ตอนที่ 10 : BAD ADDICT 09 200% NC+ (MAX)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    16 พ.ค. 59

ตอนที่ 09

 

               ผ้ากันเปื้อนตราแม่ครัวสีชมพูกับสีเขียวที่วางแหม่ะอยู่บนไมโครเวฟถูกผมคว้าหมับมาคลี่แล้วสวมหัวทันที พี่โจ๊กเกอร์ยืนนิ่งหน้าบึ้งมองผมนิ่งๆ ขณะที่ปากร้ายนั่นกำลังจะอ้าปาก ผมเดาว่าต้องบ่นอะไรแน่ๆ ผมเลยเอื้อมมือไปปิดปาก

               พรึ่บ!

               “ไอ้อ่าอำไอเอี่ย!” (ไอ้ห่า ทำไรเนี่ย)

               ผมไม่เสวนาให้มากความแต่สวมผ้าตราแม่ครัวให้พี่โจ๊กเกอร์ด้วย อันเดอร์แวร์สีเข้มเปื้อนๆของผม ผมก็ถีบส่งมันไปตรงประตูเลื่อนที่ระเบียง ถ้าผมมายืนบังก็จะมองไม่เห็นพอดี ผมดันพี่โจ๊กเกอร์ไปยืนข้างหลังผม แล้วผมเนี่ยแหล่ะ ประจันหน้ากับไอ้พวกขัดจังหวะเอ้ย ไอ้พวกเพื่อนเลว!

               ครืดดดด

               ไอ้เฟย์เปิดประตูเลื่อนที่กั้นห้องครัวกับห้องนั่งเล่นออก หน้ามันแดงๆตาเยิ้มๆ มันเกาะประตูตัวโงนเงนสุดๆ กลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่โชยออกมาจากตัวมันเลย

               อ้ายบิลลล อยู่นี่เองออว้าฮ่าๆๆ” ตอนนี้สภาพผมที่คนอื่นมองเห็นคือ เสื้อเชิตขาวและใส่ผ้ากันเปื้อน มันยาวคลุมขาอ่อนผมได้เลย ของพี่โจ๊กเกอร์ก็ขนาดไอ้เวท มันตัวใหญ่

               อ่ะ...เออ..” ผมยืนหนีบขาไว้ เพราะรู้สึกขามันสั่นๆยังไงไม่รู้

               หึ” พี่โจ๊กเกอร์หัวเราะในลำคออยู่ข้างหูผม ผมคิดว่าไอ้เฟย์มันคงไม่ฉลาดเท่าไหร่หรอกตอนนี้ แม่งเมาไง!

               “ทำรายวะอ้าวเพ่ เอ๊~ เพ่ผัวมันช้ะ ฮ่าๆๆ เห้ยมึงงง ไอ้บิลอยู่กับผัว ฮ่าๆๆๆ” ไอ้เฟย์พูดไม่ค่อยได้ศัพท์ แต่แม่งได้ใจความ!! แล้วมันก็หันไปพูดกับพวกไอ้เวทไอ้ริท

               ไม่ไอ้สัส มึงเมาหนักแล้ว ไอ้เหี้ย!” ผมด่ามันอย่างลนลาน ไอ้ริทเดินหน้านิ่งมาทางนี้ มันคงมึนๆน่ะครับ แต่อาจจะอารมณ์เสียด้วยหรือเปล่า...

               ถอยดิ๊สัสเฟย์ ไปนอนตายหน้าห้องน้ำไป” ไอ้ริทดึงไหล่ไอ้เฟย์ออกแล้วถีบส่งไปนอนหน้าห้องน้ำจริงๆ ไอ้เฟย์ก็ล้มลุกคุกคลานอยู่

               ริท...ไม่ใช่นะ” ผมพยายามจะอธิบายริท แต่แม่งคิดอะไรไม่ออก ริทมันจ้องเขม็งไปที่...พี่โจ๊กเกอร์ ผมจึงเงยหน้าไปดูพี่โจ๊กเกอร์

               ปรากฏว่าร่างสูงก็ยิ้มเยาะให้ไอ้ริทเต็มๆ

               อ๊ะ!” ยิ้มไม่พอ...นิ้วเรียวยังค่อยๆสอดแทรกเข้าไปทางช่องทางสีหวานของผมอีก ผมรู้สึกได้ทันทีว่าตัวผมมันตอดรัดสัมผัสนั่นแค่ไหน อารมณ์ที่ค้างๆเหมือนจะค่อยๆเคลื่อนไหวต่อไป ผมกัดฟันแน่น พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ทั้งๆที่ขาสั่นจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว

               มึงเมาก็ไป..นอน..ดิวะ” ผมบอกริทเสียงอ่อนพลางเอื้อมมืดไปคว้าข้อมือพี่โจ๊กเกอร์ไว้ให้หยุด แต่มีหรือแรงผมจะสู้เขาไหว พี่โจ๊กเกอร์สู้แรงผมชนะและกระทำสิ่งนั้นต่อไป มือหยาบกร้านบรรจงลูบไล้ขาอ่อนผมขึ้นมายังก้นของผม ทำจากข้างหลังก็มีผ้ากันเปื้อนบังอยู่แล้ว คนด้านหน้ามองไม่เห็นหรอก...

               ผมปล่อยข้อมือพี่โจ๊กเกอร์แล้วเปลี่ยนไปยันกำแพงข้างๆตัวแทน

               ไอ้บิล ทำไมมันมาอยู่ที่นี่” ไอ้ริทถามผมเสียงเรียบ มันกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่แขน

               พะ..พี่เขา..มาส่ง..กะ กู..” ผมพูดเสียงสั่น พยายามจะพูดสั้นๆไม่อธิบายอะไรมาก..

               ..มึงทำอะไรบิล!” ริทขึ้นเสียงแข็งทันที ตาสวยๆนั่นแข็งกร้าวทันทีที่มองพี่โจ๊กเกอร์ พี่โจ๊กเกอร์สอดนิ้วเรียวเข้าออกโดยเร่งจังหวะเร็วขึ้นภายในไม่กี่วิจนผมทนไม่ไหวจึงทรุดฮวบไปข้างหน้าทันที ไอ้ริทคว้าผมไว้ได้

               แฮ่ก..อ่า...แฮ่กๆ” ผมพิงไอ้ริทเต็มน้ำหนัก ตาปรือจนเห็นภาพไม่ชัดเท่าไหร่

               ไอ้เหี้ยมึงทำบัดซบออะไรวะ!” ริทด่ากราดพี่โจ๊กเกอร์พลางชี้หน้าอย่างคาดโทษ ผมเดาว่าพี่โจ๊กเกอร์ก็คงยิ้มเหี้ยมกลับ ไม่ก็ลอยหน้าลอยตาไม่รู้สึกอะไรหรอก

               ทำอะไรก็เอากันไง เพื่อนมึงไม่ยอมให้กูเอาที่หอกู กูเลยต้องมาเอาที่หอพวกมึง” ผมขยำเสื้อไอ้ริทแน่นพลางซุกหน้าไปที่อกมัน รู้สึกอายบัดซบมาก

               พรึ่บ!

               “เหวอออ!” พี่โจ๊กเกอร์เดินมาคว้าเอวผมจากข้างหลังแล้วยกตัวผมขึ้นมาอุ้มไว้ด้วยมือข้างเดียว มืออีกข้างก็ถอดผ้ากันเปื้อนของตนเองที่ผมบังคับใส่ให้

               หลบ” พี่โจ๊กเกอร์บอกไอ้ริทสั้นๆ ก่อนจะหยิบกางเกงทั้งของผมและของตัวเองเดินออกไปจากห้องครัวแล้วโยนผมไปในห้องน้ำ โดยใช้เท้าเขี่ยไอ้เฟย์ไปไกลๆแล้ว

               แต่งตัว” พี่โจ๊กเกอร์(สั่ง)บอกสั้นๆ

               มึงจะพามันไปไหน!” ผมได้ยินไอ้ริทถามพี่โจ๊กเกอร์ แต่น่าจะท้าต่อยกันมากกว่า ซึ่งถ้าต่อยจริงๆ พี่โจ๊กเกอร์ชนะขาด ด้วยขนาดตัวและประสบการณ์โชกโชนน่ะนะ =_=

               ไอ้ริทมันตัวสูงใหญ่กว่าผม แต่เทียบกับพี่โจ๊กเกอร์ไม่ได้หรอก หมัดเดียวพี่โจ๊กเกอร์คงหน้าหัน แต่ไอ้ริทคงกระเด็นไปสลบที่ปลายเตียงแน่ๆไม่วายจะโดนกระทืบต่อ

               คิดได้ดังนั้นผมจึงรีบสวมกางเกงเร็วๆเพื่อออกไปห้ามทัพ ไม่ใช่ว่าพี่เขาจะฟังผมหรอก แต่ให้ลงมือกับผมก็ยังดีกว่าไปทำเพื่อนผมที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย ที่รองรับอารมณ์พี่โจ๊กเกอร์น่ะ แค่ผมก็พอแล้วแท้ๆ

               กูก็พามันไปนอนกับกูไงวะ มันย้ายไปอยู่กับกูแล้ว” พี่โจ๊กเกอร์ว่าเสียงนิ่ง

               แต่วันนี้มันจะนอนนี่และมันก็ไม่อยากไปกับมึงหรอก!!”

