ข้า!หาใช่หมูในอวยไม่...

ตอนที่ 1 : ตอนที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 397 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

บทที่ 1 จอมแผนการต้องข้าเท่านั้น....


เสียงปีนหน้าต่างห้องนอนที่อยู่ท้ายจวนดังขึ้นเบาๆ ทำให้มือฉมังจอมเจ้าเลห์ ต้องค่อยๆแง่มออก เสียงเอี๊ยด...ของหน้าต่างบานเก่าที่จะพังไม่พังแล่เปิดออก ร่างบางแต่งตัวด้วยชุดรัดกุมเยี่ยงบุรุษในอาภรณ์สีดำสนิทกระโดดลงมา  ร่างดังกล่าวคอยๆทรุดตัวนั่งลงข้างหน้าต่างที่ตนกระโดดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเซียว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วทั้งห้อง ส่งผลให้ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วซีดลงกว่าเก่า 


ลี่เหมยอิง หรือคุณหนูเล็กแห่งจวนตระกูลลี่ นางนั่งหอบหายใจเอาแรง ยกมือที่เต็มไปด้วยเลือดขึ้นพิจารณา ก่อนจะขยับลุกขึ้นด้วยความมึนหัว เนื่องจากเสียเลือดไปมากจากการแอบเข้าไปขโมยของยังคลังของราชวัง ที่ๆที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา นางได้รับว่าจ้างจากคนๆหนึ่งที่ให้ราคาค่าจ้างครั้งนี้อยู่มากโข นางล้วงเข้าไปยังสาบเสื้อด้านในและเอาออกมา ลักษณะของสิ่งนั้นก็คือกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กเท่าฝ่ามือเด็ก ด้านในบรรจุโอสถหนึ่งเม็ด ซึ่งนางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือยาอะไร รูเเพียงว่าผู้ว่าจ้างให้ค่าจ้างแก่นางมากเสียจนนางตอบตกลงรับงาน ถึงแม้ว่ามันจะเสี่ยงกับการโดนหมายหัวจากราชสำนักต้าเหลียง แต่...แล้วไงใครสน...


ลี่เหมยอิงยกยิ้มชอบใจ งานนี้ถือว่าคุ้ม นางเพียงบาดเจ็บที่ไหล่มนข้างซ้ายที่โดนองครักษ์บางคนจ้วงแทงมา ยังดีที่ผ้าปิดหน้าของนางไม่หลุดออก ไม่เช่นนั้นนางคงต้องหลบหนีหัวซุกหันซุนอีกแน่

ร่างบางก้าวเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า นางปลดชุดอาภรณ์นั่นออก เหลือเพียงตัวเปล่าเปลือย  นางเดินก้าวไปยังถังอาบน้ำ ที่เย็นจัด เนื่องจากนางตักมาไว้เอง ตั้งแต่เมื่อเช้าก่อนไปปฏิบัติงาน นั่งแช่ไปสักพักด้วยความหนาวสั่น ร่างบางลุกขึ้นจากน้ำซับตัวด้วยผืนบางที่พาดไว้ยังฉากกั้นที่แสนจะทรุดโทรมพร้อมพังทุกเมื่อ

นางเดินไปยังคันฉ่องที่อยู่ไม่ไกลกันนัก มือบางข้างหนึ่งที่ไม่ได้กุมไหล่เจ็บ  สะบัดมือเพียงครั้งเดียวเทียนที่ตั้งอยู่หน้าคันฉ่องก็ลุกพรึบด้วยพลังลมปราณจากร่างบาง นางเปิดลิ้นชักนำกล่องที่ขโมยมาได้ใส่ลงไป พร้อมหยิบอุปกรณ์ทำแผลขึ้นมาวาง หยิบจับไปมา วางนั้นใส่นี้จนเสร็จจึงทำการปิดแผลด้วยผ้ายาวบางอย่างยากลำบากจนสำเร็จด้วยสภาพที่ทุลักทุเลพอควร จากนั้นร่างบางจึงเดินไปหยิบอาภรณ์ชุดบางสำหรับใส่นอนสวมใส่ เสร็จแล้วจึงหันไปเก็บอาภรณ์เปื้อนเลือดเผาทิ้งที่อ่าง พร้อมนำธูปหอมดับกลิ่นคาวเลือดจุดอย่างรอเวลา


