าปากเหวอเพื่อผมเล่าจบ โชคดีนักที่ผมได้ระบายความอัดอั้นบางส่วนออกไปแล้วทำให้ไม่ต้องร้องไห้เพราะความขมขื่นออกมาให้เพื่อนได้เห็นอีก

            ทำไมนายถึงไม่บอก... มือเล็กๆ ปิดปากของตัวเองแล้วร้องไห้โฮจนผมตกใจ ฉันไม่เคยรู้เหตุผลที่นายต้องอดหลับอดนอนมาก่อนเลย ฮือ...

            “นี่...

            “ถ้านายบอกฉัน ฮึก! ขอให้ฉันช่วยฉันก็ช่วยนายได้

            “มันไม่ใช่ความผิดของนายนะ

            “แต่ว่า... ฮือ...ฮือ...!”

            คยองซูอาจจะเห็นใจผมและรู้สึกผิดที่ที่ผ่านมาแทบทุกครั้งคยองซูจะปลุกผมให้ตื่นมาเรียน หรือบางทีก็หงุดหงิดใส่

            บ้านของคยองซูมีฐานะที่ดีถึงขั้นดีมาก หากเขารู้เรื่องของผมเขาคงจะยื่นมือเข้ามาช่วยได้อย่างไม่ต้องคิดมาก แต่ผมก็ไม่อยากทำแบบนั้น ไม่ใช่ว่าอยากปฏิเสธน้ำใจที่มอบให้ แต่ผมก็ไม่อยากต้องมาแบมือขอเงินใครโดยที่ไม่ทำอะไรตอบแทนเลย...

            ฉันต้องไปทำงานแล้ว

            “ไม่เอา! นายลาออกไปเลย ไม่ต้องทำแล้ว!”

            คยองซูดึงแขนของผมเอาไว้เมื่อผมทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง ท่าทางเอาแต่ใจนั่นทำให้ผมยิ่งรู้สึกว่าเพื่อนของตัวเองคงเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจโลกที่ผมอยู่จริงๆ

            ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันมีพี่ลู่หานอยู่นะ มีเซฮุนด้วย

            “แต่เขาก็ไม่ได้มาเฝ้านายตลอดทุกวินาที

            “ฉันทำงานที่นี่มา 3 ปีแล้ว... มันไม่อันตรายอย่างที่นายคิดหรอก เรียนจบเมื่อไหร่ฉันจะหางานอย่างอื่นทำแทนก็แล้วกันนะ

            ผมจับมือของเพื่อนรักออกเมื่อยื่นคำมั่นสัญญาจบ... สิ่งที่ผมพูดเป็นความจริง ผมไม่ได้คิดจะทำงานเป็นโฮสต์ไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว ผมวางแผนไว้ว่าเรียนจบเมื่อไหร่ผมจะเก็บเงินเป็นทุนในการทำงานอย่างอื่น ถึงจะไม่ได้เป็นเจ้านายตัวเองอย่างพี่ลู่หาน แต่ผมมั่นใจว่าผมจะได้ทำงานที่ดีและไม่ต้องขายศักดิ์ศรีตัวเองแบบนี้อีก

            เจ้าเพื่อนตัวน้อยกอดแขนผมแน่น ผมรู้ดีว่าคยองซูเป็นห่วงผมมาก เราสนิทกันมานาน มันไม่แปลกที่เขาจะห่วงผม เพราะถ้าเป็นผมที่รู้ว่าเพื่อนตัวเองต้องเผชิญชีวิตแบบนี้ด้วยตัวคนเดียวผมก็คงห่วงไม่ต่างกัน ออกจะสงสารด้วยซ้ำเมื่อต้องรับฟังเรื่องราวทั้งหมด

            แต่จะทำอย่างไรได้... ในเมื่อทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นพระเจ้าได้เป็นผู้กำหนดเส้นทางไว้หมดแล้ว...

 

           

 

 

#เรื่องนี้ผมสอน

 

 

 

 

 

            แบคฮยอน !!” เสียงของเจ้านายตะโกนเรียกชื่อเสียงดังเมื่อผมก้าวเข้าประตูร้านตั้งแต่ก้าวแรก นายเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายตรงไหน ?”

