ข้า!หาใช่หมูในอวยไม่...

ตอนที่ 18 : ตอนที่สิบแปด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    28 ส.ค. 61




บทที่ 18 

เสียงนกร้องดังเบาๆ คลอกับเสียงเสียดสีของก่อไผ่ข้างหน้าต่างบานเล็ก  แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้อง ทำให้ร่างบางที่นอนเต็มอิ่มเริ่มปรือตา และลุกขึ้นนั่ง  นางมองออกไปนอกหน้าต่างฟังเสียงนกที่ขับขาน แล้วยิ้มละไม  ทำให้ใบหน้าเล็ก ดวงตากลมโตยิ่งดูหวานซึ้งมากกว่าเดิม  เสี่ยวมู่มองผ่านกระจกหลัง เห็นใบหน้าสหายยิ้มแย้มพลันรู้สึกมีความสุขไปด้วย

"ตื่นแล้วรึ"  เสี่ยวมู่เอ่ยถาม  พลางเดินออกจากกระจกบานเล็ก แล้วดึงมือสหายให้ลุกขึ้น

"ไปชำระร่างกายเจ้าเลยอาถิง ข้าหิวแล้วรู้มั้ย..."  เสี่ยวมู่กล่าวกลับอีกฝ่ายที่ทำท่าจะนอนลงอีกครั้ง

"จุ๊บ"  เหมยถิงจุ๊บแก้มอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนเสี่ยวมู่ปล่อยมืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตาโตมองสหาย

"เจ้า!"  เสี่ยวมู่หน้าแดงจัด กุมแก้มที่ถูกหอมอย่างรวดเร็วจากสหาย แล้วล้มตัวนอนทับอีกฝ่ายพลางใช้มือจั๊กจี้อีกฝ่าย จนเสียงหัวเราะดังลั่นเรือน เป็นเหตุให้สองหนุ่มที่นั่งจิบชาภายในศาลา ยกยิ้มมุมปาก พลางมองมาทางเรือนด้วยความอยากรู้

"ไม่เอาๆ อ๊ะ อาถิง อย่าใช้นิ้วสิ!"  เสี่ยวมู่ตะโกนห้ามอีกฝ่ายด้วยใบหน้าตื่นตระหนก พลางส่ายหัวไปมา ก่อนจะถลาลงเตียงนอน  เสียงตะโกนกับคำพูดของสองสาว  ดูแล้วให้ผู้ฟังคิดไปไกลนัก 

ชายหนุ่มทั้งสองต้องลุกออกจากศาลาแล้วมาหยุดอยู่หน้าเรือนนอนที่หญิงสาวกำลังตะโกนก้องอยู่

"ใยข้าจะใช้นิ้วไม่ได้ นิ้วชี้นี้ข้าถนัดนัก ฮ่าๆ"  เหมยถิงกล่าวเย้าอีกฝ่ายด้วยความสนุกสนาน ผู้ฟังด้านนอกได้แต่มองหน้ากันด้วยความฉงน  จนฝ่ายโม่จงเหวินตัดสินใจพลักประตูเข้าไป  

ภาพที่เห็นเป็นหญิงสาวสองคนกำลังกอดกัน เสื้อผ้าหลุดรุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง  ชายหนุ่มทั้งสองได้แต่กระพริบตาปริบและต่างคนต่างหันหน้าไปกันคนละทาง

  โม่จงเหวินนั้นทราบดีว่าทั้งสองสาวนั้นชอบเล่นแบบนี้กันประจำ  แต่กับอีกคนที่มองเสี่ยวมู่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อนี้คืออันใดกัน?

"อะแอ่ม!  ถิงถิง เสี่ยวมู่  พอได้แล้ว"  โม่จงเหวินเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายบรรยากาศตรงหน้า  

เขาก้าวเดินฉับๆไปแยกเสี่ยวมู่กับเหมยถิงออกจากกัน  ส่วนชายหนุ่มอีกคน ตอนนี้หน้าดำคล้ำยิ่งกว่าอะไร  เขามองตรงไปที่เหมยถิงด้วยสายตาอ่อนโยน และเหลือบสายตาเฉือดเฉือนไปทางเสี่ยวมู่อย่างไม่ปิดบัง  จนเสี่ยวมู่ต้องหลบหลังเหมยถิงอย่างนึกหวั่นเกรง

เหมยถิงจัดการกับอาภรณ์ตนให้เข้าที่ ก่อนจะกระแอมไอแก้เขิน  แล้วมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าที่มองสหายนางด้วยสายตาแทบจะฆ่าให้ตาย 