เมื่อทุกอย่างเสร็จสับ ร่างบางจึงนำกระดาษหลายแผ่นที่นางไปเก็บมาเมื่อเช้าที่ห้องของพี่หญิงใหญ่ลี่หลันฮวามาใส่ลงไปเผาในอ่างที่เผาอาภรณ์นั่นอีกครั้ง  นางนับเวลาในใจจนจะครบหนึ่งเค่อแล้ว พร้อมล้มตัวลงนอนที่เตียงนอนไปด้วยเพื่อรอคอยบางอย่าง จากนั้นนางจึงสะบัดมือเพียงครั้ง แสงไฟในห้องจึงพลันดับ พร้อมเสียงตะโกนเอะอะเสียงดังที่ลอยมาแว่วๆตามสายลม นางหลับตาลงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่คลายจวบจนกระทั่งเสียงบ่าวรับใช้พากันแตกตืนหน้าเรือนนาง



"มีอะไรหรือเสี่ยวฟาน ใยถึงเสียงดัง"  ลี่เหมยถิงเดินออกมาเปิกประตูห้องด้วยท่าทางงัวเงียดั่งเพิ่งตื่น นางถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม คล้ายดังคนใกล้หมดแรง

"อ่อ..พอดีมีมือปราบเจ้าคะคุณหนู มากันเต็มหน้าจวนเลยเจ้าคะ"  เสี่ยวมู่ บ่าวอีกคนเอ่ยตอบ เพราะเสี่ยวฟานผู้ที่ถูกถามเดินลิ่วผ่านหน้าลี่เหมยถิงผู้ที่เป็นคุณหนูผู้ถูกลืมไปด้วยท่าทางหยิ่งผยอง


"แล้วมือปราบพากันมาทำไมหรือ"  ลี่เหมยถิงยังคงถามต่อด้วยความอยากรู้

"ก็มีคนร้ายนะสิเจ้าคะ หลบหนีเข้ามาในจวน ตอนนี้ทุกคนก็กำลังไปรวมตัวที่ห้องโถงใหญ่กัน ไปกันเถอะเจ้าคะคุณหนู"  เสี่ยวมู่ว่าพร้อมกล่าวชวนเจ้านายสาว


"อืม..งั้นเราไปกันเถอะ "  ลี่เหมยถิงพูดพร้อมก้าวเดินด้วยใบหน้าซีดเซียว จนบ่าวตัวน้อยอย่างเสี่ยวมู่เข้าช่วยพยุงเดินไปพร้อมกัน





ที่ห้องโถงใหญ่ตระกูลลี่

ตอนนนี้ห้องโถงที่ว่าใหญ่โตแล้ว กลับดูเล็กลงไปถนัดตา เมื่อทุกผู้ทุนคนในจวนต่างรวมตัวกันอย่างหนาแน่นในที่นี่ มือปราบหลายสิบคนที่ยืนมองมาด้วยใบหน้าถมึงดึงดัน หน้าตาแต่ละนายแลดูน่ากลัว โหดร้าย จนบ่าวหลายคนเริ่มสั่นกลัว จนสองขาของบางคนสั่นเทาจนเห็นได้ชัด เป็นที่ขบขันแก่หลายคนยิ่งนัก

"เอาละๆพวกเจ้าเงียบๆก่อน"  ลี่กงเหยา ผู้นำตระกูลลี่สายหลักคนปัจจุบันเอ่ยปราม หลังจากเห็นอาการตื่นกลัวของบ่าวหลายคน รวมทั้งบรรดาอนุทั้งหลาย ที่เริ่มออเซาะ ชม้อยสายตาแก่มือปราบบ้าง ต่อเขาบ้าง จนตนเองต้องเข้าเรื่องเสียที

"เอ่อ..ไม่ทราบว่าหัวหน้ามือปราบมาที่นี่ด้วยเหตุอันใดหรือ" ลี่กงเหยากล่าวถามด้วยความสุภาพ


"ข้ามาที่นี่  เนื่องด้วยมีคนร้ายลักลอบเข้ามายังจวนนี้ จึงขอทำการตรวจค้น โดยคนร้ายที่ว่ามานี่บาดเจ็บที่ไหล่ พวกข้าจึงจะขอทำการตรวจสอบอย่างละเอียด หากท่านไม่ว่า..."  กวนจงลู่ หัวหน้ามือปราบประตูคลังหลวงทิศบูรพากล่าวขึ้นอย่างนึกโมโห หากเขาไม่โดนผงเข้าตา คงไม่พลาดเสียท่าให้คนร้ายแน่!  หึ นึกแล้วให้นึกเจ็บใจ เขาเป็นหัวหน้ามือปราบทิศบูรพามาสิบปีเพิ่งจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น เจ้าหัวขโมยมันช่างใจกล้าบุกเข้าขโมยเม็ดโสมพันปีของพระราชทานจากแคว้นต้าซ่ง ของนี้สำคัญยิ่ง หากเขาหากลับไปไม่ได้มีหวังต้องโดนโทษหนักเป็นแน่! ฮึ่ม! อย่าให้เจอตัว....ข้าจะ...สั่งสอนมันให้แด้ดิ้นทีเดียว...