               “มึงเป็นผัวมันหรอถึงรู้” พี่โจ๊กเกอร์ย้อน

               แล้วมึงเป็นผัวมันหรอ ถึงจะนอนกับมัน” ไอ้ริทตอกกลับ มือผมที่กำลังจะบิดลูกบิดประตูห้องน้ำชะงักทันที..ผมนิ่งหยุดฟังว่าพี่โจ๊กเกอร์จะตอบอะไร แทบจะหยุดหายใจเลยก็ว่าได้

               หึมันท้องได้กูก็พ่อของลูกมันแล้วกัน” ผมเก็บมือที่จะเปิดประตูทันที แต่เอามือมาปิดหน้าแทน..

               ร้อน!

               ร้อนไปหมดแล้ว!

               เลือดสูบฉีดไหลเวียนติดขัดตรงไหนหรือเปล่า หรือมันทะลักออกมาแล้วเนี่ย!

               ผมดีใจจนน้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเลยจริงๆ...ไม่คิดเลยว่าพี่โจ๊กเกอร์จะพูดแบบนี้..ไม่คิดเลยจริงๆ

               ปังๆๆๆ!

               “ใส่กางเกงมันจะยากเหี้ยอะไร ตายห่ารึยังวะ!” พี่โจ๊กเกอร์เคาะประตูไม่ยั้งอีกแล้ว

               เสร็จแล้วครับ” ผมตอบกลับก่อนจะเปิดประตูออกมา ผมเม้มปากแน่นแล้วเงยหน้ามองพี่โจ๊กเกอร์ พี่โจ๊กเกอร์มองผมตอบดุๆเท่านั้น ผมจึงหันไปหาไอ้ริทแทน

               กู..คงต้องไปว่ะมึง” ผมบอกเสียงอ่อย ไอ้ริทมองผมอย่างเจ็บปวดสุดๆ ผมได้แต่หลุบตาต่ำไม่กล้าสบตามัน...

               กูขอโทษ..กูรู้ว่ามึงเป็นห่วง...กูจะไลน์หามึงตลอดนะ” ผมบอกมันพลางยื่นมือไปจับมัน ตอนแรกมันเหมือนจะไม่จับตอบ แต่สักพักก็จับตอบ

               อืม..ไปเถอะ..ไลน์มาตลอดด้วยล่ะ” มันบอกอย่างจำยอมก่อนจะเดินออกส่งผมหน้าเครียด ผมโบกลามันอย่างอาลัยอาวรณ์เหมือนโดนพี่โจ๊กเกอร์พรากจากแฟนอย่างนั้นแหล่ะ

               เปล่าหรอก ผมรู้สึกผิดมากที่ทำให้มันเป็นห่วงขนาดนั้น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเลือกจะมาอยู่กับพี่โจ๊กเกอร์....เพื่อความหลอดภัยของคนอื่นและตัวผมเองน่ะนะ!

               “หึ ลากันขนาดนี้ กูไปบังคับมึงงั้นสิ” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงประชดประชันทันทีเมื่อกลับมาถึงห้อง ตลอดทางก็นั่งเงียบมาตั้งนาน

               เปล่าครับ ผมเกรงใจที่ริทมันเป็นห่วงผม” ผมตอบเสียงอ่อน ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนอนกับเตียง

               ทำไมมันจะต้องห่วงมึง?”

               “ก็เราเป็นเพื่อนสนิทกันนี่ครับ” คิดว่าสนิทสุดในกลุ่มแล้วนะ

               แน่ใจว่าแค่เพื่อน” พี่โจ๊กเกอร์พูดเสียงนิ่ง ผมเด้งตัวขึ้นมาสบตากับร่างสูงที่ยืนพิงตู้แล้วมองมาที่ผมนิ่งๆ

               ใครเขาจะเหมือนพี่ล่ะครับ” ผมพูดเสียงอ่อย..เดี๋ยวจะโดนหาว่าไปหาเรื่อง

               แล้วกูทำอะไรมึงวะ?” พี่โจ๊กเกอร์เริ่มอารมณ์เสีย แววตาที่มองผมนิ่งๆเริ่มลุกโชน

               ...ก็ทำขนาดนี้...” ผมบ่นกับตัวเอง พี่โจ๊กเกอร์ก้าวยาวๆสองสามก้าวก็ถึงตัวผม มือแกร่งบีบเข้าที่ต้นแขนผมแรงๆ

               ได้..

               “…”

               “งั้นมึงไปเลย” ผมเบิกตากว้างกับคำพูดของพี่โจ๊กเกอร์ ตาคมที่มองผมนั้น โกรธและโกรธแต่ก็เย็นชาเหลือเกิน ผมพูดไม่ออกจนพี่โจ๊กเกอร์ปล่อยแขนผม

               กูพามาเก็บกระเป๋าไง เก็บเสร็จจะไปก็ไป” พี่โจ๊กเกอร์พูดแล้วเดินหันหลังให้ผมเข้าไปในครัวทันที ได้ยินเสียงเปิดประตูเลื่อนตรงระเบียง คงไปสูบบุหรี่ล่ะมั้ง

               ผมตกใจใจ นิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก นี่สรุปมาผมกลับมาเพื่อมาเก็บกระเป๋าจริงๆน่ะหรอ..?

               ผมไม่ได้กลับมาเพื่อมาเก็บกระเป๋าสักหน่อย....

               คนใจร้าย...คนบ้า...ไอ้พี่บ้า!

               ผมก่นด่าพี่โจ๊กเกอร์ในใจก่อนจะนั่งนิ่งๆจนลืมตัวจนพี่โจ๊กเกอร์เดินกลับเข้ามา พี่โจ๊กเกอร์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเดินมาหาผมช้าๆ

               ไม่เก็บกระเป๋า?”

               “...” ผมเงียบ ได้แต่เม้มปากแน่นโดยไม่สบตาร่างสูงด้วยซ้ำ

               ไม่เก็บเดี๋ยวกูเก็บให้ก็ได้” พี่โจ๊กเกอร์พูดพลางทำท่าจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ผมรีบลุกขึ้นกอดเอวแกร่งนั่นไว้ทันที พี่โจ๊กเกอร์ชะงักก่อนจะหันมามองผมอึ้งๆ ผมเองก็ตกใจปฏิกิริยาตัวเองเหมือนกัน กระโจนเข้าหาพี่โจ๊กเกอร์โดยอัตโนมัติเลย..

               ผม...” ผมยังเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก และไม่รู้จะพูดดีไหม

               ไม่พูดก็ปล่อยกู มึงไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่!” พูดโจ๊กเกอร์พูดเหวี่ยงๆก่อนจะกระชากมือผมออก แต่ผมขืนตัวไว้และกอดรัดแน่นกว่าเดิม ผมส่ายหน้าหวือไปมาก่อนจะแนบหน้าเข้าไปแผ่นหลังกว้าง

               ไม่ผมไม่ไปพี่ไม่ได้บังคับ ผมเอง ผมอยากมาเอง ผมอยากอยู่กับพี่ พี่อย่าไล่ผมไปแบบนั้นสิครับ...ไม่เอาด้วยนะ” ผมพูดเสียงสั่น ผมกลัว กลัวเขาจะทิ้งผมไปจริงๆ

               กลัวว่าแม้แต่เป็นแค่คนรู้จัก ก็ยังเป็นไม่ได้..

              

               Joker part

               ตอนที่ไอ้เด็กริทนั่นมันบอกว่าบิลไม่อยากมากับผม บอกตรงๆว่าโกรธจนเลือดขึ้นหน้าไปหมด แล้วพอมาถึงห้องมันยังพูดพึมพำเหมือนไม่พอใจสุดๆที่ต้องมากับผม ผมเลยตัดสินใจให้มันกลับแม่งเลย

               ผมไม่เคยจะสนใจความรู้สึกมันหรอก...แต่ทำไมวันนี้มันหน่วงที่ใจยังไงไม่รู้ ยิ่งรู้ว่ามันไม่อยากมา ผมก็ยิ่งเจ็บ และยิ่งอยากปล่อยมันไป...

