ข้า!หาใช่หมูในอวยไม่...

ตอนที่ 14 : ตอนที่สิบสี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    21 ส.ค. 61

ตอนที่ 14 ค่อยๆต้อน


หลังจากจบงานเลี้ยง เหมยถิงนั่งบนรถม้าที่หรูหราออกนอกวัง เพื่อกลับไปยังตำหนักรับรองที่ไกลออกมาจากสถานที่จัดงานเลี้ยงมากเหลือเกิน ตำหนักรับรองที่นางและท่านอ๋องอาศัยอยู่นี้ อยู่ติดกับสวนอุทยานดอกเหมยกุ้ย อันเป็นสถานที่โปรดปรานของหรูฮองเฮา  

ถามว่าทำไมถึงไม่นั่งเกี้ยวมา  ท่านอ๋องบอกกับนางว่ามีนางมาด้วยจึงอยากนั่งรถม้ามามากกว่า  

นางอดที่จะเข้าข้างตนมิได้  นี่เขาห่วงนางหรือ

เหมยถิงนั่งอมยิ้มผู้เดียว จนอ๋องหนุ่มที่หลับตาพิงพนักยังต้องแอบลืมตามอง  เขามองนางครู่นึงแล้วหลับตาลงเช่นเดิม

เหมยถิงเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลา ที่เวลาไม่ยิ้มแย้มก็ดูโหดมาก แต่พอเวลาเขายิ้มนั้นก็น่ารักไปอีกแบบ

นี่นางคิดว่าเขาน่ารักหรือ  บ้าไปแล้ว...

รถม้ายังคงเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ไม่มีทีท่าว่าจะถึงสักที ทั้งๆที่ควรถึงตั้งนานแล้ว  เหมยถิงละออกจากใบหน้าหล่อร้ายนั้น แล้วเลิกผ้าม่านออกมอง  แต่นางก็ไม่คาดว่ารถม้าจะกระตุกกระทันหัน ทำให้ร่างบางเกือบล้มลงไปหน้าคว่ำกับพื้น ดีที่ได้ลำแขนแกร่งช่วยไว้ได้ทัน

ร่างบางของเหมยถิงยังอยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มที่กอดนางแน่นด้วยความตกใจ  กลิ่นกายหอมๆอวลออกมาจากร่างบางในอ้อมแขนเขา  ชายหนุ่มสูดดมด้วยความชื่นใจ ก่อนจะปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ เพราะแรงดิ้นจากนางเขาถึงได้ยอมปล่อยอย่างเสียดาย

"ขะ ขอบคุณท่านอ๋อง" นางตอบอย่างตะกุกตะกัก พลางกลับไปนั่งฝั่งตรงข้ามเขาด้วยใจสั่นระรัว

"อะแฮ่ม..คงใกล้ถึงแล้ว"  อ๋องหนุ่มเอ่ย  เขาจับหนังสือขึ้นอ่านแก้เก้อ พลางเหลือบตามองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้างุด ด้วยรอยยิ้มมุมปาก
.
.
.
รถม้าคันงามใช้เวลานานกว่าขาไปมากโข  ทำให้เหมยถิงเหมื่อยขบไปหมดทั้งตัว  นางลงจากรถม้าแล้วตรงเข้าห้องพักตน หวังจะได้นอนที่นอนนุ่มๆ

ร่างบางทิ้งตัวลงนอนที่เตียงด้วยสภาพแบบนั้น  นางนึกไปถึงเมื่อคราเหตุการณ์ในงานเลี้ยงนั่น...


"ข้าไม่หวั่นไหวให้ใคร นอกจากเจ้าถิงถิง" ชายหนุ่มกล่าวขึ้นเบาๆพอให้ได้ยินกันสองคนด้วยน้ำเสียงมั่นคง  

ตึกตัก  ตึกตัก ตึกตัก

เหมยถิงกุมไปที่บริเวณหัวใจตัวเองด้วยความตกใจ  ใยถึงเต้นแรงนัก นางหลุบสายตาลงต่ำ ก้มมองมือตัวเองที่บีบกันแน่นอย่างตื่นเต้น  

"ตัวข้าเป็นอะไรไปกัน"  เหมยถิงพึมพำแล้วหลับตาลงด้วยความเหนื่อยหล้าพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ไม่จางหาย
.
.
.
.
อืม...เหนื่อยชะมัดเลย....

เหมยถิงบิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน  พร้อมอ้าปากหาวนอนอย่างไม่ระวังกิริยาใด นางชินเสียแล้วกับการใช้ชีวิตง่ายๆ การไม่มีมารดาอยู่ด้วย มันเป็นอะไรที่ต้องพึ่งตนเองหมด ถ้าไม่รวมถึงเสี่ยวมู่ที่บ่นนางเช้าเย็นๆ จนนางต้องเอามือปิดหูทุกครั้งเวลาสหายน้อยของนางบ่น

เมื่อนึกถึงสหายขึ้นมา เหมยถิงก็กระเด้งลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยความตื่นตระหนกตกใจ  

"ซวยแล้ว...ข้าลืมนัดไปเสียสนิทเลย มัวแต่กินนอน อัยหย่า.."  เหมยถิงทึ้งผมตัวเองไปมาดั่งคนบ้า  เสี่ยวมู่ต้องบ่นนางหูชาแน่ๆ ที่ลืมนัดเสียได้ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วด้วย

เหมยถิงรีบจัดการกับสภาพตัวเอง นางปลอมตนเป็นหนุ่มน้อยรูปงาม  ค่อยๆแง่มประตูออกทีละนิดแล้วสอดส่ายสายตาไปทั่ว พบชายหลายคนยืนประจำตำแหน่งดังเดิม 

"จะออกไปยังไง อยู่ที่ไหนไม่อยู่มาอยู่ซะดงพยัคฆ์เลย ถิงถิงเอ๋ยถิงถิง คิดสิคิด..."  เหมยถิงเดินไปเดินมาดั่งหนูติดจั่น  นางหยุดความคิด และมองไปที่หน้าต่างด้วยรอยยิ้มเจ้าเลห์...หึๆ
.
.
.


"อีกแล้วกำแพงบ้านี้อีกแล้ว"  เหมยถิงบ่นออกมาเบาๆ แหงนหน้ามองกำแพงเบื้องหน้า เท้าก็แตะพื้นกำแพงเบาๆ แล้วกระโดดลงอย่างแผ่วเบา

เมื่อมองซ้ายขวาแล้วทางโล่ง นางอมยิ้มถูกใจ แล้วค่อยๆเดินเลียบๆไป เจอทหารก็หลบ ก่อนจะกระโดดเข้าตำหนักๆหนึ่งซึ่งดูเรียบง่ายยิ่งนัก  

เหมยถิงกระโดดลงในตำหนักนี้อย่างแผ่วเบา ใช้ความรู้และประสบการณ์ในความช่ำชองการย่องเบาสุดความสามารถ นางค่อยๆยองๆไป หลบมุมนั้น เข้ามุมนี้ด้วยใจลุ้นระทึก

บรรยากาศในตำหนักนี้มันดูเงียบมาก จนดูเหมือนไม่มีใครอาศัยอยู่ก็ไม่ปาน  เหมยถิงเดินไปยังกำแพงที่ไม่สูงเท่ากำแพงตำหนักรับรองมากนัก นางที่กำลังจะกระโดดข้ามพ้นแล้วกลับต้องตกใจเมื่อขานางโดนกระชากลงด้วยความเร็วสูง นางที่ตกใจจนต้องร้องออกมาเสียงหลง

กริ๊ด!!

เหมยถิงกรี๊ดเสียงดังจนคนที่กระชากขานางต้องใช้มือปิดปาก แล้วลากนางเข้าไปในตำหนักโดยเร็ว  

เหมยถิงตื่นตระหนกอยู่ภายใต้อ้อมกอดของใครบางคนที่ยังคงกอดนางไว้ทางด้านหลังอย่างรัดแน่น แถมมือยังปิดปากนางไว้อีก นางหายใจแทบไม่ออก จึงได้กัดไปที่มือคู่นั้นอย่างแรง จนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ

"เจ้า!" เด็กหนุ่มโพร่งขึ้นแล้วชี้หน้าหนุ่มน้อยเบื้องหน้าที่หอบหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ

"จะฆ่าข้ารึไง" เหมยถิงเอ็ดชายแปลกหน้าที่กล้ากอดนาง แถมยังจะฆ่านางอีกด้วยความโมโห

"จะบ้ารึไง ใครอยากฆ่าเจ้า เจ้าเด็กน้อย"  เด็กหนุ่มสวนขึ้นทันใด

"ใครเด็ก" เหมยถิงชี้ที่ตัวเองแล้วมองชายตรงหน้าที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเกินสิบห้าอย่างพิจารณา

"เจ้านั่นแหละ"  เด็กหนุ่มยังคงไม่ยอม

"หยุดๆ" เหมยถิงยกมือขึ้นห้าม ขืนเถียงกันอยู่เช่นนี้มีหวังคนได้แห่กันมาที่นี่แน่

"เจ้าเป็นใคร ใยเข้ามาในตำหนักเรา" เด็กน้อยเอ่ยถาม พร้อมมองเหมยถิงอย่างสำรวจ

"ข้าแค่ผ่านมา เดี๋ยวก็ไปแล้ว"  เหมยถิงกล่าวแค่นั้นก่อนจะเยี่ยมหน้าลอดออกหน้าต่างไปเพื่อมองดูข้างนอก

"ข้าถาม ใยไม่ตอบ"  เด็กหนุ่มเริ่มงอแง

"เรียกข้าว่าอาถิงก็พอ เข้าใจมั้ยเด็กน้อย"  เหมยถิงหันไปตอบคำถามเจ้าเด็กน้อยที่เซ้าซี้นางไม่หยุด

"เจ้าไม่รู้รึว่าที่นี่ตำหนักใคร" เด็กหนุ่มกอดอกเอ่ยถามด้วยใบหน้าฉงน

"จะรู้รึ"  เหมยถิงตอบกวนอีกฝ่าย

"ข้าจะบอกให้ก็ได้นะ"  เด็กหนุ่มยืดอกมองไปที่หนุ่มน้อยเบื้องหน้าที่หันหลังให้เขา


"ไม่อยากรู้"  เหมยถิงหันไปเอ่ยตอบด้วยความระอา 

"เจ้า!"  เด็กหนุ่มเต้นเร้าๆด้วยความขัดใจ

"ไม่มีคน งั้นข้าไปละ ขอบใจที่ดึงขาของข้านะเจ้าเด็กซน"  เหมยถิงหันไปกล่าวลาอีกฝ่ายด้วยความกวนๆ ก่อนจะเดินออกไปแล้วกระโดดข้ามกำแพงไป ทิ้งไว้เพียงเด็กหนุ่มที่มองตามอย่างนึกเคือง


ซ่งลู่หลง มองตามร่างบางที่ไปนานแล้วด้วยรอยยิ้มซุกซน เขาเป็นถึงองค์ชายองค์เล็กที่เกิดจากเสด็จแม่ฮองเฮา เขามักมาเดินเล่นที่ตำหนักร้างนี้ประจำเกือบทุกวัน ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเรื่องสนุกด้วย

"คิดจะหนีเปิ่นหวางรึ แม่นางน้อย..."  ซ่งลู่หลงกล่าวด้วยรอยยิ้มถูกใจ ก่อนจะกระโดดตามร่างบางไป ใช่  เขารู้ว่าหนุ่มน้อยคนนั้นคือหญิงสาว เพราะเนื้อตัวนั้นนุ่มนิ่มออกปานนั้น  ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็ทะยานตามไปด้วยความซุกซน เขาเห็นหลังนางไวๆ คงต้องตามช้าๆเสียแล้ว...
.
.
.
.
"เมื่อไหร่จะออกจากวังบ้าๆนี้ได้เสียที  "  เหมยถิงบ่นออกมาอย่างเหนื่อยหอบ นางใช้ทักษะการหนีเอาตัวรอดแล้วก็ยังไม่พ้นเขตวังหลวงนี่เสียที  วังบ้านี้ก็ใหญ่โตเสียจริง ใหญ่พอๆกับวังแคว้นต้าเหลียวที่นางเคยแอบเขาไปขโมยของมากนัก