            พี่ลู่หานรีบวิ่งมาหาพร้อมยิงคำถามใส่ เขาคงเป็นห่วงผมมากในเมื่อร้อยวันพันปีผมไม่เคยจะลางาน อาจจะมีบ้างที่ขอกลับก่อนเวลาแต่ก็ไม่เคยหายตัวไปถึงขั้นติดต่อไม่ได้แบบนี้ พี่ลู่หานไม่ได้ตำหนิแต่เขาเป็นห่วงมากกลัวว่าผมจะเป็นอะไรไป เขากระหน่ำโทรหาผมเกือบร้อยสายพอๆ กับสายเรียกเข้าจากคยองซู แต่ที่น่าแปลกใจคือมันไม่มีเบอร์ของเซฮุนเลย และวันนี้เซฮุนก็ไม่ได้ไปรับที่หอเหมือนอย่างเคยด้วย

            ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ สบายดี เมื่อวานนี้ผมหลับยาวไปหน่อย แหะๆผมคว้ามือของพี่ลู่หานที่กำลังจับนั่นจับนี่บนตัวผมเพื่อสำรวจร่างกาย ผมขอโทษที่ไม่ได้ลาด้วยตัวเอง

            “ไม่ๆ นายไม่ต้องขอโทษหรอก พี่เป็นห่วงนายนะ

            แล้วเมื่อวานนี้...

            “เซฮุนเป็นคนมาลางานให้น่ะ ตอนนี้หมอนั่นกำลังไปเตรียมตัวอยู่ด้านหลังร้าน นายก็ไปเตรียมตัวเถอะ

            “ครับ...

            ผมโค้งตัวเมื่อต้องแยกไปทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ผมตรงดิ่งไปด้านหลังร้านตรงที่ที่ถูกจัดไว้สำหรับให้โฮสต์ได้เตรียมตัว แต่งกายให้เป็นระเบียบเพื่อความพร้อมในการทำงานและเป็นที่สำหรับนั่งพักหากมีใครที่ไม่ต้องไปนั่งดริงค์กับลูกค้า และผมก็ได้เจอกับเขาที่กำลังยืนจัดระเบียบเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่อย่างที่คิด ผมไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปหา

            ทำไมวันนี้ไม่ไปรับที่ห้องล่ะ ?”

            “สวัสดี

            “นี่... เขาไม่ตอบคำถามและไม่รอให้ผมพูดจบ เซฮุนเดินออกไปจากห้องรับรองของพวกเราแล้วทิ้งตัวลงที่เคาน์เตอร์บาร์โดยมีผมเดินตามไปติดๆ นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ

            “มาร์ตินี

            เขาสั่งกับบาร์เทนเดอร์ หลีกเลี่ยงการรับฟังเสียงของผมด้วยเสียงเพลงที่ดังขึ้นมากลบพร้อมๆ กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เขาสั่งมา เซฮุนยกมันขึ้นดื่มทันที มันผิดวิสัยโฮสต์อย่างพวกเราที่ปกติแล้วจะต้องรอให้ลูกค้าเรียกมานั่งดริงค์ด้วย เพราะการที่ดื่มตัดกำลังแบบนี้มันอาจจะทำให้พวกเราได้รับทิปน้อยลงไปด้วย

            นายกำลังเมินฉันอยู่หรือไง ?”

            “เอามาอีกครับ

            “ฉันกำลังคุยกับนายอยู่นะ!”

            เขายกแก้วช็อตขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้งเพื่อกรอกของเหลวเข้าสู่ร่างกายเป็นรอบที่สอง เขาทำเหมือนว่าเขากำลังนั่งอยู่ตรงนี้เพียงคนเดียวไม่เห็นว่ามีผมที่ยืนอยู่ข้างๆ และกำลังหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยซึ่งถ้าหากว่าเขายังคงเมินผมต่อไปอีกเห็นทีว่าผมคงจะได้โวยวายใส่เข้าแน่ๆ

            เซฮุนสั่งเครื่องดื่มมาอีกครั้ง ท่าทีเฉยชาของเขาทำให้แม้แต่บาร์เทนเดอร์ที่สนิทกับพวกเราพอสมควรก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไร หรือกระทั่งบอกกับเซฮุนว่าผมกำลังยืนพูดกับเขาอยู่ตรงนี้ช่วยเห็นหัวผมหน่อ... ผมยืนนิ่งมองเขาทำพฤติกรรมเดิมๆ เป็นรอบที่สาม โอเค... เขาอาจจะกำลังไม่พอใจที่ผมลางานเมื่อวานโดยที่ไม่บอกอะไรสักคำ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะต้องโกรธถึงขนาดเมินกันขนาดนี้

            และในจังหวะที่เขาสั่งเครื่องดื่มมาอีกผมก็ตัดสินใจแย่งมันมาจากมือเขาและยกขึ้นดื่มทันที

            อ...