               แต่พอโดนมันรั้งไว้และพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆนั่น มันกลับหัวใจพองโตอย่างน่าประหลาด..ความรู้สึกดีๆมันถาโถมเข้ามาใส่ผมจนแทบบ้า

               ผมแกะมือบางออกจากเอว บิลมองผมด้วยแววตาสั่นๆ ผมมองตอบมันนิ่งๆ

               ต่อไหม

               “เอ้ะ..ครับ” มันมองผมงงๆ มือเล็กนั่นยังเอื้อมมาจับชายเสื้อผมอยู่เลย ผมหลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆกับการกระทำของมัน

               ต่อไหมไอ้ที่มึงจะเสร็จน่ะ” ผมบอกมันนิ่งๆ มันใช้เวลานึกสักพักก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาถึงใบหู ก่อนจะก้มหน้าไม่สบตากับผมเลย มันขยับเข้าหามาเล็กน้อย มือที่จับชายเสื้อผมไว้ปล่อยออกแล้วขยับขึ้นมาจับคอเสื้อผมก่อนจะเลื่อนลงไปปลดกระดุมผมช้าๆ

               ใบหน้าหวานเงยหน้ามองผมก่อนที่มันจะช้อนตามองผมอ้อนๆ...แม่งไม่รู้ตัวหรอวะว่าทำท่าทางแบบไหนออกมา!!!

               “ต่อ..สิครับ

               เมื่อปากบางนั่นขยับบอกความต้องการที่ตรงกับความคิดผม ผมก็ผลักไหล่บางนั่นลงกับเตียงทันที ร่างของผมตามไปคร่อมมันทันที มันเม้มปากแน่นอีกแล้ว ผมมักจะเห็นมันทำแบบนี้บ่อยๆเวลาไม่มั่นใจอะไร ไม่หลบตาก็เม้มปาก บางทีก็น่าจบให้ขยับไม่ได้..

            แต่บางทีก็น่าจับกดให้ลุกไม่ขึ้น!

               พรึ่บ!

               เสื้อตัวบางของมันหลุดออกจากกันทันที คราวนี้มันไม่ขาด แค่กระดุมหลุดเฉยๆ ผมสงสารเสื้อมันหลายๆตัวที่ขาดไปทั้งๆที่มันเพิ่งซื้อมา

       ++++++++++++++++ nc +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

             แต่เซ็กส์ของผมยังไม่จบแค่นี้! เพราะมันผิดเองที่มายั่วผม

               เดินไม่ได้ก็โทษตัวเองเถอะว่ะ

               END JOKKER

 

               ผมตื่นขึ้นมาบนเตียงนุ่มๆคนเดียว...ใช้สายตากวาดมองคร่าวๆก็มั่นใจได้ว่าผมอยู่ห้องพี่โจ๊กเกอร์จริงๆ...เมื่อคืนคงไม่ได้ฝันไปจริงๆนั่นแหล่ะ ผมพยายามมองไปรอบๆห้องเพื่อหาว่าพี่โจ๊กเกอร์อยู่ไหน แต่พอได้กลิ่นอาหารหอมๆจากห้องครัวก็พอจะรู้ว่าพี่โจ๊กเกอร์คงอยู่ที่ห้องครัว

               ครืดดด

               พี่โจ๊กเกอร์เลื่อนประตูแล้วเดินถือกาแฟและอาหารเวฟเข้ามาในห้อง ผมหงกหัวนิดหน่อย ไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกขา มันเจ็บร้าวแทบจะจี๊ดขึ้นไปสมอง ปวดร้าวไปทั่วตัว แรงก็ไม่มีจะเคลื่อนไหว

               พี่โจ๊กเกอร์มองผมนิ่งๆก่อนจะเดินไปวางแก้วกับอาหารที่โต๊ะ

               จะกินอะไร?” พี่แกถามผมนิ่งๆก่อนจะยกกาแฟขึ้นมาดื่ม ผมนิ่งคิดไปนิด

               อยากกินพิซซ่าอ่ะ

               “หึ โทรสั่งมาแล้วกัน” ผมพยักหน้ารับก่อนจะควานหาโทรศัพท์มั่วๆก็เจอ พี่โจ๊กเกอร์วางไว้ให้ข้างๆเตียง ผมกดโทร1112 แล้วสั่งให้มาส่งที่หอ

               นี่

               “ครับ” ผมตอบรับพี่โจ๊กเกอร์โดยไม่มองหน้า...คือพี่เขาอยู่ไกล ผมลุกขึ้นมองไม่ไหวหรอกนะ

               ช่วงสามสี่วันนี่มีสอบหรือพรีเซนต์งานใหญ่หรือเปล่า” ผมนิ่งคิดก่อนจะไลน์ไปถามไอ้ริท

               ไม่มีฮะ มีอีกทีก็อาทิตย์หน้านู่นเลยพี่

               “อืม” พี่โจ๊กเกอร์พยักหน้า ก่นจะนั่งกินข้าวตัวเองต่อไป

               ทำไมครับ

               “กูจะพาไปหัวหิน

               “….อ่อ ครับ” ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้สินะ...ไปพักผ่อนบ้างก็ดีแฮะ ^O^

(ต่อ)

ผมมองนาฬิกาตอนนี้ก็เกือบๆเที่ยงแล้ว มิน่าถึงรู้สึกหิว ผมหยิบโทรศัพท์(อดีตเคยเป็นชองพี่โจ๊กเกอร์)ขึ้นมาเช็คไลน์อีกรอบ คราวนี้ไลน์กลุ่มเด้งรัวเลยครับ

               F : กูอยากอีกแล้วววววววว

               V : อีกแล้วหรอวะ

               F : อืมมมมม ไปกันนะๆๆ

               R : กูก็เซ็งๆ ไปก็ดี

               F : เยส! มึงด้วยไอ้เวท!

               V : พวกมึงไปกูก็ต้องไปปะวะ สัส เมื่อคืนเมาเยี่ยงหมา

               F : กูไม่ได้เมาเลย

               R : มึงเลยไอ้ควาย

               ผมนั่งอ่านไปก็อดจะขำไม่ได้...ผมคงไม่ได้ไปกับพวกมันหรอก แต่ถึงอย่างนั้นไอ้ริทก็ไม่วายจะถามถึงผม

               R : มึงอ่ะสัสบิล รู้ว่าอ่านแล้ว

               B : มึงก็รู้

               ผมตอบมันเสร็จก็ปิดหน้าจอทันที...รู้สึกเซ็งเหมือนกันจนอดที่จะถอนหายใจหนักๆไม่ได้ ผมเองก็อยากจะเที่ยวกับพวกมันบ้าง คือพวกมันไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แต่ก็สงสัยอยู่ว่าตอนนี้คงไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่งั้นคงไม่พิมไลน์กลุ่มคุยกัน

               เฮ้อออผมเผลอถอนหายใจหนักๆแล้วมองไปที่แก้มกาแฟพี่โจ๊กเกอร์ คือผมแค่มองแบบพักสายตาไปที่ตรงนั้น ไม่ได้ตั้งใจจ้องอะไรเป็นพิเศษ แต่เหมือนว่าพี่โจ๊กเกอร์จะตะหงิดใจกับท่าทีของผม

               อะไร เป็นอะไรอีกพี่เขาถามเสียงเรียบติดไม่พอใจหน่อยๆ

               อ๋อ..พี่..ไปหัวหินวันไหนผมตัดสินใจถามออกไป ว่าจะขอเขาเที่ยวก่อนไปเสียหน่อย

               พรุ่งนี้เช้า มึงจะถามทำไม ยังไงกูก็ขับ

               งั้นวันนี้ก็ไม่มีอะไร...

