เรื่องราวการเกิดใหม่ในต่างโลก(ทดลอง)

ตอนที่ 1 : EP.00

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ก.ค. 61


EP.00


            คุณคิดยังไงกับเรื่องความตายกันบ้าง?
            ความตายมันมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งที่ตายตามธรรมชาติและผิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะพรรณนาเกี่ยวกับรูปแบบการตายทั้งหมดออกมาอย่างไรก็คงร่ายออกมาไม่หมดแน่ๆ
            เอาเป็นว่าฉันจะสาธิตการตายอันสุดแสนจะโง่เง่าเรื่องหนึ่งให้ฟังก็แล้วกัน
            .
            .
            .
            .
            .
            .
            .
            .

            มันเริ่มต้นจากเช้าวันหยุดอันแสนสดใสของเด็กสาววัยสิบหกปีคนหนึ่ง ทุกอย่างมันเริ่มต้นมาได้ดีจนไร้ที่ติ จนกระทั่งเธอเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาของกิน แต่สิ่งที่เธอได้เจอกลับคือกระดาษโน้ตสีเหลืองกระแทกตาแปะอัดไว้อยู่ที่ปีกตู้เย็นซะอย่างงั้น

            ‘ของในตู้แม่โละทิ้งหมดแล้ว จะกินอะไรก็ไปซื้อเอา เงินวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว 
                                                                                                                 -จาก แม่-’    

            เด็กสาวหันไปมองเงินที่ว่าบนโต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจจำนวนของมันใกล้ๆ
            ‘หนึ่งร้อยกับเศษเหรียญบาทอีกเป็นกำมือ…’ เธอลูบหน้าตัวเองอย่างเหนื่อยใจ ‘และมื้อนี้คงจบด้วยมาม่าอีกเช่นเคย’
            นั้นแหละ เธอจึงต้องลำบากเดินฝ่ามรสุมของแดดเมืองไทยออกมาในช่วงสิบโมงกว่าๆทั้งที่มันไม่น่าเดินออกมาเลยสักนิด เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือเซเว่นที่อยู่ห่างถัดออกไปสามซอยนับจากบ้านของเธอ ในระหว่างที่เธอกำลังจะเลี้ยวไปที่ซอยถัดไปอยู่นั้นเอง โดยที่ไม่มีใครได้ทันคาดคิดสองขาของเธอที่กำลังเหยียบย่ำลงไปสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะและกลิ่นตุๆอันไม่น่าพิสมัยที่ลอบแตะจมูก วินาทีถัดมาคือภาพของทิวทัศน์รอบตัวที่หมุนเคว้งอย่างรวดเร็ว จบด้วยความเจ็บหน่วงที่หัวเพียงเสี้ยววินาทีทุกอย่างก็ดับลงเหมือนภาพจอโทรศัพท์เก่าๆที่พังลง
            โดยที่มีเจ้าตูบเจ้าของกองอึเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแด่เพียงผู้เดียว
            นั้นแหละ คือการจบช่วงชีวิตของเด็กสาววัยสิบหกปีที่ตายได้อย่างบัดซบ และเรื่องนี้ก็จะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกนาน เรื่องราวของเด็กสาวที่ตายเพราะกองอึ
            ‘เป็นเรื่องราวการตายที่น่าอายและน่าตายจริงๆทำไมฉันถึงไม่ตายให้มันดีๆกว่านี้นะ’
            เปลือกตาของเธอค่อยๆหนักอึ้งขึ้นพร้อมกับทุกอย่างที่ดับลง และเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้เผชิญนั้นจะกลายเป็นเพียงอดีตอันแสนตลกร้ายในช่วงชีวิตหนึ่งของเธอเท่านั้น