"ท่านอ๋อง ไม่ทราบว่ามีธุระอันใด ถึงบุกรุกเข้าห้องข้าได้"  เหมยถิงหรี่สายตาจับผิดผู้สูงศักดิ์ด้วยมาดนักสืบ

"เปิ่นหวางเพียงแค่ได้ยินเสียงดังจึงเข้ามาดู"  เขากล่าวเฉไฉ

"งั้นรึ"  เหมยถิงเอ่ยอย่างไม่เชื่อ

"ไม่มีอะไรแล้ว งั้นเปิ่นหวางต้องขอตัวก่อน"  ชายหนุ่มกล่าวจบแล้วเดินออกจากห้องไป

เหมยถิงมองมายังอีกหนึ่งหนุ่มที่ยกยิ้มมุมปากถูกใจด้วยสายตาจับผิด จนอีกฝ่ายยกมือขึ้นสองข้างว่ายอมแพ้แล้วเดินออกจากห้องไปเช่นกัน

"อาถิง ใยคนผู้นั้นน่ากลัวจัง"  เสี่ยวมู่กล่าวหลังจากชายทั้งสองออกไปได้ไม่นาน

"ตรงไหน"  เหมยถิงกล่าวพร้อมเดินไปปิดประตูเรือนก่อนจะเดินไปหลังฉากกั้น ถอดอาภรณ์ตนออกลงแช่ในน้ำอุ่น

"ก็สายตาที่มอง เหมือนจะฆ่าข้ายังไงยังงั้นแหละอาถิง ข้ากลัว..."  เสี่ยวมู่กล่าวพร้อมใช้สองมือจับลูบที่ลำคอตน ประหนึ่งว่ากำลังจะตาย จนเหมยถิงต้องส่ายหน้ามองสหายที่ทำเสียเกินจริงด้วยความขำขัน

"จริงๆนะ ข้าสังเกตุเห็น ตอนที่เราผละออกจากกันเหมือนเขาจะหวงๆเจ้านะอาถิง"  จบคำ เหมยถิงมองหน้าสหายด้วยความฉงน พลางเอ่ย

"ตรงไหน"  นางเอ่ยพึมพำ  แล้วรีบขัดตัวให้สะอาดก่อนจะสวมอาภร์สีดำสนิท นั่งลงตรงโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนเสี่ยวมู่ที่จัดการกับตัวเองเสร็จแล้ว ก็มาจัดการกับทรงผมของสหายต่อ  นางจัดการรวบผมขึ้นครึ่งหนึ่งแล้วปักด้วยปิ่นไม้ที่สหายรักนักหนา อีกครึ่งก็ปล่อยสยายกลางหลังเล็ก
.
.
เหมยถิงและเสี่ยวมู่ก้าวเดินไปยังศาลาไม้กลางสวนพืชผักสมุนไพรที่เสี่ยวมู่และนางช่วยกันปลูก  นางก้าวเดินจับจูงมือสหายกำลังจะเดินถึงศาลาแล้วแต่สหายกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก รีบวิ่งเข้าเรือนครัว ทิ้งให้นางได้แต่ยืนงงงวย

เหมยถิงเดินไปถึงศาลาไม้  แล้วย่อกายคำนับผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะนั่งลงข้างสหายชายที่ส่งสายตาหยิกๆมาทางนาง

"นี่พวกท่านไม่มีงานมีการทำรึ"  เหมยถิงเอ่ยถามหลังจิบชาที่สหายข้างกายรินให้ พลางปรายสายตามองชายหนุ่มทั้งสอง

"เปิ่นหวางเพียงแวะมาทักทายเจ้า มิได้รึ"  อ๋องเฉินกล่าวแล้วจิบชาสบายใจเฉิบ

"ส่วนข้าก็แค่คิดถึงเจ้าจึงแวะมาหาไงถิงถิง"  โม่จงเหวินตอบลอยหน้าลอยตา จนเหมยถิงต้องกลอกตามองบน

"ข้าไม่ว่างมาต้อนรับขับสู่พวกท่านทั้งวันหรอกหนา"  นางเอ่ยอย่างปลงๆ แล้วรินชาใส่จอกตน

"เจ้าจะไปที่ใดรึอาถิง"  เสียงเสี่ยวมู่เอ่ยถามตามมาด้วยอาหารมากมายที่ทยอยขึ้นโต๊ะ จากเหล่าชายฉกรรจ์