               “ใช่ ทำไม?” พี่โจ๊กเกอร์เริ่มหันมาคาดคั้นผม กดดันด้วยแววตาดุดัน ผมหลบตาดุๆนั่นแล้วมองโทรศัพท์แทน เห็นไลน์เด้งขึ้นอีกแล้ว พวกมันก็พูดประมาณว่าก็รู้แหล่ะว่าผมมาไม่ได้หรอก ชวนไปเผื่อได้

               คืนนี้ขอไปได้ไหมครับ

               “ไปไหน?” พี่โจ๊กเกอร์ขมวดคิ้วแน่น มองผมอย่างสงสัย

               พวกไอ้เฟย์มันจะไปดื่มอีกแล้ว ผมอยากไปด้วยบ้าง มันด่าใหญ่แล้วว่าผมไม่เข้าสังคมเลยผมพูดระบายบวกใส่สีตีไข่นิดๆ ทำหน้าตีเศร้าไปด้วย ซึงจริงๆผมก็เศร้านะ

               “….” พี่โจ๊กเกอร์เงียบ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้สีหน้าเขาเป็นยังไง เพราะผมไม่กล้าเงยหน้ามองเขา กลัวจะโดนด่ากราดกลับมาน่ะสิ

               นะพี่..แล้วผมจะงดยาวเลย..ผมพูดเสียงอ่อย ค่อยๆเหล่ตามองพี่โจ๊กเกอร์ทีละนิดแต่ก็ต้งสะดุ้งโหยง เมื่อเจ้าตัวเขามองผมมาตั้งนานแล้ว

               “…”

               “ไม่ก็ได้ครับเมื่อพี่โจ๊กเกอร์เอาความเงียบมาปกคลุมบรรยากาศ ผมจึงยอมแพ้แต่โดยดี แต่เหมือนฟ้าจะเป็นใจ

               กี่โมงผมรีบหันไปมองพี่โจ๊กเกอร์ทันที ตาเบิกกว้างมองภาพตรงหน้ากว้างๆ พี่โจ๊กเกอร์ถามหน้านิ่ง แต่ผมนี่ดีใจโคตรๆจนปิดบังไม่อยู่ แอบเห็นพี่โจ๊กเกอร์มองผมเหวี่ยงๆด้วย ผมเลยต้องหุบยิ้มเอาไว้ก่อน

               อ่ะ..เอ่อ 3ทุ่มมั้งครับ ประมาณนั้น ไปส่งผมที่หอก็ได้

               “เดี๋ยวกูไปส่งเอง ที่ไหน

               “ผับT ครับผมรู้ว่ามันต้องไปผับนี้แน่นอน ก็ผับพี่ทีนี่นา กินฟรีดื่มฟรีสาวเด็ชเผ็ชร้อน

               ...อ่อ หึ ไอ้ทีนี่เองพี่โจ๊กเกอร์ก็คงรู้จักแน่นอนสิ ก็เพื่อนเขานี่...ครั้งที่แล้วก็ไป..แล้วก็..อืม ช่างมันเถอะเรื่องเวรๆพวกนั้น

               ครับผมตอบรับเบาๆ

               อืม จะไปก็บอก

               “ครับผมผมพูดอย่างดีใจนิดๆพร้อมไลน์บอกพวกมันทันที ในกลุ่มแตกตื่นตกใจกันมาก เหมือนผมออกจากการจำศีล ไม่นานนักพิซซ่าก็โทรมาให้ลงมารับ ผมก็กินไปนิดๆหน่อยๆ ไว้ไปกินที่ผับ พี่โจ๊กเกอร์กินไปแล้วแต่ก็มากินเป็นเพื่อนผมอีก ไม่แน่ใจว่ามากินเป็นเพื่อนหรือกระเพาะควายกันแน่

               เอ่อ...อย่าบอกพี่เขานะครับ ไม่งั้นตอนหน้าผมคงไม่มีโอกาสมาเล่าอะไรให้พวกคุณฟังแล้ว...

               21.06 น.

               R : ไอ้บิลอยู่ไหน ไม่ใช่ไอ้พี่ห่านั้นขังตายห่าศพเน่าแล้วหรอวะ

               B : กำลังไป เข้าไปก่อนเลย โต๊ะเดิม

               R : เออๆ เร็วเลย

               พี่ ไปเลยๆ มันถึงกันแล้วผมเดินไปกระตุกเสื้อพี่โจ๊กเกอร์ พี่แกละสายตาจากคอมแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์กับกุญแจรถแล้วเดินนำผมไปเลย ผมก็ปิดแอร์ปิดไฟล็อคห้องให้ =_=

              

               @ผับT

               “อ่ะก่อนผมลงจากรถพี่โจ๊กเกอร์ก็ยื่นเสื้อคลุมลายเบสบอลมาให้ผม ผมก็รับมาแบบงงๆ

               พี่ไม่ใส่หรอ

               “กูจะกลับไปทำงานต่อ ไม่ได้ว่างมารอมึงตลอดเวลาหรอกนะพี่โจ๊กเกอร์ตวัดสายตามามองผมโหดๆ ผมเม้มปากนิดๆก่อนจะยิ้มแห้งไปให้

               แหะๆ ครับ เดี๋ยวผมให้พวกไอ้เฟย์ไปส่งก็ได้ครับผมไม่ค่อยกล้าพูดชื่อไอ้ริทเท่าไหร่ แต่ถึงเวลานั้นก็คงเป็นไอ้ริทที่มาส่ง เพราะมันคอแข็งแล้วก็ไม่ค่อยดื่มเยอะ เป็นพวกประมาณตนได้ คอยหิ้วเพื่อนกลับ

               พี่โจ๊กเกอร์พยักหน้านิ่งๆ ผมจึงโบกไม้โบกมือลาก่อนจะเดินเข้าผับไป ตรงไปยังโซนVIP โต๊ะเดิมทันที นี่ก็ไลน์หาพี่ทีแล้ว เฮียแกบอกกำลังตายกับรายงานอยู่ เห็นว่าจะไปขอให้พี่โจ๊กเกอร์ช่วยอีกแล้ว ก็ว่าเห็นพี่โจ๊กเกอร์ว่าจะกลับไปทำงาน...สงสัยคุยกันอยู่ =_=

               “ไง! วู้ววววว หมีน้อยออกล่าแล้วเว้ยไอ้เวทแซว มันดันผมเข้าไปนั่งด้านใน ส่งเหล้าให้แก้วนึง

               เห้ยไอ้บิล มึงกินได้เท่าไหร่วะไอ้เฟย์ถาม ผมก็นิ่งคิดอยู่ ผมไม่เคยเมาเท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่ากินได้ขนาดไหน

               ไม่รู้ว่ะ มีพวกมึงอยู่ กินๆไปเถอะ

               “มีกูอยู่ต่างหาก ไอ้สัสสองตัวนี่ช่วยมึงไม่ได้หรอกนะไอ้ริทแก้ให้ ผมก็เห็นด้วย ถ้าผมเมาจริงๆ ไอ้ริทคงมีภาระเพิ่มอีก1จาก2แล้ว

               ช่างแมร่ง! จัดหนักให้ไอ้บิลโว้ย มันไม่เมากูไม่กลับ!” ไอ้เฟย์ว่า ก่อนจะชนแก้วกัน

               พวกเราคุยไปดื่มไป มองสาวไป ไม่ได้ลุกไปเต้นกันเท่าไหร่ วันนี้เหมือนมาสังสรรค์อารมณ์ชิวๆ ผมก็กระดกไปเรื่อยๆ ยังไม่รู้สึกอะไรจนแก้วที่4แล้ว ไอ้ริทมันชงให้ผมแบบผสมมาตลอด ผมเลยไม่ค่อยมึนมั้งครับ แต่ไอ้เฟย์เริ่มแล้ว

               มึง! ไม่น่าเลย! กูอกหักจากพี่เลิฟได้ไงวะ! น้องจีด้วย! อ๊ากกกไอ้เฟย์พูดมากชิบหาย ก่อนจะกระดกไปอีกครึ่งแก้ว

               ใครวะผมหันไปถามไอ้ริท

               พี่เลิฟ ปี3คณะแพทย์ น้องจีม.5

               “สัสเอ้ย คงจะติดสักคน!”