            ฉันลืมตาขึ้นมาในเช้าวันใหม่และนอนนิ่งอยู่ท่าเดิมมาได้เกือบสิบนาทีแล้ว ไม่ใช่ว่าเพราะขี้เกียจแต่อย่างใด แต่ดูเหมือนฉันจะหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของคนอื่นตามพล็อตนิยายที่ขายกันเกลื่อนตามท้องตลาดเข้าเสียแล้ว แถมร่างที่กำลังสิง(เรียกอย่างนี้ได้ใช่ไหม?)อยู่นี้ก็เป็นนางร้ายที่มีบุคลิกที่ฉันเกลียดแสนเกลียดอีกด้วย
            อลิซาเบธ วาล์คาร์รัส นางร้ายสายโวยวายเป็นที่หนึ่งซ้ำยังมีความอดทนต่ำ เอาแต่ใจและไม่เคยเห็นหัวใครจนเป็นที่เอือมระอากันไปทั้งโรงเรียนหรือแม้แต่กับคนรับใช้ในบ้านบางส่วนก็เช่นเดียวกัน ยังดีที่เจ้าตัวมีท่านพ่อและท่านแม่ที่รักและเอ็นดูเธอมากต่อจะให้เจ้าหล่อนนั้นจะมีนิสัยร้ายกาจอย่างไร ไหนจะพี่ชายสุดแสนเพอร์เฟคหนึ่งในตัวละครที่มีความใกล้ชิดกับคู่พระนางของเรื่องอีกด้วย และก็ยังคงเป็นอีกเรื่องที่ดีที่พี่ชายแสนดีคนนี้รักน้องสาวอยู่ไม่น้อย แต่เนื่องจากตามใจไม่เท่าท่านแม่ค่าความรักของน้องสาวที่มีต่อเจ้าตัวเลยไม่เยอะสักเท่าไหร่นัก
            ฉันนอนทบทวนความจำไปเรื่อยๆ ว่ากันตามท้องเรื่องแล้วคุณนางเอกก็เป็นแค่สาวน้อยชนบทที่มีดีแค่ธาตุแสงเลยได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนสอนเวทย์มนต์อันดับหนึ่งของอาณาจักร มีศักดิ์เป็นแค่สามัญชนคนธรรมดา ยิ้มเก่งและกล้าหาญ สดใสเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่เคยยอมแพ้กับชะตากรรมใดๆที่เข้ามา ดูใสซื่อบริสุทธิ์จิตใจอ่อนโยนและอ่อนต่อโลก....
            ‘เป็นตัวละครที่น่าเบื่อชะมัด ให้ตายสิ’ ฉันอดบ่นเล็กน้อยในใจเสียไม่ได้
            ด้วยความที่เจ้าตัวมีธาตุแสงที่หายากถึงแม้จะเป็นแค่สามัญชนเลยถูกพวกพระเอกรุมตอมเป็นแมลงวั—แค่กๆ รุมล้อมเพราะสนใจในพลังที่หายากของเจ้าตัว หนึ่งในนั้นมีองค์รัชทายาทอันดับหนึ่ง เจ้าชายราฟาเอล มิคาเอลริส คู่หมั้นของยัยนางร้ายขี้วีนอีกด้วย 
            ถึงแม้ว่าในสายตาของคนนอกจะมองว่าคุณนางเอกดูแสนดีแต่ในสายตาของฉันกลับเห็นแค่...ผู้หญิงจอมเสแสร้งเท่านั้นเอง
            เฮ้ๆ อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นกันสิ มีคนแบบไหนกันทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าตัวเองยังจะขยันเข้ามาใกล้กันล่ะ บวกกับนิสัยบ่อน้ำตาแตกที่ดูไม่สมจริงนั้นแล้วอย่าว่าแต่คุณนางร้ายเลยที่จะวีน ขนาดฉันเป็นคนอ่านยังรู้สึกหมั่นไส้ตามเลย
            เหอะๆ คุณนางเอกจอมเสแสร้งชอบวางแผนการปั่นประสาทคุณนางร้ายแบบนี้ไงถึงได้คะแนนความน่าสงสารจากคนรอบข้าง แถมยังชอบมาก่อกวนยัยคุณหนูขี้วีนอีกด้วย ไม่งั้นจะมีเหรอที่ยัยคุณหนูปากจัดเจ้าของร่างตัวจริงจะไปหาเรื่อง ถ้าหากเจ้าตัวไม่ถูกใครมาระรานก่อนแบบนั้นน่ะ
            จะว่าสงสารก็สงสารอยู่หรอก แต่ว่าเธอก็ยังอ่านเรื่องนี้ไม่จบเพราะหงุดหงิดกับความโง่ของนางร้ายที่อ่านเกมของคุณนางเอกไม่ทันแล้วดันตกหลุมพรางเดิมซ้ำๆอย่างน่าโมโห เพราะฉะนั้นเนื้อเรื่องหลังจากเหล่าตัวละครขึ้นชั้นปีที่สองเธอเลยไม่รู้รายละเอียดอะไรเลยแม้แต่น้อย...
            แต่กว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินไปถึงตรงนั้นก็คงจะอีกนาน
            ฉันดันตัวลุกขึ้นมานั่ง บิดตัวไปมาไล่ความขบเมื่อยตามเนื้อตัว ดูจากสภาพร่างกายแล้วยังดูเป็นเพียงแค่เด็กสิบขวบเท่านั้น เส้นผมที่ยาวสยายออกเต็มกลางแผ่นหลังก็เป็นสีดำสนิทเหมือนหยดน้ำหมึกแต่ที่ต่างกันก็คงเป็นความเงางามของมัน ส่วนเรื่องหน้าตาฉันไม่รู้เพราะในเนื้อเรื่องอธิบายไว้แค่สีผม สีตา สีผิว และใบหน้าที่ดูงดงามเย้ายวนเล็กน้อย แต่ไม่ได้แนบภาพประกอบอะไรมาด้วย 