"มันต้องมีทางออกสิน่า..."  เหมยถิงนั่งลงยังโขดหินในฉากน้ำตกที่นางหลบซ่อนตัวอยู่

"เปิ่นหวางพาออกไปดีหรือไม่"  เสียงเด็กหนุ่มที่ เพิ่งแตกเนื้อหนุ่มได้ไม่นานเอ่ยถามทางด้านหลังนาง จนเหมยถิงสะดุ้งตัวโหยง ลุกขึ้นหันมามองอีกฝ่ายด้วยความตระหนก

"เจ้า! " เหมยถิงชี้หน้าเด็กหนุ่มที่นางเพิ่งจะหนีมาไม่นานด้วยความโมโห

"อ่ะๆ อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวทหารองครักษ์ก็ได้แห่กันมาพอดี"  เด็กหนุ่ม นั่งลงโขดหินตรงที่เหมยถิงลุกขึ้นไปเมื่อครู่

"นี่ตามข้ามารึ"  เหมยถิงกล่าวถามออกไปหลังตั้งสติได้

"ใช่"  เด็กหนุ่มกล่าวตอบ

เหมยถิงมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยความระแวง

"ไม่ต้องมองเปิ่นหวางขนาดนั้นหรอก..."  เด็กหนุ่มโบกมือไปมาที่ด้านหน้านางช้าๆด้วยมาดกวนๆ

"เปิ่นหวาง?" เหมยถิงเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย

"ทำไม ไม่รู้รึว่าข้าเป็นองค์ชายนะ" เด็กหนุ่มกล่าวหน้าตาย

"ฮ่าๆ อย่ามาล้อข้าเล่นเลยเจ้าเด็กซน" เหมยถิงหัวเราะเบาๆใส่เด็กหนุ่มเบื้องหน้า จนเด็กหนุ่มมองมาอย่างจริงจัง จนนางต้องหุบยิ้มฉับ

"เป็นองค์ชายจริงๆรึ"  เหมยถิงกล่าวเสียงค่อย

"อืม"  เด็กหนุ่มตอบรับในลำคอ

"ฮ่าๆเจ้านี้ตลกร้ายเนาะ" เหมยถิงกล่าวได้แค่นั้น นางหันหลังเตรียมชิ่ง แต่ติดที่ว่ามือเด็กน้อยนั้นคว้าที่หลังเสื้อนางเสียก่อน จนนางไปไหนไม่พ้น

"จะไปไหน"  เด็กหนุ่มเอ่ยถามเสียงเย็นๆ เหมยถิงหันหน้ามาแล้วยิ้มแหย่ๆกลับไป

"แหะๆ หม่อม เอ้ย  กระหม่อม เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องกลับแล้ว"  เหมยถิงเอ่ยตอบออกไป

"เดี๋ยวเปิ่นหวางไปส่ง"  เด็กหนุ่มตอบพร้อมรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

"มะไม่เป็นไร กระหม่อมกลับเองได้พะยะคะ"  เหมยถิงยังคงรั้นตอบออกไป

"จะไปนอกวังมิใช่หรือ"  เด็กหนุ่มกล่าวยิ้มๆ

"ไม่ไปแล้วพะยะคะ ไม่ไปแล้ว"  เหมยถิงตอบอย่างร้อนรน

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเปิ่นหวางพาออกไปเอง หึๆ" เด็กหนุ่มกล่าวก่อนจะแบกร่างบางไว้ที่หลัง แล้วใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไปอย่างรวดเร็วจนเหมยถิงต้องหลับตาตกใจบนหลังกว้าง
.
.
.
.
"หานางเจอหรือยัง"  อ๋องเฉินเอ่ยถามเสียงเย็นๆ ทำเอาอาเซิน องครักษ์หนุ่มลอบปาดเหงื่อแล้วกล่าวรายงาน

"ยังไม่เจอเลยพะยะคะ"  อาซานตอบแทนพี่ชายที่เอาแต่เช็ดเหงื่อด้วยความจำใจ ความผิดนี้คงต้องโทษพี่ชายเขาที่เฝ้ายังไงให้แม่นางน้อยท่านนั้นหนีไปได้

"หานางให้เจอ อีกสามวันเราต้องเดินทางกลับแคว้นแล้ว จะช้าไม่ได้"  อ๋องหนุ่มปลายตามองไปทางอาเซิน องครักษ์มือขวาของเขาที่ให้ทำหน้าที่ติดตามเหมยถิง ด้วยสายตาเย็นเหยียบจนอีกฝ่ายร้อนรนรีบกล่าวลาออกไป

"ท่านอ๋องได้โปรดอย่าถือสาพี่ชายข้าเลย เขาเพียงแต่ไปปลดทุกข์แค่ครู่เดียว ไม่คิดว่า..."