               “เออ พี่เลิฟเขาเหมือนจะมีแฟนแล้ว ไอ้สัสเฟย์โดนซัดมาดอกนึง

               “อ๋อ...จีบไม่ดูนี่เองผมเหมือนจะเก็ทในความเฮิร์ทของมัน

               อ่ะ ไอ้บิล มึงแดรก! หมดแล้วนี่ หึหึ ไอ้เวทที่เหมือนจะพูดไม่รู้เรื่องแล้วยื่นแก้วตัวเองให้ผม แก้วผมหมดพอดีผมเลยดื่มของมันที่เต็มแก้ว

               เชี่ย..โคตรขม เพียวรึเปล่าเนี่ย! ผมตกใจในรส แต่ก็อยากดื่มหนักๆอยู่แล้ว เลยซัดแม่งไปเลย

               ไอ้บิล ใจเย็นนะมึงไอ้ริทเตือนผม แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้สึกอะไรเลย เลยพยักหน้าเฉยๆ ไม่ได้ใส่ใจฟังมันมาก

               ผมฟังพวกแม่งคุยอะไรกันไปเรื่อยๆ เพลินดีครับ ไอ้เฟย์ก็เริ่มเสียงยานแล้ว ไอ้เวทก็แดกชิบหาย แม่งบอกอยากไปจับนมสาวโต๊ะข้างๆด้วย ไอ้ริทห้ามแทบตาย ผมกระดกหมดไปอีกแก้ว กำลังจะต่อแก้วที่6

               ไอ้บิล ปายห้องน้ามหน่อยย!” ไอ้เฟย์กระตุกแขนผม ผมยังไม่มึนด้วยซ้ำเลยโอเค เพราะให้ไอ้ริทเฝ้าไอ้เวทไป

               ผมเดินไปห้องน้ำกับผม ต้องให้มันเกาะด้วยเนี่ยแหล่ะ เพราะแม่งบอกเห็นผมสองคนๆ หาว่าผมแยกร่างอีก

               ไอ้เหี้ยบิล นารูโตะหรอ! หลอกกูวววว

               “ไปๆ เข้าไป กูเข้าด้วยผมโยนมันเข้าห้องน้ำแบบนั่งโถไป จะอ้วกจะนั่งแช่ก็เชิญ! ผมไม่ได้เข้าจริงๆหรอก แค่ไปยืนหน้ากระจก

               ผมหลับตานิ่งๆสักพักนึง พอลืมตาขึ้นมาโลกมันก็หมุนแปลกๆ

               เริ่มเมาแล้วแน่เลยผมพึมพำ

               ไอ้เฟย์เดินออกมาพอดี ผมก็เลยบอกมันรีบกลับโต๊ะดีกว่า ถ้ามันเดินเซด้วยอีกคนจะทำไงล่ะทีนี้ =_=

               พอถึงโต๊ะผมก็ตึงๆหัวนิดหน่อย แต่ก็เตรียมดื่มต่ออีกแก้ว

               มึงเมาป่ะเนี่ย ไอ้บิลไอ้ริทถามผม

               เริ่มมึนเฉยๆอะ แก้วนี้แก้วสุดท้ายละผมบอกมัน แค่แก้วเดียวเองไม่น่าเท่าไหร่หรอก

               อืม แก้วเดียวนะมันยังย้ำ ผมก็พยักหน้าส่งๆแล้วเริ่มดื่มต่อ เริ่มชินรสแล้วแหะ ลื่นคอดีว่ะ

 

               RIT PART

               “เออ ฮ่าๆๆๆ ไอ้เวท! ไปเต้นๆไอ้บิลมันเริ่มพูดมากแล้วครับ แถมยังหัวเราะบ่อยอีก อะไรๆก็หัวเราะ ยังชวนไอ้เวทออกไปเต้นอีก ไอ้เวทก็ไม่เบรกครับ แม่งจูงกันออกไปเต้น ไอ้เฟย์ฟุบแล้ว ผมเลยต้องดูมัน

               ตอนที่มันยังนั่งกันอยู่ผมก็ดูไม่ออกเท่าไหร่ครับว่าบิลมันเมาหรือไม่เมากันแน่ แต่พอมันลุกเท่านั้นแหล่ะ!

               เซสัดๆ แม่งเดินเป็นตัว s แล้ว!!

               “ไอ้บิล!” ผมเรียกมันไว้ ในมือมันยังถือแก้วอยู่ เหล้ายังเหลือครึ่งแก้ว

               ห๊ะ เดี๋ยวมาๆ ไปเต้นแปปเดียว ยังไม่หมดแก้วเลยเนี่ย ฮ่าๆๆมันบอกผมอย่างอารมณ์ดี มันไม่ได้พูดไม่รู้เรื่องนะครับ แค่เดินเซ มันกอดคอกับไปเวทเดินไปเต้นไป แถมยังไปคุยกับสาวกลุ่มนึง สำเร็จด้วย เพราะมันเต้นอยู่กัน4คน สองสาวก็แต่งตัวรัดหน้าอกเหลือเกิน

               ห่าเอ้ย ไอ้เฟย์ อยู่คนเดียวแปปนะผมบอกมัน มันก็พยักหน้ากับโต๊ะนิดหน่อย ผมจึงเดินลิ่วไปทางไอ้บิลทันที

               ไอ้บิล มึงกลับมานั่งเลย ไม่ก็กลับไปนอนผมดึงแขนเสื้อมัน มันหันมามองผมยิ้มๆแล้วหัวเราะ

               ฮ่าๆๆ ยังงงง กูรู้ตัว! กูรู้กูทำอะไรนะมึง น่าๆ แม่งอารมณ์ดีสัดๆอ่ะ เดี๋ยวกูไปนั่งเอง มึงไปนั่งก่อนเลยมันบอกผมอย่างอารมณ์ดีจริงๆนั่นแหล่ะแล้วก็เต้นต่อ โยกจนหัวจะหลุด อีกมือก็กระดกแก้วต่อ ผมยืนเฝ้ามันจนมันกินหมดแก้วนั่นแหล่ะ

               หมดแล้ว กลับไปนั่งผมว่ามันเสียงเข้ม ไอ้เวทรีบเดินแทรกเข้ามาทันที

               ยังๆๆ กูยัง! ไอ้บิลลล เติมเว้ยยยย อย่าหยุดไอ้เวทเทจากแก้วตัวเองให้ไอ้บิลเฉย ไอ้บิลมองนิดหน่อยแล้วยิ้มกว้าง ก่อนจะกระดกเข้าไปอีก

               เออออ ฮ่าๆๆๆ ดีสัสๆๆ ตื้ดดีจังวะ ฮ่าๆๆไอ้บิลเริ่มมองไปทางอื่นก่อนที่มันจะไปแตะผู้ชายร่างสูงพอๆกับผมคนนึง

               นายๆๆ เต้นปะ สนุกดีเนอะๆมันพูดแล้วยิ้มกว้าง แก้มมันขึ้นสีแดงฝาดๆมองแล้วน่ารักชิบหาย! แล้วยังยิ้มแบบนั้นอีก ไอ้คนนั้นมองมันตาเยิ้มก่อนจะหันมาโอบเอวเต้นกับมัน ไอ้เวทก็เต้นกับหนุ่มน่ารักอีกคน

               บัดซบเอ้ย!” ผมสบถ ก่อนจะดึงแขนไอ้บิลแรงๆ

               “เมาชิบหาย! ไปนั่งเลยมึง

               “หึ่ยยย กูไหวๆๆ อ่า กลิ่นหอมจังอะไอ้บิลตอบปัดๆผมแล้วหันไปซุกอกไอ้คนที่แม่งเต้นด้วย

               ไอ้บิล! ซุกเขาทำไม!!” ผมว่ามัน มันไม่สนแถมยังเอามือคล้องคอเขาไว้อีก ไอ้ห่านั่นก็โอบเอวตอบก่อนจะเลื่อนต่ำไปที่สะโพก หน้าหื่นๆนั่นก็ชวนให้ตีนผมกระตุกจริงๆ แต่ผมจะไม่ไปต่อยมันหรอก เสียมือชิบหาย!

               “อ่า รักกันๆๆนะ ฮ่าๆๆ กอดสบายจังไอ้บอลเขย่งเท้ากอดแม่งไว้ ผมทนดูไม่ได้กับอาการเมาแล้วอ่อยของมัน อ่อยไม่พอพูดมากอีก!

               ผมรีบเดินไปที่โต๊ะควานหาโทรศัพท์ของมันทันที ดูดีๆไม่ใช่โทรศัพท์มันนี่หว่า ซื้อใหม่แล้วมั้ง รหัสมันเพื่อนรู้ทั้งกลุ่มครับ ผมเปิดไปที่ phone ดูหน่อยสิ้ว่าควรจะโทรหาใครมาช่วยชีวิตมันดี ถ้าต้องพามันกลับทั้งๆแบบนี้ผมไม่ไหวแน่ครับ ตอนแรกผมจะโทรหาพี่ทีให้มาช่วยหน่อย แต่แม่ง..รายการโทรของมัน

               J

               J

               J

               มีแต่ไอ้เจนี่เต็มไปหมด จะไปเดายากอะไร ก็ไอ้โจ๊กเกอร์นั่นไง =_= ผมถอนหายใจแรงๆ ถึงแม้ว่าไม่อยากให้มันไปอยู่กับไอ้ห่านั่นก็เถอะ แต่ไอ้บิลมันเกินเยียวยาแล้ว...คนที่จะคุมมันอยู่ ก็คงเป็น...พี่แม่งนี่แหล่ะ

               ผมมองไปทางไอ้บิลมันยังซุกอกเขาอยู่เลย หน้าก็ยิ้มเยิ้มเบิกบานชิบหาย! มึงน่ะจะชิบหายแน่ๆถ้าไอ้พี่เวรนั่นมาเห็น! ดูจากอาการหึงหวงสัสๆของพี่แก