"ข้าแค่ใช้พวกเขาเล็กๆน้อย น่า..."  เสี่ยวมู่หันไปกล่าวกับโม่จงเหวินที่มองอยู่ก่อนแล้ว

"ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย"  ชายหนุ่มกล่าวพร้อมหยิบตะเกียบขึ้นพร้อมทาน

"เชิญทุกท่าน"  เสี่ยวมู่เอ่ย ไม่กล้ามองผู้สูงศักดิ์ด้านข้างที่มองนางเหมือนจะฆ่าแกง

"อืม...รสชาติดี"  เหมยถิงเอ่ยชมเปราะ พร้อมคีบอาหารเอาใจสหายสาวข้างกาย

"เจ้าควรกินเยอะๆนะเสี่ยวมู่ จะได้อ้วนขึ้นอีกหน่อย ข้าจะได้กอดเจ้าอุ่นขึ้นอีกนิด"  เหมยถิงกล่าวเย้าสหายที่ตอนนี้พยายามทำตัวให้ลีบลง

"อืม"  เสี่ยวมู่ตอบรับสหายในลำคอ  ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อไปเงียบๆ

"ข้าจะไม่อยู่สักสามสี่วัน เจ้าอยู่ได้นะเสี่ยวมู่"  เหมยถิงกล่าวอย่างเป็นห่วง โดยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์อยู่ในอาการเช่นไร

"อ้อ...เจ้าหม้อจง เจ้าว่างหรือไม่"   เหมยถิงหันไปกล่าวกับสหายชายที่เอาแต่คีบอาหารเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย

"ว่างสิ"  โม่จงเหวินตอบพร้อมยิ้มท้าทายส่งให้อ๋องหนุ่ม

"งั้นดี  ยามชวี(เวลา 19.00 - 20.59) มาเจอกันที่หน้าเรือน ข้าต้องการไปที่ๆหนึ่ง"  เหมยถิงกล่าวก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าในที่นี้ไม่ได้มีเพียงพวกตน  นางยิ้มเก้อๆมองชายหนุ่มสูงศักดิ์ตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน

"ส่วนท่าน"  นางเว้นจังหวะรออีกฝ่ายเงยหน้าแล้วกล่าว  "มีธุระอันใดก็กลับไปเถอะ  ข้า...ข้าต้อง"  เหมยถิงกล่าวยังไม่ทันจบ ชายหนุ่มกล่าวขึ้น


"ว่าง"  อ๋องหนุ่มตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด  ทั้งๆที่งานล้นมือจนเขาแทบไม่ได้พักผ่อน

"เอ่อ..."  เหมยถิงเอ่ยได้แค่นั้นก่อนจะทานข้าวต่อเงียบๆ 
.
.
.
ในตอนนี้เหมยถิงอยู่ในอาภรณ์สีดำสนิท ยืนถือพัดอย่างสง่างามอยู่หน้าทางเข้าหอชิงอ้าย พร้อมกับสองชายหนุ่มที่ก้าวมายืนข้างนางเช่นกัน สีหน้าของสองชายหนุ่มดูจะผิดปกติไปเสียหน่อย  ดูอย่างสหายรักโม่จงเหวินที่ทำหน้าอึดอัก เสียหน้าตาดำคล้ำ  ส่วนชายหนุ่มสูงศักดิ์อีกคนที่ยังทำหน้านิ่ง ประดุจหินผาไม่เปลี่ยนแปลง


เหมยถิงยกยิ้มมุมปากถูกใจ สำหรับการมาในครั้งนี้  ซึ่งที่ๆนางมานี้ คือ.....หอชายงามอย่างไรเล่า หึๆ
แค่คิดก็สนุกแล้ว....ฮ่าๆ

"ถิงถิง ข้าว่าเจ้ามาผิดที่หรือไม่"  โม่จงเหวินกล่าวอย่างขนลุกขนชัน พลางมองไปยังด้านหน้าอย่างหวาดๆ

"เถอะน่า...อยู่ข้างกายข้ารับรองปลอดภัย โหะๆ" เหมยถิงยิ้มร้ายกาจมองไปยังอีกหนึ่งหนุ่มที่ปลายตามองนางครู่เดียวแล้วหันกลับไปมองด้านหน้าด้วยใบหน้านิ่งๆเช่นเคย

"ไปกันเถอะ"


เหมยถิงตัดสินใจก้าวเดินเข้าไปข้างในพร้อมชายหนุ่มอีกสองคน  บรรดาหนุ่มๆต่างออกมายืนต้อนรับกันถ้วนหน้า ดูแล้วช่างละลานตาเหลือเกิน   แม้ท้องฟ้าคืนนี้จะมืดมิด แต่สายตาของนางก็ยังทำงานได้ดีอยู่  ชายหนุ่มมากมาย หล่อเหล่า รูปร่างกำยำกันทั้งนั้น บ้างก็อ้อนแอ่น ดังหญิงสาว ช่างให้ความรู้สึกอิ่มเอมเสียนี่กระไร

เฮ้อ....อาหารตาของข้า......