            ยังไม่ทันที่จะตั้งตัวผมก็เห็นว่าใบหน้าของเซฮุนอยู่ใกล้กัน ดวงตาของเขาจ้องเขม็งเข้ามาในนัยน์ตาของผม และเพียงเสี้ยววินาทีที่ปลายคางของผมถูกบีบบังคับให้อ้าปากออกเขาก็ประทับริมฝีปากลงมาทันที เขาสอดแทรกสัมผัสร้อนชื้นเข้ามา ช่วงชิงรสชาติความขมปร่าของเครื่องดื่มที่ผมเพิ่งจะแย่งมาจากมือเขา

            ตาผมเบิกกว้างอย่างตระหนก ไม่มีสัญญาณเตือนว่าเขาจะทำแบบนี้... เซฮุนผละริมฝีปากออกไปพร้อมๆ กับร่างกายของผมที่แทบจะล้มไปกองกับพื้นหากว่าเขาไม่ใช้แขนโอบรัดรอบเอวเอาไว้ก่อน

            โอเซฮุนเลื่อนใบหน้ามาอยู่ด้านข้าง เขากระซิบผมด้วยน้ำเสียงแหบห้าวตามแบบฉบับของเขา

            อะไรที่มันควรเป็นของฉัน... ฉันไม่ยอมให้ใครมาแย่งไปหรอกแบคฮยอน...

          เขาพูดจบก็ปล่อยแขนที่ประคองเอาไว้ออกจากร่างกายผมและกำลังจะหันหลังเพื่อเดินออกไปให้พ้นๆ หน้าผมอย่างที่เขาตั้งใจเอาไว้ แต่ก็ช้ากว่าสติของผมที่มันย้อนกลับคืนมาได้เร็วกว่าอากัปกิริยาของเขา ผมรั้งเขาเอาไว้ด้วยการดึงแขนของเขาก่อนที่จะก้าวเดินออกไป

            นาย... นายหมายความว่ายังไง ?” เขาไม่ตอบ เพียงแต่ชายตามองมือของผลที่ดึงแขนเขาเอาไว้เท่านั้น จนผมต้องถามซ้ำอีกครั้งเผื่อว่าเขาจะไม่ได้ยินหรือไม่เข้าใจ ที่บอกว่าเป็นของนาย มันคืออะไร...

            “มันยังไม่ชัดเจนอีกงั้นเหรอแบคฮยอนเขาหันกลับมาและโน้มใบหน้าเข้าใกล้กับผมอีกครั้ง เขาไม่สนใจสายตาของลูกค้าที่อาจจะมองมาทางเราหรือกระทั่งสายตาของบริกรที่แอบมองเป็นช่วงๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะปกติผมกับเซฮุนสนิทกันมากและออกจะหวานชื่น ทว่าวันนี้กลับมาทะเลาะกันให้เขาได้เห็นแบบนี้

            การที่ฉันไปรับไปส่ง ที่ฉันคอยโทรหาหรือเรื่องอะไรก็ตามที่นายก็รู้สึกว่าฉันใส่ใจ เขาเว้นจังหวะไปเมื่อผมสบตากับเขา เขาพรั่งพรูลมหายใจออกมา มันไม่ชัดเจนหรือไงว่าฉันชอบนายมากแค่ไหน ?”

            “เซฮุน... ผมเอ่ยชื่อเขาพลางนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเรา ใช่... ผมไม่ได้ใสซื่อเป็นเด็กประถมที่จะไม่รับรู้หรือโลกสวยเกินกว่าจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาชอบ... ผมรู้มานานแล้ว รู้มาตั้งแต่สองปีที่แล้วที่เขาเริ่มเข้ามาทำงานที่นี่ ผมรับรู้ได้ด้วยสายตาของเขา การกระทำ ความเอาใจใส่ อะไรหลายๆ อย่างที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนจะทำให้กันได้