"ได้ๆเชิญท่านตรวจสอบเถอะ"  เจ้าบ้านกล่าวอย่างใจดี เขาคิดและหันไปมองยังลูกสาวคนเล็กที่ยืนหน้าตาซีดเซียวอยู่ข้างบ่าวรับใช้ที่ชาวยประคองจึงได้แต่ส่ายหัว

"ใครใช้ให้เจ้ามาที่นี่ กลับห้องของเจ้าไปเสีย"  ลี่กงเหยากล่าวอย่างโมโห เขาดุด่าร่างบางด้วยท่าทีห่างเหินดังเช่นที่ทำเป็นประจำ จนเจ้าของร่างบางอย่างลี่เหมยถิงชินชา นางไอค่อแค่กสองสามครั้งแล้วกล่าวลาบิดาด้วยเสียงอ่อนระโหยโรยแรง แต่ต้องชะงัก เพราะเสียงบุคคลหนึ่ง

"หยุดก่อน..."  กวนจงลู่เอ่ย พร้อมก้าวเท้าไปหยุดอยู่หน้าร่างบาง

"เจ้าคือใคร ใยไม่เคยเห็นหน้า"  กวนจงลู่กล่าวพร้อมสำรวจร่างบางอย่างพินิจ เดือดร้อนไปถึงเจ้าบ้านอย่างลี่กงเหยาเอ่ยขัด

"เอ่อ..นางคือบุตรสาวคนเล็กของข้า นามลี่เหมยถิง นางป่วยกระเซาะกระแซะตั้งแต่เด็ก ข้านึกห่วงจึงให้นางกลับก้องไปพัก" ลี่กงเหยากล่าวด้วยท่าทีสุขุม เขาปรายตาไปทางบุตรสาวคนเล็กที่ยืนก้มหน้านิ่งไม่ไหวติง

"ถิงเอ๋อร์  กลับห้องเจ้าไป โดนลมมากเดี๋ยวอาการกำเริบจะยุ่ง "  เขากล่าวด้วยเสียงราบเรียบแต่ก็แฝงไปด้วยความห่วงใย 

"เจ้าคะ"  นางยอบกายขอตัวออกไป แต่ก็ต้องเอะใจเมื่ออีกฝ่ายก้าวเดินตามหลังมา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหัวหน้ามือปราบกวนจงลู่นั่นเอง  เขาไม่วางใจและรู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง จึงแอบเดินตามมาเงียบๆ แต่เหมือนอีกฝ่ายคล้ายจะรู้ตัว ทำให้เขายิ่งสงสัย


"เสี่ยวมู่ แค่กๆ เจ้าไปเตรียมชากับของว่างให้ข้าที ข้าอยากรับลมที่ศาลา"  ลี่เหมยถิงกล่าว นางเดินขึ้นไปบนศาลาเล็กท้ายจวนที่ติดกับเรือนนอนนาง แล้วนั่งลงหลับตาซึมซับไอแดดสดชื่นยามเช้าตรู่  เมื่อคืนกว่าจะหลบหนีออกมาได้ก็เข้ายามอิ๋นแล้ว (เวลา 03.00 - 04.59 น.) จนนางรู้สึกเพลียและง่วงนอนเป็นที่สุด คนผู้นี้ก็ยังสงสัยเอาแต่ตามนางอยู่ได้

"หัวหน้า..."  ลูกน้องคนสนิทกวนจงลู่เอ่อยกระซิบกระซาบกับเจ้านายแล้วส่ายหัวเล็กน้อย  
"อืม"   กวนจงลู่กล่าวได้แค่นั้น เขาแลลูกน้องก้าวเดินออกจากทางขึ้นศาลาที่ร่างเล็กนั่งคลี่ยิ้มอยู่ ต่างจากเมื่อสักครู่ที่ทำหน้าตาซีดเซียวดังคนใกล้ตายนั้นด้วยใบหน้ากระจ่าง