"ข้าต้องจัดการงานที่ค้างไว้ เจ้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ"  อ๋องหนุ่มเอ่ยขัด 

หลังองครักษ์ออกไปหมดแล้ว อ๋องหนุ่มหลับตาลงที่พนักเก้าอี้ แล้วนวดกดหว่างคิ้วที่ปวดตุบๆ เพราะไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืน เช้ามาเขากลับรับรู้จากปากอาเซิน คนที่เขาให้คอยดูแลนางอยู่ห่างๆ ว่านางหายตัวไป หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

"เจ้าหายไปไหนกันถิงถิง" ชายหนุ่มได้แต่พูดกับตัวเองเบาๆด้วยความเป็นห่วง
.
.
.
.
.
ในที่สุดเหมยถิงก็ออกมาจากวังหลวงแคว้นต้าซ่งได้เสียที  ตอนนี้นางกำลังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง  ด้านข้างนางตอนนี้ก็มีเด็กหนุ่มหน้าตาแสนกวนนั่งอยู่  ตั้งแต่ออกมาได้ นี่ก็ครึ่งชั่วยามได้แล้ว ใยสหายนางไม่มาเสียที  หรือจะเป็นนางเองที่มาช้าไป จนสหายน้อยใจแล้วกลับ

ตายๆ เสี่ยวมู่นางยิ่งเป็นคนขี้น้อยใจอยู่ด้วย ทำไงดีละ  เหมยถิงมองมาที่เด็กหนุ่มที่นางมารู้ทีหลังว่าคือองค์ชายอะไรสักอย่าง ที่เอาแต่นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ นางได้แต่กลอกตามองบนกับองค์ชายน้อยคนนี้เสียจริง

"องค์ชาย กระหม่อมว่าท่านเสด็จกลับวังไปเถอะพะยะคะ"  เหมยถิงเอ่ยบอก  ตาก็จ้องไปยังขนมที่อีกฝ่ายเอาเข้าปากอย่างเร็วไว จนต้องกลืนน้ำลายตาม

"อะอัย เอินอาง อังอินไออิ่มเอย" (อะไร เปิ่นหวางยังกินไม่อิ่มเลย)   เด็กหนุ่มตอบขณะที่มือก็หยัดขนมตรงหน้าใส่ปากตน

"พระองค์ควรกลับได้แล้ว กระหม่อมต้องไปทำธุระต่อ"  เหมยถิงกล่าวอย่างเบื่อหน่าย  นี่มันขนมจานที่สามแล้วนะ จะกินจนนางหมดตัวหรือไร  เหมยถิงคิดพลางมองหน้าอีกฝ่ายเงียบงัน

"เปิ่นหวางจะกิน แล้วจะทำไม"  ซ่งลู่หลงกล่าวอย่างงอแง จนเหมยถิงต้องเบือนหน้าหนี  คนผู้นี้จะตามติดนางเพื่อ?

"งั้นกระหม่อมต้องขอตัวทูลลาพะยะคะ"  เหมยถองกล่าวจบพลันลุกขึ้นเดินหนี แต่อีกฝ่ายคว้ามือไว้ทัน

"เดี๋ยว เปิ่นหวางสั่งให้เจ้าไปรึ"  ซ่งลู่หลงวางขนมลงแล้วกล่าวอย่างขัดใจ

"ขอประทานอภัยพะยะคะองค์ชาย"  เหมยถิงกล่าว แล้วยอมนั่งลงที่เดิมด้วยความจำใจ

ซ่งลู่หลงยิ้มร่า พลางมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความชอบใจ

"ว่าแต่เจ้ามารอใครรึ"  ซ่งลู่หลงกล่าวอย่างสงสัย

"รอสหายพะยะคะ" เหมยถิงกล่าวความจริง

"งั้นรึ"  ซ่งลู่หลงเกาคางครุ่นคิด  พลางมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความฉงน

"เอาอย่างนี้ เปิ่นหวางรู้สึกถูกชะตาเจ้ายิ่งนัก เรามาเป็นสหายกันดีหรือไม่"  ซ่งลู่หลงเอ่ยด้วยความยินดี

"....!?"  เหมยถิงมองอีกฝ่ายอย่างเบื่อหน่าย  จะเอาให้ได้ใช่มั้ย...นางได้แต่คิดปลงๆ

"เอ้ากินสิ สหายข้า ข้ารู้ว่าเจ้าหิว มาๆ"  ซ่งลู่หลงกวักมือเรียกอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม เหมยถิงได้แต่เงียบปาก แล้วคิดภายในใจ 'เพิ่งรู้รึว่าข้าหิว' 

.
.
.

ครึ่งชั่วยามผ่านไป

" เอ่อ กระหม่อมขอตัวไปปลดทุกข์ก่อนนะพะยะคะองค์ชาย"  เหมยถิงกล่าวปด นางอยากออกไปจากตรงนี้แล้วนะ ใยไม่ปล่อยนางเสียทีเล่า

"พอดีเลยเปิ่นหวางเองก็อยากปลดทุกข์เช่นกัน ไปกันเถอะสหายข้า"  ซ่งลู่หลงเอ่ยดักอีกฝ่ายด้วยท่าทางสบายๆ เขามีความสุขยิ่งนักที่ได้แกล้งนาง 

เหมยถิงได้แต่ตาโตอ้าปากค้าง...นี่เอาจริง?  นางได้แต่กระพริบตาปริบ...

อยู่ๆ ซ่งลู่หลงยืนขึ้นทันใด เมื่อเหมยถิงมองตามจึงได้รู้ว่ามีชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับคนติดตามอีกสามสี่คน กำลังเดินตรงมาทางนางและเด็กหนุ่ม  เหมยถิงมองไปที่สหายสูงศักดิ์ด้านข้างที่ตาโตตกใจ ก่อนจะยิ้มแหยๆมาทางนาง

"แหะๆ พี่ใหญ่ บังเอิญจังเนอะ" ซ่งลู่่หลงเอ่ยทักชายหนุ่มที่ปลายสายตามาทางนางครู่หนึ่ง ก่อนจะแผ่รังสีกดดันให้สหายสูงศักดิ์ด้านข้างนาง

"หนีเที่ยว"  ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวเสียงเย็นๆ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเหมยถิง แล้วรินน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์

"ข้าไม่ได้หนีเที่ยวนะพี่ใหญ่  ข้าพาสหายมาชมรอบเมืองต่างหากเล่า "  ซ่งลู่หลงขยิบตาหยิกๆมาทางเหมยถิง ส่วนนางได้แต่ทำหน้างงไม่เข้าใจกับการกระทำของเด็กหนุ่มด้านข้าง

"ตามข้ากลับวัง" ชายหนุ่มยกมือขึ้นห้าม แล้วเอ่ยด้วยเสียงทุ้มเย็นเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสายตาน่ากลัวที่มองมาทางเหมยถิง

"โธ่...พี่ใหญ่..."  ซ่งลู่หลงได้แต่โอดครวญ พลางลุกเดินมาเขย่าแขนชายหนุ่ม ก่อนจะถูกสายตาคมดุจ้องเอา จึงยอมหุบปากฉับแล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด

"ส่วนเจ้า กลับไปที่ของเจ้าซะ"  ชายหนุ่มเอ่ยบอก พร้อมลุกขึ้นจูงมือน้องชายออกไป

"โห่วว น่ากลัววว...คนอะไรเสียงดุยังกะเสือแน่ะ.."  เหมยถิงกล่าวขึ้นเบาๆ หลังจากพวกเขาออกไปได้ไม่นาน

"ว่าแต่นี่ข้าต้องจ่ายค่าอาหารเองจริงๆรึ"  เหมยถิงบ่น พลางเท้าสะเอวมองตามหลังสหายสูงศักดิ์ที่หันมาทำหน้าทะเล้นใส่นาง