               ไม่รอช้า ผมกดโทรออกทันที รอสายอยู่แค่2ตื้ด ปลายสายก็รับทันที

               (....) แม่งไม่พูดครับ ปกติแม่งเป็นงี้หรอวะ

               ฮะโหลผมกรอกเสียงห้วนๆใส่ ทำให้ปลายสายรีบตอบทันที

               (ใคร) มันถามเสียงโหดขึ้นมาเลยครับ

               ผมริท

               (โทรมาทำไม!) เหมือนพี่แกจะหัวเสียใช่ย่อย แต่ผมไม่มีอารมณ์มาต่อปากต่อคำกับเขาหรอก

               ไอ้บิลมันเมาชิบหาย เดินยังเซ เที่ยวไปเกาะคนนู่นนี่ พี่มารับมันกลับไปเหอะ

               ตื้ดดด ดดดดด ดดด

               พี่แม่งตัดสายผมเฉย สงสัยเควี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเลยมั้งน่ะ อารมณ์รุนแรงชิบหายเถอะ ผมได้แต่ภาวนาขอให้ไอ้บิลอย่าอ่อยไปมากกว่านี้เลยเถอะ ผมเดินไปคุมมันใกล้ๆแล้วกัน

               ENG RIT

 

               “ฮิๆๆ อยู่ปีไรอ่าผมถามคนตรงหน้า ผมได้เพื่อนอีกคนแล้วสิ เขาใจดีมากๆเลย ช่วยประคองผมด้วย

               ปี3แล้วครับ หึหึ ปีอะไรเนี่ยเรา? น่ารักขนาดนี้พี่เมศถามผมพลางเอานิ้วเกลี่ยแก้มผมอย่างเอ็นดู ผมยิ้มกว้างแล้วตอบพี่เขาไป

               ปี1คร้าบ ฮิๆ กอดๆๆผมจับไหล่เขา กว้างดีจัง..อยากกอดขึ้นมาซะงั้น..หัวก็มึนจนเดินทรงตัวแทบไม่อยู่ ขาผมเริ่มอ่อนแรงแล้วด้วยสิ ปีเมศดึงผมไปกอดอย่างที่ผมขอ ผมก็กอดตอบ

               อ่า..ตัวบางกว่าพี่โจ๊กเกอร์นิดหน่อย..แต่ก็กอด...พี่โจ๊กเกอร์อยู่ไหนน้า..ผมนึกถึงหน้าพี่โจ๊กเกอร์แล้วก็อยากจะโทรหามากๆ

               พี่เมศ บิลขอไปโทรศัพท์แปปน้าผมผลักอกพี่เขาเบาๆก่อนจะเดินเซๆไปที่โต๊ะ มีไอ้ริทเดินตาม พี่เมศจะยื้อผมไว้แต่ไอ้ริทเป็นคนกันไว้ให้ ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ตรงไปที่โต๊ะอย่างเดียว ควานหาโทรศัพท์แล้วกดโทรหาเบอร์ล่าสุดทันที

               รอสายแค่ตื๊ดเดียว พี่โจ๊กเกอร์ก็รับเลย

               (กูจะถึงแล้ว!) พี่โจ๊กเกอร์พูดใส่ผมอย่างหงุดหงิด ดูรีบมากๆด้วย

               อะไรหรอครับ ฮ่าๆๆ คิดถึงพี่จังอ่ะ ผมเหมือนจะเมาแหล่ะ แต่ผมไม่ได้เมาขนาดนั้นนะพี่ ไหวนะไหว ฮ่าๆๆ อยากจะบอกว่าร้าก ชั้นร้ากเธอผมพูดไปตามอารมณ์เลย อยากพูดอะไรก็พูด เหมือนพูดเรื่องนี้จบ ก็มีเรื่องใหม่ให้พูดอีก

               (เมาขนาดนี้ยังมีหน้ามาว่าไหวหรอวะ! อยู่นิ่งๆซะ!!) พี่โจ๊กเกอร์ตวาด แต่ก็ไม่กดตัดสาย ผมก็แนบหูไว้พลางพูดอย่างอารมณ์ดีต่อ

               พี่ดูรีบจาง รีบหรอ พูดถึงรีบผมก็รีบกลับมาที่โต๊ะ มาโทรหาพี่นะ พูดถึงโทรหาผมก็โทรหาพี่ตลอดแหล่ะ ฮ่าๆๆ อ๋อๆๆ พี่ก็รับตลอดด้วยแหล่ะ ดีใจจังอ่ะ ฮิๆ เอ~ จะว่าไปพี่ให้โทรศัพท์ผมใช้ นี่ก็โทรศัพท์พี่! ดีจังเลย มีหลายเครื่องนี่นาผมพูดไปเรื่อย เหมือนในสมองมีลิสเรื่องที่จะพูดเป็นร้อยๆ

               (shit! มึงนั่งอยู่ที๋โต๊ะใช่ไหม!!)

               ช่ายๆ แต่มันเวียนหัวอยากเดินอยากเต้น ว่าแล้วก็ไปเต้นดีกว่า ฮ่าๆๆ พี่จะมาหรอ มาเต้นสิ มาเลยๆ ผมเต้นรอนะ ฮิๆ สนุกมากๆๆโยกๆๆผมพูดไปก็ลุกขึ้นจะไปเต้นต่อ แต่ก็โดนไอ้ริทคว้าแขนไว้

               นั่งเลย!!” มันดุผม

               หึ่ยยย เดี๋ยวพี่โจ๊กเกอร์มาแล้ววว ไปเต้นรอไง! มึงก็มาเต้นดิ อ่า เพลงดีสัสๆอ่า ไปๆผมดึงแขนมันมาด้วย มันก็ยอมเดินตาม ผมเดินเซโคตรๆแต่พอไปถึงที่เต้นก็โยกโดยอัตโนมัติโดยที่ยัถือสายพี่โจ๊กเกอร์อยู่

               (มึงกลับไปนั่งเดี๋ยวนี้!!!) พี่แกตะคอกใส่ แต่ผมรู้สึกเฉยๆอ่ะ ไม่เห็นกลัวเลย

               มาเร็วๆน้า ผมรออยู่ อ๊ะ พี่เมศ มาแล้วววว เต้นต่อกันผมพูดบอกคนในสายลวกๆก่อนจะเดินไปหาพี่เมศ

               หายไปนานจังเลยนะครับพี่เมศดึงผมเข้าไปใกล้แล้วลูบหัวเบาๆ ผมยิ้มกว้างตอบอย่างอารมณ์ดี

               ไปโทรหาพี่มา คิดถึงเขายังไงไม่รู้ ฮิๆ เขารับสายผมด้วยแหล่ะ เนี่ยคุยอยู่เลยผมยื่นโทรศัพท์ให้พี่เมศ เขารับมาแล้วตัดสายให้ ผมมองของอย่างงๆ

               ทำรายงะ เดี๋ยวเขาจะมานะ แต่เราเต้นกันก่อนดีกว่า ฮิๆๆผมไม่ติดใจนาน แต่ชวนพี่เมศเต้นต่อ ไอ้ริทเดินมากระซิบข้างๆผม

               ติดสายไอ้โจ๊กเกอร์ มึงระวังไม่เจอหน้าพวกกูแล้วละกัน กูทีมมันชิบหายตอนนี้ไอ้ริทพูดจริงจัง แต่ผมกลับเข้าใจว่าเป็นเรื่องตลก

               บ้าน่า เดี๋ยวพี่เขาจะมาแล้ว ฮ่าๆๆ แล้วก็สนุก

               “สนุกแน่ไอ้ริทพูดก่อนจะเดินหายไป ผมไม่สนใจเต้นต่อแม่ง

               ผมเต้นๆอยู่ได้สักพักกำลังมึนได้ที่ พี่เมศให้ผมดื่มอีกแก้วด้วย ผมรู้สึกไหวอยู่เลยดื่มต่อ คือผมรู้ตัวนะครับว่าทำอะไร แค่มึนๆเดินเซเฉยๆ แต่รู้สึกทำอะไรก็อารมณ์ดีไปหมด มันแค่ยับยั้งอารมณ์ไม่ได้ยังไงไม่รู้

               หมับ!!