            ความอบอุ่นของเขามักจะถูกถ่ายทอดมาสู่ผมเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้กัน... ความรู้สึกของเราตรงกัน แต่เป็นผมที่เลือกจะเมินเฉย ผมไม่อยากมีความสัมพันธ์เกินเลยกับเขาหากเรายังทำงานอยู่ในสถานที่แบบนี้ ผมรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนใจกว้างที่จะไม่รู้สึกอะไรหากต้องเห็นว่าเขาบริการเอาอกเอาใจลูกค้าหรือเลยเถิดไปต่อข้างนอกด้วยกันกับลูกค้าสาวสวยสักคน

            ผมยังคงเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ผมมีหมด จะให้ผมทำตายด้านแล้วคบกับเขาเพื่อหาข้อผูกมัดให้ต่อกันทำไม

            เพราะผมก็เชื่อว่าแม้แต่เซฮุนเองก็คงไม่ใจกว้างพอที่จะต้องเห็นเรื่องแบบนั้นเช่นเดียวกัน

            มือสั่นเทาของผมยกขึ้นแนบข้างแก้มของเขา ถึงแม้ความรู้สึกที่เรามีให้ต่อกันมันจะมีมากมายจนเอ่อล้นขนาดไหนก็ตาม แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้ ผมไม่เห็นหนทางของมันเลยสักนิด ผมเป็นโฮสต์ เขาเองก็เป็นเหมือนกันกับผม หากต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียสละเพื่อความรักแล้วล่ะก็... คนคนนั้นไม่ใช่ผมแน่นอน

            ผมสบตากับเขา ความรู้สึกที่ผมมีไม่ต่างกันมันกำลังขับของเหลวขึ้นเอ่อคลอที่ดวงตาอย่างห้ามไม่ได้

            ฉันรู้... รู้หมดทุกอย่าง...

            “...

            “แต่... มันเป็นไปไม่ได้เลย

            เซฮุนเงียบ เขาไม่แสดงสีหน้าใดๆ ทั้งสิ้นนอกจากยกมือขึ้นทาบทับมือของผมที่วางอยู่บนแก้มเขา เราต่างก็เข้าใจความหมายของคำว่า ความรักกินไม่ได้ ว่ามันเป็นอย่างไร โลกของเราไม่ได้สวยหรูมากพอที่จะยอมใช้คำว่ากัดก้อนเกลือกินเพื่อแลกกับการได้สมหวังในความรัก ผมขอเถียงขาดใจหากมีใครมาพูดต่อหน้าว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้ เพราะทุกวันนี้เงินแทบจะซื้อโลกทั้งใบได้อยู่แล้วด้วยซ้ำ

            เพราะฉะนั้นเราต่างคนต่างก็ต้องยอมรับความจริง ว่าเรารักกันไม่ได้...

            ฉันรู้ว่าเพราะอะไร แต่ฉันก็ไม่อยากให้นายไปรักคนอื่นนอกจากฉัน

            “นายหมายความว่ายังไง ?”

            “มันอาจฟังดูเห็นแก่ตัว แต่ฉันทำใจไม่ได้ถ้าหากว่าความรู้สึกที่นายมีให้ฉันจะต้องกลายไปเป็นของคนอื่น

            “...

            “เมื่อคืนนายอยู่กับใคร ?”

            มือที่วางอยู่บนแก้มของเขาถูกดึงกลับเมื่อจู่ๆ เซฮุนก็ถามคำถามโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว มันคงจะเป็นเรื่องที่ทำให้เขาไม่พอใจผมตั้งแต่เมื่อคืนนี้จนเลือกที่จะไม่โทรหา และถ้าจะให้เดา ผมว่าเขาคงโทรหาผมเป็นสายแรกโดยมีอาจารย์ชานยอลเป็นคนรับสายและจัดการขอลางานแทนผมเมื่อรู้ว่าเป็นเพื่อนที่ทำงานบาร์โฮสต์ด้วยกันโทรมา

            ร้อยวันพันปีผมไม่เคยไปกับลูกค้าผู้ชายที่ไหน และไม่เคยมีใครได้แตะต้องของส่วนตัว แต่เพราะเมื่อวานผมคงหลับสนิทจริงๆ จึงไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันเป็นความเหนื่อยสะสมที่ทำให้หลับลึกได้ขนาดนั้น ไม่ใช่เพราะผมซ้อมตายหรืออาจารย์ชานยอลปิดเครื่องหรอก

            แต่ผมว่ามันคงฟังดูเข้าท่าหากจะอ้างว่าผมไปนอนห้องของเพื่อนสนิทสักคนหรือบอกว่าเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย มันฟังดูไม่น่าเกลียดเท่ากับการที่ผมบอกว่าไปนอนกับลูกค้าหรอก

            คือ... เมื่อวานฉันรู้สึกไม่สบายน่ะเลยจะกลับห้อง แต่พอดีเจออาจารย์เขาอาสาไปส่งแล้วเผลอหลับบนรถ...