"หึ..คิดจะจับข้า ยังอ่อนหัดนัก"  ลี่เหมยถิงลืมตามองไปยังอีกคนที่จากไปเมื่อครู่ด้วยสายตาซ่อนความเจ้าเลห์ เจ้าตัวรีบหุบยิ้มแลเก็บสายตาเอาไว้ด้วยบ่าวคนสนิทเดินถือถาดชาและขนมเดินมาแต่ไกล




"คุณหนูท่านลืมทิ้งน้ำอาบในห้องนะเจ้าคะ   ไม่เนียนเกือบโดนจับได้"  ร่างเล็กของสาวรับใช้กล่าวขณะรินน้ำชาให้เจ้านายสาวที่ไม่ค่อยเก็ยรายละเอียดให้เรียบร้อย

"งั้นรึ..."  ลี่เหมยถิงกล่าวได้แค่นั้นก่อนหลับตาดื่มด่ำกับรสชาอันแสนหวานสูตรของสาวใช้คนสนิทด้วยความสุขเปี่ยมล้น ใช่ ทุกสิ่งที่นางกระทำ ล้วนถูกสาวใช้นามว่าเสี่ยวมู่รู้เกือบทุกอย่าง  สาวใช้นางนี้เก่งการแพทย์ และยังเป็นสหายสนิทของนางอีกต่างหาก นางรู้จักกับจูเสี่ยวมู่เมื่อสองปีที่แล้ว โดยการช่วยชีวิตอีกฝ่ายไว้หลังถูกตามล่าจากใครก็ไม่รู้ จนนางและเสี่ยวมู่เริ่มสนิทกัน นางจึงขอร้องท่านพ่อรับเสี่ยวจูไว้ให้เป็นบ่าวรับใช้นาง จนตอนนี้ก็อยู่ร่วมกันมาแล้วกว่าสองปี เรื่องงานหรือเรื่องวรยุทย์ล้วนเป็นเสี่ยวจูที่สอนเพิ่มให้ หลังจากนางเรียนรู้วรยุทย์โดยบังเอิญจากตำราเก่าแก่ที่มารดาทิ้งไว้ให้หลังท่านหายตัวไปตั้งแต่นางอายุได้สิบขวบปี จนตอนนี้นางอายุสิบหกปีแล้ว ด้วยร่างกายที่ถูกพิษมาตั้งแต่ในออกตาลืมดูโลกจากฮูหยินใหญ่ซูอี้เหนียง คุณหนูใหญ่เสนาบดีซูเป่ยเจียง


นางที่เป็นเพียงบุตรีของอนุภรรยาลำดับที่สี่ จึงถูกกลั้นแกล้งรังแกเรื่อยมาจนเมื่อตอนนางอายุสิบสี่อาการกำเริบหนัก นางที่ตอนนั้นช่วยเหลือจูเสี่ยวมู่ไว้ จึงถูกรักษาได้ทันท่วงที จนทุกวันนี้อาการของนางคือไม่สามารถทนกับความหนาวเย็นเพียงเล็กน้อยได้ ไม่เช่นนั้นพิษหยกเหมันต์ก็จะกำเริบดังเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว ที่นางรับงานชิ้นหนึ่งนั้นก็คือการขโมยหยกพยัคฆ์จากท่านอ๋องผู้หนึ่ง ซึ่งนางเองก็ยังไม่ทราบชื่อ เมื่อตอนที่นางแตะต้องหยกนั้นทำให้อาการกำเริบขึ้นมาทันที จนนางต้องรีบหนีก่อนถูกจับได้ ยังดีที่อ๋องผู้นั้นบาดเจ็บอยู่ไม่เช่นนั้นเรื่องคงมาถึงตัวนาง


"แล้วงานสำเร็จหรือไม่"  เสียงเสี่ยวมู่ดังขึ้นฉุดคนที่ตกอยู่ในภวังค์ตื่นขึ้นทันที

"ฝีมือระดับนี้  ไม่พลาดอยู่แล้ว..."  ลี่เหมยถิงยกยิ้มอย่างเจ้าเลห์ นางลุกขึ้นพร้อมแสดงบทบาทคุณหนูผู้อ่อนแอขี้โรคด้วยการพยุงของสาวใช้คนสนิทออกจากศาลาตรงไปยังเรือนนอน ที่ตอนนี้นางคิดถึงเตียงนุ่มๆนั้นเหลือเกิน




-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 397 ครั้ง

88 ความคิดเห็น