               ผมหันไปมองคนที่จับไหล่ผมแน่น ปรากฏว่าเป็นพี่โจ๊กเกอร์ หน้าโหดมาเชียว แต่ผมกลับยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าพี่เขา

               มาแล้วหรออออ! มาเต้นๆๆผมลากพี่โจ๊กเกอร์เข้ามา แต่พี่โจ๊กเกอร์มองพี่เมศตาขวาง

               มึงตัดสายกูใช่ไหมไอ้สัสเมศพี่โจ๊กเกอร์เมินผมแล้วชี้หน้าไปที่พี่เมศ พี่เมศยิ้มยียวนกวนบาทาให้ก่อนจะตอบอย่างไม่แยแส

               มือคงไปโดนว่ะ ก็น้องบิลกำลังเต้นแนบแน่นกับกูอยู่ น้องเขายังซุกอกกูอยู่เลยผมได้ยินที่พี่เขาพูด แต่ก็ไม่รู้สึกอะไร ผมเกาะแขนพี่โจ๊กเกอร์แล้วยิ้มอารมณ์ดีให้

               กูมาคิดบัญชีกับมึงแน่! ส่วนมึง กลับ!!” พี่โจ๊กเกอร์เดินหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว ผมที่เกาะแขนอยู่จึงเดินกลับตามอย่างช่วยไม่ได้ ผมไม่ลืมจะหันไปโบกมือลาพี่เมศ

               ไปก่อนน้า ไว้เจอกันน้าคร้าบ

               “หยุด! หันมา!” พี่โจ๊กเกอร์กระชากผมให้หันหน้ามาเดินดีๆ ผมเซนิดๆก่อนจะเกาะพี่โจ๊กเกอร์ไว้

 

               JOKKER PART

               ผมเห็นสภามันแล้ว ไม่น่าไหว =_= ไม่น่าไหวจริงๆ มันเดินเซจนต้องเกาะแขนผมไว้แน่น จะให้ผมสะบัดก็ไม่ใช่เรื่อง

               อ่าชอบเกาะแขนพี่จังเลย ผมไม่เคยเกาะแขนพี่เลยเนอะ อยากจับมือจัง เราเคยจับมือกันไหมนะ ไม่หรอก พี่ไม่ยอมให้ผมจับหรอก รู้ไหมว่าผมอยากจับมือพี่มากเลยนะผมพูดรัวเป็นชุด เหมือนจะพูดเรื่องเดิมๆ พูดมากชิบหาย!!

               ผมเดินไปเอากระเป๋าที่โต๊ะมัน เห็นสภาพเพื่อนมันอีกคนแล้วสงสารไอ้เด็กริทชิบหาย ทาสเพื่อนแท้ๆ

               ลำบากมึงแล้ว ขอบใจผมพูดห้วนๆ ก็ยังดีที่แม่งโทรบอกผม

               ครับๆ มันตาเยิ้มแล้วเนี่ย! ดูแลเมียหน่อยเหอะ

               “ไม่ใช่เมียกู!”

               “สักวันเถอะผมว่า ไปๆๆ เอาไปนอนไป จะตายห่าแล้วผมไม่ตอบมัน แค่เดินหันหลังหลับไปเลย บิลมันเกาะแขนผมไม่พอยังเอาหัวมาถูๆที่แขนผมอีก ตากลมช้อนตามองผมอย่างอ้อนๆ ผมถอนหายใจแรงๆเพื่อข่มใจเอาไว้

               มึงอย่ามาทำแบบนี้กับกู!”

               “อะไรอ่า ไม่ให้จับอีกแล้วหรอ จริงดิ โหย ใจร้ายมากๆๆเลย ไม่จับก็ไม่จับ ใจร้ายจริงๆ คนอะไรเนี่ยมันบ่นผมยาวก่อนจะทำท่าปล่อยมือจากแขนผม พอมันเดินเองนิดหน่อยก็เซชิบหาย ผมจึงต้องจับแขนมันไว้

               เออๆ เกาะไว้!!” ผมพูดห้วนๆ มันก็มองหน้าผมยิ้มๆ แล้วกระโดดเกาะต่อ

               เฮ้อ กูจะไม่ให้มึงมาอีกแล้วนะ

               “ง่า ผมไม่เป็นไรจริงๆๆๆนะ ผมรู้ว่าผมทำอะไรนะพี่ ผมแค่มึนๆเอง

               “มึงหลุดขนาดนี้ต่อให้รู้ตัวกูก็ให้มาไม่ได้!”

               “หรอออออ งืมมมันเหมือนจะยอมแต่ก็มายืนดักหน้าผมไว้แล้วกระโดดคล้องคอผม ขาเรียวตวัดไปเกี่ยวเอวผมเฉย ผมเอนตัวมาข้างหน้านิดหน่อยเพราะมันทำโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว เกือบจะล้มแล้ว

               เชี่ย! ทำอะไรวะ!!”

               อุ้มไง อุ้มหน่อยๆๆ อุ้มนะๆไม่พูดแล้วกอดผมแน่นขึ้น

               เฮ้อ!!!” ผมถอนหายใจหนักๆก่อนจะเอามือประคองก้นมันไว้แล้วเดินอุ้มแม่งแบบนั้นแหล่ะ คนอื่นก็มองกันเต็ม อาจจะคิดว่าผมแค่อุ้มน้องชายล่ะมั้ง

               ไปๆมาๆก็จะไม่ใช่แค่น้องกูแล้วเนี่ย! แม่งเริ่มไซร้คอผมแล้ว ลมหายใจร้อนๆเป่ารดที่ต้นคอผม สัมผัสอุ่นๆจากเรียวลิ้นร้อนของมันทำผมแปลกใจใช่ย่อย

               เมาแล้วมึงขี้อ่อยแบบนี้หรอวะ!”

               “แผล่บ...อยากทำต่างหาก เนี่ยกอดๆๆ หอมด้วย ฟ่อดดดผมเลื่อนหน้ามาหอมแก้มผมสองฟ่อด

               หึ...ครับๆ เมาชิบหาย กูยอมเลย ทำอะไรก็ทำเถอะมึงน่ะ

               “ฮิๆๆ เปล่าเมาขนาดนั้นสักหน่อย! บอกว่าอยากทำไง อยากอะ!” มันบ่นข้างหูผมอีกแล้วเอาคางวางไว้ที่ไหล่ผม ผมเห็นมันนิ่งแล้วเลยรีบเดินไปที่รถเร็วๆ

               ผมเปิดประตูรถแล้วโยนมันเข้ารถไป แต่ขามันยังเกาะเอวผมแน่นเลย

               “ไม่เอาดิๆๆ ไม่ปล่อยดิ ไม่เอามันงอแงใหญ่ ผมถอนหายใจแรงๆ

               กูจะไปที่นั่งคนขับไง ไม่ได้ให้อยู่คนเดียวมันมองหน้ามองอ้อนๆแล้วเอาขาออก ผมมองมันเอือมๆ กูสาบานจะไม่ให้แม่งดื่มเหล้าอีก!!

               พอผมขึ้นมานั่งฝั่งคนขับปุ๊บ ก็รีบสตาร์ทรถเลยครับ ต้องรีบเอามันกลับไปนอนด่วนๆ ขืนอยู่นานป่วนผมแน่ๆ มันก็นั่งนิ่งๆอยู่สักพัก มองนอกรถไปพลางแล้วก็เริ่มพูดมากแล้วครับ ผมชักสีหน้าใส่มันนิดๆ

               พี่ๆๆ ทำไมมารับเร็วจังเลย โดนลากกลับเนี่ยเซ็งมากเลยนะจริงๆ กำลังโยกเลยอ่ะ เคยโยกเปล่าเนี่ย หน้าพี่ก็ดูเที่ยวๆนะ ทำไมไม่ให้ผมเที่ยวบ้างอ่า ทำไมเงียบจัง ปกติก็เงียบนี่นา

               “มึงเงียบๆได้มั้ยวะเนี่ยพอผมตอบเสียงรำคาญ มันก็ลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือมาเกาะไหล่ผม ผมตกใจรีบมองกระจกหลังว่ามีรถหรือเปล่า โชคดีที่มันดึกและไม่ใช่ถนนหลัก จึงไม่มีรถตามหลังมา

               มันเริ่มยกขามาที่ระหว่างขาผม ทำเหมือนจะข้ามมาหาผม ผมต้องตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางก่อนเลย ไม่งั้นมีชน4แยกด้านหน้าแน่ๆ

               เห้ย! ทำอะไร!” มันข้ามมานั่งบนตกผมแล้วหันหน้าเข้าหาผม ผมถึงกับมองมันอย่างอึ้งๆกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆเลยทีเดียว กลิ่นเหล้าอ่อนๆอยากตัวมันกับใบหน้าแดงฝาดๆทำให้ผมต้องเบือนหน้าหนี

               ทำไมต้องพูดเหมือนรำคาญด้วยเล่า!” มันบ่นผม พอเมาแล้วกล้าทำทุกอย่างเลยสินะ มันนิ่งมาตลอดพอเจอมันดื้อแบบนี้ผมก็รับมือไม่เป็นเหมือนกันน่ะสิแล้วก็อีกอย่าง..