เหมยถิงได้แต่ส่ายหน้าระอากับเด็กหนุ่มนั่น  นางนั่งลงจัดการอาหารตรงหน้าต่อ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ๋อร์ให้คิดเงิน ก่อนจะเดินออกจากโรงเตี๊ยมในเวลาต่อมา
.
.
.
.
ตลาดแคว้นต้าซ่งให้ความรู้สึกคล้ายแคว้นต้าเหลียว  ผู้คนก็เดินจับจ่ายซื้อขายกันให้วุ่น  เหมยถิงเดินมองของต่างๆสองข้างทาง นางเดินไปเรื่อยๆ ระหว่างทางมีแต่ผ้าเช้ดหน้าหล่น บ้างก็ตกต่อหน้านาง บ้างก็ตกใส่นางแบบจงใจ จนคิ้วสวยขมวดมุ่น  พลางก้มเก็บผ้าเช็ดหน้าเหล่านั้นคืนแก่บรรดาหญิงสาวเจ้าของผ้าเช็ดหน้าไป

"ขอบคุณเจ้าคะคุณชาย"  เสียงหวานๆ จากหญิงสาวด้านหน้าเหมยถิงเอ่ยกล่าว พลางบิดตัวไปมา ทำให้เหมยถิงคิดไปถึงหญิงสาวอีกนางหนึ่งที่ชอบทำลักษณะท่าทางแบบนี้ พลางยกยิ้มมุมปากอย่างขำขัน 

"ไม่เป็นไร"  เหมยถิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฝ่ายสาวเจ้ากลับบิดตัวไปมายิ่งกว่าเก่า  จนเหมยถิงรู้สึกกลัวๆขึ้นมาเสียดื้อๆ เลยรีบเดินออกมาจากบริเวณดังกล่าวทันใด

.
.
.
"เฮ้อ...ข้าจะบ้าตาย หญิงสาวพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด โรคนี้คงติดต่อกันมาแน่ๆ"  เหมยถิงบ่นเบาๆ พลางสะดุ้งตกใจ กับการปรากฎตัวกับบุคคลตรงหน้า 

"ว้าย!"  เหมยถิงตกใจ กระเถิบตัวถอยหนี

"จะตกใจมากไปมั้ยอาถิง  ฮ่าๆ"  เสียงหญิงสาวนางหนึ่งหัวเราะขึ้นด้วยความเสียงดัง พลางกุมท้องหัวเราะงอหงายด้วยความชอบใจ

"เจ้า!"  เหมยถิงเบิกต้ากว้าง มองหญิงสาวตรงหน้าที่ปลอมตนเป็นบุรุษตาไม่กระพริบ

"ทำไม จำสหายไม่ได้เชียวรึ"  หญิงสาวยังคงเอ่ยเย้าอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก

"เสี่ยวมู่ เจ้าสหายบ้า ทำข้าตกใจไปหมด"  เหมยถิงเดินไปตีแขนอีกฝ่ายด้วยความน้อยใจ  นางใจหายใจคว่ำหมด...

"ฮ่าๆ เจ้ายังขี้ตกใจเหมือนเดิมนะอาถิง" เสี่ยวมู่หรือเย่วจิงมู่ กล่าวเย้า

"ไม่ขำ"  เหมยถิงกล่าวตอบอีกฝ่าย นางเดินหน้ามุ่ยออกจากตรอก ส่วนอีกฝ่ายก็เดินมากอดคอด้วยความสนิทสนม
.
.
....................................................................................................................................................................................

เอาน้องเสี่ยวมู่มาฝากจ้า....


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

89 ความคิดเห็น

  1. #89 pmsrisermsin (@pmsrisermsin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 14:02
    สรุปนางเองพระเอกเจอกันตอยไหนอ่านแล้วงง
    #89
    0
  2. #29 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 15:41
    สนุกค่ะ รอๆเรื่องนี้ผู้เยอะมาก
    #29
    0
  3. #28 adw213455 (@adw213455) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 15:40

    มารอดูกันว่าใครจะต่อเรือของตัวเองเสร็จก่อน หุๆๆๆๆ

    #28
    0