            ฉันดึงคอเสื้อที่เต็มไปด้วยลายลูกไม้ให้ยืดออกห่างจากตัว กวาดสายตามองที่บริเวณหน้าอกอย่างสำรวจ ‘ห่างไกลจากคำว่าเย้ายวนไปเยอะเลยแฮะ ขนาดหน้าอกยังเท่าไข่ดาวอยู่เลย’
            ในระหว่างนั้นเองพลันบานประตูที่ปิดเงียบสนิทมาโดยตลอดก็ถูกผลักเข้ามา คนมาใหม่ชะงักนิ่งค้างอยู่ในท่าหมุนลูกบิดกลอนประตูเปิดเข้ามา ใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นแสดงออกถึงความตกใจระคนยินดีหลังจากนั้นก็วิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักเด็กสาวในชุดเมดคนนั้นก็เดินเข้ามาพร้อมกับชายหญิงคู่หนึ่ง คนทั่งคู่ดูมีบรรยากาศของคนสูงศักดิ์แผ่ออกมารอบๆตัวจนแม้แต่ฉันที่นั่งอยู่บนเตียงยังรู้สึกเกร็งขึ้นมาเสียไม่ได้ 
            หญิงสาวเรือนผมสีเงินหน้าตางดงามเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะรั้งร่างของฉันเข้าไปกอดแน่น น้ำเสียงที่ใช้เปร่งออกมาแม้จะฟังดูนุ่มนวลแต่มันกลับสั่นเครือจนแม้แต่ฉันยังสัมผัสถึงมันได้ “อลิซลูกรัก แม่ดีใจเหลือเกินที่ลูกไม่เป็นอะไร”
            ฉันนั่งท่าทีเงอะงะ ลังเลที่จะกอดตอบไปก่อนหรือจะกล่าวอะไรออกไปดี 
            ‘ปกติคุณนางร้ายแสดงท่าทางออกมายังไงกับสถานการณ์แบบนี้กันนะ ให้ตายสิ’
            ฉันเค้นสมองเกี่ยวกับความทรงจำของคุณนางร้าย แต่เหมือนมีม่านหมอกบางอย่างมาปกคลุมมันเอาไว้ บ้าบอสิ้นดี ส่งมาที่นี่ทั้งทีก็ให้ความทรงจำก่อนหน้านั้นของเจ้าตัวมาให้ด้วยสิเฟ้ย! 
            ฉันนั่งนิ่งให้เธอกอดไปส่วนสมองก็ขบคิดอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้าดี 
           แกล้งทำเป็นความจำเสื่อมดีไหมนะ...
            “พวกคุณเป็นใครอย่างนั้นเหรอคะ…?” 
            ฉันตีสีหน้าสงสัย แสร้งถามออกไปอย่างใสซื่อ ไม่ได้โกหกนะ แต่ฉันไม่รู้จริงๆนี่นา…เอาเป็นว่าพอรู้ก็ได้ 
            ท่านหญิงตรงหน้าฉันก็คือดัชเชส เอมิเลีย วาล์คาร์รัส บุตรสาวของอดีตท่านแม่ทัพใหญ่ที่ตอนนี้ได้ปลดเกษียรลงแล้วให้บุตรชายคนโตขึ้นไปรับตำแหน่งแทน หรือเอาง่ายๆก็คือคุณแม่ผู้งดงามของคุณนางร้ายยังไงล่ะ
            คุณคะ…ฮึก ลูกจำฉันไม่ได้ ลูก…”
            น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของผู้เป็นแม่ทำเอาในใจของฉัน…อ่า ไม่สิ ภายในใจของคุณนางร้ายปวดแปลบขึ้นมา เศษเสี้ยวชิ้นส่วนของคุณนางร้ายที่หลงเหลืออยู่คล้ายอยากจะให้ฉันทำอะไรบางอย่าง โดยที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัวปากและมือของฉันก็ขยับออกไปเสียแล้ว
            มือเรียวเล็กค่อยๆยกขึ้นไล่เช็ดน้ำตาให้ท่านหญิงตรงหน้าอย่างเบามือก่อนจะยกยิ้มบางไร้ซึ่งการปรุงแต่งออกมา “อย่าร้องเลยนะ อลิซยังไม่ร้องเลยคุณก็อย่าร้องเลยนะคะ”
            คนตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อยกับการกระทำของฉัน พอฉันรู้สึกตัวก็พลอยชะงักมือลงไปด้วย ตายห่าน นี่หล่อนทำบ้าอะไรลงไปยัยเฟอะฟะ เกิดคนพวกนี้รู้ว่าไส้ในหล่อนไม่ใช่ลูกเขาจะทำยังไง!
            ดัชเชสเอมิเลียคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนผิดกับที่ฉันกังวลในตอนแรก อยากจะถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาหากไม่ติดว่ามันจะดูผิดสังเกต แต่ว่านะ...ที่เขาว่ากันว่ารอยยิ้มของคนสวยนั้นมีพลังทำลายล้างสูงน่าจะเป็นเรื่องจริง ใจจริงก็อยากจะเคลิ้มอยู่หรอกถ้าไปติดว่าท่านพ่อเจ้าของร่างยังยืนหน้านิ่งมองฉันกับท่านแม่กอดกันกลมอยู่แบบนี้....





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น