               แม่งอ้อนน่ารักชิบหาย กูจะตบมันยังไงวะ!!!

               “มึงพูดมาก ใครๆก็รำคาญผมตอบความจริง มันเบะปากเหมือนจะร้องไห้แล้วโวยวายต่ออีก ไม่โวยวายธรรมดา ยังทุบอกผมอีก

               แต่ผมน่ะ ไม่เคยรำคาญพี่เลยนะ ถึงจะบ่นมั่งก็เถอะ แต่ไม่เคยรำคาญนะ รักมากเลย ผมรักพี่มากเลยนะ ก็รักอ่า! หึ่ยๆๆ น่ากอดจัง กอดหน่อยมันทุบเสร็จก็กอดผมเสียดื้อๆเลย ผมตามปฏิกิริยามันไม่ทันเลยห้ามไม่ได้สักอย่าง ผมเลยนั่งให้มันกอดอย่างนั้น สักพักมันก็ผงกหัวขึ้นมาอีก

               พี่! ผมรู้นะว่าทำอะไรอ่ะ แต่มันห้ามตัวเองไม่ได้ เนี่ย! You Know! อ้อ You คงไม่เข้าใจหรอกจริงๆ!” มันเริ่มพูดอังกฤษคำไทยคำแล้วครับ แถมพูดเรื่องเดิมๆซ้ำอีก

               ผมว่าเราต้อง Talk กันหน่อยแล้ว ok? Yesปะ

               มึงจะไทยก็ไทยดิวะ กูฟังไม่รู้เรื่องแล้ว!”

               “Youก็ไม่เคยรู้อะไรเลย never never มากๆ veryมันพูดไปพยักหน้าไปครับ

               อะไร กูไม่เคยรู้อะไรล่ะ กูงงไปหมดแล้ว พูดอะไรวะเนี่ยผมบ่นมันนิดๆ ถ้ามันมีสติจริงๆคงตอบผมถูกคำถามนะ

               เอาใหม่นะ! I จะพูด last ok? สุดท้ายสุดท้าย!”

               “อืมๆ พูดมากูฟังอยู่ผมตอบรับมันเนือยๆ ผมเหนื่อยกว่ามันที่ดิ้นไปมาอีก

               เนี่ย! งงมากเลยว่าคิดยังไงเนี่ย สรุปผมคือของเล่น? อ่อ! ของเล่นสินะ ก็ว่างั้นแหล่ะ แล้วไหงกลายเป็นเมียวะ เมียแล้วก็คนรู้จัก! ไอ้พี่สันนีอ่ะ รู้นะ! เห็นด้วย เหอะ คนรู้จักไงๆๆ คนรู้จากกกกกกก! แล้วมารับทำไม! งงมากเลย งงสุดๆ อะไรเนี่ย!” มันบ่นผมยาวเหมือนเล่าเรื่องตั้งแต่ปีมะโว้จนเรื่องล่าสุด ผมว่านี่คงเป็นความคิดมันจริงๆสินะครับ หึหึ

               ไม่รู้ทำไมถึงยิ้มออกมา

               หึหึ

               “ขำ! ขำตาย! ขำอะไรเนี่ย บ้าๆๆมันโวยวายแล้วจะทุบอกผมอีก ผมจัดการรวบมือมันไว้แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้

               ฟังกู

               “ฮึ่ยยย ฟังอยู่อ่ะ ก็ฟังอยู่

               “มึงอยากเป็นอะไรกับกูล่ะผมถามมันยิ้มๆ มันทำหน้างงใส่ผมเหมือนคิดอยู่

               เป็นอะไรหรอ...เป็นอะไรน้า

               “อยากบอกคนอื่นว่ากูเป็นอะไรล่ะ

               “อืม..ก็นั่นไง นี่แฟนเราเองไง ห้ามยุ่ง!” มันทำหน้าจริงจัง แล้วชี้ไปที่หน้าต่างเหมือนจำลองเหตุการณ์ว่าคุยกับใครอยู่

               หึ ก็ได้

               “อะไรก็ได้ พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย

               “มึงนั่นแหล่ะไม่รู้เรื่อง กูบอกก็ได้ มึงจะบอกคนอื่นแบบนั้นก็ได้ ตามใจผมรู้สึกวันนี้ผมพูดมากที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลยครับ

                จริงอ้ะ! บ้าน่า ฝันหรอ แต่เสมือนจริงมากๆๆ งี้ต้องโทรบอกไอ้ริท โทรศัพท์มา!”

               “ไปนั่งที่เดิม ทำไรก็ทำ กูจะขับรถผมบอกมันแล้วยกตัวมันข้ามไปนั่งที่เดิม มันก็กลิ้งไปมาอยู่ได้ มือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด

               ผมเริ่มขับรถต่อ สักพักมันก็เสียงดังขึ้นมาอีกแล้ว เหมือนจะโทรไปหาไอ้เด็กริทนั่น

               ฮะโหลลลลล ไอ้ริท! กูน่ะ พี่น่ะ แฟนกูแล้วนา คิคิ บอกได้แล้วนา!” ผมถอนหายใจอยู่กับพวงมาลัย แม่งจะพูดอะไรก็ปล่อยๆไปก่อนแล้วกัน ตื่นมามันคงช็อคกับการกระทำตัวเองจนไปแก้ข่าวเองแหล่ะ

               หึ สร่างเมาล่ะน่าดู

               พี่! ไอ้ริทบอกว่า ฝากบอกว่า แหม เล่นตัวมาตั้งนาน ใครเล่นตัวอะ พูดอะไรอะบิลงงมันหันมาบอกผมหน้างงอย่างที่พูดจริงๆ

               ปรี๊น!

               ผมเผลอบีบแตรไปด้วยความหงุดหงิด ไอ้เด็กริท=_=!!

ไอ้เด็กเปรต!!!

+

+

แต่งเพลินไปหน่อยนะ ฮ่าๆๆ 

จงบอกมาว่าทีมใคร! #ทีมบิลเมาขี้อ่อย #ทีมโจ๊กเกอร์ใจอ่อน 

รักรักงับบบบ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

236 ความคิดเห็น

  1. #86 yel chang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 23:53
    บิลน่ารักอะ
    #86
    0
  2. #74 Sophita Sinpomart I'mso (@sopitass) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 23:37
    น่ารักกกกก
    #74
    0
  3. วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 22:01
    บิลเมาแล้วน่ารักขนาดนี้พี่โจ๊กมันจะตบยังงายยยยยย อิอิชอบ
    #73
    0
  4. #72 ออนซ์ซัง (@Onz_Jarinya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 21:57
    ทั้ง 2 ทีมได้มั้ยคะ???? น่ารักโคตรๆๆ
    #72
    0
  5. #71 Greenpim (@Greenpim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 18:29
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกก
    #71
    0
  6. #70 ploy2205 (@ploy2205) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 18:28
    ชอบ.มาก.
    #70
    0
  7. #69 abcabcasd976 (@abcabcasd976) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 15:52
    อ้ายยยยยยยยยยย ชอบมากกกกกก
    #69
    0
  8. #68 ตั้งเต (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 03:55
    ตกลงริทชอบบิลมากกว่าเพื่อนรึเปล่า ตอนแรกเข้าใจว่าใช่ แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจ
    #68
    0
  9. #67 Tangmoksw (@Tangmoksw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 03:10
    เมาแล้วรั่วๆนะบิล 55555555 ขำนาง you know youคงไม่เข้าใจสินะ 5555555555
    #67
    0
  10. #66 abcabcasd976 (@abcabcasd976) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 00:07
    ////////=,.=
    #66
    0
  11. #65 Sophita Sinpomart I'mso (@sopitass) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 23:47
    โจ๊กเกอร์ นายชอบบิลห้ามปล่อยบิลไปเชื่อฉันเถอะ555
    #65
    1
    • #65-1 Aom (จากตอนที่ 10)
      17 พฤษภาคม 2559 / 12:02
      เห็นด้วยค่า
      #65-1
  12. #64 chami (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 23:32
    ริทดูจะห่วงบิลมากเลยนะ

    บอกลากันซะขนาดนั้น
    #64
    0
  13. #63 ออนซ์ซัง (@Onz_Jarinya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 23:16
    ชั้นชอบเธอโจ๊กเกอร์!!
    #63
    0
  14. #62 Tangmoksw (@Tangmoksw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 21:10
    โจ๊กเกอร์คือแบบบบบ อยากได้มากอะ เถื่อนแต่ใจดี อร้ายยยย ><
    #62
    0