            “อาจารย์ที่ว่า ใช่คนเดียวกับที่เจอเมื่อวันก่อนหรือเปล่า ?”

            “...

            “คนที่เขาเลือกให้นายไปนั่งดริงค์ด้วย คนที่นายหลุดเรียกเขาว่าอาจารย์ตอนที่ยืนอยู่ด้านหลัง คนนั้นสินะ... เซฮุนแค่นยิ้มเมื่อกำลังนึกถึงใบหน้าคมคายของคนที่กำลังพูดถึง ตอนที่ไปนอนห้องเขา เขาอยู่ในสถานะอาจารย์หรือลูกค้าของนายกันล่ะแบคฮยอน ?”

            “เซฮุน!”

            ผมขึ้นเสียงเมื่อคำถามของเขาเหมือนจะเป็นการคาดคั้นให้ผมกลายเป็นคนผิดในเรื่องที่ผมไม่ผิด เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจแล้วมาใช้น้ำเสียงดูแคลนใส่ผมแบบนี้

            นี่ไงล่ะเหตุผลที่เราเป็นอะไรกันมากกว่านี้ไมได้ รู้เอาไว้เถอะโอเซฮุน !”

            ผมตะคอกใส่เขาและกำลังจะหันหลังกลับเพื่อหลีกหนีสถานการณ์น่าอึดอัดแบบในตอนนี้ ทว่าเมื่อผมกำลังจะหมุนตัว แขนของผมก็ถูกคว้าเอาไว้ก่อน

            จากใครบางคนที่ไม่ใช่เซฮุน...

            แบคฮยอน...

            อ... อาจารย์ชานยอล คุณมาทำอะไรที่นี่ ?”

            น้ำเสียงของผมติดขัดทันทีเมื่อเขามายืนอยู่ข้างๆ ผมและเซฮุนในตอนนี้ เรื่องที่ทำให้ผมทะเลาะกับเซฮุนเมื่อสักครู่ก็คือเรื่องของเขาแท้ๆ แล้วเขายังมายืนร่วมด้วยในเวลาแบบนี้อีก

            แย่ชะมัด ผมกำลังจะหนีไปจากตรงนี้ได้อยู่แล้วแท้ๆ

            อาจารย์ชานยอลไม่ตอบคำถามผมแต่เขากลับกระชากให้ผมเข้าไปยืนอยู่ใกล้เขามากกว่าเดิม ท่อนแขนแข็งแรงของอาจารย์โอบรวบเอวผมเอาไว้ก่อนจะออกแรงให้นั่งลงบนตักของเขาเมื่อเขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่อยู่ข้างๆ เรา

            เวร... เขากำลังจะทำให้ภูเขาไฟปะทุ... ด้วยความตั้งใจโดยแท้ ผมเห็นเต็มสองตาว่าเขาแอบยิ้มมุมปากเมื่อเซฮุนกำลังมองมาด้วยความไม่พอใจ

            คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? หรือว่าที่นี่เขาไม่ได้มีโฮสต์ไว้คอยบริการลูกค้า ?”

            ...

            “ถ้าผมไม่ได้ทำอะไรผิดไปก็เชิญครับ ผมต้องการความเป็นส่วนตัวกับเด็กคนนี้

            “อาจารย์ชานยอล!”