"เชิญคุณชายทั้งสามท่าน  ไม่ทราบจองห้องไว้หรือไม่ขอรับ"  ชายหนุ่มท่าทางดูดี  หน้าตาหล่อเหลา  เดินมาค้อมหัวให้พวกเขา พลางกล่าวเชิญชวน เหมยถิงจึงตอบไปว่าไม่ได้จอง ชายดังกล่าวแนะนำและผายมือเชิญขึ้นไปยังห้องข้างบนที่ดูเป็นส่วนตัวมากหน่อยด้วยความกระตือรือร้น

บรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างพากันส่งสายตาหวานเชื่อมส่งให้ทั้งสามไม่ขาดตลอดทาง  เหมยถิงเห็นดังนั้นนางได้แต่ยิ้มรับ และยังรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจเป็นที่สุด  ผิดจากสหายข้างกายที่เกาะแขนนางแน่น สีหน้าหวาดๆจนดูน่าขำ  และอีกชายหนุ่มอีกคนที่ยังคงใบหน้าเรียบนิ่งเดินข้างนางเช่นเดิม  เห็นแล้วให้รู้สึกขัดหูขัดตายิ่ง!

"คุณชายต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่"  ชายหนุ่มที่นำทางมาเอ่ยถาม

"งั้นข้าขอเหล้ารสเลิศที่สุดของที่นี้มากาหนึ่ง และ  ชายงามที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี้มาให้ข้าด้วย..."  นางกล่าวจบและหันไปมองอีกสองหนุ่ม  สหายนางเอาแต่ส่ายหน้า  ส่วนอีกคนนิ่งขรึมดังเดิม

"แค่นี้ก่อนแล้วกัน"  นางกล่าวตัดบท แล้วนั่งลงตรงกลาง ซ้ายขวาก็ประกบด้วยสองชายหนุ่ม  หนึ่งคือสหายนาง โม่จงเหวิน  ส่วนอีกหนึ่ง  อ๋องเฉิน...

รอไม่นานกาเหล้าและกับแกล้มสามสี่อย่างก็เรียงรายอยู่บนโต๊ะ เหมยถิงไม่รอช้ารินเหล้าใส่จอก ส่งให้กับชายหนุ่มทั้งสอง จากนั้นก็รินให้ตนแล้วดื่มด่ำกับรสชาติ

นางหลับตาพรึม ซึมซับรสหวานๆของเหล้าหมัก  พลางลืมตาเอ่ยชมเปราะ

"อืม รสเลิศ"  นางกล่าวพลางกำลังจะเทเหล้าลง แต่เป็นคนข้างกายนาง  อ๋องเฉิน คว้ากาเหล้าไปและรินให้ตน  หญิงสาวขมวดคิ้มมุ่นมองอย่างไม่พอใจ  จนเสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นเสียก่อน ก่อนที่ร่างของชายผู้หนึ่งก้าวเดินมาช้าๆ แต่ก็ดูสง่างาม  


ชายหนุ่มตรงหน้านี้  สวมใส่อาภรณ์สีฟ้าอ่อน  ดวงตาดอกท้อดั่งหญิงงามมองตรงมายังนางอย่างหวานเชื่อม  ก่อนจะนั่งลงข้างกายนางอย่างน้อบนอม  พลางรินเหล้าที่อ๋องเฉินแย่งจากนางไปเมื่อครู่เทใส่จอกเหล้านาง  ด้วยกิริยาเรียบร้อยเงียบๆ


เหมยถิงอ้าปากตกตะลึงในความหล่อเหลาบวกกับความงามที่ลงตัวในคนๆเดียวอย่างสำรวจ  จนโม่จงเหวินกระทุ้งศอกใส่นางถึงได้รู้สึกตัว

อ่า....นางชักจะชอบที่นี่เสียแล้ว


ผ่านไปกว่าหนึ่งก้านธูป  ชายหนุ่มที่นั่งด้านข้างนางก็ยังไม่ปริปาก  เหมยถิงสำรวจเขาอยู่นาน โดยที่ไม่รุ้เลยว่า ชายสูงศักดิ์อีกคนมองนางด้วยสายตาอ่านยากเพียงใด...

"เจ้า คือชายงามที่สุดในหอนี้หรือ"  เหมยถิงกล่าวถามอย่างไม่เชื่อสายตา มองชายงามด้านข้างด้วยตาเป็นประกาย

"ขอรับคุณชาย"  ชายงามตอบ  พลางคีบอาหารส่งเข้าปากเหมยถิง

"อร่อย"  เหมยถิงพึมพำ  มองหน้าชายงามตาไม่กระพริบ

"คุณชายน้อย  หยุดมองเถอะ"  โม่จงเหวินกัดฟันกรอดเอ่ยกับหญิงสาวหนึ่งเดียวในคราบบุรุษ

"อะอ่อ..."  เหมยถิงตื่นจากภวังค์  กระพริบตาปริบใสซื่อ  

"เจ้าได้ข่าวอันใดบ้างอาหลี่"  โม่จงเหวินเข้าเรื่องหน้าตาจริงจัง เอ่ยกับชายงามด้านข้าง

ส่วนชายงามก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่  มองค้อนชายหนุ่มด้วยความน้อยใจ  จนอ๋องเฉินได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นมองตาม

"ถิงเอ๋อร์  เจ้าก็รู้ว่าข้ามิชอบงานแบบนี้ยังยัดเยียดให้ข้าอีก"  ชายงามนามอาหลี่เอ่ยอย่างน้อยใจ 

โม่จงเหวินที่เห็นดังนั้นจึงตีมือชายงามที่บังอาจแตะต้องหญิงสาว

"โอ๊ย  เหวินน้อยเจ้ากล้าตีข้ารึ!"  ชายงามเบะปากทำท่าจะร้อง  เหมยถิงเห็นดังนั้นได้แต่ส่ายหน้า

"มากกว่านี้ข้าก็ทำได้"  อีกฝ่ายตอบอย่างไม่เกรงกลัว

"หยุดได้แล้ว  เข้าเรื่องเถอะ  อายแขกบ้าง"  เหมยถิงเอ่ยปราม  พยักเพยิดไปทางอ๋องหนุ่ม

"ท่านนี้คือ..."  อาหลี่กล่าวถาม พลางมองสำรวจชายหนุ่มในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม ปักด้วยลายพยัคฆ์ดิ้นทอง  บ่งบอกได้ถึงสถานะที่ไม่ธรรมดา  แถมหน้าตายังหล่อเหลามากกว่าเขาอีก  อืม...ดูท่าถิงเอ๋อร์ของเขาคงมีคนมาเกี้ยวเพิ่มสินะ  

หึๆ  เจ้าเหวินน้อยมีคู่แข่งแล้ว...


"ยิ้มอะไรของเจ้าอาหลี่"  เหมยถิงกล่าวถาม  อีกฝ่ายส่ายหน้าแล้วมองไปที่โม่จงเหวินอย่างมีนัย

"อืม...ไม่เจอกันเสียนานเจ้าดูหล่อเหลาขึ้นมากโขนะอาหลี่  ข้าแทบจำไม่ได้แน่ะ" หญิงสาวกล่าวเย้าอีกฝ่าย



" อะแอ่ม! เอาละเรื่องที่ให้สืบมีความคืบหน้าใดบ้าง"  โม่จงเหวินกระแอมไอ กล่าวถามด้วยใบหน้าจริงจัง

"ทุกอย่างอยู่ในนี้"  อาหลี่ยื่นกระดาษปึกหนึ่งส่งให้โม่จงเหวินและปรายสายตามองหนึ่งหนุ่มที่มองเขาอย่างสำรวจ ก่อนจะส่งต่อให้หญิงสาว

เหมยถิงรับแล้วเปิดอ่าน แล้วพยักหน้าพึงพอใจ  ก่อนจะตบบ่าอาหลี่หนักๆ แล้วกล่าวขอบคุณ

"ขอบใจเจ้ามากอาหลี่ ข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้าแล้ว"  นางกล่าวพร้อมยกมือคำนับอีกฝ่าย





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

89 ความคิดเห็น

  1. #43 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 20:36
    สนุกค่ะ รอๆๆ
    #43
    0