            เขาผายมือเพื่อเป็นการไล่อย่างให้เกียรติแก่เซฮุนที่ยืนกำหมัดแน่น หากอาจารย์ยังไม่หยุดยียวนกวนประสาทผมคิดว่าเซฮุนอาจจะหมดความอดทนและต่อยเขาเข้าแน่ๆ

            แต่ดูเหมือนว่าเซฮุนจะยังคงคิดได้ เขากัดฟันกรอดอย่างที่ผมไม่เคยเห็น ทว่าไม่กี่วินาทีเขาก็ยิ้มออกมาให้กับอาจารย์ชานยอลและผมที่ยังคงได้แต่ดิ้นขลุกขลักอยู่บนตักอย่างโง่ๆ ผมไม่สามารถลุกออกไปได้เมื่อมือปลาหมึกของอาจารย์ยังคงโอบคล้องเอวผมเอาไว้ ฉุดรั้งไม่ให้ลุกไปได้แบบนี้

            เซฮุนยิ้มแต่แววตาเขาไม่ได้ยิ้มไปด้วย เขาโน้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะพูดประโยคที่ผมคิดว่าเขาไม่ได้จะกัดแค่อาจารย์ แต่เขากำลังทำร้ายความรู้สึกของผมไปด้วยอีกคน

            ขอให้อาจารย์ชานยอลเสพสุขกับนักศึกษาของตัวเองให้เต็มที่นะครับ

           

 

 

 

 

 

 

100%

 

 

 

 

            อยากอวยพรให้ตัวเองได้เสพสุขกับอาจารย์ชานยอลบ้างจังเลยย ฮืออออ ทำไมเห็นภาพเขายืนเถียงกันแล้วหล่อคะ ทุกพื้นที่มีแต่ความหล่อจริงๆ นะ นี่ถ้าไม่เกรงใจก็อยากระบุไปด้วยว่าบาร์เทนเดอร์ที่แอบฟังอยู่ด้วยก็หล่ออีกคน แงงงงง

            อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้นท์และสกรีมแท๊กให้กำลังใจกันน๊า จุ๊บๆ #เรื่องนี้ผมสอน

                       

 

 

 

 

 

           


 

 

 

 

 

 

 

 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

206 ความคิดเห็น

  1. #190 เมียพี่หมี (@myyungsoo93) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 10:13
    เซฮุนนนนฮืออออขี้งอนจังเลย
    #190
    0
  2. #95 Kamolrath Praipruek (@kamolrath) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 19:02
    รอค่าาาาา เอาเลยค่าาาา
    #95
    0
  3. #87 Cheezedrink (@cycdbh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 23:32
    ขออาจารย์แบบร้ายๆ ค่ะ ร้ายกับคนอื่นดีกับแบคแค่คนเดียว
    #87
    0
  4. #86 yu-na (@yu-na) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 07:35
    ถามว่าอาจารย์แคร์ไหม ตอบเลยว่าไม่ 555 ดูท่าอาจาร์ยไม่น่าสะทกสะท้านกับคำพูดเซฮุนอยู่แล้วอะ
    #86
    0
  5. #85 Girlxseason (@Girlxseason) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 20:42
    รอนะคะ อยากให้อัพทุกวันเลยแง้ ;w;
    #85
    0
  6. #84 CHOCOLAT-almon (@pinyapat-cream) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 20:20
    ภาษาเขียนสวยมากเลยค่ะ รอนะคะ>///<
    #84
    0
  7. #83 nueng_cb (@0876854069) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 15:44
    เซฮุนชอบแบคหรอ omgggggggg
    #83
    0
  8. #82 Yada Mhs (@byunpay) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 12:08
    กรี้ดรอเลยได้ไหม ;-;
    #82
    0
  9. #81 yu-na (@yu-na) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 09:10
    ตกใจเซฮุนแบบ เราคาดไม่ถึง ตอนแรกเรานึกว่าจะให้แบคแอบรักอยู่ฝากเดียว แล้วให้เซฮุนคู่กับพี่ลู่ แต่ถ้าแบบนี้เราคงเดาผิด อมก
    #81
    0
  10. #80 123456789ice (@123456789ice) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 00:02
    โอ้มายก้อชชชชชช!!!
    #80
    0
  11. #78 ไอจัง เองนะ (@babe-buzzbuzz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 22:25
    เข้าใจฮุนยุน้า สงสารแบบเราก้หยอดก้ตามหวงมานาน แต่แบคทำเปนไม่รุ้รึเปล่า ฮุนก้ชัดยุนะว่าชอบเราก้คิดยุ จู่ๆชานก้อเข้ามา แบคก้หวั่นไหวไปอีกกกก
    #78
    0
  12. #76 spong.ka (@spongka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 19:02
    รอฉาก ชานแบคฮุน ค่า
    #76
    0
  13. #75 1234iiploy (@1234iiploy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 18:44
    ง่อวววว ศึกชิงแบคฮยอนวุ้ยยยย
    #75
    0